เข้าสู่ระบบท่านผู้เฒ่าลั่วมองหลานสะใภ้ที่นั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้าด้วยสายตาลำบากใจ ใครจะคิดว่าสตรีที่แข็งแกร่งเช่นนางยังคิดจะยอมแพ้ให้กับหลานชายทั้งสามของเขา เรื่องที่เกิดขึ้นกับนางชายชราได้ยินมาทั้งหมดและเข้าใจดีว่าเหตุใดลั่วหลี่เวยถึงมาแจ้งว่านางต้องการหย่า
"ลั่วหลี่เวย เจ้าช่วยข้าอีกสักหน่อยไม่ได้หรือ"
ลั่วหลี่เวยไม่ได้ตอบอะไรนางเพียงก้มนางนิ่งเรื่องที่เกิดขึ้นกับนางมันมากเสียจนนางแสร้งเข้มแข็งอีกไม่ได้ เกรงว่าหากนางอยู่ที่นี่ต่อคุณชายจอมเสเพลทั้งสามจะยิ่งทำให้นางตกอยู่ในอันตราย
"ท่านผู้เฒ่าลั่วสามารถดำเนินตามแผนได้เลยเจ้าค่ะ ข้าได้จัดการส่วนสำคัญไว้หมดแล้ว ส่วนลั่วหลี่หยวนข้าคิดว่าเขามีนิสัยติดเพื่อนหากเขาไม่มีผลประโยชน์แล้วคงกลับมาที่จวน ถึงตอนนั้นท่านก็อบรมเขาสักหน่อยและสอนงานเขาเล็กน้อยก็พอ ส่วนงานที่หนักก็มอบหมายให้คุณชายใหญ่และคุณชายรองรับผิดชอบในตอนที่เห็นสมควร"
"แต่ว่า.."
"ให้ข้าหย่าเถอะเจ้าค่ะ"
ลั่วหลี่เวยพูดออกมาทั้งน้ำตานางในตอนนี้ไม่เหลือคราบสตรีแกร่งอีกต่อไปแล้วนางทั้งหวาดกลัวและดูอ่อนแอ ท่านผู้เฒ่าลั่วที่เห็นเช่นนั้นก็ถอนหายใจออกมาเพราะรู้ดีคงฉุดรั้งสตรีตรงหน้าให้อยู่ต่อไม่ได้แล้ว
"เห้อ ต้องโทษข้าที่เลี้ยงหลานมาเป็นสวะเช่นนี้ เจ้าจะไปอยู่ที่ใดหากหย่าแล้ว"
"ข้าและชิงถงจะไปอยู่เมืองอื่นเจ้าค่ะ เพราะมีสินเดิมเป็นหอนางโลมของท่านแม่ข้าอาจจะรบกวนอาศัยอยู่ในจวนลั่วอีกสองสามวันเพื่อรอเจรจาซื้อขายหอนางโลมก่อน"
"ไม่คิดกลับมาเมืองนี้แล้วหรือ"
"เจ้าค่ะ"
ท่านผู้เฒ่าลั่วมองสตรีต้องหน้าไม่วางตา คิดเพียงว่าลั่วหลี่เวยช่างเป็นสตรีน่าสงสารยิ่งนักตระกูลชุนก็รังแกนางทั้งที่เป็นคุณหนูใหญ่กลับถูกปฏิบัติไม่ต่างจากสาวใช้ พอจะแต่งงานก็โชคร้ายได้หลานจอมเสเพลทั้งสามของข้าไปเป็นสามีนางเคยสิ้นหวังถึงกับอยากสังหารตัวเอง ข้าจะกล้ารั้งเด็กคนนี้ไว้ได้เช่นไรในเมื่อนางกำลังหลุดพ้นจากนรกแห่งนี้แล้ว
"ข้ารับฟังคำขอของเจ้า"
"ขอบคุณท่านผู้เฒ่าลั่วเจ้าค่ะ"
ท่านผู้เฒ่าลั่วพูดคุยกับนางอีกไม่กี่ประโยคก่อนลั่วหลี่เวยจะขอตัวออกไป นางเดินตรงไปที่ประตูจวนที่ด้านนอกมีรถม้าจอดรออยู่ด้วยสีหน้าไม่ดีนักในใจเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดต่อชายชราทั้งที่นางรับปากว่าจะช่วยให้ถึงที่สุดแต่กลับผิดคำพูดเช่นนี้
"จะออกไปไหน คิดจะผลาญเงินตระกูลข้าหรือไง"
