Beranda / รักโบราณ / ขอทุกข์เพียงชาติเดียวพอ / ได้รับชื่อเสียงไปเต็มๆ

Share

ได้รับชื่อเสียงไปเต็มๆ

Penulis: l3oonm@
last update Terakhir Diperbarui: 2025-12-22 06:13:59

เสื้อผ้าในร้านที่ตัดออกมาแล้วย่อมต้องหาทางขายออกไปก่อน ยังดีที่ท่านตาของนางมีร้านผ้าอยู่ต่างเมือง ผ้าทั้งหมดจึงถูกส่งไปขายที่ต่างเมืองแทน อย่างไรก็ไม่อาจขายในเมืองหลวงต่อได้ หวงซื่อแทบจะเป็นลมเมื่อรู้ว่าแบบผ้าของตระกูลมู่เหมือนร้านของนางไม่มีผิดเพี้ยน จึงต้องทำตามคำแนะนำของจินหร่วน อย่างไรขายที่ต่างเมืองได้ราคาไม่ดีเท่าในเมืองหลวง แต่ก็ถือว่ายังพอทำเงินได้อยู่

จินหร่วนเองก็ไม่กล้าที่จะร่างแบบเพิ่มออกมา ยามนี้ต้องเรียกได้ว่านางจำต้องเก็บตัวเงียบกลัวว่ามู่เฟยหยาจะส่งคนมาจับตาดูนางเอาไว้ บ้านรองเริ่มมีเสียงโวยวายอีกครั้งหลังจากเงียบหายไปเกือบเดือน ยิ่งนางได้รู้ว่าชุยจ้านนำแบบร่างของนางไปอวดสหายของตน ทั้งยังโง่เปิดเผยต่อหน้าญาติห่างๆ ของตระกูลมู่ด้วยก็แค้นใจจนอยากจะเข้าไปทุบตีพี่ชายให้หายโง่

หวงซื่อนอกจากตำหนิชุยจ้านอย่างไม่จริงจังแล้วก็ไม่อาจจะลงมือทำร้ายบุตรชายคนโตของนางได้

ทุกครั้งที่ฟู่ซื่อพบเจอหวงซื่อจะจินหร่วนนางจะถากถางออกมาอย่างไม่ไว้หน้า และยังยั่วยุให้ชุยหมิ่นรังเกียจสองแม่ลูกที่ทำให้บ้านรองถูกผู้อื่นหัวเราะเยาะด้วย

“นังสารเลว!!! ท่านพ่อกับท่านย่าของเจ้าก็เป็นไปตามมัน ก่อนหน้านี้ไม่ใช่พูดหรือว่าเจ้าเก่งกาจกว่าคุณหนูใหญ่เพียงใดที่คิดแบบชุดออกมาได้ แล้วตอนนี้เล่ากลายมาเป็นตำหนิเจ้ากับข้าที่ทำให้ถูกคนในเมืองหลวงหัวเราะเยาะ เหอะ หากท่านพ่อข้าขายชุดได้ มิใช่ว่าเงินก็นำมาใช้ในจวนหรือไง” หวงซื่อบ่นออกมาอย่างหมดความอดทน สองแม่ลูกถูกเรียกไปด่ามาสามวันแล้ว เหลือเพียงแค่ยังไม่ถูกโบยหรือลงโทษก็เท่านั้น

“วันนี้ข้าล้ม แต่ต่อไปท่านพ่อกับท่านย่าจะต้องเชื่อฟังข้า” นางเอ่ยเสียงลอดไรฟันออกมาอย่างแค้นใจ

หวงซื่อเองก็ตกใจไม่น้อยกับสายตาของจินหร่วนที่มองไปทางเรือนพักของแม่สามีนาง บุตรสาวของนางวัยใกล้สิบเอ็ดหนาวเหตุใดถึงได้มีสายตาดุร้ายเช่นนี้ได้

