LOGINทรรศิกาพูดจบก็เดินออกไปหยิบของในรถ สายตาของเธอเหลือบไปเห็นคู่อริเดินตรงมาที่หน้าประตูบ้าน
“ฉันมีเรื่องจะพูดด้วย”
ทรรศิกาตวัดสายตาไปมอง ใจยังนึกเคืองอีกฝ่ายไม่หายเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อเย็นที่ผ่านมา
“เรื่องอะไร หรือว่าอยากจะเปิดศึกกันอีกสักรอบ”
“เปล่า...ฉันจะมาขอโทษ”
“ขอโทษ!” ทรรศิกาทวนคำพูดด้วยความประหลาดใจ
“ใช่ ขอโทษที่ฉันทำให้คุณและคุณหมอเสียหายด้วยการพูดไม่คิด”
“รู้ตัวก็ดี เอาเป็นว่าเราหายกัน เรื่องที่มันผ่านไปแล้วก็เลิกแล้วกันไป แต่อย่าให้มีเรื่องทำนองนี้เกิดขึ้นอีกแล้วกัน”
“นอกจากขอโทษแล้วก็มีเรื่องจะถาม” กาญจนารีบเอ่ยก่อนที่อีกฝ่ายจะตัดบทเดินเข้าบ้านไป
“ว่ามาสิ”
“สามีฉันมีกิ๊กรุ่นสาวคราวลูกจริงหรือเปล่า”
“จริง”
“คุณรู้เรื่องนี้ได้ยังไง”
“ก็ฉันบังเอิญไปเห็นมากับตาว่าพวกเขานั่งทานอาหารด้วยกันอย่างสนิทสนม ก่อนจะขับรถพาสาวคนนั้นเลี้ยวเข้าม่านรูดกลางวันแสก ๆ ไม่ใช่แค่ครั้งเดียวนะ”
“แล้วทำไมคุณถึงไม่บอกฉัน”
“เรื่องอะไรฉันจะหาเรื่องใส่ตัว ในเมื่อมันไม่ใช่เรื่องของฉัน และฉันก็ไม่อยากที่จะไปยุ่งเรื่องของชาวบ้าน อีกอย่างถ้าฉันพูดไปแล้วคุณไม่เชื่อก็จะมาด่าฉันอีก”
“ได้เห็นดีกันแน่ตาเฒ่า!! ริอาจจะมาเสียคนมีกิ๊กตอนวัยใกล้จะเข้าโลง” กาญจนาโกรธจนควันออกหูที่รู้ว่าสามีริอาจจะนอกใจเธอตอนแก่
“ขอเตือนด้วยความหวังดีว่าอย่าเพิ่งใจร้อนวู่วาม เพราะถ้าพูดโดยไม่มีหลักฐานเขาก็จะไม่มีวันยอมรับเด็ดขาด การจะจับผิดใครต้องมีหลักฐานที่แน่ชัดเสียก่อน เขาถึงจะดิ้นไม่หลุด ขอตัวนะคะ”
ทรรศิกานำอาหารอีสานที่จันทราทำให้มาจัดใส่จาน เห็นแล้วหิวขึ้นมาทันทีทันใด
“คุณซื้ออะไรมาทาน” อติรุจเอ่ยถามเมื่อเดินมาที่โต๊ะอาหาร
“ฉันไม่ได้ซื้อมีคนเขาให้ฉันมาอีกที คุณจำจันทราแม่ค้าส้มตำที่ขายอยู่หน้าปั๊มน้ำมันได้ไหมคะ”
อติรุจพยักหน้าแทนคำตอบ “เขาให้คุณหมดนี่เลยหรือ”
“ใช่แล้วค่ะ ตอนแรกฉันจะจ่ายเงินให้แต่เขาไม่ยอมรับ ฉันก็เลยรับน้ำใจเขามา”
สองหนุ่มสาวนั่งทานอาหารมื้อนั้นด้วยความเอร็ดอร่อย ความหิวผสมกับรสชาติอาหารที่จัดจ้านทำให้ทั้งคู่ทานได้มากกว่าปกติ
“เฮ้อ! อิ่มจัง”
ทั้งคู่ช่วยกันเก็บล้างจานชามที่ทานไว้ ในระหว่างนั้นอติรุจตัดสินใจที่จะพูดบางอย่างกับเธอ
“ผมมีเรื่องจะพูดกับคุณ”
“ฉันเองก็มีเรื่องจะคุยกับคุณเหมือนกัน แต่ไปคุยกันที่สระน้ำดีไหมคะ จะได้รับอากาศบริสุทธิ์ด้วย”
“ตามใจคุณ”
