หน้าหลัก / รักโบราณ / ข้าจะเป็นหวางเฟยตัวร้ายของจวินอ๋อง / บทที่ 2 :"วาสนาข้ากับท่านสิ้นสุดลงเพียงเท่านี้"

แชร์

บทที่ 2 :"วาสนาข้ากับท่านสิ้นสุดลงเพียงเท่านี้"

ผู้เขียน: Futhaone
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2025-12-21 18:30:04

     หิมะตกหนักจนทุกอย่างปกคลุมด้วยสีขาวโพลน แม้อากาศจะหนาวเหน็บเพียงใดก็ไม่เท่าใจดวงนี้ที่หนาวสะท้านจนเกินความเจ็บปวด อยากเห็นใบหน้านางผู้นั้นเหลือเกินว่างดงามขนาดทำให้เขาผู้นั้นกล้ายื่นใบหย่าให้นางเช่นนี้ แม้ในใจลึกๆ ยังคงหวังว่าเขาจะสำนึกได้ กลับมาขออภัยเพียงเท่านี้ตนก็พร้อมจะยกโทษให้เขา ทว่าผ่านมาสองชั่วยามก็ไร้แม้เงา เหมยเซียนรู้ตัวดีว่าความคิดเช่นนี้มันโง่เขลาสิ้นดี แต่เพียงหวังว่าจะขอรักบุรุษผู้นี้ให้สุดใจ ย่อมรู้ตัวดีว่าเมื่อถูกทำร้ายใจจนเกินขอบเขตของความรัก นางจะจากลาแต่โดยดี

"ฮูหยินเข้าจวนเถอะเจ้าคะ รอท่านอ๋องรองมาสองชั่วยาม หากเป็นเช่นนี้ต่อไปเกรงว่า"ปิ่งปิ่ง ข้ารับใช้คนสนิทดูจะหวาดหวั่นใจกลัวนายที่ตนรักจะล้มป่วย

"เจ้าไม่ต้องกังวลใจไป ข้าเป็นถึงบุตรสาวท่านแม่ทัพ ไม่ล้มป่วยง่ายๆ หรอก จริงสิ! หากข้าล้มป่วยไปจริงๆ เจ้าว่าสามีข้าเป็นกังวลเช่นเจ้าไหม?" น้ำเสียงแผ่วเบาเอ่ยขึ้นเหมือนจะรู้คำตอบ ดวงตาคู่สวยที่เคยเปล่งประกายบัดนี้กับว่างเปล่าเหม่อเลยมองออกไปนอกกำแพงจวน 

"ฮูหยิน" ปิ่งปิ่งอยากจะปลอบใจนางทว่ากลับนิ่งไป

"เวลานี้ท่านพ่อท่านแม่จะเป็นเช่นไรบ้าง" เหมยเซียนรู้สึกใจคอไม่ดีมาหลายวันแล้ว วินาทีนี้นางอยากกลับจวนสกุลหยางเหลือเกิน เพื่อกินต้มซุปบัวหิมะซี่โครงไก่ฝีมือท่านแม่ผู้รู้เมนูโปรดของนาง ทว่าหลายวันมานี้แทบไม่มีจดหมายจากท่านแม่ ยิ่งเมื่อตนถามเซินอู๋หลัว เขากลับเปลี่ยนเรื่องซึ่งสร้างความสงสัยให้นางไม่น้อย 

"ปิ่งปิ่ง"

"เจ้าคะฮูหยิน"

"ข้าอยากไปนอกจวน" ดวงตาไร้เดียงสาเบิกโพลงทันที นางรู้ดีว่าเมื่อฮูหยินต้องการทำสิ่งใด ย่อมไม่มีสิ่งมีขวางกลั้นความปรารถนาของนางได้ เว้นเสียแต่อยากสิ้นชีพก่อนวัยอันควร ท่านอ๋องเซินอู๋หลัวไม่น่ารอดชีวิตมาได้ถึงป่านนี้เลย นางทำได้เพียงมโนในใจเท่านั้น

"จะไปนอกจวนได้อย่างไร? ในเมื่อท่านอ๋องกำชับไว้ว่าห้ามออกนอกจวนในเพลานี้" 

