Se connecterตอนที่ 1
รอ....
สายลมแห่งฤดูหนาวมาเยือน ดอกไม้ในไร่ผาหมอกพากันเบ่งบานอวดสีสันกันสะพรั่งเต็มพื้นที่ตรงข้ามกับหัวใจของหญิงสาวที่กำลังรอคอยข่าวจากคนรักของเธออย่างสิ้นหวัง
รัญชิดาสาวน้อยในวัยยี่สิบกว่า เธอมาฝึกงานที่ไร่แห่งนี้เพื่อหวังแค่เพียงให้เธอได้เรียนจบตามที่ที่เธอฝันนอกจากความสำเร็จเรื่องเรียนที่ได้จากที่ไร่หญิงสาวกลับได้พบกับผู้ชายที่ทำให้ได้รู้จักความรักซึ่งเป็นรักแรกและรักเดียวในชีวิตของเธอ
“หนาวกลับเข้าไปในบ้านเถอะ ท้องแก่แบบนี้ค่ำมืดจะอันตราย”
ราตรีสาวแก่อายุเข้าเลขห้าแต่ยังครองความโสดไว้อย่างเหนียวแน่นเดินออกมาตามลูกน้องคนสนิทที่กำลังท้องใกล้คลอดถึงหน้าไร่ของเธอ
“แม่เลี้ยงเลยลำบากต้องเดินมาตาม รัญต้องขอโทษด้วยนะคะ”
รัญชิดาค่อย ๆ ใช้มือทั้งสองข้างดันตัวเองให้ลุกจากเก้าอี้ที่ทำจากขอนไม้เพื่อเดินไปหาเจ้าของไร่ที่ยืนมองเธอด้วยแววตาแสดงถึงความสงสาร
“ภูวิศจากที่นี่ไปตั้งแต่เธอท้องได้เพียงไม่กี่เดือนจนตอนนี้ใกล้จะคลอดแล้ว เมื่อไหร่เธอถึงจะเลิกรอผู้ชายที่ไม่มีความรับผิดชอบแบบนั้นเสียที”
ราตรีส่ายหัวไม่เห็นด้วยที่หญิงสาวตรงหน้ายังคงนั่งคอยผู้ชายที่ผิดสัญญาว่าจะกลับมาเพื่อรับผิดชอบทุกอย่าง
“เปล่านะคะ รัญไม่ได้มารอเขาแค่เห็นว่าอากาศดีช่วงนี้เลยมานั่งรับลมค่ะ”
รัญชิดาพูดไม่ตรงกับใจ ภูวิศจากที่นี่ไปหลายเดือนไม่มีแม้แต่ข่าวคราวใด ๆ เธออยากจะตามหาแต่ก็ไม่รู้จะไปตามที่ไหนเพราะเอกสารที่ชายหนุ่มใช้มาสมัครงานที่ไร่แห่งนี้เป็นเอกสารที่ถูกปลอมขึ้นทั้งหมด คนที่ไร่เพิ่งมารู้ความจริงว่าภูวิศไม่ได้เป็นชายหนุ่มกำพร้าก็เมื่อวันที่เขาฝากราตรีให้ดูแลรัญชิดาและลูกในท้องก่อนที่เขาจะขอกลับไปบอกความจริงทุกอย่างกับพ่อและแม่เรื่องของภรรยาและเด็กน้อยที่กำลังจะลืมตาดูโลก
“ดีแล้ว ไม่มีประโยขน์อะไรที่เธอจะยังรอคอย เด็กในท้องฉันจะดูแลเอง พ่อแม่ของเธอฉันก็คุยทุกอย่างให้แล้วยังมีอะไรไหมที่เธอยังต้องกังวล”
ราตรีรักและเอ็นดูรัญชิดาเหมือนน้องสาวเพราะตัวเธอเองไม่มีญาติพี่น้องที่ไหน เธอจึงยินดีที่จะดูแลน้องสาวนอกสายเลือดคนนี้และเด็กในท้องที่กำลังจะเกิดขึ้นมาอย่างเต็มใจ
สาวน้อยที่เติบโตมาจากครอบครัวที่แสนอบอุ่นถึงแม้จะไม่ใช่ครอบครัวที่มีฐานะ รัญชิดามองโลกในแง่ดีเสมอจนถึงนาทีนี้เธอยังคงคิดเข้าข้างตัวเองว่าอีกไม่นานภูดิศจะกลับมาหาเธอและลูกตามที่สัญญาไว้แน่นอน
