เข้าสู่ระบบฉันอิจฉาพี่ตัวเอง ที่ได้รับความรักสุดเรียลจากคนเลวๆ แบบครามไป
ฉันไม่ได้รักคราม แต่ยอมรับว่าฉันอยากเอาชนะ
ฉันจะทำให้เขารักฉันได้มากกว่า
“งั้น...” ฉันกัดริมฝีปาก การเอาร่างกายเข้าแลกกับคนอย่างครามก็ไม่เลวเท่าไหร่นัก “การที่พี่จะได้มีอะไรกับมิวคงยากแล้วล่ะ”
“มึงทำได้ ทำไมกูถึงทำไม่ได้?” ครามถามเสียงหนักแน่น มองฉันที่ผละมือจากเขา “มึงก็มีอีเวย์อยู่ในขณะที่จะคบกับกูเหมือนกัน”
“นั่นเพราะทุกคนเป็นตัวเลือกของมิวได้ แต่มิวจะไม่เป็นตัวเลือกของใคร” ฉันสวนกลับไป ยกแก้วที่ว่างเปล่าของเขาขึ้นมา ทำท่า Cheers
“...”
“เอาใบหย่ามาให้มิว ถ้าพี่อยากได้มิวเป็นเมีย”
พี่เวย์กลับมาในยี่สิบนาทีต่อมา ฉันกับครามผละออกจากกันก่อนหน้านั้นแล้ว อย่างที่ฉันบอกว่า ถ้าเขาเอาใบหย่ามาไม่ได้ ก็อย่าหวังจะได้แตะถึงความสาวของฉัน
เรานั่งดริ๊งก์กัน ฉันฟังพี่เวย์คุยกับครามอย่างออกรส ในการสนทนาจะมีชื่อของพี่เหมียวร่วมวงด้วยเสมอ ราวกับพี่เวย์จะตอกย้ำเขากลายๆ ว่าเขามีเมียอยู่แล้ว
พี่เวย์นี่ก็หวงของเก่งไม่ใช่เล่น
ครามเหลือบมองฉันตลอดเวลาที่คุยกับพี่เวย์ สายตาของเขาใครๆ ก็มองออก มองแล้วหนาวไปทั้งตัว เพราะเหมือนกับจะโดนเปลื้องชุดด้วยสายตา
อยากได้ฉันจริงๆ สินะ อืมมม
หาวิธียังไงดีนะให้เขาเอาใบหย่ามาให้ฉันได้เร็วๆ
ฉันนั่งดื่มเงียบๆ ทนให้สายตาของครามโลมเลียร่างกาย จนรู้สึกว่าอยากเข้าห้องน้ำ
“พี่เวย์ เดี๋ยวมิวไปเข้าห้องน้ำแปปนะ” ฉันพูดกับร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อยืดสีดำสกรีนลายร็อคเท่ๆ พี่เวย์กำลังจะยกแก้วขึ้นดื่มพอดี เธอพยักหน้าให้ฉันด้วยรอยยิ้ม
ฉันเลยฝากรอยร้าวไว้ให้ครามเจ็บใจเล่นด้วยการหอมแก้มพี่เวย์จนเธอตาโตเบาๆ แล้วเดินผ่านครามไปอย่างไม่ใยดี
ถึงจะไม่ได้มอง แต่ก็รู้ว่าสายตาเขาสแกนหาความคิดของฉันอยู่
อยากรู้เหรอว่าฉันคิดอะไร
ง่ายๆ เลย แหกอกฉันออกสิ
ฉันไปเข้าห้องน้ำที่ชั้นสอง แอบครามมาเพื่อมาสำรวจดูบ้านของเขา
