LOGINตอนที่ 10
ไร่ผาหมอก
เช้านี้ภูวิศและรัญชิดาจะเข้าไปเล่าเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นระหว่างเขาและเธอให้ทุกคนในครอบครัวของภูวิศฟัง
“คุณท่านทั้งสองจะไม่โกรธรัญใช่ไหมที่ไม่มีอะไรสักอย่างในชีวิตคู่ควรกับพี่ภู”
หญิงสาวรู้สึกกลัวและไม่มั่นใจเพราะเธอรู้ตัวเองดีว่าทั้งฐานะ การศึกษาทุกอย่างเธอด้อยกว่าสามีของเธอ ครอบครัวของชายหนุ่มร่ำรวยก็คงอยากได้ลูกสะใภ้ที่มีทุกอย่างคู่ควรกับลูกชายไม่ใช่สาวชาวบ้านจน ๆ อย่างเธอแน่นอน
“ความรักอย่างไร รัญมีไม่น้อยไปกว่าใครมีมากกว่าผู้หญิงบางคนที่เคยผ่านเข้ามาในชีวิตของผมอีก รัญอย่ามองครอบครัวของผมแย่อย่างนั้น คุณพ่อคุณแม่ท่านรู้ดีว่ารัญรักผมมากแค่ไหน”
หญิงสาวผู้รู้สึกว่าตัวเองต่ำต้อยด้อยค่าฟังแล้วก็รู้สึกใจชื้นขึ้นมาบ้าง ก่อนที่ภูวิศจะกลับมากรุงเทพเพื่อบอกเรื่องเธอกับครอบครัว ชายหนุ่มเคยเล่าถึงครอบครัวของเขาให้ฟังจึงทำให้เธอแอบกลัวว่าทุกคนจะไม่ต้อนรับเธอในฐานะลูกสะใภ้
“ภูไปบอกอะไรแฟนลูกไว้หรือเปล่าตั้งแต่มาถึงพ่อยังไม่เห็นหนูรัญจะยิ้มแย้มสักนิด ทำท่าเหมือนว่ากลัวพ่อกับแม่เสียเหลือเกิน”
อรัญพูดไปหัวเราะไปที่เห็นท่าทางของลูกสะใภ้ดูเหมือนลูกไก่ตัวเล็กที่กำลังกลัวเมื่อต้องมาอยู่ในฝูงราชสีห์
“คุณพ่อแซวแบบนี้ รัญก็ยิ่งกลัวเข้าไปใหญ่”
ภูวิศเอื้อมมือมาจับมือของคนรักไว้แน่นเพื่อให้อีกฝ่ายคลายความกังวลลง
“เรื่องราวมันก็ผ่านเลยมาถึงขั้นนี้แล้วคงไม่มีอะไรต้องกลัวกันอีก เราทุกคนเป็นครอบครัวเดียวกัน เธอก็เลิกคิดกังวลเสียทีนะว่าฉันกับคุณอรัญจะรังเกียจเธอ ตลอดเวลาสองปีที่ภูต้องทอดทิ้งเธอกับลูกมาเพราะอุบัติเหตุถ้าเธอไม่รักลูกชายฉันจริงคงหาทางเลือกใหม่ให้ชีวิตไปแล้วแต่นี่เธอก็ยังเอาตัวเองมาอยู่ใกล้กับสามีที่จำเธอไม่ได้แบบนี้ ฉันนับถือใจเธอจริง ๆ ถึงแม้ว่าเธออาจจะบอกว่าที่เธอมาที่นี่เพราะโกรธและอยากจะมาเอาคืนลูกชายฉันแต่ฉันไม่เชื่อหรอกนะ ผู้หญิงเรารักมากก็โกรธมากเป็นธรรมดาเธอรักถึงได้ไม่ไปไหน ทุกอย่างเป็นแบบนี้ฉันดีใจนะ พรุ่งนี้เราจะไปรับหลานชายฉันมาอยู่ที่นี่พร้อมหน้ากัน”
รัญชิดาลุกมานั่งพับเพียบก้มลงกราบพ่อแม่สามีด้วยหัวใจที่ซาบซึ้งในความเมตตาของคนทั้งคู่