ฝนด้านนอกกำลังตกลงมาเพราะช่วงนี้ยังเป็นปลายฝนต้นหนาว เสียงหยดน้ำกระทบลงบนหลังคาบ้านพักคนงานทำให้หัวใจของคนที่กำลังเหงารู้สึกหนาวไปจนสุดขั้วหัวใจ
รัญชิดาใช้สองมือนุ่มลูบที่ท้องของเธออย่างแผ่วเบา เสียงสะอื้นเริ่มดังแข่งกับสายฝน น้ำตาที่พยายามเก็บกลั้นทุกครั้งที่มีคนพูดถึงชายอันเป็นที่รักมันจะถูกปลดปล่อยออกมาทุกครั้งเมื่อเธอต้องอยู่คนเดียว ดวงตาคู่สวยค่อย ๆ ปิดลงภาพวันหวานในอดีตย้อนเข้ามาในความทรงจำอีกครั้ง
“พี่ไปไม่นานจะรีบกลับมา ดูแลตัวเองให้ดีนะ”
“รัญไม่อยากให้พี่ไปเลยค่ะ ”
“พี่ไปเพื่อกลับมารับรัญกับลูกไปอยู่กับพี่อย่างถูกต้อง พี่สัญญาว่าจะรีบกลับมาให้เร็วที่สุด”
ภาพชายหนุ่มหญิงสาวกอดกันร้องไห้เป็นอันต้องจบลงเมื่อเสียงฟ้าผ่ากลางเขาดังกึกก้องมาแทนที่ รัญชิดาสะดุ้งสุดตัวได้สติคืนมาว่าทุกอย่างที่เธอกำลังคิดถึงมันเป็นแค่อดีตไปแล้ว
“เรามีกันแค่สองคนนะลูก พ่อเขาคงไม่กลับมาแล้วหรือความจริงเขาอาจไม่เคยคิดที่จะกลับมาเลยก็ได้”
มือนุ่มลูบท้องไปมาเพื่อหวังให้อีกชีวิตได้ยินและรับรู้ทุกคำพูดของเธอในเวลานี้
เช้าวันใหม่อากาศของไร่ผาหมอกในวันที่ฝนตกมาเกือบทั้งคืนดูไม่สดใสเพราะไร้แสงของพระอาทิตย์มีหมอกฟุ้งเต็มไปหมด คนงานในไร่ต้องเปิดไฟเพื่อช่วยให้สามารถทำงานได้
“วันนี้ช่วงบ่ายฉันจะพาเธอไปหาหมอตามนัดนะ”
ราตรีเดินมานั่งที่โต๊ะอาหารด้วยท่าทางเร่งรีบเหมือนกำลังจะทำอะไรบางอย่าง
“แม่เลี้ยงอิ่มเร็วจังค่ะ”
รัญชิดารีบถามทันทีเมื่อเห็นผู้มีพระคุณของเธอกินข้าวแค่เพียงไม่กี่คำก็คว้าหมวกเตรียมจะลุกจากเก้าอี้
“ไม่ค่อยหิว จะรีบไปดูลูกม้าหน่อยฝนตกแบบนี้กลัวจะป่วยเอา”
หญิงสาวได้แต่มองผู้หญิงที่อายุห่างจากแม่ของเธอเพียงไม่กี่ปีด้วยความชื่นชม ราตรีเป็นผู้หญิงที่ทั้งสวยและเก่งทำทุกอย่างได้ไม่ต่างจากผู้ชาย รัญชิดาอยากเห็นตัวเองเป็นแบบแม่เลี้ยงบ้าง อย่างน้อยเธอก็จะได้เป็นที่พึ่งให้ลูกของเธอ
“แม่เลี้ยงเก่ง เก่งจนไม่จำเป็นต้องหาผู้ชายที่ไหนมาดูแล”
ป้าสร้อยแม่บ้านของที่นี่เดินมานั่งข้าง ๆ พูดเหมือนรู้ใจว่าตอนนี้คนท้องกำลังคิดอะไรอยู่
“ความเก่ง มันก็ดีแต่บางครั้งมันก็ทำให้แม่เลี้ยงต้องอยู่ตัวคนเดียวแบบนี้ ป้าอดห่วงไม่ได้ว่าแก่ตัวไปใครจะดูแล”
“แม่เลี้ยงเคยมีแฟนไหมคะป้าสร้อย” คนถามทำท่าทางอยากรู้
“เคยมีสิ แต่นานมาแล้วเรียกได้ว่าเป็นรักเดียวและรักสุดท้าย ผู้ชายคนนั้นเสียชีวิตในคืนวันก่อนแต่งงานได้แค่เพียงคืนเดียว ตั้งแต่นั้นมาแม่เลี้ยงก็ไม่เปิดใจให้ใครอีกเลย”
