เข้าสู่ระบบ"สามสี่วันมานี้คุณชายใหญ่เริ่มเข้ามาศึกษาการดูแลบัญชีเจ้าค่ะ ส่วนคุณชายรองและคุณชายน้อยเริ่มนำของมีค่าที่พวกเขาเก็บสะสมไว้ออกไปขาย แต่ของที่พวกเขาขายไปนายท่านลั่วได้ส่งคนไปซื้อคืนมาหมดแล้วเจ้าค่ะ"
"แล้วเรื่องที่ข้าสั่งให้ไปทำเป็นเช่นไร"
"ข้าจัดการตามที่คุณหนูต้องการแล้วเจ้าค่ะ ทั้งที่บ่อนและที่หอสุรารับเงินที่คุณหนูมอบให้ไปแล้วเหลือแค่รอคุณชายรองและคุณชายน้อยตกหลุมพรางเท่านั้น"
ลั่วหลี่เวยที่ได้ฟังคำรายงานของชิงถงก็เคาะนิ้วลงบนโต๊ะอย่างใช้ความคิด แม้ทุกอย่างจะเป็นไปตามที่นางต้องการแต่นี้ยังคงเร็วเกินไป ลั่วกงเฉินเสเพลมาหลายปีเป็นไปไม่ได้ที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองในข้ามคืนเช่นนี้
"คุณหนูไม่ดีใจหรือเจ้าคะ อย่างน้อยคุณชายใหญ่ก็เริ่มใส่ใจกิจการแล้ว"
"ชิงถงมีสิ่งใดให้ต้องดีใจกัน คุณชายใหญ่เพียงกลัวว่าข้าจะแย่งทุกอย่างไปเลยฝืนใจตัวเองทำเช่นนี้ หากเขาได้ทุกอย่างที่ต้องการแล้วคงทำตัวเสเพลมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ"
ตอนนี้ลั่วกงเฉินเพียงแค่ต้องการเอาชนะนางเท่านั้น ไม่ได้ตั้งใจดูแลกิจการด้วยความเต็มใจสักนิดหากได้ในสิ่งที่ต้องการแล้วก็ไม่มีความหมายอะไรที่เขาจะฝืนใจดูแลกิจการต่อ ถึงตอนนั้นตระกูลลั่วคงล้มละลายจริง ๆ
"ข้าหวังว่าเจ้าพวกหลานโง่จะดูแลตระกูลลั่วต่อจากข้าได้"
เสียงคำพูดของท่านผู้เฒ่าลั่วดังขึ้นมาในหัวของลั่วหลี่เวย น้ำเสียงของเขามันเต็มไปด้วยความสิ้นหวังราวกับรู้ดีว่านั้นอาจเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ท่านผู้เฒ่าต้องเหนื่อยแค่ไหนกันนะที่มีหลานไม่เอาไหนเช่นนี้
"ให้คนจับตาดูไว้"
"เจ้าค่ะ"
ชิงถงรับคำสั่งจ้องมองคุณหนูที่นั่งอยู่ตรงหน้า ใบหน้าสวยตอนนี้ดูกังวลราวกับกำลังคิดแผนการอะไรอยู่ในใจ ชิงถงรับใช้ลั่วหลี่เวยมาหลายปีนางมักจะเห็นยามที่ลั่วหลี่เวยโดนทำร้ายและอ่อนแอ เหตุใดไม่เคยรู้ว่าลั่วหลี่เวยเจ้าแผนการเช่นนี้เปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน...
"คุณหนู ชิงถงมีเรื่องสงสัยเจ้าค่ะ"
"อะไรหรือ"
"เหตุใดยามที่อยู่จวนชุนคุณหนูถึงไม่...."
