Home / รักโบราณ / ข้าจะเป็นหวางเฟยตัวร้ายของจวินอ๋อง / บทที่ 3 : "เป็นหวางเฟยของข้าเถอะ!" NC18+

Share

บทที่ 3 : "เป็นหวางเฟยของข้าเถอะ!" NC18+

Author: Futhaone
last update Last Updated: 2025-12-21 22:35:46

คิมหันตฤดูเข้ามาเยือนพืชผลขาดน้ำ ประชากรอดอยากถึงกระนั้นงานเลี้ยงฉลองในจวนได้เริ่มขึ้นท่ามกลางความทุกข์ระทมของชาวบ้าน ทว่าจักรพรรดิไป่เซ่อได้มีการสร้างอุโมงค์ใต้ดินสำหรับเก็บแผ่นน้ำแข็งเพื่อถนอมอาหารในคิมหันตฤดูนี้ ข้าปลีกตัวออกมาหลังจวนซึ่งเป็นศาลาริมสระบัวสถานที่โปรดในยามผ่อนคลายลมพัดโชยอ่อนๆ ดวงตากลมโตเพ่งมองเงาสะท้อนของตนเองพลางหวนย้อนนึกคำพูดของจวินอ๋อง สายตาคมกริบจับจ้องข้าไม่เคยละไปทางอื่น และคําที่เขาพูดอันหนักแน่นชัดเจนทุกถ้อยคํา เมื่อสิ้นสุดราชโองการสมรสพระราชทานจากฮ่องเต้

 “ต่อจากนี้จะไม่มีใครทําร้ายเจ้าได้อีกเป็นหวางเฟยของข้าเถอะ ตําแหน่งนี้ข้ารักษาไว้ให้เจ้าเพียงคนเดียว” แววตาจริงจังของเขาทำให้ข้าหวั่นไหวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ห้าปีที่ผ่านมานี้ข้าเอาแต่ปิดกั้นตนเองยังคงหวนนึกถึงเซินอู๋หล้วผู้เลวทราม เป็นสตรีที่เก่งในการสู้รบ แต่กลับตกม้าตายเพียงเพราะบุรุษเพียงผู้เดียว ทว่าแววตาเขาวันนี้กลับเปลี่ยนไปทันทีที่ท่านอ๋องรองเอ่ยวาจานั้นออกมา แววตาสิ้นหวังที่ข้าเฝ้ารอมาเนิ่นนานว่าจะได้เห็นมันจากเขา และบัดนี้ก็สมใจแล้ว 

"เจ้าอยู่ที่นี่เอง"เสียงนุ่มนวลของเขาทำให้นางตื่นจากภวังค์

"ท่านอ๋องรอง รู้ได้อย่างไรว่าข้าอยู่นี่?" นางขมวดคิ้วชนกันทำให้คนร่างสูงเผยยิ้มมุมปากเล็กน้อย

"ที่จวนของเจ้าไม่ได้กว้างขวางเท่าไหร่นัก อีกทั้งข้าเคยมาเยี่ยมเยือนท่านแม่ทัพหยางเฟยหลงเป็นปล่อยครั้ง เมื่อครั้นที่เจ้าตบแต่งเข้าจวนโหวจื้อหยวน"น้ำเสียงนั้นแผ่วลง "หรือเป็นก่อนหน้านั้น" 

"เหตุใดท่านอ๋องรองถึงต้องการข้า สตรีม่าย,หม้ายเช่นข้าเหมาะจะเป็นหวางเฟยของท่านหรือ!"