“ชีวิตของรัญไม่มีอะไรที่มีค่าเป็นเพียงผู้หญิงที่เกิดและเติบโตมาจากครอบครัวที่แสนยากจน มีการศึกษาได้ก็เพราะอาศัยทุนการศึกษาและได้รับความเมตตาจากแม่เลี้ยงเจ้าของไร่ผาหมอกที่คอยช่วยเหลือทุกอย่าง ความจริงทุกอย่างถูกเปิดเผยแบบนี้รัญก็สบายใจและดีใจเป็นที่สุดที่ทั้งสองท่านและคุณพิมเมตตาในตัวรัญแต่ที่รัญคงทำให้ท่านทั้งสองไม่ได้คือการพาผาหมอกมาอยู่ที่นี่ แม่เลี้ยงมีบุญคุณกับรัญและลูกมาก รัญขอกลับไปดูแลท่านและเลี้ยงผาหมอกอยู่ที่ไร่นะคะ”
อำภาถึงแม้จะไม่เห็นด้วยและเสียใจที่จะไม่ได้มีโอกาสเลี้ยงหลานชายของเธอแต่ความเป็นผู้ใหญ่ เธอเข้าใจดีว่าความกตัญญูคือสิ่งที่สำคัญที่สุด
“ฉันเข้าใจถึงแม้จะเสียใจก็ตามแต่เอาเป็นว่าเธอเป็นแม่ตัดสินใจแบบไหนก็แบบนั้น ภูล่ะลูกต้องตามไปอยู่กับเมียกับลูกไหม”
ชายหนุ่มยังไม่ทันจะคิดคำตอบก็ถูกภรรยาแย่งตอบเองเสียก่อน
“พี่ภูจะอยู่ที่นี่ค่ะ รัญไม่อยากให้คุณท่านทั้งสองไม่สบายใจเพราะพี่ภูต้องไปอยู่ไกลแบบนั้น ตลอดเวลาที่ผ่านมารัญกับลูกดูแลตัวเองกันได้คงไม่มีอะไรต้องเป็นห่วง ไว้มีเวลาว่างรัญจะหาเวลาพาผาหมอกมาที่กรุงเทพบ่อย ๆ หรือถ้าทุกคนคิดถึงอยากไปหาก็ไปได้ตลอดเวลาค่ะ”
อำภาส่งยิ้มอย่างชื่นชมในตัวลูกสะใภ้ที่นั่งอยู่ตรงหน้าเธอ มันเป็นความชื่นชมที่ออกมาจากหัวใจของหญิงชราผู้เป็นแม่สามีอย่างจริงใจ
“ลูกชายฉันเลือกคนไม่ผิดจริง ๆ เธอเป็นผู้หญิงที่เก่งเป็นเมียที่ดีและเป็นแม่ที่รักลูก เธอถึงได้เข้าใจความรู้สึกของฉัน”
อำภาแอบกังวลใจมาตลอดตั้งแต่รู้เรื่องราวทั้งหมด เธอกลัวว่าลูกชายของเธอจะต้องไปอยู่ไกลสายตาอีกแล้ว ครั้นจะห้ามจะรั้งก็คงไม่ได้เพราะทุกคนต่างก็อยากอยู่กับครอบครัวกันทั้งนั้น พอมาได้ยินลูกสะใภ้พูดแบบนี้ก็รู้สึกสบายใจและชื่นชมในความเสียสละของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นเมีย
“กำลังมีความสุขกันอยู่ดี ๆ ใครพาดึงมาดรามาแบบนี้ ทำอย่างกับว่าการเดินทางสมัยนี้มันยาก เครื่องบินแป๊บเดียวก็ถึงแล้ว”
อรัญพูดแทรกขึ้นมาเพราะไม่อยากให้บรรยากาศดูจริงจังจนเกินไป
“หนูรัญ ฉันกับอำภาคุยกันไว้แล้วว่าจะไปสู่ขอหนูกับพ่อแม่ให้ถูกต้อง ถึงจะมีลูกด้วยกันแล้วก็ต้องทำ เธอไม่ต้องมาเกรงใจฉันด้วยนะถือว่าตกลงตามนี้”
ภูวิศและรัญชิดาต่างก้มกราบในความเมตตาของผู้ใหญ่ทั้งคู่ที่มีให้กับพวกเขาทั้งสองคน
