登入อยู่ดีดี ไป๋ซือเหมี่ยว ก็กลายเป็นนางกำนัลคนโปรดของ หลี่เฟยหลง ฮ่องเต้ที่เหล่าขุนนางกล่าวขานว่าทรราชอย่างไม่ทันตั้งตัว เดิมทีนางคิดว่าเขาคงจะเอาใจยาก หากนางทำสิ่งใดให้ไม่พอใจเขาก็คงจะสั่งโบยสั่งตี แต่ที่ไหนได้เขากลับอ่อนโยนกับนางเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังตามใจนางทุกอย่าง แต่บางคราเรื่องราวมันก็ไม่ได้ราบรื่นถึงเพียงนั้น เพราะในความสุขสบายกลับมีเงาดำที่กำลังคืบคลานเข้ามาทำลายความสุขของเขาและนางอย่างไม่รู้ตัว
查看更多ไป๋ซือเหมี่ยวหมดสติไปร่วมสามวันเต็มๆ ระหว่างนี้หลี่เฟยหลงและเฉินม่อที่อยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้ก็ได้สืบทราบเบาะแสบางอย่างเข้าโดยบังเอิญในหมู่บ้านแห่งนี้มีหัวหน้าหมู่บ้านอยู่คนหนึ่ง เขาค่อนข้างที่จะเจ้าอารมณ์ไม่น้อยเลย หลี่เฟยหลงรู้สึกสงสัยในตัวของหัวหน้าหมู่บ้านคนนั้นจึงให้เฉินม่อไปสืบความเป็นไปทุกอย่างในหมู่บ้าน จนกระทั่งพบกับความผิดปกติของหัวหน้าหมู่บ้านผู้นั้นเขาดูเหมือนจะไม่ใช่หัวหน้าหมู่บ้านธรรมดา ซ้ำยังมีวรยุทธ์เหมือนกับทหารที่ถูกฝึกฝนมานานเสียอย่างนั้น และดูเหมือนว่าหมู่บ้านแห่งนี้คล้ายจะมีความผิดปกติบางอย่างอีกด้วยหลี่เฟยหลงเมื่อได้ทราบเรื่องกลับไม่ได้ลงมือทำสิ่งใดต่อ ยามนี้เขาห่วงความปลอดภัยของไป๋ซือเหมี่ยวมากกว่า นางยังคงบาดเจ็บหนัก หากเขาทำอันใดบุ่มบ่ามลงไปอาจจะก่อปัญหาตามมาไม่จบไม่สิ้น ยามนี้คงทำได้เพียงเก็บงำความสงสัยนี้เอาไว้ในใจเสียก่อน จากนั้นค่อยจัดการสะสางในภายหลังผ่านไปร่วมสามวันในที่สุดไป๋ซือเหมี่ยวก็ฟื้นตื่นขึ้นมา หญิงสาวรู้สึกเจ็บแผลอยู่บ้าง แต่ไม่ได้ถึงกับลุกขึ้นจากเตียงไม่ได้ โชคดีที่บาดแผลไม่ได้โดนจุดสำคัญ อีกทั้งท่านหมอก็รักษาอาการบาดเจ็บของนางอย่างเต็มกำลัง
“ซือเหมี่ยว!”หญิงสาวไม่ได้หันมามองเขา แต่กลับดึงร่างของเขาให้มาหลบอยู่ด้านหลังนาง ก่อนที่นางจะยกเท้าถีบเข้าไปที่กลางอกของนักฆ่าผู้นั้นอย่างแรง แล้วกระชากหอกเล่มนั้นมาถือเอาไว้ในมือ ก่อนจะกระโดดเข้าไปหานักฆ่าที่นอนล้มอยู่บนพื้น แล้วแทงปลายหอกเข้าไปที่กลางอกของมันอย่างรวดเร็ว ไม่นานนักฆ่าคนนั้นก็สิ้นใจตายไปทันทีหลี่เฟยหลงมองภาพตรงหน้าด้วยความตกตะลึงไม่น้อย เขาไม่เคยคิดเลยว่านางจะมีวรยุทธ์และสามารถปกป้องตนเองได้ เดิมทีเขาคิดว่านางเป็นเพียงสตรีบอบบางนางหนึ่งเท่านั้นแต่ยามนี้ไม่ใช่เวลามานั่งสงสัยเรื่องใด ชายหนุ่มรีบคว้าดาบของนักฆ่าคนหนึ่งที่นอนตายอยู่บนพื้นขึ้นมาถือเอาไว้ อาศัยจังหวะนี้รีบเข้าไปจัดการนักฆ่าคนอื่นๆต่อทันทีแต่เหล่านักฆ่าดูเหมือนจะเตรียมการมาอย่างดี กลุ่มเก่าตายจากไปนักฆ่ากลุ่มใหม่ก็โผล่มาอย่างรวดเร็ว คนของหลี่เฟยหลงเริ่มล้มตายไปทีละคน เฉินม่อเองก็เริ่มเหนื่อยล้าไม่น้อยแล้ว เขาหันไปมองไป๋ซือเหมี่ยวที่กำลังรับมือกับนักฆ่าคราหนึ่ง เขาไม่ได้แปลกใจเท่าใดนักเพราะเขารู้อยู่แล้วว่านางมีพรสวรรค์ในวรยุทธ์มาตั้งแต่เด็กและนายกองไป๋ก็สอนนางให้เรียนรู้ทุกอย่างยามนี้นางกำลังต่อสู้กับน
