ลิขิตฟ้า ข้ามภพให้มารัก

ลิขิตฟ้า ข้ามภพให้มารัก

last updateTerakhir Diperbarui : 2026-03-19
Oleh:  NaiyanaOngoing
Bahasa: Thai
goodnovel16goodnovel
10
2 Peringkat. 2 Ulasan-ulasan
64Bab
1.5KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

ถิงถิง หญิงสาววัย 25 ปี เลือกจบชีวิตลงด้วยการฆ่าตัวตายจากธุรกิจล้มละลาย แต่สวรรค์กลับส่งเธอมายังโลกที่คล้ายยุคจีนโบราณ เหมือนดั่งซีรี่ย์จีนที่เธอเคยเห็น แต่นั้นยังไม่พอเพราะร่างที่เธอเข้ามาอยู่นั้นคือร่างที่คนทั่วทั้งเมืองต่างชิงชัง 'ฟางเหนียง' หญิงสาวที่มีนิสัยเอาแต่ใจและร้ายกาจ และด้วยนิสัยของเธอทำให้ 'หนิงเฟิ่ง' ชายที่เธอหมายปองทั้งเกลียดและไม่ชอบนางเข้ากระดูก ชายที่ได้ชื่อว่าสง่างาม และเป็นที่หมายปองของคนทั่วทั้งเมือง แต่แล้ววันหนึ่งเขากลับทำตัวแปลกไป เมื่อหญิงสาวที่คอยตามรังควาญเขามาตลอดกลับน่าสนใจ จนเขาเองก็ไม่รู้ตัวว่าหัวใจได้เปลี่ยนไปแล้ว

Lihat lebih banyak

Bab 1

ตอนที่ 1 ข้าไม่แต่งได้หรือไม่

ในช่วงปลายฤดูสารท สายลมอ่อนๆ พัดเอาใบไม้แห้งมาตามแรงลม ผ่านหน้าต่างที่ถูกเปิดทิ้งไว้เข้ามายังห้องนอนใหญ่ ด้านในถูกตกแต่งอย่างหรูหรา บนเตียงไม้กว้างมีหญิงสาวรูปร่างบอบบางนอนอยู่ นางกระชับผ้าห่มขึ้นเล็กน้อยเมื่อสายลมพัดผ่าน และความหนาวเหน็บนี้กลับทำให้นางไม่สามารถนอนต่อได้อีกแล้ว ดวงตางามกะพริบตาช้าๆ ไล่ความง่วง จากนั้นลุกขึ้นบิดขี้เกียจเล็กน้อยและเดินหยิบเมล็ดข้าวโพดที่เธอเตรียมไว้ทุกวันมาวางไว้ข้างหน้าต่าง ไม่นานนกน้อย 2 ตัวก็บินเข้ามากินอย่างเอร็ดอร่อย เหมือนไม่กลัวหญิงสาวเลยแม้แต่น้อย มันจิกกินแบบไม่รีบเหมือนอย่างเคยชิน

"เฮ้อ~~~"

หญิงสาวถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ และเหม่อมองออกไปด้านนอกหน้าต่างอย่างเหม่อลอย วันนี้ครบ 1 อาทิตย์แล้วที่นางมาอยู่ที่นี่ โลกที่คล้ายดั่งจีนโบราณไม่ว่าจะผู้คน การแต่งตัว การพูดจาก็แปลกไปจากโลกที่เคยอยู่ นางเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงได้มาอยู่ที่นี่ หญิงสาวตัดสินใจจบชีวิตและยุติปัญหาทุกอย่างแต่ใครจะคิดว่าชีวิตหลังความตายกลับต้องมาอยู่ในร่างของใครก็ไม่รู้ หญิงสาวไม่มีความทรงจำหรือรู้เรื่องราวอะไรเกี่ยวกับร่างนี้เลยด้วยซ้ำเพื่อนสักคนก็ไม่มี แถม 1 อาทิตย์ที่ผ่านมานางยังสัมผัสได้ว่าร่างที่มาอยู่นั้น ยังเป็นคนที่คนทั่วทั้งเมืองคงไม่ชอบเป็นแน่ เดิมทีคิดว่าในร่าง ถิงถิง โลกเก่าโดดเดี่ยวแล้ว ในร่างของ ฟางเหนียงโลกนี้กลับโดดเดี่ยวเสียกว่า หญิงสาวคิดได้เท่านี้ก็เดินเข้าห้องอาบน้ำเพื่อทำธุระส่วนตัว

ในกระจกบานใหญ่สะท้อนภาพหญิงสาวใบหน้ารูปไข่ ผิวขาวเนียนไปทั้งตัว ผมยาวดกดำครึ่งบนถูกจัดทรงเล็กน้อยและปักด้วยปิ่นหยกรูปใบไม้เล็กๆ คิ้วดำถูกแต่งทรงจนสวยงาม ดวงตาโตสีน้ำตาลอ่อน ขนตางอนยาวทำให้หญิงสาวดูน่ารัก จมูกโด่งเข้ากับใบหน้าที่ปลายเชิดขึ้นเล็กน้อยอย่างดื้อรั้น ปากบางเล็กดูชุ่มชื่นอมชมพู หญิงสาวยิ้มออกมาเล็กน้อยอย่างพอใจเมื่อเห็นผลลัพธ์ในกระจก

"มองกี่ครั้งก็ตะลึงทุกครั้ง ไม่ชินจริงๆ ที่ฉันสวยขนาดนี้ ไม่สิข้าสวยขนาดนี้"

