เข้าสู่ระบบช่วงเวลาสุขสงบได้สิ้นสุดลง เมื่อการมาเยือนของหยูเหยียนน้องสาวหลงเยว่ฉานที่ได้ตบแต่งกับเสิ่นหาวซวนเป็นฮูหยินของจวนสกุลเสิ่น นางมีหน้าตางดงามราวกับเพชรน้ำหนึ่งทว่านิสัยนั้นช่างดื้อรั้น เอาแต่ใจมาแต่เด็ก หากไม่พอใจผู้ใดแล้วจะตามกลั่นแกล้งคนผู้นั้นแทบไม่มีที่ให้ยืน ท่านอ๋องรองแสนจะหวงแหนหยูเยียนราวกับไข่ในหิน ครั้นเมื่อบิดามารดาสิ้นใจลงหยูเหยียนมักเก็บตัวร้องไห้ ไม่กล้าเผชิญโลกภายนอก มีเพียงหลงเยว่ฉานเป็นพี่ชายคนเดียวที่คอยโอบกอดนางไว้ในยามสิ้นหวัง
บัดนี้ดันมีสตรีม่ายไม่รู้ว่าใช้เล่ห์กลอุบายใดถึงแต่งเข้าจวนได้อย่างง่ายดาย แม้นางจะคัดค้านเพียงใดทว่าหลงเยว่ฉายก็ไม่สนใจ เป็นครั้งแรกที่เขาสู้หัวชนฝากับนางเช่นนี้
"นานเท่าไหร่แล้ว ที่ข้าไม่ได้ยืนมองดอกเหมยฮวาต้นนี้" ร่างเล็กเด่นสง่างามใต้ต้นดอกเหมยฮวาสีชมพู หวนคิดถึงวันวานที่นางและหลงเยว่ฉานเล่นกันอย่างสนุกสนานจนลืมเดือนลืมตะวัน
"หากไม่เทศกาลโคมไฟ เกรงว่าฮูหยินคงไม่อาจยืนอยู่ที่นี่ได้" นางข้ารับใช้คนสนิทแหงนมองต้นเหมยฮวา ตามผู้เป็นนายหญิงของตน
"แม้จะงดงามเพียงใด หากถูกกักขังไว้แต่ในจวนก็ไร้ประโยชน์ เจ้าว่าหรือไม่!" หยูเหยียนพินหลังไปมองที่มาของเสียง สตรีผู้นี้เหรอ...ที่ทำให้พี่ใหญ่เปลี่ยนไปแววตาเรียวมองเหมยเซียนตัวแต่หัวจรดเท้า
"ไม่เท่าไหร่ ข้าคิดว่าฮูหยินของจวนท่านอ๋องรองจะงดงามราวเทพธิดาเสียอีก"นางยิ้มมุมปากจางๆ
"ข้าเองก็คิดเช่นเดียวกับเจ้า!ว่าน้องสาวของหลงเยว่ฉานจะงดงามรับกับหงส์ฟ้าที่ไหนได้...ขี้เหร่เหมือนเป็ดน้อย"
"เจ้า!" เหมยเซียนยิ้มกว้างจนตาปิดเมื่อเห็นท่าทางเกรี้ยวกราดอย่างกับเด็กน้อย
"หยูเหยียน" เสียงทุ้มได้ขัดจังหวะประชันริมฝีปากของสตรีทั้งสอง หยูเหยียนวิ่งเข้าสวมกอดหลงเยว่ฉานด้วยความคิดถึง
"พี่ใหญ่ ท่านเป็นเช่นไรบ้าง ตั้งแต่ได้ฮูหยินเข้าจวนท่านก็ไม่ส่งข่าวคราวถึงข้า" น้ำเสียงแผ่วลง ดวงตาเหลือบมองเหมยเซียนเล็กน้อยก่อนจะเชิดหน้าหนี
"โธ่...ข้ามีราชกิจรัดตัวไม่ได้เกี่ยวข้องกับพี่สะใภ้เจ้าแม่แต่น้อย นางก็คงเหงาเช่นเจ้าเหมือนกัน" ดวงตาคมยังคงจ้องมองเหมยเซียนอย่างมีเลขใน
"เช่นนั้นแล้ว ก็อนุญาตให้นางกลับบ้านเกิดไม่ดีหรือพี่ใหญ่"
"ไม่ดีแน่นอน" น้ำเสียงอันหนักแน่นทำให้หยูเหยียนไม่พอใจ แววตาเกรี้ยวกราดจ้องมองหยูเหยียนราวกับว่าสตรีผู้นี้ทำเรื่องไม่ดีไวง้กับนาง เหมยเซียนไม่เข้าใจว่าเหตุหยูเหยียนถึงไม่ชอบหน้านางหนัก
