Home / รักโบราณ / ข้าคือนางร้ายคนนั้นที่ท่านสังหาร / ตอนที่ 1 : หญิงร้ายแห่งเมืองหลวง

Share

ตอนที่ 1 : หญิงร้ายแห่งเมืองหลวง

Author: Camellia.ma
last update publish date: 2026-10-14 18:16:28

 

           “หยุดการประหารเดี๋ยวนี้!”

            เสียงตะโกนอย่างบ้าคลั่งและหัวใจสลายของเยี่ยนอวี้เฉินยังคงดังก้องสะท้อนอยู่ในรูหู ความเจ็บปวดจากการถูกคมดาบตัดสะบั้นลำคอยังคงกระจายพล่านไปทั่วโสตประสาท ก่อนที่ทุกอย่างจะดิ่งลงสู่ความมืดมิดอันเย็นเยียบและรวดเร็ว

            …

            เฮือก!

            ข้าสะดุ้งสุดตัว ร่างกายสั่นกระตุกอย่างรุนแรง ลมหายใจหอบถี่กระชั้นราวกับคนที่เพิ่งจมน้ำลึกแล้วทะลึ่งพรวดขึ้นมาเหนือน้ำได้อย่างหวุดหวิด เม็ดเหงื่อเย็นเฉียบไหลซึมชุ่มชื้นเต็มแผ่นหลังจนเสื้อตัวในแนบเนื้อ

            ข้าลืมตาขึ้นอย่างตื่นตระหนก ดวงตาเบิกกว้าง ภาพเบื้องหน้าไม่ใช่ลานประหารที่เต็มไปด้วยโลหิต และไม่ใช่คุกหลวงที่มืดสลัว ทว่ากลับเป็นเพดานไม้แกะสลักลวดลายเมฆามงคลอันคุ้นตา ม่านเตียงสีฟ้าอ่อนเนื้อละเอียดพลิ้วไหวไปมาตามแรงลมหนาวที่เล็ดลอดเข้ามาตามช่องหน้าต่าง กลิ่นอายจาง ๆ ของกำยานดอกไม้ที่ข้าชอบจุดรมห้องลอยมาแตะจมูก

            นี่มัน... ห้องนอนของข้าในจวนแม่ทัพมิใช่หรือ?

            ข้ารีบพยุงกายลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว สองมือสั่นเทาระคนระแวง ข้าก้มลงมองกวาดสายตาสำรวจร่างกายของตนเองอย่างบ้าคลั่ง... สองมือสองเท้าไร้ซึ่งโซ่ตรวนเหล็กหนาหนัก ผิวพรรณยังคงขาวผ่องเนียนละเอียด ไม่มีบาดแผลเหวอะหวะ ไม่มีแม้กระทั่งรอยแส้หรือรอยเหล็กนาบไฟจากคุกหลวง

            “คุณหนู!”

            เสียงเรียกใสซื่อที่คุ้นเคยดังมาจากหน้าประตู ก่อนที่ร่างของสาวใช้คนสนิทจะรีบวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา ชุนเถา... ใบหน้าอ่อนเยาว์และดวงตากลมโตที่เต็มไปด้วยความห่วงใย ใบหน้าที่ข้าคิดว่าไม่มีวันได้พบเจออีกแล้วในชาติต่อ ๆ ไป ยามที่ได้เห็นนางมายืนอยู่ตรงหน้า น้ำตาที่อัดอั้นมานานพลันรินไหลลงมาอาบแก้มโดยไม่รู้ตัว

            “คุณหนูเป็นอะไรไปเจ้าคะ!” ชุนเถาตกใจจนหน้าถอดสี นางรีบถลันเข้ามาคุกเข่าข้างเตียง ละล่ำละลักถามด้วยความลนลาน “ฝันร้ายหรือเจ้าคะ เหตุใดจึงร้องไห้หนักเช่นนี้”

            ข้ามองหน้าคู่หูตัวน้อยในชาติที่แล้ว... ชุนเถาผู้ซื่อสัตย์ยอมถูกทุบตีจนตายคามือผู้คุม ข้าจำได้ดีว่าร่างของนางแหลกเหลวเพียงใดในคุกหลวงเพียงเพราะนางไม่ยอมเอ่ยปากปรักปรำหรือให้การเท็จเพื่อใส่ร้ายข้า นางต้องมาจบชีวิตลงตั้งแต่อายุยังน้อยเพราะคนโง่เช่นข้า