ลั่วกงเฉินคุณชายใหญ่ที่กำลังเดินเข้ามาในจวนเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงประชดประชัน เขาปรายตามองรถม้าที่จอดอยู่ด้านนอกในใจคิดเพียงว่าหญิงละโมบเช่นนางที่กุมอำนาจในมือคงคิดจะออกไปใช้เงินของตระกูลลั่วเป็นแน่
"เป็นเช่นไรเงินของผู้อื่น หอมหวานหรือไม่"
ลั่วหลี่เวยปรายตามองลั่วกงเฉินที่มีท่าทางเมามายดูก็รู้ว่าพึ่งกลับจากหอนางโลมเขาจ้องมองนางด้วยแววตาไม่พอใจ ลั่วหลี่เวยเลือกที่จะไม่ตอบอะไรนางตัดสินใจเดินผ่านเขาไปราวกับเขาไร้ตัวตน
"นี่เจ้า!!! ไม่ยินที่ข้าถามหรือ!!"
"ขออภัย คำพูดของข้ามีไว้คุยกับคนหาใช่สวะ"
ลั่วหลี่เวยออกมาเสียงเรียบก่อนจะเดินขึ้นรถม้าไป นางพยายามบอกตัวเองไม่ให้กลัวเพราะอีกไม่นานทุกอย่างก็จะจบลงแล้ว แต่ที่น่าเสียใจคือนางไม่คิดว่าลั่วกงเฉินจะมีความยับยั้งชั่งใจต่ำถึงเพียงนี้แค่เพียงไม่กี่วันก็กลับไปเสเพลเหมือนเดิมแล้ว ท่านผู้เฒ่าลั่วคงหนักใจกว่าเดิมเป็นแน่..
นางโลมหน้าตางดงามย่อมเป็นที่ชื่นชอบของบุรุษมากตัณหาประโยคนี้ไม่เกินจริงเลย ลั่วหลี่เวยกวาดสายตามองไปรอบ ๆ บุรุษมากมายกำลังแข่งกันประมูลนางโลมหน้าตางดงามที่ยืนอยู่บนเวที พวกเขายอมเสียเงินมากมายเพื่อให้ได้เชยชมนางเพียงแค่คืนเดียวช่างเป็นการเสียเงินที่ไร้ค่าจริง ๆ
"คุณหนูจะขายที่นี่จริง ๆ หรือเจ้าคะ"
แม่เล้ากล่าวออกมาเสียงเศร้าเมื่อรู้ว่าบุตรสาวของผู้มีพระคุณกำลังจะขายหอนางโลมนี่ให้ผู้อื่น นายหญิงคนก่อนยามมีชีวิตนั้นรักหอนางโลมแห่งนี้มากถึงแม้จะแต่งงานออกเรือนไปแล้วก็ยังแวะเวียนเข้ามาดูแลที่นี่ไม่ได้ทอดทิ้งไปไหน
"ที่นี่ล้วนเต็มไปด้วยความทรงจำของนายหญิงคนเก่านะเจ้าคะ"
ลั่วหลี่เวยเม้มปากแน่น นางเอกก็รู้ดีว่าท่านแม่นั้นรักที่นี่ยิ่งนักแต่นางเองต้องการเงินไปตั้งตัวมีเพียงวิธีนี้จึงจะได้เงินรวดเร็วที่สุด นางในตอนเด็กยังมากินอาหารที่นี่อยู่บ่อยครั้ง
"ท่านป้าข้าไม่มีทางเลือกจริง ๆ เจ้าค่ะ"
ลั่วหลี่เวยมองบรรยากาศรอบ ๆ ก่อนจะยิ้มเศร้าออกมา แม่เล้าที่เห็นคุณหนูเป็นเช่นนั้นก็เม้มปากแน่นแม้จะรู้สึกเสียใจที่คุณหนูคิดจะขายที่นี่ แต่นางก็เข้าใจดีว่าคุณหนูเองก็ลำบากใจ
"ข้าสัญญาจะขายให้คนที่ใช้ได้ไม่เอาเปรียบพวกท่าน"
"ขอบคุณในความเมตตาของคุณหนูเจ้าค่ะ หากท่านจากไปอย่าลืมคิดถึงหญิงแก่คนนี้นะเจ้าคะ"
แม่เล้าพูดออกมาด้วยรอยยิ้ม ลั่วหลี่เวยพยักหน้ารับนางสัญญาว่าจะคิดถึงทุกคนที่ดีต่อนางแน่นอน เสียดายที่ครั้งนี้ข้ารักษาสมบัติเพียงชิ้นเดียวของท่านแม่ไว้ไม่ได้
"นั่นลั่วหลี่หยวนไม่ใช่หรือ!!"