"ข้าต้องกลับบ้าน ไม่เยี่ยงนั้นข้าคงนอนไม่หลับ เจ้าไม่คิดว่ามันแปลกไปบ้างเหรอ"

"แปลกที่เจ้าว่า...เป็นเช่นไร!" น้ำเสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นเท้ายาวเดินตรงดิ่งมายังนาง ไม่รู้ว่าเซินอู๋หลัวยืนอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ เขาได้ยินบทสนทนาของทั้งคู่มากแค่ไหนนั้นไม่สำคัญเท่ากับใบหน้าที่ว่างเปล่าราวกับผืนทะเลทราย ร่างบางสวมชุดเป้ยจีนปกเสื้อรวบที่มือแขนเสื้อใหญ่สีแดงผงาดราวกับพญาหงส์

"ข้าต้องกลับจวนสกุลหยาง"นางเอ่ยอย่างไม่อ้อมค้อม

"ข้าเกรงว่าคงไม่ได้"

"เพราะเหตุใดกัน?" 

"เพราะเจ้าต้องเซ็นใบหย่าให้ข้า ถึงจะไปจากจวนสกุลหลี่ได้" และแล้วฟางเส้นสุดท้ายก็ขาดสะบั้นลงอย่างแท้จริง 

"วาสนาข้ากับท่านสิ้นสุดลงเพียงเท่านี้!"ใบหน้าของนางเศร้าสร้อยดุจดอกไม้เหี่ยวเฉาก่อนจะเดินจากไป เขาหลับตาแน่นพยายามระงับความเจ็บปวด มองร่างบางที่ไม่เคยแม้แต่จะโอบกอดนางไว้อย่างที่ใจปรารถนา เซินอู๋หลัวกำลังปกปิดอะไรนางไว้กันแน่

คืนที่สามีข้ายื่นใบหย่าให้เซ็น ฮูหยินคนใหม่ของเขากําลังจะก้าวเข้าประตู ด้านนอกจวนโหวมีพลุสว่างไสวเฉลิมฉลองตลอดทั้งคืน ข้าคลานออกมาจากกองหิมะ นํ้าตาที่ไหลไม่หยุดเย็นจนแข็งเป็นเกล็ดบนแก้ ปิ่งปิ่งไม่อาจติดตามข้าออกมาได้เพราะต้องรับใช้ฮูหยินคนใหม่ซึ่งแท้จริงแล้วนางคือ หลี่หมิงเพื่อนสนิทหนึ่งเดียวของข้า ฟ้าช่างเล่นตลกเสียจริงหากเขาเอ่ยความจริงตั้งแต่แรกคงไม่มีงานมงคลระหว่างเราและยังคงรักษามิตรภาพที่ดีต่อกันได้ ไม่จบสิ้นลงด้วยความโกรธเคืองเคียดแค้นเช่นนี้ "สักวันพวกเจ้าจะได้สัมผัสความรู้สึกที่ถูกคนรักหักหลัง ข้าหยางเหมยเซียนจะมอบบทเรียนครั้งนี้ให้พวกเจ้า จงมีชีวิตที่ดีเถิด"ภายใต้ความเลือนรางเหมือนมีใครผู้หนึ่งยืนมองข้าอยู่เบื้องหน้าก่อนที่ทุกอย่างจะมืดสนิทลง

ห้าปีต่อมา 

ข้านําทัพหมื่นนายตีโต้ข้าศึกสําเร็จ และควบม้ากลับสู่ราชธานีก่อนที่ข้ากลายเป็นสตรีนำทัพแทนผู้เป็นบิดาในครั้งนี้ได้เพราะมรสุมแห่งชะตากรรมอันเหน็บหนาวมิอาจจบลงเพียงมอบสามีให้สตรีอื่น สิ่งที่เซินอู๋หลัวปกปิดไว้ไม่อนุญาตให้ข้ากลับบ้านตนเองคือบิดาข้าแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่สิ้นชีพในระหวางทำศึกกับมองโกล อีกทั้งมารดากลับมาตรอมใจตายในวันถัดมา น้ำตาแห่งทุกข์ระทมไหลรินมานานนับปีร่างบางนอนล้มป่วยเหมือนจะสิ้นใจตามพวกท่านทว่าปณิธานอันแรงกล้ามาพร้อมไฟที่ลุกโชกโชนในใจท่ามกลางความหนาวไม่อาจยอมแพ้ง่ายดาย ข้าต้องฟื้นตัวกลับมาเป็นสตรีกล้าหาญดูแลสกุลหยางแทนพวกเขา และมิอาจทิ้งซูจิ่นเหยาพี่สาวคนเดียวให้เจอชะตากรรมอันโหดร้ายเพียงลำพัง

