Beranda / รักโบราณ / ข้าคือนางร้ายคนนั้นที่ท่านสังหาร / ตอนที่ 2 : ข้าจะไม่เป็นชายาอ๋อง

Share

ตอนที่ 2 : ข้าจะไม่เป็นชายาอ๋อง

Penulis: Camellia.ma
last update Tanggal publikasi: 2026-10-14 18:16:50

 

         “คุณหนู… เมื่อครู่ท่านว่าอะไรนะเจ้าคะ”

            ชุนเถามองข้าราวกับว่านางเพิ่งได้ยินเรื่องราวคอขาดบาดตายหรือเรื่องเหลือเชื่อที่สุดในชีวิต มือเล็ก ๆ ที่กำลังจัดแต่งพู่ประดับเตียงถึงกับค้างเติ่ง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก

            “ข้าบอกว่า ข้าจะถอนหมั้นกับอ๋องฉิน”

            ข้าย้ำประโยคเดิมอีกครั้งด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ทว่าละอองเสียงกลับหนักแน่นดุจหินผา ไม่มีแววล้อเล่นเลยแม้แต่น้อย

            คำยืนยันนั้นทำเอาสาวใช้ตัวน้อยถึงกับอ้าปากค้างจนลืมกิริยา เพราะทั่วทั้งเมืองหลวงแห่งนี้ มีผู้ใดบ้างที่ไม่รู้ว่าซูหว่านหนิงคนนี้รักและเทิดทูนอ๋องฉินเหนือกษัตริย์และฟ้าดินเพียงใด

            ครั้งหนึ่งยามที่อ๋องฉินประชวรด้วยไข้ป่า ข้าถึงกับดื้อรั้นก้าวข้ามผ่านจารีตประเพณี ไปนั่งเฝ้าเช็ดตัวดูแลเขาอยู่ข้างเตียงไม่ยอมห่างถึงสามวันสามคืนจนร่างกายตนเองแทบทรุด

            ครั้งหนึ่งยามที่อ๋องฉินถูกกลุ่มขุนนางฝ่ายตรงข้ามรุมโจมตีกลางท้องพระโรง ข้าผู้เป็นสตรีกลับกล้าอาละวาด ทะเลาะเบาะแว้งกับคนทั้งงานเลี้ยงอย่างไม่กลัวตาย เพียงเพื่อปกป้องเกียรติยศของเขา

            รัก... จนบ่าวไพร่ในเรือนยังรู้ว่า ซูหว่านหนิงรักอ๋องฉินยิ่งกว่าชีวิตของตนเองเสียอีก แล้วเหตุใดมาวันนี้ คุณหนูผู้คลั่งรักคนเดิมกลับเอ่ยคำว่าถอนหมั้นออกมาได้อย่างง่ายดายเช่นนี้

            “คุณหนู... ท่านทะเลาะกับอ๋องฉินหรือเจ้าคะ หรือว่าเป็นเพราะเรื่องที่ท่านอ๋องทรงเอาใจใส่คุณหนูหลี่ในงานเลี้ยงคราวก่อน?” ชุนเถาถามด้วยความกังวล น้ำเสียงสั่นเครือ

            ข้าหลุบตาลงต่ำ มองเงาสะท้อนของตนเองในถ้วยชาที่กระเพื่อมไหว... ทะเลาะอย่างนั้นหรือ?

