LOGINตอนที่ 8
อยู่เคียงข้าง
ความเหนื่อย ความเพลียทำให้รัญชิดาสาวน้อยผู้ร้องไห้มาอย่างหนักหน่วงเผลอหลับไปมารู้ตัวอีกทีก็เพราะมีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น
“พิมเอง วันนี้ไม่ต้องไปทำงานนะพี่ภูฟื้นแล้ว เธอมาเฝ้าเขาแทนฉันหน่อยตั้งแต่เมื่อคืนฉันยังไม่ได้อาบน้ำ กินข้าวเลย”
“ได้ ๆ ค่ะคุณพิม”
สาวสวยร่างเล็กกระโดดลงจากเตียงนอนด้วยความดีใจที่ได้ข่าวว่าคนรักของเธอฟื้นแล้ว
โรงพยาบาลอยู่ไม่ไกลจากบ้านของรัญชิดาและตอนนี้ก็ไม่ใช่เวลาที่คนกำลังไปทำงานบนท้องถนนจึงสัญจรได้สะดวกใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงหญิงสาวก็พาตัวเองมาถึงโรงพยาบาล
“เตรียมกระเป๋ามาด้วยดีเลย คืนนี้เธออยู่เฝ้าพี่ภูได้ใช่ไหม ฉันจะได้พักผ่อนและทำงานบ้าง ตั้งแต่กลับมาจากต่างประเทศงานสุมเต็มไปหมด บ่าย ๆ คุณพ่อกับคุณแม่จะเข้ามานะ”
พิมคว้ากระเป๋าสะพายเตรียมจะเดินทางกลับ สองพี่น้องมองสบตากันอย่างมีความสุขดูมีอะไรมากกว่าการที่พี่ชายของเธอฟื้นขึ้นมาสร้างความสงสัยให้กับรัญชิดาที่ยืนอยู่ข้างเตียงคนป่วยแต่เธอก็ไม่กล้าพอที่จะแสดงความสงสัยให้ทั้งคู่รู้
“กลับก่อนนะคะพี่ภู วันนี้พี่ชายพิมคงหายไวขึ้นแน่ ๆ เพราะกำลังใจดี”
น้องสาวโน้มตัวก้มลงกอดพี่ชายแววตาของเธอดูมีความสุข อิ่มเอมมองหน้าเลขาของภูวิศเหมือนมีอะไรบางอย่างอยู่ในใจที่ทำให้สองพี่น้องต่างดูมีความสุขมากกว่าทุกวัน
“เจ็บแผลไหมคะ คุณหมอบอกว่าเป็นอย่างไรบ้าง”
คนเฝ้าพยายามชวนคนป่วยคุยเพราะตอนนี้เธอรู้สึกเขินกับสายตาที่ถูกมอง ใบหน้าของภูวิศมีรอยยิ้มที่ดูกรุ่มกริ่มแบบที่รัญเองไม่เคยเห็นมาก่อน
“เจ็บนิด ๆ แต่คุณหมอบอกว่าไม่เป็นอะไรแล้วพรุ่งนี้น่าจะได้กลับบ้าน ถามแบบนี้ไม่อยากเฝ้าผมใช่ไหม”
ชายหนุ่มพูดเหมือนน้อยใจแต่ใบหน้ายังคงมองเลขาตรงหน้ายิ้มไม่ยอมหุบเหมือนเดิม
“มีอะไรหรือเปล่าคะ ตั้งแต่รัญมาเห็นพี่ภูเอาแต่นอนยิ้มมองหน้ารัญเหมือนมีอะไรพิเศษ”
คนป่วยไม่ตอบแต่กลับจับมือของคนเฝ้ามาวางไว้ที่อกของเขา ดวงตาคมเข้มหลับลงภายใต้รอยยิ้มเหมือนว่ากำลังมีความสุขมากมายเหลือเกิน
รัญชิดารู้ว่าถามไปก็คงไม่ได้คำตอบอะไร เธอคิดว่าคงไม่มีอะไรมากตอนนี้เขากำลังชอบเธอคงดีใจที่เธอมาเฝ้าก็เท่านั้น
ช่วงบ่ายพ่อและแม่ของภูวิศมาเยี่ยม เลขาสาวจึงขอตัวลงไปเดินเล่นข้างล่างเพราะอยากให้ครอบครัวได้อยู่กันแบบส่วนตัว
“เลขาลูกมาแล้ว ถ้าอย่างนั้นพ่อกับแม่กลับก่อนแล้วกัน พรุ่งนี้เจอกันที่บ้านนะลูกชาย”
อำภาหันไปคุยกับคนป่วยก่อนที่จะหันมาจับมือเลขาของลูกที่เพิ่งเดินเข้ามาถึง
“ฝากภูด้วยนะ ขอบใจหนูมากที่อยู่เคียงข้างลูกชายฉัน ชีวิตคนเรามันเกิดเรื่องไม่ขาดฝันได้เสมอ ไม่มีอะไรแน่นอนจริง ๆ ”