ชิงถงเอ่ยออกไปไม่เต็มเสียงนัก นางกลัวว่าจะทำให้คนตรงหน้านึกถึงความรู้สึกที่เจ็บปวดอีก จวนชุนนั้นเปรียบดั่งนรกสำหรับคุณหนูข้าไม่ควรพูดถึงเลยจริง ๆ
"จะถามว่าทำไมข้าถึงไม่วางแผนการเพื่อเอาชนะฮูหยินชุนและชุนหลิงเอ๋อที่ชอบทำร้ายข้าใช่หรือไม่"
ลั่วหลี่เวยพูดออกมาเสียงเรียบ นางก้มลงมองถ้วยน้ำชาในมือก่อนจะหมุนมันไปมาแววตาที่เคยสดใสในตอนนี้เปลี่ยนเป็นเศร้าเล็กน้อย ชิงถงที่เห็นเช่นนั้นก็รู้ทันทีว่านางไม่ควรถามเช่นนั้นออกไป
"คุณหนูโปรดลงโทษข้าเถอะเจ้าค่ะ"
ชิงถงคุกเข่าลงกับพื้นด้วยความรู้สึกผิด ในใจของนางตอนนี้เอาแต่โทษตัวเองภาพเหตุการณ์ในคืนเข้าหอฉายวนเข้ามาในหัวของชิงถง ลั่วหลี่เวยที่กำลังถือมีดพาดลงบนลำคอแววตาที่นางเห็นนั้นมันสิ้นหวังและเสียใจ
ข้ามันเป็นบ่าวโง่ หากคุณหนูคิดทำเช่นนั้นอีกข้าจะทำเช่นไร..
"ชิงถง ข้าไม่เป็นอะไรลุกขึ้นเถอะ"
ลั่วหลี่เวยพูดออกมาเสียงเศร้า แม้จะพูดออกไปว่าไม่เป็นอะไรแต่ในใจของนางยังคงรู้สึกไม่ดี เมื่อเห็นว่าชิงถงยังคงก้มหน้าไม่ยอมลุกขึ้น ลั่วหลี่เวยจึงค่อย ๆ เอื้อมมือไปลูบลงบนศีรษะของชิงถงเบา ๆ
"เด็กโง่อย่าเศร้าไปเลย ก็อย่างที่เจ้ารู้สถานะของข้ายามอยู่ที่จวนชุนนั้นแตกต่างจากจวนลั่วมากนัก ข้าที่อยู่ที่จวนชุนจะทำอะไรได้กัน แม้ข้าจะวางแผนการมากมายแต่ก็ไร้ซึ่งอำนาจและคนหนุนหลัง แม้ข้าจะเอาคืนฮูหยินชุนและชุนหลิงเอ๋อได้สุดท้ายคนที่ตัดสินโทษก็คือท่านพ่ออยู่ดี เจ้าเองก็รู้ไม่ใช่หรือความยุติธรรมระหว่างข้าและชุนหลิงเอ๋อในใจของท่านพ่อย่อมเอนเอียงไปทางนาง เมื่อทุกอย่างจบลงอาจเป็นข้าที่ถูกลงโทษไม่ใช่นาง"
ลั่วหลี่เวยยิ้มเศร้า แม้นางจะเป็นบุตรสาวแท้ ๆ ของนายท่านชุนแต่นางก็รู้ดีว่าสำหรับชายคนนั้นนางเป็นเพียง ลูกชั่วที่มีนิสัยร้ายกาจเท่านั้น ทุกสิ่งที่นางพูดล้วนเป็นเรื่องโกหก ส่วนทุกสิ่งที่ชุนหลิงเอ๋อพูดล้วนเป็นเรื่องจริง นี่สินะที่เรียกว่าความยุติธรรมที่เอนเอียง..
"ส่วนตระกูลลั่วนั้นแตกต่างข้ามีอำนาจของท่านผู้เฒ่าลั่วอยู่ในมือจึงจัดการทุกอย่างได้ง่าย"
"ข้าเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ แต่คุณหนูหากคุณชายลั่วทั้งสามกลับตัวจริง ๆ ถึงวันนั้นอำนาจในมือของท่านก็ต้องส่งคืนไม่ใช่หรือเจ้าคะ"
"มันไม่ใช่ของข้า อย่างไรก็ต้องส่งคืนอยู่แล้ว"
"คุณหนูที่วางแผนมากมายถึงเพียงนี้อีกทั้งคำพูดดูถูกของท่านที่ชอบทำให้คุณชายโมโห หากคุณชายที่มีอำนาจนึกแก้แค้นขึ้นมา..."
