LOGIN@คลับL
ตึก..ตึก..ตึก..
เสียงรองเท้าส้นสูงดังกระทบกับพื้นเป็นจังหวะ เรียกความสนใจให้ใครๆ ต่อใครต้องหันมามอง และเป็นเอลลี่เจ้าของคลับหรูแห่งนี้นี่เองที่ เป็นเจ้าของเสียงรองเท้าที่ทุกๆ ย่างก้าวที่เดินนั้นดูสวยสง่า จนต้องจับตามอง
ดวงตากลมสวยกวาดมองไปรอบๆ ร้านด้วยรอยยิ้ม และความภาคภูมิใจ นี่คือคลับของคุณพ่อที่ออกแบบไว้เป็นอย่างดี และงานประจำของเธอก็คือนำสิ่งที่พ่อสร้างไว้มาสานต่อให้สมบูรณ์แบบ เธอรักคลับนี้มากเพราะมันทำให้เธอนั้นรู้สึกว่าพ่อยังคงอยู่กับเธอเสมอ ส่วนอีกใจก็อยากจะชื่นชมความเก่งของตัวเอง ที่สามารถดูแลคลับแห่งนี้ได้อย่างที่ตั้งใจ....ถึงแม้ว่าพ่อของเธอจะไม่อยู่นานแล้วก็ตาม
“วันนี้ที่ร้านเป็นยังไงบ้าง” เมื่อเอลลี่เดินมาถึงบาร์เครื่องดื่ม เธอก็เอ่ยถามผู้จัดการร้านที่เป็นสาวประเภทสอง ที่มีดีกรีเป็นถึงแชมป์นักมวยเก่า
“คนเยอะเหมือนเดิมค่ะ” ลูน่า รีบรายงาน พร้อมกับเอ่ยถามคำถามเดิมๆ ด้วยความเคยชิน “บอสจะรับเครื่องดื่มเหมือนเดิมไหมคะ”
“อืม เอาเหมือนเดิมค่ะ”
เมื่อผู้จัดการสาวได้ยินอย่างนั้นก็หันไปสั่งบาร์เทนเดอร์สุดหล่อให้กับเจ้านาย พลางเล่นหูเล่นตาอย่างที่ชอบทำกับคนหล่อๆ เป็นประจำ
“แล้วเด็กในร้านล่ะ มาครบหรือเปล่า มีปัญหาอะไรไหม เมื่อวานเอลไม่ได้เข้าร้าน” เอลลี่รับเครื่องดื่มยกขึ้นมาจิบเบาๆ พร้อมกวาดสายตาไปรอบๆ
“ไม่มีเลยค่ะ ทุกอย่างปกติดี ลูน่าเอาอยู่”
“ก็ดีนะ ดีมากๆ เลย พี่ลูน่าเก่งมากๆ เดี๋ยวจะเพิ่มโบนัสให้ดีไหม”
“ดีซิคะ ดีมากๆ เลย มันโอเคมากๆ บอสสั่งอนุมัติได้เลยค่าาา ขอบพระคุณค่าาาาา” ลูน่าพูดพร้อมยกมือไหว้เหนือหัว อย่างติดตลกทำเอาคนที่ได้เห็นต้องหัวเราะตาม
“คิกๆ” เอลลี่หัวเราะให้กับท่าทางของคนตรงหน้าเบาๆ ก่อนที่จะต้องสะดุ้งตกใจ เมื่อมีเสียงเรียกเธอดังๆ จากทางด้านหลัง
“บอสค่ะ บอสค่ะ!”
