Share

ฟู่อี๋เหนียงสารภาพ

Auteur: l3oonm@
last update Date de publication: 2025-12-20 02:20:59

กว่าจะรู้ตัวว่าทำสิ่งที่ไม่ควรลงไปแล้ว ก็ย้อนไปแก้ไขไม่ทันเสียแล้ว เสียงหัวเราะเย็นของชุยเซียวดังขึ้นท่ามกลางความเงียบภายในห้องโถง

“หึหึ น้องสะใภ้พูดถูก บ้านใหญ่กับบ้านรองไม่สมควรยุ่งเกี่ยวกันจริงๆ ข้าเห็นแก่อาจ้านที่เห็นบิดามารดาตบตีกันจนทำสิ่งใดไม่ถูกจึงได้มาช่วยเหลือ แต่...คงไม่จำเป็นแล้ว” ชุยเซียวดึงมือไป๋ซื่อที่ใบหน้าดำคล้ำกับจูงมือจินหว่านเพื่อกลับไปที่เรือนใหญ่ แต่เสียงร้องของฟู่ซื่อเหนี่ยวรั้งเขาเอาไว้เสียก่อน

“นายท่านอย่าเพิ่งไปเจ้าค่ะ ข้ามีเรื่องจะสารภาพ” นางหันไปมองหวงซื่ออย่างโกรธแค้น ก่อนจะเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าของชุยเซียว ยิ่งพิจารณามองก็ยิ่งเสียดายจนเจ็บหัวใจไปหมด

“เจ้ามีเรื่องใดก็รีบพูดมา” ชุยเซียวไม่แม้แต่จะปรายตามองฟู่ซื่อเลยสักนิด เขากำลังจับสังเกตสีหน้าตกใจของหวงซื่ออยู่

“ความจริงแล้วญาติผู้พี่ของข้า วางแผน....”

หวงซื่อกรีดร้องออกมาเสียก่อน ทั้งยังพุ่งตัวเข้ามาหมายจะตบตีฟู่ซื่ออีกรอบแล้วด้วย “เจ้าพูดเรื่องใด!!! เจ้ากล้าหรือ”

“เสียสติไปแล้วหรือ อยู่ต่อหน้าพี่ใหญ่ เจ้ายังกล้าลงมืออีกหรือ” ชุยหมิ่นอย่างไรก็ไม่ต้องการเสียหน้าต่อหน้าพี่ชายต่างมารดา ทั้งตัวเขายังมีสภาพที่ใบหน้ามีแต่รอยนิ้วมือของหวงซื่ออยู่อีกด้วย

บ่าวของชุยเซียวเข้ามาบังตัวของผู้เป็นนายเอาไว้ ด้วยกลัวว่าจะถูกหวงซื่อทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บ

“พูด!!!” ชุยเซียวเริ่มหมดความอดทน เขาไม่อยากจะนำตัวเองลงมาอยู่ในน้ำคร่ำที่เรือนของน้องชายต่างมารดาแล้ว

เนื้อตัวของฟู่ซื่อสั่นเทาอย่างไม่อาจควบคุมเอาไว้ได้ นางเพิ่งได้เห็นกับตาตนเองเป็นครั้งแรกถึงอำนาจที่แผ่ออกมาจากร่างของขุนนางใหญ่ในตัวของชุยเซียว ช่างน่ากลัวเพียงใด ยังดีที่ไม่ได้ทำตามแผนของหวงซื่อ ไม่เช่นนั้นไม่รู้ว่าตนเองจะเหลือรอดชีวิตหรือไม่ ภายในหัวของนางคิดคำนวณผลได้ผลเสียอย่างรวดเร็ว ก่อนจะปรายตาที่หยาดเยิ้มอย่างน่าสงสารไปทางชุยหมิ่นอยู่วูบหนึ่ง

