แชร์

บทที่ 6 ของขวัญล้ำค่าจากบ้านเก่า

ผู้เขียน: Jiulin
last update วันที่เผยแพร่: 2026-05-19 09:36:11

บ้านท้ายสวนหลังที่อยู่ไม่ไกลจากบ้านของนางหลังนี้ทำขึ้นจากไม้เก่าๆ ที่พอจะอาศัยอยู่ได้ชั่วคราวเท่านั้นและดูไม่ได้แข็งแรงอะไรเลย

บริเวณรอบบ้านมีไม้ยืนต้นที่ถูกปลูกเอาไว้หลากหลายชนิด นางมองไปรอบๆ ไม่เห็นมีใครอยู่เลยสักคนจึงได้เอ่ยเรียกเขาเสียงดังจนพ่อบ้านหลูที่ไม่รู้ว่าอยู่มุมไหนของตัวบ้านก็ได้ชะโงกหน้าออกมามองนางเสียที

“คุณหนูมีอะไรหรือขอรับ”

พ่อบ้านหลูรีบเดินเข้ามาหานางอย่างนอบน้อมด้านหลังของชายแก่ผู้นั้นยังมีเด็กหนุ่มคนหนึ่งน่าจะอายุน้อยกว่านางสองสามปีเท่านั้น เมื่อเขามองเห็นนางก็ชักสีหน้าบึ้งตึงขึ้นมาทันทีทำเอาหลิวซือซืองุนงงไม่น้อย

‘อย่าบอกนะว่าแม้แต่เด็กๆ หลิวซือซือคนเก่าก็ไม่ละเว้น ช่างน่าอายเป็นบ้าที่ต้องมารับผลกรรมของเจ้าของร่างนี้’

“คือว่าข้ามีบางอย่างที่อยากรู้ท่านลุงพอจะว่างช่วยเล่าให้ข้าฟังได้หรือไม่”

“ท่านปู่กับข้ายังต้องบั่นฟืนพวกนี้ส่งไปให้บ้านเจ้าไม่มีเวลาว่างมาสนทนากับคุณหนูตกอับอย่างเจ้าหรอก”

“หงเย่อย่าพูดอย่างนั้นกับคุณหนูสิ”

“ข้าพูดผิดตรงไหนกันเวลานี้สถานะของนางก็ไม่ต่างจากพวกเรา ท่านปู่เหตุใดถึงยังเคารพนางอีกเล่าขอรับ”

“หงเย่!”

เสียงดุดันของพ่อบ้านหลูทำเอาหงเย่สะดุ้งตกใจไม่น้อย เด็กชายที่ถูกท่านปู่ของเขาขึ้นเสียงใส่ก็หันไปจ้องมองหลิวซือซือด้วยแววตากรุ่นโกรธดวงตาเริ่มมีสีแดงระรื่นไปด้วยน้ำตาขึ้นมาทีละนิด

หลิวซือซือที่กำลังจะเอ่ยบางสิ่งออกมาเป็นต้องชะงักเมื่อเห็นว่าเด็กหนุ่มผู้นั้นวิ่งหนีไปทางสวนด้านหลังบ้านแล้ว

“เฮ้อ เจ้าเด็กคนนี้เพราะไร้บิดามารดาคอยสั่งสอนกิริยาจึงหยาบกระด้างไปบ้าง คุณหนูท่านอย่าได้ใส่ใจเขาเลยนะขอรับ”

“ข้าจะไปใส่ใจเขาทำไมกันเจ้าคะ ท่านลุงข้าอยากถามอะไรบางอย่าง”

“อะไรหรือขอรับ”

“บ้านหลังแรกของข้าเวลานี้เป็นของใครหรือเจ้าคะ”

“เอ๋ คุณหนูอยากรู้ไปทำไมหรือขอรับ”

“….”

เวลาผ่านไปครึ่งชั่วยาม [1]  

พ่อบ้านหลูก็พาหลิวซือซือเดินมาดูที่บ้านหลังเก่าของนาง ประตูที่ถูกปิดสนิทพ่อบ้านหลูเปิดประตูที่ไร้การลงกลอนใดๆ แล้วค่อยๆ เปิดประตูให้แง้มออกเผยให้เห็นบรรยากาศที่เงียบสงบในบริเวณรอบๆ บ้าน 

เมื่อทั้งสองก้าวเท้าเข้าไปก็เงยหน้าขึ้นไปมองบ้านที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า บ้านหลังนี้มีขนาดใหญ่พอสมควรและดูเหมือนสมัยก่อนจะมีบ่าวรับใช้ด้วยเพราะมีเรือนสำหรับบ่าวอยู่ข้างหลัง