            หากเป็นชาติก่อน ข้าคงร่ำไห้ฟูมฟายและหลอกตัวเองว่ามันเป็นเพียงการแง่งอนทะเลาะเบาะแว้ง อย่างน้อยการทะเลาะก็ยังแปลว่าเขายังคงมองเห็นข้าอยู่ในสายตา แต่ความจริงอันอัปยศที่ข้าแลกมาด้วยชีวิตมันไม่ใช่เลย... ในสายตาของอ๋องฉิน ข้าไม่เคยมีความสำคัญ ไม่เคยเป็นมนุษย์ที่มีหัวใจ เป็นเพียงแค่หมากตัวหนึ่งที่ใช้แล้วทิ้งได้ทุกเมื่อ

            “ชุนเถา” ข้าเอ่ยเรียกนางด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ทว่านัยน์ตากลับว่างเปล่าลึกซึ้ง “หากมีคนผู้หนึ่ง หลอกใช้ทุกสิ่งทุกอย่างที่เจ้ามี สูบเลือดเนื้อตระกูลของเจ้าจนหมดสิ้น... แล้วสุดท้ายก็ผลักเจ้าลงสู่แดนประหาร ยืนดูเจ้าถูกบั่นคอตายไปต่อหน้าต่อตา เจ้าจะยังรักเขาอยู่หรือไม่”

            สาวใช้ตัวน้อยนิ่งอึ้งไปทันที ใบหน้าของนางซีดเผือดลงด้วยความหวาดกลัวต่อแววตาอันเย็นเยียบของข้า ก่อนที่นางจะรีบส่ายหน้าปฏิเสธอย่างรวดเร็ว

            “ไม่มีทางเจ้าค่ะ บ่าวไม่มีวันรักคนใจคอโหดเหี้ยมเช่นนั้นเด็ดขาด!”

            ข้ายิ้มบาง ๆ เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความสมเพชตัวเองในอดีต “ใช่... ไม่มีทาง แต่ข้าเคยทำ ข้าเคยรักเขาจนโง่งม ยอมแลกทุกอย่าง... แม้กระทั่งชีวิต”

# # #

            ช่วงสายของวันเดียวกัน รถม้าคันหรูหราประดับตราตั้งตระกูลซูเคลื่อนตัวอย่างเชื่องช้าเข้าสู่เขตพระราชวังชั้นนอก

            วันนี้เป็นงานเลี้ยงน้ำชาฤดูใบไม้ผลิ สวนหลวงถูกเนรมิตให้เป็นสถานที่พบปะของเหล่าขุนนางชั้นสูงและเชื้อพระวงศ์ผู้มีอำนาจ และแน่นอนว่า... บุรุษผู้กระหายในลาภยศและฝักใฝ่การสร้างรากฐานอำนาจอย่างอ๋องฉิน ย่อมไม่พลาดงานนี้

            ทันทีที่ข้าก้าวเท้าลงจากรถม้า สายตาเปี่ยมไปด้วยความเหยียดหยามและจับผิดนับสิบคู่ก็พุ่งตรงมาที่ข้าทันที เสียงซุบซิบนินทาจากกลุ่มคุณหนูตระกูลผู้ดีดังแว่วมาตามสายลมหนาว

            “ดูสิ คุณหนูซูมาแล้ว วันนี้แต่งกายเรียบง่ายนัก” 

            “หึ คงจะรีบมาเดินตามตูดอ๋องฉินอีกตามเคยกระมัง” 

            “นางตามติดอ๋องฉินเสียยิ่งกว่าเงาตามตัว ไร้ซึ่งยางอายของสตรีโดยแท้”

            หากเป็นเมื่อก่อน ข้าคงจะหันไปตวาดลั่น หรือใช้แส้ในมือฟาดสั่งสอนสตรีปากหอยปากปูเหล่านั้นให้หลั่งเลือด ทว่าวันนี้ ข้ากลับทำเพียงเดินผ่านไปด้วยท่าทีเฉยชา ราวกับเสียงเหล่านั้นเป็นเพียงเสียงแมลงวันบินผ่าน เพราะสิ่งที่พวกนางพูด... มันไม่มีสิ่งใดผิดเลย ข้าในชาติก่อนเคยเป็นสตรีหน้ามืดตามัว เดินตามหลังบุรุษคนหนึ่งจนยอมเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของตนเองจนไม่เหลือชิ้นดี

            ขณะที่ข้ากำลังก้าวเท้าเข้าสู่ประตูวงพระจันทร์ของสวนหลวง เสียงทุ้มอันคุ้นเคยที่ดังขึ้นจากเบื้องหน้า ก็ทำให้ร่างกายของข้าแข็งทื่อไปกะทันหัน

            “หว่านหนิง”

            กึก!