คนถามอยากรู้รายละเอียดมากกว่านี้แต่ก็กลัวว่าป้าสร้อยจะคิดว่าเธอเป็นคนอยากรู้อยากเห็น อีกทั้งเรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนตัวของแม่เลี้ยง รัญชิดาเลยไม่อยากถามให้ป้าสร้อยต้องลำบากใจเพราะเธออยู่ที่ไร่นี้มาปีกว่า แม่เลี้ยงไม่เคยจะยอมพูดถึงเรื่องนี้เลยสักครั้ง
การมาหาหมอตามนัดครั้งนี้กลับพบว่าปากมดลูกเปิดแล้ว รัญชิดาจึงต้องนอนโรงพยาบาลเพื่อเตรียมคลอดทันที
“ไม่ต้องกลัวนะรัญ ฉันจะอยู่ข้าง ๆ เธอส่วนพ่อและแม่ของเธอคนงานจะไปรับมาพรุ่งนี้ หลานฉันคลอดออกมาเมื่อไหร่คงต้องให้พ่อกับแม่ของเธอช่วยดูแลที่โรงพยาบาลก่อน งานที่ไร่กำลังยุ่งฉันคงต้องรีบกลับไปดูแล”
ราตรีเองไม่เคยแม้แต่จะท้อง เธอเป็นห่วงกลัวรัญชิดาจะกลัวเพราะตัวเธอเองกำลังกลัวกลับจินตนาการของตัวเองที่นึกไปทั่วว่าคนคลอดลูกจะเจ็บแบบไหน
เวลาผ่านไปช้าเสียเหลือเกินสำหรับหญิงสาวที่กำลังทรมานปวดท้องจะคลอด รัญชิดานอนร้องครวญครางอยู่ตั้งแต่ช่วงหัวค่ำกว่าหนุ่มน้อยตาแป๋วจะคลอดออกมาลืมตาดูโลกก็เกือบสว่าง
“หน้าเหมือนฝรั่ง ผิวขาวน่าชังจริง ๆ ”
ตาและยายต่างดีใจและหลงรักในความน่าชังของหลานชายทันที
เด็กน้อยลืมตาดูโลกพร้อมกับใบหน้าและผิวพรรณที่เหมือนกับภูดิศไม่มีผิดเพี้ยน ชายหนุ่มเคยเล่าให้คนรักฟังว่าสาเหตุที่เขามีดวงตาสีน้ำตาลอ่อนและใบหน้าที่ดูเหมือนลูกครึ่งเพราะมารดาของเขาเป็นลูกครึ่งไทยอังกฤษและตอนนี้ดีเอ็นเอของภูดิศก็อยู่บนใบหน้าของลูกชายอย่างชัดเจน
ความเจ็บ ความเหนื่อยกับการปวดท้องยาวนานหลายชั่วโมงกว่าที่คุณแม่คนใหม่จะตื่นขึ้นมาเจอหน้าลูกชายก็ได้เวลาอาหารกลางวันแล้ว
รัญชิดามองหน้าลูกชายในอ้อมแขนด้วยหยดน้ำตา วันนี้คนที่ยืนอยู่ข้างเธอควรจะเป็นผู้ชายที่บอกว่ารักเธอที่สุดไม่ใช่เป็นพ่อกับแม่แต่ทุกอย่างมันคือความจริงที่เธอจะต้องยอมรับและสู้กับมันไปให้ได้
หมอให้ออกจากโรงพยาบาลได้เมื่อตรวจดูแล้วว่าทั้งแม่และลูกแข็งแรงดี ราตรีขอพ่อกับแม่ของรัญชิดาเป็นคนดูแลทั้งเด็กน้อยและรัญเองเพราะเธอไม่มีลูก ทั้งคู่เห็นด้วยเพราะคิดว่าชีวิตของ ลูกสาวและหลานต้องสบายกว่าการที่จะกลับไปอยู่บ้านแน่ ๆ
“ต่อแต่นี้เธอคือน้องสาวส่วนลูกของเธอก็คือหลานของฉัน ผาหมอกกลับบ้านเรานะหลานป้า”
ราตรีตั้งชื่อให้หลานชายของเธอเป็นชื่อเดียวกับไร่แต่นอกจากนี้ที่คนอื่นไม่รู้ก็คือหมอกเป็นชื่อของชายที่เธอรักจนสุดหัวใจ