"เอาเถอะๆ พี่ใหญ่ ข้าพาสหายที่ท่านรู้จักมาด้วย"
"เอ๊ะ!" ดวงตาคมเบิกกว้างอย่างประหลาดใจ เหมยเซียนเองก็สงสัยเช่นกันว่าสตรีนิสัยเช่นนาง มีสหายด้วยเหรอ
"หลงเยว่ฉานไม่เจอกันนานเลยนะ" เสียงหวานละมุนของสตรีรูปร่างระหง ใบหน้าหวานเผยยิ้มสดใสก้าวเท้ามาหยุดตรงหน้าท่านอ๋องรอง ดวงตาทั้งคู่ประสานกันคนตัวสูงเผยยิ้มกว้างตอบรับด้วยท่าทางตื่นเต้น
"หลินฮวา เจ้านี่เอง"เขาโอบไหล่นางไว้โดยลืมไปว่าที่ตรงนี้ไม่ได้มีเพียงเขาทั้งสอง เหมยเซียนผู้ยืนมองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างไม่เข้าใจ
"พี่หลินฮวาเคยเป็นคู่หมั้นของพี่ใหญ่" เสียงใสกระซิบพลางยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ หยูเหยียนหลบยิ้มลงทันที เหตุใดท่านอ๋องรองถึงไม่เคยพูดถึงสตรีผู้นี้ให้นางฟังสักครั้ง หรือแท้จริงแล้วจงใจไม่อยากให้นางรู้เรื่องกันแน่ ร่างเล็กเดินเข้าไป นางฝืนยิ้มออกมาทั้งที่ไม่สบายใจเอาเสียเลย
"ข้าฮูหยินเหมยเซียนยินดีที่ได้พบเจ้า" ท่านอ๋องเลิกคิ้วสูงขึ้นในทันที ก่อนโอบเอวบางของเหมยเซียนไว้อย่างไม่ได้ลังเลใจสักนิด ทำให้เหมยเซียนปล่อยวางความไม่สบายใจลง
"คารวะฮูหยินใหญ่ ข้าน้อยหลินฮวา บุตรสาวของจวนสกุลเสิ่น" ใบหน้าของนางเรียบเฉยไร้อารมณ์ เหมยเซียนสัมผัสได้ถึงความหนาวเหน็บเข้ากระดูกดำ ราวกับว่าเป็นลางเตือนว่าสตรีเบื้องหน้าตนนี้ไม่ได้มีเจตนาดีต่อนางเป็นแน่ เช่นนั้นนางควรหาวิธีรับมือหยูเหยียน และหลินฮวาไว้บ้างคงดีไม่น้อย
"เช่นนั้นแล้วข้าขอตัวฮูหยินไปเที่ยวชมเทศกาลโคมไฟ หยูเหยียนเจ้าพาหลินฮวาไปพักเถอะ" น้ำเสียงเข้มเอ่ยขึ้น ทว่าดวงตาหวานฉ่ำยังคงจับจ้องฮูหยินของตนอย่างไม่วางตา ราวกับเปิดเผยให้ทุกคนรับรู้ว่านางผู้นี้สำคัญยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด ก่อนจะอุ้มคนตัวเล็กไว้ในอ้อมแขนกำยำ ใบหน้าแดงก่ำราวลูกท้อทำให้หลงเยว่ฉานมีความสุขเหลือเกิน
"ปล่อยข้าได้แล้ว" เหมยเซียนยอมรับว่าตนไม่ได้อ่อนแอดังเช่นสตรีอื่น แต่หลงเยว่ฉานมักทำใหันางกลายเป็นสตรีตัวเล็กตัวน้อยทุกครั้งเมื่ออยู่ด้วยกัน หากเป็นเช่นนี้ต่อไปนางอาจกลายเป็นดั่งที่เขาต้องการเข้าสักวัน คนตัวสูงวางนางลงกับพื้นอย่างอ่อนโยนดวงตาสีน้ำตาลอ่อนพองโต เมื่อหลงเยว่ฉานสวมรองเท้าคู่ใหม่สีแดงระเรื่อปักลวดลายดอกเหมยให้นาง
"ถูกใจหรือไม่?"
