Share

ข้าคือมารร้ายไม่ใช่ดอกบัวขาว
ข้าคือมารร้ายไม่ใช่ดอกบัวขาว
Penulis: หวางลี่อิง/มงกุฏดาว

บทนำ

last update Tanggal publikasi: 2026-06-04 23:40:01

ข้าไม่เป็นแล้วคุณหนูเอาแต่ใจ “เหม่ยเหยา” กลับมาครั้งนี้เพื่อกระชากหน้ากากคนร้ายตัวจริงอย่างคู่หมั้นและน้องสาวจอมเสแสร้ง เตรียมตัวรับแรงกระแทกได้เลย

         นางร้ายโดนป้ายสี...เข็ดหลาบแล้ว

         ฟางเหม่ยเหยา ทุ่มเทสุดหัวใจไม่ว่าจะเงินหรือความรักดูแลคู่หมั้นจอหงวนอายุน้อยที่สุดในแคว้นต้าเหนิง แต่พวกเขากลับทรยศให้กับความรักอย่างซื่อสัตย์ ราวกับสุนัขที่แม้เจ้าของมันตีจนขาหัก ก็ยังจงรักนายผู้นั้นสุดดวงใจ

         ใช่ข้าไม่มีวันกลายเป็นสุนัขตัวน้อยแสนเชื่องตัวนั้นอีกแล้ว...

         ข้าทะนุถนอมความรักของเราอย่างดิบดี แต่เมื่ออีกไม่ถึงขวบปีพวกเรากำลังจะแต่งงาน สามีที่แสนงุ่นง่านต้องการจะทำข้าวสารให้เป็นข้าวสุกชิงสุกก่อนห่ามแต่นางไม่ยินดี เขาจึงเริ่มแผนการใช้น้องสาวคนดีของข้ามาแทนที่

         ฟางเฟิงเล่อ สตรีหน้าเนื้อใจเสือ ที่นางตามืดบอดมองว่าน่ารักอ่อนหวาน จึงยินยอมให้ทุกอย่าง กลับเป็นสตรีตัวร้ายในคราบดอกบัวต่อหน้ายิ้มร่า ลับหลังชั่วช้าวางแผนฆ่าพี่สาวเช่นข้าได้ลงคอ

         แต่ที่สะอึกไปยิ่งกว่านั้น เมื่อถึงวันที่ต้องโทษโบยจนขาดใจตาย ลมหายใจเฮือกสุดท้ายมีเพียงสองคนที่นางทุ่มเทความรักให้มาร่ำลา พร้อมกับพูดราวกับข้าคือตัวโง่งม

         ‘พี่ใหญ่ท่านเห็นหรือไม่...คนที่คิดจะเป็นสามีของท่านคนนี้ได้มอบลูกชายให้แก่ข้า...และข้าที่กำลังจะแต่งเข้าราชวงศ์ เป็นชายาที่ฟู่อ๋องสุดแสนจะรักใคร่หวงแหน...ท่านว่าวาสนาลูกของข้ากับพี่เสิ่นอวี้ จะได้เป็นฮ่องเต้องค์ถัดไปหรือไม่’

         แม้เป็นลมหายใจเฮือกสุดท้าย แต่มโนสำนึกทำให้นางประจักษ์ได้ว่า หนึ่งบุรุษและหนึ่งสตรีโฉดร่วมมือกันคิดคดโค่นบัลลังก์ราชวงศ์สุ่ย ยัดสายเลือดเสิ่นลงไปแทน แล้วพวกนางจะจัดการรวบอำนาจ นั่งว่าราชการอยู่หลังม่านหรือ

         เลว...คำนี้น้อยไปสำหรับพวกเขาทั้งสอง

         ‘หลังจากนี้อีกสามวันบิดาของเจ้าก็จะตามไป...ล่วงหน้าไปก่อนเถิดเหม่ยเหยา เขาจะได้รับข้อหาทุจริตเงินคงคลัง’ เสียงน่าขยะแขยงนั่นคือเสียงคู่หมั้น...นางส่ายหน้าไปมาไม่อาจยอมรับเรื่องที่เกิดขึ้นได้

         นางตายก็แล้วไปเถอะ นางโง่เอง...แต่บิดาของนางเล่าเกี่ยวอันใดด้วย ทำไมถึงได้มอดม้วยไปด้วยกันเช่นนี้

         แต่แล้วอย่างไร...นางใกล้หมดลมแล้ว บิดาของนางโดนตัดสินความหัวข้อกล่าวหาว่าทุจริตเงินคงคลัง นางโดนข้อหาหลอกลวงเบื้องสูง

         นางพ่อลูกช่างเป็นตระกูลที่โง่เขลา เลี้ยงลูกเสือลูกจระเข้เอาไว้แว้งกัดพวกเรา...

