LOGINช่วงเวลาสุขสงบได้สิ้นสุดลง เมื่อการมาเยือนของหยูเหยียนน้องสาวหลงเยว่ฉานที่ได้ตบแต่งกับเสิ่นหาวซวนเป็นฮูหยินของจวนสกุลเสิ่น นางมีหน้าตางดงามราวกับเพชรน้ำหนึ่งทว่านิสัยนั้นช่างดื้อรั้น เอาแต่ใจมาแต่เด็ก หากไม่พอใจผู้ใดแล้วจะตามกลั่นแกล้งคนผู้นั้นแทบไม่มีที่ให้ยืน ท่านอ๋องรองแสนจะหวงแหนหยูเยียนราวกับไข่ในหิน ครั้นเมื่อบิดามารดาสิ้นใจลงหยูเหยียนมักเก็บตัวร้องไห้ ไม่กล้าเผชิญโลกภายนอก มีเพียงหลงเยว่ฉานเป็นพี่ชายคนเดียวที่คอยโอบกอดนางไว้ในยามสิ้นหวัง
บัดนี้ดันมีสตรีม่ายไม่รู้ว่าใช้เล่ห์กลอุบายใดถึงแต่งเข้าจวนได้อย่างง่ายดาย แม้นางจะคัดค้านเพียงใดทว่าหลงเยว่ฉายก็ไม่สนใจ เป็นครั้งแรกที่เขาสู้หัวชนฝากับนางเช่นนี้
"นานเท่าไหร่แล้ว ที่ข้าไม่ได้ยืนมองดอกเหมยฮวาต้นนี้" ร่างเล็กเด่นสง่างามใต้ต้นดอกเหมยฮวาสีชมพู หวนคิดถึงวันวานที่นางและหลงเยว่ฉานเล่นกันอย่างสนุกสนานจนลืมเดือนลืมตะวัน
"หากไม่เทศกาลโคมไฟ เกรงว่าฮูหยินคงไม่อาจยืนอยู่ที่นี่ได้" นางข้ารับใช้คนสนิทแหงนมองต้นเหมยฮวา ตามผู้เป็นนายหญิงของตน
"แม้จะงดงามเพียงใด หากถูกกักขังไว้แต่ในจวนก็ไร้ประโยชน์ เจ้าว่าหรือไม่!" หยูเหยียนพินหลังไปมองที่มาของเสียง สตรีผู้นี้เหรอ...ที่ทำให้พี่ใหญ่เปลี่ยนไปแววตาเรียวมองเหมยเซียนตัวแต่หัวจรดเท้า
"ไม่เท่าไหร่ ข้าคิดว่าฮูหยินของจวนท่านอ๋องรองจะงดงามราวเทพธิดาเสียอีก"นางยิ้มมุมปากจางๆ
"ข้าเองก็คิดเช่นเดียวกับเจ้า!ว่าน้องสาวของหลงเยว่ฉานจะงดงามรับกับหงส์ฟ้าที่ไหนได้...ขี้เหร่เหมือนเป็ดน้อย"
"เจ้า!" เหมยเซียนยิ้มกว้างจนตาปิดเมื่อเห็นท่าทางเกรี้ยวกราดอย่างกับเด็กน้อย
"หยูเหยียน" เสียงทุ้มได้ขัดจังหวะประชันริมฝีปากของสตรีทั้งสอง หยูเหยียนวิ่งเข้าสวมกอดหลงเยว่ฉานด้วยความคิดถึง
"พี่ใหญ่ ท่านเป็นเช่นไรบ้าง ตั้งแต่ได้ฮูหยินเข้าจวนท่านก็ไม่ส่งข่าวคราวถึงข้า" น้ำเสียงแผ่วลง ดวงตาเหลือบมองเหมยเซียนเล็กน้อยก่อนจะเชิดหน้าหนี
"โธ่...ข้ามีราชกิจรัดตัวไม่ได้เกี่ยวข้องกับพี่สะใภ้เจ้าแม่แต่น้อย นางก็คงเหงาเช่นเจ้าเหมือนกัน" ดวงตาคมยังคงจ้องมองเหมยเซียนอย่างมีเลขใน
"เช่นนั้นแล้ว ก็อนุญาตให้นางกลับบ้านเกิดไม่ดีหรือพี่ใหญ่"
"ไม่ดีแน่นอน" น้ำเสียงอันหนักแน่นทำให้หยูเหยียนไม่พอใจ แววตาเกรี้ยวกราดจ้องมองหยูเหยียนราวกับว่าสตรีผู้นี้ทำเรื่องไม่ดีไวง้กับนาง เหมยเซียนไม่เข้าใจว่าเหตุหยูเหยียนถึงไม่ชอบหน้านางหนัก