“ท่านลุงข้าว่าที่นี่แปลกๆ นะเจ้าคะ หากท่านบอกว่าไม่มีใครมาอยู่อาศัยนานนับหลายปีแล้วแต่เหตุใดยังสะอาดตาเช่นนี้ ดูสิบ้านก็ยังดูใหม่เอี่ยมอยู่เลย หญ้าสักต้นก็ไม่มี”

“ไม่ผิดขอรับบ้านหลังนี้ไม่มีใครอยู่อาศัยจริงๆ เพียงแต่เจ้าของที่นี่มีบ้านและที่ดินอีกหลายหลังนักจึงทำเพียงส่งบ่าวรับใช้และคนงานเข้ามาดูแลก็เท่านั้นเอง”

“งะ งั้นหรือเจ้าคะ หากว่าข้าอยากจะซื้อคืน”

“พวกเขาไม่คิดขายมันหรอกขอรับคุณหนู เจ้าของบ้านคนใหม่นั้นยึดมั่นถือมั่นในวาจาเสียยิ่งกว่าสิ่งใด พวกเขาเคยบอกกับข้าว่าจะมอบบ้านหลังนี้เป็นเรือนหอของบุตรชายของเขา ไม่ว่าจะมีผู้ใดให้เงินสักกี่พันกี่หมื่นตำลึงพวกเขาก็ไม่เคยสนใจเลยสักเพียงนิด”

“เฮ้อ…”

“คุณหนูบางสิ่งเราก็ควรปล่อยวางนะขอรับ”

พ่อบ้านหลูเอ่ยออกมาทั้งยังจ้องมองบ้านตรงหน้าด้วยใบหน้าที่นิ่งสงบ

“จริงสินะเจ้าคะ อย่างไรแล้วมันก็คือที่ที่มีแต่ความทรงจำเก่าๆ ข้าไม่ควรคิดถึงอดีตที่เจ็บปวดเหล่านั้นอีก”

“คุณหนูของข้าโตเป็นผู้ใหญ่เสียทีนะขอรับ”

“เอ๋ ท่านลุงจะบอกว่าที่ผ่านมาข้าไม่ได้เรื่องเลยสินะ”

“ฮ่าๆๆ ข้าหาได้กล่าวเช่นนั้นไม่”

“เอาล่ะๆ พวกเราออกมานานมากแล้วรีบกลับกันก่อนเถอะเจ้าคะ หงเย่ออกมาไม่เห็นท่านลุงเดี๋ยวจะน้อยใจเข้าไปอีก”

“เดี๋ยวก่อนขอรับ”

ขณะที่หลิวซือซือกำลังจะตั้งท่าเดินกลับไปที่บ้าน พ่อบ้านหลูก็เรียกนางเอาไว้ได้ทัน

“อะไรหรือเจ้าคะ”

“ข้าลืมไปเลยว่าเจ้าของคนใหม่เคยบอกกับข้าเอาไว้ว่าให้เอารถม้าคันเก่าของเรานั้นไปใช้งานได้ นี่หากว่าคุณหนูไม่ถามเรื่องบ้านข้าก็คงลืมไปเสียสนิท”

“รถม้างั้นหรือ”

พ่อบ้านหลูส่งยิ้มให้นางก่อนจะเดินหายไปยังหลังบ้านเพียงไม่นานก็ได้ยินเสียงฝีเท้าของคนสามคนและเสียงพูดคุยเบาๆ ที่แม้ว่านางจะพยายามเงี่ยหูฟังเพียงใดก็ยังจับใจความไม่ได้

“หูของข้ามีปัญหาแน่ๆ ที่นี่เงียบสงบเพียงนี้เสียงพูดคุยที่ไม่ได้เบาเกินไปเหตุใดยังไม่ได้ยินนะ บ้าจริง”

หลิวซือซือใช้นิ้วแหย่ไปที่รูหูของนางแรงๆ ท่ามกลางสายตาของคนสามคนที่มองมาจนนางต้องรีบเงยหน้าขึ้นมามอง

“เอ่อ คุณหนูหลิวสินะขอรับ”

“ใช่เจ้าคะ”

“นายหญิงของพวกเราบอกว่ารถม้าที่เคยเป็นของพวกท่านคันนี้มอบให้พวกท่านไปใช้งานขอรับ”

