Masuk07 เธอคือเหยื่อของฉัน
มิรันดาแทบลืมหายใจเมื่อเห็นใครบางคนกำลังแทรกตัวเข้ามาในห้องน้ำ “แก!! เข้ามาได้ยังไง นี่ห้องน้ำผู้หญิงนะ” “แล้วไง ฉันเป็นหุ้นส่วนที่นี่ ใครกล้าไล่” ชายหนุ่มยักไหล่อย่างไม่แยแส ก่อนจะย่างสามขุมเข้ามาหาคนตัวเล็กอย่างช้าๆ มุมปากร้ายแสยะยิ้มเมื่อเห็นอีกฝ่ายกลัวจนหน้าซีด “ถอยออกไปนะ อย่ามายุ่งกับฉัน นายจะตามมาวุ่นวายกับฉันอีกทำไม!” หญิงสาวถถอยหลังกรู่จนแผ่นหลังเล็กชนเข้ากับผนังห้องน้ำ “ผัวมาตามเมียกลับบ้านมันผิดตรงไหน แล้วดูชุดที่เมียใส่สิ…” สงครามไล่สายตามองมิรันดาตั้งแต่หัวจรดเท้าพร้อมกับเบ้ปากด้วยสีหน้ารังเกียจ “แอบมารับงานก็ไม่บอก” “ฉันไม่ได้มารับงาน ฉันมาดื่มเหล้าย้อมใจเรื่องเมื่อคืนที่แกทำกับฉันไง!” “ไม่คิดว่าฉันจะเสียใจบ้างหรอ ที่โดนเธอฟันแล้วทิ้ง” ชายหนุ่มพยายามข่มอารมณ์โกรธเอาไว้ อยากเดินเข้าไปฉีกกระชากชุดบ้าๆพวกนั้นออก กล้าดียังไงถึงใส่ชุดแบบนี้ออกมา! “ฉันบอกไปแล้วใช่มั้ย ว่าไม่อนุญาตให้เธอแต่งตัวโป๊” น้ำเสียงของเขาเยือกเย็นขึ้นคล้ายกำลังจะหมดความอดทน “แกไม่มีสิทธิ์มาสั่งฉัน เพราะสิทธิ์เดียวที่แกมีนั่นก็คือสิทธิ์แลกซื้อ ไอ้ประสาท!” มิรันดาพยายามดึงสาบเสื้อมาปิดบริเวณเนินหน้าอก แต่ปิดยังไงก็ปิดไม่มิด เพราะชุดที่เธอใส่ก็แทบปิดอะไรไม่ได้อยู่แล้ว เกลียดสายตาหื่นกามของมัน จะมองอะไรนักหนา! “ไม่น่าเชื่อว่าคุณหนูนิรันดา โตขึ้นจะกลายมาเป็นอีตัวซะงั้น” ราวกับมีประกายไฟแล่นเปรี้ยะ เมื่อสายตาทั้งสองฟาดฟันกัน มิรันดารู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมากที่สงครามกล้าตัดสินเธอทั้งๆที่รู้จักกันเพียงผิวเผิน ถึงภายนอกจะดูแรง แต่ลึกๆเธอก็ไม่ได้เป็นคนง่ายขนาดนั้น ถ้าไม่ใช่เพราะมัน เธอก็ไม่เสียความบริสุทธิ์ล้ำค่าไปหรอก “ถ้าฉันเป็นอีตัว…แกก็เกิดมาจากอีตัวเหมือนกันนั่นแหละ!” กึก!! “นี่เธอกล้าว่าแม่ฉันหรอ!” ในที่สุดสงครามก็ฟิวส์ขาด หมดความอดทน น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นก้าวร้าวทันที “ทำไมจะว่าไม่ได้ ทีแกยังว่าให้ฉันเลย” มิรันดากระเทิบกายถอยหนีไปทีละคืบ พยายามสูดลมหายใจเข้าปอดในขณะที่หัวใจเต้นรัวด้วยความหวาดกลัว