เอลลี่หันหลังไปมองเด็กสาวในร้านที่กำลังกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้ามาหาเธอด้วยความสงสัย “มีอะไร จุ๊บแจง ไม่ต้องรีบขนาดนั้น ค่อยๆ พูดนะ”
“ฟู่...พอดีว่า มีแขกมารอขอพบบอสค่ะ” จุ๊บแจง พ่นลงหายใจหนักๆ ด้วยความเหนื่อยพลางรีบรายงานเจ้านายคนสวย
“นี่วิ่งหน้าตั้งมาเพื่อบอกว่าบอสมีแขกน่ะเหรอ” ลูน่าส่ายหน้าน้อยๆ อย่างเอือมระอา ในเรื่องเล็กๆ ที่ชอบทำให้ตื่นตูมนี่ไม่มีใครเกินจุ๊บแจงจริงๆ
“ใช่ค่ะ พอดีจุ๊บแจงตื่นเต้นมากกก”
“ตื่นเต้นอะไรยะ” ลูน่า
“ก็แบบว่าเขาเป็นแขกที่หล่อมากค่ะ หล่อแบบทะลุมิติ ทะลุทีวีมาเลย อ๋อยยยย...รู้สึกใจละลาย”
“ว๊ายยย ขนาดนั้นเลยเหรอ โอ๊ยพูดแค่นี้ก็รู้สึกน้ำเดินแล้ว” ยิ่งเห็นมองใบหน้าเด็กสาวที่กำลังหลงใหล ลูน่าก็ยิ่งรู้สึกตื่นเต้น
“กรี๊ดดดด เจ๊!”
“ใครเหรอ?” เอลลี่กลอกตามองบน รีบถามแทรกอย่างตรงประเด็นก่อนที่ทั้งสองสาวจะเม้าท์มอยกันมันส์จนลืมเธอไป และที่สำคัญเธอจำได้ว่าวันนี้เธอไม่ได้มีนัดกับใครทั้งนั้น
“อ๋อ! เกือบลืมบอสไปเลยค่ะ คุณเขาคนหล่อบอกว่าชื่อ มู่หยาง ค่ะ”
“ชื่ออะไรนะ” เอลลี่ทวนถามอีกครั้งด้วยความแปลกใจ
“ชื่อมู่หยางคะ คุณมู่หยาง”
คิ้วสวยขมวดเข้าหากัน พยายามนึกคิดว่าเธอเคยรู้จักผู้ชายที่ชื่อแบบนี้หรือเปล่า
“ใครกันมู่หยาง? ฉันไม่รู้จัก ในชีวิตนี้ฉันรู้จักแต่มู่เดียว คือมู่หลาน”
“ฮ่าฮ่าฮ่า บอสก็~” จุ๊บแจงขำลั่น ไม่คิดว่าบอสจะพูดออกมาได้
“โอ๊ย บอส นี่มุขหรือเปลือกหอยกันค่ะ ตลกมาก” ลูน่ายกมือทาบอก อดขำไม่ได้
“ก็มันจริงนี่ เอลไม่รู้จักเขาค่ะ” เอลลี่ตอบแบบยิ้มๆ นึกขำในคำพูดของตัวเองเหมือนกัน “นี่ถ้าเขาได้ยินเอลพูดแบบนี้ จะโกรธไหมนะ.. คิก..คิก..”
