ข้าคือนางกำนัลคนโปรดของฮ่องเต้ทรราช

ข้าคือนางกำนัลคนโปรดของฮ่องเต้ทรราช

last update最終更新日 : 2026-06-24
言語: Thai
goodnovel16goodnovel
評価が足りません
10チャプター
238ビュー
読む
本棚に追加

共有:  

報告
あらすじ
カタログ
コードをスキャンしてアプリで読む

概要

นางเอกเก่ง

ความรักหวาน

พระเอกเก่ง

จักรพรรดิ/ฮ่องเต้

จักรพรรดินี/ฮองเฮา

ความรักครั้งแรก

อยู่ดีดี ไป๋ซือเหมี่ยว ก็กลายเป็นนางกำนัลคนโปรดของ หลี่เฟยหลง ฮ่องเต้ที่เหล่าขุนนางกล่าวขานว่าทรราชอย่างไม่ทันตั้งตัว เดิมทีนางคิดว่าเขาคงจะเอาใจยาก หากนางทำสิ่งใดให้ไม่พอใจเขาก็คงจะสั่งโบยสั่งตี แต่ที่ไหนได้เขากลับอ่อนโยนกับนางเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังตามใจนางทุกอย่าง แต่บางคราเรื่องราวมันก็ไม่ได้ราบรื่นถึงเพียงนั้น เพราะในความสุขสบายกลับมีเงาดำที่กำลังคืบคลานเข้ามาทำลายความสุขของเขาและนางอย่างไม่รู้ตัว

もっと見る

第1話

บทที่ 1 วังหลวงที่แสนวุ่นวาย

แคว้นหลานซาน รัชศกหลงเฟยปีที่หนึ่ง

“ไต้ซือหยวน ท่านแน่ใจหรือว่าหากทำเช่นนี้แล้วจะมีฝนตกลงมาจริงๆ”

หลี่เฟยหลง ฮ่องเต้หนุ่มหันมาเอ่ยถามไต้ซือชราด้วยแววตาที่ไม่อยากจะเชื่อเท่าใดนัก ไต้ซือชราหันมามองเขาก่อนจะยิ้มเต็มใบหน้าและไม่ได้เอ่ยอันใด เพียงทำพิธีกรรมต่อไปอย่างรวดเร็ว หลี่เฟยหลงส่งเสียงเหอะออกมาหนหนึ่ง ก่อนจะแหงนหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่ยามนี้ดูเหมือนจะมืดครึ้มลงอย่างเห็นได้ชัด

เขาคือฮ่องเต้แห่งแคว้นหลานซาน หลังจากที่เสด็จพ่อสวรรคตไปเมื่อหนึ่งปีก่อน เขาก็ขึ้นครองราชย์เป็นฮ่องเต้พระองค์ใหม่และสถาปนารัชศกใหม่เป็นหลงเฟยปีที่หนึ่ง เดิมทีเขามีชาติกำเนิดต่ำต้อยนัก เพราะเกิดจากนางสนมต่ำศักดิ์ผู้หนึ่งที่เสด็จพ่อทรงหลงรัก แต่ทว่าหลังจากที่นางให้กำเนิดเขาออกมาก็สุขภาพไม่ใคร่จะสู้ดีเท่าใดนัก เมื่อเขาอายุได้เก้าขวบมารดาก็สิ้นใจตายจากไป เขาจึงถูกส่งมาให้ฉินฮองเฮาทรงเลี้ยงดู นางไม่มีบุตรชายมีเพียงบุตรสาวคนเดียวนามว่าหลี่ซู่เหมยเท่านั้น

หลังจากเสด็จพ่อจากไปเหล่านางสนมที่ไม่มีบุตรก็ต้องย้ายไปพำนักยังอารามชีตลอดชีวิต ยกเว้นจวงไท่เฟยที่ได้รับการยกเว้นเป็นกรณีพิเศษ นางคืออดีตกุ้ยเฟยที่เสด็จพ่อของเขาทรงโปรดปรานเป็นอย่างมาก หลังจากเสด็จพ่อสวรรคตได้สั่งให้เขาแต่งตั้งนางเป็นไท่เฟย ให้นางใช้ชีวิตอย่างสุขสบายอยู่ในวังหลวงไม่ต้องออกบวชเช่นสนมนางอื่นๆ จวงไท่เฟยไม่มีบุตร ทุกวันนางจะเอาแต่กินเจสวดมนต์อยู่ในตำหนัก ไม่ค่อยออกมาพบหน้าผู้คนมากเท่าใดนัก

ชายหนุ่มละสายตาจากท้องฟ้าที่มืดครึ้มเบื้องหน้าก่อนจะหันไปมองฉินไทเฮาที่กำลังนั่งดื่มสุราอยู่

“เสด็จแม่ ท่านเมาแล้ว ทรงกลับตำหนักไปเถอะ อย่ามานั่งอยู่ตรงนี้ให้อับอายสายตาผู้คนเลย เป็นถึงไทเฮาแต่เมาทุกวัน มันใช้ได้เสียที่ไหน”

ฉินไทเฮาเมื่อได้ยินก็ถลึงตาใส่หลี่เฟยหลงปราดหนึ่ง พลางก่นด่าอยู่ในใจว่าลูกเลี้ยงเวรเป็นร้อยเป็นพันครั้ง นางเลี้ยงมันมาตั้งแต่เท้าเท่าฝาหอย แต่มันกลับเถียงนางฉอดๆ ช่างน่าตบปากยิ่งนัก

“ข้าไม่ได้ดื่มบนหัวเจ้าเสียหน่อย จะร้อนใจไปไย”

“ถึงแม้เสด็จแม่อยากจะนั่งดื่มบนหัวข้าเพียงใด ท่านก็คงทำไม่ได้หรอก เพราะข้าเป็นฮ่องเต้”

“ฝ่าบาททรงเติบโตแล้ว ช่างบัดซบยิ่งนัก”

“ขอบพระทัยเสด็จแม่ที่กล่าวชม”

ฉินไทเฮาเบ้ปากคราหนึ่ง แม้จะไม่สบอารมณ์ที่หลี่เฟยหลงชอบเอ่ยวาจาเหน็บแนม แต่ช่วงหลายวันนี้นางกลับรู้สึกว่าเขาดูเหมือนจะเชื่อฟังนางมากกว่าแต่ก่อน