“ห๋า จริงหรือ”

พ่อบ้านหลูยิ้มรับก่อนจะกระโดดขึ้นไปนั่งอยู่บนที่นั่งสำหรับสารถี ก่อนจะกวักมือเรียกหลิวซือซือให้ขึ้นมานั่งบนรถม้า

หลิวซือซือที่ยังคงงุนงงไม่หายที่อยู่ๆ ก็ได้รถม้าคันใหญ่ที่ไม่น่าใช่คันเก่าอย่างที่บุรุษผู้นั้นพูดเลยสักเพียงนิด เพราะมันยังดูใหม่เอี่ยมไม้ที่ใช้ประกอบเป็นตัวรถม้าก็ดูสะอาดเงาวับเมื่อเปิดผ้าม่านประตูเข้าไปก็ยิ่งตกตะลึงมากขึ้นกว่าเดิม

เพราะเบาะรองนั่งที่ถูกปูเอาไว้ด้านข้างรถม้าคนละฟากฝั่งนั้นยังดูใหม่และน่าจะหนานุ่มไม่น้อย

“เอ่อข้าขอถามท่าน นายหญิงเจ้าของบ้านคนใหม่มอบรถม้าให้ข้าจริงๆ น่ะหรือเจ้าคะ”

“เป็นเช่นนั้นขอรับคุณหนู พวกข้ายังมีงานต้องทำคงต้องขอตัวก่อน”

“ดะ เดี๋ยวสิ”

ชายหนุ่มรูปร่างกำยำทั้งสองเดินหายลับเข้าไปยังด้านหลังของบ้านโดยไม่ได้สนใจเสียงเรียกของนางเลยแม้เพียงนิด

“คุณหนูนั่งดีๆ เถอะขอรับข้าจะออกรถแล้ว”

“อืม”

แม้จะงุนงงกับสิ่งที่ได้รับมาโดยไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกันกับเจ้าของบ้านหลังนี้ แต่นางก็ไม่ได้ซักไซ้ไปอีกแต่อย่างใด

'ช่างเถอะถือเสียว่าเป็นโชคดีของนางก็แล้วกัน ได้รถม้ามาทำมาหากินเพิ่มแบบนี้ก็ยังดีกว่าเดินเท้าเข้าเมืองไปๆ กลับๆ ก็แล้วกัน'

เมื่อทั้งสองเดินทางกลับถึงบ้านแล้วพ่อบ้านหลูก็นำรถม้าเข้ามาจอดทิ้งไว้ด้านหลังของตัวบ้าน ก่อนจะขอตัวกลับบ้านของเขาที่ท้ายสวน

“นั่นเจ้าไปเอารถม้าของใครเขามา”

“นั่นหรือ”

“ก็ใช่น่ะสิ”

เย่หลันแม่เลี้ยงของนางเอ่ยถามขึ้นพร้อมทั้งเดินเข้ามาสำรวจตัวรถม้านี้ไม่วางตา

"ข้าเช่ามาตั้งใจจะนำไปใส่ปลาขายที่ตลาด"

“สะ ใส่ปลา เจ้าเป็นบ้าไปแล้วหรือ เช่ารถม้าใส่ปลาเนี่ยนะ”

“ไม่ผิด คงต้องฝากท่านสอดส่องดูแลเพราะหากว่ามันชำรุดบ้านของเราคงต้องเสียเงินค่าซ่อมให้พวกเขาเป็นแน่”

“เกี่ยวอะไรกับข้า”

“ถามมาได้ก็เพราะข้าใช้ชื่อของท่านและท่านพ่อในการเช่าน่ะสิ”

“อะ อะไรนะ นี่หลิวซือซือเจ้าเป็นบ้าไปแล้วหรือ วันๆ จะเอาแต่หาเรื่องมาให้ข้าไม่รู้จบหรืออย่างไรกัน หลิวซือซือกลับมาเดี๋ยวนี้นะ”

หลิวซือซือเอามืออุดหูของนางก่อนจะเร่งฝีเท้าเดินเข้าไปในห้องนอนของนางด้วยความรวดเร็ว

หากนางไม่พูดเช่นนั้นมีหวังหลิวผิงเอ๋อต้องหาทางทำลายรถม้าที่นางเพิ่งได้รับมาเป็นแน่ สร้างเรื่องให้ทุกคนร่วมกันรับผิดชอบเช่นนี้นางก็คงไม่กล้าทำอะไรบุ่มบ่ามเป็นแน่