            หัวใจของข้ากระตุกวูบอย่างรุนแรง ความทรงจำอันโหดร้ายแล่นพล่านขึ้นมาจนข้ารู้สึกคลื่นไส้ น้ำเสียงทุ้มกังวานที่แฝงไปด้วยความถือดีเช่นนี้... ต่อให้ข้าต้องตายแล้วเกิดใหม่อีกสิบชาติ ข้าก็ไม่มีวันลืม

            อ๋องฉิน... หลิวอวี่เฉิง

            เขายืนเด่นเป็นสง่าอยู่ใต้ต้นเหมยสีขาวที่กำลังเบ่งบาน สวมชุดคลุมยาวสีครามปักดิ้นทองลายมังกรสี่เล็บดูหรูหรา ใบหน้าหล่อเหลาปานสลักเสลาที่เคยทำให้ข้าหลงใหลจนยอมถวายชีวิต ทว่าในยามนี้ เมื่อข้าจ้องมองมัน กลับรู้สึกเพียงความหนาวเหน็บที่เสียดแทงเข้ากระดูกดำ

            “เมื่อวานเหตุใดเจ้าจึงไม่ตอบจดหมายข้า?” เขาเอ่ยถามพลางก้าวเท้าเข้ามาหา นำเสียงแฝงแววตำหนิเล็กน้อย ราวกับทุกอย่างเป็นเรื่องปกติธรรมดา... ราวกับว่าเขาไม่ใช่ชายโฉดชั่วที่เคยส่งใบสั่งประหารชีวิตข้าด้วยมือของตนเอง

            ข้าหยุดยืนนิ่ง จ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่แต่งแต้มรอยยิ้มจอมปลอมของเขา อ๋องฉินขมวดคิ้วมุ่นทันทีด้วยความขัดใจ เพราะตามปกติแล้ว เพียงแค่ข้าได้ยินเสียงหรือเห็นใบหน้าของเขา ข้าจะต้องรีบวิ่งเข้าไปหาพร้อมรอยยิ้มประจบประแจงและแววตาที่เต็มไปด้วยความเทิดทูน

            ทว่าวันนี้... สิ่งที่เขาได้รับกลับมีเพียงความเงียบสงบ และดวงตาที่เรียบเฉยไร้ระลอกคลื่นความยินดี

            “ข้าเผามันทิ้งไปแล้ว” ข้าตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ราวกับกำลังพูดเรื่องลมฟ้าอากาศ

            ใบหน้าหล่อเหลาของอ๋องฉินชะงักงันไปทันที นัยน์ตาของเขาไหววูบด้วยความประหลาดใจ “เจ้าว่าอะไรนะ?”

            “จดหมายของท่าน...” ข้าก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว สบสายตากับเขาตรง ๆ อย่างไม่เกรงกลัว “ข้า เผา มัน ทิ้ง ไป แล้ว”

            ความเงียบอันน่าอึดอัดพลันเข้าปกคลุมบรรยากาศรอบด้านทันที สีหน้าของอ๋องฉินเปลี่ยนไปเป็นเขียวสลับขาว ราวกับเขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนในชีวิตว่า สตรีที่เป็นของตายและยอมสยบอยู่แทบเท้าเขามาโดยตลอด จะกล้าใช้วาจาและสายตาเช่นนี้ตบหน้าเขาต่อหน้าธารกำนัล

            ทว่า ก่อนที่เขาจะทันได้อ้าปากเค้นเสียงตวาดด้วยความโกรธเกรี้ยว เสียงฝีเท้าอันหนักแน่นและทรงพลังของรองเท้าบูททหารก็ดังขึ้นจากทางด้านหลัง

            ตึก... ตึก...

