LOGIN@ร้านอาหาร
แสงไฟระยิบระยับสร้างบรรยากาศร้านอาหารนั้นดูสวยงามมากขึ้น และด้วยแสงไฟที่ห้อยระย้าไปทั่วเพดานขาว ยิ่งชวนให้สายตาคู่สวยนั้นสาดส่องมองดูไปรอบๆด้วยความชอบใจ หญิงสาวมองดูผู้คนแต่งตัวหรูหราไม่ต่างจากเธอ กำลังรับประทานอาหารอย่างเอร็ดอร่อยมันยิ่งทำให้เธอนั้นรู้สึกผ่อนคลายและมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก
“ขอบคุณนะคะ ที่ช่วยใบบัว” เอลลี่เอ่ยขอบคุณดีแลนที่นั่งอยู่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม วันนี้เป็นเธอเองที่นัดผู้ชายตรงหน้ามาทานข้าวเพื่อเป็นการเลี้ยงขอบคุณ
“ไม่เป็นไรครับ ผมตั้งหากต้องขอโทษแทนเพื่อนของผมด้วย”
“คุณมู่หยาง กับเพื่อนดูต่างกันมากๆ เลยนะคะ ปกติคนเป็นเพื่อนกันก็ต้อง..มีนิสัยเหมือนหรือคล้ายๆ กันไม่ใช่เหรอคะ”
“..ปกติมาร์โคไม่ใช่คนแบบนั้นครับ เขา..เป็นคนดี..แต่น่าจะดื่มหนักไปหน่อย” ดีแลนตอบเสียงทุ้มนุ่ม พลางมองเอลลี่กำลังพูดจ้อพร้อมเคี้ยวอาหารในปากตุ้ยๆ ไม่ได้ห่วงภาพพจน์ความสวยของตัวเองเลย
“แหม่...ถ้าดื่มแล้วเปลี่ยนนิสัยแบบนี้ ไม่น่าจะเป็นคนดีนะคะ ยังงี้คุณมู่หยางก็ต้องระวังๆ เพื่อนคนนี้ไว้บ้าง”
“...ครับ...ผมจะระวัง”
“ก็หล่อมากนะคะ แต่ทำตัวแบบนี้ผู้หญิงตกใจหมด ไม่เหมือนคุณเลย ดูสุภาพมากๆ” เอลลี่ตักอาหารเข้าปากคำโต พร้อมกับพูดคุยกับผู้ชายตรงหน้าอย่างออกรส เป็นไปตามนิสัยของเธอที่เป็นคงช่างเมาท์..ช่างนินทา
“ขอบคุณครับ” ดีแลนยกยิ้มให้กับหญิงสาวอย่างขอบคุณ ดวงตาคมก็ได้แต่จ้องมองริมฝีปากอิ่มที่มันกำลังเคี้ยวและพูดไม่หยุด
“คุณดูเป็นห่วง..เด็กที่ชื่อใบบัวมากเลยนะครับ”
“ค่ะ บัวก็เหมือนน้องสาวของเอล เธอน่ารักเป็นเด็กดี และเคยได้ช่วยชีวิตเอลค่ะ”
“ช่วยชีวิต!?”
