LOGINตอนที่ 7
กลับมานะ
ความสัมพันธ์ของทั้งคู่อยู่ในสายตาของพิมมี่โดยตลอด เธอเลือกที่จะไม่บอกมารดาเพราะอยากเห็นพี่ชายมีความสุข
“รัญ ฉันรู้เรื่องเธอกับพี่ภูนะ ไม่ต้องกลัวว่าฉันจะว่าอะไรแค่อยากขอเธอว่าอย่าทำให้พี่ชายฉันต้องเสียใจได้ไหม พี่ภูผ่านเรื่องร้าย ๆ มาตลอดหลายปีที่ผ่านมา ฉันไม่อยากเห็นเขาต้องเจ็บอีก”
“ค่ะ คุณพิมแต่...รัญไม่รู้เรื่องที่ผ่านมาของคุณภูเลยนะคะ”
รัญชิดากำลังจะถามต่อแต่ถูกขัดด้วยเสียงเจื้อยแจ้วของละอองที่เดินตามเจ้านายเข้ามาถึงในห้องน้ำ
“คุณพิมคะ วันนี้จะรับน้ำส้มหรือน้ำฝรั่งดีคะ”
“ตามเข้ามาถามถึงในนี้เลยนะ เอาเป็นว่าเอามาทั้งสองอย่างก็ดี”
ละอองเดินนำเจ้านายออกไปแล้ว รัญชิดาจึงได้แต่ยืนอยู่กับความสงสัยที่เธอยังไม่ได้คำตอบ หญิงสาวเข้ามาทำงานที่นี่ตั้งหลายเดือนแล้วแต่ไม่เคยได้ยินว่าชีวิตของภูวิศที่ผ่านมาเขาเจอกับปัญหาที่หนักหนาอะไร ความสงสัยนี้เธอคิดว่าต้องเกี่ยวกับเธอและลูกด้วยแน่ ๆ
“ยังมีอะไรอีกคะที่รัญยังไม่รู้จักพี่”
วันเวลายิ่งผ่านเลยไป คนที่ได้ชื่อว่าเป็นภรรยายิ่งไม่แน่ใจว่าผู้ชายที่เป็นพ่อของลูกเธอยังมีอะไรที่ปิดบังเธออยู่อีกไหม
“เย็นนี้ไปกินข้าวที่บ้านรัญนะคะ มีหลายเรื่องที่รัญอยากให้พี่ภูเล่าให้ฟัง”
รัญชิดาทนอยากรู้ต่อไปไม่ไหว เธอจึงเลือกที่จะถามกับเขาตรง ๆ วันนี้แต่คงไม่ใช่ทุกเรื่อง อย่างน้อยเธอก็อยากรู้ว่าสองปีที่ผ่านมาชีวิตของเจ้านายเธอเจอกับอะไรมาบ้างเพราะตัวเธอเองเจอแต่ความทุกข์ ความคิดถึงมาตลอดสองปีกว่าที่เขาทิ้งเธอกับลูกมา
“ช่วยด้วยค่ะ คุณภูเป็นลม”
เสียงโหวกเหวกของพนักงานดังมาจากฝ่ายบุคคลเข้ามาในห้องทำงานที่รัญชิดากำลังตั้งหน้าตั้งตาแก้งานตามที่ภูวิศสั่งไว้ หญิงสาวรีบเปิดประตูห้องวิ่งไปยังที่มาของเสียงทันที
“พี่ภู ”
ภาพที่เห็นทำเอาหญิงสาวถึงกับทำอะไรไม่ถูกเธอเผลอตัวเรียกเจ้านายว่าพี่ซึ่งปกติเธอจะเรียกเขาแบบนี้เฉพาะอยู่สองคนเท่านั้น ภูวิศเป็นลมล้มลงหัวฟาดกับขอบโต๊ะของพนักงานสลบไม่ได้สตินอนนิ่งอยู่ที่พื้น
“พี่ภูได้ยินเสียงรัญไหมคะ”
เลขาสาวทรุดนั่งลงกับพื้นจับศีรษะของเจ้านายมาวางบนตักของเธอ