ตลอดเวลาของการเฝ้าเจ้านายที่เป็นมากกว่าเจ้านายมีอะไรให้หญิงสาวรู้สึกระแวงไปหมดเหมือนทุกคนกำลังมีอะไรปิดบังเธอ
ภูวิศช่วยเหลือตัวเองได้ปกติแต่พอเห็นเลขาตัวเล็กหน้าตาน่ารักมาดูแลก็ทำตัวเหมือนว่ามือไม้อ่อนแรงทำอะไรไม่ได้สักอย่างแม้แต่เข้าห้องน้ำ
“จะไปไหน ปล่อยมือผมแบบนั้นถ้าล้มไปจะทำอย่างไร”
กางเกงก็หลุดลงมาอยู่ตรงสะโพกแล้วเจ้าของร่างใหญ่ก็ยังจะไม่ยอมให้อีกฝ่ายปิดประตูทิ้งไว้ในห้องน้ำอีก
“พี่ภู! ตกลงไม่อายใช่ไหม รัญจะได้หันไปดูให้ชัด ๆ ไปเลย”
ความเป็นสามีภรรยาที่ห่างหายจากกันมาสองปีกว่าทำให้รัญชิดาไม่กล้าพออย่างที่พูดแต่เธอแค่เพียงตั้งใจจะท้าทายอีกฝ่ายเท่านั้น
“ผมไม่อายเพราะมากกว่านี้ก็....”
หญิงสาวเผลอตัวหันมาดูหน้าคนพูดเมื่อรู้สึกว่าอีกฝ่ายกำลังจะจำเรื่องราวในอดีตได้
“หันไปเลย ฉี่ไม่ออกแล้ว”
ภูวิศรีบโวยวายทันทีเมื่อรู้ตัวว่าเผลอพูดมากไปแล้ว อีกฝ่ายก็หลงกลรีบหันหน้ากลับไปเพราะอายที่ตัวเองเป็นผู้หญิงมายืนดูผู้ชายเข้าห้องน้ำแบบนี้
คนป่วยกลับบ้านแล้ว ภูวิศพักฟื้นที่บ้านเพียงแค่สองวันก็กลับไปทำงานเหมือนเดิม
“คิดถึงรัญจัง”
เจ้านายขี้อ้อนเดินมาจากทางด้านหลังและลักหอมแก้มใสของรัญชิดาโดยที่เธอไม่รู้ตัว
“พี่ภู! ทำอะไรเดี๋ยวคนอื่นมาเห็นเข้ามันจะไม่ดีนะคะ”
คนถูกหอมตกใจรีบหันตัวไปใช้มือเล็กฟาดลงที่แขนของคนฉวยโอกาสอย่างแรง
“การที่เรารักใครสักคนแล้วเราแค่แสดงออกมาไม่เห็นต้องอายใคร”
ชายหนุ่มคว้ามือที่ตีเขาเพื่อดึงสาวสวยร่างเล็กเข้ามากอดแนบชิดกับตัวเขา กอดที่แน่นมันแน่นจนรัญชิดารู้สึกเหมือนกับว่า ภูวิศไม่ได้เจอเธอมาเป็นปีทั้งที่ความจริงมันแค่เพียงสองวันที่เจ้านายของเธอกลับบ้านเท่านั้น
คำพูดที่ชายหนุ่มพูดโดยปกติมันคงทำให้ผู้หญิงทุกคนที่ได้ฟังหัวใจเบ่งบานแต่สำหรับรัญชิดาแล้วมันทำให้เธออยากจะร้องไห้เพราะมันเป็นคำพูดของเขาที่พูดกับเธอในวันที่ภูวิศจะเดินทางกลับมากรุงเทพ
“ใช่ค่ะ มันไม่ใช่เรื่องต้องอาย”
หญิงสาวตัวเล็กเขย่งปลายนิ้วเพื่อพาใบหน้ารูปไข่ขึ้นไปอยู่ทาบทับใบหน้าของเจ้านายผู้ปากหวาน
“กำลังเล่นกับไฟอยู่นะ” ชายหนุ่มกระซิบเสียงแผ่วเบา
“อยากโดนไฟเผาจัง”
ปากบางของเจ้าของร่างที่พาตัวเองเข้าไปยืนกอดแนบชิดกับคนตัวสูงทาบแนบสนิทลงบนปากหยักได้รูปที่เผยอรออย่างรู้งาน
ความคิดถึงที่ต่างฝ่ายต่างไม่พูดมันออกมาถูกปล่อยผ่านความรู้สึกอย่างนุ่มนวนและดุเดือดในบางจังหวะ
ลิ้นสากตวัดลัดเลาะเข้าไปหาชิมน้ำหวานของผู้หญิงที่ภูวิศเฝ้ารอคอยมาแสนนาน สองมือใหญ่ประคองใต้อกเหมือนว่าจะอุ้มอีกฝ่ายจนลอยพ้นพื้นขึ้นมา
เปลวไฟรักแห่งความคิดถึงกำลังแพร่ซ่านไปทั่วร่างกายของคนทั้งคู่แต่ต้องหยุดลงเมื่อมีเสียงเคาะประตูดังขึ้น
