Masukเย็นวันนั้นอติรุจกลับมาทำงานที่คลินิกตามปกติ และรู้สึกว่าทรรศิกาแอบลอบมองเขาด้วยสีหน้าครุ่นคิดอะไรอยู่บ่อยครั้ง แต่เมื่อเขาหันกลับไปสบตา เธอก็รีบหันมองไปทิศทางอื่นอย่างมีพิรุธ เมื่อสบโอกาสตอนที่คนไข้ขาดช่วงเขาจึงเรียกเธอเข้าไปคุยก่อนจะเดินนำเข้าไปในห้องตรวจ
“เทย่าคุณตามผมมานี่”
คิ้วเรียวสวยของทรรศิกาขมวดยุ่งก่อนจะทำตามคำสั่งของเขา
“นั่งลง”
หญิงสาวนั่งลงตรงข้ามเขาโดยไม่พูดไม่จา
“คุณมีอะไรจะพูดกับผมไหม”
ทรรศิการู้ดีว่าเขาหมายถึงเรื่องอะไร แต่แกล้งตีหน้าซื่อพูดเฉไฉไปเรื่องอื่น
“วันนี้ดาวจะมาที่นี่ค่ะ เรามีเรื่องต้องคุยกัน คุณคงไม่ว่าอะไรใช่ไหมคะ”
“เชิญตามสบาย”
“ขอบคุณค่ะ”
“นอกจากเรื่องนี้แล้วคุณมีเรื่องอื่นที่จะบอกผมอีกไหม”
“ไม่มีค่ะ”
“ทำตามสัญญามาซะดี ๆ” อติรุจเอ่ยเมื่อเห็นอีกฝ่ายยังคงนิ่งเฉย
“สัญญาอะไรคะ!”
“ก็สัญญาที่ว่าคุณจะเล่าทุกเรื่องที่ผมอยากรู้”
“แล้วคุณอยากรู้เรื่องอะไรล่ะคะ”
“ทรรศิกา” เขาเรียกเธอเสียงเข้มเป็นการเตือนให้เธอเลิกกวนประสาทเขา
“คุณหมายถึงเรื่องที่ฉันนัดกับหมออิทใช่ไหมคะ”
“เล่าให้ผมฟังซิว่าคุณคุยอะไรกับนายอิทบ้าง ห้ามปิดบังผมเด็ดขาด”
“ถ้าเป็นเรื่องนี้ละก็ฉันต้องเล่าให้คุณฟังแน่ รับรองว่าจะไม่ปิดบังอะไรคุณ แต่ขอเวลาให้ฉันได้คุยกับดาวก่อนได้ไหมคะ”
อติรุจจ้องมองทรรศิกานิ่งนานก่อนจะเอื้อนเอ่ยวาจา “หวังว่าคุณจะทำตามคำพูดของคุณ”
“แน่นอนค่ะ สัญญาว่าจะไม่บิดพลิ้ว”
ทันใดนั้นเองสองหนุ่มสาวก็ได้ยินเสียงของใครบางคน
“มีใครอยู่ไหมคะ” นับดาวเอ่ยเมื่อมองไม่เห็นใครสักคน
“หายไปไหนกันหมด...คุณหมอคะ...เทย่า” หญิงสาวตะโกนเรียก
“เพื่อนคุณมาละจะไปคุยอะไรกันก็ไป”
“แล้วใครจะช่วยคุณดูแลคลินิก”
“ไม่ต้องห่วง...เรื่องนั้นเดี๋ยวผมจัดการเอง”
“ถ้าอย่างนั้นฉันขอไปคุยกับดาวที่สระน้ำนะคะ”
“ตามใจคุณ”
ทรรศิกาเดินออกไปสมทบกับนับดาว “ดาวมาถึงเร็วกว่าที่เทย่าคิดไว้”
“ดาวใจร้อนอยากคุยกับเทย่าเร็วๆ แต่ตอนเย็นรถมันติดมาก ดาวก็เลยตัดสินใจนั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้างมา แล้วหมอรุจล่ะ”
“อยู่ในห้องตรวจ...เขาอนุญาตให้เทย่าคุยกับดาวได้ตามสบาย เราไปนั่งคุยกันที่สระน้ำกันดีกว่า”
หลานสาวคุณหญิงทิพย์มณีฉุดมือเพื่อนรักให้เดินตามเธอไปที่บริเวณสระว่ายน้ำ ทรรศิกาเดินไปนั่งริมสระพร้อมกับหย่อนเท้าลงไปแช่น้ำ มือก็ตบที่ว่างข้างตัว
“ดาวมานั่งตรงนี้สิ”
นับดาวเดินไปนั่งลงข้างตัวเพื่อนพร้อมกับวักน้ำในสระเล่น “ที่นี่ร่มรื่นน่าอยู่นะ แต่ราคาบ้านคงจะแพงน่าดู”
“เงินแค่สิบหรือยี่สิบล้านไม่ใช่ปัญหา เขาจ่ายได้อยู่แล้ว อย่ามัวแต่พูดเรื่องของคนอื่นอยู่เลยมาพูดเรื่องของเราดีกว่า เทย่ามีข่าวดีจะบอกดาวด้วยนะ”
“ข่าวดีอะไร”