"เอาเถอะๆ พี่ใหญ่ ข้าพาสหายที่ท่านรู้จักมาด้วย"
"เอ๊ะ!" ดวงตาคมเบิกกว้างอย่างประหลาดใจ เหมยเซียนเองก็สงสัยเช่นกันว่าสตรีนิสัยเช่นนาง มีสหายด้วยเหรอ
"หลงเยว่ฉานไม่เจอกันนานเลยนะ" เสียงหวานละมุนของสตรีรูปร่างระหง ใบหน้าหวานเผยยิ้มสดใสก้าวเท้ามาหยุดตรงหน้าท่านอ๋องรอง ดวงตาทั้งคู่ประสานกันคนตัวสูงเผยยิ้มกว้างตอบรับด้วยท่าทางตื่นเต้น
"หลินฮวา เจ้านี่เอง"เขาโอบไหล่นางไว้โดยลืมไปว่าที่ตรงนี้ไม่ได้มีเพียงเขาทั้งสอง เหมยเซียนผู้ยืนมองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างไม่เข้าใจ
"พี่หลินฮวาเคยเป็นคู่หมั้นของพี่ใหญ่" เสียงใสกระซิบพลางยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ หยูเหยียนหลบยิ้มลงทันที เหตุใดท่านอ๋องรองถึงไม่เคยพูดถึงสตรีผู้นี้ให้นางฟังสักครั้ง หรือแท้จริงแล้วจงใจไม่อยากให้นางรู้เรื่องกันแน่ ร่างเล็กเดินเข้าไป นางฝืนยิ้มออกมาทั้งที่ไม่สบายใจเอาเสียเลย
"ข้าฮูหยินเหมยเซียนยินดีที่ได้พบเจ้า" ท่านอ๋องเลิกคิ้วสูงขึ้นในทันที ก่อนโอบเอวบางของเหมยเซียนไว้อย่างไม่ได้ลังเลใจสักนิด ทำให้เหมยเซียนปล่อยวางความไม่สบายใจลง
"คารวะฮูหยินใหญ่ ข้าน้อยหลินฮวา บุตรสาวของจวนสกุลเสิ่น" ใบหน้าของนางเรียบเฉยไร้อารมณ์ เหมยเซียนสัมผัสได้ถึงความหนาวเหน็บเข้ากระดูกดำ ราวกับว่าเป็นลางเตือนว่าสตรีเบื้องหน้าตนนี้ไม่ได้มีเจตนาดีต่อนางเป็นแน่ เช่นนั้นนางควรหาวิธีรับมือหยูเหยียน และหลินฮวาไว้บ้างคงดีไม่น้อย
"เช่นนั้นแล้วข้าขอตัวฮูหยินไปเที่ยวชมเทศกาลโคมไฟ หยูเหยียนเจ้าพาหลินฮวาไปพักเถอะ" น้ำเสียงเข้มเอ่ยขึ้น ทว่าดวงตาหวานฉ่ำยังคงจับจ้องฮูหยินของตนอย่างไม่วางตา ราวกับเปิดเผยให้ทุกคนรับรู้ว่านางผู้นี้สำคัญยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด ก่อนจะอุ้มคนตัวเล็กไว้ในอ้อมแขนกำยำ ใบหน้าแดงก่ำราวลูกท้อทำให้หลงเยว่ฉานมีความสุขเหลือเกิน
"ปล่อยข้าได้แล้ว" เหมยเซียนยอมรับว่าตนไม่ได้อ่อนแอดังเช่นสตรีอื่น แต่หลงเยว่ฉานมักทำใหันางกลายเป็นสตรีตัวเล็กตัวน้อยทุกครั้งเมื่ออยู่ด้วยกัน หากเป็นเช่นนี้ต่อไปนางอาจกลายเป็นดั่งที่เขาต้องการเข้าสักวัน คนตัวสูงวางนางลงกับพื้นอย่างอ่อนโยนดวงตาสีน้ำตาลอ่อนพองโต เมื่อหลงเยว่ฉานสวมรองเท้าคู่ใหม่สีแดงระเรื่อปักลวดลายดอกเหมยให้นาง
"ถูกใจหรือไม่?"