            ข้าหันขวับไปตามสัญชาตญาณ และในวินาทีนั้นเอง... หัวใจของข้าก็คล้ายจะหยุดเต้นไปชั่วขณะ

            บุรุษร่างสูงสง่าในชุดเกราะเหล็กสีดำทมิฬอันน่าเกรงขามกำลังก้าวเดินเข้ามา แสงแดดรำไรส่องกระทบใบหน้าคมคายดั่งเทพสงคราม ดวงตาลึกคมกริบดุจพญาเหยี่ยวทว่าแฝงไว้ด้วยความสงบนิ่งดั่งขุนเขา

            เยี่ยนอวี้เฉิน! แม่ทัพหยกแห่งต้าโจว!

            บุรุษเพียงคนเดียวที่ขี่ม้าฝ่ากองทัพลุยเลือดเข้ามาหาข้าในวันประหาร... บุรุษคนเดียวที่ยอมหลั่งน้ำตาและกรีดร้องปานจะขาดใจในวันที่หัวของข้าตกสู่พื้นดิน คราวนี้... เขายังมีชีวิตอยู่ ร่างกายของเขายังสมบูรณ์พร้อม และกำลังยืนอยู่ตรงหน้าข้าจริง ๆ

            ดวงตาคมกริบคู่ขนานสบประสานเข้ากับดวงตาของข้าเพียงชั่วครู่ ก่อนที่ฝีเท้าของเขาจะชะงักไปเล็กน้อย คิ้วเข้มเลิกขึ้นราวกับแปลกใจเป็นล้นพ้น... ที่ได้เห็นหยาดน้ำตาใส ๆ กำลังเอ่อคลออยู่ในหน่วยตาของสตรีร้ายกาจที่ขึ้นชื่อว่าใจดำและเข้มแข็งที่สุดในเมืองหลวง

            ส่วนข้า... ทำได้เพียงจิกเล็บลงกับชายเสื้อของตนเองจนยับยู่ยี่เพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ สะอื้นไห้อยู่ในอก

            เพราะนี่คือครั้งแรกในรอบสองชาติภพ... ที่ข้าได้กลับมาพบกับคนผู้หนึ่ง ซึ่งไม่มีวันทอดทิ้งข้า แม้ในนาทีที่ข้ากลายเป็นศพโสโครกก็ตามที

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ข้าคือนางร้ายคนนั้นที่ท่านสังหาร   ตอนที่ 7 : ดอกเหมยที่ถูกเหยียบย่ำ

    หลังจากเดินทางกลับมาจากงานเลี้ยงน้ำชาที่จวนองค์หญิงใหญ่ ข้ากลับรู้สึกเหนื่อยล้าอย่างประหลาด มันไม่ใช่ความเหนื่อยล้าทางกาย ทว่ามันคือความหนักอึ้งและวุ่นวายใจที่กัดกินจิตวิญญาณของข้าจนแทบไม่เป็นอันทำสิ่งใด ตลอดสองวันที่ผ่านมา... เงาร่างสูงใหญ่และนัยน์ตาสีน้ำหมึกคู่ลึกล้ำของเยี่ยนอวี้เฉิน กลับปรากฏซ้อนขึ้นมาในความคิดของข้าบ่อยครั้งจนเกินไป มากเสียจนตัวข้าเองยังรู้สึกหวาดกลัวและตกใจในความสั่นไหวของตนเอง ทั้งที่ในชาติก่อน... ข้าแทบไม่เคยปรายสายตามองบุรุษผู้นั้นเลยสักครา ไม่เคยให้ความสนใจ ไม่เคยแยแส และไม่เคยแม้แต่จะจดจำว่ามีเขาอยู่บนโลก ทว่าหลังจากที่ข้าย้อนเวลากลับมาจากขุมนรก ข้ากลับพบหลักฐานความจริงอันน่าตระหนก ว่าในเศษเสี้ยวความทรงจำหลายช่วงชีวิตที่ผ่านมา บุรุษเกราะดำผู้นั้นมักจะยืนอยู่ตรงนั้นเสมอ คอยยื่นมือเข้ามาโอบอุ้มข้าในยามวิกฤต... เพียงแต่วันเวลาเหล่านั้น ข้าเป็นคนโง่เขลาที่เลือกจะหันหลังให้เขาเอง ทว่า... ชาตินี้ข้าเพิ่งผ่านความตายมา หัวใจของข้าแหลกสลายจนเย็บซ่อมไม่ได้อีกแล้ว ข้าจะกล้าเปิดใจยอมรับความอบอุ่นจากผู้ใดได้อีก? ความรักมันก็