ฟางเหนียงเอ่ยกับตนเองในกระจก จากนั้นหมุนตัวตรวจดูความเรียบร้อย วันนี้เธอเลือกสวมชุดเรียบๆ สีเขียวมิ้นต์ นี่เป็นชุดที่สีเบาที่สุดในชั้นเสื้อผ้าแล้ว เพราะตัวอื่นๆ นั้นมีแต่สีฉูดฉาด ไม่สีชมพูบานเย็น ก็เหลือง ส้ม แดง สงสัยเจ้าของร่างเก่าจะชอบดูงิ้ว มือเรียวยาวเปิดประตูออกจากห้องพัก หญิงสาวมองบรรยากาศด้านนอกก็รู้สึกหนักอึ้ง เพราะ 1 อาทิตย์ที่ผ่านมานางไม่สบายจนไม่สามารถที่จะออกจากห้องได้เลย ข้าวและยาก็มีคนนำมาส่งและออกไป ไม่มีแม้แต่คนดูแลเหมือนว่านางนั้นเป็นโรคร้ายอย่างไรอย่างนั้น

เมื่อ 3 วันก่อนตอนที่นางฟื้นมาอีกครั้งและได้รู้ว่าตัวเองเข้ามาอยู่โลกนี้ และเมื่อวานมีคนมาบอกว่าวันรุ่งขึ้นให้ไปพบท่านรองเจ้าสำนัก หยงอี๋ แต่นางจะไปอย่างไรล่ะในเมื่อหญิงสาวก็ไม่รู้จักที่นี่เลยด้วยซ้ำ

'เอาว่ะเดินไปมั่วๆ ก่อน เจอคนค่อยถามก็ได้'

หญิงสาวกล่าวกับตัวเองในใจและเดินไปตามทางเชื่อมเรื่อยๆ ไม่นานก็ได้ยินคล้ายเสียงผู้คนโห่ร้องมากมาย หญิงสาวจึงยิ้มกว้างออกมาเพราะนั่นหมายความว่าจะมีคนให้นางถามทางแล้ว และเป็นอย่างที่คิดไว้ เมื่อเดินมาถึงก็พบกับกลุ่มชายที่กำลังเตะลูกที่ทำจากไม้สาน มีรูปร่างคล้ายฟุตบอล

"นั่นมันคุณหนูฟางเหนียงหนิ วันนี้นางแต่งตัวแปลกไป สงสัยจะไปงานศพเป็นแน่ ฮ่าๆๆๆ"

ชาย 1 ในนั้นตะโกนออกมาทางหญิงสาวและตามด้วยเสียงหัวเราะของคนบริเวณนั้น ฟางเหนียงจากที่กำลังก้าวเท้าเดินไปหา ต้องหยุดฝีเท้าลงและรอยยิ้มบนหน้าก็หุบลงเช่นกัน

"นั่นสิ วันนี้หิมะคงตกเป็นแน่ แม้แต่เครื่องประดับนางยังไม่สวมใส่เหมือนทุกวัน ได้ยินว่าจมน้ำจนป่วยสติคงเลอะเลือนไปแล้วเป็นแน่ ฮ่าๆๆ"

หญิงสาวที่อยู่บริเวณนั้นเอ่ยขึ้นเสริม เรื่องที่ฟางเหนียงจมน้ำเมื่อ 1 อาทิตย์ที่แล้วเป็นที่รู้กันไปทั่วทั้งสำนัก ว่านางเรียกร้องความสนใจจากเจ้าสำนัก แต่เจ้าสำนักกลับไม่สนใจกว่าคนจะเข้าไปช่วยได้ทัน นางถึงขนาดที่หยุดหายใจไปแล้วแต่ปฏิหาริย์กลับเกิดขึ้นกับคนอย่างนาง ที่จู่ๆ ก็ฟื้นขึ้นมาอีกครั้งและนั้นคือตอนที่ ถิงถิง ได้เข้ามาอยู่ในร่างนี้ หญิงสาวกำมือแน่นอย่างอดกลั้นอารมณ์ตนเองไม่ให้โมโหและกำลังจะหันหลังกลับ แต่ในจังหวะนั้นลูกบอลที่ทำจากไม้สานกลับตกมากระแทกที่ตัวนางอย่างแรง ฟางเหนียงไม่ทันได้ตั้งตัวทำให้ล้มลงไปกับพื้นทันที และเป็นอย่างที่คาดเมื่อนางล้มลงกับพื้นดิน เสียงหัวเราะของคนบริเวณนั้นก็ดังขึ้น นางน้ำตาแทบร่วงให้กับตนเองในตอนนี้ แต่ทำได้เพียงอดกลั้นไม่ให้หยาดน้ำตาไหลลงพื้นเพื่อไม่ให้ตนเองต้องดูน่าสมเพชไปมากกว่านี้ แต่จังหวะที่นางกำลังจะหยัดกายลุกขึ้นกลับมีมือหนึ่งยื่นมา หญิงสาวมองไปตามมือและพบเข้ากับรอยยิ้มที่นางเคยเห็น เมื่อ 3 วันที่แล้วนางตกใจที่ฟื้นขึ้นมาบนโลกใบใหม่ ก็คือเขาที่เข้ามาช่วยและนี่ก็เป็นเขาอีก หญิงสาวน้ำตาแทบร่วงอีกครั้งเมื่อเห็นชายหนุ่ม นางยิ้มและยื่นมือให้เขา

"ข้ารอเจ้าอยู่นาน เหตุใดถึงได้มาอยู่ที่นี่"

เสียงนุ่มเอ่ยอย่างอ่อนโยนถามหญิงสาว ฟางเหนียงใบหน้ามึนงงเล็กน้อย แต่เมื่อได้ยินเช่นนั้นก็รู้ได้ทันที 'รอข้าเช่นนั้นหรือ นั่นก็แสดงว่าท่านผู้นี้คือรองเจ้าสำนัก หยงอี๋ ที่ข้าตามหา' หญิงสาวเอ่ยกลับตนเองในใจและยิ้มกว้างให้ชายหนุ่ม

