ลิขิตฟ้า ข้ามภพให้มารัก

ลิขิตฟ้า ข้ามภพให้มารัก

last updateLast Updated : 2026-03-19
By:  NaiyanaOngoing
Language: Thai
goodnovel16goodnovel
10
0 ratings. 0 reviews
64Chapters
1.5Kviews
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

ถิงถิง หญิงสาววัย 25 ปี เลือกจบชีวิตลงด้วยการฆ่าตัวตายจากธุรกิจล้มละลาย แต่สวรรค์กลับส่งเธอมายังโลกที่คล้ายยุคจีนโบราณ เหมือนดั่งซีรี่ย์จีนที่เธอเคยเห็น แต่นั้นยังไม่พอเพราะร่างที่เธอเข้ามาอยู่นั้นคือร่างที่คนทั่วทั้งเมืองต่างชิงชัง 'ฟางเหนียง' หญิงสาวที่มีนิสัยเอาแต่ใจและร้ายกาจ และด้วยนิสัยของเธอทำให้ 'หนิงเฟิ่ง' ชายที่เธอหมายปองทั้งเกลียดและไม่ชอบนางเข้ากระดูก ชายที่ได้ชื่อว่าสง่างาม และเป็นที่หมายปองของคนทั่วทั้งเมือง แต่แล้ววันหนึ่งเขากลับทำตัวแปลกไป เมื่อหญิงสาวที่คอยตามรังควาญเขามาตลอดกลับน่าสนใจ จนเขาเองก็ไม่รู้ตัวว่าหัวใจได้เปลี่ยนไปแล้ว

View More

Chapter 1

ตอนที่ 1 ข้าไม่แต่งได้หรือไม่

ในช่วงปลายฤดูสารท สายลมอ่อนๆ พัดเอาใบไม้แห้งมาตามแรงลม ผ่านหน้าต่างที่ถูกเปิดทิ้งไว้เข้ามายังห้องนอนใหญ่ ด้านในถูกตกแต่งอย่างหรูหรา บนเตียงไม้กว้างมีหญิงสาวรูปร่างบอบบางนอนอยู่ นางกระชับผ้าห่มขึ้นเล็กน้อยเมื่อสายลมพัดผ่าน และความหนาวเหน็บนี้กลับทำให้นางไม่สามารถนอนต่อได้อีกแล้ว ดวงตางามกะพริบตาช้าๆ ไล่ความง่วง จากนั้นลุกขึ้นบิดขี้เกียจเล็กน้อยและเดินหยิบเมล็ดข้าวโพดที่เธอเตรียมไว้ทุกวันมาวางไว้ข้างหน้าต่าง ไม่นานนกน้อย 2 ตัวก็บินเข้ามากินอย่างเอร็ดอร่อย เหมือนไม่กลัวหญิงสาวเลยแม้แต่น้อย มันจิกกินแบบไม่รีบเหมือนอย่างเคยชิน

"เฮ้อ~~~"

หญิงสาวถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ และเหม่อมองออกไปด้านนอกหน้าต่างอย่างเหม่อลอย วันนี้ครบ 1 อาทิตย์แล้วที่นางมาอยู่ที่นี่ โลกที่คล้ายดั่งจีนโบราณไม่ว่าจะผู้คน การแต่งตัว การพูดจาก็แปลกไปจากโลกที่เคยอยู่ นางเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงได้มาอยู่ที่นี่ หญิงสาวตัดสินใจจบชีวิตและยุติปัญหาทุกอย่างแต่ใครจะคิดว่าชีวิตหลังความตายกลับต้องมาอยู่ในร่างของใครก็ไม่รู้ หญิงสาวไม่มีความทรงจำหรือรู้เรื่องราวอะไรเกี่ยวกับร่างนี้เลยด้วยซ้ำเพื่อนสักคนก็ไม่มี แถม 1 อาทิตย์ที่ผ่านมานางยังสัมผัสได้ว่าร่างที่มาอยู่นั้น ยังเป็นคนที่คนทั่วทั้งเมืองคงไม่ชอบเป็นแน่ เดิมทีคิดว่าในร่าง ถิงถิง โลกเก่าโดดเดี่ยวแล้ว ในร่างของ ฟางเหนียงโลกนี้กลับโดดเดี่ยวเสียกว่า หญิงสาวคิดได้เท่านี้ก็เดินเข้าห้องอาบน้ำเพื่อทำธุระส่วนตัว

ในกระจกบานใหญ่สะท้อนภาพหญิงสาวใบหน้ารูปไข่ ผิวขาวเนียนไปทั้งตัว ผมยาวดกดำครึ่งบนถูกจัดทรงเล็กน้อยและปักด้วยปิ่นหยกรูปใบไม้เล็กๆ คิ้วดำถูกแต่งทรงจนสวยงาม ดวงตาโตสีน้ำตาลอ่อน ขนตางอนยาวทำให้หญิงสาวดูน่ารัก จมูกโด่งเข้ากับใบหน้าที่ปลายเชิดขึ้นเล็กน้อยอย่างดื้อรั้น ปากบางเล็กดูชุ่มชื่นอมชมพู หญิงสาวยิ้มออกมาเล็กน้อยอย่างพอใจเมื่อเห็นผลลัพธ์ในกระจก

"มองกี่ครั้งก็ตะลึงทุกครั้ง ไม่ชินจริงๆ ที่ฉันสวยขนาดนี้ ไม่สิข้าสวยขนาดนี้"