"ท่านแม่ทัพ งานเลี้ยงเริ่มขึ้นแล้ว ท่านอ๋องรอง มาต้อนรับท่านเอง"หลี่เจิ่นทหารมือขวาเอ่ยขึ้น แววตาราบเรียบไร้ซึ่งอารมณ์

"ท่านอ๋องรองเหรอ ข้าไม่ได้ใส่ใจหรอก ว่าแต่คนผู้นั้นมาหรือไม่!"น้ำเสียงของนาง แฝงไปด้วยความเจ็บปวดที่ซ่อนไว้

"ขอรับ เป็นอย่างที่ท่านคาดการณ์ไว้" หลี่เซิ่นทหารมือซ้าย เพ่งมองนายหญิงเพื่อรอคำสั่งด้วยท่าทางจริงจัง

"หึ ในที่สุดวันที่ข้ารอคอยก็มาถึง" สตรีร่างบาง ทว่ามีวิชาการต่อสู้ และเอาตัวรอดเกินที่ใครจะคาดไว้ได้ใบหน้าเรียวรูปไข่ แก้มอมชมพู ดวงตาคู่สวยกลมโตและริมฝีปากบางชมพูในชุดเกาะทหาร คนตัวเล็กมองไปข้างหน้าด้วยสายตาไร้ชีวิตชีวา ใบหน้านางดูเหมือนหุ่นยนต์ไร้อารมณ์ บริเวณจวนโหวที่ถูกตกแต่งอย่างสวยงาม ประดับประดาด้วยโคมไฟรูปทรงกระต่ายที่นางชื่นชอบ ดวงตาสวยเบิกกว้างอย่างตกตะลึงมีเพียงท่านแม่เท่านั้นที่รู้ 

"เจ้าชื่นชอบหรือไม่"เสียงเข้มเอ่ยขึ้นจากเบื้องหลังนางพินหลังไปมองบุรุษรางสูงกำยำยืนสง่าผ่าเผยราวกับอินทรีย์ ดวงตาเข้มเปล่งประกายขึ้น เผยยิ้มกว้างมาทำให้ใบหน้าหล่อเหลานั้นเปล่งประกายอย่างที่นางไม่เคยพานพบบุรุษใดงดงามเช่นนี้มาก่อน ในทั่วหล้ายากนักจะมีใครเทียบเขาได้ ท่านอ๋องรอง ผู้ที่ผู้คนเล่าลือว่า “อาจสิ้นลมได้ทุกเมื่อ” ยืนตัวตรงกลางงานเลี้ยงฉลองชัย

"คาราวะท่านอ๋องรอง" นางแสดงท่าทางเคารพด้วยความนอบน้อม

"ไม่ต้องมาพิธีเจ้าเรียกข้าว่า หลงเยว่ฉานก็พอ"

"ข้าน้อยมิบังอาจ" คำพูดของนางทำให้คนตัวสูงเผยยิ้มมุมปากเล็กน้อย ก่อนดึงนางให้ลุกขึ้นยืน ดวงตาทั้งคู่ปนระสานกันด้วยความบังเอิญ เหมยเซียนจ้องมองแววตาของเขาผู้นี้เหมือนมีความปรารถนาอันแรงกล้าซ่อนอยู่ เหมือนเคยเจอกันมาก่อนทว่านางกลับคิดเท่าไหร่ก็ไม่อาจหาคำตอบได้ 

"ยินดีกับท่านแม่ทัพหญิงด้วย" เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นทำให้ทั้งคู่ผงะออกจากกัน บุรุษที่นางไม่พานพบมาห้าปีสีหน้าของเขานิ่งสงบเหมือนผิวน้ำนิ่งทุกครั้งที่เจอนางไม่เคยเปลี่ยนไปเลย แต่แววตาของนางที่เคยมองเขาเปลี่ยนไปแล้ว ทั้งคู่จ้องเขม็งกันเหมือนโดนมนต์ตราโดยไม่ทันสังเกตว่ามีแววตาคู่หนึ่งเหลือบมองอย่างไม่พอใจ