"ทุกคนล้วนมีเหตุผลของตนเอง ข้าก็เช่นกันเพียงเพราะต้องการให้เจ้าอยู่ในสายตาข้าตลอดเวลานี่ใช่ความรักหรือไม่!"รอยยิ้มของเขาส่องสว่างทั่วทั้งใบหน้า "เอ๊ะ" ไม่คิดว่าจวินอ๋องผู้นี้จะกล้าเปิดอกคุยกับนางเช่นนี้ มันช่างซื่อตรงต่อใจเหลือเกิน

 "หากเจ้าต้องการล้างแค้นเซินอู๋หลัวตำแหน่งหวางเฟยก็คู่ควรกับเจ้าแล้ว ฮึ! แต่ถึงอย่างไรเจ้าก็ไม่อาจหลบหนีคืนเข้าหอกับข้าไปได้ จงเตรียมใจไว้เถิด เหมยเซียน หึ" สีหน้าของเปิดเผยถึงความยินดีอย่างชัดเจน ร่างสูงผิวปากอย่างร่าเริงขณะเดินจากไป ทิ้งให้นางหวาดหวั่นเล็กน้อย ไม่คิดว่าเขาจะกล้าพูดเช่นนี้กับตนหยาบคายยิ่งนัก 

"นี่หรือบุรุษที่อาจสิ้นลมได้ทุกเมื่อ” 

ยามซื่อเกี้ยวเจ้าสาวมาถึงหน้าประตูใหญ่จวนจวินอ๋อง ท่านอ๋องรองเตะคานประตูเกี้ยวเจ้าสาวหนึ่งครั้ง และจากนั้นเหมยเซียนก็จะเตะคานประตูตอบภายในหนึ่งครั้ง ซึ่งมีความหมายว่าชายมิกลัวภรรยาและสตรีมิอ่อนแอ จากนั้นเหมยเซียนก็โยนกุญแจสินสมรสที่ตนนำติดตัวมาด้วย  ท่านอ๋องรองรับมาแล้วชูกุญแจขึ้น เป็นนัยว่าให้ฟ้าเป็นสักขีพยานเป็นเคล็ดขอให้ได้ลูกชายหลายๆ คนเพื่อสืบสกุล เมื่อได้ฤกษ์หามเกี้ยวเข้าไปที่หน้าโถงพิธีการ จากนั้นท่านอ๋องรองใช้พัดเคาะหลังคาเกี้ยวสามครั้ง และเตะคานเกี้ยวสามครั้งเพื่อการแสดงอำนาจว่าต่อไปภรรยาจะได้เชื่อฟังผู้เป็นสามีจากนั้นจึงเข้าสู่พิธีกราบไหว้ฟ้าดิน ทุกอย่างดำเนินผ่านไปด้วยดีท่ามกลางเหล่าผู้มีอำนาจ เสนาบดี และซื่อหยวนรวมทั้งเซินอู๋หลัวและฮูหยินคนใหม่ของเขา

คืนเข้าหอเป็นอย่างที่หลงเยว่ฉานว่าไว้ เขาได้พรากความบริสุทธิ์ของนางไปอย่างไร้ความปรานี ไม่แม้แต่เปิดโอกาสให้นางขัดขืน เหมยเซียนไม่คิดว่าเขาผู้ที่ใครคิดว่าอ่อนแอไร้เรี่ยวแรง กลิ่นสุราตลบคลุ้งออกมาจากร่างกำยำที่ขึ้นคร่อมนางอยู่ มือทั้งสองข้างถูกยึดไว้เหนือศีรษะตนเองด้วยมือข้างเดียวของเขา ริมฝีปากอุ่นร้อนกำลังประกบริมฝีปากนางแนบแน่น ความหวาดหวั่นบ่นความแตกตื่นอันเร่าร้อนทำให้เหมยเซียนเบิกตามองค้างทำให้นางหมดเรี่ยวแรงไปทั้งตัว

"อ่า..."เสียงครางเบาๆ หลุดลอดออกมาจากลำคอ สมองของเหมยเซียนคิดหาวิธีหลบหนีจากเขาหนักหนาบัดนี้ขาวโพลนว่างเปล่าด้วยความตกตะลึงของการกระทำอุกอาจของหลงเยว่ฉาน นี่นะหรือความรู้สึกเมื่อถูกจูบ มันช่าง...หอมหวานเหลือเกิน 