ฉินไทเฮาวางจอกสุราในมือลงก่อนจะให้นางกำนัลประคองกลับตำหนักไปทันทีโดยไม่รอชื่นชมเรื่องสนุกอันใดนั่นอีก หลี่เฟยหลงยิ้มออกมาเล็กน้อย ฉินไทเฮากับเขานั้นแม้ความสัมพันธ์ภายนอกดูเหมือนจะไม่ค่อยลงรอยกัน ซ้ำยังชอบเอ่ยวาจาเหน็บแนมกันไม่หยุด แต่เขารู้ดีว่านางรักเขาราวกับบุตรแท้ๆ หากไม่มีนางคอยช่วยเหลือ มีหรือเขาที่เป็นองค์ชายผู้ไร้คนสนับสนุนจะก้าวขึ้นมาถึงจุดนี้ได้

บุญคุณที่เลี้ยงดูมากล้นมหาศาลยิ่งกว่าการให้กำเนิด เขาเองก็รักใคร่นางราวกับมารดาแท้ๆ

เมื่อฉินไทเฮาเสด็จกลับไปแล้ว หลี่เฟยหลงก็หันกลับมามองไต้ซือหยวนปราดหนึ่ง ก่อนจะพบว่ายามนี้ชายชรากำลังบริกรรมคาถาบางอย่าง ก่อนจะโยนสมุนไพรหลายชนิดลงไปในโอ่งน้ำมังกรสีทองที่ตั้งอยู่กลางลานพิธี ก่อนหน้านี้เกิดเหตุการณ์ฝนฟ้าไม่ตกต้องตามฤดูกาล เสด็จแม่จึงเสนอความคิดเห็นว่าเขาควรจะทำพิธีขอฝนเสียหน่อย เดิมทีเขาไม่ค่อยเชื่อเรื่องพวกนี้เท่าใดนัก แต่เพราะคร้านจะทะเลาะกับฉินไทเฮาเขาจึงตกปากรับคำยอมทำพิธีการในครั้งนี้

ใช้เวลาไม่นานพิธีการต่างๆ ก็แล้วเสร็จ หลี่เฟยหลงถอนหายใจออกมาด้วยความเบื่อหน่ายก่อนจะเดินกลับตำหนักของตนเองไปทันที เมื่อมาถึงก็พบกับฉู่กงกงที่กำลังยืนรออยู่ที่ด้านหน้าตำหนักมังกรสวรรค์พอดี ฉู่กงกงเป็นคนเก่าแก่ของเสด็จพ่อ หลังจากเสด็จพ่อจากไป ฉู่กงกงก็คอยดูแลเขามาโดยตลอด แม้จะแก่ชรามากแล้วแต่กลับมีความจำดีและหูตาก็ยังไม่ฝ้าฟาง อีกทั้งยังรับใช้เขาด้วยความซื่อสัตย์เสมอมา

“ตาแก่ฉู่ มองข้าเช่นนี้ด้วยเหตุอันใดกัน?”

เขาเอ่ยถามฉู่กงกงด้วยความสงสัย ฉู่กงกงยิ้มเต็มใบหน้าก่อนจะเอ่ยตอบ

“นางกำนัลกลุ่มใหม่ที่จะมารับใช้ในตำหนักมังกรสวรรค์กระหม่อมได้ทำการคัดเลือกมาแล้วพ่ะย่ะค่ะ รับรองว่าดีกว่านางกำนัลชุดก่อนหน้านี้อย่างแน่นอน ฝ่าบาทโปรดทรงวางพระทัยได้"

หลี่เฟยหลงเมื่อได้ยินดังนั้นก็ส่งเสียงหัวเราะหึๆ ในลำคอหนหนึ่ง ดีกับผีเถอะ! นางกำนัลแต่ละคนที่มาคอยรับใช้เขานั้น มักจะหาทางยั่วยวนเขาสารพัด พวกนางไม่เพียงไม่รับใช้ให้ดียังอยากเปลี่ยนสถานะของตนเองเพื่อปีนขึ้นสู่ที่สูง จึงถูกเขาสั่งลงโทษไปหลายคน หนึ่งปีมานี้เขาเปลี่ยนนางกำนัลไปหลายคนแล้วเพราะไม่ชอบนิสัยที่พวกนางหวังจะไต่เต้าขึ้นไปสู่ที่สูง

แม้เขาจะยังไม่มีสตรีที่ชอบพออยู่ในใจ ฮองเฮาและเหล่าสนมก็ยังไม่แต่งตั้ง แต่ไม่ได้หมายความว่าเขาจะคว้าสตรีใดเข้ามาอยู่ในวังหลังก็ได้

“ดีของเจ้า ข้าไม่ค่อยอยากจะเชื่อเลยตาแก่ฉู่”

ฉู่กงกงที่ได้ยินดังนั้นก็แทบสำลักน้ำลายตัวเองทันที

“ฝ่าบาท ครั้งนี้กระหม่อมคัดแล้วคัดอีกจริงๆนะพ่ะย่ะค่ะ รับรองว่าจะต้องถูกใจฝ่าบาทอย่างแน่นอนพ่ะย่ะค่ะ”

“ช่างเถอะ หากพวกนางทำงานได้ไม่ดี ข้าก็เพียงไล่ออกไปเท่านั้น เอาล่ะเจ้าออกไปเถอะ ข้าจะนอนงีบเสียหน่อย”

เอ่ยจบเขาก็ทิ้งตัวลงนอนบนเตียงทันทีโดยไม่สนใจสิ่งใดอีก ฉู่กงกงเมื่อเห็นเช่นนั้นจึงไล่นางกำนัลขันทีออกไปจนหมดและสั่งห้ามไม่ให้เข้ามารบกวนเวลาบรรทมของฝ่าบาทอย่างเด็ดขาด

เดิมทีการได้นอนพักควรจะดีต่อสุขภาพยิ่งนัก แต่อยู่ๆหลี่เฟยหลงที่กำลังนอนหลับกลับผุดลุกขึ้นมานั่ง เหงื่อเม็ดเล็กผุดซึมขึ้นมาเต็มใบหน้าของเขา

ฝันเช่นนั้นอีกแล้ว?