ฉันกำลังคิดว่า เขาให้ฉันกับพี่เวย์มาที่นี่ได้ แล้วลูกของเขาล่ะ? เท่าที่ฟังเขาคุยเมื่อกี้รู้สึกว่าพี่เหมียวจะออกไปข้างนอก
อ้อ ลืมไป นั่นไม่ใช่ลูกของเขานี่เนอะ
ฉันลืมบอกไปใช่มั้ย ตอนที่ฉันคิดว่าเขามีลูกกับพี่เหมียวตอนนั้นน่ะ กว่าจะผ่านมาได้มันยากมากเลยนะ แต่กลับต้องมารับรู้ว่านี่มันไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของเขาแบบนั้น
ก็แอบยิ้มออกมาเลย
ฉันไม่รู้จะยิ้มทำไม แต่ตีความไปเองว่าเป็นเพราะฉันสะใจที่เขาต้องมารับผิดชอบเด็กที่พี่เหมียวแรดไปนอนด้วยโดยที่ไม่ใช่ลูกที่เขาสร้างขึ้นมา
เอาเป็นว่า เด็กคนนั้นก็น่าสงสารนะ
คิก
ฉันยืนอยู่หน้าห้องน้ำ กำลังชั่งใจคิดว่าจะโทรหาพี่เหมียวให้เธอร้อนรนเล่นๆ ดีมั้ย ร้อนรนชนิดที่ว่าต้องกลับมาดูผัวตัวเอง แล้วฉันก็จะให้พี่เวย์ออกไปก่อน แล้วทำทีว่าจะคุยธุระกับครามต่อ
หรือไม่ก็ บอกพ่อกับแม่ซะเลยว่าลูกที่เธอมีอยู่กับครามไม่ได้เป็นลูกจริงๆ ของเขา
แต่แบบนั้นมันก็ดูเหมือนฉันรักคราม และจงใจจะแย่งเขากลับมาน่ะสิ
“ฮึ ไม่มีวันซะหรอก” ฉันพ่นคำออกมาอย่างเบื่อหน่าย ลดมือถือลงไปใส่กระเป๋ากางเกงขาสั้นตามเดิม
ฉันไม่ได้รักคราม ไม่ได้มีเยื่อใยอะไร
การจะแย่งครามกลับมาแล้วเขี่ยทิ้งมันต้องดูมีชั้นเชิงกว่านั้น มันจะต้องดูเหมือนเขาอยากเข้ามาหาฉันเอง โดยที่ฉันไม่ได้ยั่ว ถึงจริงๆ จะมีส่วนบ้าง
“แงๆ”
แต่อยู่ดีๆ ฉันก็ชะงักไปเมื่อได้ยินเสียงเหมือนเด็กร้องไห้อยู่ที่ห้องๆ หนึ่ง ฉันเหลือบมอง ก่อนที่จะมองลอดผ่านบันไดลงไป เห็นว่าไม่มีวี่แววของใครที่จะเดินผ่านมาทางนี้
เพราะงั้นฉันถึงค่อยๆ เดินไปตามเสียง เปิดประตูที่เป็นต้นตอของเสียงนั้นออก
แล้วฉันก็เห็นห้องๆ นึง ที่ดูเหมือนจะเป็นห้องของเด็กโดยเฉพาะ กลางห้องมีเปลอยู่ ฉันรู้สึกแปลกๆ พอเดินใกล้เข้าไป แล้วก็เห็นร่างของเด็กน้อยที่นอนกระจองอแงอยู่ในเปล
ใบหน้าของเด็กที่ดูไม่ออกว่าจะคล้ายกับใคร ครามเหรอ ถึงจะดูเหมือนพี่เหมียวมาก แต่ก็มีดวงตาคล้ายคราม
แต่นั่นไม่ใช่ลูกของเขา ถูกมั้ย?
