Se connecter“อย่ามัวแต่มองอยู่เลยมึง เดี๋ยวก็ตายห่าพอดี ถ้าอยากมองนัก เดี๋ยวกูจะให้มองหรือยกให้เลย แต่ตอนนี้รักษาให้กูก่อน” รีบส่งช้องนางให้กิจ เมื่อรับตัวคนไข้มา กิจก็รู้ได้เลยทันทีว่าอาการหนักพอดู เพราะตัวร้อนราวกับไฟ
“ออกไปก่อน ฉันขอตรวจคนไข้โดยละเอียดก่อน”
เขาหันมาบอก รามันพยักหน้าเข้าใจ แล้วเดินออกมานั่งรอหน้าห้องตรวจ จากนั้นประมาณครึ่งชั่วโมง กิจก็เดินออกมาพร้อมกับนางพยาบาลที่เข็นร่างเล็กซึ่งยังไมได้สติไปยังห้องพักฟื้น
“เธอเป็นอะไรวะไอ้กิจ” รามันรีบเอ่ยถาม
“ถามได้ ก็เป็นไข้น่ะสิ ว่าแต่เธอเป็นใครวะ ทำไมแกถึงอุ้มมา”
เมื่อเห็นแววตาของกิจมองมาอย่างสงสัย และแววตานั้นก็มีประกายความสนใจในตัวของคนป่วย หัวใจแกร่งรู้สึกตงิด ๆ อย่างไม่พอใจ รีบเอ่ยขัดออกมาหยุดความคิดเพื่อนรัก เพราะยังไงเจ้าหล่อนก็ได้เจ้าชื่อว่าเมียเขา แต่ก็คงวางฟอร์มตอบเสียงแข็งทำเหมือนไม่สนใจ
“เมียกูเอง”
“เมียแก อย่ามาล้อเล่นน่า แกจะมีเมียได้ไง ฉันกับแกเป็นเพื่อนกันมาอายุเกือบจะสี่สิบอยู่แล้ว ฉันไม่เห็นแกจะสนใจผู้หญิงคนไหนสักนิด แถมยังไล่ตะเพิดไปหมด แล้วนี่ฉันไปต่างประเทศแค่อาทิตย์เดียว แกจะหาเมียได้เร็วขนาดนั้นเลยหรือไง บอกมาดีกว่าว่าเธอเป็นใคร” กิจถามกลับอย่างไม่เชื่อ
“ถ้าไม่เชื่อก็ไปดูทะเบียนสมรสที่บ้านฉันไปไอ้กิจ”
น้ำเสียงจริงจังของเพื่อนรัก ทำให้กิจหรี่ตาลง ไม่อยากจะเชื่อ แล้วเอ่ยถามอีกครั้งอย่างสงสัย
“แล้วมึงบอกว่าจะยกให้กูทำไม ถ้าเป็นเมียมึงจริงๆ”
“ก็เป็นเมียที่กูไม่ต้องการไง ก็แค่ผู้หญิงที่เห็นแกเงินคนหนึ่งที่ยอมแต่งงานเพราะเงิน ส่วนแต่งงานเมื่อไร ก็แต่งเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ตอนที่แกไปต่างประเทศนั่นล่ะ แล้วไม่ต้องถามว่าแต่งได้ยังไง ทำไมแกไม่รู้ ฉันก็รู้ว่าต้องแต่งงานแค่สามวันเท่านั้น นี่แม่ฉันคงไม่ยอมบอกแกกับพ่อแก หรือไม่ก็ช่วยกับปิดบัง เพราะหากแกรู้ฉันก็รู้ คงกลัวว่าฉันจะยกเลิกงานแต่ง”
รามันบอกด้วยน้ำเสียงเซ็งๆ โดยที่ธีรยุทธ์บิดาของกิจกับมาราดาของตนนั้นเป็นเพื่อนร่วมรุ่นกันมาเช่นเดียวกับเขาและกิจ
“จริงหรือวะ ผู้หญิงคนนี้เป็นเมียแกจริงๆ หรือวะ”
“เออสิ”
“ไอ้เวร แล้วมึงจะมายกให้กูทำไม มึงบ้าหรือไง”
“ก็บอกไปแล้วว่ากูไม่ต้องการ แล้วไม่ต้องมามองด้วยสายตาแบบนั้น แผลที่ท้องกูไม่ได้ทำ เธอทำตัวของเธอเอง” เขาเอ่ยเมื่อเห็นสายตาที่จับผิดของเพื่อนรัก พร้อมกับจ้องมองคนที่ทำให้วุ่นวายตลอดเวลา