“ฮ่าๆ ไม่มีใครกล้าโกรธคนสวยอย่างบอสหรอกค่ะ สวยด้วย ตลกด้วย” ลูน่า
“คิก..คิก..นั่นสิ”
“บอส โบ๊ะบ๊ะสุดๆ เลยค่ะ เขาชื่อ มู่หยางค่ะ มู่หยาง” จุ๊บแจง
“รู้แล้ว รู้แล้วน๊าาา...ว่าชื่อมู่หยาง...อืม..เขาเป็นผู้ชายหล่อ?” เอลี่พ่นลมหายใจเบาๆ ดูท่าเด็กในร้านจะหลงใหลคลั่งไคล้เป็นอย่างมาก
“ใช่ค่ะ และที่สำคัญคือหล่อมาก หล่อมากที่สุด ตัวก็สูงและก็หอมมากด้วย หล่อจนแบบจุ๊บแจงบรรยายแทบไม่ถูก คือเขาหล่ออย่างกับพระเอกซีรีส์จีนเลยค่ะ” จุ๊บแจงพยักหน้าลงแรงๆ พร้อมร่ายยาวอวดในสิ่งที่เธอได้เห็นมากับตา ทำเอาลูน่าที่ได้ยินยิ่งตาลุกวาว
“ที่พูดมานี้ เว่อร์ไปหรือเปล่ายะ ไม่เว่อร์ไปใช่ไหม” ลูน่าพูดอย่างอยากรู้ อยากเห็น ดวงตาเปล่งประกายมากกว่าเดิม
“ไม่เว่อร์ค่ะเจ๊ เจ๊ต้องไปดูเอง ขาวมากกกก หล่อมากกกก ตัวหอมมากกกด้วย”
“ว๊ายยย จริงเหรอ เจ๊อยากเห็นจัง เขาอยู่ไหนเนี่ย” ลูน่า ชะเง้อคอไปทางด้านหลังพยายามกวาดสายตามอง เช่นเดียวกับเอลลี่ที่อดไม่ได้จะต้องทำตามเพราะเธอก็อยากเห็นเหมือนกัน
“อยู่ในห้องรับแขกข้างบนค่ะ เมื่อกี้หนูเอาน้ำไปเสิร์ฟ เข้าพูดว่าขอบคุณครับกับหนูด้วยค่ะ กรี๊ดดด เขาสุภาพและดูใจดีมากเลย”
“อ๊ายยย บอสไปค่ะ ไปเจอคุณมู่หยางกัน เดี๋ยวลูน่าไปเป็นเพื่อน เขาเป็นใครก็ไม่รู้เดี๋ยวบอสจะไม่ปลอดภัย!”
“รีบเลยนะคะ เจ๊” จุ๊บแจง
“นี่เป็นห่วงเอลลี่จริงๆ หรือ อยากเจอผู้ชายกันค่ะ”
“อยากเจอผู้ชายค่ะ อ๊ายยบ้าบอ ...ก็ต้องห่วงบอสสิคะ”
“โอเคๆ ค่ะ พวกเรารีบไปดูคุณมู่หลานกันดีกว่า คิก..คิก..” เอลลี่พูดติดตลก และรุกออกจากเก้าอี้เพื่อเดินตรงไปหาแขกที่เธอนั้นไม่รู้จัก พร้อมกับผู้จัดการสาว และจุ๊บแจงที่เดินตามติดแนบชิดเธอไม่ห่าง
มู่หยางเสียหลักล้มลงมานอนทาบทับตัวของหญิงสาวบนเตียงนอนใหญ่ ร่างกายกำยำคร่อมร่างเล็กอย่างพอดิบพอดี และเขาไม่ได้ลุกออกไปแต่อย่างใด แต่เขากลับใช้จังหวะนี้ไล่มองใบหน้าสวยเกลี้ยงเกลาปราศจากเครื่องสำอางอย่างใกล้ๆ ซึ่งบัดนี้..แก้มนวลของสาวในอ้อมกอดนั้นก็กำลังแดงระเรื่อๆ ขึ้นมาทีละนิด“คุณสวยมากเลย”เอลลี่จ้องมองใบหน้าหล่อเหลาที่กำลังขยับเข้ามาใกล้ๆ พร้อมกับสายตาคมที่จ้องมองลึกเข้ามาที่ดวงตาของเธออย่างลึกซึ้ง เสมือนกับเธอกำลังถูกต้องมนต์ ไม่อนุญาตให้เธอนั้นขยับตัวไปไหนมู่หยางใช้จมูกโด่งชนที่ปลายจมูกเล็กออกแรงคลอเคลียอย่างแผ่วเบา จนหญิงสาวใต้ร่างนั่นรู้สึกขนกายลุกอย่างซาบซ่า สัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อนๆ ที่เป่ารดลงมาจากผู้ชายด้านบน“คะ..