         แต่ราวกับสวรรค์เห็นอกเห็นใจ

นางฟื้นอีกครั้ง...ก่อนที่ทุกอย่างจะบานปลาย แต่สาบานให้ตายนางก็จะไม่ยอมให้คนชั่วช้าเหล่านั้นได้เสวยสุข และเหยียบย่ำกองเลือดของนางและบิดาเพื่อปีนขึ้นบัลลังก์มังกร นอนบนบัลลังก์หงส์

         กลับมาครั้งนี้ฟางเหม่ยเหยาคือมารร้ายไม่ใช่ดอกบัวขาวอีกแล้ว

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ข้าคือมารร้ายไม่ใช่ดอกบัวขาว   บทที่ 30 ตอนพิเศษ 2/2

    “สิงเทียน...เหม่ยเหยา...อ๊ะ...ต้องการท่านที่สุด”สิ้นเสียงของนางแกนกลางกายถูกโหมซัดเข้าใส่ นางเกร็งเครียดและเจ็บปวดจนนึกว่าจะตายเสียแล้ว แต่ทว่ายังไม่ตาย! ใบหน้าหล่อเหลาเคร่งขรึมจากที่เคยเดาอารมณ์ไม่ถูกใครจะนึกว่าเขาช่างเอาแต่ใจ และต้องการให้นางปรนนิบัติเขาทั่งคืน “สิงเทียน...ข้า...ข้าไม่ไหวแล้ว” “เจ้าไหว...เชื่อข้า”“....” เขาดื้อด้าน...ดื้อด้านมาก นี่เขาเป็นลูกคนเล็กเอาแต่ใจของไทเฮาจริง ๆ ด้วย มิน่าเล่าไทเฮาเรียกนางเข้าวังก่อนวันแต่งงานเจ็ดวัน ‘เหนื่อยหน่อยนะ...หลังแต่งงานเจ้าจะได้รับรู้เองว่าเขาเอาแต่ใจแค่ไหน...แต่ไม่ต้องห่วงเขาเป็นคนจิตใจมั่นคง ไม่มีสตรีคนที่สองแน่ ไม่เหมือนบิดาของเขา’ปลายเสียงไทเฮาเหมือนจะขุ่นเคืองอดีตฮ่องเต้ แต่คาดว่าคงจะเป็นความจำเป็นแน่แท้ เพราะราชวงศ์ยังต้องมีทายาทสืบต่อชั่วลูกชั่วหลาน ทำให้นางเบาใจว่าอย่างน้อย ๆ ตำหนักฟู่อ๋องก็ไม่มีวังหลังหกตำหนักอะไรให้ปวดหัว คงมีแต่เจ็บตัวเพราะคนตัวใหญ่ไม่ยอมพอแค่ครั้งเดียว กว่าพายุวสันต์จะจบลงเวลาก็ล่วงเลยมาใกล้เช้าตรู่เต็มที แต่ความสงสัยที่มีกลับสั่งให้นางไม่ยอมหลับ “ท่านอ๋อง...บอกมานะเพคะว่าที่พูดนั้นหมายถึงอะไ

  • ข้าคือมารร้ายไม่ใช่ดอกบัวขาว   บทที่ 30 ตอนพิเศษ 1/2

    สัมผัสอุ่นร้อนที่บดเบียดลงมานั้นมิได้เปิดช่องว่างให้คิดคำนวณถึงสิ่งอื่นใดอีก สติสัมปชัญญะที่เคยแจ่มชัดของฟางเหม่ยเหยาถูกแผดเผาจนมอดไหม้กลายเป็นเถ้าถ่านในพริบตา เหลือเพียงความขาวโพลนที่ว่างเปล่าและเสียงหัวใจที่เต้นกระหน่ำราวกับกลองศึกในอกกลิ่นอายบุรุษเพศที่หอมกรุ่นผสมผสานกับกลิ่นสุราจาง ๆ แผ่ซ่านเข้าครอบงำทุกประสาทสัมผัส ความหนักหน่วงของร่างแกร่งที่ทาบทับลงมาทำให้รู้สึกอึดอัดทว่าก็เจือไปด้วยความรู้สึกปลอดภัยอย่างประหลาดร่างกายที่เคยตึงเครียดเกร็งฝืน บัดนี้กลับอ่อนระทวยราวกับขี้ผึ้งที่ถูกลนด้วยไฟร้อน ยินยอมพร้อมใจที่จะหลอมละลายอยู่ภายใต้การชักนำของเขาอย่างไม่อาจต้านทาน ความร้อนรุ่มสายหนึ่งที่ไม่คุ้นเคยเริ่มก่อตัวขึ้นที่ท้องน้อย และแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กายอย่างรวดเร็วเมื่อริมฝีปากที่รุกล้ำอย่างเอาแต่ใจยอมถอนออกห่างเพียงชั่วครู่เพื่อให้พอลืมตาอ้าปากได้ นางก็ต้องหอบหายใจสะท้าน อกอิ่มกระเพื่อมไหวรุนแรงภายใต้ชุดเจ้าสาวสีแดงเพลิงที่เริ่มหลุดลุ่ยดวงตากลมโตที่คลอหน่วยด้วยหยาดน้ำใสช้อนขึ้นมองสบกับดวงตาคมกริบของบุรุษเหนือร่าง แววตาของเขาในยามนี้ลึกล้ำและมืดดำประดุจห้วงราตรีไร้ดาว เต็มไปด้วยแร