"เอ๊ะ!" พลันสติของนางกลับคืนมาด้วยความอับอายแสนอาย เหมยเซียนผลักร่างท่านอ๋องรองอย่างแรงจะลุกหนีไปจากที่นี่ ทว่าเหมือนสัญชาตญาณนักล่าเช่นเขากลับโอบกอดรั้งนางไว้ทันท่วงที ดวงตากลมโตดั่งจันทราประสานเข้ากับนัยต์ตาดำสนิทราวกับท้องฟ้ายามราตรี เมื่อได้แหงนหน้ามองหลงเยว่ฉานใกล้ๆ แบบนี้ หัวใจของเหมยเซียนเต้นโครมครามอีกครั้ง ด้วยไม่คิดมาก่อนว่าเขาจะหล่อเหลาถึงเพียงนี้ 

ใบหน้าคมเข้มสมชายชาตรี คิ้วเข้มพาดเฉียง ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยว กรามแข็งแรงเด่นชัด คนที่สง่างามโดดเด่นเช่นนี้เป็นสามีของนาง...

"ข้าเคยบอกเจ้าแล้ว ว่าไม่อาจหลบหนีคืนเข้าหอกับข้าไปได้..."ดวงตาที่ฉ่ำด้วยฤทธิ์เหล้ายามนี้ดูสร้างขึ้นมาแล้ว น้ำเสียงทุ้มต่ำมีพลังทำให้นางถึงกับสะท้าน

"หลบหนีได้หรือไม่ มาลองดูกัน"ริมฝีปากคลี่ยิ้มหวานล้ำ แต่ทว่าใบหน้าแดงระเรื่อราวกับลูกท้อ ทันใดนั้นหลงเยว่ฉานโน้มตัวลงหอมแก้มอันอวบอิ่มของนางพูดเสียงแผ่ว " หอมหวานเหลือเกิน" เขาจูบนางซ้ำๆ จูบนั้นอ่อนโยนและบริสุทธิ์เหมือนสายลมเย็นในฤดูใบไม้ผลิ เหมยเซียนพยายามขัดขืนทว่าทุกการสัมผัสของทำให้ร่างบางอ่อนระทวย มือใหญ่ยังคงสัมผัสไปทั่วร่างของเหมยเซียนสร้างความปั่นป่วนให้นาง สุดท้ายริมฝีปากของหลงเยว่ฉานก็ไล่ไปตามแนวโค้งของลำคอเรียวสวยเคลื่อนลงต่ำเรื่อยๆ 

"อืม" เสียงครางอันพึงพอใจของเขาทำให้นางเขินอาย ทุกอย่างกระหน่ำลงมาราวกับพายุคืนใหญ่ ความเจ็บบ่นความสุขล้นที่นางไม่เคยสัมผัสเป็นเช่นนี้เอง ทุกอณูขุมขนของเขาแทรกซึมเข้าไปในกายนางอย่างมิอาจต้านทานไว้ได้ แรงสั่นสะเทือนบนเตียงนอนบ่งบอกถึงความเร่าร้อนที่หลงเยว่ฉานตั้งใจมอบให้เพื่อให้เหมยเซียนจดจำทุกอย่างที่เป็นเขาไว้ พายุในครั้งนี้ช่างยาวนานจวบจนยามเหม่าถึงจะสงบลง หลงเยว่ฉานก้มมองใบหน้ารูปไข่งดงาม ดวงตากลมโตสีน้ำตาลอ่อน จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากอิ่มเอิบสีชมพูระเรื่อ ผิวขาวเนียนดุจหยกขัดเงา สตรีผู้งดงามเกินจะหาสตรีอื่นใดมาเปรียบเทียบได้กำลังหลับสนิทในอ้อมแขนอย่างอ่อนเพลีย เป็นตำแหน่งหวางเฟยที่เขาตั้งใจมอบให้นางแต่เพียงผู้เดียว 

งานเลี้ยงน้ำชา มาเยือนเป็นอีกหนึ่งวันที่จะแสนน่าเบื่อของเหมยเซียน นางทิ้งการซ้อมยิงธนูต้องเผชิญหน้ากันของเหล่าบรรดาฮูหยินเพื่อสังสรรค์พูดคุยแลกเปลี่ยนอิริยาบถในจวนของตน รวมทั้งลี่หมิงฮูยินคนใหม่ของเซินอู๋หลัว