“มีเลือดด้วยค่ะพี่ละอออ โทรเรียกรถพยาบาลด่วนเลยค่ะ”
รัญชิดาตกใจตะโกนสุดเสียงเพราะเลือดของภูวิศไหลออกมาเต็มทั้งสองมือของเธอ
รถโรงพยาบาลมาถึงคนเจ็บถูกพาขึ้นรถไป เลขาตามติดเจ้านายขึ้นรถไปกับทางโรงพยาบาลด้วย ละอออทำหน้าที่โทรศัพท์รายงานพิมเจ้านายของเธอทันทีหลังจากที่ตั้งสติได้
น้องสาวเมื่อได้รับรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นเธอรีบตามไปดูพี่ชายพร้อมกับมารดาทันที วันนี้พิมไม่ได้เข้าบริษัทเพราะต้องพาอำภาไปดูที่ดินที่ต่างจังหวัด โชคดีที่เธอได้รู้ข่าวระหว่างกำลังเดินทางกลับจึงมาถึงโรงพยาบาลภายในไม่กี่ชั่วโมง
“รัญ พี่ภูเป็นอย่างไรบ้าง”
“คุณหมอยังไม่ออกมาบอกอะไรเลยค่ะ เกือบสองชั่วโมงแล้วที่คุณภูอยู่ในนั้น”
อำภามองเสื้อผ้าของรัญชิดาที่เต็มไปด้วยเลือดถึงกับเข่าอ่อนทรุดตัวจะเป็นลม ลูกสาวต้องรีบเข้ามาประคองไว้เพราะกลัวจะล้มลงไปอีกคน
“คุณหมอคะ คนไข้เป็นอย่างไรบ้าง”
ทันที่หมอออกมาจากห้องฉุกเฉินทั้งสามคนต่างถามขึ้นมาพร้อมกันด้วยความเป็นห่วง
“คนไข้ยังไม่ฟื้นอาการภายนอกมีแค่แผลหัวแตกเย็บไป ห้าเข็มแต่เรื่องของการกระทบกระเทือนทางสมองหมอขอรอให้คนไข้รู้สึกตัวก่อนนะครับแต่จากการตรวจไม่น่าจะมีอะไรต้องเป็นห่วง”
เสียงถอนหายใจด้วยความโล่งใจดังขึ้นพร้อม ๆ กันอีกครั้ง อำภาถูกขอร้องให้กลับบ้านไปก่อนเพราะเวลานี้ร่างกายและจิตใจของหญิงในวัยชราดูไม่พร้อมที่จะมานั่งเฝ้าลูกชายที่โรงพยาบาล
พิมเดินไปส่งมารดาที่รถเสร็จตัวเธอเองก็ขึ้นมานั่งเฝ้าพี่ชายที่หน้าห้องเป็นเพื่อนรัญชิดาด้วยความเป็นห่วงไม่ต่างกัน
“ไม่รู้เวรกรรมอะไรของพี่ชายพิม กว่าจะได้กลับมาใช้ชีวิตเหมือนคนอื่นได้ก็แสนสาหัสยังจะมาเกิดเรื่องแบบนี้อีกครั้งทำไมนะ”
พิมนั่งปิดหน้าร้องไห้พร่ำพูดถึงเรื่องราวที่ผ่านมาด้วยความสงสารพี่ชาย
“พี่ภูเคย...เป็นอะไรคะ”
รัญชิดาถามแบบกล้า ๆ กลัวเธอกลัวเหลือเกินว่าคำตอบที่เธออยากรู้จะทำให้เธอต้องเสียใจมากกว่าที่เป็นอยู่
“เมื่อสองปีที่แล้ว พี่ภูกลับจากต่างจังหวัดเกิดอุบัติเหตุก่อนถึงบ้านนิดเดียว นอนเป็นเจ้าชายนิทราอยู่เกือบสองเดือน พอฟื้นขึ้นมาก็เดินไม่ได้และยัง...”
“ยังอะไรคะ!”
