Se connecterตอนที่ 6
ฉันไม่ได้มาเพื่อรักเธอ
งานที่บริษัทเริ่มลงตัว เลขาสาวจึงได้มีเวลาออกไปทักทายพูดคุยกับเพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ บ้าง
“สวัสดีค่ะพี่ ๆ ทุกคน มาทำงานที่นี่หลายวันแล้วรัญเพิ่งจะมีโอกาสออกมาคุยกับพี่ ๆ ทุกคนก็วันนี้แหละค่ะ”
รัญชิดาทักทายพี่ ๆ น้องและเพื่อนร่วมงานทุกคนเพื่อสร้างความสนิทสนมให้มากที่สุดเพราะเธอเชื่อว่าพวกเขาเหล่านี้แหละคือแหล่งข้อมูลเป็นอย่างดี
“จ้า...พวกพี่เห็นเธอนั่งทำงานแทบจะไม่ได้ออกมาเลย ทุกคนเข้าใจว่าทั้งเธอและคุณภูก็ใหม่กับบริษัทนี้ทั้งคู่คงต้องใช้เวลาเรียนรู้งานกัน”
“ทำไมคุณภูถึงได้ใหม่กับที่นี่ เขาเป็นลูกชายท่านประธานไม่ใช่หรือคะ”
ละอองพนักงานฝ่ายบุคคลกำลังจะอ้าปากอธิบายแต่เลือกที่จะปิดปากสนิทและวิ่งไปที่หน้าประตูลิฟต์แทนเมื่อมีผู้หญิงที่รัญชิดาจำหน้าได้ดีว่าเธอคือคนที่เคยเจอที่สถานีเติมน้ำมันในวันนั้น
“สวัสดีค่ะคุณพิม ไม่เจอตั้งนานคิดถึงจังเลยค่ะ”
ละอองและพนักงานคนอื่น ๆ ในฝ่ายพากันเดินไปยกมือไหว้อย่างเอาใจกันถ้วนหน้า
“เมียมาแล้วอยากรู้จังว่าจะยังกล้ามาทำดีกับเราอีกไหม”
รัญชิดาบ่นพึมพำกับตัวเองเพราะตลอดเวลาตั้งแต่เธอเข้ามาทำงานที่นี่เธอยังไม่เคยเจอผู้หญิงที่กำลังยืนคุยกับพนักงานเลยสักครั้ง
สาวสวยในชุดทำงานดูหรูมีราคาเดินแยกตัวเข้าไปในห้องของเจ้านายเธอแล้ว รัญชิดาจึงได้เดินตามเข้าไปเพราะอยากรู้ว่าถ้าต่อหน้าภรรยา ภูวิศจะยังตีหน้าไม่มีพิรุธอยู่ได้ไหม
“พี่ภู ออกมาทำงานแต่เช้าพิมเลยไม่ได้เจอพี่เลย”
สองพี่น้องโผเข้ากอดกันด้วยความคิดถึงเพราะครั้งนี้ไม่ได้เจอกันเกือบเดือน
ก๊อก ก๊อก
“ขออนุญาตนะคะ”
เจ้านายทั้งสองคนต่างพากันหันไปมองที่ประตูซึ่งเป็นที่มาของเสียง
“เข้ามา...รัญ”
ผู้หญิงทั้งสองคนมองหน้ากันด้วยความสงสัยต่างคนต่างก็อยากรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นใคร
“รัญนี่พิมมี่น้องสาวผม ” ชายหนุ่มแนะนำด้วยรอยยิ้ม
หญิงสาวได้ยินคำแนะนำรู้สึกเหมือนตัวเองหูอื้อไปทันที ตกลงผู้หญิงที่เธอคิดมาตลอดว่าคือภรรยาของภูวิศกลับเป็นน้องสาวของเขา
“พิม นี่รัญเลขาคนใหม่ของพี่ พี่รับเธอเข้ามาทำงานตอนเรากับคุณแม่ไปต่างประเทศเลยไม่มีโอกาสได้เจอกัน ”
คนเป็นน้องสาวมองเลขาพี่ชายอย่างไม่วางตาเพราะรู้สึกคุ้นหน้าพยายามนึกว่าเคยเจอที่ไหน