  • ข้าคือมารร้ายไม่ใช่ดอกบัวขาว   บทที่ 29 บทส่งท้าย 2/2

    พิธีการดำเนินไปอย่างศักดิ์สิทธิ์และยิ่งใหญ่ นางถูกจูงมือข้ามกระถางไฟ กราบไหว้ฟ้าดิน กราบไหว้บรรพบุรุษ และสุดท้าย... คือการคำนับกันและกันระหว่างสามีภรรยาเมื่อศีรษะของทั้งสองก้มลงคำนับพร้อมกัน มันคือการผูกมัดชะตาชีวิตของคนทั้งคู่เข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบต่อหน้าสักขีพยานทั่วหล้า“ส่งตัวเจ้าสาวเข้าหอได้!”สิ้นเสียงประกาศก้องกังวาน นางก็ถูกประคองพาเดินออกจากลานพิธีที่วุ่นวาย มุ่งหน้าสู่เรือนหอที่เงียบสงบในส่วนลึกของตำหนักอ๋องเมื่อประตูห้องหอถูกเปิดออก กลิ่นหอมรัญจวนของกำยานและดอกไม้มงคลก็ลอยมาต้อนรับ นางถูกพาไปนั่งลงบนเตียงไม้แกะสลักขนาดใหญ่ที่ปูด้วยผ้าแพรสีแดงปักลายมังกรหงส์คู่แม่สื่อและสาวใช้ต่างพากันถอยออกไปจนหมด เหลือเพียงความเงียบงันภายในห้องหอที่ประดับประดาด้วยเทียนมงคลสีแดงสว่างไสวฟางเหม่ยเหยานั่งตัวเกร็งอยู่บนขอบเตียง มือประสานกันแน่นบนตัก หัวใจเต้นระทึกรอคอยเวลา...รอคอยเสียงฝีเท้าของบุรุษผู้เป็นสามี ที่กำลังจะเข้ามาทำหน้าที่ ‘เปิดผ้าคลุมหน้า’ และทวงสัญญาการ ‘ชดเชย’ ที่เขาได้ลั่นวาจาเอาไว้!เสียงฝีเท้าหนักแน่นที่คุ้นหูดังใกล้เข้ามา หยุดลงที่หน้าประตูห้องหอ หัวใจของฟางเหม่ยเหย

  • ข้าคือมารร้ายไม่ใช่ดอกบัวขาว   บทที่ 29 บทส่งท้าย 1/2

    เสียงล้อรถม้าไม้เก่าคร่ำครึบดเบียดไปบนถนนหินดังเอี๊ยดอ๊าดบาดหู ผสมปนเปไปกับเสียงโซ่ตรวนหนักอึ้งที่กระทบกันยามนักโทษในกรงไม้ขยับกายท่ามกลางแสงแดดที่แผดเผาในยามสาย กรงไม้ขังนักโทษขนาดใหญ่กำลังเคลื่อนตัวอย่างช้าๆ แห่ประจานไปรอบเมืองหลวง ก่อนจะมุ่งหน้าสู่เส้นทางทุรกันดารไปยังชายแดนทางเหนือภายในกรงไม้ ปรากฏร่างของบุรุษสตรีคู่หนึ่งในชุดนักโทษสีเทาหม่นที่ขาดวิ่น สภาพของพวกเขาดูอิดโรยและสิ้นหวัง ผมเผ้าที่เคยจัดทรงงดงามบัดนี้ยุ่งเหยิงเปรอะเปื้อนฝุ่นโคลน ใบหน้าที่เคยเชิดฉายด้วยความมั่นใจ บัดนี้ก้มต่ำซุกซ่อนความอับอายไว้แทบเท้าแทบดูไม่ออกเลยว่า นี่คืออดีตขุนนางหนุ่มอนาคตไกลอย่างเสิ่นอวี้ และคุณหนูรองผู้แสนงดงามแห่งจวนเจ้ากรมคลังอย่างฟางเฟิงเล่อตลอดสองข้างทางที่ขบวนนักโทษเคลื่อนผ่าน ชาวบ้านร้านตลาดต่างหยุดกิจกรรมของตน หันมามุงดูและจับกลุ่มซุบซิบนินทากันอย่างออกรส เสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังอื้ออึงราวกับฝูงผึ้งแตกรัง“นั่นใช่คุณชายเสิ่นกับคุณหนูรองฟางหรือไม่? สวรรค์! สภาพดูไม่ได้เลยจริงเชียว” หญิงวัยกลางคนนางหนึ่งอุทานพลางเอามือทาบอก“สมน้ำหน้าแล้ว! ใครใช้ให้ทำตัวบัดสีผิดจารีตเช่นนั้นเล่า” พ่อค้าขา