คือ..”“..ขอโทษ...ที่ตื่นขึ้นมาไม่ได้เจอผมเป็นคนแรก”ตึก..ตัก...ตึก...ตัก..หัวใจดวงน้อยของหญิงสาวนั้นเต้นสั่นระรัว เมื่อได้ยินเสียงแหบพร่าที่พูดแทรกขึ้นมาพร้อมกับร่างกายที่แนบชิดกันมากขึ้น“มะ..ไม่เป็นไรค่ะ” ตาหวานกะพริบถี่ๆ มองผู้ชายตรงหน้าอย่างทำตัวไม่ถูก ก่อนจะเบือนหน้าหนีเสมองไปทางอื่นไม่อาจต้านทานดาเมจที่รุนแรงของผู้ชายคนนี้ได้มุมปากหนายกยิ้มกับท่าทีของหญิง
เช้าวันต่อมา...แสงแดดยามเช้าสาดส่องเข้ามาตามริ้วของผ้าม่านหรูปลุกให้หญิงสาวใบหน้าสวยค่อยๆ เปิดเปลือกตาลืมตาตื่นขึ้นมา“อือ..นี่ฉันลืมปิดผ้าม่านหรือไง” เอลลี่บิดร่างกายใต้ผ้าห่มนุ่มผืนใหญ่ด้วยความขี้เกียจ ก่อนที่ดวงตากลมโตจะค่อยๆ กะพริบถี่ๆ ปรับโฟกัสของสายตา“เอ๊ะ?” มือเล็กยกขึ้นมาขยี้ตารัวๆ เมื่อเห็นเพดานและรอบๆ ตัวห้องนั้นแตกต่างไปจากเดิม แต่แล้วทันทีที่สายตานั้นโฟกัสภาพตรงหน้าได้อย่างชัดเจนก็ยิ่งทำให้เธอนั้นตกใจ“กรี๊ดดดดด ทะ..ที่นี่ที่ไหนกัน!?” เอลลี่ลุกขึ้นนั่งโวยวายพร้อมกับรีบก้มสำรวจร่างกายของตัวเองและชุดที่สวมใส่ “นะ..นี่มันเกิดอะไรขึ้น!” มือเล็กกำผ้าห่มไว้ที่หน้าอกจนแน่น พร้อมกับกวาดสายตาไปรอบๆ ห้องด้วยความหวาดระแวง"สวัสดีค่ะ คุณเอลลี่”“อ๊ะ! คุณเป็นใคร!?” เอลลี่มองไปยังเสียงนุ่มๆ ของหญิงสาวแปลกหน้าที่กำลังส่งยิ้มให้เธอ“ดิฉันแววดาวค่ะ เป็นคนรับใช้ของคุณมู่หยาง”“มู่หยาง...” เอลลี่พึมพำเบาๆ หวนคิดถึงเรื่องเมื่อคืน หลังจากที่เธอรับไวน์ราคาแพงมาดื่มหลังจากนั้นก็จำอะไรไม่ได้อีกแล้ว“ยะ..อย่าบอกนะ! ว่าฉันโดน ข่มขืน!!” เอลลี่สรุปเองเสร็จสรรพแต่ไม่ทันที่เธอจะโวยวาย แววดาวสาวรับใช้
“เกรดA++ น่ะเหรอ.” ใบหน้าหล่อโน้มลงเข้าไปใกล้เนินเนื้อสาว เริ่มใช้นิ้วมือละเลงกดลงที่เนื้อนุ่ม พินิจพิจารณากลีบกุหลาบงามสีสดตรงหน้าอย่างละเอียด ซึ่งความงดงามและความนุ่มนั้น มันกำลังทำให้มาเฟียหนุ่มคลั่งและรู้สึกหลงใหลจนแทบจะหยุดหายใจ แต่ก็คงจะยอมหยุดไม่ได้เมื่อเขาได้สัมผัสกับกลิ่นหอมของดอกไม้งาม“...