เพราะแม้ว่าภายนอกของหลิวผิงเอ๋อจะบอบบางและน่าทะนุถนอมเพียงใดแต่ไม่มีใครรู้ดีเท่าหลิวซือซือว่านั่นก็เป็นเพียงภาพลวงตาเท่านั้น

ภายใต้ความอ่อนแอที่นางแสดงออกมาแต่แท้จริงแล้วกับร้ายกาจยิ่งกว่าหลิวซือซือหลายร้อยเท่านัก

เชิงอรรถ

^ครึ่งชั่วยาม = 1 ชั่วโมง

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ข้าจะพาครอบครัวไปสู่ความมั่งคั่ง   บทที่ 20 ชีวิตนี้ยังอีกยาวไกลนัก

    ‘นางไว้ใจเขามากเกินไปหรือไม่นะ’หลิวซือซือว่าจ้างชาวบ้านในบริเวณโดยรอบของเมืองเข้ามาทำงานในฟาร์มผักแห่งใหม่นี้แผ่นดินที่เคยแห้งแล้งไม่ว่าจะปลูกพืชผักใดๆ ก็ไร้หนทางได้เก็บเกี่ยวนั้น นางก็สามารถพลิกฟื้นให้กลับมามีชีวิตขึ้นมาอีกครั้งพืชผักผลไม้มากมายหลากหลายชนิดที่ไม่ค่อยจะมีใครปลูกได้ไม่ว่าจะเป็นผักสลัด มะเขือเทศลูกใหญ่ทั้งยังมีฟาร์มข้าวสาลีที่เวลานี้เริ่มสุกงอมได้ที่อีกไม่กี่วันข้างหน้าก็สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้แล้ว“ซือซือ”เสียงเรียกของผู้เป็นสามีดังแว่วมาแต่ไกลเขาวิ่งมาหานางด้วยความรวดเร็วสีหน้าและแววตาของเขาแลดูเป็นกังวลอยู่ไม่น้อย‘เป็นอะไรของเขา’“แดดแรงเช่นนี้เจ้าออกมาทำไมเล่า”“ข้ามาดูแลคนงานเผื่อ

  • ข้าจะพาครอบครัวไปสู่ความมั่งคั่ง   บทที่ 19 ทวงคืนสัญญา

    หลังจากหลิวซือซือแต่งงานออกไปไม่นานก็ได้ยินมาว่าหลิวผิงเอ๋อนั้นถูกฮูหยินนายอำเภอทุบตีทำร้ายเกือบปางตายเพราะหลิวผิงเอ๋อแอบคบชู้กับสามีของนางนั่นเองใบหน้าที่เคยสวยหวานถูกตบตีจนแก้มนุ่มนิ่มที่เคยมีเลือดฝาดนั้นแตกไปหมด ดวงตาบวบปูดร่างกายถูกทุบตีจนเดินไม่ได้ อาการบาดเจ็บสาหัสทำให้หลิวผิงเอ๋อต้องนอนซมอยู่บนเตียงไปหลายวัน แต่ที่แย่ไปกว่านั้นคือ นางแท้งลูก!“ท่านพ่อ”“ซือซือเจ้ามาแล้ว ละ…แล้วนั่น”“สามีของข้า ลูกเขยของท่านอย่างไรเล่าเจ้าคะ”“ห๋า ก็ไหนบอกว่า”“ท่านพ่อตาขออภัยที่ข้าไม่ได้บอกท่านแท้จริงแล้วเรื่องราวที่เกี่ยวกับบุตรชายสกุลโหวนั้นล้วนเป็นข้าที่ปล่อยข่าวลือเหล่านั้นออกไปทั้งสิ้น”“อะ อะไรนะ!”“ข้าเพียงแค่อยากเลือกเจ้าสาวผู้ที่จะต้องมาอยู่เคียงข้างกัน