"อืม ถูกใจข้ามากๆ " นางเผยยิ้มสดใสให้เขา หลงเยว่ฉานยื่นใบหน้าหล่อเหลาเข้ามาใกล้ โดยที่นางไม่ทันระวังตัว
"เช่นนั้นแล้วเจ้ารีบมีบุตรชายและบุตรสาวหน้าตาเช่นเจ้าให้ข้าไวๆ เถอะ"
"ท่าน!"
"อ๊ะ!!" กำปั้นน้อยของนางแต่แรงมหาศาลเช่นนั้น ทำให้หลงเยว่ฉานฉุกคิดขึ้นได้ว่าฮูหยินที่ตนรักเป็นถึงท่านแม่ทัพใหญ่ของแคว้น หลงเยว่ฉานเผยยิ้มออกมาจนตาปิด สตรีน้อยวัยเยาว์ผู้นั้นที่เคยช่วยชีวิตตน กลายเป็นฮูหยินผู้งดงามราวกับจันทราที่ไม่อาจทอดทิ้งไปได้
ยามเหม่าของเช้าวันใหม่ได้มาเยือนอีกครั้งหลังพายุอันร้อนรุ่มที่ถาโถมเข้ามาตลอดทั้งคืนดับสลายลงในที่สุด ร่างสูงสง่านั่งมองใบหน้าอันงดงามดั่งดอกเหมยที่ผลิบาน ริมฝีปากยกสูงขึ้นอย่างพึงพอใจไม่น้อย ไม่คิดว่าสตรีผู้งดงามทั้งกายและใจเช่นนาง สตรีที่บุรุษทั่วหล้าต่างหลงใหลและหมายปองนาง ดันกลับกลายเป็นฮูหยินของตนราวกับห่วงความฝันที่ไม่อยากตื่นขึ้นมาเลยแม้สักเสี้ยววินาทีหนึ่ง เขาห่มผ้าผืนหนาให้นางด้วยความเอ็นดูไม่น้อย"แม้ใจเจ้าจะยังมิใช่ข้าในตอนนี้ แต่สักวันข้าจะเป็นเพียงบุรุษผู้เดียวที่เจ้าถวิลหา...เหมยเซียน" เขาพูดขึ้นเบาๆเขาก้มจุมพิษลงบนหน้าผากขาวอย่างนุ่มนวล สำหรับหลงเยว่ฉานแล้วนางคือโลกทั้งใบของตน ไม่ว่าจะเป็นอดีต ตอนนี้และอนาคต สตรีผู้เดียวที่ครอบครองดวงใจของเขาคือ นาง หลงเยว่ฉานสวมชุดคลุมสีดำสลับแดงปักลวดลายมังกรอย่างน่าเกรงขาม ก้าวเท้าออกจากจวนโดยที่หลี่เจิ่นและหลี่ซานรออยู่เพื่อออกไปว่าราชกิจพร้อมกัน"วันนี้ดูจวิ๋นอ๋องจะรื่นรมย์กว่าทุกวัน ว่าไหมหลี่เจิ่น?" ทหารคนสนิทมือขวาเอ่ยถามขึ้น"จะไม่ให้รื่นรมย์ได้อย่างไรกัน มีท่านแม่ทัพหญิงคอยปรนนิบัติรับใช้ข้างกายไม่ขาดสายตลอดทั้งคืน" ทหารคนสนิท
แสงสีทองลับขอบฟ้า วิหคน้อยใหญ่บินว่อนเพื่อกลับรัง ร่างบางก็เช่นกันผูกม้ากลับคืนคอกของมันพร้อมส่งสายตาคู่สวยกวาดมองไปรอบตัว ภาวนาว่าอย่าให้ผู้ใดพบเจอนางในสภาพเช่นนี้ หากเป็นเช่นนั้นนางนึกไม่ออกเลยว่า ตนจะเจอจุดจบเช่นไรโดยเฉพาะจากเขาผู้นั้น"วันนี้เหนื่อยเจ้าแล้ว" นางพูดขึ้นพลางลูบหน้าม้าตัวโปรดอย่างเอ็นดู ก่อนจะนำถุงผ้าที่ซ่อนไว้ในพรงหญ้าออกมาสวมใส่เป็นชุดสตรีเช่นเดิม พร้อมยิ้มมุมปากเล็กน้อย