"ก็คงถูกสังหาร"
ลั่วหลี่เวยพูดออกมาด้วยรอยยิ้ม ในเรื่องนี้นางเองก็วางแผนไว้แล้วนางได้แจ้งแก่ท่านผู้เฒ่าลั่วว่าหากทุกอย่างจบลงนางจะหย่ากับพวกเขาและออกเดินทางไปอยู่ต่างเมือง ท่านผู้เฒ่าลั่วเองก็รับปากจะช่วยเหลือนางตอบแทนที่นางทำให้หลานชายของเขาไม่เสเพลเช่นทุกวันนี้ได้
หลายวันผ่านไปลั่วหลี่เวยยังคงใช้ชีวิตเช่นทุกวันนางไปพบท่านผู้เฒ่าลั่วเพื่อศึกษาการดูแลกิจการตระกูลลั่ว แต่จริง ๆ นางเพียงนำขนมที่ตั้งใจทำมาให้ท่านผู้เฒ่าลั่วและพูดคุยเรื่องแผนการกับชายชราเท่านั้น ข่าวลือภายในจวนลั่วเริ่มแพร่กระจายไปด้านนอกผู้คนต่างซุบซิบนินทาว่าตอนนี้คุณชายตระกูลลั่วทั้งสามอาจจะถูกขับไล่ออกจากตระกูล บ้างก็ว่าตระกูลลั่วในตอนนี้ยกกิจการทุกอย่างให้หลานสะใภ้คนใหม่ทั้งหมดแล้ว
เพล้ง!!!!
"ลั่วหลี่เวย ข้าอยากฆ่าเจ้านัก!!!"
ลั่วหลี่เวยสะดุ้งตัวตกใจเล็กน้อยก่อนจะปรับสีหน้าเป็นเรียบเฉย นางจับจานขนมที่อยู่ในมือแน่นพยายามข่มความกลัวที่อยู่ในใจเสียงเสียงโยนของและด่าทอนางที่อยู่ด้านหลังประตูยังคงดังอยู่ต่อเนื่อง
"คะ...คุณหนูข้าว่าวันหลังดีหรือไม่เจ้าคะ"
ชิงถงที่ยืนอยู่ด้านหลังลั่วหลี่เวยพูดออกมาเสียงสั่น ไม่ต้องเข้าไปในห้องก็รู้ว่าตอนนี้คุณชายใหญ่โกรธคุณหนูมากเพียงใดหากเข้าไปตอนนี้เกรงว่าอาจจะอันตรายเกินไป
"พวกเจ้ารออยู่เข้านอกไม่ต้องเข้ามา"
ลั่วหลี่เวยพูดออกมาเสียงเรียบ ก่อนจะผลักประตูเข้าไปในห้องหนังสือนางพยายามเรียกความกล้าที่อยู่ในใจแต่เมื่อเงยหน้ามองบุรุษที่ยืนอยู่กลางห้องความกล้าที่เคยมีกลับหายไป มือบางจับจานขนมที่อยู่ในมือแน่นก่อนจะฝืนยิ้มออกมา
"มาให้สังหารถึงที่เลยหรือ"
ลั่วกงเฉินพูดออกมาเสียงเย็นเขาจ้องมองสตรีละโมบไม่กลัวตายที่ยืนอยู่ไม่ไกล คิดจะขับข้าออกจากตระกูลหรือข้าจะทำให้เจ้ารู้เองว่าไม่ควรละโมบในสิ่งของผู้อื่น
"ข้าเพียงแค่ตั้งใจนำขนมฝูหลิงที่ข้าทำมาให้ท่านพี่"
ลั่วหลี่เวยพูดออกมาเสียงสั่น มือบางวางจานขนมลงบนโต๊ะก่อนจะนั่งลงที่เก้าอี้แสร้งทำเป็นใจเย็น แม้ในใจของนางตอนนี้เอาแต่โทษตัวเองว่าไม่ควรเข้ามาเลยจริง ๆ
ลั่วกงเฉิงคิดแผนการบางอย่างในใจจ้องมองเรือนร่างของลั่วหลี่เวยไม่วางตา หากจะทำให้สตรีเชื่องก็พอมีวิธีนั้นอยู่สินะรอยยิ้มชั่วปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา
"ป้อนข้าสิ ฮูหยิน"
ฮูหยิน ลั่วหลี่เวยที่ได้ยินคำเรียกเช่นนี้ก็รู้สึกเสียวสันหลัง นางมองลั่วกงเฉินที่ยืนมองนางอยู่เขายิ้มให้นางราวกับเป็นบุรุษที่แสนดี การกระทำเช่นนั้นยิ่งทำให้ลั่วหลี่เวยรู้สึกไม่วางใจ ไม่ใช่ว่าเมื่อครู่โมโหจนเกือบคิดจะสังหารนางหรือ
"เร็วสิ"
ลั่วหลี่เวยเม้มปากแน่น นางมองขนมที่อยู่ในจานที่นางตั้งใจทำอย่างอยากลำบากและสิ่งที่ใส่ลงไปนั้นหายากและมีมูลค่ายิ่ง หากสิ่งนี้สูญเปล่าไม่รู้ว่าหลังจากนี้จะหาตัวยาได้อีกหรือเปล่า
"ฮูหยินกลัวหรือ"
"ท่านพี่คิดมากแล้ว"
ลั่วหลี่เวยฝืนยิ้มออกมาก่อนจะหยิบขนมฝูหลิงในจานมาหนึ่งชิ้น ทุกย่างก้าวของนางที่เดินเข้าไปหาลั่วกงเฉินล้วนเต็มไปด้วยความกลัวนางรู้ดีว่าเขาต้องวางแผนอะไรไว้ แต่นางเองมาถึงขนาดนี้แล้วจะถอยไม่ได้
"อ้าปากสิเจ้าคะ ท่านพี่"
ขนมฝูหลิงถูกป้อนเข้าไปในปากของลั่วกงเฉินช้า ๆ หากผู้ใดมองตอนนี้คงคิดว่าทั้งสองเป็นคู่รักที่หวานชื่นแม้ความจริงนั้นจะแตกต่างโดยสิ้นเชิง
ลั่วกงเฉินที่กินขนมฝูหลิงจนหมดชิ้นแล้ว ก้มลงมองสตรีที่อยู่ตรงหน้าแม้ใบหน้าของนางรอยยิ้มชั่วปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขาอีกครั้ง เขาใช้จังหวะที่ลั่วหลี่เวยไม่ทันตั้งตัวอุ้มนางขึ้นมา
"ปล่อยข้าท่านจะทำอะไร!!!"
"ก็ข้าอ้าปากไปแล้วไม่ใช่หรือ ถึงตาเจ้าต้องอ้าขาแล้ว"
สิบปีต่อมา“พวกเจ้าลงเดิมพันมาได้เลย!!”เด็กสาวในวัยแปดขวบพูดออกมาเสียงดังในมือของนางมีลูกเต๋าอยู่ในมือ เบื้องหน้าของนางคือคนรับใช้ของตระกูลลั่วที่กำลังครุ่นคิดที่จะลงเดิมพัน เพราะนี่เป็นตาที่สิบแล้วที่เขาเสียเงินให้กับเด็กน้อยตรงหน้า“ว่าอย่างไรพวกเจ้าจะลงเดิมพันหรือไม่ ไม่อยากได้แล้วหรือเงินของข้า”หากถามว่ามีผู้ใดใจกล้าถึงขนาดตั้งบ่อนพนันในจวน ก็คงตอบได้ทันทีว่ามีแต่ลั่วหลินฟางบุตรสาวคนเดียวของคุณชายลั่วทั้งสาม ที่แม้จะเป็นสตรีแต่นางกลับถอดแบบนิสัยของท่านพ่อทั้งสามของนางมาจนหมดคงมีเพียงใบหน้าที่งดงามเท่านั้นที่เหมือนมารดา“ข้าลงหนึ่งร้อยตำลึง ว่าอีกไม่นานเจ้าจะโดนกักบริเวณ”เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลังลั่วหลินฟาง เด็กสาวกลืนน้ำลายลงคอก่อนจะฝืนยิ้มหันไปมองด้านหลังพบว่าเป็นมารดาของนางกำลังยืนส่งยิ้มชวนขนลุกมาให้นาง“ทะ...