"ข่าวที่บอกว่าเขาถูกขับออกจากตระกูลเป็นเรื่องจริงสินะ"
"ดูสภาพสิ จากคุณชายกลายเป็นนายโลมไปแล้ว"
"จิ่น ฝีมือเจ้าหรือ"
"เหอะ ข้าไม่ชอบเจ้าโง่นั่นมาตั้งนานแล้วแค่แสร้งทำเป็นเพื่อนเพราะได้ผลประโยชน์เท่านั้น ตอนนี้ก็ถูกตระกูลลั่วขับออกจากตระกูลแล้วข้าไม่จำเป็นต้องแสร้งดีกับเจ้าโง่นั่นอีกต่อไป"
"เจ้าทำเช่นไรให้เจ้าโง่นั้นเชื่อฟังเช่นนี้"
"จำสุราที่เจ้าโง่นั่นดื่มได้หรือไม่ ข้าใส่....."
เสียงของผู้คนซุบซิบกันดังลั่น ลั่วหลี่เวยที่กำลังพูดคุยกับแม่เล้าอยู่เมื่อได้ยินชื่อที่คุ้นเคยก็รีบหันไปดูทันทีนางมองขึ้นไปบนเวที ก่อนจะเบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อพบว่านายโลมที่กำลังถูกสาวแก่ที่หื่นกระหายประมูลคือบุรุษที่นางคุ้นเคยเป็นอย่างดี คุณชายลั่วหลี่หยวน
"ท่านป้าเหตุใดเขามาอยู่ที่นี่"
"อ๋อคุณชายลั่ว ตอนเขามาสมัครเป็นนายโลมที่หอข้าเองก็ตกใจเช่นเดียวกัน ถามเขาย้ำอยู่หลายรอบเขาก็พูดชัดเจนว่าต้องการเป็นนายโลมของที่นี่ ข้าสงสัยเลยไปสืบดูพบว่าคุณชายลั่วติดเงินที่หอสุราอยู่มากมายคิดว่าคงคิดขายตัวเองเพื่อนำเงินไปชดใช้หนี้"
"ให้ตายสิ เจ้าโง่นี่!!!"
ลั่วหลี่เวยแทบกุมขมับ นางไม่คิดว่าลั่วหลี่หยวนจะสิ้นคิดถึงเพียงนี้เห็นหายไปหลายวันนึกว่าดื่มด่ำอยู่กับการเลี้ยงเพื่อนฝูงด้วยเงินที่นำของมีค่าไปขาย ใครจะคิดว่าเจ้าโง่นี้ถึงขนาดจะขายตัวเองเพื่อเงินแบบนี้
"ท่านป้า คุณชายลั่วประมูลไม่ได้เขาคือสามีของข้า"
"เจ้าคะ!! เขาบอกข้าเองว่าเขาถูกขับออกจากตระกูลลั่วแล้ว!!"