รัญชิดาลืมตัวตะคอกถามเสียงดังด้วยความอยากรู้ว่านอกจากที่พิมบอกว่าสามีของเธอเป็นอะไรอีก
“รัญขอโทษค่ะ”
“ไม่เป็นไรฉันเข้าใจ เธอคงไม่เคยรู้มาก่อน พี่ภูคงไม่อยากเล่าให้ใครฟังเพราะทุกวันนี้เขาก็ยังกลับมาไม่เหมือนเดิม”
“คุณพิมช่วยบอกรัญได้ไหมคะว่า...เกิดอะไรขึ้น พี่ภูเป็นอะไร”
“พี่ภูสูญเสียความทรงจำไปบางส่วน เขาจำไม่ได้ว่าเขาไปอยู่ที่ไหนมาก่อนที่จะขับกลับมาเกิดอุบัติเหตุ พี่ชายฉันเอาแต่นอนไม่หลับเฝ้าคิดถึงใครสักคนที่ตัวเขาเองก็ไม่รู้ว่าเป็นใคร มีแต่ความกังวลรู้สึกเหมือนมีใครกำลังรอเขาอยู่ ฉันกับคุณแม่พยายามหาหมอที่ดีที่สุดแต่ก็ไม่มีประโยชน์ จนพี่ภูได้เจอกับเธอ ฉันจึงได้เห็นเขากลับมามีรอยยิ้มอีกครั้ง”
หญิงสาวได้ยินเรื่องราวทั้งหมดในวันที่ภูวิศไม่ได้อยู่ข้าง ๆ เธอแต่กลับนอนไร้สติอยู่ในห้องฉุกเฉิน
“เธอเป็นอะไรรัญ หน้าซีดเหมือนจะเป็นลมให้ฉันเรียกพยาบาลไหม”
พิมตกใจเมื่อเห็นหน้าเลขาของพี่ชายซีดไม่มีเลือดแบบนั้นทั้งที่เมื่อครู่ยังดูปกติดี
“รัญไม่ได้เป็นอะไรค่ะ คงจะยังไม่หายตกใจพอมาได้ยินแบบนี้ยิ่งสงสารพี่ภูจนรู้สึกเหมือนจะเป็นลม”
“เสื้อผ้าเธอเปื้อนเลือดหมดแบบนี้ ฉันว่าเธอกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนดีไหม ทางนี้ฉันเฝ้าเองไว้ถ้ามีอะไรฉันจะรีบโทรศัพท์หาเธอ”
รัญชิดาพยักหน้ายอมกลับบ้านเพราะตอนนี้ความจริงที่เธอได้รู้ว่าตลอดเวลาที่เข้ามาทำงานที่นี่ภูวิศไม่ได้แกล้งจำเธอไม่ได้แต่เขาสูญเสียความจำจากอุบัติเหตุทำให้เธอรู้สึกอยากอยู่คนเดียว อยากร้องไห้ อยากตะโกนขอโทษผู้ชายที่กำลังนอนเจ็บอยู่ที่โรงพยาบาล
“มีอะไรโทรหารัญได้ตลอดเลยนะคะ”
สองคนต่างจับมือให้กำลังซึ่งกันและกัน รัญชิดาเดินตัวลอยเหมือนคนไม่มีสติอยู่กับตัวลงมาถึงชั้นล่างก่อนที่จะเรียกรถรับจ้างให้พาเธอมาส่ง
“หมอก พ่อไม่ได้ตั้งใจทิ้งเราแต่พ่อจำเราไม่ได้จริง ๆ ”
ร่างเล็กทรุดลงร้องไห้กับรูปของลูกชายทันทีที่เปิดประตูเข้ามาในบ้าน
น้ำตาครั้งนี้มันคือความรู้สึกผิดตลอดเวลาที่ผ่านมา รัญชิดาเอาแต่แค้น โกรธจนลืมที่จะหาความจริงว่าเกิดอะไรขึ้นกับผู้ชายที่เธอรัก ความจริงที่เธอได้รับรู้วันนี้มันจะช้าไปไหม เขาจะกลับมาหาเธออีกหรือเปล่า
“พี่ภู! รัญขอโทษกลับมาหารัญนะคะ พี่อย่าเป็นอะไรไปอีก กลับมา กลับมานะ”
เสียงสะอื้นที่ดังอยู่ภายในหัวใจที่เหนื่อยล้า บอบช้ำจนไม่รู้ว่าชีวิตจะเดินไปทางไหนต่อ รัญชิดาพยายามตั้งสติพาตัวเองอาบน้ำเตรียมเสื้อผ้าเผื่อน้องสาวของผู้ชายที่เธอรักโทรมา เธอจะได้พร้อมไปเฝ้าภูวิศทันที