“เทย่าหาคนที่จะดำเนินการย้ายพ่อของดาว ไปรับการผ่าตัดที่โรงพยาบาลของรัฐได้แล้วนะ และก็ไม่ต้องรอคิวนานด้วย”
“จริงหรือเทย่า” นับดาวเอ่ยถาม นัยน์ตาของเธอทอประกายแวววาวสดใสขึ้นมาทันตาเห็น
“จริงสิ...เทย่าไม่เอาเรื่องแบบนี้มาล้อดาวเล่นหรอก”
“เขาเป็นใครหรือเทย่า แล้วทำไมเขาถึงยื่นมือมาช่วยเรา”
“เขาชื่ออิทธิพลเป็นเพื่อนของหมอรุจ เทย่าก็เพิ่งจะรู้จักเขาเมื่อไม่นานมานี้เอง ดูจากภายนอกเขาเป็นคนจิตใจดี เทย่าก็เลยลองปรึกษาเรื่องนี้กับเขา”
“แล้วเขาก็ยอมช่วยเราทั้งที่เพิ่งจะรู้จักกันไม่นาน มันง่ายขนาดนั้นเลยหรือเทย่า”
“ที่จริงแล้วเขาเข้าใจว่าเทย่าเป็นแฟนของหมอรุจ”
“เพราะความเข้าใจผิดทำให้เขายอมช่วยเรา”
“ก็ไม่เชิง ตอนที่เทย่าเอ่ยปากขอคำปรึกษาจากเขา หมออิทมีทีท่าแปลกใจว่าทำไมเทย่าถึงเลือกที่จะปรึกษาเรื่องนี้กับเขา แทนที่จะปรึกษาแฟนตัวเองจนต้องย้อนถามเทย่า”
“ถามว่าอะไร!?”
“ก็ถามว่าทำไมเทย่าถึงมาขอความช่วยเหลือจากเขา ทั้งที่เทย่ามีหมอที่เก่งและมีความชำนาญหลายด้านอยู่ข้างตัว”
“เขาหมายถึงหมอรุจ!”
“ใช่”
อติรุจปัดป้องพลางหัวเราะพลาง กว่าจะสามารถรวบร่างเล็กบางของภรรยาตัวแสบเข้ามาในอ้อมกอดได้ “ผมเปล่า...” เขาปฏิเสธเสียงกลั้นหัวเราะ “ผมแค่ขำ” “ขำอะไรคะ” เธอถามอย่างนึกสงสัยจริง ๆ “ก็ขำว่าเมียผมหึงได้แม้กระทั่งหนังสือ” เขาตอบ และทิ้งตัวลงนอน พร้อมดึงร่างเล็กของภรรยามาเกยอยู่บนอก “ไม่ได้หึงซะหน่อย” เธอปฏิเสธเสียงเข้ม แต่นวลแก้มแดงเรื่อ อติรุจเขี่ยจมูกรั้นเบา ๆ อย่างนึกเอ็นดู “งั้นเทย่าของผมเรียกว่าอะไร” “เขาเรียกว่า...รำคาญใจต่างหาก” คนตัวเล็กยังปากแข็งไม่ยอมรับให้เสียฟอร์มว่าเธอหึงเขาจริง ๆ แถมยังหึงหนังสือวิชาการพวกนั้นด้วย “เทย่า...เทย่า...เทย่า” อติรุจเรียกอย่างนึกเอ็นดู ทรรศิกาขมวดคิ้วยุ่งนึกสงสัยว่าทำไมเขาถึงเรียกชื่อเธอไม่หยุด “เรียกอยู่ได้ จะพูดอะไรก็พูดสิคะ” อติรุจยิ้ม ชะโงกไปจุมพิตริมฝีปากอิ่มแรงอย่างนึกหมั่นไส้ “ทำไมถึงได้น่ารักขนาดนี้” คราวนี้คนที่ถูกชมยิ้มหวาน ดวงตาคู่งามเป็นประกายวาววับ สะบัดผมไปด้านหลังเบา ๆ อย่างมั่นใจตัวเอง
เมื่อวันสำคัญของอติรุจและทรรศิกามาถึง สองหนุ่มสาวถูกปลุกให้ลุกขึ้นมาแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมตั้งแต่เช้ามืด เพื่อจะได้เริ่มพิธีทางศาสนาในตอนเช้า ในงานนี้จะมีแต่แขกระดับวีไอพีและญาติผู้ใหญ่คนสำคัญของทั้งสองฝ่ายเท่านั้นที่ได้เข้ามาร่วมเป็นสักขีพยาน หลังจากนั้นทั้งคู่มีเวลาพักเล็กน้อยก่อนจะต้องเริ่มเปลี่ยนเครื่องแต่งตัว และแต่งหน้าทำผมกันอีกครั้ง สำหรับเจ้าบ่าวใช้เวลาไม่นานเท่าไรก็จัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย แต่สำหรับเจ้าสาวนั้นต้องใช้เวลาในการแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมกันนานนับชั่วโมงกว่าจะเสร็จ เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยทรรศิกาก็ถูกปล่อยให้นั่งพักอยู่เพียงลำพัง ในขณะนั้นเองที่นับดาวเดินเข้ามาภายในห้องของโรงแรมซึ่งใช้เป็นห้องแต่งตัว “รู้ตัวไหมว่าเทย่าเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดในค่ำคืนนี้ และก็เป็นเจ้าสาวที่โชคดีที่สุดที่ได้แต่งงานกับเจ้าบ่าวที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อมอย่างหมอรุจ ดาวขออวยพรให้เทย่าและหมอรุจมีความสุขมาก ๆ และมีเจ้าตัวเล็กไว ๆ” “ผมเห็นด้วยกับความคิดของคุณดาวครับ คุณเทย่าสวยมากจริง ๆ ยิ่งอยู่ในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ด้วยแล้วย
หลังจากการแจกรางวัลอันทรงคุณค่าผ่านพ้นไป อติรุจและทรรศิกาได้ถอดหน้ากากเพชรออก เพื่อให้ทีมงานนำไปโชว์ก่อนที่จะนำกลับมาประมูล และคุณหญิงก็เดินมาหยุดยืนตรงกลางระหว่างสองหนุ่มสาว เพื่อเอ่ยขอบคุณแขกที่มาร่วมงานในค่ำคืนนี้ “ขอขอบคุณแขกผู้มีเกียรติทุกท่านที่สละเวลามาร่วมงานฉลองครบรอบห้าสิบปีของเรา หวังว่าทุกท่านจะพึงพอใจกับดีไซน์ของเครื่องประดับสุดหรูที่เรานำเสนอ และดิฉันขอถือโอกาสนี้แนะนำทรรศิกา เขมะสิริกุล ในฐานะผู้บริหารรุ่นใหม่ที่จะสานต่อสตาร์ไดมอนด์ให้มั่นคงต่อไปในอนาคตค่ะ” ทรรศิการู้สึกตกใจที่จู่ ๆ คุณย่าก็ประกาศให้เธอ เป็นผู้บริหารรุ่นต่อไปของสตาร์ไดมอนด์อย่างเป็นทางการต่อหน้าทุกคน นั่นหมายถึงคุณย่ายอมรับในความสามารถของเธอ “เราเปิดโอกาสให้ผู้บริหารรุ่นใหม่ได้กล่าวอะไรหน่อยดีไหมคะ” “เทย่าสัญญาว่าจะทุ่มเทแรงกายแรงใจ เพื่อทำหน้าที่บริหารสตาร์ไดมอนด์อย่างดีที่สุดให้สมกับที่คุณย่าไว้วางใจค่ะ ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ” “แขกผู้มีเกียรติท่านใดสนใจหน้ากากเพชรคู่นี้ก็ร่วมประมูลกับเราได้นะคะ เราจะนำเงินรายได้จากการประมูลไปบริ
“เฮ้อ! ในที่สุดเรื่องราวก็จบลงไปได้ด้วยดี หวังว่าคงไม่มีเรื่องทำนองนี้มาทำให้รุจกับเทย่าต้องผิดใจกันอีกนะคะ” “ไม่มีแน่นอนครับแม่ ครั้งเดียวก็เกินพอ นี่ขนาดผมระวังตัวแล้วนะยังพลาดจนได้ เทย่าถึงขนาดขอหย่าขาดจากผมเลย บอกตรงๆ เข็ดจนตาย” “พูดแล้วต้องทำให้ได้อย่างที่พูดนะคะ” ทรรศิกาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “แน่นอนอยู่แล้ว ผมมันเป็นพวกรักเดียวใจเดียวเหมือนพ่อ จริงไหมครับคุณพ่อ” อติรุจหันไปหาแนวร่วม “จริง!” อติเทพช่วยยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “รจหาฤกษ์แต่งงานให้รุจกับเทย่าได้แล้วนะคะน้าทิพย์ อีกสี่เดือนข้างหน้าค่ะ หวังว่าจะไม่กระชั้นชิดเกินไปนะคะ” “ช้าไปหรือเปล่าครับแม่ ผมเป็นคนใจร้อนอยากจะแต่งงานกับเทย่าซะวันนี้หรือพรุ่งนี้เลยด้วยซ้ำครับ” “มากไปพ่อคุณ” รสสุคนธ์เอ่ยปรามหลานชายตัวดี “เห็นใจกันหน่อยสิครับคุณยาย นอนคนเดียวมันเปล่าเปลี่ยวหัวใจ” ที่พูดเช่นนี้เพราะคุณย่าของทรรศิกาต้องการให้หลานสาวกลับไปอยู่กับตนเองจนกว่าจะเข้าพิธีแต่งงาน “แล้วที่ผ่านมาทำไมถึงนอนคนเดียวได้คะ เทย่าไม่เห็นว่