หลังจากนั้นไม่นานทรรศิกาก็เดินมานั่งริมสระ เธอหย่อนเท้าลงไปในน้ำ
“ที่นี่เป็นมุมโปรดของคุณหรือเทย่า”
“ใช่ ฉันชอบออกมานั่งสูดอากาศบริสุทธิ์ที่นี่” ทรรศิกาตอบพร้อมกับวักน้ำในสระเล่น ก่อนจะหันไปเอ่ยถาม
“คุณมีอะไรจะพูดกับฉันก็พูดมาสิคะ ฉันให้คุณพูดก่อน”
อติรุจตามมานั่งลงข้างตัวทรรศิกาพร้อมกับหย่อนขาลงไปในสระน้ำเลียนแบบเธอ
“ผมขอโทษสำหรับเรื่องเมื่อเย็น”
“ช่างเถอะ...ถึงยังไงคุณก็เลือกที่จะเชื่อคำพูดของคนอื่นมากกว่าคำพูดของฉัน”
“ไม่ใช่ผมไม่เชื่อคำพูดของคุณ แต่ผมไม่อยากให้คนอื่ขนมองว่าคุณว่าเป็นคนก้าวร้าว ไม่รู้จักเคารพผู้หลักผู้ใหญ่ เพราะถึงยังไงคุณกาญเขาก็อายุมากกว่าคุณตั้งเยอะ”
“พูดอย่างกับว่าเขาทำตัวให้น่าเคารพนักนี่”
“ถึงเขาจะทำตัวไม่น่านับถืออย่างที่คุณพูดจริง แต่คุณก็มีส่วนผิดที่ไปพูดจากับเขาแบบนั้น”
“ฉันยอมรับว่าฉันพูดจาไม่เหมาะสม แต่คุณก็ไม่ควรพูดจาหักหน้าฉันต่อหน้าพวกเขา แถมยังมาสั่งให้ฉันขอโทษเขาอีก”
“ผมถึงได้ขอโทษคุณไง”
“เอาเป็นว่าฉันยกโทษให้คุณ และก็ขอบคุณนะคะ”
“สำหรับอะไร!”
“สำหรับทุกอย่างที่คุณทำเพื่อฉันในวันนี้”
คิ้วของอติรุจขมวดยุ่งเพราะไม่เข้าใจว่าเธอหมายถึงอะไร
“ก็เมื่อตอนที่ฉันออกไปเอาอาหารที่รถคุณ คู่อริของฉันเขาเดินมาขอโทษ”
“คุณกาญมาขอโทษคุณ แล้วคุณมาขอบคุณผมทำไม”
“ก็เพราะฉันรู้ว่ายัยป้ามหาภัยนั่นคิดเองไม่เป็นน่ะสิ จะต้องมีคนไปพูดเตือนสติเขา แล้วจะมีใครที่ทำอย่างนั้นเพื่อฉันนอกจากคุณ”
อติรุจยิ้มอย่างอบอุ่นให้ทรรศิกาเป็นครั้งแรกพร้อมกับตั้งคำถาม “แล้วเมื่อเย็นคุณหายไปไหนมา”
“ฉันก็เอายาไปให้ลุงนพตามคำสั่งของคุณไง แล้วก็เลยไปดูอาการของแก้วด้วย”
“คุณรู้จักบ้านแก้วด้วยหรือ”
“ตอนแรกก็ไม่รู้จักหรอก แต่พอดีฉันเจอเด็กแว้นกลุ่มนั้น พวกเขาก็เลยพาฉันไปที่นั่น”
“แล้วอาการของแก้วเป็นไงบ้าง”
“ก็เป็นไข้ ปวดหัว ตัวร้อน ดีนะที่ฉันติดพวกยาแก้ไข้หวัดของคุณไปให้แก้วด้วย”
“คุณจ่ายยาอะไรให้แก้ว”
ทรรศิกาเอ่ยชื่อยาที่เอาไปให้แก้วก่อนจะพูดสรุปปิดท้ายว่า “ฉันเห็นคุณจ่ายยาพวกนี้ให้คนป่วยที่เป็นไข้หวัดมาตั้งกี่ครั้งแล้ว หัวสมองอัจฉริยะอย่างฉันจำได้ไม่มีพลาดหรอก และฉันก็บอกให้แก้วไม่ต้องมาทำงานจนกว่าจะหายดี คุณไม่ว่าอะไรใช่ไหมที่ฉันอนุญาตให้แก้วหยุดงานโดยพลการ”
“แล้วใครจะทำงานแทนแก้ว”