ตอนที่ 2ฝืนใจ แก้มใสคิดว่าการไปกินข้าวกับครอบครัวของคนรักเกิดขึ้นแค่เพียงครั้งเดียวก็เกินพอเพราะเธอกลัวจะเผลอควบคุมความรู้สึกไม่ได้แต่ถึงแม้จะไม่ได้ไปกินข้าวพร้อมหน้าครอบครัวแต่แก้มใสก็ได้มีโอกาสกินข้าวกับหลิวและบิดาของหยกอีกหลายครั้งเพราะทั้ง สองคนจะแอบมาหาหยกที่หอพักอยู่บ่อย ๆ “แก้ม....หยกอยากจะแต่งงานทันทีที่เราเรียนจบ พ่อกับแม่ของแก้มจะว่าอะไรไหม” ชายหนุ่มถามแฟนสาวด้วยความกังวลเพราะตั้งแต่ทั้งคู่ คบกันหยกเคยเจอพ่อกับแม่ของคนรักไม่ถึงสิบครั้งแต่ก็มีหนึ่งครั้งที่หยกได้ไปที่บ้านของแก้มที่ต่างจังหวัดและอยู่ที่นั่นเกือบสัปดาห์ “อย่าถามว่าพ่อกับแม่แก้มจะว่าอะไรไหมกลับไปคุยกับแม่ของหยกให้แน่ใจดีกว่า แก้มไม่อยากไปบอกพ่อกับแม่และส
ตอนที่ 1จุดเริ่มต้นของครอบครัว “หยกแน่ใจหรือยังถึงได้คิดจะมาชวนแก้มไปบ้าน แม่หยกจะไม่แหกอกแก้มแน่นะ” แก้มใสลูกสาวข้าราชการครูชั้นผู้น้อยเธอเข้ามาเรียนในกรุงเทพจนได้พบรักกับหยกลูกชายคนเล็กของตระกูลเลิศรัตนโสภาซึ่งเป็นครอบครัวที่มีเชื้อสายของชาวจีนแผ่นดินใหญ่ตั้งแต่ครั้ง บรรพบุรุษผู้ก่อสร้างโรงสีจนตอนนี้พัฒนามากลายเป็นโรงงานผลิตและส่งออกสินค้าทางเกษตรทุกชนิดของเมืองไทยไปยังประเทศในแถบเอเซียและยุโรป นอกจากนี้ครอบครัวของหยกกำลังขยายกิจการรับซื้อผลผลิตทางการเกษตรอื่นตามชนบททางภาคเหนือเพื่อนำมาแปรรูปส่งออก “หยกก็ไม่ได้แน่ใจขนาดนั้นก็แค่อยากเริ่มพาแก้ม เข้าไปทำความรู้จักกับครอบครัวของหยกในฐานะเพื่อนสนิทก่อนแล้วพอสอบเสร็จ เราค่อยไปบอกความจริงทั้งหมดกัน”
ตอนที่ 10ไร่ผาหมอก เช้านี้ภูวิศและรัญชิดาจะเข้าไปเล่าเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นระหว่างเขาและเธอให้ทุกคนในครอบครัวของภูวิศฟัง “คุณท่านทั้งสองจะไม่โกรธรัญใช่ไหมที่ไม่มีอะไรสักอย่างในชีวิตคู่ควรกับพี่ภู” หญิงสาวรู้สึกกลัวและไม่มั่นใจเพราะเธอรู้ตัวเองดีว่าทั้งฐานะ การศึกษาทุกอย่างเธอด้อยกว่าสามีของเธอ ครอบครัวของชายหนุ่มร่ำรวยก็คงอยากได้ลูกสะใภ้ที่มีทุกอย่างคู่ควรกับลูกชายไม่ใช่สาวชาวบ้านจน ๆ อย่างเธอแน่นอน “ความรักอย่างไร รัญมีไม่น้อยไปกว่าใครมีมากกว่าผู้หญิงบางคนที่เคยผ่านเข้ามาในชีวิตของผมอีก รัญอย่ามองครอบครัวของผมแย่อย่างนั้น คุณพ่อคุณแม่ท่านรู้ดีว่ารัญรักผมมากแค่ไหน” หญิงสาวผู้รู้สึกว่าตัวเองต่ำต้อยด้อยค่าฟังแล้วก็รู้สึกใจชื้น