อืมม..กลิ่นสาบสาว...” เลือดในกายนั้นสูบฉีดวิ่งพล่านไปทั่วร่างใหญ่ จนดีแลนแทบทนไม่ไหว กลิ่นหอมที่ได้สัมผัสนี้เหมือนกับยาชูกำลังชั้นดีที่ทำให้เขานั้นมีพลังแผล็บ แผล็บ แผล็บๆไวกว่าความคิดลิ้นหนาลงสัมผัสที่กลีบแคมอวบกดลิ้นสากลงกลางรอยแยกในทันที แลบลิ้นสากเลียยาวตวัดขึ้นสุดสะกิดที่ติ่งเสียว และลากลิ้นยาวลงตามร่องแยกกลีบแคมอวบราวกับเจอของหวานที่แสนอร่อย “อ้าส์..หวาน...อืม...แบบนี้ซิ..เขาถึงจะเรียกว่าเป็นการเลี้ยงอาหารขอบคุณ”น้ำลายเหนี่ยวไหลยืดยาว ลิ้นร้อนๆ ตวัดเลียขึ้นลงด้วยความมูมมาม จูบซับเนื้อนุ่มเบาๆ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นบดขยี้ยอดเกสรสีสวยรัวๆ พลางละเลงไปทั่วกลีบแคมนุ่มเสมือนเป็นของเล่น เรียกน้ำหวานสีใสให้ผลิตไหลเยิ้มออกมาได้อย่างมากมายจนมันเปียกปอนไปทั่วใบหน้าหล่อในขณะเดียวกันแท่งกลางกาย
@ร้านอาหารแสงไฟระยิบระยับสร้างบรรยากาศร้านอาหารนั้นดูสวยงามมากขึ้น และด้วยแสงไฟที่ห้อยระย้าไปทั่วเพดานขาว ยิ่งชวนให้สายตาคู่สวยนั้นสาดส่องมองดูไปรอบๆด้วยความชอบใจ หญิงสาวมองดูผู้คนแต่งตัวหรูหราไม่ต่างจากเธอ กำลังรับประทานอาหารอย่างเอร็ดอร่อยมันยิ่งทำให้เธอนั้นรู้สึกผ่อนคลายและมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก“ขอบคุณนะคะ ที่ช่วยใบบัว” เอลลี่เอ่ยขอบคุณดีแลนที่นั่งอยู่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม วันนี้เป็นเธอเองที่นัดผู้ชายตรงหน้ามาทานข้าวเพื่อเป็นการเลี้ยงขอบคุณ“ไม่เป็นไรครับ ผมตั้งหากต้องขอโทษแทนเพื่อนของผมด้วย” “คุณมู่หยาง กับเพื่อนดูต่างกันมากๆ เลยนะคะ ปกติคนเป็นเพื่อนกันก็ต้อง..มีนิสัยเหมือนหรือคล้ายๆ กันไม่ใช่เหรอคะ”“..ปกติมาร์โคไม่ใช่คนแบบนั้นครับ เขา..เป็นคนดี..แต่น่าจะดื่มหนักไปหน่อย” ดีแลนตอบเสียงทุ้มนุ่ม พลางมองเอลลี่กำลังพูดจ้อพร้อมเคี้ยวอาหารในปากตุ้ยๆ ไม่ได้ห่วงภาพพจน์ความสวยของตัวเองเลย“แหม่...ถ้าดื่มแล้วเปลี่ยนนิสัยแบบนี้ ไม่น่าจะเป็นคนดีนะคะ ยังงี้คุณมู่หยางก็ต้องระวังๆ เพื่อนคนนี้ไว้บ้าง”“...ครับ...ผมจะระวัง”“ก็หล่อมากนะคะ แต่ทำตัวแบบนี้ผู้หญิงตกใจหมด ไม่เหมือนคุณเลย ดูสุภาพมากๆ”