ท่านแม่ไม่ใช่ว่าท่านไปพบสหายหรือเจ้าคะ”เพราะวันนี้นางได้สืบมาแล้วว่ามารดาของนางไม่อยู่จวนจึงใจกล้าเปิดบ่อนพนันอีกครั้ง แต่เหตุใดคนที่ควรจะออกไปนอกจวนถึงอยู่ที่นี่!!หากถามว่าในโลกนี้สำหรับลั่วหลินฟางสิ่งใดน่ากลัวที่สุด นางสามารถตอบได้ทันทีเลยว่าคือ ลั่วหลี่เวยม
ลั่วหลี่เวยเดินลงจากรถม้าด้วยท่าทางร้อนรน นางก้าวเท้าเข้าไปในจวนพ่อค้าลั่วมองไปรอบรอบพบว่าตอนนี้ภายในจวนถูกตกแต่งไปด้วยสีแดงเสียงผู้คนโห่ ร้องแสดงความยินดี กลิ่นสุราคละคลุ้งไปทั่วนี่พวกเขาแต่งอนุเข้ามาจริง ๆ หรือ แล้วข้าล่ะพวกเขาไม่รักข้าแล้วหรือ.."คุณหนูท่านไปไหนมาเจ้าคะ ข้าไปหาท่านที่หอนางโลมก็ไม่พบ"ลั่วหลี่เวยมองชิงถงที่อยู่ตรงหน้าด้วยสายตาเหม่อลอยราวกับไม่อยากรับรู้อะไรอีกแล้ว ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่นทั้งทั้งที่คิดว่าอยากมาดูให้เห็นกับตาว่าพวกเขาแต่งสตรีอื่นเข้ามาจริงหรือไม่แต่เหตุใดพอรู้แล้วข้ากลับเจ็บปวดถึงเพียงนี้ หากรู้ว่าจะเจ็บถึงเพียงนี้ข้าคงไม่มาที่นี่และทำเป็นไม่รับรู้เสียดีกว่า.."เว่ยเว่ย""พี่เว่ยเว่ยท่านมาแล้ว"ลั่วหลี่หยวนในชุดเจ้าบ่าวสีแดงวิ่งเข้ามาสวมกอดนางด้วยรอยยิ้ม ลั่วหลี่เวยเองที่เห็นสามีทั้งสามของนางสวมชุดเจ้าบ่าวเช่นนี้ก็รับรู้ได้ทันทีว่าสิ่งที่นางได้ยินมาล้วนเป็นความจริง นางในตอนนี้ห้ามน้ำตาไม่อยู่อีกแล้วมือบางโอบกอด ลั่วหลี่หยวนแน่นก่อนจะร้องไห้ออกมาเสียงดังลั่วหลี่เวยตอนนี้ในใจเต็มไปด้วยความน้อยใจและผิดหวัง พวกเขาเคยสัญญาว่าจะมีเพียงนางเหตุใดถึงโก
"ท่านพี่ พวกเรามาอาบน้ำด้วยกันเถอะเจ้าค่ะ"เคร้ง!!ทันทีที่ลั่วหลี่เวยพูดจบประโยคตะเกียบที่อยู่ในมือของคุณชายลั่วทั้งสามก็ร่วงลงจากมือทันที พวกเขาหันมองสตรีที่นั่งยิ้มอยู่ตรงหน้าอย่างไม่เชื่อสายตา "วะ...เว่ยเว่ยเมื่อครู่เจ้าพูดว่าอะไรนะเหมือนข้าจะได้ยินผิดไป""นั่นสิขะ...ข้าก็คิดว่าอาจจะได้ยินผิดไป""พี่เว่ยเว่ย นี่ท่าน...""