Share

บทที่ 8 ซุ่มสังหาร

last update publish date: 2026-06-24 15:41:53

ไป๋ซือเหมี่ยวค่อนข้างตื่นเต้นไม่น้อย นับว่านานมากแล้วที่นางไม่ได้ไปไหว้พระบนเขาด้วยเพราะต้องดูแลพี่ชายที่ป่วย และนางก็ไม่มีเงินที่ใช้ในการเดินทางไปไหนมาไหน ทำให้ไม่ได้ออกไปเปิดหูเปิดตาเพื่อดูโลกภายนอกมากเท่าใดนัก

หญิงสาวเปิดผ้าม่านรถม้าออกเพื่อมองดูบรรยากาศโดยรอบ ก่อนจะพบว่าทิวทัศน์ข้างทางนั้นงดงามเป็นอย่างยิ่ง หลี่เฟยหลงเพียงจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าเล็กน้อย และไม่ได้เอ่ยอันใดทั้งสิ้น

ตัวเขาเองก็ไม่ได้ออกจากวังหลวงมาร่วมหลายเดือนแล้วเช่นเดียวกัน ตั้งแต่ขึ้นครองราชย์ก็มีงานราชกิจมากมายที่ต้องสะสางไม่จบไม่สิ้น เขาแทบไม่มีเวลาได้พักจึงไม่ได้ออกไปที่ใดอีกเลยนับแต่นั้น

ใช้เวลาเดินทางไม่นานก็มาถึงวัดบนเขาเสียที หลี่เฟยหลงจำได้ว่าวัดบนเขาแห่งนี้เป็นสถานที่เดียวกันกับที่จวงไท่เฟยเดินทางมาขอพรและกราบไหว้เพื่อระลึกถึงเสด็จพ่อของเขา เมื่อมาถึงก็ได้ทราบว่ายามนี้จวงไท่เฟยกำลังสวดมนต์อยู่ในอาราม รอบด้านมีเหล่าทหารเฝ้าอารักขาอยู่เต็มไปหมด เพราะเขาแต่งกายปิดบังสถานะ ทหารเหล่านั้นจึงจำเขาไม่ได้และไม่ได้ใส่ใจเขามากเท่าใดนัก

ในวัดแห่งนี้มีอารามด้วยกันสองอาราม เขาจึงเลือกพาไป๋ซือเหมี่ยวไปยังอีกอารามหนึ่งที่อยู่ใกล้กัน เพราะไม่อยากเข้าไปรบกวนจวงไท่เฟย และเขาก็ไม่อยากให้นางรู้ว่าเขาออกจากวังหลวงมาไหว้พระขอพร นับตั้งแต่ฝันเห็นเรื่องราวต่างๆ ในครานั้น เขาก็รู้สึกว่าตนเองเริ่มระแวดระวังผู้คนมากขึ้นกว่าแต่ก่อน

ไป๋ซือเหมี่ยวเดินตามหลี่เฟยหลงเข้าไปด้านในอาราม ก่อนจะกราบไหว้ขอพรอย่างสงบ นางไม่ได้ขออันใดมากมาย เพียงขอให้ท่านพ่อและพี่ชายของนางปลอดภัย และท่านแม่ของนางมีความสุข ไม่เพียงเท่านั้นนางยังขอให้อาเฟยและฝ่าบาทที่เมตตากับนางมีแต่ความสุขเช่นเดียวกัน นางถึงกับคิดว่าหากวันหน้าได้ออกจากวังหลวง ด้วยฐานะนางกำนัลรับใช้ของฝ่าบาท นางย่อมต้องได้แต่งงานกับคนที่มีฐานะดีสักคนอย่างแน่นอน หรือหากไม่มีผู้ใดอยากแต่งงานด้วย เช่นนั้นนางก็จะเปิดร้านสำนักคุ้มภัยเล็กๆ เพื่อหาเงินเลี้ยงชีพ เพราะอย่างไรเสียนางก็มีวรยุทธ์ติดตัวอยู่บ้าง

หลี่เฟยหลงเพียงขอพรให้พระบิดาเดินทางไปยังปรโลกอย่างสงบสุข และขอให้ฉินไทเฮาและหลี่ซู่เหมยมีความสุข แว่นแคว้นปลอดภัยไร้สงคราม

“เจ้าอธิษฐานขอสิ่งใดหรือ?”