  • ข้าคือนางร้ายคนนั้นที่ท่านสังหาร   ตอนที่ 6 : คนที่ไม่เคยอยู่ในสายตา

    หลังจบการแข่งขันยิงธนูหลวงที่ลานวัง ชีวิตของข้า ซูหว่านหนิง ดูเหมือนจะหวนคืนสู่ความสงบราบเรียบอีกครา... อย่างน้อยก็ในสายตาของคนภายนอก ทว่า ภายในส่วนลึกของดวงจิต ข้ากลับต้องเผชิญกับพายุอารมณ์ที่สับสนและวุ่นวายยิ่งกว่าเดิม ทุกครั้งที่เอนกายลงนอนและพยายามหลับตา ภาพเหตุการณ์ ณ ลานประหารในชาติก่อนจะยังคงฉายชัด ทะลุทะลวงเข้ามาในมโนสำนึกดั่งปีศาจร้ายที่คอยสูบกินจิตวิญญาณ เสียงคมดาบเล่มโตที่แหวกฝ่าสายลม เสียงรัวกลองประหารที่สั่นสะเทือนไปถึงกระดูก และเสียงผู้คนนับแสนที่รุมสาปแช่งตราหน้าว่าข้าคือสตรีแพศยาแพะรับบาป และเหนือสิ่งอื่นใด... สิ่งที่กรีดลึกจนเป็นแผลเป็นในใจข้าที่สุด คือแววตาของอ๋องฉินในวันนั้น ดวงตาของเขาช่างเยียบเย็น ว่างเปล่า และไร้ซึ่งกระแสความรู้สึกใด ๆ ราวกับเขากำลังยืนมองคนแปลกหน้าผู้หนึ่งที่ไม่มีความสลักสำคัญในชีวิต หาใช่สตรีที่ยอมทอดทิ้งเกียรติยศ ศักดิ์ศรี และครอบครัว เพื่อคอยอยู่เคียงข้างและเป็นหมากให้เขาหลอกใช้มานานนับปีไม่ “คุณหนูเจ้าคะ...” เสียงของชุนเถาแผ่วเบาลงคล้ายระคนใจหาย สาวใช้ตัวน้อยขยับก้าวเข้ามาในห้องนอ