เสียงคุกเข่าของฟู่ซื่อดังไปทั่วห้องโถง บ่าวที่อยู่ด้วยยังลอบเบ้ปากเจ็บปวดแทนนาง “ก่อนหน้านี้ ข้าน้อยมีความคิดตื้นเขินหลงเชื่อในคำของญาติผู้พี่ว่าจะหาสามีที่พึ่งพาได้ในเมืองหลวงให้ ข้าน้อยมิได้หวังจะเป็นใหญ่ในเรือน ขอเพียงได้อาศัยหลบแดดหลบฝนมีข้าวให้กินทุกมื้อก็เพียงพอ...” นางเม้มปากแน่นอย่างน่าสงสาร “แต่ไม่คิดว่ามาถึงเมืองหลวงแล้ว ญาติผู้พี่ของข้าน้อยจะให้ข้าน้อยใช้แผนการชั่ววางยากำหนัดท่านใต้เท้า เพื่อหวังทำให้ครอบครัวแตกแยก แต่ว่า...ข้าน้อยเห็นความสง่างามของนายท่านรองเสียก่อน ทั้งยังชมชอบเขาจากใจจริง จึงอยากจะรั้งอยู่ข้างกายของนายท่านรอง แต่ไม่คิดว่า...” นางสะอื้นไห้ออกมาจนตัวโยน

ชุยหมิ่นที่เห็นใจสาวงามก็เกือบจะเดินเข้าไปสวมกอดนางเพื่อปลอบประโลม แต่พอเห็นสายตาของชุยหมิ่นที่มองตำหนิ ฝ่าเท้าของเขาก็ชะงักทันที ในห้องโถงยังมีเด็กอยู่อีกหลายคน และยังมีจินหว่านบุตรสาวของตนที่ยังเล็ก ชุยเซียวไม่ต้องการให้ชุยหมิ่นกระทำตัวไม่ดีต่อหน้าบุตรสาว

“เป็นข้าที่ผิดเอง ทำให้เจ้าต้องน้อยเนื้อต่ำใจ อย่างไรก็เป็นข้าที่ผิด ข้าย่อมจะต้องรับเจ้าเป็นอนุ ทั้งยังจะเลี้ยงดูเจ้าอย่างดี”

ชุยจิ้นกับจินหว่านลอบสบตากันอย่างแฝงไปด้วยความหมาย ฟู่ซื่อฉลาดหว่าหวงซื่อมากนัก นางไม่ต้องกรีดร้องโวยวายให้ชุยหมิ่นรับผิดชอบ เพียงทำตัวให้น่าสงสารชุยหมิ่นก็ตกหลุมพรางของนางแล้ว ทั้งยังได้ใจคนบ้านใหญ่ด้วยการเปิดเผยแผนการของหวงซื่อ ให้นางถูกมองเป็นสตรีร้ายกาจไร้คุณธรรมแทน

“นายท่านรอง” ฟู่ซื่อสะอื้นไห้ แล้วรีบคลานไปคุกเข่าอยู่ต้องหน้าของชุยหมิ่นทันที

“นังสารเลว!!! กล้าใส่ร้ายข้าหรือ เป็นเจ้าที่เห็นนายท่านใหญ่ไร้อนุข้างกายก็หมายจะโผล่บินไปสยบแทบเท้าของเขา วันนั้นที่กลับมาจากบ้านใหญ่ เจ้ายังพูดอย่างหน้าไม่อายว่าพี่สะใภ้ข้า นางโง่เขลาเพียงใด เมื่อเจ้าได้เป็นอนุต่อไปจะเหยียบหัวนางไม่ได้เลย...โอ๊ยยยย” ชุยหมิ่นเห็นสีหน้าของพี่ชายและพี่สะใภ้ไม่สู้ดี จึงตบหวงซื่อเต็มแรงจนนางล้มไปกองกับพื้น

