Mag-log inฉันหวนคิดถึงตอนตัวเองเด็กๆ ตอนที่ตัวเองได้รับความรักไม่เท่ากับพี่สาว
ฉันมองเด็กคนนี้แล้วนึกได้แค่ว่า มันมีส่วนคล้ายกับใครบางคนที่ฉันเคยรู้จักเมื่อสมัยเด็ก เป็นเด็กผู้ชายที่น่าสงสาร ชีวิตที่เต็มไปด้วยคนที่เกลียดเขา ทำให้ฉันรู้สึกว่าโลกนี้ช่างโหดร้าย
แต่ฉันจำเขาไม่ได้ แม้แต่หน้าตาของเขาว่าเป็นยังไง
เอาจริงๆ พ่อแม่ที่ดีก็ไม่ได้มีอยู่บนโลกไปซะทุกคนหรอก ที่เลวๆ ทอดทิ้งลูกตัวเองน่ะ ก็มีอยู่เยอะไป
เหมือนคู่ผัวเมียสองคนนี้
ฉันย้อนกลับมาที่ด้านล่าง ก่อนจะเห็นว่าพี่เวย์เริ่มเมาแล้ว ครามเองก็กำลังกรอกเหล้าลงแก้วอย่างเงียบเชียบ
ฉันเดินมาใกล้ๆ เขา ก่อนที่จะเห็นว่าครามหันกลับมา
“ไปไหนมา” เขาถามฉันทันที “นาน”
“พี่ทิ้งลูกไว้คนเดียวแบบนั้นได้ด้วยเหรอ” ฉันถามออกไปตรงๆ ด้วยนิสัยเก่าที่ยังรักความยุติธรรม ครามแค่นหัวเราะ เขาหันไปวนแก้วตัวเอง
“ก็ไม่ใช่ลูกกู ไม่ต้องสนก็ได้”
“ยังไงเด็กคนนั้นก็ไม่เกี่ยวกับเรื่องของพี่กับเมียนะ” ฉันแย้งขึ้นมา คิดในใจว่าตัวเองกำลังทำอะไร เหมือนฉันกำลังพยายามปกป้องเด็กน้อย ราวกับว่าเป็นแม่น้องซะเองอย่างนั้นล่ะ
“กูไม่ได้รักเด็ก” เขาย้ำ ก่อนที่จะกระดกแก้วเหล้าลงคอ “อีกอย่าง ถึงเป็นลูกกู คิดเหรอว่ากูจะรักมัน กูก็จะทำเหมือนที่พ่อทำกับกู”
“...”
“ใช้มันเป็นเครื่องมือสืบทอดเจตนารมณ์”
“โอเค” ฉันตอบกลับอย่างทันควัน รู้สึกโมโหขึ้นมา ก่อนที่จะเดินกำมือไปหาพี่เวย์ “งั้นมิวจะกลับ ยังไงวันนี้ก็ไม่สนุกแล้วล่ะ หลังจากรู้ว่าพี่ทำเลวๆ กับเด็กคนนึงแบบนี้”
ครามมองฉันอย่างไม่แคร์ ก่อนที่ฉันจะคว้ากระเป๋าแล้วเดินผ่านเขาไป ไม่ได้สนใจว่าพี่เวย์จะกลับยังไงเพราะฉันรู้สึกว่านี่มันไม่ใช่ เหมือนฉันเข้าไปพัวพันกับเรื่องราวของคู่รักกักขฬะ แม่แท้ๆ ที่แรดออกไปเที่ยวโดยปล่อยลูกไว้กับผัวสารเลวที่ชวนเพื่อนกับผู้หญิงที่คิดจะเป็นชู้ด้วยเข้ามาในบ้าน
ฉันสับสนกับตัวเอง จริงๆ ตั้งแต่หนีไปเกาหลี ฉันก็สนุกกับการคบซ้อนไปทั่วหลายเพศหลายคน ไม่คิดถึงเรื่องผิดศีลธรรม ถึงไม่เคยมีอะไรกับใครเลยก็ตาม แต่ฉันก็เริงร่ากับชีวิตแบบนั้น