เขาหันมาเอ่ยถามไป๋ซือเหมี่ยว หญิงสาวหันมายิ้มให้เขา เผยให้เห็นแววตาที่เปล่งประกายอย่างชัดเจน ยามนางยิ้มช่างงดงามเกินคำบรรยาย

“ขอให้ครอบครัวของข้าแคล้วคลาดปลอดภัย และขอให้ฝ่าบาทกับท่านมีแต่ความสุขไร้ทุกข์ไร้กังวล”

หลี่เฟยหลงที่ได้ฟังก็รู้สึกอุ่นซ่านในใจขึ้นมาอย่างแปลกประหลาด ก่อนจะยิ้มออกมาเล็กน้อย หลังจากกราบไหว้ขอพรเสร็จเรียบร้อยแล้ว คนทั้งสองก็เดินเล่นรับลมต่ออีกครู่หนึ่ง จนกระทั่งล่วงเลยมาจนถึงช่วงบ่ายคล้อย หลี่เฟยหลงก็พาไป๋ซือเหมี่ยวเดินทางกลับวังหลวงทันที

ระหว่างทางพวกเขาไม่ได้เร่งรีบเดินทางเท่าใดนัก เฉินม่อที่ลอบติดตามมาอย่างเงียบๆ กำลังควบม้าตามรถม้าของเจ้านายอยู่ด้านหลัง ในใจของเขารู้สึกซับซ้อนเล็กน้อยแต่กลับไม่ได้คิดอันใดมากนัก

อยู่ๆ เขาก็รู้สึกว่าบรรยากาศรอบด้านพลันเปลี่ยนไปอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ทุกสรรพสิ่งเงียบสงัด ไม่มีแม้กระทั่งรถม้าของผู้คนที่มากราบไหว้ขอพรสวนมาเลยแม้แต่คันเดียว ชายหนุ่มกวาดสายตามองไปรอบกายก่อนจะส่งสัญญาณให้บรรดาทหารองครักษ์ที่ร่วมติดตามมาด้วยระแวดระวังตนให้มากยิ่งขึ้น

หลี่เฟยหลงที่นั่งอยู่ในรถม้าก็สัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่ผิดปกตินี้เช่นเดียวกัน ดวงตาของชายหนุ่มฉายแววเย็นเยียบ เมื่อเขาหันไปมองไป๋ซือเหมี่ยวก็พบว่าหญิงสาวกำลังขมวดคิ้วมุ่นไม่ต่างกัน

“เหตุใดบรรยากาศจึงดูแปลกไปเช่นนี้กันนะ?”

แม้แต่ไป๋ซือเหมี่ยวที่เป็นสตรียังรู้สึกได้ถึงความผิดปกตินี้ หลี่เฟยหลงจึงเริ่มแน่ใจแล้วว่ากำลังจะมีบางอย่างเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

อยู่ๆ ก็มีเสียงอาวุธพุ่งตรงมายังทิศทางของรถม้า หลี่เฟยหลงฝึกยุทธ์มาตั้งแต่ยังเด็ก แน่นอนว่าเขาย่อมมีสัญชาตญาณระวังตนในเรื่องนี้อยู่ไม่น้อย ชายหนุ่มทราบได้ในทันทีว่าอาวุธนั้นดูเหมือนจะพุ่งเข้ามาในรถม้าของเขา จึงรีบคว้าตัวหญิงสาวมากอดเอาไว้ก่อนจะพานางหมอบลงไปกับพื้นรถม้าทันที

ฟิ้ว ฉึบ!

ลูกธนูปักเข้ามาที่ด้านในผนังรถม้าอย่างแรง เมื่อไป๋ซือเหมี่ยวหันมามองก็ต้องตกใจไม่น้อยเลย

“มีนักฆ่า!”

เสียงร้องตะโกนของทหารองครักษ์ทำเอาหลี่เฟยหลงถึงกับกัดฟันกรอด ในยามนี้เขาอยู่ในป่าไผ่ทึบ ซ้ำยังมีต้นไม้ขึ้นหนาแน่น แน่นอนว่าย่อมหลบหนีลำบากและยังไร้ผู้คนที่จะมาช่วยเหลืออีกด้วย

ใครกันที่คิดวางแผนลอบสังหารเขา!

หลี่อู๋ชิงหรือ?

ชายหนุ่มส่งเสียงหึในลำคอ คนที่อยากให้เขาตายอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันย่อมเป็นหลี่อู๋ชิงอย่างแน่นอน!

ไป๋ซือเหมี่ยวทราบได้ทันทีว่าด้านนอกเกิดเรื่องราวใดขึ้น ตอนนี้มีคนมาลอบสังหารพวกนาง หญิงสาวรู้สึกแปลกใจยิ่งนัก พวกนางเดิมทีก็เป็นเพียงคนธรรมดาไม่ใช่ผู้มียศฐาบรรดาศักดิ์ แล้วเหตุใดนักฆ่าจึงต้องติดตามมาสังหารนางและอาเฟยด้วยเล่า

ยังไม่ทันที่นางจะได้คิดสิ่งใดให้มากความ ก็ได้ยินเสียงอาวุธพุ่งแหวกอากาศดังใกล้เข้ามาอีกครั้ง ครานี้ไม่เหมือนกับคราแรก เพราะอาวุธที่นักฆ่าใช้เป็นอาวุธที่น่ากลัวยิ่งกว่าลูกธนูเสียอีก

อยู่ๆ ก็มีเสียงดังอึกทึกครึกโครม ก่อนที่ตัวรถม้าทั้งสี่ด้านจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ หลี่เฟยหลงรีบคว้าตัวนางไปกอดเอาไว้ ก่อนจะทะยานกระโดดออกมาจากรถม้าที่แตกออกเป็นเสี่ยงๆนั้นทันที ร่างของคนทั้งสองกลิ้งลงไปบนพื้นหญ้าอย่างรวดเร็ว เฉินม่อที่เห็นเช่นนั้นก็ตื่นตระหนกไม่น้อย เขาพยายามรับมือกับนักฆ่าตรงหน้าแต่ดูเหมือนว่าพวกมันจะมีฝีมือดีไม่น้อยเลย ซ้ำยังดูเหมือนจะถูกฝึกฝนมาเพื่อสังหารคนโดยเฉพาะ

“อาเฟย ท่านได้รับบาดเจ็บที่แขน!”

ไป๋ซือเหมี่ยวเอ่ยขึ้นด้วยความตื่นตระหนกพลางมองดูบาดแผลที่แขนซ้ายของเขาด้วยความตกใจ อาจเพราะตอนกระโดดลงมาเขาเผลอไปกระแทกเข้ากับเศษไม้ที่แตกเป็นเสี่ยงๆ ทำให้เขาได้รับบาดแผลเช่นนี้

“ไม่เป็นอันใด ข้าไม่เจ็บ ซือเหมี่ยวระวัง!”

ยามนี้มีนักฆ่าคนหนึ่งกำลังง้างคมมีดขึ้นหมายจะแทงเข้ามาทางด้านหลังของนาง หลี่เฟยหลงที่เห็นอย่างนั้นจึงรีบดึงตัวไป๋ซือเหมี่ยวให้หลบพ้นคมดาบได้อย่างทันท่วงที

เมื่อมองไปที่ซากของรถม้าก็พบว่าอาวุธที่พวกมันใช้ทำลายรถม้าของเขาคือหอกยาวที่มีหัวหอกแหลมคม พวกมันมัดเชือกเอาไว้ที่ปลายก้านหอกอย่างแน่นหนา จากนั้นก็เหวี่ยงหอกแหลมคมเข้ามาที่รถม้าและกระชากให้รถม้าแตกพังภายในคราเดียว

