LOGINตอนที่ 8
เพราะเราคือครอบครัวเดียวกัน
ลูกสาวคนเล็กของบ้านหอบความพ่ายแพ้กลับมา เธอคิดว่าหนทางที่ชนาเทพเสนอ เธอคงไม่มีทางทำได้และเธอก็ไม่รู้ว่าจะหาเงินที่ไหนไปซื้อหุ้นทั้งหมดคืนเพราะชนาเทพยืนยันที่จะขายให้เธอในราคาที่แพงกว่าที่เขาซื้อมาถึงสามเท่าและราคานี้มันไม่ใช่ราคาที่เธอควรจะจ่ายแต่ถ้ามันแลกมากับความสบายใจของครอบครัวเธอก็พร้อมจะทำแต่ตอนนี้เธอยังมีเงินไม่ถึงและเธอก็คิดไม่ออกว่าจะหาทางหาเงินได้อย่างไร
“วันนี้ไปไหนมา”
พีรันธรเดินออกมาจากประตูห้องน้ำเขาตัดสินใจที่จะถามตรง ๆ เพราะไม่อยากให้ภรรยาของเขาต้องคิดคำโกหกว่าความจริงแล้วเธอป่วยนอนอยู่ที่บ้าน
“คือ….ฉัน….”
“อันนา คุณเป็นภรรยาของผมทำไมเวลามีปัญหาถึงคิดว่าคนอื่นจะสามารถช่วยคุณได้โดยที่ไม่คิดถึงสามีของตัวเองการที่ทำแบบนี้ในวันนี้ ครั้งนี้ผมจะให้อภัยเพราะคิดว่าตัวผมเองก็อาจจะมีส่วนทำให้คุณไม่มั่นใจว่าผมสามารถอยู่เคียงข้างคุณและช่วยคุณได้ทุกเรื่องจำไว้นะอันนานอกจากคุณผมไม่เคยคิดจะให้คนอื่นมาแทนที่ คุณคือภรรยาคนเดียวของผมและเวลานี้ครอบครัวของคุณมีปัญหาผมก็พร้อมจะยื่นมือเข้ามาช่วย คุณอย่าได้คิดที่จะหย่าตามที่ชนาเทพยื่นข้อเสนอเด็ดขาดเพราะผมไม่มีทางอย่าให้คุณ”
หญิงสาวแทบจะหยุดหายใจเพราะเธอไม่คิดเลยว่าการที่เธอออกไปวันนี้อีกฝ่ายจะรู้ ตลอดเวลาที่เธอเดินทางไปหาชนาเทพ เธอมั่นใจว่าสามีของเธออยู่ที่บริษัทแต่ความจริงแล้วเขาแอบสะกดรอยตามเธอและเมื่อเธอเดินออกจากบริษัทของชนาเทพ เขาก็ตัดสินใจเข้าไปคุยกับชนาเทพโดยตรงจนรู้ว่าทางนั้นได้ให้ข้อเสนออะไรกับภรรยากลับมา
“ฉันไม่อยากทำให้คุณต้องลำบากเพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องของครอบครัวฉัน”
“แล้วผมไม่ใช่ครอบครัวของคุณหรือไงอันนา”
“เราแต่งงานกันเพียงเพราะคุณต้องการช่วยฉันไม่ให้แต่งงานกับชนาเทพและฉันก็ต้องการทำให้คุณได้มีลูกตามที่คุณต้องการแต่จนถึงเวลานี้แล้วเราก็ยังไม่มีลูก ฉันว่าคุณควรที่จะหย่าให้ฉันแล้วกลับไปหาคนรักของคุณจะดีกว่าส่วนตัวฉันเองก็คงต้องหาวิธีที่จะเอาทุกอย่างคืนมาให้บุพการีให้ได้โดยที่ไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับคุณ”