งานแต่งงานถูกจัดขึ้นอย่างสมฐานะของฝ่ายเจ้าบ่าว พ่อแม่ของเจ้าสาวหน้าชื่นตาบานไปตามกันที่สุดท้ายรัญไม่ต้องเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวที่ถูกสามีทิ้งอีกต่อไป
ราตรีมีความสุขที่สุดที่ทุกอย่างลงตัว เธอไม่อยากเห็นใครต้องผิดหวังเพราะความรักอีกแล้ว เหมือนตัวเธอที่ต้องสูญเสียคนรักในคืนก่อนแต่งงานไปเพียงเพราะเธอเข้าใจเขาผิดจนเขาต้องประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตจากเธอไปตลอดแบบนี้
ผาหมอกเด็กน้อยในวัยหนึ่งปีกว่าไม่ยอมอยู่กับแม่แต่กลับไม่ยอมห่างจากคุณป้าราตรี ทางเลยสะดวกพ่อและแม่มีเวลาได้จู๋จี๋กันสมดังใจ
“พรุ่งนี้พี่จะกลับแล้ว กลับมาที่นี่คราวหน้าอยากได้ข่าวดีว่าผาหมอกมีน้องแล้วจัง”
รัญชิดายังไม่ทันจะตอบอะไรก็ถูกร่างสูงสามีแสนหื่นของเธอลงมือปั๊มลูกอีกคนทันที
“พี่ภู เอาแรงมาจากไหนนักคะ เช้าแล้วนะยังจะ....อีก”
ยกแรกผ่านไปยกสองก็ตามมาเมื่อแสงของพระจันทร์ต่ำลงพระอาทิตย์กำลังจะโผล่พ้นขอบฟ้า
สามีภรรยาที่ต้องผลัดพรากจากกันมานานหลายปีกลายเป็นข้าวใหม่ปลามันที่โหยหาคิดถึงกันแทบจะขาดใจ เดือนแรกของการกลับมาอยู่ที่ไร่ผาหมอกเต็มตัวของรัญชิดา ภูวิศแทบจะไม่เคยทิ้งเธอกลับกรุงเทพไปเกินห้าวันเลยสักครั้ง อำภาและอรัญต่างพากันลุ้นว่าต้องมีหลานเพิ่มอีกหนึ่งคนในเร็ว ๆ นี้แน่ ๆ
“คุณหมอครับ ภรรยาผมท้องใช่ไหม”
ภูวิศรีบพาภรรยามาหาหมอทันทีที่ประจำเดือนมาไม่ตรงเวลาเพียงแค่ครึ่งเดือนเท่านั้น
“ใช่ครับ ตอนนี้อายุครรภ์4 สัปดาห์แล้ว”
คุณพ่อลูกสองดีใจกระโดดหอมแก้มภรรยาต่อหน้าคุณหมออย่างไม่เขินอายจนคุณหมอเองก็อดยิ้มไปด้วยไม่ได้
ข่าวดีนี้เป็นข่าวดีที่ไม่ใช่แค่คุณพ่อเท่านั้นที่ดีใจ คุณปู่และคุณย่าก็ดีใจไม่ต่างกันเพราะหลานคนนี้ตกลงกันไว้ล่วงหน้าแล้วว่าต้องอยู่ที่กรุงเทพเท่านั้น
“หลานคนนี้ต้องอยู่กับปู่ย่านะ ส่วนพ่อกับแม่ถ้าอยากเลี้ยงลูกอีกคนก็ไว้ทำเพิ่มกันเองแล้วกัน”
รัญชิดาหน้าแดงเป็นลูกตำลึงเมื่อถูกพ่อสามีแซวแบบนี้เพราะเธอเองก็คิดว่าสามีของเธอคงไม่ยอมปล่อยให้ท้องเธอมีโอกาสได้ว่างแน่ ๆ
กรุงเทพ- เหนือ กลายเป็นระยะทางที่ดูไม่ไกลไปแล้วสำหรับภูวิศเพราะเขาเดินทางไปมาตลอดเพื่อหาภรรยาและลูก ราตรีเห็นแล้วก็อดสงสารไม่ได้จึงยอมให้ผาหมอกไปอยู่กับปู่และย่าที่กรุงเทพในบางเดือนโดยให้รัญชิดาตามไปดูแลลูกด้วย