  • ข้าคือนางร้ายคนนั้นที่ท่านสังหาร   ตอนที่ 5 : ผู้ที่ยืนอยู่ข้างข้า

    สามวันผันผ่านไปอย่างเชื่องช้านับตั้งแต่เหตุการณ์โกลาหลกลางสวนหลวงหลวง ภายนอกนั้น ชีวิตของข้า ซูหว่านหนิง ดูจะสงบราบเรียบกว่าช่วงเวลาใด ๆ ในอดีต ข่าวลือเรื่องความกล้าหาญในการช่วยชีวิตท่านหญิงน้อยทำให้ผู้คนลดทอนความเกลียดชังลงไปไม่น้อย ทว่า... มีเพียงตัวข้าเองเท่านั้นที่รู้ดีว่า ภายในอกนี้กลับไม่เคยพบเจอความสงบสุขเลยแม้เพียงราตรีเดียว ทุกครั้งที่ข้าเอนกายหลับตาลง ทัศนียภาพอันสยดสยองของลานประหารในชาติก่อนจะย้อนกลับมาทิ่มแทงซ้ำ ๆ ราวกับภาพหลอนที่ไม่มีวันสิ้นสุด เสียงโซ่ตรวนที่ลากครูดไปกับพื้นหิน เสียงกลองประหารที่รัวกระหน่ำจนแผ่นดินสะเทือน และคมดาบเล่มโตที่กำลังฟันฉับลงมาปลิดชีพ... รวมไปถึงเสียงตะโกนแหบพร่าอันเต็มไปด้วยความสิ้นหวังของบุรุษผู้หนึ่ง “หยุดการประหารเดี๋ยวนี้!” “เฮือก!” ข้าสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึกอีกครั้ง ร่างกายกระตุกเกร็ง ลมหายใจสะดุดกึกคล้ายคนกำลังจะขาดใจ ฝ่ามือทั้งสองข้างเย็นเฉียบดุจน้ำแข็งและชุ่มไปด้วยหยาดเหงื่อ ชุนเถาที่นอนเฝ้ายามอยู่บนตั่งด้านนอกรีบจุดตะเกียงโคมไฟแล้วถลันกายเข้ามาหาข้าด้วย

  • ข้าคือนางร้ายคนนั้นที่ท่านสังหาร   ตอนที่ 4 : ยาขวดนั้น

    “บาดเจ็บตรงไหนหรือไม่” น้ำเสียงทุ้มต่ำและแหบพร่าเล็กน้อยของเยี่ยนอวี้เฉินยังคงดังอยู่เหนือศีรษะ วงแขนแกร่งของเขายังคงประคองแผ่นหลังของข้าไว้หลวม ๆ ราวกับจะช่วยเป็นเกราะกำบังจากอันตรายทั้งปวง ข้านอนนิ่งอยู่ในอ้อมอกของเขา ดวงตาเบิกกว้างจ้องมองใบหน้าคมคายนั้นชั่วขณะหนึ่ง ข้ากลับรู้สึกจุกในอกจนไม่รู้จะเอ่ยคำใดตอบกลับไป คำถามสั้น ๆ เพียงไม่กี่คำ... แต่สำหรับข้ามันกลับหนักอึ้งและสั่นสะเทือนไปทั้งหัวใจ เพราะตั้งแต่ข้าจำความได้ในชีวิตอันแสนยาวนานและโดดเดี่ยว ไม่มีใครเคยเอ่ยถามคำถามนี้กับข้าเลยสักครั้ง ยามที่ข้าเอาตัวเข้าแลก ออกหน้าอาละวาดจนถูกคนทั้งเมืองหลวงรุมด่าทอสาปแช่ง... ไม่มีใครถามว่าข้าเจ็บปวดหรือไม่ ยามที่ข้านั่งร้องไห้เงียบ ๆ ท่ามกลางลมหนาวเพราะความเฉยชาของอ๋องฉิน... ก็ไม่มีใครถามว่าข้าเป็นอย่างไร แม้กระทั่งตอนที่ข้าถูกโซ่ตรวนพันธนาการ ถูกทรมานเจียนตายในคุกหลวงอันมืดมิด... บุรุษที่ข้าเฝ้ารอคอยและรักสุดหัวใจ ก็ไม่เคยโผล่หน้ามาถามไถ่ข้าเลยแม้แต่คำเดียว แต่บุรุษแปลกหน้าตรงผู้นี้... บุรุษที่ข้