ฟางเหนียงเอ่ยกับตนเองในกระจก จากนั้นหมุนตัวตรวจดูความเรียบร้อย วันนี้เธอเลือกสวมชุดเรียบๆ สีเขียวมิ้นต์ นี่เป็นชุดที่สีเบาที่สุดในชั้นเสื้อผ้าแล้ว เพราะตัวอื่นๆ นั้นมีแต่สีฉูดฉาด ไม่สีชมพูบานเย็น ก็เหลือง ส้ม แดง สงสัยเจ้าของร่างเก่าจะชอบดูงิ้ว มือเรียวยาวเปิดประตูออกจากห้องพัก หญิงสาวมองบรรยากาศด้านนอกก็รู้สึกหนักอึ้ง เพราะ 1 อาทิตย์ที่ผ่านมานางไม่สบายจนไม่สามารถที่จะออกจากห้องได้เลย ข้าวและยาก็มีคนนำมาส่งและออกไป ไม่มีแม้แต่คนดูแลเหมือนว่านางนั้นเป็นโรคร้ายอย่างไรอย่างนั้น

เมื่อ 3 วันก่อนตอนที่นางฟื้นมาอีกครั้งและได้รู้ว่าตัวเองเข้ามาอยู่โลกนี้ และเมื่อวานมีคนมาบอกว่าวันรุ่งขึ้นให้ไปพบท่านรองเจ้าสำนัก หยงอี๋ แต่นางจะไปอย่างไรล่ะในเมื่อหญิงสาวก็ไม่รู้จักที่นี่เลยด้วยซ้ำ

'เอาว่ะเดินไปมั่วๆ ก่อน เจอคนค่อยถามก็ได้'

หญิงสาวกล่าวกับตัวเองในใจและเดินไปตามทางเชื่อมเรื่อยๆ ไม่นานก็ได้ยินคล้ายเสียงผู้คนโห่ร้องมากมาย หญิงสาวจึงยิ้มกว้างออกมาเพราะนั่นหมายความว่าจะมีคนให้นางถามทางแล้ว และเป็นอย่างที่คิดไว้ เมื่อเดินมาถึงก็พบกับกลุ่มชายที่กำลังเตะลูกที่ทำจากไม้สาน มีรูปร่างคล้ายฟุตบอล

"นั่นมันคุณหนูฟางเหนียงหนิ วันนี้นางแต่งตัวแปลกไป สงสัยจะไปงานศพเป็นแน่ ฮ่าๆๆๆ"

ชาย 1 ในนั้นตะโกนออกมาทางหญิงสาวและตามด้วยเสียงหัวเราะของคนบริเวณนั้น ฟางเหนียงจากที่กำลังก้าวเท้าเดินไปหา ต้องหยุดฝีเท้าลงและรอยยิ้มบนหน้าก็หุบลงเช่นกัน

"นั่นสิ วันนี้หิมะคงตกเป็นแน่ แม้แต่เครื่องประดับนางยังไม่สวมใส่เหมือนทุกวัน ได้ยินว่าจมน้ำจนป่วยสติคงเลอะเลือนไปแล้วเป็นแน่ ฮ่าๆๆ"

หญิงสาวที่อยู่บริเวณนั้นเอ่ยขึ้นเสริม เรื่องที่ฟางเหนียงจมน้ำเมื่อ 1 อาทิตย์ที่แล้วเป็นที่รู้กันไปทั่วทั้งสำนัก ว่านางเรียกร้องความสนใจจากเจ้าสำนัก แต่เจ้าสำนักกลับไม่สนใจกว่าคนจะเข้าไปช่วยได้ทัน นางถึงขนาดที่หยุดหายใจไปแล้วแต่ปฏิหาริย์กลับเกิดขึ้นกับคนอย่างนาง ที่จู่ๆ ก็ฟื้นขึ้นมาอีกครั้งและนั้นคือตอนที่ ถิงถิง ได้เข้ามาอยู่ในร่างนี้ หญิงสาวกำมือแน่นอย่างอดกลั้นอารมณ์ตนเองไม่ให้โมโหและกำลังจะหันหลังกลับ แต่ในจังหวะนั้นลูกบอลที่ทำจากไม้สานกลับตกมากระแทกที่ตัวนางอย่างแรง ฟางเหนียงไม่ทันได้ตั้งตัวทำให้ล้มลงไปกับพื้นทันที และเป็นอย่างที่คาดเมื่อนางล้มลงกับพื้นดิน เสียงหัวเราะของคนบริเวณนั้นก็ดังขึ้น นางน้ำตาแทบร่วงให้กับตนเองในตอนนี้ แต่ทำได้เพียงอดกลั้นไม่ให้หยาดน้ำตาไหลลงพื้นเพื่อไม่ให้ตนเองต้องดูน่าสมเพชไปมากกว่านี้ แต่จังหวะที่นางกำลังจะหยัดกายลุกขึ้นกลับมีมือหนึ่งยื่นมา หญิงสาวมองไปตามมือและพบเข้ากับรอยยิ้มที่นางเคยเห็น เมื่อ 3 วันที่แล้วนางตกใจที่ฟื้นขึ้นมาบนโลกใบใหม่ ก็คือเขาที่เข้ามาช่วยและนี่ก็เป็นเขาอีก หญิงสาวน้ำตาแทบร่วงอีกครั้งเมื่อเห็นชายหนุ่ม นางยิ้มและยื่นมือให้เขา

"ข้ารอเจ้าอยู่นาน เหตุใดถึงได้มาอยู่ที่นี่"

เสียงนุ่มเอ่ยอย่างอ่อนโยนถามหญิงสาว ฟางเหนียงใบหน้ามึนงงเล็กน้อย แต่เมื่อได้ยินเช่นนั้นก็รู้ได้ทันที 'รอข้าเช่นนั้นหรือ นั่นก็แสดงว่าท่านผู้นี้คือรองเจ้าสำนัก หยงอี๋ ที่ข้าตามหา' หญิงสาวเอ่ยกลับตนเองในใจและยิ้มกว้างให้ชายหนุ่ม