เพิ่งจะหลบพ้นจากคมมีดได้ไม่นาน นักฆ่าอีกคนก็ใช้หอกแหลมแทงเข้ามาที่เขาและนางอย่างไร้ความปรานี หลี่เฟยหลงคิดจะเบี่ยงกายหลบ แต่นักฆ่ากลับเคลื่อนไหวร่างกายรวดเร็วยิ่งนัก เพียงไม่นานหอกแหลมคมก็พุ่งมาตรงหน้าของเขา เดิมทีเขาคิดว่าตนเองคงจะได้รับบาดเจ็บสาหัสแน่ๆ แต่มันกลับไม่เป็นเช่นนั้น

คมหอกที่แหลมคมอยู่ใกล้ตรงหน้าของเขาเพียงนิดเดียวเท่านั้น แต่กลับไม่อาจทำอันตรายเขาได้ เพราะไป๋ซือเหมี่ยวใช้มือของตนคว้าจับปลายหอกแหลมคมเล่มนั้นเอาไว้ได้ทันเวลาพอดี ฝ่ามืองามถูกปลายแหลมของคมหอกบาดทำให้เลือดไหลออกมาจากฝ่ามือของนางเป็นทางยาว แต่ถึงอย่างนั้นนางกลับไม่ส่งเสียงร้องออกมาเลยแม้แต่คำเดียว อีกทั้งแววตาของหญิงสาวยังทอประกายเย็นเยียบอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ข้าคือนางกำนัลคนโปรดของฮ่องเต้ทรราช   บทที่ 10 ไล่ออกจากวัง

    ไป๋ซือเหมี่ยวหมดสติไปร่วมสามวันเต็มๆ ระหว่างนี้หลี่เฟยหลงและเฉินม่อที่อยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้ก็ได้สืบทราบเบาะแสบางอย่างเข้าโดยบังเอิญในหมู่บ้านแห่งนี้มีหัวหน้าหมู่บ้านอยู่คนหนึ่ง เขาค่อนข้างที่จะเจ้าอารมณ์ไม่น้อยเลย หลี่เฟยหลงรู้สึกสงสัยในตัวของหัวหน้าหมู่บ้านคนนั้นจึงให้เฉินม่อไปสืบความเป็นไปทุกอย่างในหมู่บ้าน จนกระทั่งพบกับความผิดปกติของหัวหน้าหมู่บ้านผู้นั้นเขาดูเหมือนจะไม่ใช่หัวหน้าหมู่บ้านธรรมดา ซ้ำยังมีวรยุทธ์เหมือนกับทหารที่ถูกฝึกฝนมานานเสียอย่างนั้น และดูเหมือนว่าหมู่บ้านแห่งนี้คล้ายจะมีความผิดปกติบางอย่างอีกด้วยหลี่เฟยหลงเมื่อได้ทราบเรื่องกลับไม่ได้ลงมือทำสิ่งใดต่อ ยามนี้เขาห่วงความปลอดภัยของไป๋ซือเหมี่ยวมากกว่า นางยังคงบาดเจ็บหนัก หากเขาทำอันใดบุ่มบ่ามลงไปอาจจะก่อปัญหาตามมาไม่จบไม่สิ้น ยามนี้คงทำได้เพียงเก็บงำความสงสัยนี้เอาไว้ในใจเสียก่อน จากนั้นค่อยจัดการสะสางในภายหลังผ่านไปร่วมสามวันในที่สุดไป๋ซือเหมี่ยวก็ฟื้นตื่นขึ้นมา หญิงสาวรู้สึกเจ็บแผลอยู่บ้าง แต่ไม่ได้ถึงกับลุกขึ้นจากเตียงไม่ได้ โชคดีที่บาดแผลไม่ได้โดนจุดสำคัญ อีกทั้งท่านหมอก็รักษาอาการบาดเจ็บของนางอย่างเต็มกำลัง