ฉันวางมือลงบนขอบเปลอย่างลืมตัว มองเด็กทารกที่นอนร้องไห้ ภาพนั้นสะเทือนใจมาก
ครามให้ฉันกับพี่เวย์มาที่นี่โดยไม่คิดที่จะสนใจลูกของเขาเลย
แปลว่าเขาก็ไม่ได้รักเด็กคนนี้เลยสิ
ฉันเผลอนึกไป นึกไปถึงช่วงที่เรายังคบกันตอนนั้น โชคดีที่ทุกครั้งที่มีอะไรกัน ครามจะป้องกันเสมอ ราวกับเขาเองก็ไม่ได้อยากจะมีลูกกับฉันด้วย หรือคิดในแง่ดีก็เพราะฉันยังอายุน้อยเกินไป
ฉันเผลอคิดไปว่า ถ้าตอนนั้นฉันท้อง แน่นอนว่ามันไม่พร้อมแน่... ครามจะปฏิบัติตัวยังไงกับฉันและลูก
พอนึกถึงก็ได้แต่ปวดหัว
คนเลวๆ แบบนี้ก็ชัดเจนอยู่ เขาคงไม่ใยดีฉันกับลูกอยู่แล้ว
ฉันมองเด็กที่นอนร้องไห้อย่างเงียบเชียบ ก่อนที่จะอุ้มเด็กน้อยขึ้นมากอดไว้ ปลอบประโลมราวกับเป็นลูกของฉันเอง
น้องหยุดร้อง แต่ขย้ำหน้าอกฉันไม่หยุด ราวกับว่าเค้าหิวนม
ฉันมองเด็กน้อยนิ่ง กดจูบหน้าผากเล็กอย่างไม่รังเกียจว่าจะเป็นลูกของคนที่ฉันเกลียด ถึงฉันจะเปลี่ยนไป ร้ายแรงขึ้นบ้าง แต่ฉันก็รู้ว่าเด็กน้อยไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เลย
ฉันจะไม่ทำตัวต่ำๆ แบบสองผัวเมียนั่นเด็ดขาด
“แจวอน!” ฉันร้องออกมา ไม่คิดว่าครามจะทำได้ขนาดนี้ เหมือนเขากลับไปเป็นครามเมื่อก่อนฉันจะมาเกาหลี คนที่ดีแต่ใช้กำลังคนนั้น“ถ้าหน้ามันเสียโฉม มึงจะรักมันลงมั้ย”“คราม!” ฉันเผลอเรียกชื่อที่ปกติเคยเรียกเขา เมื่อครามผละออกจากตัวฉันไปเพื่อจะขึ้นคร่อมแจวอนแล้วทุบซ้ำ ฉันคว้าแขนเขาไว้แน่น พยายามยื้อออกมา “หยุดนะ! เป็นบ้าอะไร”“มึงถามว่ากูเป็นบ้าอะไร?” เขาหันกลับมามองฉัน หยุดการกระทำได้ตามที่ฉันพูด เดินเข้ามาใกล้ กระชากคางฉันให้เข้ามาใกล้เขา“...!”“กูจะให้มึงเลือกนะมิว” เขาฉีกยิ้ม ลูบผมฉันเบาๆ ทั้งที่สีหน้ายังแสดงถึงความโกรธขึ้ง “ระหว่างหน้ามึงกับมันเสียโฉม ถ้ามึงยังจะเลือกมัน หรือจะยอมไปกับกูดีๆ”ฉันมองเขา ครามที่คาดเดายากเหมือนเมื่อก่อนกลับมา ฉันอาจกล้าที่จะต่อกรกับเขาตอนที่กลับมาที่ไทย แต่ตอนนี้มันไม่ใช่ ฉันรู้สึกว่าครามพร้อมจะทำจริงถ้าเกิดฉันไปคบหากับใครนอกจากเขา“กลัวเหรอ หลังจากนี้มึงจะได้รู้จักกูมากกว่านี้ ถ้ามึงยังยืนยันจะคบกับมัน” เขาไล้ฝ่ามือลงมาตามพวงแก้มของฉัน ก่อนที่จะเลื่อนใบหน้าเข้ามาจูบปากฉันหนักๆ เพราะยังไงที่นี่การจูบกันในที่สาธารณะก็เป็นเรื่องปกติฉันสบตาเขา แม้จะตกใจที่โดนจ