แต่ปีศาจร้ายก็ยังไม่ยอมหยุด สุดท้ายเธอถูกไล่ต้อนให้จนมุม “ถอยออกไปนะ ไม่งั้นฉันจะร้องเรียกให้คนมาช่วย!” “เอาสิ ถ้าอยากให้คนอื่นมาดูเราสองคนทำกายกรรม ก็เชิญเลย เร้าใจไปอีกแบบนะ” ลมหายใจของสงครามร้อนผ่าวด้วยความโกรธจัด และนี่คือโทษฐานของคนกล้าขัดคำสั่ง เขากระชากร่างเล็กที่กำลังจะวิ่งหนีให้กลับ ร่างของมิรันดาลอยหวือขึ้นตามแรงเหวี่ยง สงครามยกคนตัวเล็กนั่งบนเค้าท์เตอร์อ่างล้างหน้าแล้วดันหัวไหล่ทั้งสองข้างเอาไว้ เขาไม่ปล่อยให้คนตัวเล็กใช้เท้าถีบ รีบแทรกตัวเข้ามาตรงหว่างขาทันที พยศดีนัก มันต้องเจอคนอย่างเขา! “แกยังต้องการอะไรจากฉันอีก แค่เรื่องเมื่อคืนยังไม่พอใจใช่มั้ย อยากได้อะไรบอกมาสิ ฉันจะไปหามาให้ แล้วเลิกยุ่งกับชีวิตฉันสักที!” เธอร่างสั่นเหมือนลูกนก พยายามต้านแรงมหาศาลของชายหนุ่ม “ไม่อยากได้อะไร แค่อยากสั่งสอน” “แต่แกไม่มีสิทธิ์!” “ทำไมจะไม่มีสิทธิ์ เมื่อคืนได้ฉันไปแล้ว คิดว่าจะไปจากฉันได้ง่ายๆหรอ เธอต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่ทำ” “มะ…ไม่! ออกไป” หญิงสาวพยายามสะบัดร่างออกจากพันธนาการ แต่ก็สู้แรงของชายรูปร่างสูงใหญ่ไม่ได้อยู่ดี “หิวทำไมไม่ไปซื้อกิน มายุ่งกับฉันทำไม” “ก็กำลังจะซื้อกินนี่ไง เห็นใส่ชุดเหมือนอีตัว สองน้ำเธอคิดเท่าไหร่” “เสียใจด้วย ฉันขายให้แค่พี่อนาคินคนเดียวเท่านั้น ส่วนแก…ฉันถือว่าทำทาน!” สงครามกัดฟันกร๊อดด้วยความไม่พอใจที่มิรันดาเอาแต่พูดถึงผู้ชายอีกคน ทั้งๆที่เขาเป็นผัวคนแรก “แล้วไอ้หมอนั่นมันสนใจเธอไหมล่ะ ถ้าให้เดา มันไม่ได้พิศวาสอะไรในตัวเธอด้วยซ้ำ มีแต่เธอนั่นแหละที่วิ่งตามมันอยู่ฝ่ายเดียว” “ก็เพราะฉันรักพี่อนาคินไง ต่อให้ตามจนสุดขอบฟ้าฉันก็จะทำ!” “ต่อให้ตามไปถึงนรกมันก็ไม่สนใจเธอหรอก เพราะมันมีคนที่ชอบอยู่แล้ว เธอมันก็แค่ส่วนเกินในชีวิตมัน” “แก!! ไอ้สงคราม แกรู้เรื่องนี้ได้ยังไง”มิรันดาปรี้ดแตกเมื่อโดนอีกฝ่ายจี้ปม ต่อให้พี่อนาคินจะมีคนที่ชอบอยู่แล้ว...แล้วมันยังไงล่ะ ในเมื่อเธอไม่ยอมถอนหมั้น สุดท้ายอนาคินก็ไปไหนไม่ได้อยู่ดี เธอไม่มีทางเสียอนาคินไปหรอก ถ้าจะเสียจริงๆก็น่าจะเป็นไอ้สงคราม...