ชายหนุ่มพึมพำในใจก่อนจะยกมือขึ้นมานวดที่หว่างคิ้วของตน ฝันเสมือนจริงนั่นช่างน่ากลัวยิ่งนัก เขาฝันเห็นเรื่องราวเหล่านั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนกระทั่งเริ่มรู้สึกว่ามันเป็นความจริง เขาถอนหายใจออกมาหนักๆดวงตาคมฉายแววเย็นเยียบขึ้นมาชั่วขณะ

อีกด้านหนึ่งในวังหลวง ยามนี้เหล่านางกำนัลน้อยที่เพิ่งผ่านการคัดเลือกให้มารับใช้ในตำหนักมังกรสวรรค์ต่างจิตใจไม่อยู่กับตัว พวกนางบางคนถึงกับลอบวางแผนการว่าจะทำอย่างไรให้ฝ่าบาทรูปงามทรงหันมาชายตามองตน เพื่อที่พวกนางจะได้บินขึ้นไปกลายเป็นหงส์เสียที ช่างแตกต่างจากไป๋ซือเหมี่ยวที่เอาแต่ยืนทำหน้าเบื่อหน่ายอยู่ในกลุ่มนางกำนัลเพียงลำพัง

นางคือบุตรสาวของนายทหารต่ำต้อยผู้หนึ่งเท่านั้น บิดาของนางเป็นเพียงนายกองเล็กๆ อยู่ในค่ายทหารของแคว้นหลานซาน ซ้ำยังไม่เห็นลู่ทางในการได้เลื่อนตำแหน่งกับเขาเสียที ส่วนมารดาของนางเป็นแม่ค้าขายผักอยู่ที่ตลาด นางมีพี่ชายหนึ่งคนที่สุขภาพป่วยไข้ไม่สู้ดี ต้องใช้เงินหลายสิบตำลึงในการรักษา ครอบครัวของนางลำบากมาก นางจึงตัดสินใจขายตนเองเข้ามาในวังหลวงเพื่อแลกกับเงินก้อนหนึ่งเพื่อนำไปใช้เลี้ยงดูสมาชิกคนอื่นๆในครอบครัว โดยมีหัวหน้าขันทีผู้หนึ่งที่พอจะรู้จักคุ้นเคยกับบิดาของนางมาช่วยจัดการเรื่องนี้ให้ หัวหน้าขันทีผู้นี้เคยเป็นสหายวัยเด็กของท่านพ่อนาง เพราะยากจนเหมือนกันจึงต้องเข้าวังหลวงไปเป็นขันทีและยังคงติดต่อกับบิดาของนางอยู่เสมอ จึงช่วยเป็นธุระจัดการให้ แม้บิดามารดาจะไม่เห็นด้วยแต่เพราะไป๋ซือเหมี่ยวยืนยันหนักแน่นแล้วพวกเขาจึงไม่อาจปรามนางได้

  ด้านหัวหน้าขันทีผู้นั้นหลังจากช่วยนางเข้าวังหลวงแล้วต่อมาไม่นานก็ล้มป่วยและสิ้นใจตายจากไปด้วยโรคประจำตัว

เมื่อเข้าวังหลวงมาแล้วนางย่อมต้องเรียนรู้กฎระเบียบอย่างหนัก ช่วงที่นางเข้ามาอยู่ในวังหลวงเป็นช่วงที่ผลัดเปลี่ยนแผ่นดินพอดี ฮ่องเต้พระองค์เก่าเสด็จสวรรคต และฮ่องเต้พระองค์ใหม่ก็ทรงขึ้นครองราชย์ต่อ และยังต้องมีการเปลี่ยนข้ารับใช้ใหม่ทั้งหมด จางหมัวหมัวจึงต้องเลือกหานางกำนัลที่รู้งานไปคอยรับใช้ฮ่องเต้พระองค์ใหม่ ใครจะคาดคิดกันว่าอยู่ดีดีนางก็ได้รับคัดเลือกให้เข้าไปรับใช้ที่ตำหนักมังกรสวรรค์

นี่คือเรื่องที่เกินความคาดหมายของนางไม่น้อยเลย ตำหนักมังกรสวรรค์คือที่ประทับของฝ่าบาท นางไม่หวังสูงว่าจะได้รับความโปรดปรานจากเขาจนได้เลื่อนขั้นเป็นถึงนางสนมชั้นสูง นางเพียงหวังว่าฝ่าบาทจะทรงใจดีมีเมตตา นางจะได้ใช้ชีวิตอยู่ในวังหลวงได้อย่างราบรื่นไร้กังวล

ปีนี้นางอายุสิบเจ็ดปีแล้ว ในวังหลวงมีกฎว่าหากนางกำนัลอายุครบยี่สิบห้าปีก็จะสามารถออกจากวังหลวงได้ เช่นนั้นนางก็ต้องรับใช้เจ้านายให้ดี ต่อไปจะได้ออกจากวังหลวงไปอย่างสง่าผ่าเผย

เมื่อคิดได้เช่นนั้น สีหน้าของไป๋ซือเหมี่ยวจึงดีขึ้นไม่น้อย

“เอาล่ะ พวกเจ้าจงเตรียมตัวให้ดี รอฟังคำสั่งจากฝ่าบาทเพื่อที่จะได้เข้าไปรับใช้ในตำหนักมังกรสวรรค์ จงจำเอาไว้ว่าอย่าหาเรื่องใส่ตัวเด็ดขาด มีหน้าที่อะไรก็ทำหน้าที่นั้นไป อย่าได้คิดก่อเรื่องเด็ดขาด เข้าใจหรือไม่?”

“เจ้าค่ะ”

เหล่านางกำนัลน้อยต่างพากันตอบรับคำอย่างพร้อมเพรียง ทั้งที่ในใจนั้นลอบวางแผนการสารพัด เมื่อจางหมัวหมัวจากไปแล้ว พวกนางก็รีบกลับมายังห้องพักก่อนจะจับกลุ่มพูดคุยกันอย่างออกรส

เพราะไป๋ซือเหมี่ยวมีฐานะต่ำต้อยพวกนางจึงไม่อยากจะสนทนาด้วยเท่าใดนัก นางจึงไม่มีสหายเลยแม้แต่คนเดียว เพราะคุณหนูเหล่านั้นต่างเป็นบุตรขุนนางขั้นห้า หรือไม่ก็เป็นบุตรสาวคหบดีที่มีฐานะทั้งสิ้น ไม่แปลกเลยที่พวกนางจะไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับไป๋ซือเหมี่ยว