"อืม ถูกใจข้ามากๆ " นางเผยยิ้มสดใสให้เขา หลงเยว่ฉานยื่นใบหน้าหล่อเหลาเข้ามาใกล้ โดยที่นางไม่ทันระวังตัว
"เช่นนั้นแล้วเจ้ารีบมีบุตรชายและบุตรสาวหน้าตาเช่นเจ้าให้ข้าไวๆ เถอะ"
"ท่าน!"
"อ๊ะ!!" กำปั้นน้อยของนางแต่แรงมหาศาลเช่นนั้น ทำให้หลงเยว่ฉานฉุกคิดขึ้นได้ว่าฮูหยินที่ตนรักเป็นถึงท่านแม่ทัพใหญ่ของแคว้น หลงเยว่ฉานเผยยิ้มออกมาจนตาปิด สตรีน้อยวัยเยาว์ผู้นั้นที่เคยช่วยชีวิตตน กลายเป็นฮูหยินผู้งดงามราวกับจันทราที่ไม่อาจทอดทิ้งไปได้
เทศกาลโคมไฟฉินหวยเกิดขึ้นได้เพราะราชวงศ์หมิงมีความเจริญถึงจุดสูงสุดของยุค ชาวบ้านต่างแห่กันมาชื่นชมบรรยากาศริมแม่น้ำฉินหวยเพราะมีการแขวนโคมไฟหลากหลายรูปแบบไปทั่วริมแม่น้ำอย่างอลังการ ส่วนกลางแม่น้ำจะปรากฏเรือไฟส่องแสงระยิบระยับสร้างความตื่นตาตื่นใจให้ผู้พบเห็นไม่เว้นแม้แต่เหมยเซียน แม้มือข้างหนึ่งจะถือโคมไฟกระต่ายไว้แน่นแต่ดวงตาเปล่งประกายไม่อาจละสายตาไปได้ ริมฝีปากแดงเผยยิ้มกว้างอย่างลืมตัว "ข้าจะไปซื้อขนมกุ้ยฮวา ที่เจ้าชื่นชอบมาให้""อืม ข้าจะรอท่านพี่อยู่ที่นี่" ท่านอ๋องรองเผยยิ้มละมุนให้ผู้เป็นภรรยาก่อนจะเดินจากไป นานเท่าไหร่แล้วที่ภรรยาของตนไม่ได้ผ่อนคลายเช่นนี้ เมื่อครั้นแต่งเข้าจวนเซินอู่หลัวก็เป็นเพียงนกน้อยในกรงขังไร้ซึ่งอิสรเสรี แม้แต่ช่วงเทศกาลโคมไฟยังไม่เคยได้เชยชมความงดงามเช่นนี้ทว่านางกลับยอมจำนนแต่โดยดีเพียงเพราะรักที่บังตาเมื่อย้อนนึกคราใดเกลียดตัวเองยิ่งนักที่ปล่อยนางไป"เหมยเซียน เจ้ามาที่นี่ได้อย่างไรกัน" เสียงทุ้มที่คุ้นเคยดังขึ้น ร่างสูงย่างกายเข้ามาใกล้ดวงตาเข้มเบิกกว้างอย่างประหลาดใจ"ทำไม ข้าจะมาเที่ยวชมเทศกาลโคมไฟบ้างไม่ได้หรือ " "อึก" คำตอบนั้นของนางทำใ
ช่วงเวลาสุขสงบได้สิ้นสุดลง เมื่อการมาเยือนของหยูเหยียนน้องสาวหลงเยว่ฉานที่ได้ตบแต่งกับเสิ่นหาวซวนเป็นฮูหยินของจวนสกุลเสิ่น นางมีหน้าตางดงามราวกับเพชรน้ำหนึ่งทว่านิสัยนั้นช่างดื้อรั้น เอาแต่ใจมาแต่เด็ก หากไม่พอใจผู้ใดแล้วจะตามกลั่นแกล้งคนผู้นั้นแทบไม่มีที่ให้ยืน ท่านอ๋องรองแสนจะหวงแหนหยูเยียนราวกับไข่ในหิน ครั้นเมื่อบิดามารดาสิ้นใจลงหยูเหยียนมักเก็บตัวร้องไห้ ไม่กล้าเผชิญโลกภายนอก