FAZER LOGIN“แจวอน!” ฉันร้องออกมา ไม่คิดว่าครามจะทำได้ขนาดนี้ เหมือนเขากลับไปเป็นครามเมื่อก่อนฉันจะมาเกาหลี คนที่ดีแต่ใช้กำลังคนนั้น
“ถ้าหน้ามันเสียโฉม มึงจะรักมันลงมั้ย”
“คราม!” ฉันเผลอเรียกชื่อที่ปกติเคยเรียกเขา เมื่อครามผละออกจากตัวฉันไปเพื่อจะขึ้นคร่อมแจวอนแล้วทุบซ้ำ ฉันคว้าแขนเขาไว้แน่น พยายามยื้อออกมา “หยุดนะ! เป็นบ้าอะไร”
“มึงถามว่ากูเป็นบ้าอะไร?” เขาหันกลับมามองฉัน หยุดการกระทำได้ตามที่ฉันพูด เดินเข้ามาใกล้ กระชากคางฉันให้เข้ามาใกล้เขา
“...!”
“กูจะให้มึงเลือกนะมิว” เขาฉีกยิ้ม ลูบผมฉันเบาๆ ทั้งที่สีหน้ายังแสดงถึงความโกรธขึ้ง “ระหว่างหน้ามึงกับมันเสียโฉม ถ้ามึงยังจะเลือกมัน หรือจะยอมไปกับกูดีๆ”
ฉันมองเขา ครามที่คาดเดายากเหมือนเมื่อก่อนกลับมา ฉันอาจกล้าที่จะต่อกรกับเขาตอนที่กลับมาที่ไทย แต่ตอนนี้มันไม่ใช่ ฉันรู้สึกว่าครามพร้อมจะทำจริงถ้าเกิดฉันไปคบหากับใครนอกจากเขา
“กลัวเหรอ หลังจากนี้มึงจะได้รู้จักกูมากกว่านี้ ถ้ามึงยังยืนยันจะคบกับมัน” เขาไล้ฝ่ามือลงมาตามพวงแก้มของฉัน ก่อนที่จะเลื่อนใบหน้าเข้ามาจูบปากฉันหนักๆ เพราะยังไงที่นี่การจูบกันในที่สาธารณะก็เป็นเรื่องปกติ
ฉันสบตาเขา แม้จะตกใจที่โดนจูบอย่างอุกอาจ แต่นั่นก็ไม่สามารถทำให้ฉันหยุดความคิดที่ว่าเขากำลังจะเอาคำว่าเสียความทรงจำมาเอาเปรียบฉันได้ ครามตอนนี้ก็ไม่ได้ต่างจากเดิม ต้องการแค่ร่างกายของฉันเท่านั้น ผู้ชายมันก็เหมือนกันไปหมดนั่นล่ะ
“ถ้ามิวยอมพี่ นั่นก็เท่ากับพี่ชนะมิวใช่มั้ย” ฉันโพล่งขึ้นมา เปลี่ยนท่าทางจากการต่อต้านเขาเพื่อเอาตัวรอด “ได้ค่ะ งั้นมิวจะยอมพี่”
เพี้ยะ
“...!” ฉันตบหน้าเขาทันที ตบหน้าไปสุดแรงเหมือนที่เขาทำกับแจวอน ถึงจะไม่แรงเท่า ฉันจะแสดงให้ดูว่าฉันรักแจวอนมากขนาดไหน ถึงแม้จะต้องแลกมาการไล่ล่าจากคราม แต่ฉันจะทำให้เขารู้เอง
ว่าฉันน่ะ
“แต่มิวคงยอมพี่ได้แค่ในนรกเท่านั้น”
จะไม่รักเขาอีกเป็นครั้งที่สอง