“ค่ะ แต่เรื่องมันยาวมากกก เอาเป็นว่าบัวคือผู้มีพระคุณของเอลและน้องสาวค่ะ”
“เหรอครับ”
“ค่ะ ว้าวว!! ของหวานมาแล้ว” เอลลี่ตาโตดีใจเท่าไข่ห่าน เมื่อเห็นพุดดิ้งรสสตรอว์เบอร์รีสีหวานพร้อมเสิร์ฟ อยู่ในถาดอาหารและกำลังจะเตรียมวางลงตรงหน้าของเธอ
“ชอบไหมครับ”
“ชอบมากค่ะ ของโปรดเอลเลย แต่เอ๊ะ คุณมู่หยางเป็นคนสั่งเหรอคะ”
“ครับ ผมสั่งของโปรดของคุณ”
“ทำไมถึงรู้ค่ะ นี่อย่าบอกนะคะ...ว่าคุณสืบประวัติเอล”
“อย่าเรียกว่าสืบประวัติเลยครับ...เรียกว่าศึกษาความชอบของคนที่เรากำลังสนใจดีกว่า มันคือหนึ่งในเรื่องที่เราควรจะศึกษาคู่เดตของเราไม่ใช่เหรอครับ”
เอลลี่เผลอเม้มปากเข้าหากัน เมื่อคนตรงหน้าเอ่ยออกมาพร้อมกับส่งสายตาที่จริงจัง จนเธอต้องเสตามองหลบไปทางอื่นเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกบางอย่าง
“ทานเถอะครับ ถ้าเขินหน้าแดงนานๆ พุดดิ้งอาจไม่อร่อย”
“อ๊ะ! คะ..ใครว่าเอลเขินค่ะ เอลแค่ร้อนค่ะ” ลิ้นเล็กแทบจะพันกัน ก่อนจะรีบยกมือขึ้นมาพัดที่ใบหน้าแสร้งทำเป็นร้อนอย่างที่ปากพูด
“ครับ ทานเถอะ..มัน..อร่อยมาก”
เอลลี่เหลือบตามองใบหน้าหล่อเหลาเพียงนิด พลางรีบสลัดความรู้สึกบางอย่าง และรีบหยิบช้อนขึ้นมาเตรียมตักของอร่อยตรงหน้าแทน
“อื้อ..อร่อย..”
ดีแลนมองการกระทำของผู้หญิงตรงหน้าอย่างเงียบๆ เธอดูชอบอกชอบใจกับของหวานนี้เป็นพิเศษ มือเล็กนั้นตักของหวานเข้าปากไม่หยุดดูเอร็ดอร่อย จนสายตาเขานั้นเผลอมองค้างหยุดที่ริมฝีปากอิ่มสีเชอร์รี่ ที่มันดู..น่าอร่อยและน่าจะหวานกว่าพุดดิ้งในจานนั้น
“ดื่มไวน์ไหมครับ ตัวนี้อร่อยมากแต่แรง ถ้าคนคออ่อนๆ แก้วเดียวล้มคอพับได้เลย” ดีแลนพูดพร้อมยื่นแก้วใบใหม่ที่บรรจุไวน์ชั้นดีที่พึ่งรับจากพนักงานเสิร์ฟ ยื่นไปให้กับหญิงสาว
“เอลคอแข็งนะคะ แก้วเดียวไม่มีล้มแน่นอน คิก..คิก..” เอลลี่รีบยื่นมือไปรับโดยไม่ต้องคิด พร้อมกับยกขึ้นมาสูดดมกลิ่นเบาๆ
“หอมมากค่ะ หมักกี่ปีคะเนี่ย”
“นานอยู่นะครับ สำหรับสูตรนี้”
“สูตรนี้? อย่าบอกนะคะ ว่าคุณเป็นเจ้าของผลิตมันเอง”
“หึ..ใช่ครับ ถ้าลองชิมแล้วคุณเอลลี่ชอบก็บอกเด็กมาเติมได้เลย”
“อ๋อยย รวยมากกกค่ะ” เอลลี่เผลอหลุดปากอุทานอย่างน่ารัก แต่ทว่าก็ต้องตาโตตกใจหมั่นไส้กับคำพูดของตรงหน้าที่ตอบกลับมา
“ครับ ผมรวย รวยมาก”
“แหม่...งั้นเอลไม่เกรงใจแล้วนะคะ คุณคนรวย คิก..คิก..”
“เชิญครับ”
ดีแลนเอนแผ่นหลังพิงที่เก้าอี้อย่างสบายๆ พร้อมกับแขนแกร่งที่ยกขึ้นมากอดอก ดวงตาคมกริบจ้องมองแก้วไวน์ที่ถูกยกขึ้นดื่มเข้าไปในปากอิ่มครั้งแล้วครั้งเหล่า จนกระทั่ง...ทุกอย่างนั้นเงียบลง..
พลันแววตาแสนจะอบอุ่นที่ใช้สบตาหวานคู่นั้น บัดนี้...มันได้แปรเปลี่ยนเป็นดวงตาสีนิลที่มืดมิดเป็นที่เรียบร้อย
ครืด....
เสียงขยับเก้าอี้ก้องกังวานไปทั่วห้องอาหารที่เงียบสงบ ดีแลนคอยๆ ลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้และก้าวเท้าเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้า...เอลลี่...