            แต่วันนี้... นางยังคงมีลมหายใจ ผิวพรรณของนางยังมีเลือดฝาด และนางกำลังยืนอยู่ข้างข้า

            “ชุนเถา…” เสียงของข้าสั่นเครือจนแทบจับใจความไม่ได้ ข้ายื่นมือที่สั่นเทาไปกุมมือเล็ก ๆ ของนางไว้แน่น “เจ้ายังอยู่... เจ้ายังอยู่จริง ๆ”

            สาวใช้ตัวน้อยทำหน้าฉงนฉงายไม่เข้าใจกิริยาแปลกประหลาดของข้า ทว่าข้ากลับไม่ได้อธิบายสิ่งใด ทำเพียงปล่อยให้น้ำตาไหลพรั่งพรูออกมาเงียบ ๆ

            ในที่สุดข้าก็ตระหนักได้... ข้ายังไม่ตาย ทุกสิ่งชั่วร้ายในชาติต่อนั้นยังไม่เกิดขึ้น! ท่านพี่ยังไม่ตายในสนามรบ ท่านพ่อยังไม่ถูกปลดชำระความผิด ชุนเถายังมีชีวิต และข้า... ยังไม่ถูกบั่นศีรษะประหารชีวิตบนลานประหารนั่น

            ข้ายื่นมือไปกว้ากำผ้าห่มเนื้อหนาแน่นจนข้อนิ้วกลายเป็นสีขาวซีด แววตาที่เคยหม่นแสงพลันแปรเปลี่ยนเป็นความเด็ดเดี่ยวและกร้าวกระด้างขึ้นมาทันตา

            หากสวรรค์เห็นใจ... มอบโอกาสครั้งที่สองนี้ให้ข้าได้มีชีวิตใหม่อีกครั้ง ข้า ซูหว่านหนิง ขอสาบาน... ข้าจะไม่มีวันเดินซ้ำรอยเดิมที่แสนอัปยศนั่นเด็ดขาด! ไม่มีวัน!

            “จริงสิคุณหนูเจ้าคะ” ชุนเถาเห็นข้าเริ่มสงบลง จึงเอื้อมมือไปหยิบซองจดหมายสีทองหรูหราที่วางอยู่บนโต๊ะหัวเตียงมายื่นให้ข้า “เมื่อครู่ คนจากตำหนักอ๋องฉินส่งคนมามอบจดหมายฉบับนี้ให้เจ้าค่ะ”

            กึก!

            หัวใจของข้ากระตุกวูบอย่างรุนแรง ราวกับถูกค้อนปอนด์ทุบเข้ากลางอก เพียงแค่ได้ยินนามนั้น... ความเจ็บปวดทรมานจากการถูกทอดทิ้ง ความหนาวเหน็บในคืนที่หิมะโปรยปราย และคมดาบเล่มโตในชาติก่อนก็ย้อนกลับมาทิ่มแทงจนข้าแทบสำลัก เล็บมือทั้งสิบจิกเกร็งเข้าหากันจนแทบฝังลงในเนื้อเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์คลั่ง

            อ๋องฉิน… บุรุษที่ข้ารักจนยอมสละสิ้นทุกสิ่ง ทุ่มเททั้งชีวิตและครอบครัวเพื่อเขา แต่เขากลับเป็นผู้ลงนามส่งข้าไปตายอย่างเลือดเย็น

            ข้ารับซองจดหมายนั้นมา ค่อย ๆ คลี่แผ่นกระดาษเนื้อดีออก ลายมือหวัดตัวพยัคฆ์อันคุ้นตาที่ข้าเคยหลงใหลปรากฏแก่สายตา

            ‘หว่านหนิง พรุ่งนี้ข้าจะพาเจ้าไปชมดอกเหมยที่สวนหลวง เจ้าอย่ามัวแต่โกรธเคืองเรื่องงานเลี้ยงคราวก่อนเลย ข้าจะรอเจ้า’

            ข้าจ้องมองข้อความเหล่านั้นแล้วพลันหัวเราะเหยียดออกมาเบา ๆ ทั้ง ๆ ที่น้ำตายังคงเอ่อคลอคลอเบ้าตา รอยยิ้มของข้าเต็มไปด้วยความสมเพช