"ข้าเพียงหลงทางเจ้าค่ะ ขออภัยท่านที่ทำให้รอนาน"

หญิงสาวจำเป็นต้องโกหก เพื่อให้เขาพาออกไปจากที่ตรงนี้เร็วๆ

"หลงเช่นนั้นหรือ เจ้าอยู่ที่นี่มา 3 ปีแล้วมิใช่หรือ"

"เจ้าค่ะ"

ฟางเหนียงเอ่ยเพียงสั้นๆ หยงอี๋ที่เห็นนางตอบเช่นนั้นก็ไม่อยากเซ้าซี้อีก เขาเดินหันหลังนำนางไปแต่เดินไปได้ไม่กี่ก้าวก็หยุดฝีเท้าลง

"พวกเจ้าที่เหลือฝึกตั้งสมาธิปลดปล่อยลมปราณเป็นเวลา 2 ชั่วยามซะ" หยงอี๋เอ่ยสั่งเสียงดังไปทางศิษย์ที่หัวเราะและเตะลูกบอลที่ทำจากไม้สานใส่ฟางเหนียงเมื่อสักครู่

"ขอรับ/เจ้าค่ะ ท่านรองเจ้าสำนัก"

เสียงเหล่าศิษย์เอ่ยอย่างไม่เต็มใจมากนัก ฟางเหนียงเดินตามแผ่นหลังกว้างอย่างอบอุ่นหัวใจ 'นับว่าท่านรองเจ้าสำนัก หยงอี๋ ผู้นี้ก็ไม่เลวเห็นทีข้าคงต้องผูกมิตรกับเขาไว้เยอะๆ แล้วล่ะ'

.

ณ หอผดุงคุณธรรม

ฟางเหนียงถูกพามายังด้านในหอ ด้านในถูกตกแต่งอย่างอลังการและสวยงาม ด้านในเป็นห้องโถง ตรงกลางเป็นทางเดินไปยังด้านหน้าสุดมีโต๊ะไม้ที่ถูกแกะสลักมาอย่างดี ข้างทางเดินมีโต๊ะเช่นเดียวกัน ภาพวาดและของตกแต่งสวยงามจนนางเองก็ไม่สามารถประเมินราคาได้ นี่ถ้าในโลกเก่านางหากนำไปขายคงสบายไปร้อยชาติเชียวล่ะ แต่ก่อนที่หญิงสาวจะได้เพลิดเพลินกับสิ่งรอบข้างไปมากกว่านี้ก็ต้องรู้สึกเจ็บที่ปลายเล็บเท้า เมื่อตนเผลอเตะเข้าอย่างแรง

"โอ๊ย~~~"

หญิงสาวอุทานออกมาอย่างลืมตัว

"เจ้าเป็นอันใดหรือไม่"

หยงอี๋เอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง วันนี้นางเปลี่ยนไปจากที่เขารู้จักจริงๆ นางดูเงียบมากขึ้นและการแต่งกายนางยังแปลกไปเสียด้วย

"ข้าไม่เป็นไรเจ้าค่ะ"

"เช่นนั้นเจ้านั่งก่อนเถอะ"

หญิงสาวเดินเข้าไปนั่งกับที่ และมองไปทางรองเจ้าสำนัก เป็นการส่งสัญญาณว่าตนพร้อมแล้วกับเรื่องที่เขาเรียกนางมาวันนี้

"เจ้าหายป่วยดีแล้วใช่หรือไม่"

"หายดีแล้วเจ้าค่ะ ขอบคุณท่านรองเจ้าสำนักที่เป็นห่วง"

หญิงสาวเอ่ยขอบคุณอย่างจริงใจ เขาคือคนแรกที่ช่วยและเอ่ยถามนางด้วยความเป็นห่วง หลังจากที่มาอยู่ในโลกนี้

"เช่นนั้นก็ดี เอาล่ะเข้าเรื่องเลยแล้วกัน ที่ข้าเรียกเจ้ามาพบในวันนี้ ก็คือเรื่องงานสมรสของเจ้า" หยงอี๋เอ่ยเข้าเรื่องอย่างไม่อ้อมค้อม

"งานสมรส..?"

"ใช่ งานสมรส ปีนี้เจ้าอายุ 24 ปีแล้ว เจ้าสำนักหนิงเฟิ่ง เห็นพร้อมให้เจ้าสมควรออกเรือนได้แล้ว"

หยงอี๋พยายามอธิบายให้หญิงสาวฟัง อันที่จริงหลายปีที่ผ่านมา หญิงสาวสร้างเรื่องตลอด เจ้าสำนักหนิงเฟิ่งเองก็จนปัญญาชายหนุ่มไม่ได้ชอบพอหญิงสาวเลย อีกทั้งยังเกลียดนางอีกต่างหาก แต่ที่เขาต้องรับนางไว้และดูแลอย่างดีเป็นเพราะคำสัญญาของเจ้าสำนักคนก่อน นั้นก็คือบิดาของเจ้าสำนักหนิงเฟิ่งคนปัจจุบัน ที่สัญญาว่าจะดูแลนางให้อย่างดีก่อนที่บิดา มารดา นางจะเสียไป พอบิดามารดานางเสียไปเมื่อ 3 ปีที่แล้ว นางจึงถูกพามาอยู่ที่นี่ในฐานะผู้อาศัย และเมื่อ 2 ปีที่แล้วเจ้าสำนักคนก่อนก็พึ่งเสียไป จึงทำให้หนิงเฟิ่งต้องขึ้นเป็นเจ้าสำนักคนต่อไป และเป็นคนที่หญิงสาวชอบพอแต่ชายหนุ่มกลับไม่ หลายปีมานี้หญิงสาวสร้างเรื่อง ตามหึงหวงตลอดจนเจ้าสำนักหมดความอดทน ในที่สุดทางเดียวที่จะไม่ให้เรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นอีก นั้นก็คือนางตกแต่งกับผู้ชายสักคนและออกไปจากสำนักนี้ซะ