พีเลือกที่จะไม่พูดอะไรต่อเพราะพรุ่งนี้เขามีแผนไว้แล้วแผนของเขาได้ถูกตกลงกับชนาเทพไว้เรียบร้อย พรุ่งนี้ครอบครัวของ อันนาจะได้หุ้นทั้งหมดคืน
ท่านประธานไปทำงานโดยที่ไม่ได้ปลุกให้ภรรยาตื่นเพราะเกือบทั้งคืนเธอเอาแต่เดินเข้าห้องน้ำจนหญิงสาวเผลอหลับไปตอนเช้ามืดจึงไม่รู้สึกตัวว่าสามีของเธอลุกไปทำงานตั้งแต่เมื่อไหร่
“หายไปไหนนะเมื่อวานนี้ก็เก็บใส่กระเป๋าไว้ไม่ได้เอาไปทิ้งไว้ตรงไหนเลย”
อันนาตื่นเช้ามาเธอพยายามค้นกระเป๋าเพื่อจะเอาผลตรวจที่เธอเก็บไว้ทิ้งให้เรียบร้อยเพราะกลัวว่าพีรันธรจะมาเห็นแต่สุดท้ายเธอกลับหาไม่เจอและพยายามคิดทบทวนว่าเธอเอาไปวางทิ้งไว้ตรงไหนแต่ยิ่งคิดเธอก็ยิ่งมั่นใจว่าเธอเก็บไว้ในกระเป๋าเป็นอย่างดี
อาการแพ้ท้องของอันนามันมีมาตั้งแต่เธอเริ่มท้องแล้วเพียงแต่ตัวเองยังไม่ค่อยได้สังเกตว่าตัวเองมีอะไรผิดปกติไปพอรู้ว่าท้องจึงเริ่มมีอาการชัดเจนขึ้นถึงแม้ตอนนี้จะผ่านมาถึงสามเดือนแล้วก็ตาม ท้องของเธอยังคงเล็กอยู่จนทำให้หญิงสาวเริ่มรู้สึกว่าเธออาจจะบำรุงลูกในท้องได้ไม่ดีและกลัวลูกเป็นอันตรายจึงตัดสินใจที่จะไปฝากท้องในวันนี้
หญิงสาวรีบออกจากบ้านเพราะอยากกลับเข้าบ้านให้ทันเวลากับที่สามีของเธอกลับจากทำงาน โรงพยาบาลเอกชนอยู่ไม่ไกลจากบ้านมากนักเธอจึงใช้เวลาแค่ไม่ถึงชั่วโมง
“มาฝากท้องไม่คิดจะชวนสามีมาด้วยหรือไง”
เสียงที่แสนคุ้นเคยดังมาจากทางด้านหลังทำเอาอันนาถึงกับสะดุ้งเพราะเธอตกใจที่รู้ว่าเสียงที่อยู่ด้านหลังเป็นเสียงของสามีที่เธอแอบเขามา
“คุณมาที่นี่ได้อย่างไร”
“ผมเป็นพ่อนะ ผมก็ต้องอยากมาดูสิว่าลูกของผมโตไปขนาดไหนแล้ว อันนาถ้าผมไม่เจอผลตรวจ คุณก็จะไม่บอกผมใช่ไหม”
หญิงสาวตั้งใจจะปกปิดจริง ๆ เธอจึงไม่รู้จะหาคำพูดไหนมาอธิบายเพราะเธอก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเธอจะปกปิดเขาไปเพื่ออะไรเพราะถึงเวลานี้เธอก็ยังไม่กล้าพอที่จะตัดสินใจหย่ากับเขาจริงๆ
“ฉันแค่ยังไม่รู้ว่าจะบอกคุณตอนไหนก็เท่านั้น”
“ผมเอาหุ้นคืนจากชนาเทพเรียบร้อยแล้วตอนนี้ พ่อแม่ของคุณต่างก็กำลังมีความสุขคุณเลือกถูกได้แล้วนะที่เลือกผมเป็นสามีและก็เลิกคิดเรื่องที่จะหย่าเพราะจำไว้ว่าผมไม่มีทางหย่ากับคุณส่วนเรื่องของรดาผมยอมรับว่าผมทำทุกอย่างให้คุณไม่สบายใจแต่ที่ผมทำไปเพราะน้อยใจที่คุณชอบประชดจะไปกับชนาเทพ ผมรู้แล้วนะว่าคืนนั้นคุณกลับมากินข้าวที่บ้านไม่ได้ออกไปกับมัน”