“พี่ใหญ่” เสียงของชุยหมิ่นชะงักไปทันที เมื่อชุยเซียวยกมือขึ้นไม่ให้เขาพูดต่อ

“วันนี้ได้รู้ใจเจ้ากับสะใภ้รองแล้ว ข้าเป็นพี่ยอมทำตามปรารถนา เมื่อคนบ้านใหญ่โง่เขลากว่าคนบ้านรองต่อไปก็อย่าได้ข้องเกี่ยวกันอีกเลย ประตูข้างจะเปิดเพียงวันที่หนึ่งกับสิบห้าเพื่อมาคารวะท่านแม่เท่านั้น นับจากนี้...น้ำบ่อไม่ยุ่งกับน้ำคลอง”

หวงซื่อไม่มีเวลาให้เจ็บปวดจากการโดนฝ่ามือของชุยหมิ่น นางตกใจจนอยากจะรีบคลานเข้าไปหาชุยเซียวกับไป๋ซื่อเพื่อร้องขอความเมตตา แต่ทั้งหมดก็ไม่คิดจะอยู่ให้เสียเวลาสักอึดใจเดียว แม้แต่ชายผ้าก็ไม่อาจคว้าเอาไว้ได้

“จบสิ้นแล้ว” ชุยหมิ่นเองก็ทรุดตัวลงนั่งอย่างไร้เรี่ยวแรง

ก่อนหน้านี้แม้จะบอกว่าแยกบ้าน แต่ถึงอย่างไรประตูข้างของบ้านใหญ่ก็เปิดอยู่ตลอดเวลา ในสายตาของบ้านรองอย่างไรพี่ใหญ่ก็ตัดพวกตนไม่ขาด

จินหว่านหันกลับมามองจินหร่วนชั่วอึดใจ ก็เห็นนางกำลังมองมาทางครอบครัวบ้านใหญ่อย่างโกรธแค้น และมองไปทางบิดามารดาของตนอย่างรังเกียจ ในเมื่อจะต้องเจอกันเพียงเดือนละสองครั้ง และเจอเพียงแค่ตอนคารวะหูซื่อในตอนเช้าเท่านั้น จินหร่วนจะมีแผนการกับตนเช่นใดจินหว่านก็ไม่คิดจะใส่ใจอีกแล้ว นางเพียงตั้งรับก็พอ

“นายท่านรองสงบใจก่อนเจ้าค่ะ ต่อไปข้าน้อยจะหาหนทางให้นายท่านใหญ่กับฮูหยินใหญ่อยู่ถึงความดีของท่านเอง” เสียงของฟู่ซื่อยังคงดังออกมาให้บ้านใหญ่ได้ยินอย่างชัดเจน หลังจากนั้นก็ไม่ต้องพูดแล้ว เมื่อฟู่ซื่อแสดงความอ่อนน้อมเอาใจชุยหมิ่น หวงซื่อจะทนดูได้อย่างไร นางเริ่มกรีดร้องด่าทอชายหญิงชั่วอีกครั้ง

“หยุดได้แล้วท่านแม่!!!” จินหร่วนที่ทนมองไม่ได้ก็เข้าไปดึงแขนของหวงซื่อเอาไว้ “ในเมื่อท่านน้าคิดอยากจะเป็นอนุของท่านพ่อข้านัก ท่านก็เป็นให้สมใจ เงินที่จะใช้เลี้ยงดูท่านก็ขอเอาจากท่านพ่อก็แล้วกัน” ฟู่ซื่อไม่คิดว่าเด็กวัยสิบหนาวเช่นจินหร่วนจะฉลาดวางแผนมากกว่ามารดาที่ไร้สติของนาง จึงได้มองนางเพิ่มอีกหลายอึดใจ ก่อนจะหลุบตาลงออดอ้อนชุยหมิ่นต่อ