"สตรีม่ายเช่นนางนับว่าเป็นหยางเฟยของจวินอ๋องได้ไม่เลว นางใช้เล่ห์กลอุบายใดกัน?"เสียงซุบซิบเอ่ยขึ้น เหมือนจงใจให้เหมยเซียนได้ยิน

"นางจะใช้อุบายใดได้กัน หากเป็นนั้นจริงสามีข้าคงไม่ยื่นใบหย่าให้นางหรอก อิอิ"หลี่หมิงจิบชาอย่างสำราญใจ เหมยเซียนลุกขึ้นยืนดวงตาสวยจ้องเขม็งดุดันราวกับพญาหงส์ ทำให้ทุกคนตัวสั่นเทาราวกับลูกนกในกำมือทว่านางกลับรินน้ำชาให้กับหลี่หมิงก่อนจะเผยยิ้มมุมปากเล็กน้อย

"เจ้าออกเรือนมานานเท่าไหร่แล้ว"เสียงใสเอ่ยขึ้นแววตาทุกคู่จับจ้องมายังฮูหยินหลี่หมิง

"ห้าปีแล้ว นับว่านานและมั่นคงกว่าเจ้า"นางยิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจ

"อย่างนั้นเหรอ เซินอู๋หลัวช่างไร้น้ำยาเสียจริง ป่านี้แล้วเจ้ายังไม่ได้มีบุตรชายไว้สืบสกุล หรือเขาไม่มีอารมณ์กับเจ้าเหมือนที่เคยเป็นกับข้า"

"เหมยเซียน!!" อารมณ์ขุ่นเคืองใจของนางทำให้ฮูหยินท่านอื่นตกตะลึง"เป็นจริงดั่งที่เหมยเซียนกล่าวนั่นเพราะจะย่างก้าวปีที่หกแล้วฮูหยินแห่งจวนโหวซื่อหยวนที่ใครๆ ต่างอิจฉายังไม่ได้มีทายาทไว้สืบสกุล" ฮูหยินใหญ่เอ่ยขึ้นอย่างเห็นด้วย 

"งานนี้ท่านเซินอู๋หลัวต้องรับอนุภรรยาเข้าจวนหรือไม่?" คำนินทาทว่ากลับได้ยินชัดเจนยิ่งนัก

"พวกเจ้า!!" หลี่หมิงสุดจะอับอายไม่อาจร่วมงานเลี้ยงน้ำชาได้อีกต่อไป ก่อนที่นางจะกลับจวนแววตาโกรธแค้นเพ่งมองเหมยเซียน สตรีเช่นนางหากต้องการสิ่งใด หรือทำร้ายผู้ใดแล้วไม่วางมือลงง่ายๆ แน่นอน 

"ฝากไว้ก่อนเถอะ! หยางเหมยเซียน" หลี่หมิงก้าวเท้าไปข้างหน้าอย่างแข็งกร้าว แท้จริงแล้วที่หลี่หมิงเป็นสหายสนิทของเหมยเซียนเพราะความอิจฉา ริษยาในการชีวิตอย่างอิสรเสรีอันรื่นรมย์ ทุกคนในจวนล้วนตามใจนาง ไม่ว่าเหมยเซียนจะชี้นกเป็นนกหรือชี้ไม้เป็นไม้ก็ตาม ผิดจากหลี่หมิงเป็นบุตรสาวที่เกิดจากอนุภรรยาผู้ต่ำต้อย ไม่สามารถเชิดหน้าชูคอเป็นหงส์เหมือนเหล่าพี่สาวได้ ถูกกดขี่ข่มเหงนานา สุดท้ายจึงล่อลวงใจเซินอู๋หลัว แม้จะรู้อยู่เต็มอกว่าเป็นบุรุษที่เหมยเซียนหมายปองแล้วก็ตาม 