คุณพ่อคนใหม่กอดภรรยาด้วยรอยยิ้มที่อันนาไม่รู้ว่าเธอไม่ได้เห็นรอยยิ้มแบบนี้มานานเท่าไหร่แล้วเพราะตลอดเวลาตั้งแต่ รดาเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตครอบครัวเธอ สามีกับเธอต่างก็ทะเลาะกันเกือบทุกวันจนเธอไม่แน่ใจว่าความจริงแล้วที่เธอทะเลาะกันเป็นเพราะรดาหรือเป็นเพราะเธอกับเขาไม่ได้รักกันมากกว่า
ระหว่างรอคิวเรียกเข้าตรวจ พีรันธรส่งโทรศัพท์ของเขาให้ภรรยาดูเพื่อให้รู้ว่าตอนนี้รดาตัดสินใจกลับไปอยู่ที่ต่างประเทศตามเดิมเพราะเขายอมจ่ายเงินก้อนใหญ่ให้อดีตคนรักไปใช้หนี้ที่เกิดจากการพนัน รดาจึงยอมกลับไปในที่ของเธอเพราะที่เธอกลับมาก็เพราะต้องการเงินก็เท่านั้น
“ทำไมเธอถึงกลับไปอยู่ที่เดิมล่ะคะในเมื่อตอนนี้เธอก็หย่ากับสามีแล้ว”
“ผมไม่รู้เหมือนกันนะว่าเพราะอะไรแต่ที่ผมรู้ก็คือผมทำให้ เธอรู้ว่าไม่มีทางที่ผมจะทิ้งผู้หญิงที่อยู่เคียงข้างผมไปหาผู้หญิงที่เคยไม่เห็นค่าและทำร้ายหัวใจของผม อันนาจากนี้ต่อไปชีวิตคู่ของเราอาจต้องเจอปัญหาและอุปสรรคอีกมากมายแต่ขอให้คุณจำไว้นะว่าผมรักคุณ”
ชายหนุ่มเลือกที่จะพูดความจริงแค่บางส่วนเพราะได้สัญญากับรดาไว้ว่าจะไม่ทำให้เธอต้องอายที่กลายเป็นคนจนตรอกเพราะการพนัน
คนถูกบอกรักหันไปมองคนพูดด้วยแววตาไม่มั่นใจเพราะใครจะคิดว่าคำว่ารักที่เธอรอคอยมาตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกันจะถูกมาพูดเอาในโรงพยาบาลในบรรยากาศที่เต็มไปด้วยผู้คนแบบนี้มันช่างดูแล้วไม่มีความโรแมนติกเสียเลย
“รักหรือคะ คุณรักฉันเพราะอะไรในเมื่อเราสองคนก็ไม่ได้เริ่มต้นจากความรักกันอยู่แล้ว”
“ผมตอบคุณไม่ได้เพราะผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่ารักคุณตอนไหนมารู้อีกทีก็เมื่อตอนที่รู้สึกว่าจะเสียคุณไปให้ไอ้ชนาเทพ ผมก็รู้ว่าตัวเองว่าไม่มีทางยอมเสียคุณให้ใครไปแน่นอนและความรู้สึกของผมมันก็ชัดเจนมากขึ้นทุกวันแล้วคุณล่ะอันนา คุณรักผมบ้างไหม”
คุณแม่คนใหม่ซบหน้าลงกับอกของสามี เธอสวมกอดเขาไว้แน่นแทนคำตอบเพราะสำหรับตัวเธอมันก็ไม่ต่างจากเขาความรักเกิดขึ้นตอนไหนเธอก็ไม่รู้แต่ที่รู้คือมันจะอยู่กับเธอตลอดไป