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ข้าจะเป็นหวางเฟยตัวร้ายของจวินอ๋อง    บทที่ 5 จุดเริ่มต้นของหวางเฟยตัวร้าย

    เทศกาลโคมไฟฉินหวยเกิดขึ้นได้เพราะราชวงศ์หมิงมีความเจริญถึงจุดสูงสุดของยุค ชาวบ้านต่างแห่กันมาชื่นชมบรรยากาศริมแม่น้ำฉินหวยเพราะมีการแขวนโคมไฟหลากหลายรูปแบบไปทั่วริมแม่น้ำอย่างอลังการ ส่วนกลางแม่น้ำจะปรากฏเรือไฟส่องแสงระยิบระยับสร้างความตื่นตาตื่นใจให้ผู้พบเห็นไม่เว้นแม้แต่เหมยเซียน แม้มือข้างหนึ่งจะถือโคมไฟกระต่ายไว้แน่นแต่ดวงตาเปล่งประกายไม่อาจละสายตาไปได้ ริมฝีปากแดงเผยยิ้มกว้างอย่างลืมตัว "ข้าจะไปซื้อขนมกุ้ยฮวา ที่เจ้าชื่นชอบมาให้""อืม ข้าจะรอท่านพี่อยู่ที่นี่" ท่านอ๋องรองเผยยิ้มละมุนให้ผู้เป็นภรรยาก่อนจะเดินจากไป นานเท่าไหร่แล้วที่ภรรยาของตนไม่ได้ผ่อนคลายเช่นนี้ เมื่อครั้นแต่งเข้าจวนเซินอู่หลัวก็เป็นเพียงนกน้อยในกรงขังไร้ซึ่งอิสรเสรี แม้แต่ช่วงเทศกาลโคมไฟยังไม่เคยได้เชยชมความงดงามเช่นนี้ทว่านางกลับยอมจำนนแต่โดยดีเพียงเพราะรักที่บังตาเมื่อย้อนนึกคราใดเกลียดตัวเองยิ่งนักที่ปล่อยนางไป"เหมยเซียน เจ้ามาที่นี่ได้อย่างไรกัน" เสียงทุ้มที่คุ้นเคยดังขึ้น ร่างสูงย่างกายเข้ามาใกล้ดวงตาเข้มเบิกกว้างอย่างประหลาดใจ"ทำไม ข้าจะมาเที่ยวชมเทศกาลโคมไฟบ้างไม่ได้หรือ " "อึก" คำตอบนั้นของนางทำใ

  • ข้าจะเป็นหวางเฟยตัวร้ายของจวินอ๋อง    บทที่ 4 :"หยูเหยียน"

    ช่วงเวลาสุขสงบได้สิ้นสุดลง เมื่อการมาเยือนของหยูเหยียนน้องสาวหลงเยว่ฉานที่ได้ตบแต่งกับเสิ่นหาวซวนเป็นฮูหยินของจวนสกุลเสิ่น นางมีหน้าตางดงามราวกับเพชรน้ำหนึ่งทว่านิสัยนั้นช่างดื้อรั้น เอาแต่ใจมาแต่เด็ก หากไม่พอใจผู้ใดแล้วจะตามกลั่นแกล้งคนผู้นั้นแทบไม่มีที่ให้ยืน ท่านอ๋องรองแสนจะหวงแหนหยูเยียนราวกับไข่ในหิน ครั้นเมื่อบิดามารดาสิ้นใจลงหยูเหยียนมักเก็บตัวร้องไห้ ไม่กล้าเผชิญโลกภายนอก มีเพียงหลงเยว่ฉานเป็นพี่ชายคนเดียวที่คอยโอบกอดนางไว้ในยามสิ้นหวังบัดนี้ดันมีสตรีม่ายไม่รู้ว่าใช้เล่ห์กลอุบายใดถึงแต่งเข้าจวนได้อย่างง่ายดาย แม้นางจะคัดค้านเพียงใดทว่าหลงเยว่ฉายก็ไม่สนใจ เป็นครั้งแรกที่เขาสู้หัวชนฝากับนางเช่นนี้ "นานเท่าไหร่แล้ว ที่ข้าไม่ได้ยืนมองดอกเหมยฮวาต้นนี้" ร่างเล็กเด่นสง่างามใต้ต้นดอกเหมยฮวาสีชมพู หวนคิดถึงวันวานที่นางและหลงเยว่ฉานเล่นกันอย่างสนุกสนานจนลืมเดือนลืมตะวัน "หากไม่เทศกาลโคมไฟ เกรงว่าฮูหยินคงไม่อาจยืนอยู่ที่นี่ได้" นางข้ารับใช้คนสนิทแหงนมองต้นเหมยฮวา ตามผู้เป็นนายหญิงของตน"แม้จะงดงามเพียงใด หากถูกกักขังไว้แต่ในจวนก็ไร้ประโยชน์ เจ้าว่าหรือไม่!" หยูเหยียนพินหลังไปมองที่มาข