คนมองว่าฉันมั่ว แรด สำส่อน แต่ฉันกลับชอบด้วยซ้ำ
แต่ตอนนี้พอเห็นลูกและชีวิตที่เลวร้ายของเด็กคนนึง ฉันก็รู้สึกได้ว่าสิ่งที่ฉันพยายามจะแย่งมา เทียบเท่าได้กับชีวิตของเด็กคนนึงเลยด้วยซ้ำ
เด็กคนนี้อาจจะโตมาโดยที่ไม่มีพ่อเลยก็ได้ ถ้าฉันคิดจะแย่งครามไป
พอคิดได้แบบนั้นฉันก็กัดฟัน ก่อนที่จะเปิดประตูเพื่อที่จะหนีไปให้พ้น ราวกับว่าต้องการตั้งหลัก แค่มาที่นี่ทุกอย่างก็ผิดแผนไปหมด ผลจากความเป็นคนดีของฉันเอง
แต่เมื่อเปิดประตูออกมา คนที่ฉันเห็นว่ายืนอยู่หน้าประตูก็คือ
พี่เหมียว
ฉันชะงัก พอๆ กับพี่เหมียวที่ท่าทางเมามายเบิกตากว้างเมื่อเห็นฉันที่คว้ากระเป๋าจะออกมาจากบ้านของผัวเธอ เธอไล่มองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้า เห็นชุดที่แสนยั่วยวนของฉัน แล้วร่างบางก็ตบหน้าฉันอย่างแรง
เพี้ยะ!!
“อีเด็กสำส่อน!!” เธอด่ากราดเสียงดังโดยไม่ถามเรื่องราว ไม่เก็บฟอร์มที่แสดงไว้ต่อหน้าพ่อแม่ในวันนั้นอีกต่อไป ฉันที่หน้าหันไปอีกข้างรู้สึกแสบๆ คันๆ ที่แก้ม ก่อนที่จะหันไปมองเธออย่างโกรธแค้น
ฉันไม่ใช่มิวคนเดิม ถ้าเธอตบมา
เพี้ยะ!!
“ใครกันแน่ที่สำส่อน!” ฉันตบหน้าเธอกลับ ตะคอกเสียงดังอย่างโมโห “คิดว่ามีมือคนเดียวเหรอ ที่แย่งผัวมิวไปไม่พอใช่มั้ย!”
“อีนี่!!” พี่เหมียวสติแตก เธอคว้าไหล่ฉัน ในขณะที่ฉันจะผลักเธอออก
“ออกไป! มิวจะกลับ!!” ฉันไม่สนใจอะไรอีกต่อไป ฉันผลักอกเธอจนล้มลงไปกองกับพื้น อาจเพราะพี่เหมียวเมามาเลยทรงตัวไม่ดีนัก เธอเซ ในขณะที่ฉันจะเสยผมแล้วเดินข้ามร่างเธอไปอย่างไม่ใยดี
“อีมิว!!” เธอตวาดเรียกชื่อฉัน กรี๊ดลั่นราวกับคนบ้า ในขณะที่ฉันจะเข้าไปในรถของพี่เวย์ ปิดประตูสตาร์ทรถแล้วล็อกประตูนั่งอยู่ในนั้นเพื่อสงบสติอารมณ์
พี่เหมียววิ่งเซตามมาเคาะประตูกระจก แต่ฉันควักหูฟังออกมาแล้วเปิดเพลงเสียงดังดับเสียงเคาะกระจกรถที่เกรี้ยวกราดของเธอ
สาบานเลยว่าจะไม่ยุ่งอีกแล้ว ที่นี่มีแต่คนประสาท!