“หึ กว่าจะหมดฤทธิ์” เสียงเย็นพูดกับผู้หญิงตรงหน้าที่คอพับฟุบหน้าลงที่โต๊ะอาหารอย่างหมดสภาพ เขามองเสี้ยวหน้าสวยที่แดงก่ำ จับคนตัวเล็กให้เงยหน้าขึ้นพิงไปกับเก้าอี้หรู ก่อนที่มือหนาจะตีเข้าที่แก้มนวลเบาๆ
แปะๆ
“อื้ออออ”
“หึ”
เป็นไปตามคาดมีแต่เสียงยืดยานของคนไม่สติที่ตอบกลับมา เมื่อเห็นแบบนั้นดีแลนก็ช้อนตัวเอลลี่ขึ้นในท่าเจ้าสาว อุ้มพาร่างเล็กไปวางนอนลงบนโต๊ะอาหารใหญ่ที่ไร้ซึ่งของใดๆ และใช่ในห้องอาหารหรูแห่งนี้ไม่มีผู้ใดอยู่อีกแล้ว ทุกอย่างเป็นไปตามแผนการที่เขานั้นสั่งไว้
ดีแลนจ้องมองร่างขาวที่กำลังนอนแผ่หลาไร้ซึ่งสติด้วยดวงตาที่ว่างเปล่า เท้าใหญ่ค่อยๆ ก้าวเดินมาหยุดชิดที่ขอบโต๊ะ ในขณะที่มือหนานั้นก็กำลังปลดกระดุมที่คอเสื้อเชิ้ตของตัวเอง
และไม่รอให้เสียเวลา มือหนาจับเข้าที่เรียวขาสวยอ้าออกจนกว้างพร้อมกับตาคมที่เริ่มสำรวจร่างบางตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ดีแลนค่อยๆ ไล่สายตาพร้อมกับลูบไล้เนื้อนุ่มขึ้นไปตามเรียวขาขาวจนมาหยุดลงที่โคนขาอ่อน ปากหยักนั้นยิ้มออกมาอัตโนมัติ เมื่อเดรสตัวสั้นล้นขึ้นมาอยู่ที่เอวคอดกิ่ว จนเผยให้เห็นแพนตี้สีเนื้อเด่นหราที่กำลังปิดเนินเนื้อสาวที่อวบอูม
“ขอฉัน..เช็คของก่อน” นิ้วชี้และนิ้วกลางเกี่ยวไปที่เป้าของแพนตี้ตัวจิ๋วออกไปทางด้านข้าง ถึงแม้มันจะมองไม่เห็นครบทุกสัดส่วน แต่แค่ตาคมดูเพียงแวบเดียวก็รู้ได้ถึงความสาวที่ยังคงสด
“เกรดA” มุมปากหนายกยิ้มอย่างพึงพอใจ ก่อนจะดึงแพนตี้ตัวเล็กออกไปกองลงไว้ที่พื้น และไม่รอช้าจับคู่ขาเล็กแหกออกกว้างตั้งขึ้นเป็นรูปตัวเอ็ม
มู่หยางเสียหลักล้มลงมานอนทาบทับตัวของหญิงสาวบนเตียงนอนใหญ่ ร่างกายกำยำคร่อมร่างเล็กอย่างพอดิบพอดี และเขาไม่ได้ลุกออกไปแต่อย่างใด แต่เขากลับใช้จังหวะนี้ไล่มองใบหน้าสวยเกลี้ยงเกลาปราศจากเครื่องสำอางอย่างใกล้ๆ ซึ่งบัดนี้..แก้มนวลของสาวในอ้อมกอดนั้นก็กำลังแดงระเรื่อๆ ขึ้นมาทีละนิด“คุณสวยมากเลย”เอลลี่จ้องมองใบหน้าหล่อเหลาที่กำลังขยับเข้ามาใกล้ๆ พร้อมกับสายตาคมที่จ้องมองลึกเข้ามาที่ดวงตาของเธออย่างลึกซึ้ง เสมือนกับเธอกำลังถูกต้องมนต์ ไม่อนุญาตให้เธอนั้นขยับตัวไปไหนมู่หยางใช้จมูกโด่งชนที่ปลายจมูกเล็กออกแรงคลอเคลียอย่างแผ่วเบา จนหญิงสาวใต้ร่างนั่นรู้สึกขนกายลุกอย่างซาบซ่า สัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อนๆ ที่เป่ารดลงมาจากผู้ชายด้านบน“คะ..