นางหยุดก้าวลงเมื่อถึงกำแพงของจวนอย่างไม่รอช้าปีนขึ้นไปอย่างว่องไวเพื่อมิให้ผู้ใดผ่านมาพบเจอนางเข้าตุ๊บ! "เอ๊ะ!" นางอุทานออกมาอยากตกใจดวงตาคู่สวยเบิกกว้างมองลงไปยังบุรุษผู้เบื้องล่างที่ปีนข้ามกำแพงจวนลงมาก่อนนางตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ เขาแหงนหน้ามองนางพลางยิ้มกว้างถึงตา วินาทีนั้นหัวใจแทบจะหยุดเต้นอย่างกับโดนวิญญาณหลอกหลอน อีกทั้งยังกลัวว่าความลับจะถูกเปิดเผย ทันใดนั้นร่างบางดันพลาดท่าเสียจนได้พลัดตกลงไปยังแผ่นอกกว้างของเขา"โชคดีเหลือเกิน..." น้ำเสียงนุ่มนวลทำเอาสตรีเช่นนางรีบลุกขึ้นนั่งในทันที"ท่านพี่!" นางมองค้อนอย่างเขินอาย"คืนนี้ข้าจะนอนกับเจ้าด้วยดีหรือไม่?" เขายิ้มมุมปากอย่างมีเลขนัย"เอ๊ะ
ร่างสูงพร้อมใบพัดคู่ใจนั่งลงจิบสุราเล็กน้อย เพื่อไม่ให้เสียงานเสียการเพราะฤทธิ์สุรา แม้ว่ากลิ่นและความหอมหวานจะล้ำเลิศกว่าสุรามากมายที่ตนเคยสัมผัส ภายในห้องที่ตกแต่งอย่างหรูหราเพื่อดึงดูดใจเขาไม่น้อย สมแล้วที่เป็นห้องรับรองแขกพิเศษของสตรีผู้งดงามอันดับหนึ่งของหอนางโลมแห่งนี้ "หรือจะเป็นนาง!" แววตาเรียบเฉยมองเงาสะท้อนผ่านโคมไฟ เป็นสตรีผู้นั้นที่ตนเฝ้ารอคอยก่อนที่ประตูถูกเปิดออกอย่างใจเย็น ร่างสูงโปร่งในชุดสีแดงสลับขาวย่างก้าวเข้ามาใบหน้าของนางปกปิดด้วยผ้าขาวบาง เหลือเพียงดวงตาเรียวดั่งอินทรีย์ที่จ้องมองมายังตน แม้ว่านางจะปกปิดริมฝีปากไว้ทว่าเจียวเจี้ยกับรู้สึกได้ทันทีว่านางพยายามซ่อนความลับบางอย่างเอาไว้ อีกทั้งยังซ่อนความงดงามอันแท้จริงเช่นเดียวกัน"ข้าน้อยซูเซียว น้อมรับท่านเจียวเจี้ย" นางก้มศีรษะเล็กน้อยอย่างถ่อมตน "..." ไม่มีการตอบรับจากเขาทว่าร่างสูงกลับเดินวนรอบกายนาง ดวงตาคมเพ่งพินิจตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง"ร่างบอบบางดั่งสตรีแต่สูงโปร่งไหล่กว้างดั่งบุรุษ ความสูงเทียบเท่าข้า มิน่า..." เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง"มิน่าอะไรหรือเจ้าค่ะ!" นางพูดขึ้นน้ำเสียงสงบดั่
กุบกับ! กุบกับ!"ย๊ะ! ย๊ะ!" เสียงเข้มดังขึ้นตลอดเส้นทาง ร่างสูงควบอาชาขาวดั่งไข่มุกแต่เพียงลำพังเพื่อเข้าไปดั่งจุดหมายที่ต้องโดยใช้เส้นทางที่น้อยนักจะมีผู้ใดกล้าย่างกายเข้าไป แววตาดุดันดั่งมัจจุราชบ่งบอกว่าสิ่งที่ตนกำลังเผชิญเป็นสิ่งน่าขุ่นเคืองใจยิ่งนักสำหรับเขา เสียงควบอาชาหยุดลงเมื่อเผชิญกับสิ่งที่สมควรแก่การดั้นด้นเดินทางมาด้วยตัวเอง"มีเพียงนี้หรือ!" เสียงเข้มเอ่ยขึ้น"ขอรับจวินอ๋อง" หนึ่งในกลุ่มชายชุดดำตอบกลับไปดูท่าทางแล้วคงเป็นหัวหน้าของกลุ่ม"พวกเจ้าไร้ความสามารถลงเช่นนี้ข้าไม่ต้องการ!"