Share

บทที่ 7 อากาศแปรปรวน

Author: Jiulin
last update Petsa ng paglalathala: 2026-06-15 09:29:33

หลิวซือซือที่เดินกลับเข้ามาในห้องนอนแล้วนางก็ลงมือเปิดระบบวิเศษขึ้นมาปรากฏให้เห็นเป็นหน้าจอสีฟ้าใสมองทะลุไปยังฝั่งตรงข้ามได้

ระบบวิเศษที่นางได้มาอย่างไรไม่รู้ปรากฏออกมาให้เห็นเมื่อสำรวจไปทั่วทั้งระบบก็ทำเอานางแทบจะสิ้นหวังอยู่แล้ว

'อยากได้เงินมาใช้จ่ายในครอบครัวต้องทำอย่างไรกันเล่า'

[ระบบตรวจพบความต้องการของเจ้าของระบบ]

[ช่องเก็บของโบราณยังมีสิ่งของที่สามารถนำออกไปขายได้ ; โสมร้อยปี, เครื่องปรุงรสต่างๆ]

“โสมร้อยปีงั้นหรือ นั่นไม่ใช่ของล้ำค่าที่แม้แต่คนร่ำรวยจริงๆ ยังหายากหรอกหรือ ดีล่ะข้าจะนำไปขายให้หมดเลย”

หลิวซือซือยิ้มก่อนจะนำโสมออกมาจากระบบวิเศษราวๆ ห้าสิบต้นก่อนจะนำไปใส่ลงในย่ามเก่าๆ ของนางเอาไว้ ไม่ทันได้ปิดระบบก็ได้ยินเสียงของแม่เลี้ยงอุทานออกมาด้วยความตื่นตกใจ

“นี่มันอะไรกันเนี่ย”

หลิวซือซือยัดโสมร้อยปีลงในถุงผ้าแล้วเดินออกไปนอกห้อง นางรู้สึกได้ว่าบรรยากาศด้านนอกเริ่มเปลี่ยนไปจากเมื่อครู่นี้แล้ว

“เมื่อเช้ายังดีๆ อยู่เลยนี่นา”

“ไม่ใช่ว่าช่วงนี้เป็นฤดูใบไม้ผลิหรอกหรือขอรับฮูหยิน เหตุใดถึงได้ดูเหมือนหิมะจะตกลงมาเสียอย่างนั้น”

หลิวซือซือฟังบทสนทนาระหว่างผู้เป็นแม่เลี้ยงและพ่อบ้านหลูที่เอาแต่มองขึ้นไปบนท้องฟ้านั้น

ท้องฟ้าในเวลานี้ถูกปกคลุมไปด้วยความมืดเหมือนมีหมอกหนากำลังบดบังทุกสิ่งอยู่อย่างไรอย่างนั้นดูแล้วน่าประหลาดใจไม่น้อย

หลิวซือซือมองพวกเขาทั้งสองคนสลับกับมองไปบนท้องฟ้า นางไม่เข้าใจในสิ่งที่พวกเขาทั้งคู่เป็นกังวลในเวลานี้

“เกิดอะไรขึ้นหรือเจ้าคะ”

“คุณหนูอากาศเย็นลงแล้วท่านเข้าไปด้านในเถอะข้าจะไปหาฟืนมาก่อกองไฟเพิ่ม”

“แต่ว่าข้าจะไป”

“ช่างประหลาดเสียจริง” ชายแก่ยังคงมองขึ้นไปบนท้องฟ้าไม่วางตาโดยมีแม่เลี้ยงคู่อริกับนางที่หันมามองนางเพียงครู่เดียวก่อนจะหันไปสนใจอากาศด้านนอกแทน

“อะไรที่ประหลาดหรือเจ้าคะ”

“อากาศหนาวเย็นลงเรื่อยๆ ช่างประหลาดเสียจริง นายหญิงท่านเองก็เข้าไปด้านในเถอะขอรับข้าจะไปเก็บฟืนเอง พวกท่านเป็นสตรีร่างกายอ่อนแอกว่าข้านักอย่าฝืนออกไปด้านนอกเลย”