ครามที่หน้าหันไปอีกข้างเพราะแรงตบของฉันเบิกตากว้าง เขาเหลียวกลับมามอง ในขณะที่ฉันจะหันหลังไปดูอาการของแจวอนที่กำลังเช็ดเลือดที่มุมปาก ฉันไปพยุงแจวอน และนั่นก็เหมือนยิ่งทำให้ครามโกรธขึ้ง
“แจวอน เป็นอะไรรึเปล่า” ฉันถามร่างสูง แจวอนลุกขึ้นมาพร้อมๆ กับฉัน เขากุมหน้าตัวเองไว้
“เจ็บเป็นบ้าเลย” เขาพูดออกมา สีหน้าเหยเก “ผู้ชายคนนี้เป็นคู่ขาเธอจริงเหรอ ถ้าเป็นแค่นั้นไม่น่าจะโมโหจนตบผมขนาดนี้นะ”
“มิวให้เขาเป็นได้แค่นั้นแหละ” ฉันพูดอย่างเย็นชา ในขณะที่ครามที่ทึ้งหัวตัวเองอยู่คำรามออกมา
“มึงเลือกมันมากกว่ากู!” เขากำหมัดแน่น “มึงท้าทายกูเหรอมิว ที่กูดั้นด้นตามมาที่เกาหลีคงไม่ซึ้งใจมึงเลยใช่มั้ย”
“มันไม่เคยซึ้งใจมิวสักวินาทีต่างหาก” ฉันโพล่งขึ้นมา พยุงแจวอนขึ้น กอดเขาไว้แน่น “มิวกับเขาเป็นผัวเมียกันแล้ว อยู่ห้องด้วยกัน พี่ก็น่าจะรู้ว่าเรื่องของเรามันเป็นอดีตไปแล้ว”
“...”
“สิ่งที่พี่ต้องทำต่อคือหาใหม่ ไม่ใช่มาตบผัวของมิว” ฉันพูดอย่างหนักแน่น สิ่งที่เจอคือครามเบิกตากว้าง ผู้ชายที่เลวร้ายอย่างเขาที่ฉันรู้จัก นั่นคือผู้ชายที่ไม่พร้อมจะหยุดที่ใคร ถ้าได้เอาจนเบื่อ เขาจะทิ้งไปทันทีอย่างไม่ใยดี
ฉันเชื่อว่าถึงจะเสียความทรงจำ แต่ครามก็ยังเป็นเหมือนเดิม ไม่ต่างไปจากเดิมเท่าไหร่นัก ตอนนี้เขาก็คงจะอยากได้ฉันจนตัวสั่น แต่ในที่สุดถ้ารู้ว่าฉันมีผัวแล้ว เขาคงจะไม่แคร์แล้วไปหาผู้หญิงคนอื่นต่อได้
... แต่ดูเหมือนว่าฉันจะประเมินครามไว้ต่ำเกินไป
“งั้นก็เลิกกับมันซะ” เพราะคำต่อไปที่ครามพูดออกมา มันทำให้ฉันเบิกตากว้าง “เลิกกับมันเดี๋ยวนี้”
“...”
“เลิกแล้วมาคบกับกู!!”
[พาร์ท : พี่คราม]
แค่ผู้หญิงร่านๆ คนเดียว
ในหัวกูคิดสารพัดอย่าง แต่กลับไม่พ้นเรื่องของมิว หนียังไงก็หนีเธอไม่พ้น หน้าเธอมันวนเวียนอยู่ในความคิด
ผู้หญิงที่ไปมีผัวใหม่ถึงเกาหลี อยู่กินกันก่อนแต่งงาน ดูก็รู้ว่าคงไม่ได้เป็นคู่ข้าวใหม่ปลามัน คงเอากันจนพรุนไปหมดแล้วสินะ
ผู้หญิงแบบนี้ ทำไมกูถึงอยากได้นัก?