บ้าจริงฉันเดินเข้าไปหาแจวอนทันที ไม่รู้ว่าครามจะมาจริงรึเปล่า แต่คนอย่างเขาถึงเสียความทรงจำ แต่ครามเป็นคนที่พูดจริงทำจริงเสมอฉันคิดว่าฉันจะหลุดพ้นจากเรื่องราวพวกนั้นแล้วนะ เขาก็ตามมาจนได้คำที่ฉันสาดใส่หน้าเขาไปมันไม่มีความหมายเลยรึไงนะ“แจวอน! มิวจะกลับ” ฉันเดินไปพูดกับแจวอนที่ยังสังสรรค์อยู่กับเพื่อนๆ ของเขา ลากแขนเขาออกมาที่มุมอับส่วนตัว รู้สึกหนาวจนต้องห่อไหล่ ลูบไหล่ตัวเองเบาๆมันหนาวสั่นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แค่คิดว่าครามตามหาไอจีฉันเจอได้ แล้วตามมาที่เกาหลีถูกก็หนาวไปทั้งตัวแล้วเขาทำตัวเหมือนฉันตอนกลับไปที่ไทย ตอนที่พยายามจะแก้แค้นเขากับพี่เหมียวไม่รู้ว่าที่เขาทำตอนนี้เป็นการแก้แค้นหรืออะไร แต่ฉันไม่เอาด้วยแน่“นี่ยังไม่ดึกมากเลย เมาแล้วเหรอ”แจวอนถามฉัน แม้ว่าเขาจะดูไม่อ่อนโยนเวลาอยู่กับผู้หญิงที่เจอตามผับ ฉันเคยเห็นแจวอนผลักไสเธอออกไปหลังจากที่พวกเธอตามมาเกาะแกะวุ่นวาย และนั่นเป็นสิ่งที่แจวอนไม่เคยทำกับฉัน“อื้อ เมาแล้ว หัวมันโคลงเคลงไปหมด อยากกลับห้อง” ฉันแสร้งทำเป็นเมา ทำตัวเซไปมาเหมือนจะทรงตัวไม่อยู่ เรื่องมารยาฉันไม่แพ้ใครหรอกนะ“มิว” แจวอนคว้าแขนฉันไว้ให้ฉันทรงตัว
“อันยอง”ฉันเงยหน้าขึ้นจากแก้วค็อกเทลมาสบสายตาเข้ากับผู้ชายเกาหลีท่าทางดูดีคนหนึ่ง เขาท่าทางจะเป็นดีเจที่นี่ คงเป็นช่วงพักของเขา เพราะท่าทางดูดีมากกว่าคนอื่นๆ หรือแม้แต่แจวอน มันทำให้ฉันเผลอมองเขาชั่วครู่ หลังจากที่นั่งสบตากับบาร์เทนเดอร์มาเนิ่นนานเขาส่งยิ้มให้ฉัน ก่อนที่จะนั่งลงข้างๆ“มาคนเดียวเหรอครับ” เขาถามฉันเป็นภาษาเกาหลี ฉันวนแก้วค็อกเทลในมือเบาๆ หัวเราะหวานๆ“อื้อ ค่ะ” ว่าไงดีล่ะ โกหกไปก็ไม่เลวเหมือนกันฉันต้องการจะทดสอบผู้ชายคนนี้“ผมเป็นดีเจที่นี่” เขาฉีกยิ้ม “คุณอยากได้อะไรมั้ย เดี๋ยวผมเลี้ยงเอง”“หืม” ฉันคลี่ยิ้มกลับ “จะดีเหรอ”“ดีสิครับ” เขาพยักหน้า