จินหร่วนเองก็ลากหวงซื่อกลับไปที่เรือน ก่อนจะให้บ่าวไพร่ช่วยทำแผล ทั้งยังปลอบใจผู้เป็นมารดา เมื่อเห็นว่าหวงซื่อเริ่มคิดได้แล้ว นางจึงกลับไปที่เรือนพักของนาง แม้แต่สาวใช้ข้างกายก็ไล่ออกไปจนหมด นางจมอยู่ในความคิดของตนเอง เมื่อชาติที่แล้วเหตุการณ์เช่นนี้ไม่เคยเกิดขึ้น บ้านใหญ่กับบ้านรองมิได้แยกบ้านออกจากกัน ฟู่ซื่อก็ไม่คิดจะปีนเตียงท่านลุงของนาง เหตุใดถึงได้วุ่นวายไปหมด ยังมีสายตาของจินหว่านก่อนที่นางจะกลับออกไปหมายความเช่นใด

ยิ่งคิดก็ยิ่งไม่เข้าใจ ตัวนางเองก็ได้ย้อนกลับมาเช่นกัน เป็นเรื่องเมื่อหลายวันก่อน นางไม่รู้ว่าเหตุใดถึงได้ย้อนกลับมาเมื่อตอนอายุได้สิบหนาวอีกครั้ง พอมาถึงบ้านใหญ่ก็แยกบ้านออกไปแล้ว นางยังไม่ได้วางแผนเพื่อจะสานสัมพันธ์ท่านพ่อกับท่านลุงเลยก็เกิดเรื่องของฟู่ซื่อขึ้นมาเสียก่อน ดูเหมือนนางจะช้าไปเสียทุกก้าว แต่อย่างไรก็ไม่ใช่เวลามาโทษทุกสิ่งยามนี้นางต้องหาหนทางให้บิดาได้ตำแหน่งขุนนางเสียก่อน

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Latest chapter

  • ขอทุกข์เพียงชาติเดียวพอ   ตอนพิเศษ2

    ยามดึก ทั้งสองขึ้นไปบนระเบียงของโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งเพื่อมองโคมไฟทั้งเมืองเมืองหลวงด้านล่างเต็มไปด้วยแสงสีแดงระยิบระยับดอกไม้ไฟพุ่งขึ้นฟ้า ซูจินหว่านยืนพิงราวไม้ มองภาพตรงหน้าด้วยรอยยิ้ม“สวยจังเลยเพคะ…”ทันใดนั้น เสื้อคลุมหนาก็ถูกคลุมลงบนไหล่นางแขนแข็งแรงโอบจากด้านหลังหลี่หรงหานกอดนางไว้แนบอกคางซบศีรษะเบา ๆ“หนาวหรือไม่”“ไม่หนาวแล้วเพคะ”ไม่นานเขากระซิบเสียงต่ำ“จินหว่าน”“เพคะ?”“ข้าไม่ชอบให้ใครมองเจ้า ไม่ชอบให้ใครยิ้มให้เจ้า ไม่ชอบให้เจ้าอยู่ไกลสายตา”“…ท่านอ๋อง”“ข้ารู้ว่าตัวเองงี่เง่า” เขาหัวเราะเบา ๆ “แต่ข้าหยุดไม่ได้”มือใหญ่ประสานมือนางแน่นขึ้น“ทั้งชีวิตข้าเสียของสำคัญมามากเกินไปแล้วข้าจะไม่เสียเจ้าอีกคน”หัวใจนางอ่อนยวบ ซูจินหว่านหันกลับไปกอดตอบซบหน้าลงบนอกเขา“เช่นนั้น…ก็จับมือข้าไว้ตลอดไปสิ”หลี่หรงหานยิ้มรอยยิ้มที่มีไว้ให้นางคนเดียว“ไม่ใช่แค่จับมือ” เขากระซิบข้างหู“ชีวิตนี้ ข้าจะกอดเจ้าไว้แบบนี้ ต่อให้ฟ้าถล่มก็ไม่ปล่อย”ดอกไม้ไฟระเบิดสว่างเต็มท้องฟ้า เสียงดังสนั่นแต่สำหรับท่านอ๋องหลี่หรงหานนั้น แม้โคมไฟพันดวงงดงามเพียงใดก็ยังไม่เท่าความงามของพระชายาซูจิหว่านของท่านอ๋