  • ข้าคือนางกำนัลคนโปรดของฮ่องเต้ทรราช   บทที่ 9 ความสามารถที่ซุกซ่อนเอาไว้

    “ซือเหมี่ยว!”หญิงสาวไม่ได้หันมามองเขา แต่กลับดึงร่างของเขาให้มาหลบอยู่ด้านหลังนาง ก่อนที่นางจะยกเท้าถีบเข้าไปที่กลางอกของนักฆ่าผู้นั้นอย่างแรง แล้วกระชากหอกเล่มนั้นมาถือเอาไว้ในมือ ก่อนจะกระโดดเข้าไปหานักฆ่าที่นอนล้มอยู่บนพื้น แล้วแทงปลายหอกเข้าไปที่กลางอกของมันอย่างรวดเร็ว ไม่นานนักฆ่าคนนั้นก็สิ้นใจตายไปทันทีหลี่เฟยหลงมองภาพตรงหน้าด้วยความตกตะลึงไม่น้อย เขาไม่เคยคิดเลยว่านางจะมีวรยุทธ์และสามารถปกป้องตนเองได้ เดิมทีเขาคิดว่านางเป็นเพียงสตรีบอบบางนางหนึ่งเท่านั้นแต่ยามนี้ไม่ใช่เวลามานั่งสงสัยเรื่องใด ชายหนุ่มรีบคว้าดาบของนักฆ่าคนหนึ่งที่นอนตายอยู่บนพื้นขึ้นมาถือเอาไว้ อาศัยจังหวะนี้รีบเข้าไปจัดการนักฆ่าคนอื่นๆต่อทันทีแต่เหล่านักฆ่าดูเหมือนจะเตรียมการมาอย่างดี กลุ่มเก่าตายจากไปนักฆ่ากลุ่มใหม่ก็โผล่มาอย่างรวดเร็ว คนของหลี่เฟยหลงเริ่มล้มตายไปทีละคน เฉินม่อเองก็เริ่มเหนื่อยล้าไม่น้อยแล้ว เขาหันไปมองไป๋ซือเหมี่ยวที่กำลังรับมือกับนักฆ่าคราหนึ่ง เขาไม่ได้แปลกใจเท่าใดนักเพราะเขารู้อยู่แล้วว่านางมีพรสวรรค์ในวรยุทธ์มาตั้งแต่เด็กและนายกองไป๋ก็สอนนางให้เรียนรู้ทุกอย่างยามนี้นางกำลังต่อสู้กับน

  • ข้าคือนางกำนัลคนโปรดของฮ่องเต้ทรราช   บทที่ 8 ซุ่มสังหาร

    ไป๋ซือเหมี่ยวค่อนข้างตื่นเต้นไม่น้อย นับว่านานมากแล้วที่นางไม่ได้ไปไหว้พระบนเขาด้วยเพราะต้องดูแลพี่ชายที่ป่วย และนางก็ไม่มีเงินที่ใช้ในการเดินทางไปไหนมาไหน ทำให้ไม่ได้ออกไปเปิดหูเปิดตาเพื่อดูโลกภายนอกมากเท่าใดนักหญิงสาวเปิดผ้าม่านรถม้าออกเพื่อมองดูบรรยากาศโดยรอบ ก่อนจะพบว่าทิวทัศน์ข้างทางนั้นงดงามเป็นอย่างยิ่ง หลี่เฟยหลงเพียงจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าเล็กน้อย และไม่ได้เอ่ยอันใดทั้งสิ้นตัวเขาเองก็ไม่ได้ออกจากวังหลวงมาร่วมหลายเดือนแล้วเช่นเดียวกัน ตั้งแต่ขึ้นครองราชย์ก็มีงานราชกิจมากมายที่ต้องสะสางไม่จบไม่สิ้น เขาแทบไม่มีเวลาได้พักจึงไม่ได้ออกไปที่ใดอีกเลยนับแต่นั้นใช้เวลาเดินทางไม่นานก็มาถึงวัดบนเขาเสียที หลี่เฟยหลงจำได้ว่าวัดบนเขาแห่งนี้เป็นสถานที่เดียวกันกับที่จวงไท่เฟยเดินทางมาขอพรและกราบไหว้เพื่อระลึกถึงเสด็จพ่อของเขา เมื่อมาถึงก็ได้ทราบว่ายามนี้จวงไท่เฟยกำลังสวดมนต์อยู่ในอาราม รอบด้านมีเหล่าทหารเฝ้าอารักขาอยู่เต็มไปหมด เพราะเขาแต่งกายปิดบังสถานะ ทหารเหล่านั้นจึงจำเขาไม่ได้และไม่ได้ใส่ใจเขามากเท่าใดนักในวัดแห่งนี้มีอารามด้วยกันสองอาราม เขาจึงเลือกพาไป๋ซือเหมี่ยวไปยังอีกอารามหนึ่งที่

  • ข้าคือนางกำนัลคนโปรดของฮ่องเต้ทรราช   บทที่ 7 เยี่ยมบ้าน

    “ฝ่าบาท จวงไท่เฟยมาขอเข้าเฝ้าพ่ะย่ะค่ะ”เสียงของขันทีด้านนอกปลุกหลี่เฟยหลงให้ตื่นจากภวังค์ความคิด ชายหนุ่มหลับตาลงช้าๆ เพื่อไล่ความคิดฟุ้งซ่านนี้ออกไป ก่อนจะเอ่ยตอบขันที“ให้นางไปรอที่ห้องโถง”“พ่ะย่ะค่ะ”ชายหนุ่มลุกขึ้นจากเตียงก่อนจะจัดเครื่องแต่งกายให้เรียบร้อย จากนั้นเขาก็เดินไปที่ห้องโถงเพื่อพบกับจวงไท่เฟยจวงไท่เฟยนั้นอายุมากไม่ต่างจากฉินไทเฮา พวกนางเข้าวังหลวงมาพร้อมกันและเป็นที่โปรดปรานของเสด็จพ่อไม่ต่างกัน นางมีนิสัยเรียบร้อยอ่อนหวาน ไม่ค่อยสุงสิงกับผู้ใดมากนัก และยังชอบสวดมนต์กินเจมาแต่ไหนแต่ไร ใบหน้าของนางงดงามอิ่มเอิบ เปี่ยมไปด้วยความเมตตาและอ่อนโยน แม้นางจะไม่เคยก่อปัญหาหรือกลั่นแกล้งเขาเลย แต่เขากลับไม่รู้สึกสนิทใจกับสตรีผู้นี้มากเท่าใดนัก“จวงไท่เฟยมาขอพบข้ามีเรื่องใดหรือ?”เขาเอ่ยถามนางด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ก่อนจะทิ้งกายลงนั่งบนที่นั่ง และสั่งให้คนจัดเก้าอี้มาให้จวงไท่เฟย จวงไท่เฟยยิ้มให้เขาเล็กน้อยก่อนจะทิ้งกายลงนั่งและเอ่ยกับเขา“ฝ่าบาท อีกสองวันจะเป็นวันครบรอบสวรรคตหนึ่งปีของอดีตฮ่องเต้ หม่อมฉันจึงอยากจะทูลขอเสด็จออกจากวังหลวงมุ่งหน้าไปยังวัดบนเขา เพื่อสวดขอพรให้พระวิญญ