วันนี้ข้าสั่งคนย้ายข้าวของของข้ากลับไปที่ห้องของเราแล้ว หลังจากนี้พวกเราสามสามีภรรยาจะใช้ห้องนอนเดียวกันทุกค่ำคืน ท่านพี่ทั้งสามว่าดีหรือไม่เจ้าคะ"ลั่วหลี่เวยเท้าคางมองสามีทั้งสามของนางที่ตอนนี้กำลังนั่งตัวแข็งทื่อมองมาที่นางราวกับไม่เชื่อในสิ่งที่นางพูด แปลกใจแฮะทั้งที่คิดว่าพวกเขาจะดีใจมากกว่านี้เสียอีก"ท่านพี่เช่นนั้นคืนนี้เราอาบน้ำด้วยกันดีหรือไม่เจ้าคะ"คุณชายลั่วทั้งสามในตอนนี้หัวใจเต้นกระหน่ำดุจรัวทั้งสามหันมาสบตากันก่อนจะยืนขึ้น ลั่วหลี่เวยที่เห็นพวกเขาเป็นเช่นนั้นก็สะดุ้งตัวเพราะตกใจเล็กน้อย"พะ...พวกข้ามีเรื่องต้องรีบไปทำ เว่ยเว่ยพวกข้าขอตัวก่อนนะ""หา นี่พวกเจ้าจะทิ้งข้าไว้ทั้งที่ข้าพูดเช่นนี้นะหรอ"?ลั่วหลี่เวยพูดออกมามาด้วยความร้อนรนแต่ดูเหมือนจะไม
หลังจากวันนั้นเวลาได้ผ่านไปสามเดือน ชุนหลิงเอ๋อร์ถูกนำตัวไปปลงผมบวชแม้นางจะอ้อนวอนต่อนายท่านชุนมากเพียงใดแต่ก็ดูเหมือนว่าจะไม่เป็นผลสุดท้ายนางก็ต้องทำตามคำสั่งของบิดา ส่วนตระกูลชุนก็ไม่ได้ร่ำรวยเช่นที่ผ่านมาการค้าที่ตระกูลลั่วเคยยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือในตอนนี้ต่างล้มไม่เป็นท่า อาศัยเพียงร้านเครื่องประดับที่เป็นของฮูหยินชุนคนก่อนเพื่อเลี้ยงคนในจวนเท่านั้นตึก ตึก ตึก ตึกนายท่านชุนเคาะนิ้วลงบนโต๊ะด้วยใบหน้าเรียบเฉยดวงตาของเขาจ้องมองสตรีคนรักที่กำลังคุกเข่าอยู่ตรงหน้าด้วยท่าทางสั่นกลัว ข้างกายนางมีท่านหมอที่กำลังตรวจชีพจรของนางอยู่"เรียนนายท่านฮูหยินตั้งครรภ์ได้ห้าเดือนแล้วขอรับ"ท่านหมอเมื่อตรวจได้แน่ชัดก็รีบพูดออกไปทันที นายท่านชุนที่ได้ยินเช่นนั้นก็กำมือแน่นก่อนจะแสร้งยกยิ้มออกมา ตั้งครรภ์ได้ห้าเดือนหรือช่างน่าขำเสียจริง ข้ากลับมาจากต่างเมืองได้เพียงสี่เดือนเท่านั้นเป็นไปไม่ได้ที่ลูกในท้องของนางจะเป็นบุตรของข้า หากไม่ใช่เพราะนางมีอาการแปลก ๆ ข้าคงไม่ได้รับรู้เรื่องเลวทรามของนาง"ขอบคุณท่านหมอมาก เช่นนั้นข้าจะให้บ่าวในจวนไปส่งท่าน""ขอรับ"ท่านหมอที่รู้สึกว่าบรรยาในจวนตอนนี้ช่างดูอึดอ