ตอนที่ 1จุดเริ่มต้นของครอบครัว “หยกแน่ใจหรือยังถึงได้คิดจะมาชวนแก้มไปบ้าน แม่หยกจะไม่แหกอกแก้มแน่นะ” แก้มใสลูกสาวข้าราชการครูชั้นผู้น้อยเธอเข้ามาเรียนในกรุงเทพจนได้พบรักกับหยกลูกชายคนเล็กของตระกูลเลิศรัตนโสภาซึ่งเป็นครอบครัวที่มีเชื้อสายของชาวจีนแผ่นดินใหญ่ตั้งแต่ครั้ง บรรพบุรุษผู้ก่อสร้างโรงสีจนตอนนี้พัฒนามากลายเป็นโรงงานผลิตและส่งออกสินค้าทางเกษตรทุกชนิดของเมืองไทยไปยังประเทศในแถบเอเซียและยุโรป นอกจากนี้ครอบครัวของหยกกำลังขยายกิจการรับซื้อผลผลิตทางการเกษตรอื่นตามชนบททางภาคเหนือเพื่อนำมาแปรรูปส่งออก “หยกก็ไม่ได้แน่ใจขนาดนั้นก็แค่อยากเริ่มพาแก้ม เข้าไปทำความรู้จักกับครอบครัวของหยกในฐานะเพื่อนสนิทก่อนแล้วพอสอบเสร็จ เราค่อยไปบอกความจริงทั้งหมดกัน”
ตอนที่ 10ไร่ผาหมอก เช้านี้ภูวิศและรัญชิดาจะเข้าไปเล่าเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นระหว่างเขาและเธอให้ทุกคนในครอบครัวของภูวิศฟัง “คุณท่านทั้งสองจะไม่โกรธรัญใช่ไหมที่ไม่มีอะไรสักอย่างในชีวิตคู่ควรกับพี่ภู” หญิงสาวรู้สึกกลัวและไม่มั่นใจเพราะเธอรู้ตัวเองดีว่าทั้งฐานะ การศึกษาทุกอย่างเธอด้อยกว่าสามีของเธอ ครอบครัวของชายหนุ่มร่ำรวยก็คงอยากได้ลูกสะใภ้ที่มีทุกอย่างคู่ควรกับลูกชายไม่ใช่สาวชาวบ้านจน ๆ อย่างเธอแน่นอน “ความรักอย่างไร รัญมีไม่น้อยไปกว่าใครมีมากกว่าผู้หญิงบางคนที่เคยผ่านเข้ามาในชีวิตของผมอีก รัญอย่ามองครอบครัวของผมแย่อย่างนั้น คุณพ่อคุณแม่ท่านรู้ดีว่ารัญรักผมมากแค่ไหน” หญิงสาวผู้รู้สึกว่าตัวเองต่ำต้อยด้อยค่าฟังแล้วก็รู้สึกใจชื้น
ตอนที่ 9ค่ำคืนของความคิดถึง “เย็นนี้ไปหาอะไรกินกันนะ” เจ้านายเอ่ยชวนเลขาด้วยน้ำเสียงที่คนฟังถึงกับรู้สึกวูบวาบไปหมดทั้งตัว สัมผัสที่เขามอบให้เธอทำให้คืนวันอันแสนหวานกลับมาอีกครั้งแต่รัญชิดาไม่รู้ว่าเธอควรที่จะบอกความจริงทั้งหมดที่ชายหนุ่มตรงหน้าจำไม่ได้ดีไหมเพราะถ้าเขาไม่เชื่อเธออาจจะกลายเป็นผู้หญิงหน้าเงินที่เอาลูกมาอ้างว่าเป็นลูกของเขาก็ได้ ร้านอาหารสุดแสนจะโรแมนติกติดริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาในคืนเดือนเพ็ญพระจันทร์เต็มดวง รัญชิดาอดคิดถึงความรักของเขาและเธอที่หวานชื่นในทุกคืนวันที่ไร่ผาหมอกไม่ได้ “คิดอะไรอยู่” ชายหนุ่มถามขึ้นเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายมองไปที่สายน้ำที่อยู่เบื้องหน้าส่งยิ้มอย่างมีความสุขเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่าง&n