"ในเมื่อนางอยากได้ก็ต้องได้เหรอ..."หลี่หมิงกัดฟันกรอดกำมือแน่นจนเห็นเส้นเอ็นนูนขึ้นมา แววตาเพ่งมองเซินอู๋หลัวที่เดินเคียงคู่มากับเหมยเซียนราวกับกิ่งทองใบหยก ผู้คนที่พบเห็นต่างอิจฉาในรูปร่างและชาติกำเนิดของทั้งคู่ หลี่หมิงอยากเป็นเช่นเหมยเซียนบ้าง นางจึงใช้กลอุบายในความยึดหมั่นต่อคำพูดของเซินอู๋หลัวที่รักษาวาจาเป็นที่หนึ่ง ทำลายเหมยเซียนภาพที่เหมยเซียนร่ำร้องอย่างทุรนทุรายท่ามกลางหิมะกระหน่ำราวกับเป็นใจให้นางได้ขึ้นเป็นฮูหยินคนใหม่ของจวนโหว 

"สิ่งที่ผิดแปลกไปคือท่านจื่อหยวนล้มป่วยฉับพลัน นอนเป็นผักก่อนงานมงคลเพียงไม่กี่วัน"แววตาจริงจังคู่นั้นจับจ้องไปยังโคมไฟรูปทรงกระต่ายที่ห้อยตามชายคาจวนท่านอ๋องรอง คงไม่พ้นเป็นความคิดหยอกล้อหวางเฟย

"คุณหนูคิดว่าท่านจื่อหยวน..."ดวงตาแม่นมเหริ่นเบิกกว้างด้วยความตกใจกลัว

"ใช่ เป็นการวางยา มีเพียงผู้เดียวที่กล้าทำเช่นนี้ได้..." คิ้วขมวดเข้าหากันเกิดรอยย่นระหว่างคิ้ว เมื่อนึกถึงสิ่งที่เซินอู๋หลัวทำกับตนไว้ นางไม่ควรใส่ใจบิดาของเขาแม้แต่น้อย 

"ดีเสียอีกหากปล่อยให้เซินอู๋หลัวเป็นคนโง่ บิดาผู้บังเกิดเกล้ากำลังจะตายลงด้วยน้ำมือคนที่ตนไว้วางใจ"น้ำเสียงดูถูกของเหมยเซียนทำให้แม่นมเหริ่นอดเป็นกังวลไม่ได้ นับวันฮูหยินยิ่งเย็นชาราวกับมีก้อนน้ำแข็งอันหนักอึ้งอยู่ในใจแม้จะเป็นคิมหันตฤดู

"ฮูหยินผู้เคยยิ้มแย้มสดใสผู้นั้นหายไปไหนแล้วเจ้าค่ะ" 

"นางได้ตายไปแล้ว" ดวงตาของเหมยเซียนฉายแววเศร้าหมอง 

"นางจะกลับมามีชีวิตอีกครั้ง แม่นมเหรินอย่าได้เป็นกังวลไป!" น้ำเสียงที่คุ้นเคยดังขึ้น ดวงตาคู่สวยพองโตไม่คิดว่าหลงเยว่ฉานจะแอบฟังบทสนทนาของนาง คนตัวสูงไม่พูดพร่ำทำเพื่อเขาโอบเอวบางแนบชิดกายตนอย่างรวดเร็ว จนแทบได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน 

"ท่านอ๋องรอง..." นางกะพริบตาถี่ๆ ใครกันที่เล่าลือว่าเขาใกล้ตายทุกเมื่อ

"ทำไม! จงเกลียดจงชังข้าอีกคนเหรอ" ริมฝีปากหนาเผยยิ้มมุมปากเล็กน้อย

"ข้าไม่กล้าคิดเช่นนั้นกับท่านหรอก" ภาพทั้งคู่ทำให้แม่นมเหรินเขินอายจนก้าวเท้าออกไปเสียเอง 

"เจ้าจะไปเที่ยวชมเทศกาลโคมไฟฉินหวยกับข้าหรือไม่" ใบหน้าของเขาเปิดเผยความสุขอย่างไม่ปิดบัง แววตาทั้งคู่ประสานกันราวกับโลกทั้งใบเป็นสวรรค์ เพียงหวังว่ามันจะไม่มอดไหม้ลงอีกครั้ง ยามที่หลงเยว่ฉานยังคงยืนข้างกายนาง หยางเหมยเซียนจะไม่กลายเป็นตัวร้ายให้สามีต้องลำบากใจแน่นอน 

           