"ข้าเพียงหลงทางเจ้าค่ะ ขออภัยท่านที่ทำให้รอนาน"

หญิงสาวจำเป็นต้องโกหก เพื่อให้เขาพาออกไปจากที่ตรงนี้เร็วๆ

"หลงเช่นนั้นหรือ เจ้าอยู่ที่นี่มา 3 ปีแล้วมิใช่หรือ"

"เจ้าค่ะ"

ฟางเหนียงเอ่ยเพียงสั้นๆ หยงอี๋ที่เห็นนางตอบเช่นนั้นก็ไม่อยากเซ้าซี้อีก เขาเดินหันหลังนำนางไปแต่เดินไปได้ไม่กี่ก้าวก็หยุดฝีเท้าลง

"พวกเจ้าที่เหลือฝึกตั้งสมาธิปลดปล่อยลมปราณเป็นเวลา 2 ชั่วยามซะ" หยงอี๋เอ่ยสั่งเสียงดังไปทางศิษย์ที่หัวเราะและเตะลูกบอลที่ทำจากไม้สานใส่ฟางเหนียงเมื่อสักครู่

"ขอรับ/เจ้าค่ะ ท่านรองเจ้าสำนัก"

เสียงเหล่าศิษย์เอ่ยอย่างไม่เต็มใจมากนัก ฟางเหนียงเดินตามแผ่นหลังกว้างอย่างอบอุ่นหัวใจ 'นับว่าท่านรองเจ้าสำนัก หยงอี๋ ผู้นี้ก็ไม่เลวเห็นทีข้าคงต้องผูกมิตรกับเขาไว้เยอะๆ แล้วล่ะ'

.

ณ หอผดุงคุณธรรม

ฟางเหนียงถูกพามายังด้านในหอ ด้านในถูกตกแต่งอย่างอลังการและสวยงาม ด้านในเป็นห้องโถง ตรงกลางเป็นทางเดินไปยังด้านหน้าสุดมีโต๊ะไม้ที่ถูกแกะสลักมาอย่างดี ข้างทางเดินมีโต๊ะเช่นเดียวกัน ภาพวาดและของตกแต่งสวยงามจนนางเองก็ไม่สามารถประเมินราคาได้ นี่ถ้าในโลกเก่านางหากนำไปขายคงสบายไปร้อยชาติเชียวล่ะ แต่ก่อนที่หญิงสาวจะได้เพลิดเพลินกับสิ่งรอบข้างไปมากกว่านี้ก็ต้องรู้สึกเจ็บที่ปลายเล็บเท้า เมื่อตนเผลอเตะเข้าอย่างแรง

"โอ๊ย~~~"

หญิงสาวอุทานออกมาอย่างลืมตัว

"เจ้าเป็นอันใดหรือไม่"

หยงอี๋เอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง วันนี้นางเปลี่ยนไปจากที่เขารู้จักจริงๆ นางดูเงียบมากขึ้นและการแต่งกายนางยังแปลกไปเสียด้วย

"ข้าไม่เป็นไรเจ้าค่ะ"

"เช่นนั้นเจ้านั่งก่อนเถอะ"

หญิงสาวเดินเข้าไปนั่งกับที่ และมองไปทางรองเจ้าสำนัก เป็นการส่งสัญญาณว่าตนพร้อมแล้วกับเรื่องที่เขาเรียกนางมาวันนี้

"เจ้าหายป่วยดีแล้วใช่หรือไม่"

"หายดีแล้วเจ้าค่ะ ขอบคุณท่านรองเจ้าสำนักที่เป็นห่วง"

หญิงสาวเอ่ยขอบคุณอย่างจริงใจ เขาคือคนแรกที่ช่วยและเอ่ยถามนางด้วยความเป็นห่วง หลังจากที่มาอยู่ในโลกนี้

"เช่นนั้นก็ดี เอาล่ะเข้าเรื่องเลยแล้วกัน ที่ข้าเรียกเจ้ามาพบในวันนี้ ก็คือเรื่องงานสมรสของเจ้า" หยงอี๋เอ่ยเข้าเรื่องอย่างไม่อ้อมค้อม

"งานสมรส..?"

"ใช่ งานสมรส ปีนี้เจ้าอายุ 24 ปีแล้ว เจ้าสำนักหนิงเฟิ่ง เห็นพร้อมให้เจ้าสมควรออกเรือนได้แล้ว"

หยงอี๋พยายามอธิบายให้หญิงสาวฟัง อันที่จริงหลายปีที่ผ่านมา หญิงสาวสร้างเรื่องตลอด เจ้าสำนักหนิงเฟิ่งเองก็จนปัญญาชายหนุ่มไม่ได้ชอบพอหญิงสาวเลย อีกทั้งยังเกลียดนางอีกต่างหาก แต่ที่เขาต้องรับนางไว้และดูแลอย่างดีเป็นเพราะคำสัญญาของเจ้าสำนักคนก่อน นั้นก็คือบิดาของเจ้าสำนักหนิงเฟิ่งคนปัจจุบัน ที่สัญญาว่าจะดูแลนางให้อย่างดีก่อนที่บิดา มารดา นางจะเสียไป พอบิดามารดานางเสียไปเมื่อ 3 ปีที่แล้ว นางจึงถูกพามาอยู่ที่นี่ในฐานะผู้อาศัย และเมื่อ 2 ปีที่แล้วเจ้าสำนักคนก่อนก็พึ่งเสียไป จึงทำให้หนิงเฟิ่งต้องขึ้นเป็นเจ้าสำนักคนต่อไป และเป็นคนที่หญิงสาวชอบพอแต่ชายหนุ่มกลับไม่ หลายปีมานี้หญิงสาวสร้างเรื่อง ตามหึงหวงตลอดจนเจ้าสำนักหมดความอดทน ในที่สุดทางเดียวที่จะไม่ให้เรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นอีก นั้นก็คือนางตกแต่งกับผู้ชายสักคนและออกไปจากสำนักนี้ซะ