“สวัสดีค่ะคุณพิม รัญขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะเพิ่งเข้ามาทำงานที่นี่ยังคงต้องเรียนรู้งานอีกมากค่ะ”
คำพูดและท่าทางที่ดูไม่ได้เอาอกเอาใจอย่างออกนอกหน้าเหมือนพนักงานคนอื่นยิ่งทำให้ลูกสาวท่านประธานรู้สึกสนใจในตัวของรัญชิดา
“ช่วยไปเอาน้ำส้มให้หน่อยได้ไหม ลองถามละอองนะ ”
หญิงสาวที่เพิ่งผ่านการตกใจจากสถานะของคนตรงหน้าถูกกันให้ออกจากห้องทำงานทันที
“พี่ภูเหมือนพิมคุ้นหน้าเลขาพี่มาก”
“พี่ถามแล้ว ว่าเราเคยเจอกันมาก่อนหรือเปล่าแต่รัญยืนยันว่าไม่ตอนแรกพี่ก็รู้สึกคุ้นหน้าเหมือนเราเคยเจอตอนที่ไปเที่ยวภาคเหนือ แต่คนสมัยนี้หน้าเหมือนกันเยอะ ทำไมทำหน้าแบบนั้น รัญเป็นคนดีไม่มีอะไรหรอก”
พี่ชายยืนยันแบบนั้นน้องสาวก็รู้สึกโล่งใจขึ้น ทั้งคู่อยู่คุยกันได้ไม่ถึงชั่วโมง พิมก็ขอตัวกลับไปทำงานที่ห้องของเธอที่อยู่อีกชั้นของบริษัท
“เย็นนี้เดี๋ยวผมไปส่งนะ รถก็จอดไว้ที่นี่พรุ่งนี้เช้าผมไปรับเอง ผมอยากให้รัญไปช่วยเลือกของขวัญวันเกิดให้พิม ผู้หญิงด้วยกันน่าจะรู้ใจกันมากกว่าผม”
ตั้งแต่วันแรกที่ภูวิศอาสาไปส่งเลขาสาว เขาก็ไปส่งไปรับเธอเกือบทุกวัน พนักงานพากันซุบซิบถึงความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่ที่ดูสนิทสนมกันมากกว่าเจ้านายและลูกน้อง
เย็นนี้ราตรีพาผาหมอกมาถึงที่บ้านที่กรุงเทพและวันนี้ภาวิศก็ทำหน้าที่ไปส่งเลขาของเขาเหมือนทุกวันที่ผ่านมา
“พี่ภูคะ พี่สาวรัญค่ะชื่อพี่ราตรี”
ชายหนุ่มยกมือไหว้ราตรีเหมือนไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แม่เลี้ยงเองก็อดที่จะแปลกใจและไม่อยากจะเชื่อว่าชายหนุ่มที่เธอรับเข้ามาทำงานในไร่เกือบสองปีจะทำเป็นไม่รู้จักเธอได้เนียนแบบนี้
รัญชิดาขอให้วันนี้ภูวิศอยู่กินอาหารเย็นที่บ้านของเธอ ระหว่างที่เธอกับแม่เลี้ยงทำกับข้าวก็ฝากให้เจ้านายช่วยดูแลลูกชายเพราะมันคงเป็นโอกาสเดียวที่จะทำให้ลูกของเธอได้มีโอกาสอยู่กับพ่อแท้ ๆ
“รัญนี่มันอะไรกัน ฉันไม่อยากจะเชื่อ”
ราตรีจับมือน้องสาวต่างสายเลือดด้วยความสับสนงงงวยไปหมดกับสิ่งที่เธอเห็นทันทีหลังจากที่ทั้งคู่เดินแยกเข้ามาในครัว
“พี่ภูลืมทุกอย่าง เขาจำไม่ได้หรือเขาไม่อยากจำ รัญก็ไม่รู้”
สาวสวยผู้ทำตัวเข้มแข็งมาตลอดปล่อยโฮโผกอดผู้มีพระคุณด้วยน้ำตานองหน้าแทนคำอธิบายความรู้สึกทั้งหมด
“ฉันไม่เข้าใจเลยทำไมเขารับเธอเข้าทำงานและยังจะดูแลดีแบบนี้ ความจริงเขาควรจะกันเธอออกไปจากชีวิตถ้าไม่อยากจะจำเรื่องของเธอ รัญถ้าไม่ไหวกลับบ้านเราเถอะนะ”