หลิวซือซือที่ยืนเกาะประตูหน้าบ้านอยู่นั้นก็เงยหน้ามองไปที่ท้องฟ้า

‘อากาศหนาวเย็นขึ้นมากะทันหันเช่นนี้แสดงว่าใกล้ได้เวลาแล้วสินะ นางคงต้องเร่งมือแล้ว’

ในรอบหนึ่งเดือนตั้งแต่ที่นางทะลุมิติมาอากาศที่นี่ก็เย็นสบายหาได้มีสิ่งใดผิดแปลกไปไม่แต่มาวันนี้กลับเปลี่ยนแปลงไป อากาศที่หนาวเย็นลงฉับพลันทำเอาชาวบ้านแทบตั้งตัวกันไม่ทัน

เมืองเฉิงตูตั้งอยู่กึ่งกลางระหว่างทะเลสาปผิงเหยาและเทือกเขาเดียวดายบรรยากาศที่เคยคึกคักยามเย็นของทุกวันที่จะมีเหล่าสตรีของแต่ละบ้านออกมาพูดคุยพบปะกัน บรรดาบุรุษก็จะนัดแนะไปหาปลาที่ริมคลองท้ายหมู่บ้านแต่เวลานี้กลับเงียบสงัด ท้องถนนที่เคยมีผู้คนเดินกันพลุ่งพล่านกลับเงียบเหงาไม่เหมือนที่ผ่านมาอีกแล้ว

หิมะเริ่มตกโปรยปรายลงมาทำให้บ้านเรือนทุกหลังคาไม่มีผู้คนออกไปทำมาหากินกันอย่างเช่นเคย

หลิวหลงเยี่ยนที่เพิ่งกลับมาจากท่าเรือเหม่อมองขึ้นไปยังท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหิมะสีขาวโปรยปรายลงมาไม่หยุดหย่อน

“เกิดอะไรขึ้นกันนะช่วงของปีนี้ไม่ใช่ว่าเป็นฤดูใบไม้ผลิหรอกหรือ”

“ฤดูใบไม้ผลิหรือเจ้าคะ”

“ก็ใช่น่ะสิ เจ้าลืมไปแล้วหรือ” เย่หลันเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันนางเล็กน้อย

“นี่คุณแม่เลี้ยงก็ตั้งแต่ที่ข้าป่วยเกือบเอาชีวิตไม่รอดพอฟื้นได้สติก็เลอะเลือนไปจนจำอะไรๆ ไม่ได้แล้วน่ะสิ ไม่ว่าข้าจะถามสิ่งใดไปท่านก็ช่วยตอบข้าดีๆ ไม่เป็นหรืออย่างไร”

“นี่เจ้า!”

เย่หลันหันไปจ้องมองหลิวซือซือลูกเลี้ยงของนางด้วยแววตาเกลียดชังแต่ก็ไม่กล้าพูดจาด่าทอกลับไปเหมือนครั้งก่อนๆ เพราะผู้เป็นสามียังยืนอยู่ข้างๆ นางนั่นเอง

เย่หลันหลับตาลงนางหันหลังให้หลิวซือซือพยายามข่มความรู้สึกโกรธเอาไว้และคิดเสียว่าวาจาหยาบคายที่พ่นออกมาจากปากน้อยๆ นั้นเป็นเพราะนางนั้นขาดมารดาอบรมสั่งสอนมาตั้งแต่ยังเล็กจึงได้ไร้มารยาเช่นนี้

“ข้าจะก่อกองไฟเสียหน่อยพวกเจ้าก็ทนๆ หน่อยแล้วกันพรุ่งนี้เช้าข้าจะรีบไปเก็บฟืนมาเพิ่ม”

“เก็บฟืนหรือเจ้าคะ”

“ไม่รู้จะหนาวไปอีกกี่วันพักนี้อากาศประหลาดขึ้นเรื่อยๆ วันก่อนก็ร้อนอย่างกับไฟมาวันนี้หนาวอย่างกับอยู่ในทะเลสาปน้ำแข็ง หรือจะเป็นดังคำพยากรณ์ของท่านนักพรตก็ไม่รู้ได้”

หลิวซือซือยืนฟังอยู่ด้านข้างบิดาเงียบๆ

‘บ้านเก่าซอมซ่อหลังนี้ต้องได้รับการปรับปรุงอีกมากแต่อากาศที่หนาวเย็นเช่นนี้นางจะขยับตัวแต่ละทีก็ลำบากเสียเหลือเกิน’