"เจ้ามิต้องห่วง เจ้าสำนักไม่มีทางปล่อยให้เจ้าแต่งกับคนไม่ดีเป็นแน่"

หยงอี๋เอ่ยขึ้นเสริมเมื่อเห็นท่าทางของนาง

"ข้าไม่แต่งได้หรือไม่เจ้าคะ"

ฟางเหนียงเอ่ยอย่างกังวล พึ่งเข้ามาอยู่ในโลกนี้ก็จะถูกจับแต่งงานแล้วอย่างนั้นหรือ หยงอี๋ส่ายหน้าเป็นคำตอบให้หญิงสาว เขาคิดไว้อยู่แล้วว่าหญิงสาวต้องปฏิเสธ เรื่องที่นางชมชอบเจ้าสำนักทำไมเขาจะไม่รู้ เป็นไปได้ยากที่จะทำให้นางเห็นด้วย

"เช่นนั้นข้าขอเวลาหน่อยได้หรือไม่ ข้าพึ่งหายจากอาการป่วย อีกอย่างขอให้ข้าได้เลือกคนที่ท่านหามาให้ดีๆ หน่อยนะเจ้าคะ"

หญิงสาวเอ่ยออกไปเสียงเรียบ หยงอี๋ที่ได้ยินไม่อยากที่จะเชื่อหูตนเอง เขาเองก็ไม่คิดว่านางจะเชื่อฟังมากขนาดนี้ นิสัยหลายปีที่ผ่านมาไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยเห็น แต่นิสัยเช่นนี้เขาไม่เคยเห็นจริง ทั้งคู่เอ่ยกันต่อเล็กน้อยก่อนที่หญิงสาวจะออกมาจากหอผดุงคุณธรรม หญิงสาวมีใบหน้าไม่ดีนักหลังผ่านประตูใหญ่ คำว่าแต่งงานยังก้องอยู่ในหู ทุกอย่างในโลกใบนี้ทำไมมันดูวุ่นวายไปหมด ขนาดคนที่นางพึ่งรู้จักหน้าและรู้จักชื่อยังมีแค่คนเดียว

"เฮ้อ~~~"

หญิงสาวถอนหายใจอีกครั้ง ก่อนที่จะเดินกลับห้องพักตนเอง แต่จังหวะนั้นกลับมีชายคนหนึ่งเดินเข้ามาเสียก่อน ใบหน้าของเขาทำให้หญิงสาวที่ได้เห็นถึงกับตะลึงนิ่งค้าง ชายหนุ่มรูปร่างสมส่วน สวมชุดสีขาวทั้งตัว ท่าทางการเดินดูสง่างาม ผมยาวดูสุขภาพดีครึ่งบนถูกมัดและปล่อยตัวสยายไปกับครึ่งล่าง คิ้วเข้มดกดำเรียงตัวสวย ดวงตาคมเข้มสีอิฐ จมูกโด่งเป็นสันเข้ารูป ปากหนาดูชุ่มชื่นสุขภาพดี ผิวขาวหน้าอกเต็มไปด้วยมัดกล้ามถึงแม้จะมีชุดปิดอยู่ก็ตาม เขาสง่างามเหมือนอย่างภาพวาดเดินได้อย่างไรอย่างนั้น

ชายหนุ่มเมื่อเห็นหญิงสาวก็ไม่ได้สนใจ เพียงทำหน้านิ่งอย่างที่เคยทำและเดินเลยนางเข้าไปด้านในทันที

"คารวะเจ้าสำนัก"

บ่าวรับใช้หน้าหอผดุงคุณธรรมเอ่ยขึ้นเมื่อเจ้าสำนักเดินไป และเปิดประตูให้ชายหนุ่ม

"นี่สินะเจ้าสำนัก หนิงเฟิ่ง ที่ใครก็กล่าวหาว่าข้าชอบเขา รูปร่างหน้าตาเขาเป็นเช่นนี้ก็ไม่แปลกที่ร่างนี้จะชมชอบ ขนาดข้าเห็นเขาครั้งแรกยังต้องตกตะลึงเลย" หญิงสาวพึมพำกับตนเองเบาๆ ก่อนที่จะเดินออกไป