ตอนที่ 8อยู่เคียงข้าง ความเหนื่อย ความเพลียทำให้รัญชิดาสาวน้อยผู้ร้องไห้มาอย่างหนักหน่วงเผลอหลับไปมารู้ตัวอีกทีก็เพราะมีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น “พิมเอง วันนี้ไม่ต้องไปทำงานนะพี่ภูฟื้นแล้ว เธอมาเฝ้าเขาแทนฉันหน่อยตั้งแต่เมื่อคืนฉันยังไม่ได้อาบน้ำ กินข้าวเลย” “ได้ ๆ ค่ะคุณพิม” สาวสวยร่างเล็กกระโดดลงจากเตียงนอนด้วยความดีใจที่ได้ข่าวว่าคนรักของเธอฟื้นแล้ว โรงพยาบาลอยู่ไม่ไกลจากบ้านของรัญชิดาและตอนนี้ก็ไม่ใช่เวลาที่คนกำลังไปทำงานบนท้องถนนจึงสัญจรได้สะดวกใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงหญิงสาวก็พาตัวเองมาถึงโรงพยาบาล “เตรียมกระเป๋ามาด้วยดีเลย คืนนี้เธออยู่เฝ้าพี่ภูได้ใช่ไหม ฉันจะได้พัก
ตอนที่ 7กลับมานะ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่อยู่ในสายตาของพิมมี่โดยตลอด เธอเลือกที่จะไม่บอกมารดาเพราะอยากเห็นพี่ชายมีความสุข “รัญ ฉันรู้เรื่องเธอกับพี่ภูนะ ไม่ต้องกลัวว่าฉันจะว่าอะไรแค่อยากขอเธอว่าอย่าทำให้พี่ชายฉันต้องเสียใจได้ไหม พี่ภูผ่านเรื่องร้าย ๆ มาตลอดหลายปีที่ผ่านมา ฉันไม่อยากเห็นเขาต้องเจ็บอีก” “ค่ะ คุณพิมแต่...รัญไม่รู้เรื่องที่ผ่านมาของคุณภูเลยนะคะ” รัญชิดากำลังจะถามต่อแต่ถูกขัดด้วยเสียงเจื้อยแจ้วของละอองที่เดินตามเจ้านายเข้ามาถึงในห้องน้ำ “คุณพิมคะ วันนี้จะรับน้ำส้มหรือน้ำฝรั่งดีคะ” “ตามเข้ามาถามถึงในนี้เลยนะ เอาเป็นว่าเอามาทั้งสองอย่างก็ดี&rd
ตอนที่ 6ฉันไม่ได้มาเพื่อรักเธอ งานที่บริษัทเริ่มลงตัว เลขาสาวจึงได้มีเวลาออกไปทักทายพูดคุยกับเพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ บ้าง “สวัสดีค่ะพี่ ๆ ทุกคน มาทำงานที่นี่หลายวันแล้วรัญเพิ่งจะมีโอกาสออกมาคุยกับพี่ ๆ ทุกคนก็วันนี้แหละค่ะ” รัญชิดาทักทายพี่ ๆ น้องและเพื่อนร่วมงานทุกคนเพื่อสร้างความสนิทสนมให้มากที่สุดเพราะเธอเชื่อว่าพวกเขาเหล่านี้แหละคือแหล่งข้อมูลเป็นอย่างดี “จ้า...พวกพี่เห็นเธอนั่งทำงานแทบจะไม่ได้ออกมาเลย ทุกคนเข้าใจว่าทั้งเธอและคุณภูก็ใหม่กับบริษัทนี้ทั้งคู่คงต้องใช้เวลาเรียนรู้งานกัน” “ทำไมคุณภูถึงได้ใหม่กับที่นี่ เขาเป็นลูกชายท่านประธานไม่ใช่หรือคะ” ละอองพนักงา