หมายถึงเสียชีวิต! “เลิกโง่งมงายได้แล้ว ไปสนใจมันทำไม ฉันนี่ไงที่สนใจเธออยู่” “หน้าอย่างแกไม่เหมาะเป็นผัวใครหรอก จะเป็นได้ก็แค่ผัวชั่วคราวเท่านั้นแหละ!” “ชั่วคราวก็ได้ ไม่ติด” สงครามแสยะยิ้มมุมปาก ดวงตาทอประกายโหดเหี้ยม ถึงเวลาที่เขาต้องสั่งสอนคนพยศสักที คราวหลังจะได้ไม่ทำตัวแบบนี้อีก แววตาของมิรันดาสั่นระริก เช่นเดียวกับริมฝีปาก แค่มองตาก็รู้ใจว่าตอนนี้มันกำลังคิดอะไรอยู่ เธอเริ่มรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้องจนเหงื่อเม็ดเย็นผุดขึ้นเต็มหน้าผาก “อย่าทำอะไรฉันนะไอ้บ้า ไม่งั้นแกได้เห็นดีกับฉันแน่” “เอาเลย ฉันก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าจะได้เห็นดี…หรือเห็นกี” “กรี๊ดด!! ไอ้ลามก ไอ้นรกส่งมาเกิด” “มาให้ฉันลงโทษซะดีๆ” “ลงโทษข้อหาอะไร” “ข้อหาที่เธอกล้าใส่ชุดเหมือนอีตัวออกมาร้านเหล้าไง ฉันไม่ชอบผู้หญิงแต่งตัวโป๊” สงครามดึงเข็มขัดออกมาแล้วมัดข้อมือของมิรันดาเอาไว้ ไม่ให้ดิ้นหลุดไปไหน “โลกนี้โหดร้ายกว่าที่คิด แต่งตัวออกมาล่อเสือล่อตะเข้แบบนี้ สักวันจะไม่เหลืออะไรกลับไป” “ฉันไม่เหลืออะไรตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว!” “วันนี้ก็ไม่เหลือเหมือนกัน...ไหนดูสิ วันนี้ใส่กางเกงในสีอะไร” มือร้อนล้วงเข้าไปใต้กระโปรงก่อนจะใช้นิ้วค่อยๆดึงแพนตี้สีดำตัวน้อยออกมา ท่ามกลางเสียงกรีดร้องด้วยความอับอายของมิรันดา “ว้ายย!! ไอ้บ้า…แกจะทำอะไร” เธอหนีบขาเอาไว้ ไม่ให้เขาเห็นส่วนนั้น แต่แล้วสงครามก็ทำในสิ่งที่มิรันดาคาดไม่ถึง เขาหยิบแพนตี้ตัวน้อยขึ้นมาสูดดมต่อหน้าต่อตา ทำให้เธอแทบหลั่งน้ำตาด้วยความอับอาย ไม่รู้จะเอาหน้าไปมุดไว้ที่ไหน “หอมดีนะ สงสัยล้างดี” “ฉันไม่คิดเลยว่าแกจะเป็นคนแบบนี้” “เพราะฉันไม่ใช่ไอ้ตี๋แว่น ที่เคยเป็นเหยื่อของเธออีกต่อไป เพราะนับตั้งแต่นี้เป็นต้นไป….เธอคือเหยื่อของฉัน หึหึ” แคว่กกก!!! ------———-47 คนที่หล่อขนาดนี้เป็นของเธอนะ หลายวันต่อมา...