  • ขอทุกข์เพียงชาติเดียวพอ   ตอนพิเศษ1

    ตอนพิเศษหลังพายุเลือดและการช่วงชิงอำนาจผ่านพ้นไปเมืองหลวงกลับคืนสู่ความสงบอีกครั้ง จวนอ๋องเงียบกว่าที่เคยไม่มีฎีกากองสูงเท่าภูเขา ให้เขาต้องมาตรวจงานจนหามรุ่งหามค่ำมีเพียงเสียงลมฤดูใบไม้ผลิพัดผ่านต้นเหมยกลีบดอกสีชมพูปลิวว่อนราวหิมะอ่อน ๆซูจินหว่านนั่งอยู่ในศาลาริมสระบัว ชายเสื้อแพรสีอ่อนถูกรวบขึ้นเล็กน้อย ขณะตั้งใจชงชาไอน้ำลอยกรุ่นกลิ่นหอมจาง ๆ ของใบชาชั้นดีคลอเคลียในอากาศ“พระชายา…”เสียงทุ้มต่ำคุ้นเคยดังจากด้านหลังยังไม่ทันหันกลับไป นางก็รู้ว่าเป็นใครหลี่หรงหาน บุรุษที่ครั้งหนึ่งทั้งใต้หล้าครั่นคร้ามท่านอ๋อง ผู้ไม่เคยยิ้มให้ผู้ใดแต่ตอนนี้กลับเดินเข้ามาเงียบ ๆ แล้วสวมกอดนางจากด้านหลังเหมือนเด็กที่แอบอ้อนภรรยาของเขา “…ท่านอ๋อง” นางหัวเราะเบา ๆ “กลางวันแสก ๆ ยังจะทำตัวเหมือนโจรอีกหรือเพคะ”“ในสนามรบข้าคืออ๋อง” เขาซบคางบนไหล่นาง เสียงแผ่วลงอย่างเกียจคร้าน “แต่ในจวนนี้ ข้าเป็นเพียงสามีของเจ้าเท่านั้น”คำพูดง่าย ๆ กลับทำให้นางหน้าแดงยิ่งกว่าดอกเหมยมือใหญ่ของเขาจับมือนางที่กำลังถือถ้วยชาแล้วพาไปนั่งด้วยกันทั้งสองดื่มชาในถ้วยเดียวกันอย่างไม่ถือพิธีเงาสะท้อนในผ