"เจ้ามิต้องห่วง เจ้าสำนักไม่มีทางปล่อยให้เจ้าแต่งกับคนไม่ดีเป็นแน่"

หยงอี๋เอ่ยขึ้นเสริมเมื่อเห็นท่าทางของนาง

"ข้าไม่แต่งได้หรือไม่เจ้าคะ"

ฟางเหนียงเอ่ยอย่างกังวล พึ่งเข้ามาอยู่ในโลกนี้ก็จะถูกจับแต่งงานแล้วอย่างนั้นหรือ หยงอี๋ส่ายหน้าเป็นคำตอบให้หญิงสาว เขาคิดไว้อยู่แล้วว่าหญิงสาวต้องปฏิเสธ เรื่องที่นางชมชอบเจ้าสำนักทำไมเขาจะไม่รู้ เป็นไปได้ยากที่จะทำให้นางเห็นด้วย

"เช่นนั้นข้าขอเวลาหน่อยได้หรือไม่ ข้าพึ่งหายจากอาการป่วย อีกอย่างขอให้ข้าได้เลือกคนที่ท่านหามาให้ดีๆ หน่อยนะเจ้าคะ"

หญิงสาวเอ่ยออกไปเสียงเรียบ หยงอี๋ที่ได้ยินไม่อยากที่จะเชื่อหูตนเอง เขาเองก็ไม่คิดว่านางจะเชื่อฟังมากขนาดนี้ นิสัยหลายปีที่ผ่านมาไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยเห็น แต่นิสัยเช่นนี้เขาไม่เคยเห็นจริง ทั้งคู่เอ่ยกันต่อเล็กน้อยก่อนที่หญิงสาวจะออกมาจากหอผดุงคุณธรรม หญิงสาวมีใบหน้าไม่ดีนักหลังผ่านประตูใหญ่ คำว่าแต่งงานยังก้องอยู่ในหู ทุกอย่างในโลกใบนี้ทำไมมันดูวุ่นวายไปหมด ขนาดคนที่นางพึ่งรู้จักหน้าและรู้จักชื่อยังมีแค่คนเดียว

"เฮ้อ~~~"

หญิงสาวถอนหายใจอีกครั้ง ก่อนที่จะเดินกลับห้องพักตนเอง แต่จังหวะนั้นกลับมีชายคนหนึ่งเดินเข้ามาเสียก่อน ใบหน้าของเขาทำให้หญิงสาวที่ได้เห็นถึงกับตะลึงนิ่งค้าง ชายหนุ่มรูปร่างสมส่วน สวมชุดสีขาวทั้งตัว ท่าทางการเดินดูสง่างาม ผมยาวดูสุขภาพดีครึ่งบนถูกมัดและปล่อยตัวสยายไปกับครึ่งล่าง คิ้วเข้มดกดำเรียงตัวสวย ดวงตาคมเข้มสีอิฐ จมูกโด่งเป็นสันเข้ารูป ปากหนาดูชุ่มชื่นสุขภาพดี ผิวขาวหน้าอกเต็มไปด้วยมัดกล้ามถึงแม้จะมีชุดปิดอยู่ก็ตาม เขาสง่างามเหมือนอย่างภาพวาดเดินได้อย่างไรอย่างนั้น

ชายหนุ่มเมื่อเห็นหญิงสาวก็ไม่ได้สนใจ เพียงทำหน้านิ่งอย่างที่เคยทำและเดินเลยนางเข้าไปด้านในทันที

"คารวะเจ้าสำนัก"

บ่าวรับใช้หน้าหอผดุงคุณธรรมเอ่ยขึ้นเมื่อเจ้าสำนักเดินไป และเปิดประตูให้ชายหนุ่ม

"นี่สินะเจ้าสำนัก หนิงเฟิ่ง ที่ใครก็กล่าวหาว่าข้าชอบเขา รูปร่างหน้าตาเขาเป็นเช่นนี้ก็ไม่แปลกที่ร่างนี้จะชมชอบ ขนาดข้าเห็นเขาครั้งแรกยังต้องตกตะลึงเลย" หญิงสาวพึมพำกับตนเองเบาๆ ก่อนที่จะเดินออกไป