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
64 Chapters
ตอนที่ 1 ข้าไม่แต่งได้หรือไม่
ในช่วงปลายฤดูสารท สายลมอ่อนๆ พัดเอาใบไม้แห้งมาตามแรงลม ผ่านหน้าต่างที่ถูกเปิดทิ้งไว้เข้ามายังห้องนอนใหญ่ ด้านในถูกตกแต่งอย่างหรูหรา บนเตียงไม้กว้างมีหญิงสาวรูปร่างบอบบางนอนอยู่ นางกระชับผ้าห่มขึ้นเล็กน้อยเมื่อสายลมพัดผ่าน และความหนาวเหน็บนี้กลับทำให้นางไม่สามารถนอนต่อได้อีกแล้ว ดวงตางามกะพริบตาช้าๆ ไล่ความง่วง จากนั้นลุกขึ้นบิดขี้เกียจเล็กน้อยและเดินหยิบเมล็ดข้าวโพดที่เธอเตรียมไว้ทุกวันมาวางไว้ข้างหน้าต่าง ไม่นานนกน้อย 2 ตัวก็บินเข้ามากินอย่างเอร็ดอร่อย เหมือนไม่กลัวหญิงสาวเลยแม้แต่น้อย มันจิกกินแบบไม่รีบเหมือนอย่างเคยชิน"เฮ้อ~~~"หญิงสาวถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ และเหม่อมองออกไปด้านนอกหน้าต่างอย่างเหม่อลอย วันนี้ครบ 1 อาทิตย์แล้วที่นางมาอยู่ที่นี่ โลกที่คล้ายดั่งจีนโบราณไม่ว่าจะผู้คน การแต่งตัว การพูดจาก็แปลกไปจากโลกที่เคยอยู่ นางเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงได้มาอยู่ที่นี่ หญิงสาวตัดสินใจจบชีวิตและยุติปัญหาทุกอย่างแต่ใครจะคิดว่าชีวิตหลังความตายกลับต้องมาอยู่ในร่างของใครก็ไม่รู้ หญิงสาวไม่มีความทรงจำหรือรู้เรื่องราวอะไรเกี่ยวกับร่างนี้เลยด้วยซ้ำเพื่อนสักคนก็ไม่มี แถม 1 อาทิตย์ที่ผ่านม
Read more
ตอนที่ 2 ผู้ใดบอกว่านางไม่มีพลังวิญญาณ
ภายในหอผดุงคุณธรรม"คารวะเจ้าสำนัก"หยงอี๋เอ่ยขึ้นเมื่อชายหนุ่มเดินเข้า หนิงเฟิ่งเองก็ทำความเคารพตอบเช่นกัน เพราะหยงอี๋อายุมากกว่าตนถึง 10 ปี หนิงเฟิ่งอายุเพียง 30 ปีก็ได้เป็นเจ้าสำนัก ส่วนหยงอี๋มีอายุ 40 กว่าปีแล้ว แต่อายุก็ไม่ได้ทำให้เขาดูแก่เลยแม้แต่น้อย อีกทั้งยังดูมีเสน่ห์ด้วยบุคลิกของเขาที่ดูอบอุ่นและเป็นผู้ใหญ่ นั่นก็ทำให้เขาเป็นที่หมายปองของหญิงงามทั่วทั้งเมืองไม่แพ้กัน“นางยินดีเช่นนั้นหรือ”หนิงเฟิ่งเอ่ยถามอย่างไม่อยากจะเชื่อที่เขาได้ยิน“ขอรับ นางไม่ได้ปฏิเสธ เพียงแค่ขอเวลาอีกสักระยะ”“หวังว่านี่คงไม่ใช่แผนการของนางอีก”“ข้าก็คิดเช่นนั้น หลายครั้งแค่พูดเรื่องนี้กับนาง นางก็จะบ่ายเบี่ยงไม่พูดถึงมัน ครั้งนี้ไม่เพียงนางรับปากแต่โดยดีและยังไม่โมโหร้ายอีกด้วย"หยงอี๋เอ่ยอย่างใช้ความคิด เรื่องแต่งงานไม่ใช่ครั้งแรกที่เคยพูดกับนาง ครั้งนี้พวกเขาแค่หวังว่านางจะไม่มีแผนการอะไรขึ้นมาอีก หนิงเฟิ่งเพียงแค่คิดตามแต่ไม่ได้เอ่ยอันใด ในใจของเขามีแม่นางที่ชมชอบอยู่แล้ว ถึงเขาจะไม่ได้ชอบฟางเหนียงแต่เขาสัญญากับบิดาที่ล่วงลับไปแล้วว่าจะดูแลนางอย่างดี ฉะนั้นบุรุษที่มาตกแต่งกับนางก็ควรมีฐานะไม่ต่
Read more
ตอนที่ 3 ท่านเจ้าสำนักข้าเจ็บ
ภายในอ่างน้ำที่ทำจากไม้ขนาดใหญ่ อากาศเย็นในช่วงปลายฤดูสารท เมื่อสัมผัสกับน้ำอุ่นๆ ในอ่างไม้ทำให้มีควันล่องลอยอบอวลไปทั่วทั้งห้องอาบน้ำ หญิงสาวรูปร่างบอบบาง ผิวขาวเนียนกำลังมีสีหน้าเคร่งเครียด คิ้วผูกเป็นปม ในมือถือสมุดที่ดูเก่าเป็นอย่างมาก เหมือนผ่านการใช้งานนับไม่ถ้วน"โถ่ววว ร่างนี้ทำตัวโง่เง่าขนาดนี้ไปได้อย่างไร ขืนให้ข้าอยู่ในร่างนี้ต่อไปหากต้องไปเจอผู้คนด้านนอก คงต้องหาอะไรมาคลุมหัวเป็นแน่ ข้าอายในความโง่จริงๆ"ฟางเหนียงอุทานออกมาอย่างเหลืออด