  • ขอทุกข์เพียงชาติเดียวพอ   ตอนจบ

    ขุนนางในเมืองหลวงไม่น้อยที่เข้าหาชุยเซียวด้วยรู้ดีว่า ต่อไปหลี่หรงหานย่อมต้องได้นั่งบัลลังก์ ชุยเซียวย่อมต้องขึ้นเป็นโหวฟู่ (บิดาของฮองเฮา) อย่างแน่นอนหลังจากหลี่หรงหานเดินทางขึ้นเหนือแล้ว ชุยเซียวถูกแต่งตั้งขึ้นเป็นอัครเสนาบดีฝ่ายซ้าย ชุยจิ้นเองก็สอบจิ้นซื่อได้อันดับหนึ่งจนได้เป็นจอหงวน ตระกูลชุยนับว่าทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดของราชสำนักทันทีแต่ชุยเซียวก็ยังคงเป็นเช่นเดิม ไม่ว่าจะกับขุนนางฝ่ายใดเขาก็ยังคงคบหาได้อย่างสนิทใจ ทั้งยังรักษาระยะห่างแต่พอดี ไม่เข้าร่วมพรรคพวกหรือหาพรรคพวกให้เว่ยอ๋องเสียนเฟยให้กำเนิดพระโอรสองค์ที่หกแก่ฮ่องเต้ ภายหลังถูกแต่งตั้งขึ้นเป็นฮองเฮาองค์ใหม่อย่างสมเกียรติ นับว่าเวลาที่รอคอยมานับยี่สิบปีในที่สุดฮ่องเต้ก็สามารถมอบตำแหน่งให้สตรีที่รักได้เสียทีขบวนเดินทางของหลี่หรงหาน กว่าจะเดินทางถึงชายแดนเหนือก็ใช้เวลาถึงห้าเดือน เหตุที่ยาวนานเพียงนี้ก็เป็นที่หลี่หรงหานพาจินหว่านเที่ยวเล่นแทบจะทุกหัวเมืองที่ผ่านตำหนักอ๋องที่โจวเป่ยให้คนเดินทางล่วงหน้ามาปรับปรุงเสียใหม่แล้ว พอเดินทางมาถึง จินหว่านนางจึงได้เห็นสวนดอกเหมยแดงที่กว้างใหญ่ภายในตำหนักดอกเหมยแดงส่งกลิ่นหอมไป

  • ขอทุกข์เพียงชาติเดียวพอ   เจ้าเป็นของข้าแต่เพียงผู้เดียว

    จินหว่านเมื่อรู้เรื่องก็แทบจะกลั้นขำเอาไว้ไม่ไหว ไม่รู้ว่ายามนี้บิดากับพี่ชายจะมีสีหน้าเช่นใดเมื่อถูกหลี่หรงหานเอาคืน จินหว่านได้แต่ปลอบใจไป๋ซื่อที่กระวนกระวายอยู่ภายในห้องของนางให้สงบใจ ไม่ต้องเร่งรีบไปกับหลี่หรงหานด้วย อย่างไรก็ยังไม่ถึงเวลาพอถึงเวลารับตัวเจ้าสาว หลี่หรงหานก็เร่งให้กรมพิธีการรีบร้องบอกขั้นตอนสำหรับพิธีจะได้ส่งตัวเจ้าสาวเร็วๆชุยเซียวกับไป๋ซื่อนั่งอยู่ตำแหน่งประธานเพื่อให้เจ้าบ่าวเจ้าสาวกราบลาบิดามารดาเพื่อออกเรือน หูซื่อเองย่อมต้องเข้าร่วมงานเลี้ยงด้วย ชุยหมิ่นหมดสิ้นวาสนาในเรื่องเส้นทางขุนนางแล้ว ได้แต่หวังว่าบุตรชายอนุอีกสองคนที่เหลือจะพอกู้ชื่อเสียงกลับคืนมาได้ชุยหมิ่น หวงซื่อที่เข้าร่วมงานดูสงบเสงี่ยมขึ้นไม่น้อย จินหลันที่แต่งให้พ่อหม้ายหยวนไปก็กลับมาร่วมงานแต่งของจินหว่าน ใบหน้าของนางดูอิ่มเอมมิได้เศร้าหมองอย่างที่คิด เมื่อสอบถามจึงได้ความว่า ใต้เท้าหยวนดูแลนางดีไม่น้อย บุตรชายสองคนของฮูหยินเอกที่ล่วงลับไปแล้วก็เป็นเด็กรู้ความไม่ทำให้นางลำบากใจ จินหว่านย่อมยินดีกับนางด้วยเช่นกันที่มีความสุขเกี้ยวแปดคนหามหลังใหญ่ รับตัวเจ้าสาวเดินทางไปที่ตำหนักอ๋อง ผู้ที่แบกเ