ราตรีผ่านโลกมาก็มากแต่เธอกลับไม่รู้เลยว่าเหตุการณ์ที่เธอกำลังเจอมันคืออะไร เธอทำได้แค่เพียงโอบกอดให้กำลังใจและอยู่เคียงข้างรัญชิดาเท่านั้น
“จ๊ะเอ๋”
ภาพของพ่อลูกที่กำลังเล่นกัน เสียงหัวเราะอย่างมีความสุขของผาหมอเหมือนมีดกรีดลงไปทับรอยแผลเก่าของผู้เป็นแม่ รัญชิดาได้แต่เกิดคำถามในใจว่าผู้ชายที่เธอรักทำไมถึงได้ใจดำถึงเพียงนี้รู้ทั้งรู้ว่าเด็กตรงหน้าเป็นลูกของตัวเองแต่ก็ยังเล่นบทจำไม่ได้เหมือนเดิม
เช้านี้ราตรีต้องเข้าไปเซ็นสัญญาที่บริษัทของภูวิศ เลขาสาวจึงขอเจ้านายลางานโดยให้เหตุผลว่าพี่สาวของเธอต้องไปทำธุระในวันนี้ไม่มีคนเลี้ยงลูก โชคดีที่ฝ่ายการตลาดอยู่คนละชั้นกับห้องทำงานของภูวิศจึงทำให้เขากับราตรีไม่ได้เจอหน้ากัน
เลขาไม่ไปทำงานเจ้านายก็ไม่อยากอยู่ที่ทำงานตกบ่ายจึงตามมาช่วยเลี้ยงลูกที่บ้านโดยเขาให้เหตุผลกับรัญชิดาว่าเอางานมาให้เธอช่วยดู
ตลอดเวลาหนึ่งสัปดาห์ที่ราตรีพาผาหมอกมาอยู่ที่กรุงเทพไม่มีวันไหนที่ภูวิศจะไม่มาที่บ้านหลังนี้เพื่อเล่น ป้อนข้าวกับผาหมอกและวันสุดท้ายก่อนที่เด็กน้อยจะกลับ เขายังคงทำหน้าที่พาผาหมอกเข้านอนเพื่อให้รัญชิดาได้ไปอาบน้ำและราตรีไปล้างจานในครัว
“พรุ่งนี้ผมคงคิดถึงผาหมอกมาก ไว้วันหยุดยาวผมขอไปเที่ยวบ้านรัญบ้างได้ไหม ”
ภูวิศพูดด้วยท่าทางที่ดูเศร้าเหมือนกับถ้อยคำที่เขาพูดแต่ไม่กล้าพอที่จะพูดต่อหน้าราตรีจึงเลือกที่จะพูดตอนที่เลขาสาวเดินมาส่งเขาที่หน้าบ้านเพราะกลัวจะถูกพี่สาวรัญชิดาหาว่าเขากำลังจีบเธอ
“ได้สิคะ”
“ขอบคุณนะ ไม่ใช่แค่เรื่องไปบ้านแต่ทุก ๆ เรื่องเลย”
ชายหนุ่มจับมือเลขาขึ้นมาแนบกับแก้มของเขาก่อนที่จะดึงตัวเธอเข้าไปกอด
“รัญทำให้ผมมีความสุขมากรู้ไหม ถ้าคุณพร้อมเปิดใจให้ใครสักคนขอให้คิดถึงผมเป็นคนแรกนะ”
หญิงสาวได้แต่ยืนตัวแข็งทำอะไรไม่ถูกไม่ใช่เพราะรู้สึกเขินแต่เธอสับสนไปหมดเพราะไม่รู้ว่าสามีของเธอมาขอให้เธอเปิดใจให้เขาทำไมในเมื่อหัวใจของเธอเป็นของเขาอยู่แล้ว
รัญชิดาเล่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นให้กับราตรีฟังเพราะเธอไม่อยากเก็บเรื่องนี้ไว้คนเดียว
“ฉันไม่รู้จะบอกเธอว่าอย่างไรดีแต่เอาเป็นว่าอย่าเพิ่งคิดอะไรไปไกล จำได้ไหมว่าผู้ชายคนนี้ผิดสัญญากับเธอ ดังนั้นมันไม่ควรที่เธอจะเชื่อในคำพูดของเขาอีก แค่จะยอมรับว่าเธอคือภรรยาผาหมอกเป็นลูกเขายังไม่เคยพูดออกมาจากปากสักคำ”
