Se connecterตอนที่ 7
ทางเลือกที่แทบไม่มี
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วสองเดือนแล้วที่รดาเข้ามาเป็นส่วนเกินในชีวิตคู่ระหว่างอันนาและพี ประจำเดือนที่หายขาดไปถึง สองเดือนทำให้อันนาตัดสินใจที่จะไปตรวจให้รู้ความจริงเพราะเธอคิดว่าขืนปล่อยให้ทุกอย่างยาวไกลไปกว่านี้ความรู้สึกของเธอจะยิ่งแย่และช่วงนี้เธอก็ดูสุขภาพทรุดโทรมจนบางครั้งเธออดคิดไม่ได้ว่าเธอกำลังเป็นโรคซึมเศร้าหรือเปล่า บ่อยครั้งที่หญิงสาวแอบร้องไห้คนเดียวเมื่อสามีของเธอกลับบ้านไม่ตรงเวลาทั้งที่เขาก็มีเหตุผลมาอธิบายและมีหลักฐานยืนยันว่าเขาไม่ได้ไปกับรดาตามที่เธอเข้าใจแต่มันก็ไม่ทำให้รู้สึกสบายใจขึ้น
ผลตรวจออกมาแบบที่รดาคิดแม้ว่าเธอได้เตรียมใจไว้แล้วแต่สุดท้ายเธอกลับรู้สึกเหมือนแทบจะล้มทั้งยืนเมื่อรู้ว่ากำลังตั้งท้องได้ เกือบสามเดือนแล้วโดยที่ตัวเองแทบจะไม่รู้ตัวเพราะมัวแต่เอาเวลาทั้งหมดไปคิดแต่เรื่องของสามีกับอดีตคนรักและเอาแต่นอนร้องไห้คิดทบทวนเรื่องนั้นเรื่องนี้ไม่มีเวลากระทั่งสนใจตัวเองว่าประจำเดือนขาดไปแล้วกี่เดือน
“อันนาตอนนี้บ้านเรากำลังแย่รู้ไหม พี่ไม่รู้จะหันไปพึ่งใครแล้วพ่อกับแม่ขอร้องไม่ให้พี่โทรบอกแต่พี่ตัดสินใจว่าในเมื่ออันนาก็เป็นลูกสาวของท่านทั้งสองก็ควรจะต้องรับรู้และมาช่วยกันแก้ไขไม่ใช่ให้พี่มานั่งคิดทุกอย่างอยู่คนเดียวแบบนี้”
แอนนาโทรหาน้องสาวด้วยเสียงที่แสดงถึงความรู้สึกทั้งเสียใจและเครียดอยู่ในน้ำเสียงนั้น ก่อนหน้านี้ทั้งคู่แทบจะไม่ได้คุยกันหลายเดือนเพราะปกติแล้วแอนนาเป็นพี่สาวที่ไม่ค่อยรักน้องเท่าไหร่เธอมักจะสนใจแต่เรื่องของตัวเองเท่านั้น การโทรศัพท์มาของเธอในวันนี้จึงทำให้คนเป็นน้องสาวรู้ได้ทันทีว่าต้องมีเรื่องสำคัญแน่ ๆ และมันก็จริงอย่างที่อันนาคิด
พี่สาวโทรมาเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นที่บ้านทั้งหมดเกี่ยวกับธุรกิจของครอบครัวซึ่งตอนนี้กำลังแย่เพราะหุ้นของบริษัทถูกโอนขายออกไปในราคาถูกโดยที่แอนนาเลือกที่จะโกหกน้องว่าหุ้นที่ถูกขายไปเป็นเพราะว่าเธอต้องการจะเอาเงินมาใช้จ่ายในบริษัทไม่ให้ขาดสภาพคล่องทั้งที่ความจริงแล้วหุ้นที่ถูกขายไปเกิดจากการที่เธอโดนสามีหลอกให้เซ็นยกหุ้นให้และเขาก็นำหุ้นทั้งหมดนี้ไปขายต่อให้ชนาเทพในราคาที่ถูกแสนถูก