ที่บ้านหลังใหญ่เงียบสงบผิดปกติในบ่ายของวันอาทิตย์ แจกันดอกลิลลี่สีขาวถูกจัดวางอย่างประณีตบนโต๊ะกลางห้องรับแขก กลิ่นหอมอ่อนๆลอยคลุ้งปะปนกับบรรยากาศอบอุ่น มิรันดานั่งข้างๆคนเป็นแม่ ใบหน้าแดงระเรื่อด้วยความตื่นเต้น ตรงข้ามเธอคือสงคราม เขาอยู่ในสูทสีเทาเข้ม นั่งตัวตรงอย่างสำรวม สุทธิพงษ์พ่อของมิรันดาวางแก้วน้ำชาลง ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพ แต่เหมือนจะรู้อยู่แล้วว่าวันนี้สงครามจะมาทำอะไร แต่เขาก็แกล้งทำเป็นไม่รู้ “วันนี้คุณสงครามตั้งใจมาคุยเรื่องอะไรกับพวกเราหรือเปล่า” สุทธิพงษ์ยิ้มไม่หุบ สงครามลุกขึ้นยืน โค้งศีรษะให้ทั้งสองท่านอย่างให้เกียรติ “ผมมาวันนี้…เพื่อขออนุญาตอย่างเป็นทางการครับ” เขาหันไปมองมิรันดา แววตาอ่อนลงอย่างชัดเจน “ผมรักมิรันดา และตั้งใจจะใช้ชีวิตที่เหลือเพื่อดูแลเธอ” ห้องทั้งห้องเงียบลง มิรันดาลุ้นใจระทึกว่าพ่อกับแม่จะยอมให้เธอแต่งงานกับสงครามหรือเปล่า เพราะที่ผ่านมาทุกคนเข้าใจว่าเธอต้องแต่งงานกับอนาคิน แต่จู่ๆเจ้าบ่าวก็เปลี่ยนไปเป็นอีกคน โดยเฉพาะแม่ของมิรันดาที่อึ้งจนพูดไม่ออก ลูกสาวเพิ่งถอนหมั้นไป แต่ได้ว่าที่เ
46 ข้างกันตลอดไปหลังทุกอย่างสงบลง สงครามพามิรันดากลับมาที่โรงแรมเดิมที่เธอเคยเข้าพัก หญิงสาวรู้สึกแปลกใจว่าทำไมตอนเดินเข้ามา พนักงานถึงโค้งศีรษะให้ทุกคนราวกับเขาเป็นบุคคลสำคัญ“แต่ฉันเช็คเอาท์ไปแล้วนะ” คนตัวเล็กถามกลับสงครามไม่ได้ตอบทันที เขาเพียงพาเธอเดินผ่านล็อบบี้ พนักงานทุกคนโค้งศีรษะให้พร้อมกันอย่างเป็นระเบียบ“สวัสดีครับ คุณสงคราม”มิรันดาชะงักกับท่าทางสนิทสนมของพนักงาน ทุกคนดูใส่ใจเขาเป็นพิเศษ และสีหน้าของเขาก็ดูผ่อนคลายเหมือนอยู่บ้านตัวเองปกติแล้วชั้นเพ้นท์เฮ้าส์ไม่ใช่จะจองกันได้ง่ายๆ แต่เธอได้มาในราคาแสนถูกราวกับได้ห้องมาฟรี แล้วคืนนั้นสงครามเข้ามาในห้องได้ยังไงเธอหันไปมองเขาด้วยความสงสัย“อย่าบอกนะว่านายเป็น…”“ฉันเป็นเจ้าของที่นี่”กึก!เท้าเล็กหยุดเดินทันที“อะไรนะ”“โรงแรมทั้งหมดอยู่ภายใต้บริษัทของฉัน”“งั้นตอนที่ฉันมาพักครั้งแรก…นายก็รู้ใช่มั้ย” มิรันดานิ่งอึ้งไปหลายวินาที“รู้สิ” เขายอมรับตรงๆ “เธอไม่แปลกใจหรอ ห้องระดับเพนท์เฮาส์แต่ได้มาในราคาที่ถูกขนาดนี้”“แล้วทำไมไม่บอกฉัน!” คนตัวเล็กอ้าปากค้าง ทั้งตกใจทั้งสับสน“ก็ตอนนั้นโกรธอยู่ จะบอกได้ยังไง”