  • ขอทุกข์เพียงชาติเดียวพอ   คราวหลังอย่าให้ถูกจับได้อีก

    เมื่อก่อนนางคิดว่าหลี่หรงฝูรักนางอย่างที่เขาพูดจริงๆ แต่ภายหลังนางถึงได้รู้ว่าที่เขาเลือกนางเป็นพระชายารองก็ด้วยฐานะของบิดานาง แต่จะทำเช่นใดได้ ในเมื่อนางรักเขาไปแล้ว หากนางเชื่อในคำของสหายจะดีเพียงใด“เก็บเอาไว้ให้ดี” นางส่งกล่องไม้ให้เกาอวี้ม่านอีกกล่องถึงแม้จะบอกให้เกาอวี้ม่านเชื่อในคำพูดของมู่เฟยหยา แต่สหายของนางคนนี้ดื้อรั้นอยู่ไม่น้อย นางไม่มีทางเชื่อทุกคนที่มู่เฟยหยาพูด ของทั้งสองกล่องคือตั๋วเงิน เพียงแต่ในกล่องของมู่เฟยหยามีมากถึงห้าพันตำลึงเงิน แม้จะไม่ได้มากเท่าที่มู่เฟยหยาเคยมี แต่เงินก้อนนี้นางย่อมมีหนทางทำให้งอกขึ้นมาได้อีกหลายเท่าทุกคำที่จินหว่านพูดคุยกับสตรีทั้งสองหลี่หรงฝูล้วนแต่ได้ยิน แต่สิ่งที่เขาต้องการในชาตินี้ล้วนไม่ได้มาครอบครอง ไม่ว่าจะเป็นบัลลังก์หรือตัวนางจินหว่านมองส่งรถม้าที่สิ่งห่างออกไปจนสุดสายตา มือหนารวบเอวของนางเข้ามาสวมกอดจึงเรียกสติของนางกลับมาได้“อยากไปกับมันหรือ” น้ำเสียงที่แฝงเอาไว้อย่างไม่พอใจของหลี่หรงหานทำให้จินหว่านหัวเราะออกมา“ท่านจะเปิดร้านขายน้ำส้มสายชู (หึงหวง) หรือ” นางเอียงคอยิ้มอย่างหยอกล้อ“หึ กลับได้แล้ว” หลี่หรงหานอยู่กับนางตลอดเ

  • ขอทุกข์เพียงชาติเดียวพอ   เหตุใดไม่สังหารข้าทิ้ง

    ไม่ผิดจากที่ชุยเซียวเคยบอกเสนาบดีเกานัก ฮ่องเต้ไม่มีทางสังหารพระโอรสของตนหากไม่ทำผิดถึงขั้นก่อกบฏ เพียงปลดให้เป็นสามัญชนแล้วขับไล่ไปอยู่ที่ชายแดนเหนือ ขุนนางในเมืองหลวงย่อมรู้ดีว่าองค์ชายใหญ่ไม่มีทางฟื้นกลับมาได้อีกแล้ว ชายแดนเหนือเป็นเขตแดนที่ตระกูลซ่งของเสียนเฟยดูแลอยู่ หากมิโง่เขลาเกินไปย่อมรู้ได้ดีว่าฮ่องเต้ต้องการให้คนตระกูลซ่งควบคุมความประพฤติขององค์ชายใหญ่นี้ เพียงรักษาชีวิตเอาไว้ได้ แล้วไปเริ่มใหม่ ต่อให้กลายเป็นสามัญชนนางก็เชื่อว่าความรู้ที่นางมีอย่างไรก็ไม่มีทางอดตาย แต่เขาได้หาเชื่อในคำของนางไม่ในคืนเดียวกันนั้น ภายในเมืองหลวงถูกกองกำลังขององค์ชายใหญ่ที่เลี้ยงดูไว้ภายใต้ตระกูลสวี บุกเข้าวังหลวงเพื่อก่อกบฏหลี่หรงหานเตรียมพร้อมรับมือเอาไว้เรียบร้อยแล้ว ราชครูสวีที่รู้เรื่องว่าหลานชายของตนลงมือโดยไม่ได้ขอความเห็นก็เป็นลมหมดสติไปทันที ตอนนี้แม้ตระกูลสวีจะถูกริบตำแหน่งราชครูคืน แต่อย่างน้อยฮ่องเต้ก็ยังเหลือชีวิตเอาไว้ให้เขา ต่อไปจะไม่กลับมายิ่งใหญ่ได้หรือแต่หลี่หรงฝูก็ปิดประตูความหวังที่แสนริบหรี่ของเขาลง เพียงแค่กองกำลังลับบุกเข้าเมืองหลวง ทหารก็ล้อมจวนตระกูลสวีและตำหนักฮอง