อันนาตัดสินใจที่จะกลับบ้านของเธอทันที หญิงสาวไม่อยากให้พ่อกับแม่รู้สึกว่ากำลังฝ่าฟันปัญหานี้ไปเพียงแค่สองคนและเธอคิดว่าตัวเธอเองน่าจะสามารถคุยกับชนาเทพได้ให้เขายอมขายหุ้นคืนในราคาที่เธอพอมีเงินจะซื้อต่อ
“คุณพ่อคุณแม่คะ อันนาจะเอาหุ้นของบริษัทเรากลับมาให้ได้”
หญิงสาวเลือกที่จะไม่พูดเท้าความว่าเรื่องต่าง ๆ มันเกิดขึ้นจากใครและเพราะอะไร แอนนาได้กำชับน้องสาวไว้แล้วว่าอย่าพูดถึงเรื่องนี้เพราะมันจะยิ่งทำให้พ่อแม่เสียใจให้อันนาคิดแต่เพียงว่าจะหาหนทางไหนมาทำให้หุ้นของบริษัทกลับมาอยู่ในครอบครัวของเธอให้ได้และอันนาก็เชื่อพี่สาวของเธอ เธอจึงไม่พูดเรื่องนี้ต่อหน้าพ่อกับแม่อีก
“ไม่เอานะลูก พ่อจะไม่ยอมให้ลูกต้องมาเดือดร้อนเพราะเรื่องนี้ตอนนี้ก็ถือว่าลูกได้ไปเริ่มต้นครอบครัวใหม่และบริษัทของครอบครัวเราพ่อกับแม่ก็ยกให้พี่ไปแล้วให้เป็นเรื่องของแอนนาเขาจัดการเองจะดีกว่า”
คนเป็นพ่อมองว่าเรื่องนี้ลูกสาวคนเล็กไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบอะไรและการที่อันนาจะเข้ามายุ่งเรื่องนี้อาจจะทำให้เกิดปัญหาครอบครัวได้เพราะคนเป็นพ่อก็แอบกลัวว่าพีรันธรอาจจะไม่พอใจถ้าอันนาเอาเงินของเธอมาช่วยซื้อหุ้นคืน
“คุณพ่อไม่ต้องคิดมากนะคะวิธีการที่อันนาจะเอาหุ้นของบริษัทเราคืนไม่เกี่ยวข้องกับคุณพีเลยสักนิดและก็อย่าพูดอีกนะคะว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับอันนาเพราะบริษัทนี้ถึงจะเป็นของพี่แล้วก็ตามแต่เราก็คือครอบครัวเดียวกันค่ะ ลูกคนนี้จะทำทุกอย่างเพื่อให้บริษัทของเรากลับมายิ่งใหญ่เหมือนเดิม”
หญิงสาวพูดออกไปทั้งที่ยังคิดไม่ออกว่าเธอจะใช้วิธีอะไรในการที่จะเอาหุ้นของบริษัทคืนเพราะลำพังตัวเธอก็มีเงินเก็บแค่ไม่เท่าไหร่และเธอเชื่อว่าคนอย่างชนาเทพถ้าคิดจะขายคืนให้เธอคงไม่ขายในราคาที่ขาดทุนแน่ ๆ
อันนาแบกความทุกข์และความไม่สบายกลับบ้าน เธอไม่ปริปากพูดให้พีได้รู้เพราะสำหรับเธอ เธอคิดว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเขาและตัวเองก็ต้องการไปจากเขาให้เร็วที่สุดเธอไม่อยากให้ลูกของเธอเกิดมาในครอบครัวที่ไม่มีความรักและสุดท้ายถ้าวันหนึ่งเธอต้องเลิกกับเขา เธอไม่ต้องการให้เขาได้สิทธิ์ในตัวของลูกเธอเพียงคนเดียวตามที่ตกลงกันไว้