หลานชายคนเดียวของตระกูลยิ่งโตยิ่งน่ารักและเป็นหัวแก้วหัวแหวนของคุณย่าด้วยใบหน้าที่ถอดย่ามาอย่างไม่มีผิดเพี้ยน
“ผมมีความสุขมากที่เห็นครอบครัวของเรามีความสุขแบบนี้ ขอบคุณรัญที่อยู่เคียงข้างผมในทุกช่วงเวลา”
อ้มกอดที่อบอุ่นที่สุดยังคงกอดภรรยาไว้แน่นถึงแม้ตอนนี้จะโอบได้ไม่มิดอีกแล้วเพราะลูกคนที่สองเหลือแค่เพียงเดือนเดียวก็จะได้มาเจอหน้ากับทุกคนในครอบครัว
“รัญเองก็ขอบคุณ ที่อ้อมกอดของพี่ภูยังคงอบอุ่นและปลอดภัยเสมอ อ้อมกอดที่รักษาสัญญากลับมาหารัญกับลูกถึงแม้มันอาจจะช้าไปหน่อยแต่สุดท้ายพี่ก็กลับมาตามสัญญาที่ให้ไว้”
ลมหนาวพัดผ่านมาอีกครั้งแต่ครั้งนี้หญิงสาวไม่ต้องนั่งรอใครอีกแล้วเพราะผู้ชายที่จากไปเขากลับมาอยู่เคียงข้างเธอและดูแลลูกชายตามที่ได้สัญญาไว้
บ้านหลังใหม่ที่ภูวิศสร้างให้พ่อกับแม่ของภรรยาเสร็จแล้ว ทั้งคู่รอคลอดลูกสาวก่อนและจะพาหลาน ๆ ไปหาตากับยาย ชีวิตของผู้หญิงบ้าน ๆ จน ๆ คนหนึ่ง วันนี้รัญชิดามีความสุขที่สุด เธอเลือกคนไม่ผิด ภูเวศเป็นสามีที่แสนดีเป็นพ่อที่น่ารักและยังเป็นลูกเขยที่น่าภูมิใจ
ความรักของคนทั้งคู่เริ่มต้นจากความหวานชื่นของความรักในวัยหนุ่มสาวและเกือบต้องพังลงเพราะอุบัติเหตุไม่คาดฝันบวกกับความเข้าใจผิดและไม่เข้มแข็งของหัวใจแต่...ทั้งสองคนก็ฝันฝ่าอุปสรรคต่าง ๆ มาได้เพราะความรักที่มั่นคงถึงแม้ว่าความทรงจำจะหายไปก็ตาม เรื่องราวร้าย ๆ ที่เกิดขึ้นทั้งหมดเป็นดั่งขวากหนามที่ทั้งคู่ต้องฟันฝ่าเพื่อกลิ่นหอมของชัยชนะอันเป็นรางวัลแห่งรักแท้ที่มั่นคง
จบบริบูรณ์
พบกับเรื่องต่อไป พรากรักกาวใจ
“แก้มเปลี่ยนไปหรือใจหยกกันแน่ที่ไม่เหมือนเดิม”
ไม่มีใครอยากถูกพรากจากคนที่ตัวเองรักและความรักที่ดีไม่จำเป็นต้องเลือกทำร้ายใคร
สองมือที่จับกันแน่นพอจะเป็นกาวใจที่ไม่มีใครมาแยกออกจากกันได้
****นอกจากสองมือนั้นจับกันไม่แน่นพอ***
ปะหนัน