  • ข้าคือมารร้ายไม่ใช่ดอกบัวขาว   บทที่ 28 ข้าจะสั่งสอนเจ้า 2/2

    ฟางเหม่ยเหยารีบคว้าแผงคอม้าไว้แน่นด้วยความตกใจ หัวใจเต้นรัวเร็ว “ตะ... แต่ว่ามีม้าเพียงตัวเดียว...”“ก็ใช่ ข้าเตรียมมาตัวเดียว”เขาตอบอย่างไม่ยี่หระ ก่อนจะตวัดตัวกระโดดขึ้นมานั่งซ้อนที่ด้านหลังของนางอย่างคล่องแคล่วว่องไว!“อ๊ะ!”ฟางเหม่ยเหยาอุทานออกมาเมื่อแผ่นหลังบางของนางปะทะเข้ากับแผงอกแกร่งที่ร้อนผ่าวของเขาเข้าอย่างจัง วงแขนแข็งแรงทั้งสองข้างเอื้อมผ่านเอวของนางมาจับบังเหียนม้าด้านหน้า ทำให้ตอนนี้นางตกอยู่ในอ้อมกอดของเขาชนิดที่ดิ้นไม่หลุด“ท่านอ๋อง! นี่มัน... ใกล้ชิดเกินไปแล้วเพคะ!” นางประท้วงเสียงสั่น ใบหน้าร้อนวูบวาบจนแทบไหม้ลมหายใจอุ่นร้อนของเขาเป่ารดอยู่ข้างใบหูเล็กที่แดงก่ำ ยิ่งทำให้สติของนางกระเจิดกระเจิง“ใกล้ชิดอันใดกัน? ข้ากำลังสอนเจ้าขี่ม้าอยู่ต่างหาก หากไม่จับเช่นนี้เจ้าจะบังคับม้าได้อย่างไร” เขาตอบด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูมีเหตุผล (แบบข้างๆ คู ๆ) แต่แฝงแววขบขันอย่างปิดไม่มิด“อีกอย่าง... เราเป็นว่าที่สามีภรรยากัน ขี่ม้าร่วมกันเพียงเท่านี้ จะเป็นไรไป... หรือเจ้าลืมจูบเมื่อคืนนั้นไปแล้ว?”เขาจงใจกระซิบประโยคท้ายที่ข้างหู ทำให้นางขนลุกซู่ไปทั้งตัว‘คนบ้า! คนฉวยโอกาส! ใครเขาขี่ม