เรื่องที่บ้านรองสร้างไว้ย่อมไม่กระทบกับชื่อเสียงของบ้านใหญ่ แต่เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่มีคนเอ่ยถามขึ้นมาเลย ทางชุยเซียวได้แต่บอกว่าเขาก็เพิ่งรู้เรื่องพร้อมคนอื่นเช่นกัน ด้วยแยกบ้านออกมาแล้ว บ้านรองทำสิ่งใดก็ไม่ต้องบอกกล่าวบ้านใหญ่ เมื่อเป็นเช่นนี้จึงไม่มีผู้ใดสอบถามเขาอีก

แม้แต่เสนาบดีมู่เมื่อได้ยินและเห็นสีหน้าที่มึนงงของชุยเซียวก็ไม่ได้ติดใจสิ่งใด ยามนี้ไม่ควรจะมีปัญหากัน ด้วยยังต้องการให้ชุยเซียวอยู่ฝ่ายเดียวกับตนเพื่อสนับสนุนองค์ชายใหญ่ขึ้นเป็นองค์รัชทายาท แต่ไม่ใช่กับชุยหมิ่นที่มีเพียงตำแหน่งขุนนางเล็กๆ เสนาบดีมู่เรียกเขาไปตำหนิและสั่งสอนให้ดูแลบุตรสาวของตนเองให้ดี พอไม่มีชุยเซียวช่วยออกหน้า สายตาของเพื่อนร่วมงานที่มองชุยหมิ่นก็ยิ่งเลวร้ายกว่าเดิม

สตรีที่มีความสัมพันธ์อันดีกับไป๋ซื่อ ต่างก็มาพบนางที่จวนเพื่อสอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้น

“ข้าจะรู้ได้อย่างไร แยกบ้านกันมาหลายเดือนแล้ว ข้ารู้ว่าจะมีการเปิดตัวแบบชุดใหม่ก่อนหน้าหนึ่งวัน งานก็ไม่ได้ไปร่วมได้แต่ส่งของยินดีไปให้ เห็นว่าชื่อร้านก็ลงท้ายด้วยบ้านรองชุย ดูแล้วก็คงไม่อยากให้บ้านใหญ่ของข้าได้ชื่อเสียงไปด้วย” ไป๋ซื่อถอนหายใจออกมา ห่างฮูหยินสองสามคนตรงหน้าไม่ใช่สหายนางที่สามารถพูดคุยได้ทุกเรื่องนางก็ไม่อยากจะเล่าเรื่องในจวนให้ผู้ใดเอาไปนินทา

“ดีแล้วที่เสนาบดีชุยรีบแยกบ้านมิเช่นนั้นคงผิดใจกับตระกูลมู่ไปด้วย”

“ไม่รู้ในหัวน้องสามีเจ้าคิดสิ่งใดอยู่ หาแต่เรื่อง”

“นั่นสิ แล้วเช่นนี้คุณหนูรองยังจะมีผู้ใดสู่ขอนางได้อีก”

หลังจากพูดคุยกันได้ไม่กี่ประโยคต่างก็พากันแยกย้ายขอตัวกลับออกไป ส่งคนไปได้ไม่นาน หูซื่อก็ให้บ่าวมาตามบ้านใหญ่ไปพบ

“หึ รอนายท่านใหญ่กลับมาก่อนเถิด เรื่องนี้เกินความสามารถของข้า” ไป๋ซื่อแค่นเสียงออกมาอย่างดูแคลน เรื่องดีไม่คิดจะบอก พอเกิดเรื่องงามหน้าก็รีบมาตามสามีนางไปแก้ไข

ในตอนเย็นเมื่อชุยเซียวกลับมาก็ถูกบ่าวของบ้านรองที่ดักรอเชิญตัวไปบ้านรองทันที เมื่อเป็นคำสั่งของหูซื่อหากจะไม่ไปก็คงไม่ได้ เขาจำต้องหมุนตัวไปพร้อมบ่าวบ้านรองโดยที่ยังไม่ได้เข้าเรือนไปเปลี่ยนเสื้อผ้า ไป๋ซื่อที่รู้เรื่องแล้วก็คร้านที่จะตามไป นางนั่งพูดคุยกับบุตรทั้งสองรออยู่ที่เรือนดีกว่า