อติรุจปัดป้องพลางหัวเราะพลาง กว่าจะสามารถรวบร่างเล็กบางของภรรยาตัวแสบเข้ามาในอ้อมกอดได้ “ผมเปล่า...” เขาปฏิเสธเสียงกลั้นหัวเราะ “ผมแค่ขำ” “ขำอะไรคะ” เธอถามอย่างนึกสงสัยจริง ๆ “ก็ขำว่าเมียผมหึงได้แม้กระทั่งหนังสือ” เขาตอบ และทิ้งตัวลงนอน พร้อมดึงร่างเล็กของภรรยามาเกยอยู่บนอก “ไม่ได้หึงซะหน่อย” เธอปฏิเสธเสียงเข้ม แต่นวลแก้มแดงเรื่อ อติรุจเขี่ยจมูกรั้นเบา ๆ อย่างนึกเอ็นดู “งั้นเทย่าของผมเรียกว่าอะไร” “เขาเรียกว่า...รำคาญใจต่างหาก” คนตัวเล็กยังปากแข็งไม่ยอมรับให้เสียฟอร์มว่าเธอหึงเขาจริง ๆ แถมยังหึงหนังสือวิชาการพวกนั้นด้วย “เทย่า...เทย่า...เทย่า” อติรุจเรียกอย่างนึกเอ็นดู ทรรศิกาขมวดคิ้วยุ่งนึกสงสัยว่าทำไมเขาถึงเรียกชื่อเธอไม่หยุด “เรียกอยู่ได้ จะพูดอะไรก็พูดสิคะ” อติรุจยิ้ม ชะโงกไปจุมพิตริมฝีปากอิ่มแรงอย่างนึกหมั่นไส้ “ทำไมถึงได้น่ารักขนาดนี้” คราวนี้คนที่ถูกชมยิ้มหวาน ดวงตาคู่งามเป็นประกายวาววับ สะบัดผมไปด้านหลังเบา ๆ อย่างมั่นใจตัวเอง
เมื่อวันสำคัญของอติรุจและทรรศิกามาถึง สองหนุ่มสาวถูกปลุกให้ลุกขึ้นมาแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมตั้งแต่เช้ามืด เพื่อจะได้เริ่มพิธีทางศาสนาในตอนเช้า ในงานนี้จะมีแต่แขกระดับวีไอพีและญาติผู้ใหญ่คนสำคัญของทั้งสองฝ่ายเท่านั้นที่ได้เข้ามาร่วมเป็นสักขีพยาน หลังจากนั้นทั้งคู่มีเวลาพักเล็กน้อยก่อนจะต้องเริ่มเปลี่ยนเครื่องแต่งตัว และแต่งหน้าทำผมกันอีกครั้ง สำหรับเจ้าบ่าวใช้เวลาไม่นานเท่าไรก็จัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย แต่สำหรับเจ้าสาวนั้นต้องใช้เวลาในการแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมกันนานนับชั่วโมงกว่าจะเสร็จ เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยทรรศิกาก็ถูกปล่อยให้นั่งพักอยู่เพียงลำพัง ในขณะนั้นเองที่นับดาวเดินเข้ามาภายในห้องของโรงแรมซึ่งใช้เป็นห้องแต่งตัว “รู้ตัวไหมว่าเทย่าเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดในค่ำคืนนี้ และก็เป็นเจ้าสาวที่โชคดีที่สุดที่ได้แต่งงานกับเจ้าบ่าวที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อมอย่างหมอรุจ ดาวขออวยพรให้เทย่าและหมอรุจมีความสุขมาก ๆ และมีเจ้าตัวเล็กไว ๆ” “ผมเห็นด้วยกับความคิดของคุณดาวครับ คุณเทย่าสวยมากจริง ๆ ยิ่งอยู่ในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ด้วยแล้วย