“แจวอน!” ฉันร้องออกมา ไม่คิดว่าครามจะทำได้ขนาดนี้ เหมือนเขากลับไปเป็นครามเมื่อก่อนฉันจะมาเกาหลี คนที่ดีแต่ใช้กำลังคนนั้น“ถ้าหน้ามันเสียโฉม มึงจะรักมันลงมั้ย”“คราม!” ฉันเผลอเรียกชื่อที่ปกติเคยเรียกเขา เมื่อครามผละออกจากตัวฉันไปเพื่อจะขึ้นคร่อมแจวอนแล้วทุบซ้ำ ฉันคว้าแขนเขาไว้แน่น พยายามยื้อออกมา “หยุดนะ! เป็นบ้าอะไร”“มึงถามว่ากูเป็นบ้าอะไร?” เขาหันกลับมามองฉัน หยุดการกระทำได้ตามที่ฉันพูด เดินเข้ามาใกล้ กระชากคางฉันให้เข้ามาใกล้เขา“...!”“กูจะให้มึงเลือกนะมิว” เขาฉีกยิ้ม ลูบผมฉันเบาๆ ทั้งที่สีหน้ายังแสดงถึงความโกรธขึ้ง “ระหว่างหน้ามึงกับมันเสียโฉม ถ้ามึงยังจะเลือกมัน หรือจะยอมไปกับกูดีๆ”ฉันมองเขา ครามที่คาดเดายากเหมือนเมื่อก่อนกลับมา ฉันอาจกล้าที่จะต่อกรกับเขาตอนที่กลับมาที่ไทย แต่ตอนนี้มันไม่ใช่ ฉันรู้สึกว่าครามพร้อมจะทำจริงถ้าเกิดฉันไปคบหากับใครนอกจากเขา“กลัวเหรอ หลังจากนี้มึงจะได้รู้จักกูมากกว่านี้ ถ้ามึงยังยืนยันจะคบกับมัน” เขาไล้ฝ่ามือลงมาตามพวงแก้มของฉัน ก่อนที่จะเลื่อนใบหน้าเข้ามาจูบปากฉันหนักๆ เพราะยังไงที่นี่การจูบกันในที่สาธารณะก็เป็นเรื่องปกติฉันสบตาเขา แม้จะตกใจที่โดนจ
บ้าจริงฉันเดินเข้าไปหาแจวอนทันที ไม่รู้ว่าครามจะมาจริงรึเปล่า แต่คนอย่างเขาถึงเสียความทรงจำ แต่ครามเป็นคนที่พูดจริงทำจริงเสมอฉันคิดว่าฉันจะหลุดพ้นจากเรื่องราวพวกนั้นแล้วนะ เขาก็ตามมาจนได้คำที่ฉันสาดใส่หน้าเขาไปมันไม่มีความหมายเลยรึไงนะ“แจวอน! มิวจะกลับ” ฉันเดินไปพูดกับแจวอนที่ยังสังสรรค์อยู่กับเพื่อนๆ ของเขา ลากแขนเขาออกมาที่มุมอับส่วนตัว รู้สึกหนาวจนต้องห่อไหล่ ลูบไหล่ตัวเองเบาๆมันหนาวสั่นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แค่คิดว่าครามตามหาไอจีฉันเจอได้ แล้วตามมาที่เกาหลีถูกก็หนาวไปทั้งตัวแล้วเขาทำตัวเหมือนฉันตอนกลับไปที่ไทย ตอนที่พยายามจะแก้แค้นเขากับพี่เหมียวไม่รู้ว่าที่เขาทำตอนนี้เป็นการแก้แค้นหรืออะไร แต่ฉันไม่เอาด้วยแน่“นี่ยังไม่ดึกมากเลย เมาแล้วเหรอ”แจวอนถามฉัน แม้ว่าเขาจะดูไม่อ่อนโยนเวลาอยู่กับผู้หญิงที่เจอตามผับ ฉันเคยเห็นแจวอนผลักไสเธอออกไปหลังจากที่พวกเธอตามมาเกาะแกะวุ่นวาย และนั่นเป็นสิ่งที่แจวอนไม่เคยทำกับฉัน“อื้อ เมาแล้ว หัวมันโคลงเคลงไปหมด อยากกลับห้อง” ฉันแสร้งทำเป็นเมา ทำตัวเซไปมาเหมือนจะทรงตัวไม่อยู่ เรื่องมารยาฉันไม่แพ้ใครหรอกนะ“มิว” แจวอนคว้าแขนฉันไว้ให้ฉันทรงตัว