เขาเอ่ยขึ้นอย่างไม่พอใจ"ที่เหลือข้าน้อยจะนำมาให้ได้ขอรับ"เขาตอบพลางแสดงความเคารพต่อบุรุษเบื้องหน้าด้วยความภักดีไม่น้อย"ดี! อย่าให้ข้าต้องลงมือเอง" เขาตอบด้วยแววตาดุดันราวกับสัตว์ร้าย"ขอรับจวินอ๋อง" กลุ่มคนชุดดำรับคำด้วยความหวาดกลัวไม่น้อยเสมือนว่าหากเขาออกโรงเองคงไม่ดีกลับตนเองเป็นแน่"นำพวกนางไปซะ!" เขาเอ่ยขึ้นดวงตาคมเพ่งมองไปยังเหล่านับสิบที่เสื้อผ้าหน้าผมมอมแมม และสกปรกไปด้วยกลิ่นโคลนและคราบเลือด นั่นเพราะร่างกายของพวกนางเต็มไปด้วยบาดแผลจากการถูกทำร้ายเยี่ยงสัตว์ไม่ใช่มนุษย์ มือทั้งสองถ
ร่างบางลงจากอาชาสีน้ำตาล ดวงตาเรียวกวาดมองไปรอบๆ เพื่อสังเกตว่ามีผู้ใดติดตามตนเองหรือมีสิ่งใดผิดแปลกไปจากเดิมบ้างหรือไม่เพราะการพบปะใครผู้หนึ่งในครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก นางเดินเข้าไปในโรงเตี้ยมเล็กๆ แต่งแข็งแรงพอสร้างเป็นฐานลับ ที่หลบซ่อนหลังร้านน้ำชาขนาดใหญ่ของแคว้น มีการส่งสัญญาณลับ ที่นางเป็นกำหนดขึ้นให้ผู้เฝ้าประตูซึ่งมีเฉพาะพวกของนางเท่านั้นที่รู้กัน ประตูถูกเปิดออกร่างสูงใหญ่กำยำทว่าดวงตาบอดสนิทไปข้างหนึ่งก้มหัวให้นางอย่างเคารพ"เชิญท่านแม่ทัพ พวกเขาพร้อมแล้ว" เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นดวงแข็งกร้าวอย่างรู้ใจผู้เป็นนายหญิงของตน "ดี!!" นางเอ่ยขึ้นพร้อมจะก้าวเท้าไปยังห้องเบื้องหน้าที่ว่า บัดนี้เต็มไปด้วยชนกลุ่มหนึ่งนั่งล้อมโต๊ะใหญ่ซึ่งมีแผนที่ของแคว้นและสัญลักษณ์มากมายอยู่บนนั้นราวกับว่ากำลังวางแผนการใหญ่ในการเตรียมพร้อมเพื่อทำสงครามอีกครั้ง โดยมีสตรีผู้นี้เป็นผู้นำ"คารวะท่านแม่ทัพใหญ่" พวกเขาทั้งหกลุกขึ้นทำความเคารพด้วยความภักดี ทุกคนที่นี่ล้วนเป็นมือซ้ายมือขวาและทหารร่วมสงครามเคียงบ่าเคียงไหล่ของนาง พวกเขาเป็นยิ่งกว่าสหายเสียอีกของในสายตานางพวกเขาเป็นมากว่าพี่น้องร่วมสาบานเพราะฉะนั้นแล้