จากนั้นปิดสมุดบันทึกและหลับตาลงแช่น้ำอุ่นอย่างสบายใจ หนังสือเล่มนี้นางเก็บได้เมื่อวันก่อนตอนเดินสำรวจห้องนี้ มันคือสมุดบันทึกของสาวใช้ที่เคยดูแลฟางเหนียงก่อนที่นางจะเข้ามาในร่างนี้ ทั้งนิสัยและเรื่องราวต่างๆ ที่เคยทำ ไม่ว่าจะเป็นวางแผนทำให้เจ้าสำนักสนใจ อย่างเช่นเรื่องเรียกร้องความสนใจโดยการถูกทำร้าย ทำขนมไปให้ตามเอาใจเขาแต่กลับถูกไล่ออกมาเหมือนหมูเหมือนหมา หรือคอยรังควานหญิงสาวที่มาเข้าใกล้ชายหนุ่ม นางก็จะคอยดักทำร้าย การกระทำต่างๆ ไม่มีชั้นเชิงสักนิด มองจากดาวอังคารก็รู้ว่านางโง่เง่ามากแค่ไหน"ฟางเหนียงนะฟางเหนียง ความสามารถก็ไม่มีจนผู้คนเ
Read more
ตอนที่ 4 ข้าพึ่งบอกเจ้าว่ามิให้สร้างปัญหา...
แสงอาทิตย์ในช่วงเที่ยงของวันส่องลงมากระทบที่ผิวขาวของฟางเหนียง หญิงสาวเงยหน้ามองท้องฟ้าสลับกับทางขึ้นเขาอย่างสิ้นหวังพร้อมหยิบถุงเงินของตนเองที่เหลือขึ้นมานับ แต่พบว่ามันเหลือเพียงแค่ 1 เหรียญเงินเท่านั้น ตอนมานางจ้างรถม้าไป 2 เหรียญเงิน แล้วเช่นนี้มันจะพอได้เช่นไร เครื่องประดับเจ้าคนหน้าดุผู้นั้นก็ไม่ให้ข้าขายเพื่อแลกเปลี่ยนเป็นเงิน เห็นทีตอนนี้มี 2 ทางเลือกนั่นก็คือเดินกลับขึ้นไปในสำนัก อีกทางเลือกคืออาศัยรถม้าคนที่รู้จักติดไป แต่ทางที่ 2 นางคงต้องตัดมันทิ้งไปได้เลย เพราะนางไม่รู้จักใครเลยและอีกอย่างคนทั้งสำนักไม่ชอบนาง ดีหน่อยถ้าโชคดีอาจมีคนไปบอกท่านรองเจ้าสำนักว่านางไม่มีรถม้ากลับก็ได้เมื่อคิดได้เช่นนั้นฟางเหนียงจึงเดินกลับเข้าไปในตลาดและเลือกซื้อน้ำดื่มมาเล็กน้อย จากนั้นเดินออกจากตลาดไปตามทางขึ้นสำนัก อากาศในช่วงนี้นั้นดีนัก มีลมอ่อนๆ ตลอดทั้งทาง เพียงแค่เส้นทางขึ้นต้องใช้เรี่ยวแรงมากหน่อย อีกทั้งยังต้องเร่งฝีเท้าหากไปถึงช้าเกรงว่าคงต้องถึงมืดค่ำเอา"ไอย๊ะ ไอย๊ะ ไอย๊ะ ฮูฮู่ฮู~~~"เสียงหวานดังออกมาตลอดทางอย่างมีความสุข เพื่อไม่ให้ตัวเองต้องเหนื่อยหรือหวาดกลัว การหาอะไรทำให้ตนเองไ
Read more
ตอนที่ 5 ปลุกพลังวิญญาณอีกครั้ง
ตำหนักหลิวรุ่ยณ บริเวณหลังตำหนัก บรรยากาศในช่วงเช้าดูเงียบเหงาแต่ก็เหมาะสำหรับการพักผ่อน และการฝึกสมาธิรวบรวมพลังวิญญาณ หมอกหนาลอยล่องไปทั่วบริเวณถึงแม้แสงอาทิตย์ในช่วงเช้าจะเริ่มปรากฏให้เห็นแล้ว เสียงนกน้อยที่หากินตอนเช้าส่งเสียงร้องเจี๊ยวจ๊าวเป็นพักๆ แต่นั่นกลับช่วยสร้างบรรยากาศให้ที่นี่ไม่เงียบเหงาจนดูน่าวังเวง มันส่งเสียงแข่งกับเสียงน้ำตกที่ไหลลงมาจากหน้าผาสูง อากาศไม่หนาวมากนักอีกทั้งยังสดชื่นเช่นนี้ ทำให้บริเวณโดยรอบมีพืชหรือดอกไม้ สมุนไพรหายากที่ชอบน้ำอุดมสมบูรณ์ สัตว์ตัวเล็กๆ จำพวกกระต่ายหรือกระรอกมีให้เห็นจนชินตา แต่มันกลับไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้กับเจ้าของตำหนักเลยแม้แต่น้อย ร่างสูงในชุดสีดำสนิททั้งตัวตัดกับสีผิวขาวผมดำยาวทำให้เขาดูสง่างามอย่างลงตัว หากผู้ใดผ่านไปมาแล้วพึ่งเคยเห็นเขาเพียงครั้งแรกคงคิดว่าเขาคือเทพเซียนเป็นแน่มือหนาเรียวยาว ข้อมือที่พ้นชายเสื้อออกมามีสร้อยข้อมือหยกสีดำ มีจี้สีขาวรูปใบชาเล็กๆ อยู่ เอื้อมมือไปเปิดฝากาน้ำชาอย่างใจเย็น ไอจากความร้อนล่องลอยออกมาจากกาน้ำชา พัดเอาความหอมมาด้วย เพียงได้กลิ่นหอมนั้นก็รับรู้ได้ทันทีว่านี่คือชาชั้นดี มือหนารินชาใส่ถ
Read more