คำเตือนสติของแม่เลี้ยงทำให้รัญชิดาพยายามดึงหัวใจของเธอคืนเพราะตอนนี้เธอรู้สึกตรงหลุมรักสามีอีกครั้งไปเสียแล้ว
ตอนที่ 1จุดเริ่มต้นของครอบครัว “หยกแน่ใจหรือยังถึงได้คิดจะมาชวนแก้มไปบ้าน แม่หยกจะไม่แหกอกแก้มแน่นะ” แก้มใสลูกสาวข้าราชการครูชั้นผู้น้อยเธอเข้ามาเรียนในกรุงเทพจนได้พบรักกับหยกลูกชายคนเล็กของตระกูลเลิศรัตนโสภาซึ่งเป็นครอบครัวที่มีเชื้อสายของชาวจีนแผ่นดินใหญ่ตั้งแต่ครั้ง บรรพบุรุษผู้ก่อสร้างโรงสีจนตอนนี้พัฒนามากลายเป็นโรงงานผลิตและส่งออกสินค้าทางเกษตรทุกชนิดของเมืองไทยไปยังประเทศในแถบเอเซียและยุโรป นอกจากนี้ครอบครัวของหยกกำลังขยายกิจการรับซื้อผลผลิตทางการเกษตรอื่นตามชนบททางภาคเหนือเพื่อนำมาแปรรูปส่งออก “หยกก็ไม่ได้แน่ใจขนาดนั้นก็แค่อยากเริ่มพาแก้ม เข้าไปทำความรู้จักกับครอบครัวของหยกในฐานะเพื่อนสนิทก่อนแล้วพอสอบเสร็จ เราค่อยไปบอกความจริงทั้งหมดกัน”
ตอนที่ 10ไร่ผาหมอก เช้านี้ภูวิศและรัญชิดาจะเข้าไปเล่าเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นระหว่างเขาและเธอให้ทุกคนในครอบครัวของภูวิศฟัง “คุณท่านทั้งสองจะไม่โกรธรัญใช่ไหมที่ไม่มีอะไรสักอย่างในชีวิตคู่ควรกับพี่ภู” หญิงสาวรู้สึกกลัวและไม่มั่นใจเพราะเธอรู้ตัวเองดีว่าทั้งฐานะ การศึกษาทุกอย่างเธอด้อยกว่าสามีของเธอ ครอบครัวของชายหนุ่มร่ำรวยก็คงอยากได้ลูกสะใภ้ที่มีทุกอย่างคู่ควรกับลูกชายไม่ใช่สาวชาวบ้านจน ๆ อย่างเธอแน่นอน “ความรักอย่างไร รัญมีไม่น้อยไปกว่าใครมีมากกว่าผู้หญิงบางคนที่เคยผ่านเข้ามาในชีวิตของผมอีก รัญอย่ามองครอบครัวของผมแย่อย่างนั้น คุณพ่อคุณแม่ท่านรู้ดีว่ารัญรักผมมากแค่ไหน” หญิงสาวผู้รู้สึกว่าตัวเองต่ำต้อยด้อยค่าฟังแล้วก็รู้สึกใจชื้น
ตอนที่ 9ค่ำคืนของความคิดถึง “เย็นนี้ไปหาอะไรกินกันนะ” เจ้านายเอ่ยชวนเลขาด้วยน้ำเสียงที่คนฟังถึงกับรู้สึกวูบวาบไปหมดทั้งตัว สัมผัสที่เขามอบให้เธอทำให้คืนวันอันแสนหวานกลับมาอีกครั้งแต่รัญชิดาไม่รู้ว่าเธอควรที่จะบอกความจริงทั้งหมดที่ชายหนุ่มตรงหน้าจำไม่ได้ดีไหมเพราะถ้าเขาไม่เชื่อเธออาจจะกลายเป็นผู้หญิงหน้าเงินที่เอาลูกมาอ้างว่าเป็นลูกของเขาก็ได้ ร้านอาหารสุดแสนจะโรแมนติกติดริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาในคืนเดือนเพ็ญพระจันทร์เต็มดวง รัญชิดาอดคิดถึงความรักของเขาและเธอที่หวานชื่นในทุกคืนวันที่ไร่ผาหมอกไม่ได้ “คิดอะไรอยู่” ชายหนุ่มถามขึ้นเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายมองไปที่สายน้ำที่อยู่เบื้องหน้าส่งยิ้มอย่างมีความสุขเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่าง&n