“พรุ่งนี้เราไปหาคุณพ่อคุณแม่คุณกันนะคะ ฉันอยากให้ท่านได้รู้ข่าวดีจากปากของเราเองถ้าลูกคนแรกคลอดฉันคิดว่าอยากมีลูกคนที่สองทันทีคุณเห็นด้วยไหมคะ”
พีรันธรสวมกอดภรรยาไว้แน่นถึงแม้เธอจะยังไม่พูดว่ารักเขาก็ตามแต่การที่เธอบอกว่าจะมีลูกคนต่อไปทันทีมันก็แสดงให้เห็นว่าเธอจะอยู่เป็นครอบครัวกับเขาไปอีกนานแสนนาน
ความรักของหลายๆ คู่ก็มีเส้นทางที่ต่างกัน อันนาอดคิดไม่ได้ว่าคู่ของเธอมีจุดเริ่มต้นที่แตกต่างจากคู่คนอื่นแถมตลอดเวลาการเดินทางของความรักยังเต็มไปด้วยเสียงทะเลาะและเสียงปลอบใจในเวลาเดียวกันหลายครั้งที่หญิงสาวแอบคิดว่าฝ่ายสามีไม่รักเธอเพียงเพราะเขาไม่เป็นคนโรแมนติกชอบพูดจาดุเธอเหมือนว่าเธอเป็นเด็กตลอดเวลาแต่ตั้งแต่วันที่แต่งงานจนถึงวันนี้เวลาก็ผ่านมาจนลูกชายของเธออายุได้หนึ่งขวบและเธอก็ตั้งท้องลูกคนที่สองจนใกล้จะคลอด อันนามั่นใจได้ว่าทุกการกระทำมันสำคัญกว่าคำพูดที่แสนหวานถึงแม้เธอจะเคยคิดว่าเธอเป็นเพียงแค่ขนมหวานที่ท่านประธานหล่อไว้กินเวลาว่างแต่ตอนนี้เธอเชื่อแล้วว่าเธอเป็นขนมหวานที่เขาวางเธอไม่ลง
จบบริบูรณ์
พบกับเรื่อง ต่อไป โอบรักสัญญาใจ
เขาจำเธอไม่ได้แต่เธอยังคงอุ้มท้องรอเขากลับมา
*******************************************
“พี่ภู! เล่นอะไรแบบนี้รัญตกใจหมด”
“พี่ไม่ได้เล่น”
หญิงสาวยังไม่ทันจะพูดอะไรต่อก็ถูกปากหยักแสนซุกซนไซ้ซอกคอยาวอย่างกระหื่นหาย ยิ่งพยายามดิ้นขัดขืนเท่าไหร่มันก็ยิ่งเหมือนเธอพาตัวเองเข้าไปอยู่ในพันธการของเขามากขึ้น
“พี่...ภ..ภู”
รัญชิดาพยายามเรียกชื่อของเจ้านายแต่มันฟังดูเหมือนเธอกำลังครางเป็นชื่อของอีกฝ่ายเสียมากกว่า
ชุดนอนบางจิ๋วค่อย ๆ เลื่อนหลุดจากร่างกายจนเหลือแต่เพียงชุดชั้นในตัวจิ๋มที่ปกปิดส่วนสงวนไว้เท่านั้น
ภูวิศช้อนคนตัวเล็กที่กำลังจะทรุดเข่าหมดแรงเมื่อเธอถูกปากหนาของเขาเล็มดูดกินยอดดอกบัวผ่านบราเซียตัวจิ๋วที่ตอนนี้แทบจะปิดอกอวบไว้ไม่มิดให้ขึ้นมานอนบนเตียงนุ่ม
**** ความทรงจำที่หายไปกับหัวใจดวงเดิม***
ฝากผลงานเรื่อง โอบรักสัญญาใจ ของปะหนันไว้ในชั้นหนังสือสักเล่มนะคะ
ปะหนัน