หลังจากการแจกรางวัลอันทรงคุณค่าผ่านพ้นไป อติรุจและทรรศิกาได้ถอดหน้ากากเพชรออก เพื่อให้ทีมงานนำไปโชว์ก่อนที่จะนำกลับมาประมูล และคุณหญิงก็เดินมาหยุดยืนตรงกลางระหว่างสองหนุ่มสาว เพื่อเอ่ยขอบคุณแขกที่มาร่วมงานในค่ำคืนนี้ “ขอขอบคุณแขกผู้มีเกียรติทุกท่านที่สละเวลามาร่วมงานฉลองครบรอบห้าสิบปีของเรา หวังว่าทุกท่านจะพึงพอใจกับดีไซน์ของเครื่องประดับสุดหรูที่เรานำเสนอ และดิฉันขอถือโอกาสนี้แนะนำทรรศิกา เขมะสิริกุล ในฐานะผู้บริหารรุ่นใหม่ที่จะสานต่อสตาร์ไดมอนด์ให้มั่นคงต่อไปในอนาคตค่ะ” ทรรศิการู้สึกตกใจที่จู่ ๆ คุณย่าก็ประกาศให้เธอ เป็นผู้บริหารรุ่นต่อไปของสตาร์ไดมอนด์อย่างเป็นทางการต่อหน้าทุกคน นั่นหมายถึงคุณย่ายอมรับในความสามารถของเธอ “เราเปิดโอกาสให้ผู้บริหารรุ่นใหม่ได้กล่าวอะไรหน่อยดีไหมคะ” “เทย่าสัญญาว่าจะทุ่มเทแรงกายแรงใจ เพื่อทำหน้าที่บริหารสตาร์ไดมอนด์อย่างดีที่สุดให้สมกับที่คุณย่าไว้วางใจค่ะ ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ” “แขกผู้มีเกียรติท่านใดสนใจหน้ากากเพชรคู่นี้ก็ร่วมประมูลกับเราได้นะคะ เราจะนำเงินรายได้จากการประมูลไปบริ
“เฮ้อ! ในที่สุดเรื่องราวก็จบลงไปได้ด้วยดี หวังว่าคงไม่มีเรื่องทำนองนี้มาทำให้รุจกับเทย่าต้องผิดใจกันอีกนะคะ” “ไม่มีแน่นอนครับแม่ ครั้งเดียวก็เกินพอ นี่ขนาดผมระวังตัวแล้วนะยังพลาดจนได้ เทย่าถึงขนาดขอหย่าขาดจากผมเลย บอกตรงๆ เข็ดจนตาย” “พูดแล้วต้องทำให้ได้อย่างที่พูดนะคะ” ทรรศิกาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “แน่นอนอยู่แล้ว ผมมันเป็นพวกรักเดียวใจเดียวเหมือนพ่อ จริงไหมครับคุณพ่อ” อติรุจหันไปหาแนวร่วม “จริง!” อติเทพช่วยยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “รจหาฤกษ์แต่งงานให้รุจกับเทย่าได้แล้วนะคะน้าทิพย์ อีกสี่เดือนข้างหน้าค่ะ หวังว่าจะไม่กระชั้นชิดเกินไปนะคะ” “ช้าไปหรือเปล่าครับแม่ ผมเป็นคนใจร้อนอยากจะแต่งงานกับเทย่าซะวันนี้หรือพรุ่งนี้เลยด้วยซ้ำครับ” “มากไปพ่อคุณ” รสสุคนธ์เอ่ยปรามหลานชายตัวดี “เห็นใจกันหน่อยสิครับคุณยาย นอนคนเดียวมันเปล่าเปลี่ยวหัวใจ” ที่พูดเช่นนี้เพราะคุณย่าของทรรศิกาต้องการให้หลานสาวกลับไปอยู่กับตนเองจนกว่าจะเข้าพิธีแต่งงาน “แล้วที่ผ่านมาทำไมถึงนอนคนเดียวได้คะ เทย่าไม่เห็นว่