คนเป็นสามีสังเกตอาการของภรรยาตลอด เขาคิดว่าอันนาต้องมีเรื่องไม่สบายใจและมีเรื่องปิดบังเขาไว้เพียงแต่ชายหนุ่มเลือกที่จะหาคำตอบด้วยตัวเองแทนการถามเพราะคิดว่าคำตอบที่ได้ต้องไม่เป็นความจริงและมันจะยิ่งทำให้เขารู้สึกอยากรู้และไม่สบายใจมากขึ้น
“คุณไปทำงานคนเดียวได้ไหมวันนี้ฉันรู้สึกไม่ค่อยสบายขอลาหยุดอยู่บ้านหนึ่งวัน”
อันนาตื่นเช้ามาก็เล่นบทไม่สบายทำหน้าซีดเซียวทำท่าทางเหมือนคนจะเป็นลมเพราะวันนี้เธอมีเรื่องสำคัญที่ต้องทำและเธอไม่สามารถออกจากบริษัทได้ถ้าเธอยังไปทำงานกับเขา เธอจึงต้องเล่นบทไม่สบายขอนอนอยู่บ้าน
ท่านประธานมีหรือจะดูไม่ออกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับภรรยาไม่ใช่ความจริง เธอกำลังโกหกเขาแต่ชายหนุ่มไม่รู้ว่าเพราะอะไรและเพื่ออะไร
“พักผ่อนอยู่บ้านก็ดีแล้วแล้วไม่ต้องลุกไปทำงานนะมีอะไรก็เรียกแม่บ้านให้หยิบของมาให้แต่ถ้าไม่สบายหนักจริง ๆ รีบโทรหาผมอย่าปล่อยให้เป็นเยอะผมเป็นห่วง”
เสียงรถของสามีออกไปแล้วหญิงสาวจึงรีบอาบน้ำแต่งตัวเพราะวันนี้เป็นวันสำคัญ เธอต้องทำธุระของเธอให้เสร็จเรียบร้อยเพราะนอกจากวันนี้เธอคงไม่มีโอกาสที่จะไปไหนมาไหนโดยลำพังอีกแล้ว
อันนามาหาชนาเทพถึงที่บริษัทของเขา เธอนัดหมายไว้ก่อนก็จริงแต่เธอไม่รู้ว่าอีกฝ่ายยินดีจะเจอกับเธอหรือเปล่าเพราะเป็นการนัดหมายผ่านเลขาเท่านั้น
“ฉันขอซื้อหุ้นของบริษัทคุณพ่อคุณแม่คืนได้ไหม”
หญิงสาวเข้าเรื่องทันทีเมื่อได้เจอหน้ากับชนาเทพอดีตคนที่คุณพ่อคุณแม่ของเธอตั้งใจจะให้เป็นลูกเขยแต่สุดท้ายกลับกลายเป็นว่าเขากลับพยายามทุกอย่างที่จะทำร้ายครอบครัวของเธอเพียงเพราะแค้นที่อันนาตัดสินใจไปแต่งงานกับพีแทนที่จะแต่งงานกับเขาทั้งที่ครอบครัวได้มีการคุยและตกลงกันไว้ซึ่งถือเป็นการหักหน้าเสือผู้หญิงอย่างชนาเทพอย่างร้ายแรง
“อุตส่าห์มาถึงที่นี่ไม่คิดจะทักทายกันก่อนบ้างเลยหรือมาถึงก็รีบพูดธุระของเธอเหมือนกับว่าเราทั้งคู่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน”
นักธุรกิจรูปร่างดีและวาจาไม่เป็นรองใครพูดจาออกนอกเรื่องทันทีเพราะเขาไม่ต้องการที่จะเจรจาทุกอย่างให้จบภายในวันนี้