"เพราะเขามันโง่เกินไปนะสิเจ้าคะถึงได้เชื่อข่าวลือแบบนั้น เอาเถอะท่านป้าช่วยไปพาเขาลงมาและพาเขาไปพบข้าที่รถม้าที"
ลั่วหลี่เวยพูดจบก็เดินออกไปทันที นางเห็นแก่ท่านผู้เฒ่าลั่วจึงทำเช่นนี้หากปล่อยให้เจ้าโง่นั้นเป็นนายโลมจริง ๆ ชื่อเสียงของตระกูลจะเป็นเช่นไรแค่เสเพลของพวกเขาตอนนี้ท่านผู้เฒ่าลั่วก็แทบไม่พบเจอผู้คนแล้ว
"คุณหนู เหตุใดออกมาเร็วนักเจ้าคะ"
"ชิงถง รอรับคุณชายด้วย"
ลั่วหลี่เวยพูดออกมาด้วยน้ำเสียงอ่อนใจก่อนจะเดินขึ้นรถม้าไปใช้เวลาไม่นานลั่วหลี่หยวนก็ขึ้นมานั่งบนรถม้า เขามองไปรอบ ๆ ด้วยสายตาเหม่ลอย
"เจ้าบ้าไปแล้วหรือไง!! เจ้าเป็นถึงคุณชายตระกูลลั่วเหตุใดถึงไปเป็นนายโลมเช่นนั้น!!!"
ลั่วหลี่หยวนไม่ได้สนใจคำพูดของลั่วหลี่เวย เขาพยายามกวาดสายตามองไปรอบ ๆ รถม้าราวกับกำลังหาบางอย่างอยู่ ลั่วหลี่เวยที่เห็นเช่นนั้นก็ขมวดคิ้วทันที
"เจ้ามองหาอะไร"
"สุราข้าอยากดื่มสุรา"
"นี่เจ้า!!! ก่อเรื่องใหญ่ขนาดนี้แล้วยังคิดจะดื่มสุราอีกหรือไง!!"
ลั่วหลี่หยวนไม่ได้ฟังคำด่าของลั่วหลี่เวยเลยสักนิด เขาหันไปหานางก่อนจะคุกเข่าลงกับพื้นรถม้าพยายามยื่นมืออันสั่นเทาของเขามาจับที่ขาของลั่วหลี่เวย
"ขอร้องแม่นาง ข้าจะทำตามเจ้าทุกอย่างขอสุราให้ข้าเถอะนะ หะ...ให้ข้าเลียรองเท้าท่านก็ได้ขอแค่สุราเท่านั้น.."
สิบปีต่อมา“พวกเจ้าลงเดิมพันมาได้เลย!!”เด็กสาวในวัยแปดขวบพูดออกมาเสียงดังในมือของนางมีลูกเต๋าอยู่ในมือ เบื้องหน้าของนางคือคนรับใช้ของตระกูลลั่วที่กำลังครุ่นคิดที่จะลงเดิมพัน เพราะนี่เป็นตาที่สิบแล้วที่เขาเสียเงินให้กับเด็กน้อยตรงหน้า“ว่าอย่างไรพวกเจ้าจะลงเดิมพันหรือไม่ ไม่อยากได้แล้วหรือเงินของข้า”หากถามว่ามีผู้ใดใจกล้าถึงขนาดตั้งบ่อนพนันในจวน ก็คงตอบได้ทันทีว่ามีแต่ลั่วหลินฟางบุตรสาวคนเดียวของคุณชายลั่วทั้งสาม ที่แม้จะเป็นสตรีแต่นางกลับถอดแบบนิสัยของท่านพ่อทั้งสามของนางมาจนหมดคงมีเพียงใบหน้าที่งดงามเท่านั้นที่เหมือนมารดา“ข้าลงหนึ่งร้อยตำลึง ว่าอีกไม่นานเจ้าจะโดนกักบริเวณ”เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลังลั่วหลินฟาง เด็กสาวกลืนน้ำลายลงคอก่อนจะฝืนยิ้มหันไปมองด้านหลังพบว่าเป็นมารดาของนางกำลังยืนส่งยิ้มชวนขนลุกมาให้นาง“ทะ...