แต่แล้วนางก็นึกขึ้นได้ระบบวิเศษที่ติดตัวนางมาน่าจะมีของพวกนี้อยู่หรือไม่นะ นางรีบเดินกลับเข้าไปในห้องนอนของตนเองแล้วลงกลอนปิดประตูอย่างแน่นหนาก่อนจะเปิดระบบวิเศษขึ้นมาอีกครั้ง

“ในระบบมีเสื้อขนสัตว์อยู่จริงๆ ด้วยแต่จะว่าไปบ้านหลังนี้เก่ามากแล้วนะไม่สามารถบดบังลมพายุได้อย่างแน่นอน หากว่าข้าจะหาซื้อบ้านใหม่ในเวลานี้ย่อมเป็นที่สงสัยของทุกคนอย่างแน่นอนแล้วข้าควรทำอย่างไรดี”

หลิวซือซือยืนกุมขมับทั้งสองข้างนางกำลังคิดหาวิธีที่จะทำให้บ้านหลังนี้มั่นคงมากขึ้นแต่ทันใดนั้นก็เกิดเสียงดังสนั่นและมีลมพายุรุนแรงพัดผ่านมายังหมู่บ้านของนาง

“กรี๊ด!”

เสียงกรีดร้องดังระงมไปทั่วทั้งหมู่บ้าน

‘เกิดอะไรขึ้นกัน’ นางรีบวิ่งออกไปจากห้องด้วยความรวดเร็วก่อนจะตะโกนถามผู้เป็นพ่อ

“ท่านพ่อเกิดอะไรขึ้นหรือเจ้าคะ”

“พายุน่ะหาที่หลบเร็วเข้า”

“พายุมาได้อย่างไรกันดินแดนแห่งนี้แห้งแล้งจะตายไปแล้วจะมีพายุได้อย่างไรกันเจ้าคะ”

“เอาน่ารีบหลบเถอะ”

เป็นเวลากว่าครึ่งชั่วยาม[หนึ่งชั่วโมง] พายุก็สงบลงทุกคนต่างก็ออกมายืนออกันที่หน้ารั้วบ้านแทบจะทุกหลังเฝ้ามองความเสียหายที่ได้รับ บ้านบางหลังหลังคาเปิดเปิงจนเหลือแค่ตัวบ้าน บางหลังที่ถูกสร้างอย่างมั่นคงก็แทบไม่ได้รับผลกระทบใดๆ จากเหตุการณ์เมื่อครู่นี้เลย

โดยเฉพาะบ้านของนางหลังนี้เพราะบริเวณที่ตั้งของบ้านนั้นคับแคบและมีต้นไม้บดบังรอบด้านจึงทำให้ได้รับความเสียหายน้อยที่สุดแต่กระเบื้องหลังคาก็ยังได้รับความเสียหายไปบางส่วนอยู่ดีจนผู้เป็นบิดาถึงกับต้องกุมขมับด้วยความเครียดไม่น้อย

เพราะเงินที่เขาหามาได้นั้นตั้งใจจะเก็บไว้ซื้อของกินในบ้านเท่านั้น ไม่คิดว่าจะต้องมาซ่อมแซมบ้านก่อนเสียอย่างนั้น

“สงสัยพรุ่งนี้คงต้องออกไปทำงานตั้งแต่เช้าเสียแล้ว”

เมื่อคิดได้ดังนั้นก็หันหลังกลับเข้าไปในบ้านด้วยท่าทางอ่อนเพลียจนหลิวซือซือและเย่หลันแม่เลี้ยงยังสาวของนางต้องมองตามแผ่นหลังของคนที่เคยอวบอ้วนแต่เวลานี้กลับซูบผอมเพราะเอาแต่ทำงานหนักเพื่อครอบครัวมาตลอด

ความทรงจำของเจ้าของร่างนี้ปรากฏให้เห็นเป็นบุรุษผู้พ่อที่มีสีหน้ายิ้มแย้ม รูปร่างของเขานั้นอ้วนท้วนยิ่งนักแต่เพราะเงินที่มีนั้นต้องใช้รักษาภรรยาสุดที่รักจนแทบจะหมดสิ้นลง ชีวิตครอบครัวเริ่มย่ำแย่ลงทุกวันเพราะเอาแต่ตรากตรำทำงานหนักทำให้นานวันเข้าร่างกายของเขาซูบผอมลงอย่างเห็นได้ชัด