เพราะช่วงนี้ยังไม่มีอันใดให้ทำมากนัก ไป๋ซือเหมี่ยวจึงเดินออกจากเรือนพักเพื่อไปรับลมที่ด้านนอก ยามนี้เป็นช่วงเย็นย่ำ ดวงอาทิตย์เริ่มลาลับขอบฟ้าเหลือไว้เพียงแสงสีเหลืองส้มทองที่อาบย้อมผืนฟ้า รอบๆวังหลวงเริ่มจุดคบไฟทั่วทั้งบริเวณแล้ว ไป๋ซือเหมี่ยวเดินมุ่งหน้าไปเรื่อยๆ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ใต้ต้นไม้ต้นหนึ่ง หญิงสาวทิ้งกายลงนั่งก่อนจะพิงกายกับต้นไม้ พลางทอดสายตามองดูแม่น้ำสายเล็กที่ตัดผ่านวังหลวงเบื้องหน้าด้วยความเงียบเหงาในใจ

นางคิดถึงทุกคนในบ้านของตน เดิมทีนางไม่อยากเข้าวังหลวงมาเป็นนางกำนัล แต่เพราะนางไม่มีหนทางแล้วจริงๆ เดิมทีมีคหบดีแก่ผู้หนึ่งอยากจะรับนางเป็นอนุภรรยาและยังบอกว่าจะช่วยรักษาพี่ชายของนางให้หายดี แต่เพราะนางไม่อยากเป็นอนุภรรยาของเขาจึงเลือกที่จะเข้าวังหลวงมาเป็นนางกำนัลดีกว่า อย่างไรเสียก็ยังดีกว่าต้องไปเป็นอนุต่ำต้อยของผู้อื่น

ในขณะที่หญิงสาวกำลังนั่งเหม่อมองสิ่งใดไปเรื่อยเปื่อย กลับมีบุรุษผู้หนึ่งดำผุดดำว่ายอยู่ในแม่น้ำเบื้องหน้า ไป๋ซือเหมี่ยวสะดุ้งจนกรีดร้องออกมาทันที

“ว๊าย! แม่แหก แหกแล้วแหกอีก แหกจนฉีก แม่เจ้าโว้ย!”

เมื่อตั้งสติได้นางจึงพบว่าชายหนุ่มตรงหน้าดูเหมือนจะมีใบหน้าซีดเผือดกว่าปกติ เหมือนว่าเขาจะจมน้ำอย่างไรอย่างนั้น ไป๋ซือเหมี่ยวตกใจมาก นางหันมองซ้ายมองขวาก่อนจะตัดสินใจกระโดดลงไปช่วยเขาทันที

สายน้ำช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิช่างเย็นเฉียบจนน่าตกใจ ทำเอานางรู้สึกหนาวสั่นสะท้านไปทั่วทั้งตัว หญิงสาวกัดฟันว่ายน้ำเข้าไปหาเขา ก่อนจะยื่นมือไปคว้าเสื้อผ้าของเขาเอาไว้ แต่เพราะเสื้อผ้าของเขาลื่นเกินไปนางจึงคว้าจับตัวเขาไม่ถนัด หญิงสาวจึงตัดสินใจคว้าจับเส้นผมของเขาเอาไว้แน่นและลากขึ้นมาบนฝั่งอย่างทุลักทุเล

“แค่ก! แค่ก! พี่ชาย ท่านเป็นเช่นไรบ้าง?”

นางเอ่ยไปพลางไอออกมาไม่หยุด ก่อนจะหันมามองและพบว่าชายหนุ่มผู้นั้นกำลังนอนอยู่บนพื้นหญ้าพลางหันมาจ้องมองนางเขม็งอย่างเอาเรื่อง แต่นางกลับคิดว่าเขาตกใจจนใบหน้าเป็นเช่นนั้น จึงรีบเข้าไปช่วยประคองเขาขึ้นมานั่ง ก่อนจะสังเกตเห็นว่ายามนี้เขาสวมชุดขันทีอยู่ ดูแล้วน่าจะเป็นขันทีที่รับใช้อยู่ในวังหลวงเช่นเดียวกันกับนาง

“พี่ชาย ท่านดีขึ้นแล้วหรือยัง หายใจลึกๆ ไหนข้าขอดูหน่อยว่าท่านหายใจสะดวกหรือไม่ มาเถิด เดี๋ยวข้าจะช่วยทุบหลังให้ท่านเอง ท่านจะได้รู้สึกดีขึ้น”

เอ่ยจบนางก็ใช้กำปั้นกระหน่ำทุบลงมาที่แผ่นหลังของเขาหลายสิบครั้งจนชายหนุ่มหน้าเขียวคล้ำ ก่อนจะเอ่ยออกมาอย่างติดๆขัดๆ

“นะ...น้ำออกหมดแล้ว”

ไป๋ซือเหมี่ยวดีใจมาก ก่อนจะถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก

หลี่เฟยหลงปรายตามองนางกำนัลตรงหน้าด้วยแววตาที่เย็นเยียบปราดหนึ่ง สตรีบัดซบ! เขากำลังทดลองดำผุดดำว่ายอยู่ในแม่น้ำแท้ๆ แต่นางกลับมาขัดจังหวะเขาเสียได้ ไม่เพียงเท่านั้นนางยังกระชากผมเขาเต็มแรงแล้วยังทุบหลังเขาไม่หยุด ช่างบังอาจยิ่งนัก!

ไม่นานก็มีเหล่าองครักษ์วิ่งกรูกันเข้ามา แต่เมื่อเห็นเขาส่งสายตาปรามพลางส่ายหน้าเบาๆ องครักษ์เหล่านั้นจึงล่าถอยกลับไปยืนอยู่ที่เดิม จากนั้นเขาก็ลอบมองนางกำนัลตัวดีตรงหน้าหนหนึ่ง

เขาจะไม่บอกฐานะที่แท้จริงกับนางหรอก เขาอยากจะรู้ว่านางคิดจะทำอันใดกันแน่ ที่ผ่านมาเขาเคยเจอสตรีมาหลายประเภท สตรีเจ้าเล่ห์ที่เสแสร้งเช่นนี้เขาล้วนเคยพบเจอมาหมดแล้ว

ไป๋ซือเหมี่ยวไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวเลยว่าตัวเองตกเป็นเป้าหมายในแผนการของหลี่เฟยหลงเข้าเสียแล้ว นางหันมามองเขาก่อนจะเอ่ย

“ท่านเป็นขันทีเหรอ แล้วไปที่ไหนมาเหตุใดถึงตกน้ำเช่นนี้ได้เล่า?”