“... เวร” กูสบถออกมา นั่งแดกเหล้าคนเดียวหลังจากกลับมาจากผับที่เพิ่งผละออกจากมิว วันนี้กูยอมปล่อยให้เธอไปกับผัวเกาหลี ให้กลับไปด้วยกัน ให้อยู่ด้วยกัน เอากันทั้งคืนจนสมใจอยาก
ไม่ต้องห่วง
กูส่งคนตามสะกดรอยตามเธอไปแล้ว คืนนี้เธอไม่รอดแน่ เธอจะได้เป็นของกูภายในคืนเดียว
พูม่าจะได้แม่ในเร็วๆ นี้
“แง”
เสียงกระจองอแงของพูม่าทำให้กูผละออกจากเหล้าในมือ เด็กผู้ชายที่ร้องไห้อยู่ในสายตาที่วาววับของกูทุกฝีก้าว กูวางแก้วลงบนโต๊ะอย่างเบามือ ส่งสัญญาณให้แม่เลี้ยงไปอุ้มพูม่ามากอดแนบอก แล้วโอ๋มันซะ
พูม่า
ถ้าลูกโตขึ้นมา ลูกจะต้องมีชีวิตที่ดีกว่าพ่อ
พ่อจะปรนเปรอลูกทุกอย่าง จะไม่ให้ลูกขาดใคร ทั้งพ่อ
... หรือแม่
กูนั่งรออาหารค่ำอย่างสำราญใจ
กูสั่งให้แม่เลี้ยงป้อนนมพูม่าจากเต้าของเธอ นมที่พูม่ากินจะต้องมาจากเต้าสดๆ เท่านั้น ไม่ใช่นมผงเหมือนไอ้พวกชั้นต่ำทั่วไปที่มันไม่มีปัญญาเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เลือกแม่เลี้ยงที่สุขภาพดีที่สุด ที่เพิ่งมีลูกไปหมาดๆ แล้วนมยังไม่หมดจากเต้า
ตั้งแต่รู้ว่ามิวไม่ใช่แม่ของลูก กูก็เตรียมความพร้อมไว้เสมอ
มิวก็แค่คนที่กูอยากได้มาเป็นแม่ของลูกเท่านั้น อะไรก็ตามที่กูคิดว่าเป็นเธอ แม้เธอจะไม่ได้รักกู มีผัวแล้ว หรืออะไรก็ตาม
กูไม่สน กูจะแย่งออกมา
เพราะกูเลือกแล้ว ว่าต้องเป็นเธอ
แกรก
“ขออนุญาตครับนาย” ผมปรายตามองเมื่อลูกน้องเดินเข้ามาพร้อมกับอุ้มร่างของผู้หญิงที่กูต้องการไว้ในอ้อมแขน เธอไม่ได้ถูกมัด ไม่ได้ถูกปิดปาก แต่อ่อนปวกเปียกไปทั้งตัว
แน่สิวะ
ก็ผับนั่นที่เธอไป มันเป็นแหล่งซ่องสุมยาเสพติด ที่เกาหลีมีสิ่งดำมืดมากมายแต่ไม่ได้เปิดเผยให้สาธารณะหรือประเทศอื่นรู้ ภายนอกสร้างภาพที่สวยงาม แต่ก็มีความลับมากมายที่กูรู้มัน อีกอย่างบาร์เทนเดอร์กับดีเจหรือ 2 ใน 3 ของพนักงานในนั้น เป็นคนของพ่อกูทั้งหมด
ยาที่ใส่ในเหล้าเธอ มันเรียกง่ายๆ ได้ว่า
ยาปลุกเซ็กส์
“แจวอน!” ฉันร้องออกมา ไม่คิดว่าครามจะทำได้ขนาดนี้ เหมือนเขากลับไปเป็นครามเมื่อก่อนฉันจะมาเกาหลี คนที่ดีแต่ใช้กำลังคนนั้น“ถ้าหน้ามันเสียโฉม มึงจะรักมันลงมั้ย”“คราม!” ฉันเผลอเรียกชื่อที่ปกติเคยเรียกเขา เมื่อครามผละออกจากตัวฉันไปเพื่อจะขึ้นคร่อมแจวอนแล้วทุบซ้ำ ฉันคว้าแขนเขาไว้แน่น พยายามยื้อออกมา “หยุดนะ! เป็นบ้าอะไร”“มึงถามว่ากูเป็นบ้าอะไร?” เขาหันกลับมามองฉัน หยุดการกระทำได้ตามที่ฉันพูด เดินเข้ามาใกล้ กระชากคางฉันให้เข้ามาใกล้เขา“...!”