มีเพียงหลงเยว่ฉานเป็นพี่ชายคนเดียวที่คอยโอบกอดนางไว้ในยามสิ้นหวังบัดนี้ดันมีสตรีม่ายไม่รู้ว่าใช้เล่ห์กลอุบายใดถึงแต่งเข้าจวนได้อย่างง่ายดาย แม้นางจะคัดค้านเพียงใดทว่าหลงเยว่ฉายก็ไม่สนใจ เป็นครั้งแรกที่เขาสู้หัวชนฝากับนางเช่นนี้ "นานเท่าไหร่แล้ว ที่ข้าไม่ได้ยืนมองดอกเหมยฮวาต้นนี้" ร่างเล็กเด่นสง่างามใต้ต้นดอกเหมยฮวาสีชมพู หวนคิดถึงวันวานที่นางและหลงเยว่ฉานเล่นกันอย่างสนุกสนานจนลืมเดือนลืมตะวัน "หากไม่เทศกาลโคมไฟ เกรงว่าฮูหยินคงไม่อาจยืนอยู่ที่นี่ได้" นางข้ารับใช้คนสนิทแหงนมองต้นเหมยฮวา ตามผู้เป็นนายหญิงของตน"แม้จะงดงามเพียงใด หากถูกกักขังไว้แต่ในจวนก็ไร้ประโยชน์ เจ้าว่าหรือไม่!" หยูเหยียนพินหลังไปมองที่มาข
คิมหันตฤดูเข้ามาเยือนพืชผลขาดน้ำ ประชากรอดอยากถึงกระนั้นงานเลี้ยงฉลองในจวนได้เริ่มขึ้นท่ามกลางความทุกข์ระทมของชาวบ้าน ทว่าจักรพรรดิไป่เซ่อได้มีการสร้างอุโมงค์ใต้ดินสำหรับเก็บแผ่นน้ำแข็งเพื่อถนอมอาหารในคิมหันตฤดูนี้ ข้าปลีกตัวออกมาหลังจวนซึ่งเป็นศาลาริมสระบัวสถานที่โปรดในยามผ่อนคลายลมพัดโชยอ่อนๆ ดวงตากลมโตเพ่งมองเงาสะท้อนของตนเองพลางหวนย้อนนึกคำพูดของจวินอ๋อง สายตาคมกริบจับจ้องข้าไม่เคยละไปทางอื่น และคําที่เขาพูดอันหนักแน่นชัดเจนทุกถ้อยคํา เมื่อสิ้นสุดราชโองการสมรสพระราชทานจากฮ่องเต้ “ต่อจากนี้จะไม่มีใครทําร้ายเจ้าได้อีกเป็นหวางเฟยของข้าเถอะ ตําแหน่งนี้ข้ารักษาไว้ให้เจ้าเพียงคนเดียว” แววตาจริงจังของเขาทำให้ข้าหวั่นไหวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ห้าปีที่ผ่านมานี้ข้าเอาแต่ปิดกั้นตนเองยังคงหวนนึกถึงเซินอู๋หล้วผู้เลวทราม เป็นสตรีที่เก่งในการสู้รบ แต่กลับตกม้าตายเพียงเพราะบุรุษเพียงผู้เดียว ทว่าแววตาเขาวันนี้กลับเปลี่ยนไปทันทีที่ท่านอ๋องรองเอ่ยวาจานั้นออกมา แววตาสิ้นหวังที่ข้าเฝ้ารอมาเนิ่นนานว่าจะได้เห็นมันจากเขา และบัดนี้ก็สมใจแล้ว "เจ้าอยู่ที่นี่เอง"เสียงนุ่มนวลของเขาทำให้นางตื่นจากภวังค์"ท่
หิมะตกหนักจนทุกอย่างปกคลุมด้วยสีขาวโพลน แม้อากาศจะหนาวเหน็บเพียงใดก็ไม่เท่าใจดวงนี้ที่หนาวสะท้านจนเกินความเจ็บปวด อยากเห็นใบหน้านางผู้นั้นเหลือเกินว่างดงามขนาดทำให้เขาผู้นั้นกล้ายื่นใบหย่าให้นางเช่นนี้ แม้ในใจลึกๆ ยังคงหวังว่าเขาจะสำนึกได้ กลับมาขออภัยเพียงเท่านี้ตนก็พร้อมจะยกโทษให้เขา ทว่าผ่านมาสองชั่วยามก็ไร้แม้เงา เหมยเซียนรู้ตัวดีว่าความคิดเช่นนี้มันโง่เขลาสิ้นดี แต่เพียงหวังว่าจะขอรักบุรุษผู้นี้ให้สุดใจ ย่อมรู้ตัวดีว่าเมื่อถูกทำร้ายใจจนเกินขอบเขตของความรัก นางจะจากลาแต่โดยดี"ฮูหยินเข้าจวนเถอะเจ้าคะ รอท่านอ๋องรองมาสองชั่วยาม หากเป็นเช่นนี้ต่อไปเกรงว่า"ปิ่งปิ่ง ข้ารับใช้คนสนิทดูจะหวาดหวั่นใจกลัวนายที่ตนรักจะล้มป่วย"เจ้าไม่ต้องกังวลใจไป ข้าเป็นถึงบุตรสาวท่านแม่ทัพ ไม่ล้มป่วยง่ายๆ หรอก จริงสิ! หากข้าล้มป่วยไปจริงๆ เจ้าว่าสามีข้าเป็นกังวลเช่นเจ้าไหม?" น้ำเสียงแผ่วเบาเอ่ยขึ้นเหมือนจะรู้คำตอบ ดวงตาคู่สวยที่เคยเปล่งประกายบัดนี้กับว่างเปล่าเหม่อเลยมองออกไปนอกกำแพงจวน "ฮูหยิน" ปิ่งปิ่งอยากจะปลอบใจนางทว่ากลับนิ่งไป"เวลานี้ท่านพ่อท่านแม่จะเป็นเช่นไรบ้าง" เหมยเซียนรู้สึกใจคอไม่ดีมาหล
จวนโหวจื้อหยวน งานมงคลสมรสอันรื่นเริงได้ก่อเกิดขึ้นโดยพันธสัญญาของมิตรสหายที่นำทัพจับศึกสู้รบกับชาวมองโกลอย่างเคียงบ่าเคียงไหล่มาด้วยกันยาวนานนับปี แม้สงครามระหว่างต้าหมิงและมองโกลยังไม่มีท่าทีว่าจะหยุดติลง เพราะต้าหมิงไม่อาจเป็นเมืองขึ้นของมองโกลอีกต่อไป จึงเปิดศึกนำเอกราชมาสู่แผ่นดินอีกครั้งหยางเหมยเซียนบุตรสาวคนเล็กของท่านแม่ทัพหยางเฟยหลงและฮูหยินเมิ่งเหยา สตรีผู้งดงามดั่งนางฟ้าดอกเหมยสมชื่อ ทว่านางกับชอบการต่อสู้ ยิงธนู และควบม้า กล้าหาญราวกับบุรุษ ในสายตานางจึงไม่มีบุรุษใดคู่ควรวิวาห์กับนาง เว้นเพียงเซินอู๋หลัวบุตรชายคนเดียวของท่านจื้อหยวน ผู้ที่นางตกหลุมรักตั้งแต่แรกเจอเพียงเพราะเขาได้ช่วยชีวิตสุนัขตัวน้อย แววตาอันอ่อนโยน และใบหน้าขาวดุจดั่งดวงอาทิตย์ที่ทอแสงสว่างไปทั่วหล้า ตกใจนางเข้าเต็มๆ งานวิวาห์ครั้งนี้แม้จะรู้ว่าเขาไม่ได้เต็มใจ ถึงกระนั้นนางเชื่อมั่นในตนเองว่าเปลี่ยนเขาให้หันมาหลงรักนางเข้าสักวัน งานวิวาห์จัดขึ้นไม่หวือหวาแต่มีสีสัน เสียงหัวเราะคึกคักในงานทำให้เจ้าสาวผู้สวมเครื่องประดับศีรษะและเสื้อคลุมสีแดงปักลายสวยงามนั่งรอบนเตียงในห้องหอ ใบหน้านวลภายใต้ผ้าคลุมที่แดงเผ