หลี่เฟยหลงชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะนึกขึ้นมาได้ว่ายามนี้ตนยังคงสวมชุดขันทีเอาไว้เพราะอยากลองทำสิ่งแปลกใหม่ดูบ้าง

“ข้ามาเก็บดอกบัวให้เจ้านายนะ แต่กลับพลัดตกน้ำเสียได้”

ไป๋ซือเหมี่ยวเมื่อได้ฟังดังนั้นก็ทำหน้าเศร้าใจ ก่อนจะเอ่ยกับเขาอย่างนึกเวทนา

“ช่างน่าสงสารยิ่งนัก ถูกตอนยังไม่พอ ยังต้องมาตกน้ำอีก ข้าล่ะเวทนาท่านจริงๆ ขอให้ชาติหน้าท่านเกิดมาสุขสบาย ไม่ต้องเข้าวังหลวงมาถูกตอนความเป็นชายออกอีกนะ”

หลี่เฟยหลง “........”

มารดามันเถอะ! นี่นางอวยพรหรือกำลังแช่งให้เขาตายเร็วๆ กันแน่ ถูกตอนอันใดกัน น้องชายของเขายังอยู่ครบดี อีกทั้งมันยังยาวมากอีกด้วย!

ไอหยา! มันใช่เวลามาอวดความยาวตอนนี้ไหมเล่า!