'ช่างเป็นคนที่รักครอบครัวเสียจริง'

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ข้าจะพาครอบครัวไปสู่ความมั่งคั่ง   บทที่ 20 ชีวิตนี้ยังอีกยาวไกลนัก

    ‘นางไว้ใจเขามากเกินไปหรือไม่นะ’หลิวซือซือว่าจ้างชาวบ้านในบริเวณโดยรอบของเมืองเข้ามาทำงานในฟาร์มผักแห่งใหม่นี้แผ่นดินที่เคยแห้งแล้งไม่ว่าจะปลูกพืชผักใดๆ ก็ไร้หนทางได้เก็บเกี่ยวนั้น นางก็สามารถพลิกฟื้นให้กลับมามีชีวิตขึ้นมาอีกครั้งพืชผักผลไม้มากมายหลากหลายชนิดที่ไม่ค่อยจะมีใครปลูกได้ไม่ว่าจะเป็นผักสลัด มะเขือเทศลูกใหญ่ทั้งยังมีฟาร์มข้าวสาลีที่เวลานี้เริ่มสุกงอมได้ที่อีกไม่กี่วันข้างหน้าก็สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้แล้ว“ซือซือ”เสียงเรียกของผู้เป็นสามีดังแว่วมาแต่ไกลเขาวิ่งมาหานางด้วยความรวดเร็วสีหน้าและแววตาของเขาแลดูเป็นกังวลอยู่ไม่น้อย‘เป็นอะไรของเขา’“แดดแรงเช่นนี้เจ้าออกมาทำไมเล่า”“ข้ามาดูแลคนงานเผื่อ

  • ข้าจะพาครอบครัวไปสู่ความมั่งคั่ง   บทที่ 19 ทวงคืนสัญญา

    หลังจากหลิวซือซือแต่งงานออกไปไม่นานก็ได้ยินมาว่าหลิวผิงเอ๋อนั้นถูกฮูหยินนายอำเภอทุบตีทำร้ายเกือบปางตายเพราะหลิวผิงเอ๋อแอบคบชู้กับสามีของนางนั่นเองใบหน้าที่เคยสวยหวานถูกตบตีจนแก้มนุ่มนิ่มที่เคยมีเลือดฝาดนั้นแตกไปหมด ดวงตาบวบปูดร่างกายถูกทุบตีจนเดินไม่ได้ อาการบาดเจ็บสาหัสทำให้หลิวผิงเอ๋อต้องนอนซมอยู่บนเตียงไปหลายวัน แต่ที่แย่ไปกว่านั้นคือ นางแท้งลูก!“ท่านพ่อ”“ซือซือเจ้ามาแล้ว ละ…แล้วนั่น”“สามีของข้า ลูกเขยของท่านอย่างไรเล่าเจ้าคะ”“ห๋า ก็ไหนบอกว่า”“ท่านพ่อตาขออภัยที่ข้าไม่ได้บอกท่านแท้จริงแล้วเรื่องราวที่เกี่ยวกับบุตรชายสกุลโหวนั้นล้วนเป็นข้าที่ปล่อยข่าวลือเหล่านั้นออกไปทั้งสิ้น”“อะ อะไรนะ!”“ข้าเพียงแค่อยากเลือกเจ้าสาวผู้ที่จะต้องมาอยู่เคียงข้างกัน