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya

Ulasan-ulasan

Pitpimol Pitanilap
Pitpimol Pitanilap
เรื่องนี้ จบแล้ว ทำไมถึงยังขึ้นว่าไม่จบ ซึ่งความจริง เป็นแบบนี้เยอะมาก ต้องกดเข้าไปดูแทบทุกเรื่อง ถึงจะรู้ว่า จบ หรือ ยังไม่จบ
2026-04-25 19:55:42
0
0
Pitpimol Pitanilap
Pitpimol Pitanilap
ขอบอก เรื่องนี้สนุกมากๆ
2026-04-25 19:52:50
0
0
64 Bab
ตอนที่ 1 ข้าไม่แต่งได้หรือไม่
ในช่วงปลายฤดูสารท สายลมอ่อนๆ พัดเอาใบไม้แห้งมาตามแรงลม ผ่านหน้าต่างที่ถูกเปิดทิ้งไว้เข้ามายังห้องนอนใหญ่ ด้านในถูกตกแต่งอย่างหรูหรา บนเตียงไม้กว้างมีหญิงสาวรูปร่างบอบบางนอนอยู่ นางกระชับผ้าห่มขึ้นเล็กน้อยเมื่อสายลมพัดผ่าน และความหนาวเหน็บนี้กลับทำให้นางไม่สามารถนอนต่อได้อีกแล้ว ดวงตางามกะพริบตาช้าๆ ไล่ความง่วง จากนั้นลุกขึ้นบิดขี้เกียจเล็กน้อยและเดินหยิบเมล็ดข้าวโพดที่เธอเตรียมไว้ทุกวันมาวางไว้ข้างหน้าต่าง ไม่นานนกน้อย 2 ตัวก็บินเข้ามากินอย่างเอร็ดอร่อย เหมือนไม่กลัวหญิงสาวเลยแม้แต่น้อย มันจิกกินแบบไม่รีบเหมือนอย่างเคยชิน"เฮ้อ~~~"หญิงสาวถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ และเหม่อมองออกไปด้านนอกหน้าต่างอย่างเหม่อลอย วันนี้ครบ 1 อาทิตย์แล้วที่นางมาอยู่ที่นี่ โลกที่คล้ายดั่งจีนโบราณไม่ว่าจะผู้คน การแต่งตัว การพูดจาก็แปลกไปจากโลกที่เคยอยู่ นางเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงได้มาอยู่ที่นี่ หญิงสาวตัดสินใจจบชีวิตและยุติปัญหาทุกอย่างแต่ใครจะคิดว่าชีวิตหลังความตายกลับต้องมาอยู่ในร่างของใครก็ไม่รู้ หญิงสาวไม่มีความทรงจำหรือรู้เรื่องราวอะไรเกี่ยวกับร่างนี้เลยด้วยซ้ำเพื่อนสักคนก็ไม่มี แถม 1 อาทิตย์ที่ผ่านม
Baca selengkapnya
ตอนที่ 2 ผู้ใดบอกว่านางไม่มีพลังวิญญาณ
ภายในหอผดุงคุณธรรม"คารวะเจ้าสำนัก"หยงอี๋เอ่ยขึ้นเมื่อชายหนุ่มเดินเข้า หนิงเฟิ่งเองก็ทำความเคารพตอบเช่นกัน เพราะหยงอี๋อายุมากกว่าตนถึง 10 ปี หนิงเฟิ่งอายุเพียง 30 ปีก็ได้เป็นเจ้าสำนัก ส่วนหยงอี๋มีอายุ 40 กว่าปีแล้ว แต่อายุก็ไม่ได้ทำให้เขาดูแก่เลยแม้แต่น้อย อีกทั้งยังดูมีเสน่ห์ด้วยบุคลิกของเขาที่ดูอบอุ่นและเป็นผู้ใหญ่ นั่นก็ทำให้เขาเป็นที่หมายปองของหญิงงามทั่วทั้งเมืองไม่แพ้กัน“นางยินดีเช่นนั้นหรือ”หนิงเฟิ่งเอ่ยถามอย่างไม่อยากจะเชื่อที่เขาได้ยิน“ขอรับ นางไม่ได้ปฏิเสธ เพียงแค่ขอเวลาอีกสักระยะ”“หวังว่านี่คงไม่ใช่แผนการของนางอีก”“ข้าก็คิดเช่นนั้น หลายครั้งแค่พูดเรื่องนี้กับนาง นางก็จะบ่ายเบี่ยงไม่พูดถึงมัน ครั้งนี้ไม่เพียงนางรับปากแต่โดยดีและยังไม่โมโหร้ายอีกด้วย"หยงอี๋เอ่ยอย่างใช้ความคิด เรื่องแต่งงานไม่ใช่ครั้งแรกที่เคยพูดกับนาง ครั้งนี้พวกเขาแค่หวังว่านางจะไม่มีแผนการอะไรขึ้นมาอีก หนิงเฟิ่งเพียงแค่คิดตามแต่ไม่ได้เอ่ยอันใด ในใจของเขามีแม่นางที่ชมชอบอยู่แล้ว ถึงเขาจะไม่ได้ชอบฟางเหนียงแต่เขาสัญญากับบิดาที่ล่วงลับไปแล้วว่าจะดูแลนางอย่างดี ฉะนั้นบุรุษที่มาตกแต่งกับนางก็ควรมีฐานะไม่ต่
Baca selengkapnya
ตอนที่ 3 ท่านเจ้าสำนักข้าเจ็บ