            ในชาติที่แล้ว... เพียงแค่ได้รับเศษเสี้ยวความสนใจหรือจดหมายนัดหมายธรรมดา ๆ เช่นนี้ ข้าก็ดีใจจนเนื้อเต้น นอนไม่หลับทั้งคืน รีบลุกขึ้นมาเลือกชุดที่งามที่สุดตั้งแต่ยามซาน (21.00 น.) เพื่อหวังว่าจะได้ใช้เวลาร่วมกับเขาในวันรุ่งขึ้น. ข้าช่างทำตัวน่าเวทนา ราวกับสุนัขบ้านตัวหนึ่งที่เฝ้ารอคอยเศษเนื้ออันน้อยนิดที่เจ้าของโยนมาให้ด้วยความซาบซึ้งใจ

            แต่วันนี้ ข้าตื่นจากฝันตื่นนั้นแล้ว! ข้ารู้ดีแล้วว่าเบื้องหลังรอยยิ้มอ่อนโยนปานเทพบุตรนั้นคือความละโมบและจิตใจที่โฉดชั่ว ข้ารู้แล้วว่ายามที่ข้าถูกทรมานเจียนตายอยู่ในคุกหลวง เขากำลังสำราญใจอยู่กับสตรีอื่น

            ข้ารู้แล้วว่าคำว่า “รัก” ที่ข้าเคยเฝ้าอ้อนวอนขอร้อง... มันไม่มีอยู่จริงตั้งแต่ต้น!

            ซูหว่านหนิงเอ๋ยซูหว่านหนิง... เจ้าช่างตาบอดมาเนิ่นนานเหลือเกิน

            ข้าเอื้อมมือไปยกตะเกียงน้ำมันบนโต๊ะมาเปิดฝาครอบออก จากนั้นจึงยื่นมุมกระดาษจดหมายสีทองเข้าหาเปลวไฟสีส้มที่กำลังเต้นระบำอย่างช้า ๆ

            เปลวเพลิงลิ้มรสกระดาษชั้นดี มันลุกลามและแผดเผาตัวอักษรจอมปลอมเหล่านั้นทีละตัว ๆ จนในที่สุดจดหมายรักฉบับนั้นก็กลายสภาพเป็นเถ้าถ่านสีดำร่วงหล่นลงสู่พื้นห้อง ไม่เหลือชิ้นดี

            ชุนเถาเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงจนอ้าปากค้าง ร้องเสียงหลง “คุณหนู! นั่นจดหมายของอ๋องฉินนะเจ้าคะ! เหตุใดท่านจึง...”

            ข้าไม่ได้หันไปมองสาวใช้ ทว่าสายตายังคงจับจ้องก้อนขี้เถ้าที่กำลังมอดดับด้วยความนิ่งสงบ ดุจผืนน้ำที่ไร้ระลอกคลื่น ก่อนจะขยับริมฝีปากเอ่ยเน้นย้ำออกมาทีละคำอย่างหนักแน่นและเด็ดเดี่ยว

            “ชุนเถา... เตรียมตัวให้พร้อม พรุ่งนี้...”

            ข้าเว้นจังหวะ พลางหันไปสบตาสาวใช้ด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปเป็นคนละคน

            “ข้าจะเข้าวัง... ไปถอนหมั้นกับอ๋องฉิน”

            และนั่นถือเป็นครั้งแรกในรอบสองชาติภพ... ที่ข้า ซูหว่านหนิงตัดสินใจสะบั้นโซ่ตรวน แล้วเลือกเดินบนเส้นทางชีวิตของตัวเองอย่างแท้จริง!