  • ข้าคือนางกำนัลคนโปรดของฮ่องเต้ทรราช   บทที่ 6 ฝันบอกเหตุอีกครั้ง

    เมื่อหามุมสงบหลบพักได้แล้ว ไป๋ซือเหมี่ยวก็ทิ้งกายลงนั่งพลางทอดสายตามองไปเบื้องหน้าอย่างเลื่อนลอย กว่าจะรู้ตัวก็พบว่าที่นั่งด้านข้างยามนี้ดูเหมือนจะมีใครบางคนกำลังทิ้งกายลงนั่ง เมื่อหญิงสาวหันมามองก็พบว่าเป็นหลี่เฟยหลงนั่นเองเดิมทีเขามาที่นี่นานแล้ว และยังมองเห็นนางแล้วเช่นเดียวกัน วันนี้หญิงสาวดูเหมือนจะไม่สดใสเหมือนเช่นทุกวัน คล้ายกับว่ามีเรื่องราวทุกข์ใจที่ไม่อาจหาทางแก้ไขได้อย่างไรอย่างนั้น“ท่านมานานแล้วหรือ?”ไป๋ซือเหมี่ยวหันมาเอ่ยถามหลี่เฟยหลงก่อนจะยิ้มให้เขาเล็กน้อย หลี่เฟยหลงมองหน้าหญิงสาวครู่หนึ่งพลางเอ่ยตอบ“มาเดินเล่น ช่วงนี้ฝ่าบาททรงไม่มีงานให้ข้าทำ จึงค่อนข้างว่างอย่างยิ่ง”“อ้อ”ไป๋ซือเหมี่ยวขานรับคำหนึ่งและไม่ได้เอ่ยสิ่งใดต่อ ความเงียบที่ผิดปกติของนางทำให้เขารู้สึกไม่ค่อยคุ้นชินเท่าใดนัก ที่ผ่านมานางมักจะมีคำพูดมากมายที่มาพูดสนทนากับเขา แต่วันนี้มันกลับต่างออกไปหลี่เฟยหลงมีท่าทีครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนจะเอ่ย“เจ้ามีเรื่องใดไม่สบายใจงั้นหรือ ข้าเห็นเจ้าเอาแต่นิ่งเงียบมาสักพักหนึ่งแล้ว”ไป๋ซือเหมี่ยวหันมามองหลี่เฟยหลง ก่อนจะถอนหายใจออกมาเล็กน้อย เรื่องที่นางคิดจะหยิบยืมเงิน

  • ข้าคือนางกำนัลคนโปรดของฮ่องเต้ทรราช   บทที่ 5 ข่าวจากทางบ้าน

    “เพราะว่าข้าเป็นขันทีที่รับใช้อยู่ข้างกายฝ่าบาท ฝ่าบาททรงเอ็นดูข้ามาก หากข้าออกหน้าแทนเจ้า จางหมัวหมัวย่อมไม่เอาความเจ้าอย่างแน่นอน”ไป๋ซือเหมี่ยวที่ได้ยินเช่นนั้นดวงตาก็เบิกกว้าง แต่เมื่อคิดไตร่ตรองอีกหนนางก็เอ่ยถามเขาทันที“ท่านพูดจริงหรือล้อข้าเล่นกันแน่ ท่านบอกว่าตนเองเป็นขันทีของฝ่าบาทแล้วเหตุใดจึงสวมใส่เสื้อผ้าขาดๆ เช่นนี้เล่า”“ฝ่าบาทชอบให้ข้ารับใช้สวมเสื้อผ้าเก่าๆ ขาดๆ แบบนี้แหละ มันดูตื่นเต้นดี”ไป๋ซือเหมี่ยว “...”นางถึงกับเอ่ยวาจาใดไม่ออกเมื่อได้ยินว่าฮ่องเต้พระองค์นี้มีรสนิยมเช่นไร ช่างแปลกประหลาดไม่เบาเลย เกิดมานางก็เพิ่งเคยพบเคยเจอฮ่องเต้ประเภทนี้“เอาล่ะ ไม่มีใครตามมาแล้ว เจ้ารีบกลับไปเถอะ ข้ายังต้องไปรับใช้ฝ่าบาทอีก”“อืม ท่านก็ระวังตัวด้วยเล่า หากว่าฝ่าบาททรงพิโรธท่านก็ไม่ต้องออกหน้าแทนข้า อย่าได้ลำบากเข้าใจหรือไม่?”“ได้”ไป๋ซือเหมี่ยวแย้มยิ้มออกมาเล็กน้อย ก่อนจะเดินจากไปทันที หลี่เฟยหลงเมื่อเห็นว่าหญิงสาวเดินจากไปไกลจนลับสายตาแล้ว เขาก็เดินออกมาจากโขดหินจำลอง ฉู่กงกงที่ซ่อนตัวอยู่หลังพุ่มไม้เมื่อเห็นเจ้านายเดินออกมาจากโขดหินจำลองแล้วก็รีบวิ่งเข้ามาหาทันที“โธ่ ฝ่าบา

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status