もっと見る
次へ
ダウンロード

最新チャプター

続きを読む
コメントはありません
10 チャプター
บทที่ 1 วังหลวงที่แสนวุ่นวาย
แคว้นหลานซาน รัชศกหลงเฟยปีที่หนึ่ง“ไต้ซือหยวน ท่านแน่ใจหรือว่าหากทำเช่นนี้แล้วจะมีฝนตกลงมาจริงๆ”หลี่เฟยหลง ฮ่องเต้หนุ่มหันมาเอ่ยถามไต้ซือชราด้วยแววตาที่ไม่อยากจะเชื่อเท่าใดนัก ไต้ซือชราหันมามองเขาก่อนจะยิ้มเต็มใบหน้าและไม่ได้เอ่ยอันใด เพียงทำพิธีกรรมต่อไปอย่างรวดเร็ว หลี่เฟยหลงส่งเสียงเหอะออกมาหนหนึ่ง ก่อนจะแหงนหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่ยามนี้ดูเหมือนจะมืดครึ้มลงอย่างเห็นได้ชัดเขาคือฮ่องเต้แห่งแคว้นหลานซาน หลังจากที่เสด็จพ่อสวรรคตไปเมื่อหนึ่งปีก่อน เขาก็ขึ้นครองราชย์เป็นฮ่องเต้พระองค์ใหม่และสถาปนารัชศกใหม่เป็นหลงเฟยปีที่หนึ่ง เดิมทีเขามีชาติกำเนิดต่ำต้อยนัก เพราะเกิดจากนางสนมต่ำศักดิ์ผู้หนึ่งที่เสด็จพ่อทรงหลงรัก แต่ทว่าหลังจากที่นางให้กำเนิดเขาออกมาก็สุขภาพไม่ใคร่จะสู้ดีเท่าใดนัก เมื่อเขาอายุได้เก้าขวบมารดาก็สิ้นใจตายจากไป เขาจึงถูกส่งมาให้ฉินฮองเฮาทรงเลี้ยงดู นางไม่มีบุตรชายมีเพียงบุตรสาวคนเดียวนามว่าหลี่ซู่เหมยเท่านั้นหลังจากเสด็จพ่อจากไปเหล่านางสนมที่ไม่มีบุตรก็ต้องย้ายไปพำนักยังอารามชีตลอดชีวิต ยกเว้นจวงไท่เฟยที่ได้รับการยกเว้นเป็นกรณีพิเศษ นางคืออดีตกุ้ยเฟยที่เสด็จพ่อของเขาทรงโปรด
last update最終更新日 : 2026-06-24
続きを読む
บทที่ 2 งานถนัด
หลังจากที่เห็นว่าชายหนุ่มตรงหน้าปลอดภัยดีแล้ว ไป๋ซือเหมี่ยวก็พอจะวางใจลงไปได้มาก นางมองเขาด้วยแววตาที่เห็นใจไม่น้อย แม้นางเพิ่งจะเข้ามาอยู่ในวังหลวงได้ไม่นาน แต่นางก็เข้าใจได้ว่าเหล่าบ่าวรับใช้ที่อยู่ในวังหลวง หากไม่มีตำแหน่งที่มั่นคงหรือมีคนคอยหนุนหลังย่อมใช้ชีวิตอยู่อย่างยากลำบากไม่น้อยเลย อีกทั้งนางก็มาจากตระกูลต่ำต้อย ต้องใช้ชีวิตเพื่อมองดูสีหน้าของผู้คนมาโดยตลอด ทำให้นางรู้สึกสงสารเห็นใจขันทีผู้นี้ขึ้นมาเมื่อคิดได้เช่นนั้น นางจึงล้วงหยิบขนมถั่วตัดชิ้นหนึ่งยื่นไปตรงหน้าของเขา หลี่เฟยหรงปรายตามองขนมชิ้นนั้น ก่อนจะรับมาอย่างไม่เต็มใจเท่าใดนัก ไป๋ซือเหมี่ยวอมยิ้มเต็มใบหน้าพลางเอ่ย“ข้าแบ่งขนมให้ท่าน ข้าเข้าใจดีว่าพวกเราที่เป็นเพียงบ่าวรับใช้ย่อมใช้ชีวิตอยู่ในวังหลวงแห่งนี้อย่างยากลำบาก ขนมนี่ข้านำมาจากบ้านเลยนะ ขนมนี่น่ะท่านพ่อใช้เงินเก็บซื้อมาให้ข้าเพราะกลัวว่าข้าจะกินไม่อิ่มตอนอยู่ในวังหลวง ข้าชอบมากๆเลยล่ะ แต่วันนี้ข้าจะแบ่งให้ท่านชิ้นหนึ่ง ท่านก็เก็บเอาไว้กินเวลาหิวนะ”รอยยิ้มที่แสนงดงามของหญิงสาวทำเอาหลี่เฟยหรงชะงักไปชั่วครู่ ก่อนที่เขาจะปรับสีหน้าของตนเองให้เป็นปกติ“เจ้าเป็นน
last update最終更新日 : 2026-06-24
続きを読む
บทที่ 3 ประชุมครื้นเครง
ยามเช้าของวันต่อมา กว่าหลี่เฟยหลงจะตื่นนอนก็ล่วงเลยมาจนพระอาทิตย์พ้นปลายยอดฟ้าแล้ว แสงแดดยามเช้าลอดผ่านหน้าต่างเข้ามาด้านใน เขาบิดตัวไปมาเล็กน้อยก่อนจะลุกขึ้นมานั่ง ฉู่กงกงที่เห็นอย่างนั้นจึงรีบสั่งให้คนเข้าไปปรนนิบัติฝ่าบาทล้างหน้าล้างตาและผลัดเปลี่ยนฉลองพระองค์ในทันที หลี่เฟยหลงหาวออกมาเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยถามฉู่กงกง“ยามใดแล้ว?”“ต้นยามซื่อแล้วพ่ะย่ะค่ะ สายมากแล้วฝ่าบาท ยามนี้เหล่าขุนนางคงมารออยู่ในท้องพระโรงแล้วพ่ะย่ะค่ะ”ชายหนุ่มเพียงพยักหน้ารับ ก่อนจะสั่งให้คนไปตามเฉินม่อหัวหน้าองค์รักษ์ส่วนพระองค์เข้ามาพบเขา เฉินม่อมาจากครอบครัวฐานะปานกลาง แต่เพราะมีความสามารถและซื่อสัตย์ภักดีจึงได้มารับใช้อยู่ข้างกายเขาตั้งแต่ตอนที่เขายังเป็นองค์รัชทายาท นับว่าความสัมพันธ์ดุงดั่งพี่น้องเลยก็ว่าได้“ฝ่าบาท”เฉินม่อเดินเข้ามาในห้องบรรทมของเจ้านายตนอย่างนอบน้อม หลี่เฟยหลงที่เปลี่ยนอาภรณ์เสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงกวักมือเรียกเขาให้เข้าไปหา“สืบได้ความใดบ้าง?”เฉินม่อมองหลี่เฟยหลงปราดหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยตอบ“ในสุราที่ชินอ๋องส่งเข้าวังหลวงมา มีพิษเจือปนอยู่จริงๆพ่ะย่ะค่ะ ดูเหมือนว่าทางนั้นเพิ่งจะเริ่มลงมือ”“
last update最終更新日 : 2026-06-24
続きを読む
บทที่ 4 หลบหนี