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ข้าจะเป็นหวางเฟยตัวร้ายของจวินอ๋อง    บทที่ 5 จุดเริ่มต้นของหวางเฟยตัวร้าย

    เทศกาลโคมไฟฉินหวยเกิดขึ้นได้เพราะราชวงศ์หมิงมีความเจริญถึงจุดสูงสุดของยุค ชาวบ้านต่างแห่กันมาชื่นชมบรรยากาศริมแม่น้ำฉินหวยเพราะมีการแขวนโคมไฟหลากหลายรูปแบบไปทั่วริมแม่น้ำอย่างอลังการ ส่วนกลางแม่น้ำจะปรากฏเรือไฟส่องแสงระยิบระยับสร้างความตื่นตาตื่นใจให้ผู้พบเห็นไม่เว้นแม้แต่เหมยเซียน แม้มือข้างหนึ่งจะถือโคมไฟกระต่ายไว้แน่นแต่ดวงตาเปล่งประกายไม่อาจละสายตาไปได้ ริมฝีปากแดงเผยยิ้มกว้างอย่างลืมตัว "ข้าจะไปซื้อขนมกุ้ยฮวา ที่เจ้าชื่นชอบมาให้""อืม ข้าจะรอท่านพี่อยู่ที่นี่" ท่านอ๋องรองเผยยิ้มละมุนให้ผู้เป็นภรรยาก่อนจะเดินจากไป นานเท่าไหร่แล้วที่ภรรยาของตนไม่ได้ผ่อนคลายเช่นนี้ เมื่อครั้นแต่งเข้าจวนเซินอู่หลัวก็เป็นเพียงนกน้อยในกรงขังไร้ซึ่งอิสรเสรี แม้แต่ช่วงเทศกาลโคมไฟยังไม่เคยได้เชยชมความงดงามเช่นนี้ทว่านางกลับยอมจำนนแต่โดยดีเพียงเพราะรักที่บังตาเมื่อย้อนนึกคราใดเกลียดตัวเองยิ่งนักที่ปล่อยนางไป"เหมยเซียน เจ้ามาที่นี่ได้อย่างไรกัน" เสียงทุ้มที่คุ้นเคยดังขึ้น ร่างสูงย่างกายเข้ามาใกล้ดวงตาเข้มเบิกกว้างอย่างประหลาดใจ"ทำไม ข้าจะมาเที่ยวชมเทศกาลโคมไฟบ้างไม่ได้หรือ " "อึก" คำตอบนั้นของนางทำใ

  • ข้าจะเป็นหวางเฟยตัวร้ายของจวินอ๋อง    บทที่ 4 :"หยูเหยียน"

    ช่วงเวลาสุขสงบได้สิ้นสุดลง เมื่อการมาเยือนของหยูเหยียนน้องสาวหลงเยว่ฉานที่ได้ตบแต่งกับเสิ่นหาวซวนเป็นฮูหยินของจวนสกุลเสิ่น นางมีหน้าตางดงามราวกับเพชรน้ำหนึ่งทว่านิสัยนั้นช่างดื้อรั้น เอาแต่ใจมาแต่เด็ก หากไม่พอใจผู้ใดแล้วจะตามกลั่นแกล้งคนผู้นั้นแทบไม่มีที่ให้ยืน ท่านอ๋องรองแสนจะหวงแหนหยูเยียนราวกับไข่ในหิน ครั้นเมื่อบิดามารดาสิ้นใจลงหยูเหยียนมักเก็บตัวร้องไห้ ไม่กล้าเผชิญโลกภายนอก มีเพียงหลงเยว่ฉานเป็นพี่ชายคนเดียวที่คอยโอบกอดนางไว้ในยามสิ้นหวังบัดนี้ดันมีสตรีม่ายไม่รู้ว่าใช้เล่ห์กลอุบายใดถึงแต่งเข้าจวนได้อย่างง่ายดาย แม้นางจะคัดค้านเพียงใดทว่าหลงเยว่ฉายก็ไม่สนใจ เป็นครั้งแรกที่เขาสู้หัวชนฝากับนางเช่นนี้ "นานเท่าไหร่แล้ว ที่ข้าไม่ได้ยืนมองดอกเหมยฮวาต้นนี้" ร่างเล็กเด่นสง่างามใต้ต้นดอกเหมยฮวาสีชมพู หวนคิดถึงวันวานที่นางและหลงเยว่ฉานเล่นกันอย่างสนุกสนานจนลืมเดือนลืมตะวัน "หากไม่เทศกาลโคมไฟ เกรงว่าฮูหยินคงไม่อาจยืนอยู่ที่นี่ได้" นางข้ารับใช้คนสนิทแหงนมองต้นเหมยฮวา ตามผู้เป็นนายหญิงของตน"แม้จะงดงามเพียงใด หากถูกกักขังไว้แต่ในจวนก็ไร้ประโยชน์ เจ้าว่าหรือไม่!" หยูเหยียนพินหลังไปมองที่มาข