“กูจะให้มึงเลือกนะมิว” เขาฉีกยิ้ม ลูบผมฉันเบาๆ ทั้งที่สีหน้ายังแสดงถึงความโกรธขึ้ง “ระหว่างหน้ามึงกับมันเสียโฉม ถ้ามึงยังจะเลือกมัน หรือจะยอมไปกับกูดีๆ”ฉันมองเขา ครามที่คาดเดายากเหมือนเมื่อก่อนกลับมา ฉันอาจกล้าที่จะต่อกรกับเขาตอนที่กลับมาที่ไทย แต่ตอนนี้มันไม่ใช่ ฉันรู้สึกว่าครามพร้อมจะทำจริงถ้าเกิดฉันไปคบหากับใครนอกจากเขา“กลัวเหรอ หลังจากนี้มึงจะได้รู้จักกูมากกว่านี้ ถ้ามึงยังยืนยันจะคบกับมัน” เขาไล้ฝ่ามือลงมาตามพวงแก้มของฉัน ก่อนที่จะเลื่อนใบหน้าเข้ามาจูบปากฉันหนักๆ เพราะยังไงที่นี่การจูบกันในที่สาธารณะก็เป็นเรื่องปกติฉันสบตาเขา แม้จะตกใจที่โดนจ
บ้าจริงฉันเดินเข้าไปหาแจวอนทันที ไม่รู้ว่าครามจะมาจริงรึเปล่า แต่คนอย่างเขาถึงเสียความทรงจำ แต่ครามเป็นคนที่พูดจริงทำจริงเสมอฉันคิดว่าฉันจะหลุดพ้นจากเรื่องราวพวกนั้นแล้วนะ เขาก็ตามมาจนได้คำที่ฉันสาดใส่หน้าเขาไปมันไม่มีความหมายเลยรึไงนะ“แจวอน! มิวจะกลับ” ฉันเดินไปพูดกับแจวอนที่ยังสังสรรค์อยู่กับเพื่อนๆ ของเขา ลากแขนเขาออกมาที่มุมอับส่วนตัว รู้สึกหนาวจนต้องห่อไหล่ ลูบไหล่ตัวเองเบาๆมันหนาวสั่นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แค่คิดว่าครามตามหาไอจีฉันเจอได้ แล้วตามมาที่เกาหลีถูกก็หนาวไปทั้งตัวแล้วเขาทำตัวเหมือนฉันตอนกลับไปที่ไทย ตอนที่พยายามจะแก้แค้นเขากับพี่เหมียวไม่รู้ว่าที่เขาทำตอนนี้เป็นการแก้แค้นหรืออะไร แต่ฉันไม่เอาด้วยแน่“นี่ยังไม่ดึกมากเลย เมาแล้วเหรอ”แจวอนถามฉัน แม้ว่าเขาจะดูไม่อ่อนโยนเวลาอยู่กับผู้หญิงที่เจอตามผับ ฉันเคยเห็นแจวอนผลักไสเธอออกไปหลังจากที่พวกเธอตามมาเกาะแกะวุ่นวาย และนั่นเป็นสิ่งที่แจวอนไม่เคยทำกับฉัน“อื้อ เมาแล้ว หัวมันโคลงเคลงไปหมด อยากกลับห้อง” ฉันแสร้งทำเป็นเมา ทำตัวเซไปมาเหมือนจะทรงตัวไม่อยู่ เรื่องมารยาฉันไม่แพ้ใครหรอกนะ“มิว” แจวอนคว้าแขนฉันไว้ให้ฉันทรงตัว