"ร้ายกาจนัก!! เหมยเซียน!!!" นางในชุดวิวาห์สีแดงกัดฟันกรอดด้วยความขุ่นเคืองใจดั่งไฟที่พร้อมเผาผลาญทุกสิ่งที่ตนเกลียดชังให้มลายหายไป จนหมดสิ้น นางกำมือจนเล็บจิก ดวงตากลมโตอันแดงก่ำเพ่งมองเบื้องหน้าอย่างไร้สติ ก่อนทำลายข้าวของจนกระจัดกระจายเต็มพื้นอย่างสตรีบ้าคลั่ง ในเมื่ออยากดีกลับนางนักบัดนี้นางควรลงเล่นเกมกับเหมยเซียนดูสักครั้ง "ใจเย็นๆ เถิดคุณหนู" นางกำนัลคนสนิทพยายามห้ามปรามแต่ไร้ประโยชน์เสมือนว่าตอนนี้นางไม่ใช่หลินฮวาผู้เดิมแล้ว"ข้าอยากจะฆ่านางให้ตายนัก!""หากคุณหนูทำเช่นนั้น ท่านอ๋องรอง คงไม่พอใจเป็นแน่""แล้วเจ้าจะให้ข้าอยู่ใต้เท้าเหมยหลินไปชั่วชีวิตหรือไร!!" นางพูดขึ้นก่อนจะลงจิบชาอุ่นๆ อย่างใจเย็นพลันก็คิดหาแผนการที่จะมัดใจท่านอ๋องรองให้ได้ ในที่สุดนางก็ยิ้มมุมปากเล็กน้อยก่อนจะลุกขึ้นไปนอนบนเตียงตามเดิม "วันนี้เข้าป่วยคงไปรินน้ำชาให้ผู้ใดไม่ได้แฮ่รกๆๆ" "เจ้าค่ะ" นางข้ารับใช้เผยยิ้มออกมาอย่างแสนรู้หลินฮวาเป็นบุตรสาวของท่านเสนาบดีฝ่ายขวานามว่า จิภักดีเสียง มีอำนาจไม่น้อยในราชสำนักทั้งยังมีบุตรชายคนโตเป็นถึงซื่อจือ ผดุงความยุติธรรม ไร้มลทิน ทำหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์และจงรักภ
หลินฮวานั่งเกี้ยวเจ้าสาวซึ่งทำด้วยไม้เก่าๆ ดูเรียบง่ายไร้ความหรูหราดั่งที่เคยวาดฝันเอาไว้ ช่างไม่สมเกียรตินางสักเท่าไหร่ ทว่าพยายามฝืนใจยอมรับในโชคชะตาเช่นนี้เพื่อความรักที่มีต่อหลงเยว่ฉาน ดวงใจนางนั้นประดุจกระบี่พร้อมทิ่มแทงทุกอย่างที่ขวางทางรักแม้ว่าจะเป็นสิ่งผิดก็ตาม เส้นทางมุ่งหน้าไปยังจวนท่านอ
สำนักงานว่าการแคว้นเหยียนเป่ย ข่าวลือว่าหวางเฟยคิดวางยาพิษฆ่าคุณหนูรองได้แพร่สะพัดไปทั่วแคว้น แม้ว่าท่านอ๋องรองพยายามปิดบังซ่อนเร้นไว้รัดกุมเพียงใด ทว่ากลับไม่อาจหนีพ้นเงาศัตรูที่หมายคิดร้ายต่อหวางเฟยไว้ได้
เทศกาลโคมไฟฉินหวยเกิดขึ้นได้เพราะราชวงศ์หมิงมีความเจริญถึงจุดสูงสุดของยุค ชาวบ้านต่างแห่กันมาชื่นชมบรรยากาศริมแม่น้ำฉินหวยเพราะมีการประดับประดาตกแต่งโคมไฟหลากหลายรูปแบบหลากหลายสีสันชวนให้น่าหลงใหลไปทั่วริมแม่น้ำ ส่วนกลางของแม่น้ำนั้นได้ปรากฏเรือไฟส่องแสงระยิบระยับสร้างความตื่นตาตื่นใจให้ชาวบ้านไม่เว
คิมหันตฤดูเข้ามาเยือนพืชผลขาดน้ำ ประชากรอดอยากถึงกระนั้นงานเลี้ยงฉลองในจวนได้เริ่มขึ้นท่ามกลางความทุกข์ระทมของชาวบ้าน ทว่าจักรพรรดิไป่เซ่อได้มีการสร้างอุโมงค์ใต้ดินสำหรับเก็บแผ่นน้ำแข็งเพื่อถนอมอาหารในคิมหันตฤดูนี้ ข้าปลีกตัวออกมาหลังจวนซึ่งเป็นศาลาริมสระบัวสถานที่โปรดในยามผ่อนคลายลมพัดโชยอ่อนๆ ดวง