คือ..”“..ขอโทษ...ที่ตื่นขึ้นมาไม่ได้เจอผมเป็นคนแรก”ตึก..ตัก...ตึก...ตัก..หัวใจดวงน้อยของหญิงสาวนั้นเต้นสั่นระรัว เมื่อได้ยินเสียงแหบพร่าที่พูดแทรกขึ้นมาพร้อมกับร่างกายที่แนบชิดกันมากขึ้น“มะ..ไม่เป็นไรค่ะ” ตาหวานกะพริบถี่ๆ มองผู้ชายตรงหน้าอย่างทำตัวไม่ถูก ก่อนจะเบือนหน้าหนีเสมองไปทางอื่นไม่อาจต้านทานดาเมจที่รุนแรงของผู้ชายคนนี้ได้มุมปากหนายกยิ้มกับท่าทีของหญิง
เช้าวันต่อมา...แสงแดดยามเช้าสาดส่องเข้ามาตามริ้วของผ้าม่านหรูปลุกให้หญิงสาวใบหน้าสวยค่อยๆ เปิดเปลือกตาลืมตาตื่นขึ้นมา“อือ..นี่ฉันลืมปิดผ้าม่านหรือไง” เอลลี่บิดร่างกายใต้ผ้าห่มนุ่มผืนใหญ่ด้วยความขี้เกียจ ก่อนที่ดวงตากลมโตจะค่อยๆ กะพริบถี่ๆ ปรับโฟกัสของสายตา“เอ๊ะ?” มือเล็กยกขึ้นมาขยี้ตารัวๆ เมื่อเห็นเพดานและรอบๆ ตัวห้องนั้นแตกต่างไปจากเดิม แต่แล้วทันทีที่สายตานั้นโฟกัสภาพตรงหน้าได้อย่างชัดเจนก็ยิ่งทำให้เธอนั้นตกใจ“กรี๊ดดดดด ทะ..ที่นี่ที่ไหนกัน!?” เอลลี่ลุกขึ้นนั่งโวยวายพร้อมกับรีบก้มสำรวจร่างกายของตัวเองและชุดที่สวมใส่ “นะ..นี่มันเกิดอะไรขึ้น!” มือเล็กกำผ้าห่มไว้ที่หน้าอกจนแน่น พร้อมกับกวาดสายตาไปรอบๆ ห้องด้วยความหวาดระแวง"สวัสดีค่ะ คุณเอลลี่”“อ๊ะ! คุณเป็นใคร!?” เอลลี่มองไปยังเสียงนุ่มๆ ของหญิงสาวแปลกหน้าที่กำลังส่งยิ้มให้เธอ“ดิฉันแววดาวค่ะ เป็นคนรับใช้ของคุณมู่หยาง”“มู่หยาง...” เอลลี่พึมพำเบาๆ หวนคิดถึงเรื่องเมื่อคืน หลังจากที่เธอรับไวน์ราคาแพงมาดื่มหลังจากนั้นก็จำอะไรไม่ได้อีกแล้ว“ยะ..อย่าบอกนะ! ว่าฉันโดน ข่มขืน!!” เอลลี่สรุปเองเสร็จสรรพแต่ไม่ทันที่เธอจะโวยวาย แววดาวสาวรับใช้
“เกรดA++ น่ะเหรอ.” ใบหน้าหล่อโน้มลงเข้าไปใกล้เนินเนื้อสาว เริ่มใช้นิ้วมือละเลงกดลงที่เนื้อนุ่ม พินิจพิจารณากลีบกุหลาบงามสีสดตรงหน้าอย่างละเอียด ซึ่งความงดงามและความนุ่มนั้น มันกำลังทำให้มาเฟียหนุ่มคลั่งและรู้สึกหลงใหลจนแทบจะหยุดหายใจ แต่ก็คงจะยอมหยุดไม่ได้เมื่อเขาได้สัมผัสกับกลิ่นหอมของดอกไม้งาม“...อืมม..