ตอนที่ 9ค่ำคืนของความคิดถึง “เย็นนี้ไปหาอะไรกินกันนะ” เจ้านายเอ่ยชวนเลขาด้วยน้ำเสียงที่คนฟังถึงกับรู้สึกวูบวาบไปหมดทั้งตัว สัมผัสที่เขามอบให้เธอทำให้คืนวันอันแสนหวานกลับมาอีกครั้งแต่รัญชิดาไม่รู้ว่าเธอควรที่จะบอกความจริงทั้งหมดที่ชายหนุ่มตรงหน้าจำไม่ได้ดีไหมเพราะถ้าเขาไม่เชื่อเธออาจจะกลายเป็นผู้หญิงหน้าเงินที่เอาลูกมาอ้างว่าเป็นลูกของเขาก็ได้ ร้านอาหารสุดแสนจะโรแมนติกติดริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาในคืนเดือนเพ็ญพระจันทร์เต็มดวง รัญชิดาอดคิดถึงความรักของเขาและเธอที่หวานชื่นในทุกคืนวันที่ไร่ผาหมอกไม่ได้ “คิดอะไรอยู่” ชายหนุ่มถามขึ้นเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายมองไปที่สายน้ำที่อยู่เบื้องหน้าส่งยิ้มอย่างมีความสุขเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่าง&n
ตอนที่ 8อยู่เคียงข้าง ความเหนื่อย ความเพลียทำให้รัญชิดาสาวน้อยผู้ร้องไห้มาอย่างหนักหน่วงเผลอหลับไปมารู้ตัวอีกทีก็เพราะมีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น “พิมเอง วันนี้ไม่ต้องไปทำงานนะพี่ภูฟื้นแล้ว เธอมาเฝ้าเขาแทนฉันหน่อยตั้งแต่เมื่อคืนฉันยังไม่ได้อาบน้ำ กินข้าวเลย” “ได้ ๆ ค่ะคุณพิม” สาวสวยร่างเล็กกระโดดลงจากเตียงนอนด้วยความดีใจที่ได้ข่าวว่าคนรักของเธอฟื้นแล้ว โรงพยาบาลอยู่ไม่ไกลจากบ้านของรัญชิดาและตอนนี้ก็ไม่ใช่เวลาที่คนกำลังไปทำงานบนท้องถนนจึงสัญจรได้สะดวกใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงหญิงสาวก็พาตัวเองมาถึงโรงพยาบาล “เตรียมกระเป๋ามาด้วยดีเลย คืนนี้เธออยู่เฝ้าพี่ภูได้ใช่ไหม ฉันจะได้พัก
ตอนที่ 7กลับมานะ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่อยู่ในสายตาของพิมมี่โดยตลอด เธอเลือกที่จะไม่บอกมารดาเพราะอยากเห็นพี่ชายมีความสุข “รัญ ฉันรู้เรื่องเธอกับพี่ภูนะ ไม่ต้องกลัวว่าฉันจะว่าอะไรแค่อยากขอเธอว่าอย่าทำให้พี่ชายฉันต้องเสียใจได้ไหม พี่ภูผ่านเรื่องร้าย ๆ มาตลอดหลายปีที่ผ่านมา ฉันไม่อยากเห็นเขาต้องเจ็บอีก” “ค่ะ คุณพิมแต่...รัญไม่รู้เรื่องที่ผ่านมาของคุณภูเลยนะคะ” รัญชิดากำลังจะถามต่อแต่ถูกขัดด้วยเสียงเจื้อยแจ้วของละอองที่เดินตามเจ้านายเข้ามาถึงในห้องน้ำ “คุณพิมคะ วันนี้จะรับน้ำส้มหรือน้ำฝรั่งดีคะ” “ตามเข้ามาถามถึงในนี้เลยนะ เอาเป็นว่าเอามาทั้งสองอย่างก็ดี&rd