ภายในอ่างน้ำที่ทำจากไม้ขนาดใหญ่ อากาศเย็นในช่วงปลายฤดูสารท เมื่อสัมผัสกับน้ำอุ่นๆ ในอ่างไม้ทำให้มีควันล่องลอยอบอวลไปทั่วทั้งห้องอาบน้ำ หญิงสาวรูปร่างบอบบาง ผิวขาวเนียนกำลังมีสีหน้าเคร่งเครียด คิ้วผูกเป็นปม ในมือถือสมุดที่ดูเก่าเป็นอย่างมาก เหมือนผ่านการใช้งานนับไม่ถ้วน"โถ่ววว ร่างนี้ทำตัวโง่เง่าขนาดนี้ไปได้อย่างไร ขืนให้ข้าอยู่ในร่างนี้ต่อไปหากต้องไปเจอผู้คนด้านนอก คงต้องหาอะไรมาคลุมหัวเป็นแน่ ข้าอายในความโง่จริงๆ"ฟางเหนียงอุทานออกมาอย่างเหลืออด จากนั้นปิดสมุดบันทึกและหลับตาลงแช่น้ำอุ่นอย่างสบายใจ หนังสือเล่มนี้นางเก็บได้เมื่อวันก่อนตอนเดินสำรวจห้องนี้ มันคือสมุดบันทึกของสาวใช้ที่เคยดูแลฟางเหนียงก่อนที่นางจะเข้ามาในร่างนี้ ทั้งนิสัยและเรื่องราวต่างๆ ที่เคยทำ ไม่ว่าจะเป็นวางแผนทำให้เจ้าสำนักสนใจ อย่างเช่นเรื่องเรียกร้องความสนใจโดยการถูกทำร้าย ทำขนมไปให้ตามเอาใจเขาแต่กลับถูกไล่ออกมาเหมือนหมูเหมือนหมา หรือคอยรังควานหญิงสาวที่มาเข้าใกล้ชายหนุ่ม นางก็จะคอยดักทำร้าย การกระทำต่างๆ ไม่มีชั้นเชิงสักนิด มองจากดาวอังคารก็รู้ว่านางโง่เง่ามากแค่ไหน"ฟางเหนียงนะฟางเหนียง ความสามารถก็ไม่มีจนผู้คนเ
Baca selengkapnya
ตอนที่ 4 ข้าพึ่งบอกเจ้าว่ามิให้สร้างปัญหา...
แสงอาทิตย์ในช่วงเที่ยงของวันส่องลงมากระทบที่ผิวขาวของฟางเหนียง หญิงสาวเงยหน้ามองท้องฟ้าสลับกับทางขึ้นเขาอย่างสิ้นหวังพร้อมหยิบถุงเงินของตนเองที่เหลือขึ้นมานับ แต่พบว่ามันเหลือเพียงแค่ 1 เหรียญเงินเท่านั้น ตอนมานางจ้างรถม้าไป 2 เหรียญเงิน แล้วเช่นนี้มันจะพอได้เช่นไร เครื่องประดับเจ้าคนหน้าดุผู้นั้นก็ไม่ให้ข้าขายเพื่อแลกเปลี่ยนเป็นเงิน เห็นทีตอนนี้มี 2 ทางเลือกนั่นก็คือเดินกลับขึ้นไปในสำนัก อีกทางเลือกคืออาศัยรถม้าคนที่รู้จักติดไป แต่ทางที่ 2 นางคงต้องตัดมันทิ้งไปได้เลย เพราะนางไม่รู้จักใครเลยและอีกอย่างคนทั้งสำนักไม่ชอบนาง ดีหน่อยถ้าโชคดีอาจมีคนไปบอกท่านรองเจ้าสำนักว่านางไม่มีรถม้ากลับก็ได้เมื่อคิดได้เช่นนั้นฟางเหนียงจึงเดินกลับเข้าไปในตลาดและเลือกซื้อน้ำดื่มมาเล็กน้อย จากนั้นเดินออกจากตลาดไปตามทางขึ้นสำนัก อากาศในช่วงนี้นั้นดีนัก มีลมอ่อนๆ ตลอดทั้งทาง เพียงแค่เส้นทางขึ้นต้องใช้เรี่ยวแรงมากหน่อย อีกทั้งยังต้องเร่งฝีเท้าหากไปถึงช้าเกรงว่าคงต้องถึงมืดค่ำเอา"ไอย๊ะ ไอย๊ะ ไอย๊ะ ฮูฮู่ฮู~~~"เสียงหวานดังออกมาตลอดทางอย่างมีความสุข เพื่อไม่ให้ตัวเองต้องเหนื่อยหรือหวาดกลัว การหาอะไรทำให้ตนเองไ
Baca selengkapnya
ตอนที่ 5 ปลุกพลังวิญญาณอีกครั้ง
ตำหนักหลิวรุ่ยณ บริเวณหลังตำหนัก บรรยากาศในช่วงเช้าดูเงียบเหงาแต่ก็เหมาะสำหรับการพักผ่อน และการฝึกสมาธิรวบรวมพลังวิญญาณ หมอกหนาลอยล่องไปทั่วบริเวณถึงแม้แสงอาทิตย์ในช่วงเช้าจะเริ่มปรากฏให้เห็นแล้ว เสียงนกน้อยที่หากินตอนเช้าส่งเสียงร้องเจี๊ยวจ๊าวเป็นพักๆ แต่นั่นกลับช่วยสร้างบรรยากาศให้ที่นี่ไม่เงียบเหงาจนดูน่าวังเวง มันส่งเสียงแข่งกับเสียงน้ำตกที่ไหลลงมาจากหน้าผาสูง อากาศไม่หนาวมากนักอีกทั้งยังสดชื่นเช่นนี้ ทำให้บริเวณโดยรอบมีพืชหรือดอกไม้ สมุนไพรหายากที่ชอบน้ำอุดมสมบูรณ์ สัตว์ตัวเล็กๆ จำพวกกระต่ายหรือกระรอกมีให้เห็นจนชินตา แต่มันกลับไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้กับเจ้าของตำหนักเลยแม้แต่น้อย ร่างสูงในชุดสีดำสนิททั้งตัวตัดกับสีผิวขาวผมดำยาวทำให้เขาดูสง่างามอย่างลงตัว หากผู้ใดผ่านไปมาแล้วพึ่งเคยเห็นเขาเพียงครั้งแรกคงคิดว่าเขาคือเทพเซียนเป็นแน่มือหนาเรียวยาว ข้อมือที่พ้นชายเสื้อออกมามีสร้อยข้อมือหยกสีดำ มีจี้สีขาวรูปใบชาเล็กๆ อยู่ เอื้อมมือไปเปิดฝากาน้ำชาอย่างใจเย็น ไอจากความร้อนล่องลอยออกมาจากกาน้ำชา พัดเอาความหอมมาด้วย เพียงได้กลิ่นหอมนั้นก็รับรู้ได้ทันทีว่านี่คือชาชั้นดี มือหนารินชาใส่ถ