  • ข้าจะเป็นหวางเฟยตัวร้ายของจวินอ๋อง    บทที่ 3 : "เป็นหวางเฟยของข้าเถอะ!" NC18+

    คิมหันตฤดูเข้ามาเยือนพืชผลขาดน้ำ ประชากรอดอยากถึงกระนั้นงานเลี้ยงฉลองในจวนได้เริ่มขึ้นท่ามกลางความทุกข์ระทมของชาวบ้าน ทว่าจักรพรรดิไป่เซ่อได้มีการสร้างอุโมงค์ใต้ดินสำหรับเก็บแผ่นน้ำแข็งเพื่อถนอมอาหารในคิมหันตฤดูนี้ ข้าปลีกตัวออกมาหลังจวนซึ่งเป็นศาลาริมสระบัวสถานที่โปรดในยามผ่อนคลายลมพัดโชยอ่อนๆ ดวงตากลมโตเพ่งมองเงาสะท้อนของตนเองพลางหวนย้อนนึกคำพูดของจวินอ๋อง สายตาคมกริบจับจ้องข้าไม่เคยละไปทางอื่น และคําที่เขาพูดอันหนักแน่นชัดเจนทุกถ้อยคํา เมื่อสิ้นสุดราชโองการสมรสพระราชทานจากฮ่องเต้ “ต่อจากนี้จะไม่มีใครทําร้ายเจ้าได้อีกเป็นหวางเฟยของข้าเถอะ ตําแหน่งนี้ข้ารักษาไว้ให้เจ้าเพียงคนเดียว” แววตาจริงจังของเขาทำให้ข้าหวั่นไหวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ห้าปีที่ผ่านมานี้ข้าเอาแต่ปิดกั้นตนเองยังคงหวนนึกถึงเซินอู๋หล้วผู้เลวทราม เป็นสตรีที่เก่งในการสู้รบ แต่กลับตกม้าตายเพียงเพราะบุรุษเพียงผู้เดียว ทว่าแววตาเขาวันนี้กลับเปลี่ยนไปทันทีที่ท่านอ๋องรองเอ่ยวาจานั้นออกมา แววตาสิ้นหวังที่ข้าเฝ้ารอมาเนิ่นนานว่าจะได้เห็นมันจากเขา และบัดนี้ก็สมใจแล้ว "เจ้าอยู่ที่นี่เอง"เสียงนุ่มนวลของเขาทำให้นางตื่นจากภวังค์"ท่

  • ข้าจะเป็นหวางเฟยตัวร้ายของจวินอ๋อง    บทที่ 2 :"วาสนาข้ากับท่านสิ้นสุดลงเพียงเท่านี้"