ไม่ต่างจากที่ชุยเซียวคิด ฝ่าเท้ายังไม่ทันได้เหยียบเข้าห้องโถงเสียงคร่ำครวญของหูซื่อก็ดังขึ้นจนปวดหัวไปหมด ด้านข้างนางยังมีชุยหมิ่น หวงซื่อและจินหร่วนที่นั่งคุกเข่าอยู่อีกด้วย

“ท่านแม่ให้บ่าวไปตามข้ามีเรื่องใดหรือไม่”

“ฮืออออ น้องชายเจ้าเกิดเรื่องเพียงนี้เจ้าไม่คิดจะช่วยเลยหรือ หรือต้องให้เขาหมดเส้นทางขุนนางเสียก่อน”

ชุยเซียวสีหน้าของเขายังเรียบเฉยไม่แสดงอาการใดออกมา เพียงแค่ปรายตาไปมองชุยหมิ่นและหวงซื่ออย่างเย็นชาเท่านั้น

“ข้าพูดชัดเจนไปแล้ว เรื่องที่บ้านรองลงมือทำไม่เกี่ยวข้องกับข้า มิใช่ว่าน้องรองต้องการชื่อเสียงให้บ้านรองเพียงผู้เดียวหรือถึงได้ประกาศออกไปว่าเป็นความเก่งกาจของหร่วนเออร์ ทั้งยังต่อชื่อร้านผ้าเป็นบ้านรองชุยเพิ่มอีก” ชุยเซียวไม่คิดจะช่วยเหลือแล้ว

“เหอะ มันใช่ความคิดของอาหมิ่นเสียที่ไหน เป็นสองแม่ลูกนี่ต่างหากที่โง่เขลาจนส่งผลต่อชื่อเสียงของอาหมิ่น”

“แต่ก่อนหน้าที่จะลงมือทำสิ่งใด หรือว่า...น้องรองไม่รู้เลย หากไม่รู้ชื่อเสียงจะยิ่งเสียไปใหญ่ที่กล้าปล่อยให้สตรีในจวนสร้างเรื่องข้ามหัว แต่หากรู้ก็รับผลที่ตามมาเถิด”

“จะ เจ้า เจ้าเป็นพี่ใหญ่ เหตุใดถึงใจร้ายกับน้องชายเพียงผู้เดียวของเจ้าได้”

“หึหึ ท่านแม่ท่านพูดผิดแล้ว ที่น้องรองได้กลับมารับตำแหน่งในเมืองหลวงผู้ใดเป็นคนบากหน้าไปขอมา เรื่องค้าของ...” ชุยหมิ่นร้องห้ามเสียงดังก่อนที่ชุยเซียวจะเอ่ยออกมา “จะโทษข้าไม่ช่วยก็คงไม่ได้ ตัวข้านับว่าช่วยเหลือไปเต็มที่แล้ว ตอนนี้อย่าได้ลืมว่าแยกบ้านเรียบร้อยแล้ว สิ่งที่ข้ากับครอบครัวต้องกตัญญูต่อท่านก็ยังคงเป็นเช่นเดิม แต่หากเรียกร้องมากไปกว่านี้...” ชุยเซียวมิได้พูดต่อ เพียงแค่ส่งสายตาเตือนไปที่ทุกคนที่อยู่ภายในห้องโถง ก่อนจะคารวะหูซื่อแล้วเดินออกไป

ชุยหมิ่นที่เพิ่งหายจากตกตะลึงได้แต่หันไปมองหูซื่อเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่เมื่อเห็นนางโบกมือว่าตนเองไม่อาจช่วยได้แล้ว ก็ทำได้เพียงหันไปด่าทอหวงซื่อจนเกือบจะลงไม้ลงมือกับนางแล้ว

ไป๋ซื่อ ชุยจิ้นและจินหว่าน เมื่อเห็นชุยเซียวกลับมาเล่าเรื่องให้ฟังทั้งหมดอย่างละเอียดก็อดที่จะมองเขาอย่างชื่นชมไม่ได้ คนที่ถูกสายตาของสามแม่ลูกจ้องมองได้แต่นั่งไม่ติดอย่างขัดเขิน