ตอนที่ 2ฝืนใจ แก้มใสคิดว่าการไปกินข้าวกับครอบครัวของคนรักเกิดขึ้นแค่เพียงครั้งเดียวก็เกินพอเพราะเธอกลัวจะเผลอควบคุมความรู้สึกไม่ได้แต่ถึงแม้จะไม่ได้ไปกินข้าวพร้อมหน้าครอบครัวแต่แก้มใสก็ได้มีโอกาสกินข้าวกับหลิวและบิดาของหยกอีกหลายครั้งเพราะทั้ง สองคนจะแอบมาหาหยกที่หอพักอยู่บ่อย ๆ “แก้ม....หยกอยากจะแต่งงานทันทีที่เราเรียนจบ พ่อกับแม่ของแก้มจะว่าอะไรไหม” ชายหนุ่มถามแฟนสาวด้วยความกังวลเพราะตั้งแต่ทั้งคู่ คบกันหยกเคยเจอพ่อกับแม่ของคนรักไม่ถึงสิบครั้งแต่ก็มีหนึ่งครั้งที่หยกได้ไปที่บ้านของแก้มที่ต่างจังหวัดและอยู่ที่นั่นเกือบสัปดาห์ “อย่าถามว่าพ่อกับแม่แก้มจะว่าอะไรไหมกลับไปคุยกับแม่ของหยกให้แน่ใจดีกว่า แก้มไม่อยากไปบอกพ่อกับแม่และส
ตอนที่ 1จุดเริ่มต้นของครอบครัว “หยกแน่ใจหรือยังถึงได้คิดจะมาชวนแก้มไปบ้าน แม่หยกจะไม่แหกอกแก้มแน่นะ” แก้มใสลูกสาวข้าราชการครูชั้นผู้น้อยเธอเข้ามาเรียนในกรุงเทพจนได้พบรักกับหยกลูกชายคนเล็กของตระกูลเลิศรัตนโสภาซึ่งเป็นครอบครัวที่มีเชื้อสายของชาวจีนแผ่นดินใหญ่ตั้งแต่ครั้ง บรรพบุรุษผู้ก่อสร้างโรงสีจนตอนนี้พัฒนามากลายเป็นโรงงานผลิตและส่งออกสินค้าทางเกษตรทุกชนิดของเมืองไทยไปยังประเทศในแถบเอเซียและยุโรป นอกจากนี้ครอบครัวของหยกกำลังขยายกิจการรับซื้อผลผลิตทางการเกษตรอื่นตามชนบททางภาคเหนือเพื่อนำมาแปรรูปส่งออก “หยกก็ไม่ได้แน่ใจขนาดนั้นก็แค่อยากเริ่มพาแก้ม เข้าไปทำความรู้จักกับครอบครัวของหยกในฐานะเพื่อนสนิทก่อนแล้วพอสอบเสร็จ เราค่อยไปบอกความจริงทั้งหมดกัน”
ตอนที่ 10ไร่ผาหมอก เช้านี้ภูวิศและรัญชิดาจะเข้าไปเล่าเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นระหว่างเขาและเธอให้ทุกคนในครอบครัวของภูวิศฟัง “คุณท่านทั้งสองจะไม่โกรธรัญใช่ไหมที่ไม่มีอะไรสักอย่างในชีวิตคู่ควรกับพี่ภู” หญิงสาวรู้สึกกลัวและไม่มั่นใจเพราะเธอรู้ตัวเองดีว่าทั้งฐานะ การศึกษาทุกอย่างเธอด้อยกว่าสามีของเธอ ครอบครัวของชายหนุ่มร่ำรวยก็คงอยากได้ลูกสะใภ้ที่มีทุกอย่างคู่ควรกับลูกชายไม่ใช่สาวชาวบ้านจน ๆ อย่างเธอแน่นอน “ความรักอย่างไร รัญมีไม่น้อยไปกว่าใครมีมากกว่าผู้หญิงบางคนที่เคยผ่านเข้ามาในชีวิตของผมอีก รัญอย่ามองครอบครัวของผมแย่อย่างนั้น คุณพ่อคุณแม่ท่านรู้ดีว่ารัญรักผมมากแค่ไหน” หญิงสาวผู้รู้สึกว่าตัวเองต่ำต้อยด้อยค่าฟังแล้วก็รู้สึกใจชื้น