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ข้าคือนางร้ายคนนั้นที่ท่านสังหาร   ตอนที่ 7 : ดอกเหมยที่ถูกเหยียบย่ำ

    หลังจากเดินทางกลับมาจากงานเลี้ยงน้ำชาที่จวนองค์หญิงใหญ่ ข้ากลับรู้สึกเหนื่อยล้าอย่างประหลาด มันไม่ใช่ความเหนื่อยล้าทางกาย ทว่ามันคือความหนักอึ้งและวุ่นวายใจที่กัดกินจิตวิญญาณของข้าจนแทบไม่เป็นอันทำสิ่งใด ตลอดสองวันที่ผ่านมา... เงาร่างสูงใหญ่และนัยน์ตาสีน้ำหมึกคู่ลึกล้ำของเยี่ยนอวี้เฉิน กลับปรากฏซ้อนขึ้นมาในความคิดของข้าบ่อยครั้งจนเกินไป มากเสียจนตัวข้าเองยังรู้สึกหวาดกลัวและตกใจในความสั่นไหวของตนเอง ทั้งที่ในชาติก่อน... ข้าแทบไม่เคยปรายสายตามองบุรุษผู้นั้นเลยสักครา ไม่เคยให้ความสนใจ ไม่เคยแยแส และไม่เคยแม้แต่จะจดจำว่ามีเขาอยู่บนโลก ทว่าหลังจากที่ข้าย้อนเวลากลับมาจากขุมนรก ข้ากลับพบหลักฐานความจริงอันน่าตระหนก ว่าในเศษเสี้ยวความทรงจำหลายช่วงชีวิตที่ผ่านมา บุรุษเกราะดำผู้นั้นมักจะยืนอยู่ตรงนั้นเสมอ คอยยื่นมือเข้ามาโอบอุ้มข้าในยามวิกฤต... เพียงแต่วันเวลาเหล่านั้น ข้าเป็นคนโง่เขลาที่เลือกจะหันหลังให้เขาเอง ทว่า... ชาตินี้ข้าเพิ่งผ่านความตายมา หัวใจของข้าแหลกสลายจนเย็บซ่อมไม่ได้อีกแล้ว ข้าจะกล้าเปิดใจยอมรับความอบอุ่นจากผู้ใดได้อีก? ความรักมันก็

  • ข้าคือนางร้ายคนนั้นที่ท่านสังหาร   ตอนที่ 6 : คนที่ไม่เคยอยู่ในสายตา

    หลังจบการแข่งขันยิงธนูหลวงที่ลานวัง ชีวิตของข้า ซูหว่านหนิง ดูเหมือนจะหวนคืนสู่ความสงบราบเรียบอีกครา... อย่างน้อยก็ในสายตาของคนภายนอก ทว่า ภายในส่วนลึกของดวงจิต ข้ากลับต้องเผชิญกับพายุอารมณ์ที่สับสนและวุ่นวายยิ่งกว่าเดิม ทุกครั้งที่เอนกายลงนอนและพยายามหลับตา ภาพเหตุการณ์ ณ ลานประหารในชาติก่อนจะยังคงฉายชัด ทะลุทะลวงเข้ามาในมโนสำนึกดั่งปีศาจร้ายที่คอยสูบกินจิตวิญญาณ เสียงคมดาบเล่มโตที่แหวกฝ่าสายลม เสียงรัวกลองประหารที่สั่นสะเทือนไปถึงกระดูก และเสียงผู้คนนับแสนที่รุมสาปแช่งตราหน้าว่าข้าคือสตรีแพศยาแพะรับบาป และเหนือสิ่งอื่นใด... สิ่งที่กรีดลึกจนเป็นแผลเป็นในใจข้าที่สุด คือแววตาของอ๋องฉินในวันนั้น ดวงตาของเขาช่างเยียบเย็น ว่างเปล่า และไร้ซึ่งกระแสความรู้สึกใด ๆ ราวกับเขากำลังยืนมองคนแปลกหน้าผู้หนึ่งที่ไม่มีความสลักสำคัญในชีวิต หาใช่สตรีที่ยอมทอดทิ้งเกียรติยศ ศักดิ์ศรี และครอบครัว เพื่อคอยอยู่เคียงข้างและเป็นหมากให้เขาหลอกใช้มานานนับปีไม่ “คุณหนูเจ้าคะ...” เสียงของชุนเถาแผ่วเบาลงคล้ายระคนใจหาย สาวใช้ตัวน้อยขยับก้าวเข้ามาในห้องนอ