“ท่านพ่อเก่งกาจนัก” จินหว่านเอ่ยชมออกมา นางเข้าไปกอดแขนบิดาอย่างออดอ้อน

“พ่อมิได้ทำสิ่งใด ที่พูดทั้งหมดก็เป็นเรื่องจริง อีกอย่างแยกบ้านกันแล้วก็ไม่ควรจะเอาปัญหาของบ้านรองมาวุ่นวายอีก”

“ท่านพ่อทำถูกแล้วขอรับ หากยังช่วยเหลือในครั้งนี้อีก ชื่อเสียงของหว่านวานและข้าก็คงต้องมัวหมองไปด้วย” ชุยจิ้นแววตาเข้มขึ้นเมื่อเอ่ยถึงบ้านรอง

“เมื่อก่อนเป็นพ่อที่คิดไม่ถี่ถ้วน แต่ต่อไปจะไปเป็นเช่นนั้นอีกแล้ว” ชุยเซียวละอายใจที่ปล่อยให้บ้านรองเอาเปรียบบ้านใหญ่ของตนเองมาหลายปี ยิ่งได้เห็นสีหน้าโกรธแค้นของบุตรชายและสายตาว่างเปล่าของบุตรสาวตัวน้อยทำให้คิดได้ว่า การแยกบ้านเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว

นับจากนั้นบ้านรองก็ไม่กล้ามาก่อกวนหรือสร้างความวุ่นวายให้บ้านใหญ่อีกเลย ชุยเซียวยามที่พบเจอหน้าน้องชายในเวลาทำงานก็แสร้งทำเป็นมองไม่เห็นและหลบหลีกอยู่บ่อยครั้ง คนนอกย่อมจะมองออกว่าเสนาบดีชุยไม่ต้องการเอาชื่อเสียงของตนเองไปข้องเกี่ยวกับน้องชายที่ไม่ได้เรื่องอีกแล้ว

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ขอทุกข์เพียงชาติเดียวพอ   ตอนพิเศษ2

    ยามดึก ทั้งสองขึ้นไปบนระเบียงของโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งเพื่อมองโคมไฟทั้งเมืองเมืองหลวงด้านล่างเต็มไปด้วยแสงสีแดงระยิบระยับดอกไม้ไฟพุ่งขึ้นฟ้า ซูจินหว่านยืนพิงราวไม้ มองภาพตรงหน้าด้วยรอยยิ้ม“สวยจังเลยเพคะ…”ทันใดนั้น เสื้อคลุมหนาก็ถูกคลุมลงบนไหล่นางแขนแข็งแรงโอบจากด้านหลังหลี่หรงหานกอดนางไว้แนบอกคางซบศีรษะเบา ๆ“หนาวหรือไม่”“ไม่หนาวแล้วเพคะ”ไม่นานเขากระซิบเสียงต่ำ“จินหว่าน”“เพคะ?”“ข้าไม่ชอบให้ใครมองเจ้า ไม่ชอบให้ใครยิ้มให้เจ้า ไม่ชอบให้เจ้าอยู่ไกลสายตา”“…ท่านอ๋อง”“ข้ารู้ว่าตัวเองงี่เง่า” เขาหัวเราะเบา ๆ “แต่ข้าหยุดไม่ได้”มือใหญ่ประสานมือนางแน่นขึ้น“ทั้งชีวิตข้าเสียของสำคัญมามากเกินไปแล้วข้าจะไม่เสียเจ้าอีกคน”หัวใจนางอ่อนยวบ ซูจินหว่านหันกลับไปกอดตอบซบหน้าลงบนอกเขา“เช่นนั้น…ก็จับมือข้าไว้ตลอดไปสิ”หลี่หรงหานยิ้มรอยยิ้มที่มีไว้ให้นางคนเดียว“ไม่ใช่แค่จับมือ” เขากระซิบข้างหู“ชีวิตนี้ ข้าจะกอดเจ้าไว้แบบนี้ ต่อให้ฟ้าถล่มก็ไม่ปล่อย”ดอกไม้ไฟระเบิดสว่างเต็มท้องฟ้า เสียงดังสนั่นแต่สำหรับท่านอ๋องหลี่หรงหานนั้น แม้โคมไฟพันดวงงดงามเพียงใดก็ยังไม่เท่าความงามของพระชายาซูจิหว่านของท่านอ๋