ท่านแม่ไม่ใช่ว่าท่านไปพบสหายหรือเจ้าคะ”เพราะวันนี้นางได้สืบมาแล้วว่ามารดาของนางไม่อยู่จวนจึงใจกล้าเปิดบ่อนพนันอีกครั้ง แต่เหตุใดคนที่ควรจะออกไปนอกจวนถึงอยู่ที่นี่!!หากถามว่าในโลกนี้สำหรับลั่วหลินฟางสิ่งใดน่ากลัวที่สุด นางสามารถตอบได้ทันทีเลยว่าคือ ลั่วหลี่เวยม
ลั่วหลี่เวยเดินลงจากรถม้าด้วยท่าทางร้อนรน นางก้าวเท้าเข้าไปในจวนพ่อค้าลั่วมองไปรอบรอบพบว่าตอนนี้ภายในจวนถูกตกแต่งไปด้วยสีแดงเสียงผู้คนโห่ ร้องแสดงความยินดี กลิ่นสุราคละคลุ้งไปทั่วนี่พวกเขาแต่งอนุเข้ามาจริง ๆ หรือ แล้วข้าล่ะพวกเขาไม่รักข้าแล้วหรือ.."คุณหนูท่านไปไหนมาเจ้าคะ ข้าไปหาท่านที่หอนางโลมก็ไม่พบ"ลั่วหลี่เวยมองชิงถงที่อยู่ตรงหน้าด้วยสายตาเหม่อลอยราวกับไม่อยากรับรู้อะไรอีกแล้ว ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่นทั้งทั้งที่คิดว่าอยากมาดูให้เห็นกับตาว่าพวกเขาแต่งสตรีอื่นเข้ามาจริงหรือไม่แต่เหตุใดพอรู้แล้วข้ากลับเจ็บปวดถึงเพียงนี้ หากรู้ว่าจะเจ็บถึงเพียงนี้ข้าคงไม่มาที่นี่และทำเป็นไม่รับรู้เสียดีกว่า.."เว่ยเว่ย""พี่เว่ยเว่ยท่านมาแล้ว"ลั่วหลี่หยวนในชุดเจ้าบ่าวสีแดงวิ่งเข้ามาสวมกอดนางด้วยรอยยิ้ม ลั่วหลี่เวยเองที่เห็นสามีทั้งสามของนางสวมชุดเจ้าบ่าวเช่นนี้ก็รับรู้ได้ทันทีว่าสิ่งที่นางได้ยินมาล้วนเป็นความจริง นางในตอนนี้ห้ามน้ำตาไม่อยู่อีกแล้วมือบางโอบกอด ลั่วหลี่หยวนแน่นก่อนจะร้องไห้ออกมาเสียงดังลั่วหลี่เวยตอนนี้ในใจเต็มไปด้วยความน้อยใจและผิดหวัง พวกเขาเคยสัญญาว่าจะมีเพียงนางเหตุใดถึงโก
"ท่านพี่ พวกเรามาอาบน้ำด้วยกันเถอะเจ้าค่ะ"เคร้ง!!ทันทีที่ลั่วหลี่เวยพูดจบประโยคตะเกียบที่อยู่ในมือของคุณชายลั่วทั้งสามก็ร่วงลงจากมือทันที พวกเขาหันมองสตรีที่นั่งยิ้มอยู่ตรงหน้าอย่างไม่เชื่อสายตา "วะ...เว่ยเว่ยเมื่อครู่เจ้าพูดว่าอะไรนะเหมือนข้าจะได้ยินผิดไป""นั่นสิขะ...ข้าก็คิดว่าอาจจะได้ยินผิดไป""พี่เว่ยเว่ย นี่ท่าน...""