กลิ่นสาบสาว...” เลือดในกายนั้นสูบฉีดวิ่งพล่านไปทั่วร่างใหญ่ จนดีแลนแทบทนไม่ไหว กลิ่นหอมที่ได้สัมผัสนี้เหมือนกับยาชูกำลังชั้นดีที่ทำให้เขานั้นมีพลังแผล็บ แผล็บ แผล็บๆไวกว่าความคิดลิ้นหนาลงสัมผัสที่กลีบแคมอวบกดลิ้นสากลงกลางรอยแยกในทันที แลบลิ้นสากเลียยาวตวัดขึ้นสุดสะกิดที่ติ่งเสียว และลากลิ้นยาวลงตามร่องแยกกลีบแคมอวบราวกับเจอของหวานที่แสนอร่อย “อ้าส์..หวาน...อืม...แบบนี้ซิ..เขาถึงจะเรียกว่าเป็นการเลี้ยงอาหารขอบคุณ”น้ำลายเหนี่ยวไหลยืดยาว ลิ้นร้อนๆ ตวัดเลียขึ้นลงด้วยความมูมมาม จูบซับเนื้อนุ่มเบาๆ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นบดขยี้ยอดเกสรสีสวยรัวๆ พลางละเลงไปทั่วกลีบแคมนุ่มเสมือนเป็นของเล่น เรียกน้ำหวานสีใสให้ผลิตไหลเยิ้มออกมาได้อย่างมากมายจนมันเปียกปอนไปทั่วใบหน้าหล่อในขณะเดียวกันแท่งกลางกาย
@ร้านอาหารแสงไฟระยิบระยับสร้างบรรยากาศร้านอาหารนั้นดูสวยงามมากขึ้น และด้วยแสงไฟที่ห้อยระย้าไปทั่วเพดานขาว ยิ่งชวนให้สายตาคู่สวยนั้นสาดส่องมองดูไปรอบๆด้วยความชอบใจ หญิงสาวมองดูผู้คนแต่งตัวหรูหราไม่ต่างจากเธอ กำลังรับประทานอาหารอย่างเอร็ดอร่อยมันยิ่งทำให้เธอนั้นรู้สึกผ่อนคลายและมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก“ขอบคุณนะคะ ที่ช่วยใบบัว” เอลลี่เอ่ยขอบคุณดีแลนที่นั่งอยู่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม วันนี้เป็นเธอเองที่นัดผู้ชายตรงหน้ามาทานข้าวเพื่อเป็นการเลี้ยงขอบคุณ“ไม่เป็นไรครับ ผมตั้งหากต้องขอโทษแทนเพื่อนของผมด้วย” “คุณมู่หยาง กับเพื่อนดูต่างกันมากๆ เลยนะคะ ปกติคนเป็นเพื่อนกันก็ต้อง..มีนิสัยเหมือนหรือคล้ายๆ กันไม่ใช่เหรอคะ”“..ปกติมาร์โคไม่ใช่คนแบบนั้นครับ เขา..เป็นคนดี..แต่น่าจะดื่มหนักไปหน่อย” ดีแลนตอบเสียงทุ้มนุ่ม พลางมองเอลลี่กำลังพูดจ้อพร้อมเคี้ยวอาหารในปากตุ้ยๆ ไม่ได้ห่วงภาพพจน์ความสวยของตัวเองเลย“แหม่...ถ้าดื่มแล้วเปลี่ยนนิสัยแบบนี้ ไม่น่าจะเป็นคนดีนะคะ ยังงี้คุณมู่หยางก็ต้องระวังๆ เพื่อนคนนี้ไว้บ้าง”“...ครับ...ผมจะระวัง”“ก็หล่อมากนะคะ แต่ทำตัวแบบนี้ผู้หญิงตกใจหมด ไม่เหมือนคุณเลย ดูสุภาพมากๆ”