ตอนที่ 9ค่ำคืนของความคิดถึง “เย็นนี้ไปหาอะไรกินกันนะ” เจ้านายเอ่ยชวนเลขาด้วยน้ำเสียงที่คนฟังถึงกับรู้สึกวูบวาบไปหมดทั้งตัว สัมผัสที่เขามอบให้เธอทำให้คืนวันอันแสนหวานกลับมาอีกครั้งแต่รัญชิดาไม่รู้ว่าเธอควรที่จะบอกความจริงทั้งหมดที่ชายหนุ่มตรงหน้าจำไม่ได้ดีไหมเพราะถ้าเขาไม่เชื่อเธออาจจะกลายเป็นผู้หญิงหน้าเงินที่เอาลูกมาอ้างว่าเป็นลูกของเขาก็ได้ ร้านอาหารสุดแสนจะโรแมนติกติดริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาในคืนเดือนเพ็ญพระจันทร์เต็มดวง รัญชิดาอดคิดถึงความรักของเขาและเธอที่หวานชื่นในทุกคืนวันที่ไร่ผาหมอกไม่ได้ “คิดอะไรอยู่” ชายหนุ่มถามขึ้นเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายมองไปที่สายน้ำที่อยู่เบื้องหน้าส่งยิ้มอย่างมีความสุขเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่าง&n
ตอนที่ 8อยู่เคียงข้าง ความเหนื่อย ความเพลียทำให้รัญชิดาสาวน้อยผู้ร้องไห้มาอย่างหนักหน่วงเผลอหลับไปมารู้ตัวอีกทีก็เพราะมีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น “พิมเอง วันนี้ไม่ต้องไปทำงานนะพี่ภูฟื้นแล้ว เธอมาเฝ้าเขาแทนฉันหน่อยตั้งแต่เมื่อคืนฉันยังไม่ได้อาบน้ำ กินข้าวเลย” “ได้ ๆ ค่ะคุณพิม” สาวสวยร่างเล็กกระโดดลงจากเตียงนอนด้วยความดีใจที่ได้ข่าวว่าคนรักของเธอฟื้นแล้ว โรงพยาบาลอยู่ไม่ไกลจากบ้านของรัญชิดาและตอนนี้ก็ไม่ใช่เวลาที่คนกำลังไปทำงานบนท้องถนนจึงสัญจรได้สะดวกใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงหญิงสาวก็พาตัวเองมาถึงโรงพยาบาล “เตรียมกระเป๋ามาด้วยดีเลย คืนนี้เธออยู่เฝ้าพี่ภูได้ใช่ไหม ฉันจะได้พัก
ตอนที่ 7กลับมานะ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่อยู่ในสายตาของพิมมี่โดยตลอด เธอเลือกที่จะไม่บอกมารดาเพราะอยากเห็นพี่ชายมีความสุข “รัญ ฉันรู้เรื่องเธอกับพี่ภูนะ ไม่ต้องกลัวว่าฉันจะว่าอะไรแค่อยากขอเธอว่าอย่าทำให้พี่ชายฉันต้องเสียใจได้ไหม พี่ภูผ่านเรื่องร้าย ๆ มาตลอดหลายปีที่ผ่านมา ฉันไม่อยากเห็นเขาต้องเจ็บอีก” “ค่ะ คุณพิมแต่...รัญไม่รู้เรื่องที่ผ่านมาของคุณภูเลยนะคะ” รัญชิดากำลังจะถามต่อแต่ถูกขัดด้วยเสียงเจื้อยแจ้วของละอองที่เดินตามเจ้านายเข้ามาถึงในห้องน้ำ “คุณพิมคะ วันนี้จะรับน้ำส้มหรือน้ำฝรั่งดีคะ” “ตามเข้ามาถามถึงในนี้เลยนะ เอาเป็นว่าเอามาทั้งสองอย่างก็ดี&rd