  • ข้าจะเป็นหวางเฟยตัวร้ายของจวินอ๋อง    บทที่ 3 : "เป็นหวางเฟยของข้าเถอะ!" NC18+

    คิมหันตฤดูเข้ามาเยือนพืชผลขาดน้ำ ประชากรอดอยากถึงกระนั้นงานเลี้ยงฉลองในจวนได้เริ่มขึ้นท่ามกลางความทุกข์ระทมของชาวบ้าน ทว่าจักรพรรดิไป่เซ่อได้มีการสร้างอุโมงค์ใต้ดินสำหรับเก็บแผ่นน้ำแข็งเพื่อถนอมอาหารในคิมหันตฤดูนี้ ข้าปลีกตัวออกมาหลังจวนซึ่งเป็นศาลาริมสระบัวสถานที่โปรดในยามผ่อนคลายลมพัดโชยอ่อนๆ ดวงตากลมโตเพ่งมองเงาสะท้อนของตนเองพลางหวนย้อนนึกคำพูดของจวินอ๋อง สายตาคมกริบจับจ้องข้าไม่เคยละไปทางอื่น และคําที่เขาพูดอันหนักแน่นชัดเจนทุกถ้อยคํา เมื่อสิ้นสุดราชโองการสมรสพระราชทานจากฮ่องเต้ “ต่อจากนี้จะไม่มีใครทําร้ายเจ้าได้อีกเป็นหวางเฟยของข้าเถอะ ตําแหน่งนี้ข้ารักษาไว้ให้เจ้าเพียงคนเดียว” แววตาจริงจังของเขาทำให้ข้าหวั่นไหวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ห้าปีที่ผ่านมานี้ข้าเอาแต่ปิดกั้นตนเองยังคงหวนนึกถึงเซินอู๋หล้วผู้เลวทราม เป็นสตรีที่เก่งในการสู้รบ แต่กลับตกม้าตายเพียงเพราะบุรุษเพียงผู้เดียว ทว่าแววตาเขาวันนี้กลับเปลี่ยนไปทันทีที่ท่านอ๋องรองเอ่ยวาจานั้นออกมา แววตาสิ้นหวังที่ข้าเฝ้ารอมาเนิ่นนานว่าจะได้เห็นมันจากเขา และบัดนี้ก็สมใจแล้ว "เจ้าอยู่ที่นี่เอง"เสียงนุ่มนวลของเขาทำให้นางตื่นจากภวังค์"ท่

  • ข้าจะเป็นหวางเฟยตัวร้ายของจวินอ๋อง    บทที่ 2 :"วาสนาข้ากับท่านสิ้นสุดลงเพียงเท่านี้"