    หิมะตกหนักจนทุกอย่างปกคลุมด้วยสีขาวโพลน แม้อากาศจะหนาวเหน็บเพียงใดก็ไม่เท่าใจดวงนี้ที่หนาวสะท้านจนเกินความเจ็บปวด อยากเห็นใบหน้านางผู้นั้นเหลือเกินว่างดงามขนาดทำให้เขาผู้นั้นกล้ายื่นใบหย่าให้นางเช่นนี้ แม้ในใจลึกๆ ยังคงหวังว่าเขาจะสำนึกได้ กลับมาขออภัยเพียงเท่านี้ตนก็พร้อมจะยกโทษให้เขา ทว่าผ่านมาสองชั่วยามก็ไร้แม้เงา เหมยเซียนรู้ตัวดีว่าความคิดเช่นนี้มันโง่เขลาสิ้นดี แต่เพียงหวังว่าจะขอรักบุรุษผู้นี้ให้สุดใจ ย่อมรู้ตัวดีว่าเมื่อถูกทำร้ายใจจนเกินขอบเขตของความรัก นางจะจากลาแต่โดยดี"ฮูหยินเข้าจวนเถอะเจ้าคะ รอท่านอ๋องรองมาสองชั่วยาม หากเป็นเช่นนี้ต่อไปเกรงว่า"ปิ่งปิ่ง ข้ารับใช้คนสนิทดูจะหวาดหวั่นใจกลัวนายที่ตนรักจะล้มป่วย"เจ้าไม่ต้องกังวลใจไป ข้าเป็นถึงบุตรสาวท่านแม่ทัพ ไม่ล้มป่วยง่ายๆ หรอก จริงสิ! หากข้าล้มป่วยไปจริงๆ เจ้าว่าสามีข้าเป็นกังวลเช่นเจ้าไหม?" น้ำเสียงแผ่วเบาเอ่ยขึ้นเหมือนจะรู้คำตอบ ดวงตาคู่สวยที่เคยเปล่งประกายบัดนี้กับว่างเปล่าเหม่อเลยมองออกไปนอกกำแพงจวน "ฮูหยิน" ปิ่งปิ่งอยากจะปลอบใจนางทว่ากลับนิ่งไป"เวลานี้ท่านพ่อท่านแม่จะเป็นเช่นไรบ้าง" เหมยเซียนรู้สึกใจคอไม่ดีมาหล

  • ข้าจะเป็นหวางเฟยตัวร้ายของจวินอ๋อง    บทที่ 1: หยางเหมยเซียน

    จวนโหวจื้อหยวน งานมงคลสมรสอันรื่นเริงได้ก่อเกิดขึ้นโดยพันธสัญญาของมิตรสหายที่นำทัพจับศึกสู้รบกับชาวมองโกลอย่างเคียงบ่าเคียงไหล่มาด้วยกันยาวนานนับปี แม้สงครามระหว่างต้าหมิงและมองโกลยังไม่มีท่าทีว่าจะหยุดติลง เพราะต้าหมิงไม่อาจเป็นเมืองขึ้นของมองโกลอีกต่อไป จึงเปิดศึกนำเอกราชมาสู่แผ่นดินอีกครั้งหยางเหมยเซียนบุตรสาวคนเล็กของท่านแม่ทัพหยางเฟยหลงและฮูหยินเมิ่งเหยา สตรีผู้งดงามดั่งนางฟ้าดอกเหมยสมชื่อ ทว่านางกับชอบการต่อสู้ ยิงธนู และควบม้า กล้าหาญราวกับบุรุษ ในสายตานางจึงไม่มีบุรุษใดคู่ควรวิวาห์กับนาง เว้นเพียงเซินอู๋หลัวบุตรชายคนเดียวของท่านจื้อหยวน ผู้ที่นางตกหลุมรักตั้งแต่แรกเจอเพียงเพราะเขาได้ช่วยชีวิตสุนัขตัวน้อย แววตาอันอ่อนโยน และใบหน้าขาวดุจดั่งดวงอาทิตย์ที่ทอแสงสว่างไปทั่วหล้า ตกใจนางเข้าเต็มๆ งานวิวาห์ครั้งนี้แม้จะรู้ว่าเขาไม่ได้เต็มใจ ถึงกระนั้นนางเชื่อมั่นในตนเองว่าเปลี่ยนเขาให้หันมาหลงรักนางเข้าสักวัน งานวิวาห์จัดขึ้นไม่หวือหวาแต่มีสีสัน เสียงหัวเราะคึกคักในงานทำให้เจ้าสาวผู้สวมเครื่องประดับศีรษะและเสื้อคลุมสีแดงปักลายสวยงามนั่งรอบนเตียงในห้องหอ ใบหน้านวลภายใต้ผ้าคลุมที่แดงเผ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status