"เป็นหลิงเอ๋อร์ที่ไม่รู้ความลุ่มหลงในรักจนขาดสติ แต่ในวันนั้นพี่เขยได้เห็นเรือนร่างของข้าแล้วอย่างไรพี่เขยก็ต้องรับผิดชอบในตัวข้า ท่านพ่อข้ายินยอมแต่งเป็นอนุเพื่อรักษาหน้าตระกูลชุนและท่านพ่อเจ้าค่ะ""ท่านพี่จริงอย่างที่หลิงเอ๋อร์พูดมา อย่างไรนางก็เสียหายไปแล้วเช่นนั้น""นอกจากหลี่เวย ทุกคนออกไปจากห้องให้หมด!!"นายท่านชุนตะโกนออกมาสุดเสียง เดิมทีคิดว่าเรื่องที่หลี่เวยพูดเป็นเพียงเรื่องโกหกที่นางแต่งขึ้นมาเท่านั้น แต่พอได้เห็นบุตรสาวที่เขารักยอมรับมาด้วยตัวเองเช่นนี้มัน...."เจ้ารับหลิงเอ๋อร์เป็นอนุของลั่วกงเฉิงซะ"นายท่านชุนพูดออกมาเสียงเรียบเมื่อเห็นทุกคนออกไปจากห้องหมดแล้ว เดิมทีก็คิดว่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้อยู่แล้วลั่วหลี่เวยจึงไม่ได้ตกใจอะไรกับความคิดโง่เขลาของคนบิดา"หลังจากแต่งเข้าไปแล้วอย่าได้คิดรังแกนางถึงอย่างไรนางก็คือน้องสาวของเจ้า""ข้าไม่คิดรับนางเป็นอนุ""นี่เจ้า!! เหตุใดถึงเป็นสตรีเลวทรามเช่นนี้น้องสาวเจ้าถูกสามีของเจ้ารังแกแต่เจ้ากลับหันหลังให้นาง หรือกลัวว่านางจะแย่งสมบัติของสามีเจ้า หลี่เวยข้าสั่งสอนให้เจ้าเป็นคนละโมบเช่นนี้หรือ!!!"".......""รับหลิงเอ๋อร์เป็นอนุซะ อย่
1 เดือนต่อมาจวนตระกูลชุนลั่วหลี่เวยเดินลงจากรถม้าที่จอดอยู่หน้าจวนพ่อค้าตระกูลชุนด้วยท่าทางสง่างาม นายท่านชุนและฮูหยินชุนที่ยืนรอต้อนรับอยู่หน้าจวนมองนางด้วยความไม่พอใจเมื่อเห็นคนที่พวกเขารอคอยไม่ได้มาด้วย"สามีเจ้าไม่มาหรือ""นั่นสิท่านพี่ พี่เขยเหตุใดไม่มากับท่าน"ชุนหลิงเอ๋อร์เอ่ยถามออกมาด้วยน้ำเสียงไม่พอใจหลังจากเห็นว่ามีเพียงลั่วหลี่เวยที่เดินลงจากรถม้าเพียงคนเดียว เดิมทีนางได้ยินว่าลั่วหลี่เวยจะมาพบท่านพ่อที่จวนเลยแอบดีใจว่านางอาจพาสามีทั้งสามมาด้วย แม้ว่าหลังจากวันนั้นนางจะไม่ได้พบลั่วกงเฉิงเลยแต่เรื่องที่เขาและนางมีความใกล้ชิดกันเมื่อหลายเดือนย่อมเป็นเรื่องจริงหากใช้เรื่องนี้บีบบังคับให้เขารับนางเป็นอนุย่อมต้องได้ผล"พี่เขย? หึเจ้าหมายถึงพี่เขยคนใดเล่า" ลั่วหลี่เวยปรายตามองไปที่ชุนหลิงเอ๋อร์ที่ยืนอยู่ ในใจของนางตอนนี้เต็มไปด้วยความโกรธและไม่พอใจนางเฝ้ารอเวลาที่จะแก้แค้นมาตลอด เมื่อได้ยินว่านายท่านชุนได้กลับมาแล้วนางจึงรีบมาที่นี่"แล้วท่านพี่คิดว่า...พี่เขยคนใดเล่า"ชุนหลิงเอ๋อร์พูดออกมาด้วยรอยยิ้มนางมั่นใจว่าลั่วหลี่เวยต้องรู้เรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างนางและลั่วกงเฉิง หญิงชั