ไป๋ซือเหมี่ยวค่อนข้างตื่นเต้นไม่น้อย นับว่านานมากแล้วที่นางไม่ได้ไปไหว้พระบนเขาด้วยเพราะต้องดูแลพี่ชายที่ป่วย และนางก็ไม่มีเงินที่ใช้ในการเดินทางไปไหนมาไหน ทำให้ไม่ได้ออกไปเปิดหูเปิดตาเพื่อดูโลกภายนอกมากเท่าใดนักหญิงสาวเปิดผ้าม่านรถม้าออกเพื่อมองดูบรรยากาศโดยรอบ ก่อนจะพบว่าทิวทัศน์ข้างทางนั้นงดงามเป็นอย่างยิ่ง หลี่เฟยหลงเพียงจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าเล็กน้อย และไม่ได้เอ่ยอันใดทั้งสิ้นตัวเขาเองก็ไม่ได้ออกจากวังหลวงมาร่วมหลายเดือนแล้วเช่นเดียวกัน ตั้งแต่ขึ้นครองราชย์ก็มีงานราชกิจมากมายที่ต้องสะสางไม่จบไม่สิ้น เขาแทบไม่มีเวลาได้พักจึงไม่ได้ออกไปที่ใดอีกเลยนับแต่นั้นใช้เวลาเดินทางไม่นานก็มาถึงวัดบนเขาเสียที หลี่เฟยหลงจำได้ว่าวัดบนเขาแห่งนี้เป็นสถานที่เดียวกันกับที่จวงไท่เฟยเดินทางมาขอพรและกราบไหว้เพื่อระลึกถึงเสด็จพ่อของเขา เมื่อมาถึงก็ได้ทราบว่ายามนี้จวงไท่เฟยกำลังสวดมนต์อยู่ในอาราม รอบด้านมีเหล่าทหารเฝ้าอารักขาอยู่เต็มไปหมด เพราะเขาแต่งกายปิดบังสถานะ ทหารเหล่านั้นจึงจำเขาไม่ได้และไม่ได้ใส่ใจเขามากเท่าใดนักในวัดแห่งนี้มีอารามด้วยกันสองอาราม เขาจึงเลือกพาไป๋ซือเหมี่ยวไปยังอีกอารามหนึ่งที่
“ฝ่าบาท จวงไท่เฟยมาขอเข้าเฝ้าพ่ะย่ะค่ะ”เสียงของขันทีด้านนอกปลุกหลี่เฟยหลงให้ตื่นจากภวังค์ความคิด ชายหนุ่มหลับตาลงช้าๆ เพื่อไล่ความคิดฟุ้งซ่านนี้ออกไป ก่อนจะเอ่ยตอบขันที“ให้นางไปรอที่ห้องโถง”“พ่ะย่ะค่ะ”ชายหนุ่มลุกขึ้นจากเตียงก่อนจะจัดเครื่องแต่งกายให้เรียบร้อย จากนั้นเขาก็เดินไปที่ห้องโถงเพื่อพบกับจวงไท่เฟยจวงไท่เฟยนั้นอายุมากไม่ต่างจากฉินไทเฮา พวกนางเข้าวังหลวงมาพร้อมกันและเป็นที่โปรดปรานของเสด็จพ่อไม่ต่างกัน นางมีนิสัยเรียบร้อยอ่อนหวาน ไม่ค่อยสุงสิงกับผู้ใดมากนัก และยังชอบสวดมนต์กินเจมาแต่ไหนแต่ไร ใบหน้าของนางงดงามอิ่มเอิบ เปี่ยมไปด้วยความเมตตาและอ่อนโยน แม้นางจะไม่เคยก่อปัญหาหรือกลั่นแกล้งเขาเลย แต่เขากลับไม่รู้สึกสนิทใจกับสตรีผู้นี้มากเท่าใดนัก“จวงไท่เฟยมาขอพบข้ามีเรื่องใดหรือ?”เขาเอ่ยถามนางด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ก่อนจะทิ้งกายลงนั่งบนที่นั่ง และสั่งให้คนจัดเก้าอี้มาให้จวงไท่เฟย จวงไท่เฟยยิ้มให้เขาเล็กน้อยก่อนจะทิ้งกายลงนั่งและเอ่ยกับเขา“ฝ่าบาท อีกสองวันจะเป็นวันครบรอบสวรรคตหนึ่งปีของอดีตฮ่องเต้ หม่อมฉันจึงอยากจะทูลขอเสด็จออกจากวังหลวงมุ่งหน้าไปยังวัดบนเขา เพื่อสวดขอพรให้พระวิญญ