  • ข้าคือมารร้ายไม่ใช่ดอกบัวขาว   บทที่ 28 ข้าจะสั่งสอนเจ้า 1/2

    สายลมเย็นระลอกแรกของฤดูใบไม้ร่วงพัดผ่านเข้ามาทางหน้าต่าง หอบเอากลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกจวี๋ฮวา (เบญจมาศ) ที่เริ่มบานสะพรั่งในสวนเข้ามาในห้องฟางเหม่ยเหยานั่งเหม่อมองกองผ้าแพรพรรณสีแดงสดและเครื่องประดับทองคำล้ำค่าที่วางเรียงรายอยู่เต็มห้องด้วยสายตาที่ว่างเปล่า เสียงบ่าวไพร่เดินขวักไขว่และเสียงท่านพ่อสั่งงานพ่อบ้านดังแว่วเข้ามาไม่ขาดสายนับตั้งแต่วันที่ได้รับสมรสพระราชทาน จวนเจ้ากรมคลังก็กลับมาคึกคักยิ่งกว่าตลาดสดยามเช้า ผู้คนที่เคยหมางเมินต่างพากันส่งของขวัญและเทียบเชิญมาไม่ขาดสาย จนบันไดหน้าจวนแทบสึกกร่อนแต่นางกลับรู้สึก... เหนื่อยเหลือเกินการเตรียมตัวเป็นเจ้าสาวของชินอ๋องมิใช่เรื่องง่าย พิธีการมากมาย กฎระเบียบยิบย่อยที่ต้องเรียนรู้ ทำให้นางแทบไม่มีเวลาได้หยุดพักหายใจ“คุณหนูใหญ่เจ้าคะ!”เสียงเรียกตื่นตระหนกของสาวใช้คนสนิทอย่างมี่เอ๋อร์ดังขึ้นที่หน้าประตู ฟางเหม่ยเหยาสะดุ้งเล็กน้อย หันไปมองสาวใช้ที่วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา“มีเรื่องอันใดหรือ เหตุใดจึงวิ่งหน้าตาตื่นเช่นนี้”“คุณหนู... ท่านอ๋อง... ท่านอ๋องส่งคนมาเจ้าค่ะ!”สาวใช้รายงานเสียงสั่น“องครักษ์ของท่านอ๋องรออยู่ที่หน้าจวน แจ้งว่าท่าน

  • ข้าคือมารร้ายไม่ใช่ดอกบัวขาว   บทที่ 1 มารร้ายผู้นี้ฉลาดแล้ว 1/2

    เข้าสู่เดือนเก้า... ทั่วทั้งภูเขาในเขตแคว้นต้าเหนิงถูกอาบย้อมไปด้วยสีแดงฉานของใบเฟิงราวกับเปลวไฟที่กำลังลุกไหม้ก่อนจะมอดดับ ท่ามกลางใบไม้แห้งสีเหลืองสลับแดงที่ร่วงหล่นปลิวว่อนตามแรงลม ดอกเบญจมาศสีเหลืองทองกลับชูช่อบานสะพรั่งอย่างหยิ่งทะนง ส่งกลิ่นหอมเย็นจาง ๆ ท้าทายลมหนาวที่กำลังคืบคลานเข้ามา

  • ข้าคือมารร้ายไม่ใช่ดอกบัวขาว   บทที่ 2 สุมไฟไล่เหลือบไรลิ้น 2/2

    “พี่อวี้...หากข้าได้นั่งบัลลังก์หงส์...ท่านว่า...ข้าจะเป็นอย่างไรเจ้าคะ” “จะเป็นอย่างไร เจ้าก็จะเป็นใหญ่เนื้อสตรีทั้งใต้หล้า แต่ทว่ากลับเป็นรองแค่ข้าผู้เดียว เพราะข้าจะอยู่บนและกระแทกเจ้าที่บัลลังก์หงส์ให้ดู” “ท่านผู้อะไรหน้าไม่อาย” ฟางเหม่ยเหยาได้ฟังความคิดของฟางเหม่ยเหย

  • ข้าคือมารร้ายไม่ใช่ดอกบัวขาว   บทที่ 2 สุมไฟไล่เหลือบไรลิ้น 1/2

    ฟางเหม่ยเหยามองดูคู่ชายหญิงที่พลอดรักกัน จนกระทั่งเปิดประตูเข้ามาในเรือนนอนของนาง พลันได้ยินเสียงของสตรีขี้อิจฉาเอ่ยขึ้น “นี่เครื่องลายครามหายากตั้งแต่สมัยต้นราชวงศ์สุ่ย ท่านย่าลำเอียงแต่พี่สาว ข้ากับเหม่ยเหยาต่างก็เป็นหลานของท่านย่าเช่นกันกลับไม่ได้ของดีเช่นนี้ นี่ยังไม่รวมเครื่องเรือนไม้

  • ข้าคือมารร้ายไม่ใช่ดอกบัวขาว   บทที่ 1 มารร้ายผู้นี้ฉลาดแล้ว 2/2

    และสองคนนั้นก็นัดกันทำเรื่องบัดสีในห้องนอนสตรีที่ยังไม่แต่งงานเช่นนาง! ไม่ผิดหรอก...น้องสาวของนางและบุรุษผู้ทำเรื่องฉาวในเรือนของตนเอง เขาเป็นถึงจอหงวนอายุน้อยที่สุด อายุเพียงสิบเก้าปีก็สอบได้ที่หนึ่งทำให้เป็นที่โปรดปรานของฝ่าบาทเป็นอย่างมาก และยังให้เขาได้รับใช้ใกล้ชิดในห้องอักษร ทั้งยัง

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status