Baca selengkapnya
ตอนที่ 6 คนโลภมากมักคิดว่าสิ่งที่ตนคิดถูกเสมอ
ณ เรือนมณีเมฆาหนิงเฟิ่งวางหญิงสาวให้นอนราบไปกับเตียงนุ่ม และจัดแจงท่าทางให้นางอย่างเบามือ มือหนาล้วงเข้าไปในแขนเสื้อหยิบผ้าเช็ดหน้าของตนออกมา จากนั้นเช็ดคราบเลือดที่ริมฝีปากให้นาง ดวงตาเข้มมองใบหน้าที่ขาวซีดไร้เลือดฝาดของนาง จู่ๆ ก็ทำให้นึกถึงเหตุการณ์ในอดีตตอนที่ทั้งคู่พึ่งได้รู้จักกัน.เมื่อ 15 ปีที่แล้ว"ท่านพี่หนิงเฟิ่ง รอฟางเหนียงด้วยเจ้าค่ะ"เสียงเล็กเอ่ยร้องพร้อมทั้งพยายามปีนโขดหินขนาดใหญ่ เพื่อไปให้ทันเด็กชายที่ตนเองเรียก"ฟางเหนียงเจ้าไม่ต้องตามข้ามา ข้าบอกเจ้าแล้วว่ามิชอบคนโง่เง่าเช่นเจ้า ไปให้พ้นหน้าข้าซะ"เสียงของเด็กชายเอ่ยออกมาด้วยท่าทางไม่พอใจ เขาโกรธที่นางนำเรื่องที่ตนทำผิดไปบอกเจ้าสำนักบิดาของตน ทุกครั้งที่บิดาของนางมาหาบิดาของเขา นางก็จะมาด้วยเสมอและยังตามติดเขาเป็นหมีหิวน้ำผึ้งเช่นนี้ คราใดที่นางอยู่ใกล้เขาก็มักจะทำให้เขาโชคไม่ดีครานั้น หากยิงนกก็จะยิงไม่โดน หากตกปลาก็จะไม่มีปลากินเบ็ด ตอนนั้นเขาถึงขนาดที่ตั้งฉายาให้นางคือตัวอับโชค.ปัจจุบันดวงตาคมเก็บผ้าที่เช็ดเลือดนาง และมองใบหน้านางที่ยังคงไม่ได้สติ ตัวอับโชคในครานั้นกลับกลายมาเป็นคนที่เขาเกลียดและไม่อยากที่จะ
Baca selengkapnya
ตอนที่ 7 ท่านกลัวข้าเช่นนั้นหรือ
3 วันผ่านไปปัง!เสียงตำราตกกระทบพื้นเสียงดังก้องทำให้หญิงสาวร่างเล็กที่ยืนอยู่กลางห้องโถงถึงกับคุกเข่าสองข้างไปกับพื้นด้วยความตกใจ"ไม่ได้"หนิงเฟิ่งเอ่ยเสียงเข้มอย่างเด็ดขาด ฟางเหนียงที่คุกเข่าอยู่กลางห้องมีสีหน้าไม่สู้ดีนักที่ได้ยิน"ท่านรองเจ้าสำนัก..."ฟางเหนียงเห็นท่าไม่ดีจึงหันไปหาตัวช่วยที่ยืนอยู่ด้านข้าง พร้อมทำหน้าออดอ้อนใบหน้าของนางที่ดูอ่อนเยาว์ อีกทั้งการแต่งแต้มใบหน้าวันนี้ ที่แต่งแต้มดั่งเช่นอย่างการแต่งหน้าในยุคปัจจุบัน ดังคำที่ว่าแต่งเหมือนไม่ได้แต่ง ช่วยขับให้นางดูอ่อนเยาว์มากยิ่งขึ้น ซึ่งหากใครได้พบก็ต้องทำให้ใจสั่นเมื่อได้เห็นบ้างล่ะ เพราะแต่ก่อนนางเองก็แต่งแต้มใบหน้าเหมือนไปแสดงละครลิง"เฮ้อ~~ เจ้าสำนักเรื่องนี้ข้าเองก็เห็นด้วยกับนาง"หยงอี๋เอ่ยช่วยหญิงสาวเมื่อเห็นท่าทางของนางเหมือนคนสิ้นหวัง หนิงเฟิ่งยังคงเรียบนิ่งเช่นเคยไม่ได้เอ่ยอันใดออกมา จึงทำให้ฟางเหนียงใจชื้นขึ้นมาเล็กน้อย"เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก หลังจากที่ประกาศเรื่องที่เจ้ามีความประสงค์จะแต่งงาน เกือบทุกจวนในเมืองไม่เว้นแม้แต่เมืองใกล้เคียงต่างส่งวันเดือนปีเกิดมา เพื่อหวังว่าจะได้แต่งงานด้วย"หนิงเฟิ่ง
Baca selengkapnya
ตอนที่ 8 เป็นเพราะนางถูกลอบทำร้าย
"เพราะเหตุใด"อาจารย์มู่เอ่ยถามฟางเหนียงที่นั่งเงียบมานาน"การเข่นฆ่าผู้อื่นแบ่งเป็น ตั้งใจ มิตั้งใจ และทำไปด้วยความจำเป็น""นั่นมันคือการเข่นฆ่าของผู้ที่เป็นคนธรรมดามิใช่หรือ หากเจ้ามิรู้จริงก็เงียบไปเสียดีหรือไม่" เป็นศิษย์อีกคนเอ่ยขึ้นเพื่อดูถูกหญิงสาว"ในตำราผู้ครอบครองพลังวิญญาณเล่มที่ 3 หน้า 48 เขียนไว้อย่างชัดเจนว่าไม่มีกฎของการเข่นฆ่าสำหรับผู้ครอบครองพลังวิญญาณ การเข่นฆ่าไม่มีกฎหากทำเพื่อความจำเป็นแล้ว แม้ว่าจะถูกหรือผิดก็คือการเข่นฆ่าอยู่ดี แต่ถ้าหากเข่นฆ่าเพราะความตั้งใจแล้วไม่ว่าจะผู้คนธรรมดาหรือผู้ครอบครองพลังวิญญาณก็นับว่าเป็นคนชั่ว เพราะฉะนั้น...."