“ทำไมแกพูดเหมือนรังเกียจเธอขนาดนั้นวะ ยังไงก็เป็นผัวเมียกันแล้ว แกน่าจะรักษาน้ำใจเธอหน่อยนะ ถ้าตื่นขึ้นมาได้ยิน เธอต้องเสียใจมากๆ แน่”
“ฉันไม่สน” ตอบเสียงเรียบ จนกิจถึงกับอึ้งในความเย็นชาของเพื่อนรัก
“แล้วยัยนี่จะหายเมื่อไร” รามันถามพร้อมจับจ้องไปที่คนป่วย
“ไม่กี่วันก็หาย” ต่อจากนั้นกิจก็ซักถามข้อสงสัยมากมาย เพราะแค่ตนไม่อยู่เพียงหนึ่งอาทิตย์เพื่อนรักยังมีเมียไปแล้ว แล้วนี่มีอะไรที่ตนไม่รู้อยู่อีกหรือไม่
“แกจะถามอะไรมากมายวะไอ้กิจ แค่รู้ว่ายัยนี่เป็นเมียที่ฉันไม่ต้องการก็พอแล้ว”
เช้าวันรุ่งขึ้นเปลือกตาบางลืมขึ้น จับจ้องไปยังต้นเสียงที่ดังปลุกให้ตื่นจากนิทรา ขมวดคิ้วเมื่อเห็นว่าต้นเสียงนั้นคือรามัน ซึ่งกำลังเดินไปเดินมาราวกับมีเรื่องทุกข์ใจ ใบหน้าคมเครียดขรึม จนนึกสงสัยไม่ได้ว่าเขาเป็นอะไร แล้วเขาคุยกับใครอยู่กัน“ผมยืนยันครับว่าน้ำนมของผมมีคุณภาพ ไม่ได้มีสิ่งเจือปนเป็นพิษต่อผู้บริโภค ทุกขั้นตอนสะอาดและได้มาตรฐาน ถ้าอยากจะเข้ามาตรวจเชิญเลยครับ แต่ผมก็ขอยืนยันว่าน้ำนมฟาร์มของผมมีคุณภาพ” พูดจบมือหนากดวางสายไป หยิบข่าวท้องถิ่นขึ้นมาอ่านอีกครั้ง ในนั้นมีชื่อฟาร์มของตนเด่นชัด“นมไร้คุณภาพ ฟาร์มอักษรย่อ อ ผู้บริโภคต่างร้องเรียน” ฟาร์มที่มีอักษรอออ่างอยู่ก็ไม่มีที่ไหนอีกแล้ว นอกจากฟาร์มอิศวเวช“ในข่าวมีอะไรหรือคะ นางเห็นคุณจ้องมันนานแล้ว” เธอเอ่ยถามอย่างเป็นห่วงรามันส่ายหน้าไปมา ไม่ยอมบอกว่าเกิดอะไรขึ้น ก่อนลุกก้าวออกจากโต๊ะทำงาน เขาไม่อยากทำให้เจ้าหล่อนนั้นพลอยเครียดไปด้วย หัวใจดวงโตมันรับรู้แล้วว่าหล่อนมีความสำคัญกับตนไม่น้อย ถึงจะยังไม่กล้าเปิดใจให้เข้ามาอยู่อย่างเต็มร้อย เพราะกลัวกับเหตุการณ์ครั้งก่อน แต่ก็รับรู้ดีว่าผู้หญิงคนนี้มีอิทธิพลต่อหัวใจแกร่งช้องนางไม
| บทที่ 8 ปัญหามาผจญ |หนึ่งเดือนเศษๆ แล้วที่ช้องนางถูกบังคับให้ขึ้นมานอนห้องด้านบน นอนเคียงข้างกับสามีหน้ายักษ์ ที่ชอบตีหน้านิ่งหน้าดุได้ตลอดเวลา แถมยังชอบทำหน้ามึน ทำเหมือนไม่รู้เรื่องอะไรหลังจากปลุกปล้ำเธอได้สำเร็จ หรือไม่ก็แสร้งทำเป็นละเมอ แล้วว่ามากกกอดเธอช้องนางต้องเบะปากใส่อย่างหมั่นไส้ ก็เขาจะบอกเธอหน่อยก็ไม่ได้ว่าที่พยายามปลุกปล้ำเธออยู่ทุกวันเพราะอยากจะมีหลานให้แม่อุ้ม มาทำเป็นฟอร์มตีหน้ามึน ให้เธอมารู้เองจากปากโรสแม่สามี