  • ขอทุกข์เพียงชาติเดียวพอ   ตอนพิเศษ1

    ตอนพิเศษหลังพายุเลือดและการช่วงชิงอำนาจผ่านพ้นไปเมืองหลวงกลับคืนสู่ความสงบอีกครั้ง จวนอ๋องเงียบกว่าที่เคยไม่มีฎีกากองสูงเท่าภูเขา ให้เขาต้องมาตรวจงานจนหามรุ่งหามค่ำมีเพียงเสียงลมฤดูใบไม้ผลิพัดผ่านต้นเหมยกลีบดอกสีชมพูปลิวว่อนราวหิมะอ่อน ๆซูจินหว่านนั่งอยู่ในศาลาริมสระบัว ชายเสื้อแพรสีอ่อนถูกรวบขึ้นเล็กน้อย ขณะตั้งใจชงชาไอน้ำลอยกรุ่นกลิ่นหอมจาง ๆ ของใบชาชั้นดีคลอเคลียในอากาศ“พระชายา…”เสียงทุ้มต่ำคุ้นเคยดังจากด้านหลังยังไม่ทันหันกลับไป นางก็รู้ว่าเป็นใครหลี่หรงหาน บุรุษที่ครั้งหนึ่งทั้งใต้หล้าครั่นคร้ามท่านอ๋อง ผู้ไม่เคยยิ้มให้ผู้ใดแต่ตอนนี้กลับเดินเข้ามาเงียบ ๆ แล้วสวมกอดนางจากด้านหลังเหมือนเด็กที่แอบอ้อนภรรยาของเขา “…ท่านอ๋อง” นางหัวเราะเบา ๆ “กลางวันแสก ๆ ยังจะทำตัวเหมือนโจรอีกหรือเพคะ”“ในสนามรบข้าคืออ๋อง” เขาซบคางบนไหล่นาง เสียงแผ่วลงอย่างเกียจคร้าน “แต่ในจวนนี้ ข้าเป็นเพียงสามีของเจ้าเท่านั้น”คำพูดง่าย ๆ กลับทำให้นางหน้าแดงยิ่งกว่าดอกเหมยมือใหญ่ของเขาจับมือนางที่กำลังถือถ้วยชาแล้วพาไปนั่งด้วยกันทั้งสองดื่มชาในถ้วยเดียวกันอย่างไม่ถือพิธีเงาสะท้อนในผ

  • ขอทุกข์เพียงชาติเดียวพอ   ตอนจบ

    ขุนนางในเมืองหลวงไม่น้อยที่เข้าหาชุยเซียวด้วยรู้ดีว่า ต่อไปหลี่หรงหานย่อมต้องได้นั่งบัลลังก์ ชุยเซียวย่อมต้องขึ้นเป็นโหวฟู่ (บิดาของฮองเฮา) อย่างแน่นอนหลังจากหลี่หรงหานเดินทางขึ้นเหนือแล้ว ชุยเซียวถูกแต่งตั้งขึ้นเป็นอัครเสนาบดีฝ่ายซ้าย ชุยจิ้นเองก็สอบจิ้นซื่อได้อันดับหนึ่งจนได้เป็นจอหงวน ตระกูลชุยนับว่าทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดของราชสำนักทันทีแต่ชุยเซียวก็ยังคงเป็นเช่นเดิม ไม่ว่าจะกับขุนนางฝ่ายใดเขาก็ยังคงคบหาได้อย่างสนิทใจ ทั้งยังรักษาระยะห่างแต่พอดี ไม่เข้าร่วมพรรคพวกหรือหาพรรคพวกให้เว่ยอ๋องเสียนเฟยให้กำเนิดพระโอรสองค์ที่หกแก่ฮ่องเต้ ภายหลังถูกแต่งตั้งขึ้นเป็นฮองเฮาองค์ใหม่อย่างสมเกียรติ นับว่าเวลาที่รอคอยมานับยี่สิบปีในที่สุดฮ่องเต้ก็สามารถมอบตำแหน่งให้สตรีที่รักได้เสียทีขบวนเดินทางของหลี่หรงหาน กว่าจะเดินทางถึงชายแดนเหนือก็ใช้เวลาถึงห้าเดือน เหตุที่ยาวนานเพียงนี้ก็เป็นที่หลี่หรงหานพาจินหว่านเที่ยวเล่นแทบจะทุกหัวเมืองที่ผ่านตำหนักอ๋องที่โจวเป่ยให้คนเดินทางล่วงหน้ามาปรับปรุงเสียใหม่แล้ว พอเดินทางมาถึง จินหว่านนางจึงได้เห็นสวนดอกเหมยแดงที่กว้างใหญ่ภายในตำหนักดอกเหมยแดงส่งกลิ่นหอมไป