  • ข้าคือนางร้ายคนนั้นที่ท่านสังหาร   ตอนที่ 3 : บุรุษในความทรงจำ

    “ถวายบังคมอ๋องฉิน” เยี่ยนอวี้เฉินค้อมศีรษะลงเพียงเล็กน้อยตามมารยาทของนายทหารผู้ถือครองอาญาสิทธิ์ น้ำเสียงของเขาเรียบนิ่ง ทราบราบเรียบดุจผืนน้ำในฤดูหนาวจนมิอาจจับกระแสอารมณ์ใด ๆ ได้ ทว่าใบหน้าของอ๋องฉินกลับฉายแววมืดครึ้มลงไปกะทันหัน แม้จะพยายามรักษาจริตแย้มยิ้มตามแบบฉบับราชวงศ์เพียงใดก็ตาม ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ข้ารู้ดีว่าบุรุษที่อ๋องฉินหวาดระแวงและริษยาที่สุดในราชสำนัก ก็คือแม่ทัพหนุ่มผู้ยืนอยู่ตรงหน้านี้ เยี่ยนอวี้เฉินมีอายุเพียงยี่สิบสี่ปี ทว่ากลับกุมกำลังพลนับแสนแห่งกองทัพเหนือ ผลงานการศึกโดดเด่นเกรียงไกรจนซื่อเสียงสะเทือนไปถึงแคว้นข้างเคียง ซ้ำยังได้รับความไว้วางพระราชหฤทัยจากองค์ฮ่องเต้ถึงขั้นพระราชทานฉายา “แม่ทัพหยก” ให้ด้วยพระองค์เอง หากวันใดวันหนึ่งศึกแย่งชิงบัลลังก์มังกรปะทุขึ้นมา บุรุษชุดเกราะดำผู้นี้... ย่อมเป็นขวากหนามชิ้นใหญ่ที่สุดที่อ๋องฉินมิอาจมองข้าม “แม่ทัพเยี่ยน” อ๋องฉินขยับยิ้มบาง แววตาแฝงกระแสกดดัน “ไม่ได้พบกันเสียเนิ่นนาน ลำบากท่านแล้วที่ต้องเดินทางไกลจากชายแดนกลับมาร่วมงานเลี้ยงเช่นนี้” เยี่ยนอว

  • ข้าคือนางร้ายคนนั้นที่ท่านสังหาร   ตอนที่ 2 : ข้าจะไม่เป็นชายาอ๋อง

    “คุณหนู… เมื่อครู่ท่านว่าอะไรนะเจ้าคะ” ชุนเถามองข้าราวกับว่านางเพิ่งได้ยินเรื่องราวคอขาดบาดตายหรือเรื่องเหลือเชื่อที่สุดในชีวิต มือเล็ก ๆ ที่กำลังจัดแต่งพู่ประดับเตียงถึงกับค้างเติ่ง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก “ข้าบอกว่า ข้าจะถอนหมั้นกับอ๋องฉิน” ข้าย้ำประโยคเดิมอีกครั้งด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ทว่าละอองเสียงกลับหนักแน่นดุจหินผา ไม่มีแววล้อเล่นเลยแม้แต่น้อย คำยืนยันนั้นทำเอาสาวใช้ตัวน้อยถึงกับอ้าปากค้างจนลืมกิริยา เพราะทั่วทั้งเมืองหลวงแห่งนี้ มีผู้ใดบ้างที่ไม่รู้ว่าซูหว่านหนิงคนนี้รักและเทิดทูนอ๋องฉินเหนือกษัตริย์และฟ้าดินเพียงใด ครั้งหนึ่งยามที่อ๋องฉินประชวรด้วยไข้ป่า ข้าถึงกับดื้อรั้นก้าวข้ามผ่านจารีตประเพณี ไปนั่งเฝ้าเช็ดตัวดูแลเขาอยู่ข้างเตียงไม่ยอมห่างถึงสามวันสามคืนจนร่างกายตนเองแทบทรุด ครั้งหนึ่งยามที่อ๋องฉินถูกกลุ่มขุนนางฝ่ายตรงข้ามรุมโจมตีกลางท้องพระโรง ข้าผู้เป็นสตรีกลับกล้าอาละวาด ทะเลาะเบาะแว้งกับคนทั้งงานเลี้ยงอย่างไม่กลัวตาย เพียงเพื่อปกป้องเกียรติยศของเขา รัก... จนบ่าวไพร่ในเ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status