เอลลี่วิ่งปรี่ตรงไปหาใบบัวแต่ก็โดนชายชุดดำขว้างทางไว้ ภาพที่เห็นไกลๆ ใบบัวถูกผู้ชายตัวใหญ่กอดรัดไว้แน่นมาก พานทำให้ใจเธออยู่ไม่สุข แทบจะตกไปถึงตาตุ่ม แต่ก็ยังโชคดีที่มีลูกน้องในร้านรีบวิ่งไปบอกเธอเร็ว“ไอ้มาร์โค มึงปล่อยผู้หญิงได้แล้ว หยุด!” ดีแลน รีบกระแทกแก้วลงโต๊ะ ร้องห้ามเพื่อนรักเสียงดัง และส่งสัญญาณบอกลูกน้องให้ปล่อยหญิงสาวเจ้าของร้านเดินเข้ามาได้“ปล่อยเธอ!” ดีแลนย้ำเสียงเข้ม“ขะ...ขอบคุณนะคะ คุณดีแลน” เอลลี่หันไปขอบคุณดีแลนด้วยความซาบซึ้งใจ ก่อนจะรีบเดินเข้าไปมองแผ่นหลังใบบัวใกล้ๆ ใจอยากจะกระชากผู้ชายร้ายกาจที่โอบกอดเด็กของเธอไว้ แต่ก็ไม่กล้าพอที่จะทำอย่างที่ใจคิด"ขอโทษนะคะ คุณมาร์โค ปล่อยน้องบัวก่อนได้ไหมคะ น้องไม่ได้รับงานแบบนี้จริงๆ ค่ะ" เอลลี่รีบอธิบายเสริมอย่างกล้าๆ กลัวๆ"......" มาร์โค เงยหน้ามองเจ้าของร้านเพียงนิดก่อนผละใบหน้ากลับมาจดจ้องดวงหน้าหวานที่ออกอาการตื่นกลัว บนหน้าตักแกร่ง“ไม่รับงาน?” มาร์โคถามเสียงเข้ม“ฮึก...ค่ะ” สาวน้อยใบบัวพยักหน้าลงงึกงักรัวๆ อยากให้คนตรงหน้าปล่อยเธอสักที“หยุดทำหน้าแบบนี้ถ้าไม่
@คลับL “ทำไม ถึงชวนกูมาที่นี่” มาร์โค เอ่ยถามเพื่อนรักตรงหน้า ด้วยความแปลกใจ เพราะพวกเขานั่นคือมาเฟียใหญ่ แถมมีคลับเป็นของตัวเองอยู่แล้ว ฉะนั้นพวกเขาไม่จำเป็นต้องออกมาท่องโลกราตรีในที่ที่ไม่คุ้นเคยเช่นนี้เลย “ร้านพึ่งเปิดใหม่” ดีแลนเอ่ยเสียงทุ้มตอบเพื่อนกลับไปอย่างนึกรำคาญ ตั้งแต่เพื่อนคนนี้มาถึงมันก็เอาแต่ถามคำถามนี้กับเขาไม่หยุด “....กูว่านี่คงไม่ใช่ประเด็น คนโรคจิตแบบมึง น่าจะมาล่าเหยื่อมากกว่า” มาร์โคเอนพิงโซฟามองไปรอบๆ โดยไม่ได้คิดเชื่อในคำตอบของดีแลนเลยสักนิด “รู้ดีนะมึง กูก็แค่ชอบที่นี่ และมัน...ก็น่าจะสนุกดี....” “สนุกดี? อะไรที่สนุก? คนเยอะฉิบ!” มาร์โคว่าให้อย่างหัวเสียมองบรรยากาศรอบๆ ที่นี่มันไม่มีความเป็นส่วนตัวเอาสะเลย ถึงแม้จะดูหรูหราแต่ก็เทียบไม่เท่ากับคลับของเขาเลย “เอาน่า...มึงก็แค่นั่งเป็นเพื่อนกู กูสนุกคนเดียวก็พอแล้ว” ดีแลนแสยะยิ้มมุมปาก ตอบอย่างหน้าตาเฉย จนมาร์โคเหลืออดสบถคำหยาบออกมา “ไอ้เวร!” “หึๆ แต่ก็ไม่แน่นะ มึงอาจเจอเรื่องที่มันสนุกๆ ที่นี่ก็ได้....” “เหอะ ยาก...” “หึ...นั่นไงเรื่องสนุกของมึง” ดีแลนชี้นิ้วมือไปทางด้านหลัง เพื่อให้มาร์โคนั้นหันไปมองอ