วันนี้ข้าสั่งคนย้ายข้าวของของข้ากลับไปที่ห้องของเราแล้ว หลังจากนี้พวกเราสามสามีภรรยาจะใช้ห้องนอนเดียวกันทุกค่ำคืน ท่านพี่ทั้งสามว่าดีหรือไม่เจ้าคะ"ลั่วหลี่เวยเท้าคางมองสามีทั้งสามของนางที่ตอนนี้กำลังนั่งตัวแข็งทื่อมองมาที่นางราวกับไม่เชื่อในสิ่งที่นางพูด แปลกใจแฮะทั้งที่คิดว่าพวกเขาจะดีใจมากกว่านี้เสียอีก"ท่านพี่เช่นนั้นคืนนี้เราอาบน้ำด้วยกันดีหรือไม่เจ้าคะ"คุณชายลั่วทั้งสามในตอนนี้หัวใจเต้นกระหน่ำดุจรัวทั้งสามหันมาสบตากันก่อนจะยืนขึ้น ลั่วหลี่เวยที่เห็นพวกเขาเป็นเช่นนั้นก็สะดุ้งตัวเพราะตกใจเล็กน้อย"พะ...พวกข้ามีเรื่องต้องรีบไปทำ เว่ยเว่ยพวกข้าขอตัวก่อนนะ""หา นี่พวกเจ้าจะทิ้งข้าไว้ทั้งที่ข้าพูดเช่นนี้นะหรอ"?ลั่วหลี่เวยพูดออกมามาด้วยความร้อนรนแต่ดูเหมือนจะไม
หลังจากวันนั้นเวลาได้ผ่านไปสามเดือน ชุนหลิงเอ๋อร์ถูกนำตัวไปปลงผมบวชแม้นางจะอ้อนวอนต่อนายท่านชุนมากเพียงใดแต่ก็ดูเหมือนว่าจะไม่เป็นผลสุดท้ายนางก็ต้องทำตามคำสั่งของบิดา ส่วนตระกูลชุนก็ไม่ได้ร่ำรวยเช่นที่ผ่านมาการค้าที่ตระกูลลั่วเคยยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือในตอนนี้ต่างล้มไม่เป็นท่า อาศัยเพียงร้านเครื่องประดับที่เป็นของฮูหยินชุนคนก่อนเพื่อเลี้ยงคนในจวนเท่านั้นตึก ตึก ตึก ตึกนายท่านชุนเคาะนิ้วลงบนโต๊ะด้วยใบหน้าเรียบเฉยดวงตาของเขาจ้องมองสตรีคนรักที่กำลังคุกเข่าอยู่ตรงหน้าด้วยท่าทางสั่นกลัว ข้างกายนางมีท่านหมอที่กำลังตรวจชีพจรของนางอยู่"เรียนนายท่านฮูหยินตั้งครรภ์ได้ห้าเดือนแล้วขอรับ"ท่านหมอเมื่อตรวจได้แน่ชัดก็รีบพูดออกไปทันที นายท่านชุนที่ได้ยินเช่นนั้นก็กำมือแน่นก่อนจะแสร้งยกยิ้มออกมา ตั้งครรภ์ได้ห้าเดือนหรือช่างน่าขำเสียจริง ข้ากลับมาจากต่างเมืองได้เพียงสี่เดือนเท่านั้นเป็นไปไม่ได้ที่ลูกในท้องของนางจะเป็นบุตรของข้า หากไม่ใช่เพราะนางมีอาการแปลก ๆ ข้าคงไม่ได้รับรู้เรื่องเลวทรามของนาง"ขอบคุณท่านหมอมาก เช่นนั้นข้าจะให้บ่าวในจวนไปส่งท่าน""ขอรับ"ท่านหมอที่รู้สึกว่าบรรยาในจวนตอนนี้ช่างดูอึดอ
"เป็นหลิงเอ๋อร์ที่ไม่รู้ความลุ่มหลงในรักจนขาดสติ แต่ในวันนั้นพี่เขยได้เห็นเรือนร่างของข้าแล้วอย่างไรพี่เขยก็ต้องรับผิดชอบในตัวข้า ท่านพ่อข้ายินยอมแต่งเป็นอนุเพื่อรักษาหน้าตระกูลชุนและท่านพ่อเจ้าค่ะ""ท่านพี่จริงอย่างที่หลิงเอ๋อร์พูดมา อย่างไรนางก็เสียหายไปแล้วเช่นนั้น""นอกจากหลี่เวย ทุกคนออกไปจากห้องให้หมด!!"นายท่านชุนตะโกนออกมาสุดเสียง เดิมทีคิดว่าเรื่องที่หลี่เวยพูดเป็นเพียงเรื่องโกหกที่นางแต่งขึ้นมาเท่านั้น แต่พอได้เห็นบุตรสาวที่เขารักยอมรับมาด้วยตัวเองเช่นนี้มัน...."เจ้ารับหลิงเอ๋อร์เป็นอนุของลั่วกงเฉิงซะ"นายท่านชุนพูดออกมาเสียงเรียบเมื่อเห็นทุกคนออกไปจากห้องหมดแล้ว เดิมทีก็คิดว่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้อยู่แล้วลั่วหลี่เวยจึงไม่ได้ตกใจอะไรกับความคิดโง่เขลาของคนบิดา"หลังจากแต่งเข้าไปแล้วอย่าได้คิดรังแกนางถึงอย่างไรนางก็คือน้องสาวของเจ้า""ข้าไม่คิดรับนางเป็นอนุ""นี่เจ้า!! เหตุใดถึงเป็นสตรีเลวทรามเช่นนี้น้องสาวเจ้าถูกสามีของเจ้ารังแกแต่เจ้ากลับหันหลังให้นาง หรือกลัวว่านางจะแย่งสมบัติของสามีเจ้า หลี่เวยข้าสั่งสอนให้เจ้าเป็นคนละโมบเช่นนี้หรือ!!!"".......""รับหลิงเอ๋อร์เป็นอนุซะ อย่
1 เดือนต่อมาจวนตระกูลชุนลั่วหลี่เวยเดินลงจากรถม้าที่จอดอยู่หน้าจวนพ่อค้าตระกูลชุนด้วยท่าทางสง่างาม นายท่านชุนและฮูหยินชุนที่ยืนรอต้อนรับอยู่หน้าจวนมองนางด้วยความไม่พอใจเมื่อเห็นคนที่พวกเขารอคอยไม่ได้มาด้วย"สามีเจ้าไม่มาหรือ""นั่นสิท่านพี่ พี่เขยเหตุใดไม่มากับท่าน"ชุนหลิงเอ๋อร์เอ่ยถามออกมาด้วยน้ำเสียงไม่พอใจหลังจากเห็นว่ามีเพียงลั่วหลี่เวยที่เดินลงจากรถม้าเพียงคนเดียว เดิมทีนางได้ยินว่าลั่วหลี่เวยจะมาพบท่านพ่อที่จวนเลยแอบดีใจว่านางอาจพาสามีทั้งสามมาด้วย แม้ว่าหลังจากวันนั้นนางจะไม่ได้พบลั่วกงเฉิงเลยแต่เรื่องที่เขาและนางมีความใกล้ชิดกันเมื่อหลายเดือนย่อมเป็นเรื่องจริงหากใช้เรื่องนี้บีบบังคับให้เขารับนางเป็นอนุย่อมต้องได้ผล"พี่เขย? หึเจ้าหมายถึงพี่เขยคนใดเล่า" ลั่วหลี่เวยปรายตามองไปที่ชุนหลิงเอ๋อร์ที่ยืนอยู่ ในใจของนางตอนนี้เต็มไปด้วยความโกรธและไม่พอใจนางเฝ้ารอเวลาที่จะแก้แค้นมาตลอด เมื่อได้ยินว่านายท่านชุนได้กลับมาแล้วนางจึงรีบมาที่นี่"แล้วท่านพี่คิดว่า...พี่เขยคนใดเล่า"ชุนหลิงเอ๋อร์พูดออกมาด้วยรอยยิ้มนางมั่นใจว่าลั่วหลี่เวยต้องรู้เรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างนางและลั่วกงเฉิง หญิงชั