  • ข้าจะพาครอบครัวไปสู่ความมั่งคั่ง   บทที่ 18 งานแต่งของซือซือ

    บ้านสกุลโหวหลิวซือซือยืนมองป้ายประจำตระกูลที่ติดเอาไว้ที่เสาหน้าบ้านตัวอักษรที่บรรจงเขียนอย่างพลิ้วไหวดูงดงามมากพอๆ กับป้ายประจำตระกูลที่ถูกแกะสลักจากไม้เนื้อดีดูมีความสง่าน่าเกรงขามไม่น้อยแรกเริ่มเดิมทีนางก็ไม่คิดที่จะแต่งงานแทนน้องสาวต่างไส้ที่น่ารังเกียจผู้นั้นเลยแม้เพียงนิดแต่เมื่อคิดได้ว่านี่คงเป็นโอกาสเดียวที่จะได้ออกไปจากบ้านหลังนั้นจึงได้ตกปากรับคำเป็นมั่นเป็นเหมาะนางได้ยินมาอยู่บ้างว่าบุตรชายสกุลโหวนั้นรูปร่างหน้าตาอัปลักษณ์ไม่น้อยแต่ก็ไม่อาจคืนคำพูดที่เคยให้สัญญากับบิดาเอาไว้ได้แต่ที่ทำให้นางตกตะลึงในเวลานี้ก็คือ….“แม่นางเจ้าเป็นอะไรงั้นหรือ”หลิวซือซือเงยหน้าขึ้นไปจ้องมองป้ายด้านหน้าบ้านอีกครั้งก่อนจะขมวดคิ้วแน่น

  • ข้าจะพาครอบครัวไปสู่ความมั่งคั่ง   บทที่ 17 ถึงเวลาแล้ว

    “ผิงเอ๋อเจ้าว่าอะไรนะ”“ข้าเห็นพี่หญิงเอาแต่พูดคุยหัวร่อต่อกระซิกกับซือหยางคนงานที่มาทำงานในไร่ของเราน่ะเจ้าค่ะ""ท่านพ่อหากปล่อยไว้แบบนี้อาจจะทำให้บ้านของเราเสียหายได้นะเจ้าคะ สัญญาแต่งงานของสกุลหลิวกับสกุลโหวอาจสั่นคลอนได้ของหมั้นที่ทางฝั่งนั้นส่งมาก็อาจถูกริบคืนแว่วว่าท่านพ่อใช้มันไปบางส่วนแล้วไม่ใช่หรือ”หลิวผิงเอ๋อพยายามเป่าหูผู้เป็นบิดาและมารดาเพื่อหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะขับไล่หลิวซือซือออกไปจากบ้านให้เร็วขึ้นและของทุกอย่างที่เป็นของหลิวซือซือย่อมตกเป็นของนางใบหน้าที่ร้ายกาจของผู้เป็นบุตรสาวอยู่ในการจับจ้องมองของมารดาตลอดเย่หลันถอนหายใจด้วยความเหนื่อยล้าที่ไม่ว่าวันเวลาจะผ่านมานานนับกี่ปีหลิวผิงเอ๋อก็ยังคงไม่เปลี่ยนไปเลย นางที่เอาแต่สนใจความสุขสบายของบุตรสาวจนลืมนึกไปว่าควรที่จะสั่งสอนนางให้ดีกว่านี้

  • ข้าจะพาครอบครัวไปสู่ความมั่งคั่ง   บทที่ 16 คนนอก

    ‘สักวันเถอะข้าต้องได้ดีกว่าเจ้าอย่างแน่นอน หลิวซือซือ’เป็นเวลากว่าเจ็ดวันแล้วที่หลิวผิงเอ๋อไม่ยอมออกจากบ้านไปไหนทั้งยังไม่ยอมออกมาช่วยงานในไร่เลยสักครั้ง หลิวซือซือครั้นอยากจะเข้าไปดึงนางให้ลุกจากเตียงนอนก็ดูเหมือนว่าท่านพ่อจะพยายามห้ามนางเอาไว้“ท่านพ่อเหตุใดท่านจึงตามใจนางเช่นนี้กันเล่าเจ้าคะ”“โถ่ซือซือ ผิงเอ๋อเองก็ยังเด็กเจ้าจะอะไรกับนางนักหนา”“เด็กแบบไหนถึงได้เที่ยวไปนอนกับคนอื่นไปทั่ว”“ซือซือ!”“หรือไม่จริง หากท่านยังตามใจนางเช่นนี้สักวันเถอะนางจะนำความเดือดร้อนมาให้พวกท่านไม่รู้จบ”“นั่นมันก็เรื่องของพวกข้า ไม่ใช่เรื่องของเจ้า”หลิวซือซือจ้องมองใบหน้าของผู้เป็นพ่อไม่คิดว่าเขาจะพูดเ