“อันยอง”ฉันเงยหน้าขึ้นจากแก้วค็อกเทลมาสบสายตาเข้ากับผู้ชายเกาหลีท่าทางดูดีคนหนึ่ง เขาท่าทางจะเป็นดีเจที่นี่ คงเป็นช่วงพักของเขา เพราะท่าทางดูดีมากกว่าคนอื่นๆ หรือแม้แต่แจวอน มันทำให้ฉันเผลอมองเขาชั่วครู่ หลังจากที่นั่งสบตากับบาร์เทนเดอร์มาเนิ่นนานเขาส่งยิ้มให้ฉัน ก่อนที่จะนั่งลงข้างๆ“มาคนเดียวเหรอครับ” เขาถามฉันเป็นภาษาเกาหลี ฉันวนแก้วค็อกเทลในมือเบาๆ หัวเราะหวานๆ“อื้อ ค่ะ” ว่าไงดีล่ะ โกหกไปก็ไม่เลวเหมือนกันฉันต้องการจะทดสอบผู้ชายคนนี้“ผมเป็นดีเจที่นี่” เขาฉีกยิ้ม “คุณอยากได้อะไรมั้ย เดี๋ยวผมเลี้ยงเอง”“หืม” ฉันคลี่ยิ้มกลับ “จะดีเหรอ”“ดีสิครับ” เขาพยักหน้า ส่งสายตาให้บาร์เทนเดอร์ราวกับคนรู้ใจ แก้ววิสกี้ถูกเลื่อนมาตรงหน้าเขา ร่างสูงยกขึ้นยื่นมาให้ฉันเพื่อ Cheers กัน “บอกชื่อคุณหน่อยสิครับ ผมยุนโฮ”“มิว...” ยังไม่ทันที่จะพูดอะไร ฉันรู้สึกเหมือนโทรศัพท์บนเคาน์เตอร์บาร์สั่นน้อยๆ พอกดขึ้นมาดู ก็เห็นว่ามีใครบางคนคอมเม้นท์รูปในไอจีเท่านั้นฉันไม่คิดอะไร ก็คงเป็นคอมเม้นท์แทะโลมของพวกผู้ชาย ก็เปิดอ่านแล้วก็ตอบกลับไปตามประสาผู้หญิงอัธยาศัยดีแน่นอนว่าจะเลือกตอบแต่ผู้ชายหน้าตาดีเท่านั้น ไ
จะบอกว่าตั้งแต่มาที่เกาหลี ชีวิตของฉันก็คงที่ดีแต่เพราะผลจากงานศพพี่เหมียวทำให้ฉันหว่านเสน่ห์ใส่ใครไม่ได้เลยเป็นเดือน เพื่อนๆ แจวอนชวนไปผับฉันก็อิดออด เอาแต่นอนเล่นโทรศัพท์อยู่ในห้อง เปิด Kakao กับส่องไอจีไปเรื่อยมีบางครั้งที่ฉันเข้าไปส่องในไอจีพี่เหมียว รูปสุดท้ายที่เธอลงคือรูปเมื่อสองเดือนที่แล้ว วันที่เธอยังอยู่ เธอลงว่าไปเที่ยวกับเพื่อน... โดยไร้ครามไม่แปลกที่ชีวิตคู่ของพวกเขาจะขาดวิ่นแบบนั้นฉันแอบถอนหายใจ หลังจากกลับมาที่เกาหลีจิตใจที่เคยแข็งแกร่งและมั่นคงของฉันก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ตอนนี้ฉันทั้งรู้สึกหม่นๆ ในใจ ทั้งรู้สึกไม่อยากทำอะไรนอกจากนอนโง่ๆ ตีขาอยู่บนเตียง แล้วก็เล่นโทรศัพท์แม้แต่ถ่ายรูปลงไอจีฉันยังไม่ทำเลยไอจีฉันน่ะ ตอนนี้เป็นแหล่งรวมพวกหื่นๆ ลามกๆ พวกที่ชอบติดตามสาวหน้าตาน่ารักๆ หรือไม่ก็พวกผู้หญิงที่ต้องการจะเป็นแบบฉัน ต้องการศัลยกรรมหน้าให้เหมือนกับฉันไว้วิจารณ์รูปร่างหน้าตาว่าจมูกทรงนี้ไปผ่านหมอที่ไหนมาฉันเบ้หน้าใส่โทรศัพท์ ก่อนที่จะโยนทิ้งไปข้างๆ ตัวแล้วพลิกตัวกลับไปอีกทางตอนนี้แจวอนออกไปปาร์ตี้กับเพื่อน ฉันไม่ได้จะให้เขาอยู่เป็นเพื่อนยามที่ฉันหม่นใจอยู่แล้