“อย่าเสียเวลาเลยดีกว่า คุณต้องการอะไรกันแน่ถึงได้เข้ามาทำร้ายครอบครัวฉันแบบนี้พี่เขยของฉันถูกคุณหลอกใช่ไหม”
อันนาเชื่อโดยสนิทใจว่าไม่มีทางที่พี่เขยของเธอจะวางแผนหลอกพี่สาวให้โอนหุ้นให้แต่น่าจะเกิดจากความพึงพอใจของพี่สาวเธอและพี่เขยเธอน่าจะถูกชนาเทพหลอกอีกที
“ยังโง่เหมือนเดิมเลยนะ คิดว่าไปเป็นเมียไอ้พีแล้วจะฉลาดขึ้นแต่สุดท้ายก็ยังเป็นน้องสาวที่โง่เชื่อในสิ่งที่พี่สาวเธอพูดทุกอย่าง ไหน ๆ ก็มาถึงขั้นนี้แล้วฉันคงต้องบอกความจริงให้เธอรู้จะได้ตาสว่างขึ้นมาบ้างว่าพี่เขยของเธอมันหลอกให้พี่สาวของเธอโอนหุ้นให้และเอามาขายให้ฉันเพราะฉันเป็นคนว่าจ้างให้มันทำและตอนนี้พี่เขยของเธอก็กำลังมีความสุขกับเงินก้อนใหญ่ที่ฉันโอนให้เพื่อเป็นค่าตอบแทนกับหุ้นของบริษัทครอบครัวเธอ”
อันนาไม่เชื่อในสิ่งที่ชายหนุ่มตรงหน้าพูดแต่เธอไม่อยากจะดึงดันโต้เถียงอะไรไปเพราะกลัวจะทำให้อีกฝ่ายไม่พอใจเธอจึงพยายามใช้น้ำเสียงออดอ้อนเพื่อให้เขารู้ว่าเธอยอมแล้วทุกอย่างเพื่อขอให้เขาคืนหุ้นจะให้เธอเอาอะไรมาแลกเธอก็พร้อมจะยอม
“กลับไปหย่ากับไอ้พีแล้วฉันจะคืนให้เธอ” ชนาเทพยื่นคำขาด
“เพื่ออะไร คุณจะอยากได้ฉันไปเพื่ออะไรในเมื่อฉันก็ได้ชื่อว่าเป็นผู้หญิงที่มีสามีแล้ว”
คนถือไพ่เหนือกว่าคำออกมาอย่างสะใจเพราะเขาไม่คิดเลยว่าหญิงสาวตรงน่าจะยังไม่ประสีประสาถึงขั้นคิดว่าเขาอยากได้เธอมาเป็นเมีย
“ฉันไม่ได้อยากได้เธอคืนแต่ที่ฉันต้องการคือต้องการหักหน้าไอ้พีให้มันรู้ว่าการที่มันกล้าทำให้ฉันเสียหน้ามันจะต้องเจ็บกว่าฉัน”
อันนาเข้าใจแล้วว่าแท้ที่จริงคนตรงหน้าไม่ได้ต้องการเธอแต่ที่เขาวางแผนทั้งหมดเพียงแค่ต้องการแก้แค้นที่ถูกสามีของเธอหักหน้าก็เท่านั้น
การตกลงในวันนี้ยังไม่เป็นอันสิ้นสุดเพราะหญิงสาวไม่กล้าที่จะรับปากว่าเธอจะหย่ากับสามีได้จริง ๆ มันไม่ใช่ว่าเธอคิดว่าเขาจะไม่ยอมหย่าให้แต่เธอคิดว่าเธอรักเขาเกินกว่าจะพูดคำนั้นออกไป