45 จุดจบของคนคิดไม่ดีมิรันดานั่งเงียบ มือยังสั่นระริกจากเหตุการณ์เมื่อครู่ สงครามเดินเข้ามานั่งตรงข้ามเธอ สายตาที่เคยแข็งกร้าว วันนี้เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดอย่างชัดเจน เขาย่อตัวคุกเข่าลงตรงหน้าเธออย่างไม่ลังเล“มิรันดา…” เสียงของเขาแหบพร่าด้วยความรู้สึกผิดอัดแน่นเต็มหัวใจ “ฉันขอโทษ”คนตัวเล็กเงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตากลมโตมีหยาดน้ำตาเอ่อคลอ ทำให้เขารู้สึกใจหายทั้งครั้งที่ทำให้เธอต้องมีน้ำตา ปกติคนอย่างมิรันดาไม่เคยแสดงด้านอ่อนแอให้คนอื่นเห็นขนาดนี้“ฉันขอโทษที่ไม่เชื่อเธอ” เขาพูดต่อ ดวงตาคมกริบทั้งสองข้างแดงก่ำขึ้นเรื่อยๆ “ทั้งๆที่เธอพยายามอธิบาย ทั้งๆที่เธอร้องไห้ต่อหน้าฉัน แต่ฉันเลือกเชื่อภาพสกปรกพวกนั่นมากกว่าผู้หญิงที่ฉันรัก”“…” มิรันดาเม้มริมฝีปากเข้าหากันแน่น หยาดน้ำตาไหลลงมาอาบใบหน้า“คืนนั้นเธอกับอนาคินไม่ได้มีอะไรกันเลย” เขากล้ำกลืนความเจ็บลงคอ “แต่ฉันกลับทำเหมือนว่าเธอทรยศฉัน”สงครามก้มหน้างุด ปล่อยให้ความเจ็บปวดกัดกินในใจจนเหวอะแหว่ง เขาช่างเป็นผู้ชายที่ไม่ได้เรื่อง ปล่อยให้ผู้หญิงของตัวเองตกอยู่ในอันตรายจนเกือบเอาชีวิตไม่รอดเขาแย่มากเลยใช่ไหม“มันเจ็บนะสงคราม” เส
44 ดวงใจของฉันปึ้ง!!อีกด้านหนึ่งของสนาม ประตูเหล็กถูกถีบเปิดอย่างแรงจนเสียงดังสนั่น ทุกสายตาหันไปมองด้วยความตกใจสงครามเดินเข้ามาอย่างช้าๆ ด้านหลังคืออนาคินกับลูกน้องอีกหลายสิบคน บรรยากาศภายในสนามแข่งรถเปลี่ยนทันที จากความคึกคะนอง กลายเป็นความตึงเครียดแครอลรีนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ เบิกตาโพลงด้วยความตกใจ แต่เธอก็แสร้งทำว่าเป็นผู้เข้ามาชมการแข่งขัน เพราะกลัวเขารู้ว่าเธอคือผู้อยู่เบื่องหลังเรื่องทั้งหมด“อ่าว บังเอิญอีกแล้วนะคะ มาดูโชว์เหมือนกันหรอ” เธอแสร้งถามขณะที่เขากำลังจะเดินผ่านหน้าไปสงครามไม่แม้แต่จะมองเธอ สายตาของเขาจับจ้องไปที่กรงเหล็ก ที่มีผู้หญิงของเขาถูกทำเหมือนสิ่งของ ทันทีที่เห็นภาพนั้น เส้นเลือดที่ขมับก็ปูดขึ้นมาชัดเจน“เปิดกรง” เขาพูดเสียงต่ำเสียงนั้นไม่ได้ดังมาก แต่หนักพอที่จะให้คนแถวนั้นเงียบลงแครอลรีนนั่งนิ่ง ตัวเกร็ง กลืนน้ำลายลงคอเอือกใหญ่“คุณไม่มีสิทธิ์ค่ะ ตอนนี้เธอเป็นของเดิมพัน ใครชนะก็ได้เธอไป” เสียงของพนักงานที่ดูแลนามเอ่ยกับสงครามคำว่า ‘ของ' ทำให้หมัดของสงครามกำแน่น อนาคินก้าวขึ้นมาข้างๆแล้วพูดกับเธอคนนั้น“น้องสาวผมไม่ใช่รางวัลพนันของใคร เธอ