  • ขอทุกข์เพียงชาติเดียวพอ   เจ้าเป็นของข้าแต่เพียงผู้เดียว

    จินหว่านเมื่อรู้เรื่องก็แทบจะกลั้นขำเอาไว้ไม่ไหว ไม่รู้ว่ายามนี้บิดากับพี่ชายจะมีสีหน้าเช่นใดเมื่อถูกหลี่หรงหานเอาคืน จินหว่านได้แต่ปลอบใจไป๋ซื่อที่กระวนกระวายอยู่ภายในห้องของนางให้สงบใจ ไม่ต้องเร่งรีบไปกับหลี่หรงหานด้วย อย่างไรก็ยังไม่ถึงเวลาพอถึงเวลารับตัวเจ้าสาว หลี่หรงหานก็เร่งให้กรมพิธีการรีบร้องบอกขั้นตอนสำหรับพิธีจะได้ส่งตัวเจ้าสาวเร็วๆชุยเซียวกับไป๋ซื่อนั่งอยู่ตำแหน่งประธานเพื่อให้เจ้าบ่าวเจ้าสาวกราบลาบิดามารดาเพื่อออกเรือน หูซื่อเองย่อมต้องเข้าร่วมงานเลี้ยงด้วย ชุยหมิ่นหมดสิ้นวาสนาในเรื่องเส้นทางขุนนางแล้ว ได้แต่หวังว่าบุตรชายอนุอีกสองคนที่เหลือจะพอกู้ชื่อเสียงกลับคืนมาได้ชุยหมิ่น หวงซื่อที่เข้าร่วมงานดูสงบเสงี่ยมขึ้นไม่น้อย จินหลันที่แต่งให้พ่อหม้ายหยวนไปก็กลับมาร่วมงานแต่งของจินหว่าน ใบหน้าของนางดูอิ่มเอมมิได้เศร้าหมองอย่างที่คิด เมื่อสอบถามจึงได้ความว่า ใต้เท้าหยวนดูแลนางดีไม่น้อย บุตรชายสองคนของฮูหยินเอกที่ล่วงลับไปแล้วก็เป็นเด็กรู้ความไม่ทำให้นางลำบากใจ จินหว่านย่อมยินดีกับนางด้วยเช่นกันที่มีความสุขเกี้ยวแปดคนหามหลังใหญ่ รับตัวเจ้าสาวเดินทางไปที่ตำหนักอ๋อง ผู้ที่แบกเ