“อันยอง”ฉันเงยหน้าขึ้นจากแก้วค็อกเทลมาสบสายตาเข้ากับผู้ชายเกาหลีท่าทางดูดีคนหนึ่ง เขาท่าทางจะเป็นดีเจที่นี่ คงเป็นช่วงพักของเขา เพราะท่าทางดูดีมากกว่าคนอื่นๆ หรือแม้แต่แจวอน มันทำให้ฉันเผลอมองเขาชั่วครู่ หลังจากที่นั่งสบตากับบาร์เทนเดอร์มาเนิ่นนานเขาส่งยิ้มให้ฉัน ก่อนที่จะนั่งลงข้างๆ“มาคนเดียวเหรอครับ” เขาถามฉันเป็นภาษาเกาหลี ฉันวนแก้วค็อกเทลในมือเบาๆ หัวเราะหวานๆ“อื้อ ค่ะ” ว่าไงดีล่ะ โกหกไปก็ไม่เลวเหมือนกันฉันต้องการจะทดสอบผู้ชายคนนี้“ผมเป็นดีเจที่นี่” เขาฉีกยิ้ม “คุณอยากได้อะไรมั้ย เดี๋ยวผมเลี้ยงเอง”“หืม” ฉันคลี่ยิ้มกลับ “จะดีเหรอ”“ดีสิครับ” เขาพยักหน้า ส่งสายตาให้บาร์เทนเดอร์ราวกับคนรู้ใจ แก้ววิสกี้ถูกเลื่อนมาตรงหน้าเขา ร่างสูงยกขึ้นยื่นมาให้ฉันเพื่อ Cheers กัน “บอกชื่อคุณหน่อยสิครับ ผมยุนโฮ”“มิว...” ยังไม่ทันที่จะพูดอะไร ฉันรู้สึกเหมือนโทรศัพท์บนเคาน์เตอร์บาร์สั่นน้อยๆ พอกดขึ้นมาดู ก็เห็นว่ามีใครบางคนคอมเม้นท์รูปในไอจีเท่านั้นฉันไม่คิดอะไร ก็คงเป็นคอมเม้นท์แทะโลมของพวกผู้ชาย ก็เปิดอ่านแล้วก็ตอบกลับไปตามประสาผู้หญิงอัธยาศัยดีแน่นอนว่าจะเลือกตอบแต่ผู้ชายหน้าตาดีเท่านั้น ไ
จะบอกว่าตั้งแต่มาที่เกาหลี ชีวิตของฉันก็คงที่ดีแต่เพราะผลจากงานศพพี่เหมียวทำให้ฉันหว่านเสน่ห์ใส่ใครไม่ได้เลยเป็นเดือน เพื่อนๆ แจวอนชวนไปผับฉันก็อิดออด เอาแต่นอนเล่นโทรศัพท์อยู่ในห้อง เปิด Kakao กับส่องไอจีไปเรื่อยมีบางครั้งที่ฉันเข้าไปส่องในไอจีพี่เหมียว รูปสุดท้ายที่เธอลงคือรูปเมื่อสองเดือนที่แล้ว วันที่เธอยังอยู่ เธอลงว่าไปเที่ยวกับเพื่อน... โดยไร้ครามไม่แปลกที่ชีวิตคู่ของพวกเขาจะขาดวิ่นแบบนั้นฉันแอบถอนหายใจ หลังจากกลับมาที่เกาหลีจิตใจที่เคยแข็งแกร่งและมั่นคงของฉันก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ตอนนี้ฉันทั้งรู้สึกหม่นๆ ในใจ ทั้งรู้สึกไม่อยากทำอะไรนอกจากนอนโง่ๆ ตีขาอยู่บนเตียง แล้วก็เล่นโทรศัพท์แม้แต่ถ่ายรูปลงไอจีฉันยังไม่ทำเลยไอจีฉันน่ะ ตอนนี้เป็นแหล่งรวมพวกหื่นๆ ลามกๆ พวกที่ชอบติดตามสาวหน้าตาน่ารักๆ หรือไม่ก็พวกผู้หญิงที่ต้องการจะเป็นแบบฉัน ต้องการศัลยกรรมหน้าให้เหมือนกับฉันไว้วิจารณ์รูปร่างหน้าตาว่าจมูกทรงนี้ไปผ่านหมอที่ไหนมาฉันเบ้หน้าใส่โทรศัพท์ ก่อนที่จะโยนทิ้งไปข้างๆ ตัวแล้วพลิกตัวกลับไปอีกทางตอนนี้แจวอนออกไปปาร์ตี้กับเพื่อน ฉันไม่ได้จะให้เขาอยู่เป็นเพื่อนยามที่ฉันหม่นใจอยู่แล้