ส่งสายตาให้บาร์เทนเดอร์ราวกับคนรู้ใจ แก้ววิสกี้ถูกเลื่อนมาตรงหน้าเขา ร่างสูงยกขึ้นยื่นมาให้ฉันเพื่อ Cheers กัน “บอกชื่อคุณหน่อยสิครับ ผมยุนโฮ”“มิว...” ยังไม่ทันที่จะพูดอะไร ฉันรู้สึกเหมือนโทรศัพท์บนเคาน์เตอร์บาร์สั่นน้อยๆ พอกดขึ้นมาดู ก็เห็นว่ามีใครบางคนคอมเม้นท์รูปในไอจีเท่านั้นฉันไม่คิดอะไร ก็คงเป็นคอมเม้นท์แทะโลมของพวกผู้ชาย ก็เปิดอ่านแล้วก็ตอบกลับไปตามประสาผู้หญิงอัธยาศัยดีแน่นอนว่าจะเลือกตอบแต่ผู้ชายหน้าตาดีเท่านั้น ไ
จะบอกว่าตั้งแต่มาที่เกาหลี ชีวิตของฉันก็คงที่ดีแต่เพราะผลจากงานศพพี่เหมียวทำให้ฉันหว่านเสน่ห์ใส่ใครไม่ได้เลยเป็นเดือน เพื่อนๆ แจวอนชวนไปผับฉันก็อิดออด เอาแต่นอนเล่นโทรศัพท์อยู่ในห้อง เปิด Kakao กับส่องไอจีไปเรื่อยมีบางครั้งที่ฉันเข้าไปส่องในไอจีพี่เหมียว รูปสุดท้ายที่เธอลงคือรูปเมื่อสองเดือนที่แล้ว วันที่เธอยังอยู่ เธอลงว่าไปเที่ยวกับเพื่อน... โดยไร้ครามไม่แปลกที่ชีวิตคู่ของพวกเขาจะขาดวิ่นแบบนั้นฉันแอบถอนหายใจ หลังจากกลับมาที่เกาหลีจิตใจที่เคยแข็งแกร่งและมั่นคงของฉันก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ตอนนี้ฉันทั้งรู้สึกหม่นๆ ในใจ ทั้งรู้สึกไม่อยากทำอะไรนอกจากนอนโง่ๆ ตีขาอยู่บนเตียง แล้วก็เล่นโทรศัพท์แม้แต่ถ่ายรูปลงไอจีฉันยังไม่ทำเลยไอจีฉันน่ะ ตอนนี้เป็นแหล่งรวมพวกหื่นๆ ลามกๆ พวกที่ชอบติดตามสาวหน้าตาน่ารักๆ หรือไม่ก็พวกผู้หญิงที่ต้องการจะเป็นแบบฉัน ต้องการศัลยกรรมหน้าให้เหมือนกับฉันไว้วิจารณ์รูปร่างหน้าตาว่าจมูกทรงนี้ไปผ่านหมอที่ไหนมาฉันเบ้หน้าใส่โทรศัพท์ ก่อนที่จะโยนทิ้งไปข้างๆ ตัวแล้วพลิกตัวกลับไปอีกทางตอนนี้แจวอนออกไปปาร์ตี้กับเพื่อน ฉันไม่ได้จะให้เขาอยู่เป็นเพื่อนยามที่ฉันหม่นใจอยู่แล้
[พาร์ท : พี่คราม]กูนั่งรออย่างอดทนจนกระทั่งได้ยินเสียงเปิดประตู เห็นผู้หญิงที่ชื่อมิวเดินเข้ามาพร้อมกับลูกน้อง สีหน้ามิวที่มองกูเฉยชามาก ทำให้กูรู้สึกแปลกใจกูปัดมือไล่ลูกน้องทางอ้อม มันเดินออกไปโดยไม่ลืมปิดประตูให้เราสบตากัน มิวที่กูหลงเหลืออยู่ในความทรงจำ คือผู้หญิงที่เตือนสติกูก่อนที่กูกับลูกจะโดนทำร้าย มันฝังอยู่ในความทรงจำ เป็นความศรัทธา กูหวังว่าเธอจะเป็นเมียกู แล้วกลับมาหากูกับลูกแต่สายตาที่เฉยชานั่นทำให้กูไม่มั่นใจ“มานี่สิ มิว” กูกระตุกยิ้ม อ้าแขนต้อนรับเธออย่างใจกว้าง ก็แค่อยากสัมผัสร่างที่อวบอิ่มนั่นอีกครั้งมิวมองกู เธอนิ่ง ก่อนที่จะหลบตาไป“อย่าทำแบบนี้เลยนะพี่” เธอพูดขึ้นมา กูชะงัก “มิวทำไม่ได้”“ทำไม” กูถาม รู้สึกไม่สบอารมณ์ขึ้นมาครามครัน“มิวไม่ใช่เมียพี่” เธอเลือกที่จะพูดแบบนั้น กูเบิกตากว้าง ร่างเล็กในชุดเดรสสั้นกุดกำกระเป๋าที่สะพายไว้แน่น “คนที่เป็นเมียพี่จริงๆ ไม่ใช่มิว”“...”“อีกอย่าง มิวเกลียดพี่ โคตรเกลียดเลย” เธอเม้มริมฝีปากแน่น “มิวจะไม่รับผิดชอบเรื่องนี้ ยิ่งถ้ามันเป็นคนที่เคยทำลายมิวอย่างพี่ มิวไม่เอาด้วย”เธอพูดพร้อมกับหันหลังจะเปิดประตูเดินจากไป กูในตอ
“หึงหวง?” ฉันทวนคำที่เขาพูดออกมา ก่อนที่จะยิ้ม “เปล่าเลย”“...”“ก็แค่อยากจะมาคุยกับพี่เรื่องลูก” ฉันพูดแล้วกอดอก ไม่กล้าปิดประตูลงเพราะเดาอารมณ์ครามไม่ถูก ตอนนี้เขาเหมือนไม่ใช่เขาเลย สายตาที่เต็มไปด้วยความโหยหานั้นทำให้ฉันขนลุกซู่“ลูก?” เขาเลิกคิ้ว รอยยิ้มร้ายยังคงประดับอยู่บนใบหน้า ในขณะที่เขาจะเอนตัว ลูบซิกแพคตัวเองอย่างยั่วเย้า “ถ้าหมายถึงเรื่องลูกของเรา กูคิดอยู่แล้วว่ารอมึงมาที่นี่”“...”“เราจะได้มาคุยกัน เรื่องมึงจะเลือกอยู่กับกูกับลูก หรืออยู่กับกู แล้วเอาลูกให้พวกคนใช้ที่บ้านกูดูแลมันไป”“...!”ลูกของเรา? เขาพูดบ้าอะไรออกมานั่นมันไม่ใช่ลูกของฉัน“มึงก็เลือกเอา แต่มึงเป็นเมียกู คงไม่เลือกอย่างอื่นหรอกใช่มั้ย” เขาพูดทั้งๆ ที่สายตามองฉันอย่างต้องการอยู่แบบนั้น มันปนเปไปกับความกดดันหน่อยๆ แล้วตอนนี้ฉันก็นิ่งอึ้งไป รู้สึกสับสนว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขา“พูดอะไร” ฉันพูดออกมาแค่นั้น นิ่งอึ้งไป พูดแบบนี้หมายความว่าไง เมียเขาเพิ่งตายทั้งคนนะ “พี่เป็นอะไรรึเปล่า นี่มันไม่ใช่แล้วนะ...”“ขอโทษนะครับ”ฉันสะดุ้งเมื่ออยู่ๆ ก็ได้ยินเสียงผู้ชายดังอยู่ข้างหลัง พอหันไปมองก็เห็นว่าเป็นใครก็ไม่รู้