“ใคร”
ชายหนุ่มถามด้วยเสียงหงุดหงิดจนเลขาสาวที่ผลักตัวเองออกมาจากอ้อมกอดของเขามายืนอยู่ที่โต๊ะทำงานอดที่จะแอบขำไม่ได้
“ละอองค่ะ คุณพิมให้มาเตือนคุณภูว่าเที่ยงนี้คุณท่านทั้งสองเรียกประชุม”
เสียงหน้าประตูเงียบลงแล้วหลังจากที่ละอองได้แจ้งในสิ่งที่เจ้านายของเธอฝากมา
อารมณ์ที่ยังค้างอยู่ทำให้ภูวิศแทบจะไม่มีสติอยู่กับงานแต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้แล้วเพราะรัญชิดาแทบจะไม่ยอมสบตาเขาอีกเลย
ตอนที่ 2ฝืนใจ แก้มใสคิดว่าการไปกินข้าวกับครอบครัวของคนรักเกิดขึ้นแค่เพียงครั้งเดียวก็เกินพอเพราะเธอกลัวจะเผลอควบคุมความรู้สึกไม่ได้แต่ถึงแม้จะไม่ได้ไปกินข้าวพร้อมหน้าครอบครัวแต่แก้มใสก็ได้มีโอกาสกินข้าวกับหลิวและบิดาของหยกอีกหลายครั้งเพราะทั้ง สองคนจะแอบมาหาหยกที่หอพักอยู่บ่อย ๆ “แก้ม....หยกอยากจะแต่งงานทันทีที่เราเรียนจบ พ่อกับแม่ของแก้มจะว่าอะไรไหม” ชายหนุ่มถามแฟนสาวด้วยความกังวลเพราะตั้งแต่ทั้งคู่ คบกันหยกเคยเจอพ่อกับแม่ของคนรักไม่ถึงสิบครั้งแต่ก็มีหนึ่งครั้งที่หยกได้ไปที่บ้านของแก้มที่ต่างจังหวัดและอยู่ที่นั่นเกือบสัปดาห์ “อย่าถามว่าพ่อกับแม่แก้มจะว่าอะไรไหมกลับไปคุยกับแม่ของหยกให้แน่ใจดีกว่า แก้มไม่อยากไปบอกพ่อกับแม่และส
ตอนที่ 1จุดเริ่มต้นของครอบครัว “หยกแน่ใจหรือยังถึงได้คิดจะมาชวนแก้มไปบ้าน แม่หยกจะไม่แหกอกแก้มแน่นะ” แก้มใสลูกสาวข้าราชการครูชั้นผู้น้อยเธอเข้ามาเรียนในกรุงเทพจนได้พบรักกับหยกลูกชายคนเล็กของตระกูลเลิศรัตนโสภาซึ่งเป็นครอบครัวที่มีเชื้อสายของชาวจีนแผ่นดินใหญ่ตั้งแต่ครั้ง บรรพบุรุษผู้ก่อสร้างโรงสีจนตอนนี้พัฒนามากลายเป็นโรงงานผลิตและส่งออกสินค้าทางเกษตรทุกชนิดของเมืองไทยไปยังประเทศในแถบเอเซียและยุโรป นอกจากนี้ครอบครัวของหยกกำลังขยายกิจการรับซื้อผลผลิตทางการเกษตรอื่นตามชนบททางภาคเหนือเพื่อนำมาแปรรูปส่งออก “หยกก็ไม่ได้แน่ใจขนาดนั้นก็แค่อยากเริ่มพาแก้ม เข้าไปทำความรู้จักกับครอบครัวของหยกในฐานะเพื่อนสนิทก่อนแล้วพอสอบเสร็จ เราค่อยไปบอกความจริงทั้งหมดกัน”
ตอนที่ 10ไร่ผาหมอก เช้านี้ภูวิศและรัญชิดาจะเข้าไปเล่าเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นระหว่างเขาและเธอให้ทุกคนในครอบครัวของภูวิศฟัง “คุณท่านทั้งสองจะไม่โกรธรัญใช่ไหมที่ไม่มีอะไรสักอย่างในชีวิตคู่ควรกับพี่ภู” หญิงสาวรู้สึกกลัวและไม่มั่นใจเพราะเธอรู้ตัวเองดีว่าทั้งฐานะ การศึกษาทุกอย่างเธอด้อยกว่าสามีของเธอ ครอบครัวของชายหนุ่มร่ำรวยก็คงอยากได้ลูกสะใภ้ที่มีทุกอย่างคู่ควรกับลูกชายไม่ใช่สาวชาวบ้านจน ๆ อย่างเธอแน่นอน “ความรักอย่างไร รัญมีไม่น้อยไปกว่าใครมีมากกว่าผู้หญิงบางคนที่เคยผ่านเข้ามาในชีวิตของผมอีก รัญอย่ามองครอบครัวของผมแย่อย่างนั้น คุณพ่อคุณแม่ท่านรู้ดีว่ารัญรักผมมากแค่ไหน” หญิงสาวผู้รู้สึกว่าตัวเองต่ำต้อยด้อยค่าฟังแล้วก็รู้สึกใจชื้น