[พาร์ท : พี่คราม]กูนั่งรออย่างอดทนจนกระทั่งได้ยินเสียงเปิดประตู เห็นผู้หญิงที่ชื่อมิวเดินเข้ามาพร้อมกับลูกน้อง สีหน้ามิวที่มองกูเฉยชามาก ทำให้กูรู้สึกแปลกใจกูปัดมือไล่ลูกน้องทางอ้อม มันเดินออกไปโดยไม่ลืมปิดประตูให้เราสบตากัน มิวที่กูหลงเหลืออยู่ในความทรงจำ คือผู้หญิงที่เตือนสติกูก่อนที่กูกับลูกจะโดนทำร้าย มันฝังอยู่ในความทรงจำ เป็นความศรัทธา กูหวังว่าเธอจะเป็นเมียกู แล้วกลับมาหากูกับลูกแต่สายตาที่เฉยชานั่นทำให้กูไม่มั่นใจ“มานี่สิ มิว” กูกระตุกยิ้ม อ้าแขนต้อนรับเธออย่างใจกว้าง ก็แค่อยากสัมผัสร่างที่อวบอิ่มนั่นอีกครั้งมิวมองกู เธอนิ่ง ก่อนที่จะหลบตาไป“อย่าทำแบบนี้เลยนะพี่” เธอพูดขึ้นมา กูชะงัก “มิวทำไม่ได้”“ทำไม” กูถาม รู้สึกไม่สบอารมณ์ขึ้นมาครามครัน“มิวไม่ใช่เมียพี่” เธอเลือกที่จะพูดแบบนั้น กูเบิกตากว้าง ร่างเล็กในชุดเดรสสั้นกุดกำกระเป๋าที่สะพายไว้แน่น “คนที่เป็นเมียพี่จริงๆ ไม่ใช่มิว”“...”“อีกอย่าง มิวเกลียดพี่ โคตรเกลียดเลย” เธอเม้มริมฝีปากแน่น “มิวจะไม่รับผิดชอบเรื่องนี้ ยิ่งถ้ามันเป็นคนที่เคยทำลายมิวอย่างพี่ มิวไม่เอาด้วย”เธอพูดพร้อมกับหันหลังจะเปิดประตูเดินจากไป กูในตอ
“หึงหวง?” ฉันทวนคำที่เขาพูดออกมา ก่อนที่จะยิ้ม “เปล่าเลย”“...”“ก็แค่อยากจะมาคุยกับพี่เรื่องลูก” ฉันพูดแล้วกอดอก ไม่กล้าปิดประตูลงเพราะเดาอารมณ์ครามไม่ถูก ตอนนี้เขาเหมือนไม่ใช่เขาเลย สายตาที่เต็มไปด้วยความโหยหานั้นทำให้ฉันขนลุกซู่“ลูก?” เขาเลิกคิ้ว รอยยิ้มร้ายยังคงประดับอยู่บนใบหน้า ในขณะที่เขาจะเอนตัว ลูบซิกแพคตัวเองอย่างยั่วเย้า “ถ้าหมายถึงเรื่องลูกของเรา กูคิดอยู่แล้วว่ารอมึงมาที่นี่”“...”“เราจะได้มาคุยกัน เรื่องมึงจะเลือกอยู่กับกูกับลูก หรืออยู่กับกู แล้วเอาลูกให้พวกคนใช้ที่บ้านกูดูแลมันไป”“...!”ลูกของเรา? เขาพูดบ้าอะไรออกมานั่นมันไม่ใช่ลูกของฉัน“มึงก็เลือกเอา แต่มึงเป็นเมียกู คงไม่เลือกอย่างอื่นหรอกใช่มั้ย” เขาพูดทั้งๆ ที่สายตามองฉันอย่างต้องการอยู่แบบนั้น มันปนเปไปกับความกดดันหน่อยๆ แล้วตอนนี้ฉันก็นิ่งอึ้งไป รู้สึกสับสนว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขา“พูดอะไร” ฉันพูดออกมาแค่นั้น นิ่งอึ้งไป พูดแบบนี้หมายความว่าไง เมียเขาเพิ่งตายทั้งคนนะ “พี่เป็นอะไรรึเปล่า นี่มันไม่ใช่แล้วนะ...”“ขอโทษนะครับ”ฉันสะดุ้งเมื่ออยู่ๆ ก็ได้ยินเสียงผู้ชายดังอยู่ข้างหลัง พอหันไปมองก็เห็นว่าเป็นใครก็ไม่รู้