  • ข้าจะพาครอบครัวไปสู่ความมั่งคั่ง   บทที่ 18 งานแต่งของซือซือ

    บ้านสกุลโหวหลิวซือซือยืนมองป้ายประจำตระกูลที่ติดเอาไว้ที่เสาหน้าบ้านตัวอักษรที่บรรจงเขียนอย่างพลิ้วไหวดูงดงามมากพอๆ กับป้ายประจำตระกูลที่ถูกแกะสลักจากไม้เนื้อดีดูมีความสง่าน่าเกรงขามไม่น้อยแรกเริ่มเดิมทีนางก็ไม่คิดที่จะแต่งงานแทนน้องสาวต่างไส้ที่น่ารังเกียจผู้นั้นเลยแม้เพียงนิดแต่เมื่อคิดได้ว่านี่คงเป็นโอกาสเดียวที่จะได้ออกไปจากบ้านหลังนั้นจึงได้ตกปากรับคำเป็นมั่นเป็นเหมาะนางได้ยินมาอยู่บ้างว่าบุตรชายสกุลโหวนั้นรูปร่างหน้าตาอัปลักษณ์ไม่น้อยแต่ก็ไม่อาจคืนคำพูดที่เคยให้สัญญากับบิดาเอาไว้ได้แต่ที่ทำให้นางตกตะลึงในเวลานี้ก็คือ….“แม่นางเจ้าเป็นอะไรงั้นหรือ”หลิวซือซือเงยหน้าขึ้นไปจ้องมองป้ายด้านหน้าบ้านอีกครั้งก่อนจะขมวดคิ้วแน่น

  • ข้าจะพาครอบครัวไปสู่ความมั่งคั่ง   บทที่ 17 ถึงเวลาแล้ว

    “ผิงเอ๋อเจ้าว่าอะไรนะ”“ข้าเห็นพี่หญิงเอาแต่พูดคุยหัวร่อต่อกระซิกกับซือหยางคนงานที่มาทำงานในไร่ของเราน่ะเจ้าค่ะ""ท่านพ่อหากปล่อยไว้แบบนี้อาจจะทำให้บ้านของเราเสียหายได้นะเจ้าคะ สัญญาแต่งงานของสกุลหลิวกับสกุลโหวอาจสั่นคลอนได้ของหมั้นที่ทางฝั่งนั้นส่งมาก็อาจถูกริบคืนแว่วว่าท่านพ่อใช้มันไปบางส่วนแล้วไม่ใช่หรือ”หลิวผิงเอ๋อพยายามเป่าหูผู้เป็นบิดาและมารดาเพื่อหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะขับไล่หลิวซือซือออกไปจากบ้านให้เร็วขึ้นและของทุกอย่างที่เป็นของหลิวซือซือย่อมตกเป็นของนางใบหน้าที่ร้ายกาจของผู้เป็นบุตรสาวอยู่ในการจับจ้องมองของมารดาตลอดเย่หลันถอนหายใจด้วยความเหนื่อยล้าที่ไม่ว่าวันเวลาจะผ่านมานานนับกี่ปีหลิวผิงเอ๋อก็ยังคงไม่เปลี่ยนไปเลย นางที่เอาแต่สนใจความสุขสบายของบุตรสาวจนลืมนึกไปว่าควรที่จะสั่งสอนนางให้ดีกว่านี้

  • ข้าจะพาครอบครัวไปสู่ความมั่งคั่ง   บทที่ 16 คนนอก

    ‘สักวันเถอะข้าต้องได้ดีกว่าเจ้าอย่างแน่นอน หลิวซือซือ’เป็นเวลากว่าเจ็ดวันแล้วที่หลิวผิงเอ๋อไม่ยอมออกจากบ้านไปไหนทั้งยังไม่ยอมออกมาช่วยงานในไร่เลยสักครั้ง หลิวซือซือครั้นอยากจะเข้าไปดึงนางให้ลุกจากเตียงนอนก็ดูเหมือนว่าท่านพ่อจะพยายามห้ามนางเอาไว้“ท่านพ่อเหตุใดท่านจึงตามใจนางเช่นนี้กันเล่าเจ้าคะ”“โถ่ซือซือ ผิงเอ๋อเองก็ยังเด็กเจ้าจะอะไรกับนางนักหนา”“เด็กแบบไหนถึงได้เที่ยวไปนอนกับคนอื่นไปทั่ว”“ซือซือ!”“หรือไม่จริง หากท่านยังตามใจนางเช่นนี้สักวันเถอะนางจะนำความเดือดร้อนมาให้พวกท่านไม่รู้จบ”“นั่นมันก็เรื่องของพวกข้า ไม่ใช่เรื่องของเจ้า”หลิวซือซือจ้องมองใบหน้าของผู้เป็นพ่อไม่คิดว่าเขาจะพูดเ