ตอนที่ 8อยู่เคียงข้าง ความเหนื่อย ความเพลียทำให้รัญชิดาสาวน้อยผู้ร้องไห้มาอย่างหนักหน่วงเผลอหลับไปมารู้ตัวอีกทีก็เพราะมีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น “พิมเอง วันนี้ไม่ต้องไปทำงานนะพี่ภูฟื้นแล้ว เธอมาเฝ้าเขาแทนฉันหน่อยตั้งแต่เมื่อคืนฉันยังไม่ได้อาบน้ำ กินข้าวเลย” “ได้ ๆ ค่ะคุณพิม” สาวสวยร่างเล็กกระโดดลงจากเตียงนอนด้วยความดีใจที่ได้ข่าวว่าคนรักของเธอฟื้นแล้ว โรงพยาบาลอยู่ไม่ไกลจากบ้านของรัญชิดาและตอนนี้ก็ไม่ใช่เวลาที่คนกำลังไปทำงานบนท้องถนนจึงสัญจรได้สะดวกใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงหญิงสาวก็พาตัวเองมาถึงโรงพยาบาล “เตรียมกระเป๋ามาด้วยดีเลย คืนนี้เธออยู่เฝ้าพี่ภูได้ใช่ไหม ฉันจะได้พัก
ตอนที่ 7กลับมานะ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่อยู่ในสายตาของพิมมี่โดยตลอด เธอเลือกที่จะไม่บอกมารดาเพราะอยากเห็นพี่ชายมีความสุข “รัญ ฉันรู้เรื่องเธอกับพี่ภูนะ ไม่ต้องกลัวว่าฉันจะว่าอะไรแค่อยากขอเธอว่าอย่าทำให้พี่ชายฉันต้องเสียใจได้ไหม พี่ภูผ่านเรื่องร้าย ๆ มาตลอดหลายปีที่ผ่านมา ฉันไม่อยากเห็นเขาต้องเจ็บอีก” “ค่ะ คุณพิมแต่...รัญไม่รู้เรื่องที่ผ่านมาของคุณภูเลยนะคะ” รัญชิดากำลังจะถามต่อแต่ถูกขัดด้วยเสียงเจื้อยแจ้วของละอองที่เดินตามเจ้านายเข้ามาถึงในห้องน้ำ “คุณพิมคะ วันนี้จะรับน้ำส้มหรือน้ำฝรั่งดีคะ” “ตามเข้ามาถามถึงในนี้เลยนะ เอาเป็นว่าเอามาทั้งสองอย่างก็ดี&rd
ตอนที่ 6ฉันไม่ได้มาเพื่อรักเธอ งานที่บริษัทเริ่มลงตัว เลขาสาวจึงได้มีเวลาออกไปทักทายพูดคุยกับเพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ บ้าง “สวัสดีค่ะพี่ ๆ ทุกคน มาทำงานที่นี่หลายวันแล้วรัญเพิ่งจะมีโอกาสออกมาคุยกับพี่ ๆ ทุกคนก็วันนี้แหละค่ะ” รัญชิดาทักทายพี่ ๆ น้องและเพื่อนร่วมงานทุกคนเพื่อสร้างความสนิทสนมให้มากที่สุดเพราะเธอเชื่อว่าพวกเขาเหล่านี้แหละคือแหล่งข้อมูลเป็นอย่างดี “จ้า...พวกพี่เห็นเธอนั่งทำงานแทบจะไม่ได้ออกมาเลย ทุกคนเข้าใจว่าทั้งเธอและคุณภูก็ใหม่กับบริษัทนี้ทั้งคู่คงต้องใช้เวลาเรียนรู้งานกัน” “ทำไมคุณภูถึงได้ใหม่กับที่นี่ เขาเป็นลูกชายท่านประธานไม่ใช่หรือคะ” ละอองพนักงา