[พาร์ท : พี่คราม]กูนั่งรออย่างอดทนจนกระทั่งได้ยินเสียงเปิดประตู เห็นผู้หญิงที่ชื่อมิวเดินเข้ามาพร้อมกับลูกน้อง สีหน้ามิวที่มองกูเฉยชามาก ทำให้กูรู้สึกแปลกใจกูปัดมือไล่ลูกน้องทางอ้อม มันเดินออกไปโดยไม่ลืมปิดประตูให้เราสบตากัน มิวที่กูหลงเหลืออยู่ในความทรงจำ คือผู้หญิงที่เตือนสติกูก่อนที่กูกับลูกจะโดนทำร้าย มันฝังอยู่ในความทรงจำ เป็นความศรัทธา กูหวังว่าเธอจะเป็นเมียกู แล้วกลับมาหากูกับลูกแต่สายตาที่เฉยชานั่นทำให้กูไม่มั่นใจ“มานี่สิ มิว” กูกระตุกยิ้ม อ้าแขนต้อนรับเธออย่างใจกว้าง ก็แค่อยากสัมผัสร่างที่อวบอิ่มนั่นอีกครั้งมิวมองกู เธอนิ่ง ก่อนที่จะหลบตาไป“อย่าทำแบบนี้เลยนะพี่” เธอพูดขึ้นมา กูชะงัก “มิวทำไม่ได้”“ทำไม” กูถาม รู้สึกไม่สบอารมณ์ขึ้นมาครามครัน“มิวไม่ใช่เมียพี่” เธอเลือกที่จะพูดแบบนั้น กูเบิกตากว้าง ร่างเล็กในชุดเดรสสั้นกุดกำกระเป๋าที่สะพายไว้แน่น “คนที่เป็นเมียพี่จริงๆ ไม่ใช่มิว”“...”“อีกอย่าง มิวเกลียดพี่ โคตรเกลียดเลย” เธอเม้มริมฝีปากแน่น “มิวจะไม่รับผิดชอบเรื่องนี้ ยิ่งถ้ามันเป็นคนที่เคยทำลายมิวอย่างพี่ มิวไม่เอาด้วย”เธอพูดพร้อมกับหันหลังจะเปิดประตูเดินจากไป กูในตอ
“หึงหวง?” ฉันทวนคำที่เขาพูดออกมา ก่อนที่จะยิ้ม “เปล่าเลย”“...”“ก็แค่อยากจะมาคุยกับพี่เรื่องลูก” ฉันพูดแล้วกอดอก ไม่กล้าปิดประตูลงเพราะเดาอารมณ์ครามไม่ถูก ตอนนี้เขาเหมือนไม่ใช่เขาเลย สายตาที่เต็มไปด้วยความโหยหานั้นทำให้ฉันขนลุกซู่“ลูก?” เขาเลิกคิ้ว รอยยิ้มร้ายยังคงประดับอยู่บนใบหน้า ในขณะที่เขาจะเอนตัว ลูบซิกแพคตัวเองอย่างยั่วเย้า “ถ้าหมายถึงเรื่องลูกของเรา กูคิดอยู่แล้วว่ารอมึงมาที่นี่”“...”“เราจะได้มาคุยกัน เรื่องมึงจะเลือกอยู่กับกูกับลูก หรืออยู่กับกู แล้วเอาลูกให้พวกคนใช้ที่บ้านกูดูแลมันไป”“...!”ลูกของเรา? เขาพูดบ้าอะไรออกมานั่นมันไม่ใช่ลูกของฉัน“มึงก็เลือกเอา แต่มึงเป็นเมียกู คงไม่เลือกอย่างอื่นหรอกใช่มั้ย” เขาพูดทั้งๆ ที่สายตามองฉันอย่างต้องการอยู่แบบนั้น มันปนเปไปกับความกดดันหน่อยๆ แล้วตอนนี้ฉันก็นิ่งอึ้งไป รู้สึกสับสนว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขา“พูดอะไร” ฉันพูดออกมาแค่นั้น นิ่งอึ้งไป พูดแบบนี้หมายความว่าไง เมียเขาเพิ่งตายทั้งคนนะ “พี่เป็นอะไรรึเปล่า นี่มันไม่ใช่แล้วนะ...”“ขอโทษนะครับ”ฉันสะดุ้งเมื่ออยู่ๆ ก็ได้ยินเสียงผู้ชายดังอยู่ข้างหลัง พอหันไปมองก็เห็นว่าเป็นใครก็ไม่รู้