ตอนที่ 6 คนโลภมากมักคิดว่าสิ่งที่ตนคิดถูกเสมอ
ณ เรือนมณีเมฆาหนิงเฟิ่งวางหญิงสาวให้นอนราบไปกับเตียงนุ่ม และจัดแจงท่าทางให้นางอย่างเบามือ มือหนาล้วงเข้าไปในแขนเสื้อหยิบผ้าเช็ดหน้าของตนออกมา จากนั้นเช็ดคราบเลือดที่ริมฝีปากให้นาง ดวงตาเข้มมองใบหน้าที่ขาวซีดไร้เลือดฝาดของนาง จู่ๆ ก็ทำให้นึกถึงเหตุการณ์ในอดีตตอนที่ทั้งคู่พึ่งได้รู้จักกัน.เมื่อ 15 ปีที่แล้ว"ท่านพี่หนิงเฟิ่ง รอฟางเหนียงด้วยเจ้าค่ะ"เสียงเล็กเอ่ยร้องพร้อมทั้งพยายามปีนโขดหินขนาดใหญ่ เพื่อไปให้ทันเด็กชายที่ตนเองเรียก"ฟางเหนียงเจ้าไม่ต้องตามข้ามา ข้าบอกเจ้าแล้วว่ามิชอบคนโง่เง่าเช่นเจ้า ไปให้พ้นหน้าข้าซะ"เสียงของเด็กชายเอ่ยออกมาด้วยท่าทางไม่พอใจ เขาโกรธที่นางนำเรื่องที่ตนทำผิดไปบอกเจ้าสำนักบิดาของตน ทุกครั้งที่บิดาของนางมาหาบิดาของเขา นางก็จะมาด้วยเสมอและยังตามติดเขาเป็นหมีหิวน้ำผึ้งเช่นนี้ คราใดที่นางอยู่ใกล้เขาก็มักจะทำให้เขาโชคไม่ดีครานั้น หากยิงนกก็จะยิงไม่โดน หากตกปลาก็จะไม่มีปลากินเบ็ด ตอนนั้นเขาถึงขนาดที่ตั้งฉายาให้นางคือตัวอับโชค.ปัจจุบันดวงตาคมเก็บผ้าที่เช็ดเลือดนาง และมองใบหน้านางที่ยังคงไม่ได้สติ ตัวอับโชคในครานั้นกลับกลายมาเป็นคนที่เขาเกลียดและไม่อยากที่จะ
Read more
ตอนที่ 7 ท่านกลัวข้าเช่นนั้นหรือ
3 วันผ่านไปปัง!เสียงตำราตกกระทบพื้นเสียงดังก้องทำให้หญิงสาวร่างเล็กที่ยืนอยู่กลางห้องโถงถึงกับคุกเข่าสองข้างไปกับพื้นด้วยความตกใจ"ไม่ได้"หนิงเฟิ่งเอ่ยเสียงเข้มอย่างเด็ดขาด ฟางเหนียงที่คุกเข่าอยู่กลางห้องมีสีหน้าไม่สู้ดีนักที่ได้ยิน"ท่านรองเจ้าสำนัก..."ฟางเหนียงเห็นท่าไม่ดีจึงหันไปหาตัวช่วยที่ยืนอยู่ด้านข้าง พร้อมทำหน้าออดอ้อนใบหน้าของนางที่ดูอ่อนเยาว์ อีกทั้งการแต่งแต้มใบหน้าวันนี้ ที่แต่งแต้มดั่งเช่นอย่างการแต่งหน้าในยุคปัจจุบัน ดังคำที่ว่าแต่งเหมือนไม่ได้แต่ง ช่วยขับให้นางดูอ่อนเยาว์มากยิ่งขึ้น ซึ่งหากใครได้พบก็ต้องทำให้ใจสั่นเมื่อได้เห็นบ้างล่ะ เพราะแต่ก่อนนางเองก็แต่งแต้มใบหน้าเหมือนไปแสดงละครลิง"เฮ้อ~~ เจ้าสำนักเรื่องนี้ข้าเองก็เห็นด้วยกับนาง"หยงอี๋เอ่ยช่วยหญิงสาวเมื่อเห็นท่าทางของนางเหมือนคนสิ้นหวัง หนิงเฟิ่งยังคงเรียบนิ่งเช่นเคยไม่ได้เอ่ยอันใดออกมา จึงทำให้ฟางเหนียงใจชื้นขึ้นมาเล็กน้อย"เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก หลังจากที่ประกาศเรื่องที่เจ้ามีความประสงค์จะแต่งงาน เกือบทุกจวนในเมืองไม่เว้นแม้แต่เมืองใกล้เคียงต่างส่งวันเดือนปีเกิดมา เพื่อหวังว่าจะได้แต่งงานด้วย"หนิงเฟิ่ง
Read more
ตอนที่ 8 เป็นเพราะนางถูกลอบทำร้าย
"เพราะเหตุใด"อาจารย์มู่เอ่ยถามฟางเหนียงที่นั่งเงียบมานาน"การเข่นฆ่าผู้อื่นแบ่งเป็น ตั้งใจ มิตั้งใจ และทำไปด้วยความจำเป็น""นั่นมันคือการเข่นฆ่าของผู้ที่เป็นคนธรรมดามิใช่หรือ หากเจ้ามิรู้จริงก็เงียบไปเสียดีหรือไม่" เป็นศิษย์อีกคนเอ่ยขึ้นเพื่อดูถูกหญิงสาว"ในตำราผู้ครอบครองพลังวิญญาณเล่มที่ 3 หน้า 48 เขียนไว้อย่างชัดเจนว่าไม่มีกฎของการเข่นฆ่าสำหรับผู้ครอบครองพลังวิญญาณ การเข่นฆ่าไม่มีกฎหากทำเพื่อความจำเป็นแล้ว แม้ว่าจะถูกหรือผิดก็คือการเข่นฆ่าอยู่ดี แต่ถ้าหากเข่นฆ่าเพราะความตั้งใจแล้วไม่ว่าจะผู้คนธรรมดาหรือผู้ครอบครองพลังวิญญาณก็นับว่าเป็นคนชั่ว เพราะฉะนั้น...."