ยามนี้เหล่านางกำนัลน้อยต่างกำลังนั่งซุบซิบพูดคุยกันไปต่างๆ นานาว่าเพราะเหตุใดพวกตนจึงยังไม่ได้รับคำสั่งให้เข้าไปรับใช้ในตำหนักมังกรสวรรค์เสียที พวกนางอยากจะเห็นพระพักตร์ของฮ่องเต้หนุ่มรูปงามใจจะขาด แต่ไม่อาจทำสิ่งใดได้นอกจากต้องรอเพียงเท่านั้นด้านไป๋ซือเหมี่ยวนั้นกลับไม่ได้กระตือรือร้นอันใดเลยแม้แต่น้อย นางกลับคิดว่านี่ถือเป็นเรื่องดีเสียด้วยซ้ำ เพราะนางจะได้มีเวลาเตรียมตัวมากขึ้นอีกหน่อยหญิงสาวยกถังน้ำไปรดน้ำต้นไม้ดอกไม้ที่ปลูกเอาไว้ตามทางเดินอย่างแคล่วคล่อง ก่อนจะมาทิ้งกายนั่งพักไม่ไกลจากนางกำนัลน้อยเหล่านั้นโจวหลี่ฮวาเป็นบุตรสาวของหัวหน้านายทหารผู้หนึ่ง นางปรายตามองไป๋ซือเหมี่ยวอย่างดูแคลน นางย่อมรู้จักกับไป๋ซือเหมี่ยวเป็นอย่างดี เพราะบิดาของไป๋ซือเหมี่ยวเป็นทหารใต้บังคับบัญชาของบิดานาง ฐานะครอบครัวของไป๋ซือเหมี่ยวก็ต่ำต้อย ต้องใช้ชีวิตอยู่ด้วยการมองดูสีหน้าผู้คน แต่ไป๋ซือเหมี่ยวกลับหน้าตางดงามเป็นอย่างยิ่ง งามเสียจนนางรู้สึกริษยา แรกเริ่มที่ไป๋ซือเหมี่ยวเข้าวังหลวงมา นางยังแอบหัวเราะเยาะว่าคนหยาบกระด้างเช่นนี้น่ะหรือจะสามารถผ่านการคัดเลือกเข้ามารับใช้ฝ่าบาทได้ แต่ผู้ใดจะทราบกัน
last update最終更新日 : 2026-06-24
続きを読む
บทที่ 5 ข่าวจากทางบ้าน
“เพราะว่าข้าเป็นขันทีที่รับใช้อยู่ข้างกายฝ่าบาท ฝ่าบาททรงเอ็นดูข้ามาก หากข้าออกหน้าแทนเจ้า จางหมัวหมัวย่อมไม่เอาความเจ้าอย่างแน่นอน”ไป๋ซือเหมี่ยวที่ได้ยินเช่นนั้นดวงตาก็เบิกกว้าง แต่เมื่อคิดไตร่ตรองอีกหนนางก็เอ่ยถามเขาทันที“ท่านพูดจริงหรือล้อข้าเล่นกันแน่ ท่านบอกว่าตนเองเป็นขันทีของฝ่าบาทแล้วเหตุใดจึงสวมใส่เสื้อผ้าขาดๆ เช่นนี้เล่า”“ฝ่าบาทชอบให้ข้ารับใช้สวมเสื้อผ้าเก่าๆ ขาดๆ แบบนี้แหละ มันดูตื่นเต้นดี”ไป๋ซือเหมี่ยว “...”นางถึงกับเอ่ยวาจาใดไม่ออกเมื่อได้ยินว่าฮ่องเต้พระองค์นี้มีรสนิยมเช่นไร ช่างแปลกประหลาดไม่เบาเลย เกิดมานางก็เพิ่งเคยพบเคยเจอฮ่องเต้ประเภทนี้“เอาล่ะ ไม่มีใครตามมาแล้ว เจ้ารีบกลับไปเถอะ ข้ายังต้องไปรับใช้ฝ่าบาทอีก”“อืม ท่านก็ระวังตัวด้วยเล่า หากว่าฝ่าบาททรงพิโรธท่านก็ไม่ต้องออกหน้าแทนข้า อย่าได้ลำบากเข้าใจหรือไม่?”“ได้”ไป๋ซือเหมี่ยวแย้มยิ้มออกมาเล็กน้อย ก่อนจะเดินจากไปทันที หลี่เฟยหลงเมื่อเห็นว่าหญิงสาวเดินจากไปไกลจนลับสายตาแล้ว เขาก็เดินออกมาจากโขดหินจำลอง ฉู่กงกงที่ซ่อนตัวอยู่หลังพุ่มไม้เมื่อเห็นเจ้านายเดินออกมาจากโขดหินจำลองแล้วก็รีบวิ่งเข้ามาหาทันที“โธ่ ฝ่าบา
last update最終更新日 : 2026-06-24
続きを読む
บทที่ 6 ฝันบอกเหตุอีกครั้ง
เมื่อหามุมสงบหลบพักได้แล้ว ไป๋ซือเหมี่ยวก็ทิ้งกายลงนั่งพลางทอดสายตามองไปเบื้องหน้าอย่างเลื่อนลอย กว่าจะรู้ตัวก็พบว่าที่นั่งด้านข้างยามนี้ดูเหมือนจะมีใครบางคนกำลังทิ้งกายลงนั่ง เมื่อหญิงสาวหันมามองก็พบว่าเป็นหลี่เฟยหลงนั่นเองเดิมทีเขามาที่นี่นานแล้ว และยังมองเห็นนางแล้วเช่นเดียวกัน วันนี้หญิงสาวดูเหมือนจะไม่สดใสเหมือนเช่นทุกวัน คล้ายกับว่ามีเรื่องราวทุกข์ใจที่ไม่อาจหาทางแก้ไขได้อย่างไรอย่างนั้น“ท่านมานานแล้วหรือ?”ไป๋ซือเหมี่ยวหันมาเอ่ยถามหลี่เฟยหลงก่อนจะยิ้มให้เขาเล็กน้อย หลี่เฟยหลงมองหน้าหญิงสาวครู่หนึ่งพลางเอ่ยตอบ“มาเดินเล่น ช่วงนี้ฝ่าบาททรงไม่มีงานให้ข้าทำ จึงค่อนข้างว่างอย่างยิ่ง”“อ้อ”ไป๋ซือเหมี่ยวขานรับคำหนึ่งและไม่ได้เอ่ยสิ่งใดต่อ ความเงียบที่ผิดปกติของนางทำให้เขารู้สึกไม่ค่อยคุ้นชินเท่าใดนัก ที่ผ่านมานางมักจะมีคำพูดมากมายที่มาพูดสนทนากับเขา แต่วันนี้มันกลับต่างออกไปหลี่เฟยหลงมีท่าทีครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนจะเอ่ย“เจ้ามีเรื่องใดไม่สบายใจงั้นหรือ ข้าเห็นเจ้าเอาแต่นิ่งเงียบมาสักพักหนึ่งแล้ว”ไป๋ซือเหมี่ยวหันมามองหลี่เฟยหลง ก่อนจะถอนหายใจออกมาเล็กน้อย เรื่องที่นางคิดจะหยิบยืมเงิน
last update最終更新日 : 2026-06-24
続きを読む
บทที่ 7 เยี่ยมบ้าน
“ฝ่าบาท จวงไท่เฟยมาขอเข้าเฝ้าพ่ะย่ะค่ะ”เสียงของขันทีด้านนอกปลุกหลี่เฟยหลงให้ตื่นจากภวังค์ความคิด ชายหนุ่มหลับตาลงช้าๆ เพื่อไล่ความคิดฟุ้งซ่านนี้ออกไป ก่อนจะเอ่ยตอบขันที“ให้นางไปรอที่ห้องโถง”“พ่ะย่ะค่ะ”ชายหนุ่มลุกขึ้นจากเตียงก่อนจะจัดเครื่องแต่งกายให้เรียบร้อย จากนั้นเขาก็เดินไปที่ห้องโถงเพื่อพบกับจวงไท่เฟยจวงไท่เฟยนั้นอายุมากไม่ต่างจากฉินไทเฮา พวกนางเข้าวังหลวงมาพร้อมกันและเป็นที่โปรดปรานของเสด็จพ่อไม่ต่างกัน นางมีนิสัยเรียบร้อยอ่อนหวาน ไม่ค่อยสุงสิงกับผู้ใดมากนัก และยังชอบสวดมนต์กินเจมาแต่ไหนแต่ไร ใบหน้าของนางงดงามอิ่มเอิบ เปี่ยมไปด้วยความเมตตาและอ่อนโยน แม้นางจะไม่เคยก่อปัญหาหรือกลั่นแกล้งเขาเลย แต่เขากลับไม่รู้สึกสนิทใจกับสตรีผู้นี้มากเท่าใดนัก“จวงไท่เฟยมาขอพบข้ามีเรื่องใดหรือ?”เขาเอ่ยถามนางด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ก่อนจะทิ้งกายลงนั่งบนที่นั่ง และสั่งให้คนจัดเก้าอี้มาให้จวงไท่เฟย จวงไท่เฟยยิ้มให้เขาเล็กน้อยก่อนจะทิ้งกายลงนั่งและเอ่ยกับเขา“ฝ่าบาท อีกสองวันจะเป็นวันครบรอบสวรรคตหนึ่งปีของอดีตฮ่องเต้ หม่อมฉันจึงอยากจะทูลขอเสด็จออกจากวังหลวงมุ่งหน้าไปยังวัดบนเขา เพื่อสวดขอพรให้พระวิญญ