  • ข้าคือนางร้ายคนนั้นที่ท่านสังหาร   ตอนที่ 5 : ผู้ที่ยืนอยู่ข้างข้า

    สามวันผันผ่านไปอย่างเชื่องช้านับตั้งแต่เหตุการณ์โกลาหลกลางสวนหลวงหลวง ภายนอกนั้น ชีวิตของข้า ซูหว่านหนิง ดูจะสงบราบเรียบกว่าช่วงเวลาใด ๆ ในอดีต ข่าวลือเรื่องความกล้าหาญในการช่วยชีวิตท่านหญิงน้อยทำให้ผู้คนลดทอนความเกลียดชังลงไปไม่น้อย ทว่า... มีเพียงตัวข้าเองเท่านั้นที่รู้ดีว่า ภายในอกนี้กลับไม่เคยพบเจอความสงบสุขเลยแม้เพียงราตรีเดียว ทุกครั้งที่ข้าเอนกายหลับตาลง ทัศนียภาพอันสยดสยองของลานประหารในชาติก่อนจะย้อนกลับมาทิ่มแทงซ้ำ ๆ ราวกับภาพหลอนที่ไม่มีวันสิ้นสุด เสียงโซ่ตรวนที่ลากครูดไปกับพื้นหิน เสียงกลองประหารที่รัวกระหน่ำจนแผ่นดินสะเทือน และคมดาบเล่มโตที่กำลังฟันฉับลงมาปลิดชีพ... รวมไปถึงเสียงตะโกนแหบพร่าอันเต็มไปด้วยความสิ้นหวังของบุรุษผู้หนึ่ง “หยุดการประหารเดี๋ยวนี้!” “เฮือก!” ข้าสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึกอีกครั้ง ร่างกายกระตุกเกร็ง ลมหายใจสะดุดกึกคล้ายคนกำลังจะขาดใจ ฝ่ามือทั้งสองข้างเย็นเฉียบดุจน้ำแข็งและชุ่มไปด้วยหยาดเหงื่อ ชุนเถาที่นอนเฝ้ายามอยู่บนตั่งด้านนอกรีบจุดตะเกียงโคมไฟแล้วถลันกายเข้ามาหาข้าด้วย

  • ข้าคือนางร้ายคนนั้นที่ท่านสังหาร   ตอนที่ 4 : ยาขวดนั้น

    “บาดเจ็บตรงไหนหรือไม่” น้ำเสียงทุ้มต่ำและแหบพร่าเล็กน้อยของเยี่ยนอวี้เฉินยังคงดังอยู่เหนือศีรษะ วงแขนแกร่งของเขายังคงประคองแผ่นหลังของข้าไว้หลวม ๆ ราวกับจะช่วยเป็นเกราะกำบังจากอันตรายทั้งปวง ข้านอนนิ่งอยู่ในอ้อมอกของเขา ดวงตาเบิกกว้างจ้องมองใบหน้าคมคายนั้นชั่วขณะหนึ่ง ข้ากลับรู้สึกจุกในอกจนไม่รู้จะเอ่ยคำใดตอบกลับไป คำถามสั้น ๆ เพียงไม่กี่คำ... แต่สำหรับข้ามันกลับหนักอึ้งและสั่นสะเทือนไปทั้งหัวใจ เพราะตั้งแต่ข้าจำความได้ในชีวิตอันแสนยาวนานและโดดเดี่ยว ไม่มีใครเคยเอ่ยถามคำถามนี้กับข้าเลยสักครั้ง ยามที่ข้าเอาตัวเข้าแลก ออกหน้าอาละวาดจนถูกคนทั้งเมืองหลวงรุมด่าทอสาปแช่ง... ไม่มีใครถามว่าข้าเจ็บปวดหรือไม่ ยามที่ข้านั่งร้องไห้เงียบ ๆ ท่ามกลางลมหนาวเพราะความเฉยชาของอ๋องฉิน... ก็ไม่มีใครถามว่าข้าเป็นอย่างไร แม้กระทั่งตอนที่ข้าถูกโซ่ตรวนพันธนาการ ถูกทรมานเจียนตายในคุกหลวงอันมืดมิด... บุรุษที่ข้าเฝ้ารอคอยและรักสุดหัวใจ ก็ไม่เคยโผล่หน้ามาถามไถ่ข้าเลยแม้แต่คำเดียว แต่บุรุษแปลกหน้าตรงผู้นี้... บุรุษที่ข้