  • ขอทุกข์เพียงชาติเดียวพอ   คราวหลังอย่าให้ถูกจับได้อีก

    เมื่อก่อนนางคิดว่าหลี่หรงฝูรักนางอย่างที่เขาพูดจริงๆ แต่ภายหลังนางถึงได้รู้ว่าที่เขาเลือกนางเป็นพระชายารองก็ด้วยฐานะของบิดานาง แต่จะทำเช่นใดได้ ในเมื่อนางรักเขาไปแล้ว หากนางเชื่อในคำของสหายจะดีเพียงใด“เก็บเอาไว้ให้ดี” นางส่งกล่องไม้ให้เกาอวี้ม่านอีกกล่องถึงแม้จะบอกให้เกาอวี้ม่านเชื่อในคำพูดของมู่เฟยหยา แต่สหายของนางคนนี้ดื้อรั้นอยู่ไม่น้อย นางไม่มีทางเชื่อทุกคนที่มู่เฟยหยาพูด ของทั้งสองกล่องคือตั๋วเงิน เพียงแต่ในกล่องของมู่เฟยหยามีมากถึงห้าพันตำลึงเงิน แม้จะไม่ได้มากเท่าที่มู่เฟยหยาเคยมี แต่เงินก้อนนี้นางย่อมมีหนทางทำให้งอกขึ้นมาได้อีกหลายเท่าทุกคำที่จินหว่านพูดคุยกับสตรีทั้งสองหลี่หรงฝูล้วนแต่ได้ยิน แต่สิ่งที่เขาต้องการในชาตินี้ล้วนไม่ได้มาครอบครอง ไม่ว่าจะเป็นบัลลังก์หรือตัวนางจินหว่านมองส่งรถม้าที่สิ่งห่างออกไปจนสุดสายตา มือหนารวบเอวของนางเข้ามาสวมกอดจึงเรียกสติของนางกลับมาได้“อยากไปกับมันหรือ” น้ำเสียงที่แฝงเอาไว้อย่างไม่พอใจของหลี่หรงหานทำให้จินหว่านหัวเราะออกมา“ท่านจะเปิดร้านขายน้ำส้มสายชู (หึงหวง) หรือ” นางเอียงคอยิ้มอย่างหยอกล้อ“หึ กลับได้แล้ว” หลี่หรงหานอยู่กับนางตลอดเ

  • ขอทุกข์เพียงชาติเดียวพอ   เหตุใดไม่สังหารข้าทิ้ง

    ไม่ผิดจากที่ชุยเซียวเคยบอกเสนาบดีเกานัก ฮ่องเต้ไม่มีทางสังหารพระโอรสของตนหากไม่ทำผิดถึงขั้นก่อกบฏ เพียงปลดให้เป็นสามัญชนแล้วขับไล่ไปอยู่ที่ชายแดนเหนือ ขุนนางในเมืองหลวงย่อมรู้ดีว่าองค์ชายใหญ่ไม่มีทางฟื้นกลับมาได้อีกแล้ว ชายแดนเหนือเป็นเขตแดนที่ตระกูลซ่งของเสียนเฟยดูแลอยู่ หากมิโง่เขลาเกินไปย่อมรู้ได้ดีว่าฮ่องเต้ต้องการให้คนตระกูลซ่งควบคุมความประพฤติขององค์ชายใหญ่นี้ เพียงรักษาชีวิตเอาไว้ได้ แล้วไปเริ่มใหม่ ต่อให้กลายเป็นสามัญชนนางก็เชื่อว่าความรู้ที่นางมีอย่างไรก็ไม่มีทางอดตาย แต่เขาได้หาเชื่อในคำของนางไม่ในคืนเดียวกันนั้น ภายในเมืองหลวงถูกกองกำลังขององค์ชายใหญ่ที่เลี้ยงดูไว้ภายใต้ตระกูลสวี บุกเข้าวังหลวงเพื่อก่อกบฏหลี่หรงหานเตรียมพร้อมรับมือเอาไว้เรียบร้อยแล้ว ราชครูสวีที่รู้เรื่องว่าหลานชายของตนลงมือโดยไม่ได้ขอความเห็นก็เป็นลมหมดสติไปทันที ตอนนี้แม้ตระกูลสวีจะถูกริบตำแหน่งราชครูคืน แต่อย่างน้อยฮ่องเต้ก็ยังเหลือชีวิตเอาไว้ให้เขา ต่อไปจะไม่กลับมายิ่งใหญ่ได้หรือแต่หลี่หรงฝูก็ปิดประตูความหวังที่แสนริบหรี่ของเขาลง เพียงแค่กองกำลังลับบุกเข้าเมืองหลวง ทหารก็ล้อมจวนตระกูลสวีและตำหนักฮอง

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status