last update最終更新日 : 2026-06-24
続きを読む
บทที่ 8 ซุ่มสังหาร
ไป๋ซือเหมี่ยวค่อนข้างตื่นเต้นไม่น้อย นับว่านานมากแล้วที่นางไม่ได้ไปไหว้พระบนเขาด้วยเพราะต้องดูแลพี่ชายที่ป่วย และนางก็ไม่มีเงินที่ใช้ในการเดินทางไปไหนมาไหน ทำให้ไม่ได้ออกไปเปิดหูเปิดตาเพื่อดูโลกภายนอกมากเท่าใดนักหญิงสาวเปิดผ้าม่านรถม้าออกเพื่อมองดูบรรยากาศโดยรอบ ก่อนจะพบว่าทิวทัศน์ข้างทางนั้นงดงามเป็นอย่างยิ่ง หลี่เฟยหลงเพียงจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าเล็กน้อย และไม่ได้เอ่ยอันใดทั้งสิ้นตัวเขาเองก็ไม่ได้ออกจากวังหลวงมาร่วมหลายเดือนแล้วเช่นเดียวกัน ตั้งแต่ขึ้นครองราชย์ก็มีงานราชกิจมากมายที่ต้องสะสางไม่จบไม่สิ้น เขาแทบไม่มีเวลาได้พักจึงไม่ได้ออกไปที่ใดอีกเลยนับแต่นั้นใช้เวลาเดินทางไม่นานก็มาถึงวัดบนเขาเสียที หลี่เฟยหลงจำได้ว่าวัดบนเขาแห่งนี้เป็นสถานที่เดียวกันกับที่จวงไท่เฟยเดินทางมาขอพรและกราบไหว้เพื่อระลึกถึงเสด็จพ่อของเขา เมื่อมาถึงก็ได้ทราบว่ายามนี้จวงไท่เฟยกำลังสวดมนต์อยู่ในอาราม รอบด้านมีเหล่าทหารเฝ้าอารักขาอยู่เต็มไปหมด เพราะเขาแต่งกายปิดบังสถานะ ทหารเหล่านั้นจึงจำเขาไม่ได้และไม่ได้ใส่ใจเขามากเท่าใดนักในวัดแห่งนี้มีอารามด้วยกันสองอาราม เขาจึงเลือกพาไป๋ซือเหมี่ยวไปยังอีกอารามหนึ่งที่
last update最終更新日 : 2026-06-24
続きを読む
บทที่ 9 ความสามารถที่ซุกซ่อนเอาไว้
“ซือเหมี่ยว!”หญิงสาวไม่ได้หันมามองเขา แต่กลับดึงร่างของเขาให้มาหลบอยู่ด้านหลังนาง ก่อนที่นางจะยกเท้าถีบเข้าไปที่กลางอกของนักฆ่าผู้นั้นอย่างแรง แล้วกระชากหอกเล่มนั้นมาถือเอาไว้ในมือ ก่อนจะกระโดดเข้าไปหานักฆ่าที่นอนล้มอยู่บนพื้น แล้วแทงปลายหอกเข้าไปที่กลางอกของมันอย่างรวดเร็ว ไม่นานนักฆ่าคนนั้นก็สิ้นใจตายไปทันทีหลี่เฟยหลงมองภาพตรงหน้าด้วยความตกตะลึงไม่น้อย เขาไม่เคยคิดเลยว่านางจะมีวรยุทธ์และสามารถปกป้องตนเองได้ เดิมทีเขาคิดว่านางเป็นเพียงสตรีบอบบางนางหนึ่งเท่านั้นแต่ยามนี้ไม่ใช่เวลามานั่งสงสัยเรื่องใด ชายหนุ่มรีบคว้าดาบของนักฆ่าคนหนึ่งที่นอนตายอยู่บนพื้นขึ้นมาถือเอาไว้ อาศัยจังหวะนี้รีบเข้าไปจัดการนักฆ่าคนอื่นๆต่อทันทีแต่เหล่านักฆ่าดูเหมือนจะเตรียมการมาอย่างดี กลุ่มเก่าตายจากไปนักฆ่ากลุ่มใหม่ก็โผล่มาอย่างรวดเร็ว คนของหลี่เฟยหลงเริ่มล้มตายไปทีละคน เฉินม่อเองก็เริ่มเหนื่อยล้าไม่น้อยแล้ว เขาหันไปมองไป๋ซือเหมี่ยวที่กำลังรับมือกับนักฆ่าคราหนึ่ง เขาไม่ได้แปลกใจเท่าใดนักเพราะเขารู้อยู่แล้วว่านางมีพรสวรรค์ในวรยุทธ์มาตั้งแต่เด็กและนายกองไป๋ก็สอนนางให้เรียนรู้ทุกอย่างยามนี้นางกำลังต่อสู้กับน
last update最終更新日 : 2026-06-24
続きを読む
บทที่ 10 ไล่ออกจากวัง
ไป๋ซือเหมี่ยวหมดสติไปร่วมสามวันเต็มๆ ระหว่างนี้หลี่เฟยหลงและเฉินม่อที่อยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้ก็ได้สืบทราบเบาะแสบางอย่างเข้าโดยบังเอิญในหมู่บ้านแห่งนี้มีหัวหน้าหมู่บ้านอยู่คนหนึ่ง เขาค่อนข้างที่จะเจ้าอารมณ์ไม่น้อยเลย หลี่เฟยหลงรู้สึกสงสัยในตัวของหัวหน้าหมู่บ้านคนนั้นจึงให้เฉินม่อไปสืบความเป็นไปทุกอย่างในหมู่บ้าน จนกระทั่งพบกับความผิดปกติของหัวหน้าหมู่บ้านผู้นั้นเขาดูเหมือนจะไม่ใช่หัวหน้าหมู่บ้านธรรมดา ซ้ำยังมีวรยุทธ์เหมือนกับทหารที่ถูกฝึกฝนมานานเสียอย่างนั้น และดูเหมือนว่าหมู่บ้านแห่งนี้คล้ายจะมีความผิดปกติบางอย่างอีกด้วยหลี่เฟยหลงเมื่อได้ทราบเรื่องกลับไม่ได้ลงมือทำสิ่งใดต่อ ยามนี้เขาห่วงความปลอดภัยของไป๋ซือเหมี่ยวมากกว่า นางยังคงบาดเจ็บหนัก หากเขาทำอันใดบุ่มบ่ามลงไปอาจจะก่อปัญหาตามมาไม่จบไม่สิ้น ยามนี้คงทำได้เพียงเก็บงำความสงสัยนี้เอาไว้ในใจเสียก่อน จากนั้นค่อยจัดการสะสางในภายหลังผ่านไปร่วมสามวันในที่สุดไป๋ซือเหมี่ยวก็ฟื้นตื่นขึ้นมา หญิงสาวรู้สึกเจ็บแผลอยู่บ้าง แต่ไม่ได้ถึงกับลุกขึ้นจากเตียงไม่ได้ โชคดีที่บาดแผลไม่ได้โดนจุดสำคัญ อีกทั้งท่านหมอก็รักษาอาการบาดเจ็บของนางอย่างเต็มกำลัง
last update最終更新日 : 2026-06-24
続きを読む
無料で面白い小説を探して読んでみましょう
GoodNovel アプリで人気小説に無料で!お好きな本をダウンロードして、いつでもどこでも読みましょう!
アプリで無料で本を読む
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status