ตอนที่ 1จุดเริ่มต้นของครอบครัว “หยกแน่ใจหรือยังถึงได้คิดจะมาชวนแก้มไปบ้าน แม่หยกจะไม่แหกอกแก้มแน่นะ” แก้มใสลูกสาวข้าราชการครูชั้นผู้น้อยเธอเข้ามาเรียนในกรุงเทพจนได้พบรักกับหยกลูกชายคนเล็กของตระกูลเลิศรัตนโสภาซึ่งเป็นครอบครัวที่มีเชื้อสายของชาวจีนแผ่นดินใหญ่ตั้งแต่ครั้ง บรรพบุรุษผู้ก่อสร้างโรงสีจนตอนนี้พัฒนามากลายเป็นโรงงานผลิตและส่งออกสินค้าทางเกษตรทุกชนิดของเมืองไทยไปยังประเทศในแถบเอเซียและยุโรป นอกจากนี้ครอบครัวของหยกกำลังขยายกิจการรับซื้อผลผลิตทางการเกษตรอื่นตามชนบททางภาคเหนือเพื่อนำมาแปรรูปส่งออก “หยกก็ไม่ได้แน่ใจขนาดนั้นก็แค่อยากเริ่มพาแก้ม เข้าไปทำความรู้จักกับครอบครัวของหยกในฐานะเพื่อนสนิทก่อนแล้วพอสอบเสร็จ เราค่อยไปบอกความจริงทั้งหมดกัน”
ตอนที่ 10ไร่ผาหมอก เช้านี้ภูวิศและรัญชิดาจะเข้าไปเล่าเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นระหว่างเขาและเธอให้ทุกคนในครอบครัวของภูวิศฟัง “คุณท่านทั้งสองจะไม่โกรธรัญใช่ไหมที่ไม่มีอะไรสักอย่างในชีวิตคู่ควรกับพี่ภู” หญิงสาวรู้สึกกลัวและไม่มั่นใจเพราะเธอรู้ตัวเองดีว่าทั้งฐานะ การศึกษาทุกอย่างเธอด้อยกว่าสามีของเธอ ครอบครัวของชายหนุ่มร่ำรวยก็คงอยากได้ลูกสะใภ้ที่มีทุกอย่างคู่ควรกับลูกชายไม่ใช่สาวชาวบ้านจน ๆ อย่างเธอแน่นอน “ความรักอย่างไร รัญมีไม่น้อยไปกว่าใครมีมากกว่าผู้หญิงบางคนที่เคยผ่านเข้ามาในชีวิตของผมอีก รัญอย่ามองครอบครัวของผมแย่อย่างนั้น คุณพ่อคุณแม่ท่านรู้ดีว่ารัญรักผมมากแค่ไหน” หญิงสาวผู้รู้สึกว่าตัวเองต่ำต้อยด้อยค่าฟังแล้วก็รู้สึกใจชื้น
ตอนที่ 9ค่ำคืนของความคิดถึง “เย็นนี้ไปหาอะไรกินกันนะ” เจ้านายเอ่ยชวนเลขาด้วยน้ำเสียงที่คนฟังถึงกับรู้สึกวูบวาบไปหมดทั้งตัว สัมผัสที่เขามอบให้เธอทำให้คืนวันอันแสนหวานกลับมาอีกครั้งแต่รัญชิดาไม่รู้ว่าเธอควรที่จะบอกความจริงทั้งหมดที่ชายหนุ่มตรงหน้าจำไม่ได้ดีไหมเพราะถ้าเขาไม่เชื่อเธออาจจะกลายเป็นผู้หญิงหน้าเงินที่เอาลูกมาอ้างว่าเป็นลูกของเขาก็ได้ ร้านอาหารสุดแสนจะโรแมนติกติดริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาในคืนเดือนเพ็ญพระจันทร์เต็มดวง รัญชิดาอดคิดถึงความรักของเขาและเธอที่หวานชื่นในทุกคืนวันที่ไร่ผาหมอกไม่ได้ “คิดอะไรอยู่” ชายหนุ่มถามขึ้นเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายมองไปที่สายน้ำที่อยู่เบื้องหน้าส่งยิ้มอย่างมีความสุขเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่าง&n