43 ท่ามกลางความหวาดกลัว@อีกฟากหนึ่ง“ไปตามจับมันมาให้ได้! ”เสียงตะโกนไล่หลังดังแว่วๆ ร่างเล็กพาตัวเองวิ่งหนีสุดชีวิตจนกระทั่งทะลุทางลูกรังออกมาเจอถนนคอนกรีต เธอไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่าตอนนี้อยู่ส่วนไหนของฮ่องกง รู้แค่ว่าต้องหนีเอาชีวิตรอดให้ได้“เราสองคนต้องปลอดภัยนะลูก เราต้องรอด” เธอซ่อนตัวในโพรงหญ้า ทำตัวให้เงียบที่สุด ชายฉกรรจ์หลายคนวิ่งผ่านไปแล้ว และในจังหวะนั้นเองเธอก็พุ่งออกจากโพรงหญ้าแล้วโบกมือสุดแรงให้รถคันหนึ่งที่กำลังแล่นมา“ช่วยด้วยคะ ช่วยฉันด้วย!”เอี๊ยดด!!!รถเบรกดังเอี๊ยด ล้อเสียดถนนจนควันขึ้น มิรันดารีบวิ่งไปที่ประตูฝั่งคนขับ มือสั่นเทาคว้าที่มือจับก่อนที่กระจกค่อยๆเลื่อนลงปรากฏรอยยิ้มร้ายของคนที่นั่งอยู่ด้านใน“วิ่งหนีใครหรอ…มิรันดา”เลือดในกายมิรันดาเย็นเฉียบ ดวงตาทั้งสองข้างเบิกกว้างด้วยความตกใจ“แครอลรีน!”“ก็นึกว่าจะแน่” แครอลรีนเอียงศีรษะ แววตามุ่งร้ายจ้องมิรันดาเขม่ง “ทำไม กลัวหรอ”มิรันดาถอยหลังหนึ่งก้าว หัวใจเต้นรัวจนแทบทะลุอกด้วยความหวาดกลัว“ฝีมือเธอใช่มั้ย!”แครอลรีนแสยะยิ้มมุมปาก แววตาแข็งกร้าวเต็มไปด้วยความมุ่งร้าย “ฝีมือสงครามต่างหาก เขา
42 มิรันดาหายตัวไปเสียงดังเอะอะหน้าห้องทำให้สงครามที่กำลังนั่งครุ่นคิดว่าจะเอายังไงต่อดี ค่อยๆชะเง้อคอมองไปทางประตู เหมือนกับว่ามีแขกไม่ได้รับเชิญมาเยือนแล้วลูกน้องไม่ยอมให้เข้ามาสักพักก็มีลูกน้องวิ่งเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก“คุณสงครามครับ คือว่า…เอ่อ…คุณอนาคินมาขอพบครับ”“ว่าไงนะ” เขาทวนคำถามอย่างไม่เชื่อหู“คุณอนาคินบอกว่ามีเรื่องอยากคุยด้วย นายจะให้ผมไล่กลับไปเลยไหมครับ”“อย่า” สงครามยกมือห้าม ก่อนจะส่งสัญญาณบอกลูกน้อง “ให้มันเข้ามา”สงครามนั่งรออย่างใจเย็น ถือว่ามันกล้ามาที่มาเหยียบถิ่นของเขา ไม่กลัวหายสาปสูญหรือยังไง