  • ข้าจะพาครอบครัวไปสู่ความมั่งคั่ง   บทที่ 15 ตัวสร้างปัญหา

    หลิวซือซือสั่งการให้สาวใช้ของนางจัดการงานที่บ้าน ส่วนนางและพ่อบ้านหลูก็เดินทางไปในตัวเมืองด้วยความรวดเร็วเมื่อทั้งสองมาถึงกลางตลาดก็ได้ยินเสียงดังเอะอะโวยวายลั่นไปทั่วท้องถนนเมื่อเดินเข้าไปใกล้ๆ ก็พบว่าเป็นหลิวผิงเอ๋อที่กำลังนั่งจมปุกอยู่กลางถนนโดยมีสตรีนางหนึ่งที่ยืนจังก้าท้าวเอวพร้อมทั้งชี้นิ้วตรงมาที่นาง ปากสีแดงสดเอาแต่ร่ายคำด่าออกมาไม่มีหยุด เมื่อสายตาของนางสะดุดเข้ากับร่างๆ หนึ่งก็หยุดการกระทำนั้นไปทันที หลิวซือซือจ้องมองใบหน้าที่คุ้นเคยนั้นก่อนจะเอ่ยปากถามไปว่า“เกิดอะไรขึ้นงั้นหรือ”“เจ้าควรจะดูแลน้องสาวของเจ้าให้ดีกว่านี้สิซือซือ รู้หรือไม่ว่านางมาวอแวกับสามีของข้า”“อะไรนะ”“ไม่รู้ว่าความสัมพันธ์ไปถึงขั้นไหนกันแล้ววันนี้มีคนมาบอกข้าว่าเห็นนางกับสามีของข้าออกมาจากโรงเตี๊ยมนี่ ข้าจึงตามมาดูแล้วก็เป็นอย่างที่คนเขาพูดจริงๆ”“

  • ข้าจะพาครอบครัวไปสู่ความมั่งคั่ง   บทที่ 13 นางสติดีอยู่หรือไม่

    อากาศหนาวที่หนาวเย็นจับใจทำให้ชาวบ้านแทบจะทุกหลังคาเรือนไม่มีผู้ใดออกมาทำมาหากินในตอนค่ำเลยสักคน ผู้คนดูจะอดอยากมากขึ้นเรื่อยๆหลิวซือซือที่นั่งอยู่บนรถม้าโดยมีพ่อบ้านหลูเป็นสารถีขับรถม้าให้ก็เลิกผ้าม่านขึ้นมองเห็นความทุกข์เวทน

  • ข้าจะพาครอบครัวไปสู่ความมั่งคั่ง   บทที่ 12 แผนการช่วยเหลือ

    หลิวผิงเอ๋อได้เพียงแค่ยืนย่ำเท้ากับพื้นเท่านั้นไม่กล้าที่จะพูดสิ่งใดออกไปเพราะความจริงแล้วสิ่งที่หลิวซือซือพูดออกมานั้นก็ไม่ได้ผิดแผกไปแต่อย่างใด‘ใช่แล้วเวลานี้นางไม่มีความสามารถใดๆ ในการที่จะทำงานหาเงินเลี้ยงครอบครัวได้หร

  • ข้าจะพาครอบครัวไปสู่ความมั่งคั่ง   บทที่ 11 บ้านใหม่

    หลังกลับจากในเมืองหลิวซือซือก็มอบหมายให้พ่อบ้านหลูไปติดต่อกับหัวหน้าหมู่บ้านเพื่อเช่าซื้อบ้านว่างหลังใหญ่ท้ายหมู่บ้านหลังนั้น หากจำนวนเงินมีมากพอนางตั้งใจจะซื้อขาดตามที่ตั้งใจเอาไว้พ่อบ้านหลูจัดการตามที่นางสั่งการพร้อมทั้งส่งค

  • ข้าจะพาครอบครัวไปสู่ความมั่งคั่ง   บทที่ 10 นักเลงที่ว่าก็คือพวกข้านั่นเอง

    ‘นะ นักเลงที่นางว่ามันคือพวกเขาไม่ใช่หรือ’“อะแฮ่ม คือว่าพวกข้าเป็นบุรุษใยต้องกลัวคนพวกนั้นกัน ว่าแต่เจ้าเถอะมาทำอะไรที่นี่”"ข้าหรือ”

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status