    หิมะตกหนักจนทุกอย่างปกคลุมด้วยสีขาวโพลน แม้อากาศจะหนาวเหน็บเพียงใดก็ไม่เท่าใจดวงนี้ที่หนาวสะท้านจนเกินความเจ็บปวด อยากเห็นใบหน้านางผู้นั้นเหลือเกินว่างดงามขนาดทำให้เขาผู้นั้นกล้ายื่นใบหย่าให้นางเช่นนี้ แม้ในใจลึกๆ ยังคงหวังว่าเขาจะสำนึกได้ กลับมาขออภัยเพียงเท่านี้ตนก็พร้อมจะยกโทษให้เขา ทว่าผ่านมาสองชั่วยามก็ไร้แม้เงา เหมยเซียนรู้ตัวดีว่าความคิดเช่นนี้มันโง่เขลาสิ้นดี แต่เพียงหวังว่าจะขอรักบุรุษผู้นี้ให้สุดใจ ย่อมรู้ตัวดีว่าเมื่อถูกทำร้ายใจจนเกินขอบเขตของความรัก นางจะจากลาแต่โดยดี"ฮูหยินเข้าจวนเถอะเจ้าคะ รอท่านอ๋องรองมาสองชั่วยาม หากเป็นเช่นนี้ต่อไปเกรงว่า"ปิ่งปิ่ง ข้ารับใช้คนสนิทดูจะหวาดหวั่นใจกลัวนายที่ตนรักจะล้มป่วย"เจ้าไม่ต้องกังวลใจไป ข้าเป็นถึงบุตรสาวท่านแม่ทัพ ไม่ล้มป่วยง่ายๆ หรอก จริงสิ! หากข้าล้มป่วยไปจริงๆ เจ้าว่าสามีข้าเป็นกังวลเช่นเจ้าไหม?" น้ำเสียงแผ่วเบาเอ่ยขึ้นเหมือนจะรู้คำตอบ ดวงตาคู่สวยที่เคยเปล่งประกายบัดนี้กับว่างเปล่าเหม่อเลยมองออกไปนอกกำแพงจวน "ฮูหยิน" ปิ่งปิ่งอยากจะปลอบใจนางทว่ากลับนิ่งไป"เวลานี้ท่านพ่อท่านแม่จะเป็นเช่นไรบ้าง" เหมยเซียนรู้สึกใจคอไม่ดีมาหล

  • ข้าจะเป็นหวางเฟยตัวร้ายของจวินอ๋อง    บทที่ 1: หยางเหมยเซียน

    จวนโหวจื้อหยวน งานมงคลสมรสอันรื่นเริงได้ก่อเกิดขึ้นโดยพันธสัญญาของมิตรสหายที่นำทัพจับศึกสู้รบกับชาวมองโกลอย่างเคียงบ่าเคียงไหล่มาด้วยกันยาวนานนับปี แม้สงครามระหว่างต้าหมิงและมองโกลยังไม่มีท่าทีว่าจะหยุดติลง เพราะต้าหมิงไม่อาจเป็นเมืองขึ้นของมองโกลอีกต่อไป จึงเปิดศึกนำเอกราชมาสู่แผ่นดินอีกครั้งหยางเหมยเซียนบุตรสาวคนเล็กของท่านแม่ทัพหยางเฟยหลงและฮูหยินเมิ่งเหยา สตรีผู้งดงามดั่งนางฟ้าดอกเหมยสมชื่อ ทว่านางกับชอบการต่อสู้ ยิงธนู และควบม้า กล้าหาญราวกับบุรุษ ในสายตานางจึงไม่มีบุรุษใดคู่ควรวิวาห์กับนาง เว้นเพียงเซินอู๋หลัวบุตรชายคนเดียวของท่านจื้อหยวน ผู้ที่นางตกหลุมรักตั้งแต่แรกเจอเพียงเพราะเขาได้ช่วยชีวิตสุนัขตัวน้อย แววตาอันอ่อนโยน และใบหน้าขาวดุจดั่งดวงอาทิตย์ที่ทอแสงสว่างไปทั่วหล้า ตกใจนางเข้าเต็มๆ งานวิวาห์ครั้งนี้แม้จะรู้ว่าเขาไม่ได้เต็มใจ ถึงกระนั้นนางเชื่อมั่นในตนเองว่าเปลี่ยนเขาให้หันมาหลงรักนางเข้าสักวัน งานวิวาห์จัดขึ้นไม่หวือหวาแต่มีสีสัน เสียงหัวเราะคึกคักในงานทำให้เจ้าสาวผู้สวมเครื่องประดับศีรษะและเสื้อคลุมสีแดงปักลายสวยงามนั่งรอบนเตียงในห้องหอ ใบหน้านวลภายใต้ผ้าคลุมที่แดงเผ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status