ฟางเหนียงลากเสียงยาวและหันหน้าไปทางห่าวหลาน ส่วนศิษย์คนอื่นๆ ก็เปิดตำราตามหน้าที่หญิงสาวบอกทันที"เพราะฉะนั้นอันใดของเจ้า...""ฮ่าๆ ..เพราะฉะนั้นเจ้ามิควรรีบตอบคำถามแต่ควรฟังคำถามให้ดี มิเช่นนั้นเจ้าอาจถูกหักแต้มได้..."ฟางเหนียงเอ่ยขึ้นพร้อมยิ้มกว้างด้วยความอารมณ์ดีและนั่งลงที่เดิม ศิษย์ที่เหลือต่างเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นว่าคำตอบที่หญิงสาวเอ่ยถูกต้องทุกคำและมองไปที่ห่าวหลาน เขาไม่เคยเจอใครมีปัญหากับความสามารถและความรู้ที่เขามีมาก่อ
Read more
ตอนที่ 9 เจ้าสำนักให้ข้านำยามาให้
"โอ๊ย~~~เบาสิเบา~~"เสียงร้องของฟางเหนียงดังออกมาจากในห้องที่ถูกปิด เสียงร้องดังจนคนเดินผ่านไปมาที่ได้ยินต้องหน้าเสีย เพราะเรื่องที่หญิงสาวได้รับบาดเจ็บจากการฝึกรับรู้กันไปทั่วสำนักอย่างรวดเร็ว และสภาพของหญิงสาวเมื่อครั้งเดินกลับที่พักก็ดูไม่ได้ ผู้คนจึงเดาได้ไม่ยากว่านางร้องออกมาด้วยความทรมานนั่นเกิดจากสิ่งใด"ข้าเบาแล้ว แต่แผลของเจ้าถึงจะไม่ลึกหรือรุนแรงแต่ก็เต็มไปหมด จะเสร็จแล้วเจ้าทนหน่อยแล้วกัน"จ้าวเย่วเอ่ยบอกร่างเล็กที่นอนคว่ำอยู่บนเตียง ปากคาบผ้าเพื่อข่มความเจ็บปวด ใบหน้าเรียวแดงก่ำเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อก๊อกๆเสียงเคาะประตูดังขึ้น ทำให้หญิงสาวในห้องสะดุ้งเล็กน้อย เพราะสภาพของฟางเหนียงไม่พร้อมรับผู้มาเยือนใหม่สักเท่าไหร่ หญิงสาวรีบลุกขึ้นมาผ้าปกปิดร่างกายเอาไว้ด้วยความรวดเร็ว"ผู้ใดกัน"ฟางเหนียงเอ่ยด้วยเสียงแหบแห้งเล็กน้อย"เจ้าสำนักให้ข้านำยามาให้"เสียงของชายด้านนอกมิได้เอ่ยชื่อตนเองอย่างที่หญิงสาวถาม แต่คำตอบของเขาก็พอเดาได้ว่าเป็นผู้ใด"เช่นนั้นฝากท่านขอบคุณเจ้าสำนักด้วยเจ้าค่ะ"ฟางเหนียงตะโกนออกมาเสียงดัง และเป็นจ้าวเย่วที่เดินไปรับยามา ภายในถาดยามียาสมุนไพรที่คาดว่าใช่ทาบ
Read more
ตอนที่ 10 ท่านเจ้าสำนักคิดจะทำอนาจารข้าหรือเจ้าคะ
"ท่านเจ้าสำนัก~~~ว๊าย!โอ๊ย~~~"ฟางเหนียงที่วิ่งตามหลังเพราะกลัวจะไม่ทัน ต้องชนเข้ากับแผ่นหลังกว้างอย่างแรงเมื่อจู่ๆ ชายหนุ่มก็หยุดกะทันหันตุ๊บ!เสียงร่างของหญิงสาวล้มไปกองที่พื้นอย่างแรง เมื่อร่างหนาหลบและไม่มีท่าทีว่าจะคว้าหญิงสาวเพื่อช่วยนางเลยแม้แต่น้อย หนิงเฟิ่งเอามือไขว้หลังและเหม่อมองไปทางอื่นด้วยท่าทีสบายๆ ไม่ทุกข์ร้อน ทำให้ร่างเล็กที่ล้มไปที่พื้นหน้าแดงระเรื่อด้วยความโมโห แต่ก็ทำอันใดมิได้เพราะเขาเองก็ไม่ได้ผิดอันใด"แล้งน้ำใจชะมัด!"ฟางเหนียงพึมพำออกมาเบาๆ กับตนเอง แต่เช่นไรด้วยความสามารถของชายหนุ่มก็ได้ยินอยู่ด้วย มุมปากของหนิงเฟิ่งยกขึ้นเล็กน้อยก่อนที่จะกลับมาทำสีหน้าเย็นชาเช่นเคย ฟางเหนียงลุกขึ้นปัดเศษดินเศษหญ้าอย่างลวกๆ"มีอันใดก็พูดมา"เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นอย่างรำคาญ"เหตุใดวันนี้ข้ามักได้ยินแต่ผู้อื่นเอ่ยถามว่า ท่านมิได้ช่วยรักษาข้าเช่นนั้นหรือ"หญิงสาวเอ่ยถามออกไปตรงๆ นางพอจะเดาได้ว่าเขามีความสามารถที่จะช่วยรักษาบาดแผลของข้าที่ได้รับบาดเจ็บแต่เพราะเขาคงเกลียดข้า และคงอยากให้ข้าตายๆ ไปเป็นแน่ถึงปล่อยให้ข้าทรมานอยู่เช่นนี้ หนิงเฟิ่งเงียบมิได้เอ่ยอันใด และความเงียบนี้เองก็พอ
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status