  • ข้าจะพาครอบครัวไปสู่ความมั่งคั่ง   บทที่ 15 ตัวสร้างปัญหา

    หลิวซือซือสั่งการให้สาวใช้ของนางจัดการงานที่บ้าน ส่วนนางและพ่อบ้านหลูก็เดินทางไปในตัวเมืองด้วยความรวดเร็วเมื่อทั้งสองมาถึงกลางตลาดก็ได้ยินเสียงดังเอะอะโวยวายลั่นไปทั่วท้องถนนเมื่อเดินเข้าไปใกล้ๆ ก็พบว่าเป็นหลิวผิงเอ๋อที่กำลังนั่งจมปุกอยู่กลางถนนโดยมีสตรีนางหนึ่งที่ยืนจังก้าท้าวเอวพร้อมทั้งชี้นิ้วตรงมาที่นาง ปากสีแดงสดเอาแต่ร่ายคำด่าออกมาไม่มีหยุด เมื่อสายตาของนางสะดุดเข้ากับร่างๆ หนึ่งก็หยุดการกระทำนั้นไปทันที หลิวซือซือจ้องมองใบหน้าที่คุ้นเคยนั้นก่อนจะเอ่ยปากถามไปว่า“เกิดอะไรขึ้นงั้นหรือ”“เจ้าควรจะดูแลน้องสาวของเจ้าให้ดีกว่านี้สิซือซือ รู้หรือไม่ว่านางมาวอแวกับสามีของข้า”“อะไรนะ”“ไม่รู้ว่าความสัมพันธ์ไปถึงขั้นไหนกันแล้ววันนี้มีคนมาบอกข้าว่าเห็นนางกับสามีของข้าออกมาจากโรงเตี๊ยมนี่ ข้าจึงตามมาดูแล้วก็เป็นอย่างที่คนเขาพูดจริงๆ”“

  • ข้าจะพาครอบครัวไปสู่ความมั่งคั่ง   บทที่ 10 นักเลงที่ว่าก็คือพวกข้านั่นเอง

    ‘นะ นักเลงที่นางว่ามันคือพวกเขาไม่ใช่หรือ’“อะแฮ่ม คือว่าพวกข้าเป็นบุรุษใยต้องกลัวคนพวกนั้นกัน ว่าแต่เจ้าเถอะมาทำอะไรที่นี่”"ข้าหรือ”

  • ข้าจะพาครอบครัวไปสู่ความมั่งคั่ง   บทที่ 9 ชายชราในร้านโอสถ

    ‘เหตุใดจึงทำหน้าเช่นนั้นกันนะ’“แม่นางเข้ามาในร้านของข้าต้องการสมุนไพรชนิดใดงั้นหรือ”ชายแก่ที่ผมขาวโพลนไปทั่วหัวเดินถือไม้เท้าพยุงตนเองออกมาด้านนอกก่อนจะค่อยๆ ก้าวเดินเข้ามาหานางอย่างเชื่องช้า“คือว่าที่ร้านของท่านรับซื้อสมุนไพรหรือไม่เจ้าคะ”“สมุนไพรงั้นหรือ น่าแปลกที่ผ่านมาคนที่มาขายสมุนไพรต่างก

  • ข้าจะพาครอบครัวไปสู่ความมั่งคั่ง   บทที่ 8 เข้าเมือง

    หลิวซือซือละสายตาจากผู้เป็นพ่อที่เดินหายเข้าไปในบ้านก่อนจะหันไปมองชาวบ้านที่กำลังซุบซิบกันเสียงดังระงมไปทั่วหมู่บ้าน“ตั้งแต่ข้าเกิดมาก็ไม่เคยพานพบเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อนเลยนะ เกิดอะไรขึ้นกับบ้านเมืองของเรากัน”“เจ้าไม่เคยได้ยินที่เขาร่ำลือกันหรือ""เรื่องอะไร""ก็เรื่องที่ฮ่องเต้องค์ปัจจุบันที่เพิ่

  • ข้าจะพาครอบครัวไปสู่ความมั่งคั่ง   บทที่ 7 อากาศแปรปรวน

    หลิวซือซือที่เดินกลับเข้ามาในห้องนอนแล้วนางก็ลงมือเปิดระบบวิเศษขึ้นมาปรากฏให้เห็นเป็นหน้าจอสีฟ้าใสมองทะลุไปยังฝั่งตรงข้ามได้ระบบวิเศษที่นางได้มาอย่างไรไม่รู้ปรากฏออกมาให้เห็นเมื่อสำรวจไปทั่วทั้งระบบก็ทำเอานางแทบจะสิ้นหวังอยู่แล้ว'อยากได้เงินมาใช้จ่ายในครอบครัวต้องทำอย่างไรกันเล่า'[ระบบตรวจพบความ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status