ตอนที่ 9ค่ำคืนของความคิดถึง “เย็นนี้ไปหาอะไรกินกันนะ” เจ้านายเอ่ยชวนเลขาด้วยน้ำเสียงที่คนฟังถึงกับรู้สึกวูบวาบไปหมดทั้งตัว สัมผัสที่เขามอบให้เธอทำให้คืนวันอันแสนหวานกลับมาอีกครั้งแต่รัญชิดาไม่รู้ว่าเธอควรที่จะบอกความจริงทั้งหมดที่ชายหนุ่มตรงหน้าจำไม่ได้ดีไหมเพราะถ้าเขาไม่เชื่อเธออาจจะกลายเป็นผู้หญิงหน้าเงินที่เอาลูกมาอ้างว่าเป็นลูกของเขาก็ได้ ร้านอาหารสุดแสนจะโรแมนติกติดริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาในคืนเดือนเพ็ญพระจันทร์เต็มดวง รัญชิดาอดคิดถึงความรักของเขาและเธอที่หวานชื่นในทุกคืนวันที่ไร่ผาหมอกไม่ได้ “คิดอะไรอยู่” ชายหนุ่มถามขึ้นเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายมองไปที่สายน้ำที่อยู่เบื้องหน้าส่งยิ้มอย่างมีความสุขเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่าง&n
ตอนที่ 8อยู่เคียงข้าง ความเหนื่อย ความเพลียทำให้รัญชิดาสาวน้อยผู้ร้องไห้มาอย่างหนักหน่วงเผลอหลับไปมารู้ตัวอีกทีก็เพราะมีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น “พิมเอง วันนี้ไม่ต้องไปทำงานนะพี่ภูฟื้นแล้ว เธอมาเฝ้าเขาแทนฉันหน่อยตั้งแต่เมื่อคืนฉันยังไม่ได้อาบน้ำ กินข้าวเลย” “ได้ ๆ ค่ะคุณพิม” สาวสวยร่างเล็กกระโดดลงจากเตียงนอนด้วยความดีใจที่ได้ข่าวว่าคนรักของเธอฟื้นแล้ว โรงพยาบาลอยู่ไม่ไกลจากบ้านของรัญชิดาและตอนนี้ก็ไม่ใช่เวลาที่คนกำลังไปทำงานบนท้องถนนจึงสัญจรได้สะดวกใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงหญิงสาวก็พาตัวเองมาถึงโรงพยาบาล “เตรียมกระเป๋ามาด้วยดีเลย คืนนี้เธออยู่เฝ้าพี่ภูได้ใช่ไหม ฉันจะได้พัก
ตอนที่ 7กลับมานะ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่อยู่ในสายตาของพิมมี่โดยตลอด เธอเลือกที่จะไม่บอกมารดาเพราะอยากเห็นพี่ชายมีความสุข “รัญ ฉันรู้เรื่องเธอกับพี่ภูนะ ไม่ต้องกลัวว่าฉันจะว่าอะไรแค่อยากขอเธอว่าอย่าทำให้พี่ชายฉันต้องเสียใจได้ไหม พี่ภูผ่านเรื่องร้าย ๆ มาตลอดหลายปีที่ผ่านมา ฉันไม่อยากเห็นเขาต้องเจ็บอีก” “ค่ะ คุณพิมแต่...รัญไม่รู้เรื่องที่ผ่านมาของคุณภูเลยนะคะ” รัญชิดากำลังจะถามต่อแต่ถูกขัดด้วยเสียงเจื้อยแจ้วของละอองที่เดินตามเจ้านายเข้ามาถึงในห้องน้ำ “คุณพิมคะ วันนี้จะรับน้ำส้มหรือน้ำฝรั่งดีคะ” “ตามเข้ามาถามถึงในนี้เลยนะ เอาเป็นว่าเอามาทั้งสองอย่างก็ดี&rd