สายวันต่อมาอดุลย์ได้นำตัวอัญชิสาเดินทางมาเยี่ยมอติรุจที่โรงพยาบาล เพื่อต้องการมาเคลียร์เรื่องที่บุตรสาวของเขาได้ก่อไว้ เมื่อเปิดประตูเข้าไปภายในห้องก็พบว่าอติรุจมิได้อยู่ตามลำพัง แต่มีพ่อ แม่ ป้า และยายของเขา รวมถึงทรรศิกาและคุณหญิงทิพย์มณีอยู่ภายในห้องนั้นด้วย อดุลย์ทักทายทุกคนก่อนจะเอ่ยเข้าประเด็น “อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เราจะได้เคลียร์กันให้จบไปทีเดียวเลย” อัญชิสาทำความเคารพผู้ใหญ่ก่อนจะตวัดสายตาขุ่นเคืองมองไปที่ทรรศิกา เพราะยังรับไม่ได้ที่อีกฝ่ายเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของผู้ชายที่เธอหลงรัก “ผมต้องขอโทษทุกคนด้วยนะครับ ที่ลูกสาวของผมมาก่อเรื่องเดือดร้อน และทำให้วุ่นวายกันไปหมด” อดุลย์เอ่ยขอโทษทุกคนจากใจก่อนจะหันไปจ้องหน้าบุตรสาว “อัญต้องกราบขอโทษคุณลุง คุณป้า และพี่รุจด้วยนะคะ” อัญชิสาไม่ยอมเอ่ยชื่อทรรศิกาซึ่งถือเป็นมารศัตรูหัวใจคนสำคัญของตนเอง เพราะทำใจไม่ได้จริงๆ ที่ต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้แล้วยังจะต้องมาเอ่ยปากขอโทษอีก “เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นความเข้าใจผิดค่ะ ที่จริงแล้วอั
ในค่ำวันนั้นเอง ทรรศิกาขออยู่เฝ้าดูอาการของอติรุจที่โรงพยาบาล ทั้งที่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายพยายามพูดทัดทาน เพราะเห็นว่าหญิงสาวเพิ่งจะหายจากอาการบาดเจ็บ แต่ทรรศิกาก็ยังยืนยันคำเดิม ทำให้ทุกคนต้องยอมทำตามความต้องการของเธอ หญิงสาวนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงอติรุจจนเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว หลังจากนั้นไม่นานอติรุจก็เริ่มรู้สึกตัว เขาลืมตามองไปรอบๆ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างบอบบางคุ้นตาที่นั่งฟุบหลับอยู่ข้างตัว รอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย เขาเอื้อมมือไปลูบไล้แก้มนวลใสเรื่อยมาจนถึงริมฝีปากบางสีกุหลาบ สัมผัสที่อ่อนโยนของเขาปลุกทรรศิกาขึ้นจากนิทรา “คุณรู้สึกตัวแล้ว” เธอเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ทรรศิกาเข้าไปช่วยประคองให้อีกฝ่ายลุกขึ้นนั่ง จากนั้นก็ทรุดตัวลงนั่งข้างตัวเขา อติรุจยิ้มอย่างอ่อนโยนเมื่อเห็นแววตาที่ฉายชัดถึงความห่วงใยของทรรศิกา น้ำตาของหญิงสาวไหลอาบแก้มนวลใสอีกครั้ง “ยกโทษให้เทย่านะคะ เพราะเทย่าคุณถึงต้องเจ็บตัวแบบนี้” “ร้องไห้ทำไม ผมไม่ได้เป็นอะไรมากสักหน่อย อีกอย่างมันก็ไม่ใช่ความผิดของคุณหรอกนะเทย่า”