และหล่อนยังได้รับรู้เรื่องราวความหลังของชายหนุ่ม บอกตรงๆ ว่าหล่อนไม่เคยคิดว่า เขาจะมีความหลังที่เจ็บปวดเช่นนี้“หนูรี หรือคะ”“ใช่จ้ะ หนูรี นี่เจ้ารามันยังไม่เล่าเรื่องของหนูรีกับยัยลินินให้หนูฟังอีกเหรอลูก” โรสร้องถามอย่างหนักใจ ป่านนี้แล้วทำไมลูกชายถึงไม่ยอมลืมความหลังครั้งเก่าสักที ไม่รู้ว่าจะจมอยู่กับความเจ็บปวดทำไม แล้วนี่เจ้าลูกชายจะปิดบังเมียตัวเองเรื่องนารีนาถหรืออย่างไร“คุณรามันไม่ได้เล่าอะไรให้หนูฟังเลยค่ะ” ช้องนางตอบเสียงเศร้าอย่างน้อยใจที่รามันนั้นไม่เคยเล่าเรื่องราวของเขาให้ฟังสักนิด หัวใจดวงน้อยกระตุกเจ็บแปลบ ก่อนครุ่นคิดว่าเคยได้ยินชื่อลินิ
เมื่อวางสายจากเพื่อนรักไป กิจก็หันมาสนใจคนที่กำลังนำเสื้อผ้าออกจากกระเป๋าใบหนา แล้วนำมาแขวนใส่ตู้ใบเล็ก ใบหน้าของเจ้าหล่อนมีแต่รอยยิ้ม ต่างจากเขาโดยสิ้นเชิง เพราะกำลังหงุดหงิดไม่น้อยที่หัวใจดวงโตนั้นเอนเอียงไปกับผู้หญิงตัวเล็กๆ คนนี้เสียแล้ว ตอนแรกกะว่าจะปฏิเสธเรื่องที่เจ้าหล่อนขอร้องให้พามาเที่ยวทะเล แต่พอเห็นแววตาหม่น เขาก็ต้องใจอ่อนเหมือนเช่นเคย“ไอ้กิจนี่แกหลงรักยัยนี่แล้วหรือไงวะ ทำไมถึงต้องอยากเห็นยัยนี่ยิ้ม” สบถเบาๆ ทุกครั้งที่ลิลลี่ส่งยิ้มมาให้ หัวใจดวงโตอิ่มเอม แถมยังรู้สึกหวงแหนรอยยิ้มนี้ ไม่อยากให้เจ้าหล่อนไปส่งยิ้มแบบนี้ให้ใคร“คุณกิจคะ คุณขับรถมาเหนื่อยๆ ไปอาบน้ำเถอะ เดี๋ยวลิลลี่จะเอาเสื้อผ้าของคุณเก็บใส่ตู้ให้เองค่ะ” หญิงสาวหันบอกหลังจากนำเสื้อของตนเก็บใส่ตู้เรียบร้อยแล้ว พลันยิ้มขอบคุณที่เขาพามาเที่ยวตามที่ร้องขอ“ครับ” ชายหนุ่มตอบก่อนจะเดินไปหยิบผ้าขนหนู แล้วเดินหายเข้าไปในห้องน้ำ ให้สายน้ำทำให้หายเหนื่อยจากการขับรถร่วมห้าชั่วโมง หลังจากนั้นอีกยี่สิบนาทีกิจก็ก้าวออกมา เดินตรงไปยังตู้เสื้อผ้า นำเสื้อผ้ามาผลัดเปลี่ยนพลางเหลือบมองหาคนที่ร่ำร้องอยากจะมาแต่ก็ไม่พบ แล้วรีบเ
“ฉันไม่เจอลินิน แล้วฉันก็ไม่รู้ว่าการกลับมาครั้งนี้ของไอ้ภู มันต้องการอะไร ฉันรู้เพียงว่ามันต้องไม่ใช่เรื่องดีแน่”เพราะยังจำคำอาฆาตของภูวดลได้เป็นอย่างดีว่า จะช่วงชิงขอทุกอย่างที่เป็นของเขา ให้ไปเป็นของตน แถมเหตุผลที่ภูวดลยอมถอย แล้วไปอยู่ต่างประเทศ ไม่ตามอาฆาตตนต่อ ก็เพราะตอนนั้นภูวดลนั้นได้ก่อคดีไว้หลายคดี ทั้งฉ้อโกงและประทุษร้ายคนอื่น เจ้าตัวจึงต้องหนีหลบไปอยู่ต่างประเทศ แต่ข่าวตอนนั้นกลับออกมาว่าเจ้าตัวหนีไปเปิดบริษัทเพิ่มที่โน่น หาใช่ฉ้อโกง จากนั้นไม่นานคดีความต่างๆ ก็ถูกยกฟ้อง เขาก็ไม่รู้เหตุผลเหมือนกันว่าทำไมคดีความต่างๆ ถึงถูกยกฟ้อง“แกก็ระวังตัวนะเพื่อน” กิจเตือนด้วยความเป็นห่วง รู้ดีว่าภูวดลนั้นทำได้ทุกอย่าง“เออ ฉันจะระวังตัว ว่าแต่แกทำไมเมื่อคืนถึงไม่ไปงานเลี้ยง”เมื่อเป็นฝ่ายถูกถามบ้าง กิจก็อ้ำๆ อึ้งๆ ไม่รู้ว่าจะตอบไปอย่างไร เหลือบไปมองคนที่ทำให้ตนไม่ได้ไปงานเลี้ยง ตอนนี้กำลังพับเสื้อผ้าเก็บเข้าตู้“ทำไมต้องอึกอักด้วยวะ ตกลงแล้วทำไมแกไม่ไปงานเลี้ยง”“เออ ฉันยุ่งอยู่ แค่นี้ก่อนนะ” พูดจบก็กดวางสายทันที ปล่อยให้รามันต้องสงสัยกับพฤติกรรมของเพื่อนรัก ก่อนจะหันกลับมาสนใจช้องนา
“ลงมา”พอรถจอดสนิทเสียงห้วนก็เอ่ยสั่ง หญิงสาวเงยหน้ามองสถานที่ที่เขาพามา ห้างสรรพสินค้า แล้วส่งสายตาเป็นเชิงคำถามว่าพาตนมาที่นี่ทำไม ก่อนรีบก้าวลงมาจากรถเมื่อโดนสั่งรอบสอง“พานางมาที่นี่ทำไมคะ”“ซื้อของ ที่เธอมีฉันไม่ชอบ”“อะไรคะ ที่นางมีแล้วคุณไม่ชอบ” เธอร้องถามอย่างไม่เข้าใจ อะไรที่เธอมีแล้วเขาไม่ชอบ แล้วทำไมเขาต้องไม่ชอบด้วย ยิ่งเขาพูด หล่อนก็ยิ่งไม่เข้าใจรามันไม่ได้ตอบคำถาม ได้แต่คว้าข้อมือเล็กให้เดินตาม พอเท้าหนาหยุดลง คิ้วบางก็ต้องขมวดเข้าหากันเป็นปม ก็ที่ที่เขามาหล่อนมาหยุดลงก็คือร้านชุดชั้นใน เขาพาเธอมาที่นี่ทำไม ไม่ทันจะร้องถามก็โดนฉุดเข้ามาในร้านเสียก่อน“พานางเข้ามาทำไมคะ นี่มันร้านชั้นในผู้หญิงนะคะ” ช้องนางร้องถามอย่างเขินอาย ใบหน้าแดงราวลูกตำลึง แล้วหลบสายตาเหล่าคนในร้านที่มองมา“ซื้อใหม่ซะ เอาที่ใส่ง่าย ถอดง่าย ที่มีอยู่มันถอดยาก สายอะไรไม่รู้เยอะแยะไปหมด เอาแค่สองสายก็พอ ขี้เกียจเสียเวลาถอด” บอกเสียงห้วนๆ ไม่ได้สะทกสะท้านหรือกระดากปากต่อสิ่งที่พูดมาสักนิด ต่างจากช้องนางที่อ้าปากค้างเมื่อได้ยิน ใบหน้าแดงก่ำ บ่นขมุบขมิบนึกต่อว่า‘คนบ้า พูดออกมาได้ไม่รู้จักอายคนอื่นบ้าง’
“ไม่เป็นไรครับ ผมชวนคุยเอง” ภูวดลรีบเดินไปขวางเอาไว้ ส่งแก้วไวน์ให้อีกครั้ง“ดื่มเป็นเกียรติที่เรารู้จักกันหน่อยสิครับ ไม่ต้องกลัวผมนะครับ ผมกับรามันเราเป็นเพื่อนรักกัน”เมื่อได้ยินเช่นนั้น ช้องนางก็ยกคิ้วสูง เม้มริมฝีปากครุ่นคิด จะรับแก้วไวน์มาดีไหม กลัวว่าถ้าหากเป็นเพื่อนของสามีจอมใจร้ายจริงๆ เกิดเสียมารยาทไป เดี๋ยวเขาก็พาลมาโมโหใส่อีก