  • ข้าคือนางร้ายคนนั้นที่ท่านสังหาร   ตอนที่ 3 : บุรุษในความทรงจำ

    “ถวายบังคมอ๋องฉิน” เยี่ยนอวี้เฉินค้อมศีรษะลงเพียงเล็กน้อยตามมารยาทของนายทหารผู้ถือครองอาญาสิทธิ์ น้ำเสียงของเขาเรียบนิ่ง ทราบราบเรียบดุจผืนน้ำในฤดูหนาวจนมิอาจจับกระแสอารมณ์ใด ๆ ได้ ทว่าใบหน้าของอ๋องฉินกลับฉายแววมืดครึ้มลงไปกะทันหัน แม้จะพยายามรักษาจริตแย้มยิ้มตามแบบฉบับราชวงศ์เพียงใดก็ตาม ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ข้ารู้ดีว่าบุรุษที่อ๋องฉินหวาดระแวงและริษยาที่สุดในราชสำนัก ก็คือแม่ทัพหนุ่มผู้ยืนอยู่ตรงหน้านี้ เยี่ยนอวี้เฉินมีอายุเพียงยี่สิบสี่ปี ทว่ากลับกุมกำลังพลนับแสนแห่งกองทัพเหนือ ผลงานการศึกโดดเด่นเกรียงไกรจนซื่อเสียงสะเทือนไปถึงแคว้นข้างเคียง ซ้ำยังได้รับความไว้วางพระราชหฤทัยจากองค์ฮ่องเต้ถึงขั้นพระราชทานฉายา “แม่ทัพหยก” ให้ด้วยพระองค์เอง หากวันใดวันหนึ่งศึกแย่งชิงบัลลังก์มังกรปะทุขึ้นมา บุรุษชุดเกราะดำผู้นี้... ย่อมเป็นขวากหนามชิ้นใหญ่ที่สุดที่อ๋องฉินมิอาจมองข้าม “แม่ทัพเยี่ยน” อ๋องฉินขยับยิ้มบาง แววตาแฝงกระแสกดดัน “ไม่ได้พบกันเสียเนิ่นนาน ลำบากท่านแล้วที่ต้องเดินทางไกลจากชายแดนกลับมาร่วมงานเลี้ยงเช่นนี้” เยี่ยนอว

  • ข้าคือนางร้ายคนนั้นที่ท่านสังหาร   ตอนที่ 2 : ข้าจะไม่เป็นชายาอ๋อง

    “คุณหนู… เมื่อครู่ท่านว่าอะไรนะเจ้าคะ” ชุนเถามองข้าราวกับว่านางเพิ่งได้ยินเรื่องราวคอขาดบาดตายหรือเรื่องเหลือเชื่อที่สุดในชีวิต มือเล็ก ๆ ที่กำลังจัดแต่งพู่ประดับเตียงถึงกับค้างเติ่ง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก “ข้าบอกว่า ข้าจะถอนหมั้นกับอ๋องฉิน” ข้าย้ำประโยคเดิมอีกครั้งด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ทว่าละอองเสียงกลับหนักแน่นดุจหินผา ไม่มีแววล้อเล่นเลยแม้แต่น้อย คำยืนยันนั้นทำเอาสาวใช้ตัวน้อยถึงกับอ้าปากค้างจนลืมกิริยา เพราะทั่วทั้งเมืองหลวงแห่งนี้ มีผู้ใดบ้างที่ไม่รู้ว่าซูหว่านหนิงคนนี้รักและเทิดทูนอ๋องฉินเหนือกษัตริย์และฟ้าดินเพียงใด ครั้งหนึ่งยามที่อ๋องฉินประชวรด้วยไข้ป่า ข้าถึงกับดื้อรั้นก้าวข้ามผ่านจารีตประเพณี ไปนั่งเฝ้าเช็ดตัวดูแลเขาอยู่ข้างเตียงไม่ยอมห่างถึงสามวันสามคืนจนร่างกายตนเองแทบทรุด ครั้งหนึ่งยามที่อ๋องฉินถูกกลุ่มขุนนางฝ่ายตรงข้ามรุมโจมตีกลางท้องพระโรง ข้าผู้เป็นสตรีกลับกล้าอาละวาด ทะเลาะเบาะแว้งกับคนทั้งงานเลี้ยงอย่างไม่กลัวตาย เพียงเพื่อปกป้องเกียรติยศของเขา รัก... จนบ่าวไพร่ในเ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status