  • ขอทุกข์เพียงชาติเดียวพอ   พูดไปยามนี้ผู้ใดจะเชื่อ

    ไป๋ซื่อยิ้มมองบุตรสาวอย่างหยอกล้อ ด้วยความว่านางคงเขินอายที่พูดคุยเรื่องออกเรือนในตอนอายุยังน้อย จึงได้ปฏิเสธออกมา“หึหึ หว่านวาน อย่างไรแม่ก็ไม่ให้เจ้าออกเรือนไปยามนี้ สมรสพระราชทานมีราชโองการลงมาอีกสองปีเจ้าถึงจะออกเรือน” ดูท่าคงหารือเรียบร้อยแล้ว มิเช่นนั้นมารดาของนางคงไม่เอ่ยออกมาอย่างยินดีเช่น

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-17
  • ขอทุกข์เพียงชาติเดียวพอ   ซ่งเสียนเฟยเรียกไป๋ซื่อเข้าวัง

    หลี่หรงหาน ยามนี้อายุเพียงสิบสี่หนาวเท่าพี่ชายของนางเท่านั้น เหตุใดถึงได้ดูน่ากลัวเพียงนี้ก็ไม่รู้ อายุยังสิบเก้าหนาวยังไม่ทันได้เข้าพิธีสวมกวาน (จัดขึ้นเพื่อแสดงให้เห็นว่าเติบโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว ส่วนมากจะจัดตอนอายุ20ปี แต่มีบางที่ที่จัดตอนอายุ 16ปี) ภายหลังตอนที่นางโดนมู่เฟยหยาวางยาพิษ นางได้ยินว่าเ

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-17
  • ขอทุกข์เพียงชาติเดียวพอ   เรื่องดีๆ มักเกิดกับบ้านใหญ่

    สตรีในเมืองหลวงไม่น้อยที่อิจฉาจินหว่าน แต่ไม่ใช่จินหร่วน นางรู้ดีว่าต่อไปองค์ชายสามจะกลายเป็นผู้พิการนั่งรถเข็นไปตลอด แต่ตอนที่นางกำลังคลอดบุตรคนที่สอง ไม่รู้ว่าข่าวที่ได้ยินมาผิดหรือไม่ หลี่หรงหานคิดก่อกบฏ ตัวนางเองก็ใกล้คลอดเต็มที ทั้งจ้าวตงหยุนก็หลงอนุจนแทบไม่ได้พบหน้าวันที่นางเจ็บท้องคลอด เขาก

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-18
  • ขอทุกข์เพียงชาติเดียวพอ   ไม่เป็นไปตามใจเสียเกือบหมด

    จินหว่านเห็นว่ามารดาเริ่มเห็นด้วยกับพูดของนางแล้ว จึงเอ่ยถามถึงเรื่องของหวงเยว่“ญาติผู้พี่เยว่นางอายุสิบห้าหนาวแล้วใช่หรือไม่ ท่านส่งจดหมายไปถามท่านป้าสะใภ้เสียหน่อยว่านางมีสัญญาหมั้นหมายแล้วหรือยัง หากว่ายังก็เรียกนางเข้าเมืองหลวงเพื่อช่วยหาสามีให้นางเถิด”“ไม่ต้องถามนางยังไม่มีสัญญาหมั้นหมายกับผ

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-18
Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status