ตอนที่ 1จุดเริ่มต้นของครอบครัว “หยกแน่ใจหรือยังถึงได้คิดจะมาชวนแก้มไปบ้าน แม่หยกจะไม่แหกอกแก้มแน่นะ” แก้มใสลูกสาวข้าราชการครูชั้นผู้น้อยเธอเข้ามาเรียนในกรุงเทพจนได้พบรักกับหยกลูกชายคนเล็กของตระกูลเลิศรัตนโสภาซึ่งเป็นครอบครัวที่มีเชื้อสายของชาวจีนแผ่นดินใหญ่ตั้งแต่ครั้ง บรรพบุรุษผู้ก่อสร้างโรงสีจนตอนนี้พัฒนามากลายเป็นโรงงานผลิตและส่งออกสินค้าทางเกษตรทุกชนิดของเมืองไทยไปยังประเทศในแถบเอเซียและยุโรป นอกจากนี้ครอบครัวของหยกกำลังขยายกิจการรับซื้อผลผลิตทางการเกษตรอื่นตามชนบททางภาคเหนือเพื่อนำมาแปรรูปส่งออก “หยกก็ไม่ได้แน่ใจขนาดนั้นก็แค่อยากเริ่มพาแก้ม เข้าไปทำความรู้จักกับครอบครัวของหยกในฐานะเพื่อนสนิทก่อนแล้วพอสอบเสร็จ เราค่อยไปบอกความจริงทั้งหมดกัน”
ตอนที่ 10ไร่ผาหมอก เช้านี้ภูวิศและรัญชิดาจะเข้าไปเล่าเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นระหว่างเขาและเธอให้ทุกคนในครอบครัวของภูวิศฟัง “คุณท่านทั้งสองจะไม่โกรธรัญใช่ไหมที่ไม่มีอะไรสักอย่างในชีวิตคู่ควรกับพี่ภู” หญิงสาวรู้สึกกลัวและไม่มั่นใจเพราะเธอรู้ตัวเองดีว่าทั้งฐานะ การศึกษาทุกอย่างเธอด้อยกว่าสามีของเธอ ครอบครัวของชายหนุ่มร่ำรวยก็คงอยากได้ลูกสะใภ้ที่มีทุกอย่างคู่ควรกับลูกชายไม่ใช่สาวชาวบ้านจน ๆ อย่างเธอแน่นอน “ความรักอย่างไร รัญมีไม่น้อยไปกว่าใครมีมากกว่าผู้หญิงบางคนที่เคยผ่านเข้ามาในชีวิตของผมอีก รัญอย่ามองครอบครัวของผมแย่อย่างนั้น คุณพ่อคุณแม่ท่านรู้ดีว่ารัญรักผมมากแค่ไหน” หญิงสาวผู้รู้สึกว่าตัวเองต่ำต้อยด้อยค่าฟังแล้วก็รู้สึกใจชื้น
ตอนที่ 9ค่ำคืนของความคิดถึง “เย็นนี้ไปหาอะไรกินกันนะ” เจ้านายเอ่ยชวนเลขาด้วยน้ำเสียงที่คนฟังถึงกับรู้สึกวูบวาบไปหมดทั้งตัว สัมผัสที่เขามอบให้เธอทำให้คืนวันอันแสนหวานกลับมาอีกครั้งแต่รัญชิดาไม่รู้ว่าเธอควรที่จะบอกความจริงทั้งหมดที่ชายหนุ่มตรงหน้าจำไม่ได้ดีไหมเพราะถ้าเขาไม่เชื่อเธออาจจะกลายเป็นผู้หญิงหน้าเงินที่เอาลูกมาอ้างว่าเป็นลูกของเขาก็ได้ ร้านอาหารสุดแสนจะโรแมนติกติดริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาในคืนเดือนเพ็ญพระจันทร์เต็มดวง รัญชิดาอดคิดถึงความรักของเขาและเธอที่หวานชื่นในทุกคืนวันที่ไร่ผาหมอกไม่ได้ “คิดอะไรอยู่” ชายหนุ่มถามขึ้นเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายมองไปที่สายน้ำที่อยู่เบื้องหน้าส่งยิ้มอย่างมีความสุขเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่าง&n