สายวันต่อมาอดุลย์ได้นำตัวอัญชิสาเดินทางมาเยี่ยมอติรุจที่โรงพยาบาล เพื่อต้องการมาเคลียร์เรื่องที่บุตรสาวของเขาได้ก่อไว้ เมื่อเปิดประตูเข้าไปภายในห้องก็พบว่าอติรุจมิได้อยู่ตามลำพัง แต่มีพ่อ แม่ ป้า และยายของเขา รวมถึงทรรศิกาและคุณหญิงทิพย์มณีอยู่ภายในห้องนั้นด้วย อดุลย์ทักทายทุกคนก่อนจะเอ่ยเข้าประเด็น “อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เราจะได้เคลียร์กันให้จบไปทีเดียวเลย” อัญชิสาทำความเคารพผู้ใหญ่ก่อนจะตวัดสายตาขุ่นเคืองมองไปที่ทรรศิกา เพราะยังรับไม่ได้ที่อีกฝ่ายเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของผู้ชายที่เธอหลงรัก “ผมต้องขอโทษทุกคนด้วยนะครับ ที่ลูกสาวของผมมาก่อเรื่องเดือดร้อน และทำให้วุ่นวายกันไปหมด” อดุลย์เอ่ยขอโทษทุกคนจากใจก่อนจะหันไปจ้องหน้าบุตรสาว “อัญต้องกราบขอโทษคุณลุง คุณป้า และพี่รุจด้วยนะคะ” อัญชิสาไม่ยอมเอ่ยชื่อทรรศิกาซึ่งถือเป็นมารศัตรูหัวใจคนสำคัญของตนเอง เพราะทำใจไม่ได้จริงๆ ที่ต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้แล้วยังจะต้องมาเอ่ยปากขอโทษอีก “เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นความเข้าใจผิดค่ะ ที่จริงแล้วอั
ในค่ำวันนั้นเอง ทรรศิกาขออยู่เฝ้าดูอาการของอติรุจที่โรงพยาบาล ทั้งที่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายพยายามพูดทัดทาน เพราะเห็นว่าหญิงสาวเพิ่งจะหายจากอาการบาดเจ็บ แต่ทรรศิกาก็ยังยืนยันคำเดิม ทำให้ทุกคนต้องยอมทำตามความต้องการของเธอ หญิงสาวนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงอติรุจจนเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว หลังจากนั้นไม่นานอติรุจก็เริ่มรู้สึกตัว เขาลืมตามองไปรอบๆ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างบอบบางคุ้นตาที่นั่งฟุบหลับอยู่ข้างตัว รอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย เขาเอื้อมมือไปลูบไล้แก้มนวลใสเรื่อยมาจนถึงริมฝีปากบางสีกุหลาบ สัมผัสที่อ่อนโยนของเขาปลุกทรรศิกาขึ้นจากนิทรา “คุณรู้สึกตัวแล้ว” เธอเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ทรรศิกาเข้าไปช่วยประคองให้อีกฝ่ายลุกขึ้นนั่ง จากนั้นก็ทรุดตัวลงนั่งข้างตัวเขา อติรุจยิ้มอย่างอ่อนโยนเมื่อเห็นแววตาที่ฉายชัดถึงความห่วงใยของทรรศิกา น้ำตาของหญิงสาวไหลอาบแก้มนวลใสอีกครั้ง “ยกโทษให้เทย่านะคะ เพราะเทย่าคุณถึงต้องเจ็บตัวแบบนี้” “ร้องไห้ทำไม ผมไม่ได้เป็นอะไรมากสักหน่อย อีกอย่างมันก็ไม่ใช่ความผิดของคุณหรอกนะเทย่า”







![คุณเลขากับสามีทิพย์ [ Comedy 18++]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)