เอลลี่วิ่งปรี่ตรงไปหาใบบัวแต่ก็โดนชายชุดดำขว้างทางไว้ ภาพที่เห็นไกลๆ ใบบัวถูกผู้ชายตัวใหญ่กอดรัดไว้แน่นมาก พานทำให้ใจเธออยู่ไม่สุข แทบจะตกไปถึงตาตุ่ม แต่ก็ยังโชคดีที่มีลูกน้องในร้านรีบวิ่งไปบอกเธอเร็ว“ไอ้มาร์โค มึงปล่อยผู้หญิงได้แล้ว หยุด!” ดีแลน รีบกระแทกแก้วลงโต๊ะ ร้องห้ามเพื่อนรักเสียงดัง และส่งสัญญาณบอกลูกน้องให้ปล่อยหญิงสาวเจ้าของร้านเดินเข้ามาได้“ปล่อยเธอ!” ดีแลนย้ำเสียงเข้ม“ขะ...ขอบคุณนะคะ คุณดีแลน” เอลลี่หันไปขอบคุณดีแลนด้วยความซาบซึ้งใจ ก่อนจะรีบเดินเข้าไปมองแผ่นหลังใบบัวใกล้ๆ ใจอยากจะกระชากผู้ชายร้ายกาจที่โอบกอดเด็กของเธอไว้ แต่ก็ไม่กล้าพอที่จะทำอย่างที่ใจคิด"ขอโทษนะคะ คุณมาร์โค ปล่อยน้องบัวก่อนได้ไหมคะ น้องไม่ได้รับงานแบบนี้จริงๆ ค่ะ" เอลลี่รีบอธิบายเสริมอย่างกล้าๆ กลัวๆ"......" มาร์โค เงยหน้ามองเจ้าของร้านเพียงนิดก่อนผละใบหน้ากลับมาจดจ้องดวงหน้าหวานที่ออกอาการตื่นกลัว บนหน้าตักแกร่ง“ไม่รับงาน?” มาร์โคถามเสียงเข้ม“ฮึก...ค่ะ” สาวน้อยใบบัวพยักหน้าลงงึกงักรัวๆ อยากให้คนตรงหน้าปล่อยเธอสักที“หยุดทำหน้าแบบนี้ถ้าไม่
@คลับL “ทำไม ถึงชวนกูมาที่นี่” มาร์โค เอ่ยถามเพื่อนรักตรงหน้า ด้วยความแปลกใจ เพราะพวกเขานั่นคือมาเฟียใหญ่ แถมมีคลับเป็นของตัวเองอยู่แล้ว ฉะนั้นพวกเขาไม่จำเป็นต้องออกมาท่องโลกราตรีในที่ที่ไม่คุ้นเคยเช่นนี้เลย “ร้านพึ่งเปิดใหม่” ดีแลนเอ่ยเสียงทุ้มตอบเพื่อนกลับไปอย่างนึกรำคาญ ตั้งแต่เพื่อนคนนี้มาถึงมันก็เอาแต่ถามคำถามนี้กับเขาไม่หยุด “....กูว่านี่คงไม่ใช่ประเด็น คนโรคจิตแบบมึง น่าจะมาล่าเหยื่อมากกว่า” มาร์โคเอนพิงโซฟามองไปรอบๆ โดยไม่ได้คิดเชื่อในคำตอบของดีแลนเลยสักนิด “รู้ดีนะมึง กูก็แค่ชอบที่นี่ และมัน...ก็น่าจะสนุกดี....” “สนุกดี? อะไรที่สนุก? คนเยอะฉิบ!” มาร์โคว่าให้อย่างหัวเสียมองบรรยากาศรอบๆ ที่นี่มันไม่มีความเป็นส่วนตัวเอาสะเลย ถึงแม้จะดูหรูหราแต่ก็เทียบไม่เท่ากับคลับของเขาเลย “เอาน่า...มึงก็แค่นั่งเป็นเพื่อนกู กูสนุกคนเดียวก็พอแล้ว” ดีแลนแสยะยิ้มมุมปาก ตอบอย่างหน้าตาเฉย จนมาร์โคเหลืออดสบถคำหยาบออกมา “ไอ้เวร!” “หึๆ แต่ก็ไม่แน่นะ มึงอาจเจอเรื่องที่มันสนุกๆ ที่นี่ก็ได้....” “เหอะ ยาก...” “หึ...นั่นไงเรื่องสนุกของมึง” ดีแลนชี้นิ้วมือไปทางด้านหลัง เพื่อให้มาร์โคนั้นหันไปมองอ