ตอนที่ 8อยู่เคียงข้าง ความเหนื่อย ความเพลียทำให้รัญชิดาสาวน้อยผู้ร้องไห้มาอย่างหนักหน่วงเผลอหลับไปมารู้ตัวอีกทีก็เพราะมีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น “พิมเอง วันนี้ไม่ต้องไปทำงานนะพี่ภูฟื้นแล้ว เธอมาเฝ้าเขาแทนฉันหน่อยตั้งแต่เมื่อคืนฉันยังไม่ได้อาบน้ำ กินข้าวเลย” “ได้ ๆ ค่ะคุณพิม” สาวสวยร่างเล็กกระโดดลงจากเตียงนอนด้วยความดีใจที่ได้ข่าวว่าคนรักของเธอฟื้นแล้ว โรงพยาบาลอยู่ไม่ไกลจากบ้านของรัญชิดาและตอนนี้ก็ไม่ใช่เวลาที่คนกำลังไปทำงานบนท้องถนนจึงสัญจรได้สะดวกใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงหญิงสาวก็พาตัวเองมาถึงโรงพยาบาล “เตรียมกระเป๋ามาด้วยดีเลย คืนนี้เธออยู่เฝ้าพี่ภูได้ใช่ไหม ฉันจะได้พัก
ตอนที่ 7กลับมานะ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่อยู่ในสายตาของพิมมี่โดยตลอด เธอเลือกที่จะไม่บอกมารดาเพราะอยากเห็นพี่ชายมีความสุข “รัญ ฉันรู้เรื่องเธอกับพี่ภูนะ ไม่ต้องกลัวว่าฉันจะว่าอะไรแค่อยากขอเธอว่าอย่าทำให้พี่ชายฉันต้องเสียใจได้ไหม พี่ภูผ่านเรื่องร้าย ๆ มาตลอดหลายปีที่ผ่านมา ฉันไม่อยากเห็นเขาต้องเจ็บอีก” “ค่ะ คุณพิมแต่...รัญไม่รู้เรื่องที่ผ่านมาของคุณภูเลยนะคะ” รัญชิดากำลังจะถามต่อแต่ถูกขัดด้วยเสียงเจื้อยแจ้วของละอองที่เดินตามเจ้านายเข้ามาถึงในห้องน้ำ “คุณพิมคะ วันนี้จะรับน้ำส้มหรือน้ำฝรั่งดีคะ” “ตามเข้ามาถามถึงในนี้เลยนะ เอาเป็นว่าเอามาทั้งสองอย่างก็ดี&rd
ตอนที่ 6ฉันไม่ได้มาเพื่อรักเธอ งานที่บริษัทเริ่มลงตัว เลขาสาวจึงได้มีเวลาออกไปทักทายพูดคุยกับเพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ บ้าง “สวัสดีค่ะพี่ ๆ ทุกคน มาทำงานที่นี่หลายวันแล้วรัญเพิ่งจะมีโอกาสออกมาคุยกับพี่ ๆ ทุกคนก็วันนี้แหละค่ะ” รัญชิดาทักทายพี่ ๆ น้องและเพื่อนร่วมงานทุกคนเพื่อสร้างความสนิทสนมให้มากที่สุดเพราะเธอเชื่อว่าพวกเขาเหล่านี้แหละคือแหล่งข้อมูลเป็นอย่างดี “จ้า...พวกพี่เห็นเธอนั่งทำงานแทบจะไม่ได้ออกมาเลย ทุกคนเข้าใจว่าทั้งเธอและคุณภูก็ใหม่กับบริษัทนี้ทั้งคู่คงต้องใช้เวลาเรียนรู้งานกัน” “ทำไมคุณภูถึงได้ใหม่กับที่นี่ เขาเป็นลูกชายท่านประธานไม่ใช่หรือคะ” ละอองพนักงา