ตอนที่ 8อยู่เคียงข้าง ความเหนื่อย ความเพลียทำให้รัญชิดาสาวน้อยผู้ร้องไห้มาอย่างหนักหน่วงเผลอหลับไปมารู้ตัวอีกทีก็เพราะมีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น “พิมเอง วันนี้ไม่ต้องไปทำงานนะพี่ภูฟื้นแล้ว เธอมาเฝ้าเขาแทนฉันหน่อยตั้งแต่เมื่อคืนฉันยังไม่ได้อาบน้ำ กินข้าวเลย” “ได้ ๆ ค่ะคุณพิม” สาวสวยร่างเล็กกระโดดลงจากเตียงนอนด้วยความดีใจที่ได้ข่าวว่าคนรักของเธอฟื้นแล้ว โรงพยาบาลอยู่ไม่ไกลจากบ้านของรัญชิดาและตอนนี้ก็ไม่ใช่เวลาที่คนกำลังไปทำงานบนท้องถนนจึงสัญจรได้สะดวกใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงหญิงสาวก็พาตัวเองมาถึงโรงพยาบาล “เตรียมกระเป๋ามาด้วยดีเลย คืนนี้เธออยู่เฝ้าพี่ภูได้ใช่ไหม ฉันจะได้พัก
ตอนที่ 7กลับมานะ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่อยู่ในสายตาของพิมมี่โดยตลอด เธอเลือกที่จะไม่บอกมารดาเพราะอยากเห็นพี่ชายมีความสุข “รัญ ฉันรู้เรื่องเธอกับพี่ภูนะ ไม่ต้องกลัวว่าฉันจะว่าอะไรแค่อยากขอเธอว่าอย่าทำให้พี่ชายฉันต้องเสียใจได้ไหม พี่ภูผ่านเรื่องร้าย ๆ มาตลอดหลายปีที่ผ่านมา ฉันไม่อยากเห็นเขาต้องเจ็บอีก” “ค่ะ คุณพิมแต่...รัญไม่รู้เรื่องที่ผ่านมาของคุณภูเลยนะคะ” รัญชิดากำลังจะถามต่อแต่ถูกขัดด้วยเสียงเจื้อยแจ้วของละอองที่เดินตามเจ้านายเข้ามาถึงในห้องน้ำ “คุณพิมคะ วันนี้จะรับน้ำส้มหรือน้ำฝรั่งดีคะ” “ตามเข้ามาถามถึงในนี้เลยนะ เอาเป็นว่าเอามาทั้งสองอย่างก็ดี&rd
ตอนที่ 6ฉันไม่ได้มาเพื่อรักเธอ งานที่บริษัทเริ่มลงตัว เลขาสาวจึงได้มีเวลาออกไปทักทายพูดคุยกับเพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ บ้าง “สวัสดีค่ะพี่ ๆ ทุกคน มาทำงานที่นี่หลายวันแล้วรัญเพิ่งจะมีโอกาสออกมาคุยกับพี่ ๆ ทุกคนก็วันนี้แหละค่ะ” รัญชิดาทักทายพี่ ๆ น้องและเพื่อนร่วมงานทุกคนเพื่อสร้างความสนิทสนมให้มากที่สุดเพราะเธอเชื่อว่าพวกเขาเหล่านี้แหละคือแหล่งข้อมูลเป็นอย่างดี “จ้า...พวกพี่เห็นเธอนั่งทำงานแทบจะไม่ได้ออกมาเลย ทุกคนเข้าใจว่าทั้งเธอและคุณภูก็ใหม่กับบริษัทนี้ทั้งคู่คงต้องใช้เวลาเรียนรู้งานกัน” “ทำไมคุณภูถึงได้ใหม่กับที่นี่ เขาเป็นลูกชายท่านประธานไม่ใช่หรือคะ” ละอองพนักงา