แต่ก็ติดที่ว่าไม่เคยเห็นว่าสามีพูดถึงเพื่อนที่ชื่อภูวดลสักครั้ง เท่าที่รู้เพื่อนรักของชายหนุ่มคือ หมอกิจเท่านั้น ริมฝีปากบางจึงต้องเอ่ยถามให้คลายสงสัย“คุณเป็นเพื่อนกับคุณรามันหรือคะ”“ใช่ครับ”เมื่อได้คำตอบยืนยันหนักแน่น เจ้าหล่อนก็รับแก้วไวน์นั้นมายกดื่มเป็นมารยาท โดยไม่รู้ว่าได้หลงกลภูวดลเสียแล้ว ฝ่ายภูวดลก็กระตุกยิ้มที่มุมปากอย่างมีแผนการ เขาพยายามชวนเหยื่อสาวคุยไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเห็นว่าใครคนหนึ่งเดินตรงลิ่วเข้ามาด้วยความร้อนรน มุมปากร้ายกาจยกสูงอีกครั้ง มือหนาออกแรกกระชากตัวของเหยื่อสาวที่ไม่รู้เรื่องเข้ามากกกอดช้องนางตกใจทำหน้าเหวอ พยายามดิ้นให้หลุดจากพันธนาการพร้อมส่งเสียงร้องถามอย่างไม่เข้าใจ“คุณจะทำอะไรนาง ปล่อยนางนะ มากอดนางทำไม”“ไม่ปล่อ
“อย่าไปสนเลยครับ ก็แค่ผู้หญิงหิวเงินคนหนึ่ง ยังไงก็ฝากดูด้วยนะครับ ผมขอไปดูที่ไร่ส้มก่อน” พูดจบ รามันก็เดินจากไป ปล่อยให้ลุงชอบงงงวยกับเรื่องทั้งหมดเมื่อรถจี๊ปถูกขับออกไป ลุงชอบก็หันมาหาคนงานใหม่ที่มีดีกรีเป็นถึงภรรยาเจ้าของไร่ แววตาคมนั้นสงสัยและไม่เข้าใจในหลายๆ เรื่อง แต่ก็เลือกที่จะเก็บความสงสั
เมื่อรอแล้วรออีกก็ไม่มีวี่แววว่าช้องนางจะออกมา รามันจึงเดินปึงปังเข้ามาในห้อง กวาดสายตามองหา เมื่อไม่พบก็ตรงดิ่งไปที่ห้องน้ำพร้อมกับผลักประตูให้เปิดออกอย่างแรง ริมฝีปากหนากำลังจะอ้าออกเพื่อเอ่ยต่อว่า แต่ก็ต้องอ้าค้าง เพราะตอนนี้ร่างกายของช้องนางนั้นมีเพียงบราเซียร์สีสวยและซับในตัวจิ๋วเท่านั้นภาพตร
“ได้ยินฉันถามหรือเปล่า ช้องนาง” เขากดตะคอกถามซ้ำช้องนางพยักหน้าตอบและนั่งก้มหน้างุดแบบเดิม ก่อนจะส่ายหน้าออกมาอีกครั้ง เมื่อเขาถามคำถามเก่า ทำให้รามันยิ่งโมโห เพราะคิดว่าเจ้าหล่อนไม่สนใจในสิ่งที่ตนถาม ที่สำคัญเขาไม่ชอบคนที่ถามแล้วไม่ตอบ มือร้อนกระชากแขนเล็กแล้วออกแรงบีบจนช้องนางร้องลั่นเพราะความเจ
“นี่มันแค่เริ่มต้นเท่านั้นนะแม่เศษดิน เธอต้องเจอความร้ายกาจของฉันอีกเยอะ” เอ่ยเสียงเข้ม ผลักให้เจ้าสาวออกห่าง ก่อนจะร้องถามหาทะเบียนสมรส“หมั้นแล้ว ไหนล่ะทะเบียนสมรสมันจะได้เสร็จเร็วๆ”ราเชนลอบถอนหายใจนับสิบครั้ง รู้สึกสงสารลูกสะใภ้ ไม่รู้ว่าจะรับมือลูกชายของตนได้หรือไม่ งานนี้มีหวังลูกสะใภ้ต้องน้ำ





![คุณหมอจองจำรัก [นิยายชุด จำยอมรัก 1]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