อนาคินเดินเข้ามาข้างในด้วยสีหน้าตรึงเครียด เขาเดินมาหยุดอยู่หน้าโต๊ะทำงานของสงครามทั้งสองสบตากัน“คิดยังไงถึงกล้ามาที่นี่” “ผมมาตามหาน้องสาว” น้ำเสียงของอนาคินนิ่งเรียบแต่กลับแฝงไปด้วยความร้อนใจ“มิรันดาหรอ เธอก็กลับไปแล้วนี่”“ผมมาตามหามิรันดา แต่จู่ๆเธอก็ขาดการติดต่อไป”“เธอเช็คเอาท์ออกจากโรงแรมไปตั้งแต่สิบโมงแล้ว คุณคงคาดจากเธอ” สายตาของสงครามยังนิ่งเรียบเหมือนเดิม “ไม่! มิรันดายังไม่ได้กลับ เธอยังอยู่ฮ่องกง”สงครามขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ มิร
11 ลาสบอสตัวจริง @ห้องทำงานของสุทธิพงษ์“เมื่อคืนนายทำดีมาก มิรันดากลับบ้านภายในสองชั่วโมง” สุทธิพงษ์ที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ผู้บริหาร เอ่ยกับคู่สนทนาที่นั่งอยู่ด้านหน้า ดวงตาคมของชายวัยชราเต็มไปด้วยความกังวลใจและไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรให้ลูกสาวตัดใจจากอนาคิน“มิรันดายังไม่รู้ใช่ไหมครับ ว่าทั้งหมดคือ
10 ทายา มิรันดารีบเข้าไปนั่งด้านในรถเพราะกลัวมีใครมาเห็นเข้าแล้วจะเป็นเรื่องใหญ่ ต้องรักษาภาพลักษณ์ของตัวเองเอาไว้ให้คู่ควรกับว่าที่ภรรยาของพี่อนาคินหญิงสาวกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อเมื่อสงครามยัดร่างเข้ามาในรถพร้อมกับผิวปากเป็นบทเพลง เหมือนมันจะไม่รู้ตัวว่าสิ่งที่ทำอยู่ กำลังทำลายชีวิตของผู้
09 แขกไม่ได้รับเชิญมิรันดาเดินกลับมาที่โต๊ะแล้วก็พบว่ามีแขกไม่ได้รับเชิญนั่งอยู่ตรงนั้น มันหันหน้ามายิ้มให้เหมือนว่าก่อนหน้านี้ไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้น“หายไปไหนมาตั้งนานสองนาน ฉันกับยัยวิกจะเมาแล้วนะ” ปลายฟ้าลิ้นพันกันเริ่มพูดไม่รู้เรื่อง “แล้วนั่นไปเอาเสื้อใครมาใส่”“พอดีว่าชุดฉันเลอะ เลยขอยืมเส
08 สั่งสอนแม่เสือสาว“ว๊ายยย!!!” มิรันดาร้องเสียงหลงเมื่อชุดเดรสสั้นที่เธอใส่ถูกสงครามใช้มือฉีกกระชากอย่างแรงจนขาดหวิ่นกลายเป็นเศษผ้า“เหอะ! นึกว่าผ้าเช็ดตีน” สงครามขว้างเศษชุดเดรสทิ้งลงถังขยะ ในขณะที่ร่างมิรันดาเหลือเพียงบราปีกนกชิ้นเล็กที่ปิดหน้าอกอวบยังไงก็ไม่มิดชอบใส่เศษผ้าดีนักใช่มั้ย!ผ