ฟางเหนียงลากเสียงยาวและหันหน้าไปทางห่าวหลาน ส่วนศิษย์คนอื่นๆ ก็เปิดตำราตามหน้าที่หญิงสาวบอกทันที"เพราะฉะนั้นอันใดของเจ้า...""ฮ่าๆ ..เพราะฉะนั้นเจ้ามิควรรีบตอบคำถามแต่ควรฟังคำถามให้ดี มิเช่นนั้นเจ้าอาจถูกหักแต้มได้..."ฟางเหนียงเอ่ยขึ้นพร้อมยิ้มกว้างด้วยความอารมณ์ดีและนั่งลงที่เดิม ศิษย์ที่เหลือต่างเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นว่าคำตอบที่หญิงสาวเอ่ยถูกต้องทุกคำและมองไปที่ห่าวหลาน เขาไม่เคยเจอใครมีปัญหากับความสามารถและความรู้ที่เขามีมาก่อ
Baca selengkapnya
ตอนที่ 9 เจ้าสำนักให้ข้านำยามาให้
"โอ๊ย~~~เบาสิเบา~~"เสียงร้องของฟางเหนียงดังออกมาจากในห้องที่ถูกปิด เสียงร้องดังจนคนเดินผ่านไปมาที่ได้ยินต้องหน้าเสีย เพราะเรื่องที่หญิงสาวได้รับบาดเจ็บจากการฝึกรับรู้กันไปทั่วสำนักอย่างรวดเร็ว และสภาพของหญิงสาวเมื่อครั้งเดินกลับที่พักก็ดูไม่ได้ ผู้คนจึงเดาได้ไม่ยากว่านางร้องออกมาด้วยความทรมานนั่นเกิดจากสิ่งใด"ข้าเบาแล้ว แต่แผลของเจ้าถึงจะไม่ลึกหรือรุนแรงแต่ก็เต็มไปหมด จะเสร็จแล้วเจ้าทนหน่อยแล้วกัน"จ้าวเย่วเอ่ยบอกร่างเล็กที่นอนคว่ำอยู่บนเตียง ปากคาบผ้าเพื่อข่มความเจ็บปวด ใบหน้าเรียวแดงก่ำเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อก๊อกๆเสียงเคาะประตูดังขึ้น ทำให้หญิงสาวในห้องสะดุ้งเล็กน้อย เพราะสภาพของฟางเหนียงไม่พร้อมรับผู้มาเยือนใหม่สักเท่าไหร่ หญิงสาวรีบลุกขึ้นมาผ้าปกปิดร่างกายเอาไว้ด้วยความรวดเร็ว"ผู้ใดกัน"ฟางเหนียงเอ่ยด้วยเสียงแหบแห้งเล็กน้อย"เจ้าสำนักให้ข้านำยามาให้"เสียงของชายด้านนอกมิได้เอ่ยชื่อตนเองอย่างที่หญิงสาวถาม แต่คำตอบของเขาก็พอเดาได้ว่าเป็นผู้ใด"เช่นนั้นฝากท่านขอบคุณเจ้าสำนักด้วยเจ้าค่ะ"ฟางเหนียงตะโกนออกมาเสียงดัง และเป็นจ้าวเย่วที่เดินไปรับยามา ภายในถาดยามียาสมุนไพรที่คาดว่าใช่ทาบ
Baca selengkapnya
ตอนที่ 10 ท่านเจ้าสำนักคิดจะทำอนาจารข้าหรือเจ้าคะ
"ท่านเจ้าสำนัก~~~ว๊าย!โอ๊ย~~~"ฟางเหนียงที่วิ่งตามหลังเพราะกลัวจะไม่ทัน ต้องชนเข้ากับแผ่นหลังกว้างอย่างแรงเมื่อจู่ๆ ชายหนุ่มก็หยุดกะทันหันตุ๊บ!เสียงร่างของหญิงสาวล้มไปกองที่พื้นอย่างแรง เมื่อร่างหนาหลบและไม่มีท่าทีว่าจะคว้าหญิงสาวเพื่อช่วยนางเลยแม้แต่น้อย หนิงเฟิ่งเอามือไขว้หลังและเหม่อมองไปทางอื่นด้วยท่าทีสบายๆ ไม่ทุกข์ร้อน ทำให้ร่างเล็กที่ล้มไปที่พื้นหน้าแดงระเรื่อด้วยความโมโห แต่ก็ทำอันใดมิได้เพราะเขาเองก็ไม่ได้ผิดอันใด"แล้งน้ำใจชะมัด!"ฟางเหนียงพึมพำออกมาเบาๆ กับตนเอง แต่เช่นไรด้วยความสามารถของชายหนุ่มก็ได้ยินอยู่ด้วย มุมปากของหนิงเฟิ่งยกขึ้นเล็กน้อยก่อนที่จะกลับมาทำสีหน้าเย็นชาเช่นเคย ฟางเหนียงลุกขึ้นปัดเศษดินเศษหญ้าอย่างลวกๆ"มีอันใดก็พูดมา"เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นอย่างรำคาญ"เหตุใดวันนี้ข้ามักได้ยินแต่ผู้อื่นเอ่ยถามว่า ท่านมิได้ช่วยรักษาข้าเช่นนั้นหรือ"หญิงสาวเอ่ยถามออกไปตรงๆ นางพอจะเดาได้ว่าเขามีความสามารถที่จะช่วยรักษาบาดแผลของข้าที่ได้รับบาดเจ็บแต่เพราะเขาคงเกลียดข้า และคงอยากให้ข้าตายๆ ไปเป็นแน่ถึงปล่อยให้ข้าทรมานอยู่เช่นนี้ หนิงเฟิ่งเงียบมิได้เอ่ยอันใด และความเงียบนี้เองก็พอ
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status