เข้าสู่ระบบเทศกาลโคมไฟฉินหวยเกิดขึ้นได้เพราะราชวงศ์หมิงมีความเจริญถึงจุดสูงสุดของยุค ชาวบ้านต่างแห่กันมาชื่นชมบรรยากาศริมแม่น้ำฉินหวยเพราะมีการแขวนโคมไฟหลากหลายรูปแบบไปทั่วริมแม่น้ำอย่างอลังการ ส่วนกลางแม่น้ำจะปรากฏเรือไฟส่องแสงระยิบระยับสร้างความตื่นตาตื่นใจให้ผู้พบเห็นไม่เว้นแม้แต่เหมยเซียน แม้มือข้างหนึ่งจะถือโคมไฟกระต่ายไว้แน่นแต่ดวงตาเปล่งประกายไม่อาจละสายตาไปได้ ริมฝีปากแดงเผยยิ้มกว้างอย่างลืมตัว
"ข้าจะไปซื้อขนมกุ้ยฮวา ที่เจ้าชื่นชอบมาให้"
"อืม ข้าจะรอท่านพี่อยู่ที่นี่" ท่านอ๋องรองเผยยิ้มละมุนให้ผู้เป็นภรรยาก่อนจะเดินจากไป นานเท่าไหร่แล้วที่ภรรยาของตนไม่ได้ผ่อนคลายเช่นนี้ เมื่อครั้นแต่งเข้าจวนเซินอู่หลัวก็เป็นเพียงนกน้อยในกรงขังไร้ซึ่งอิสรเสรี แม้แต่ช่วงเทศกาลโคมไฟยังไม่เคยได้เชยชมความงดงามเช่นนี้ทว่านางกลับยอมจำนนแต่โดยดีเพียงเพราะรักที่บังตาเมื่อย้อนนึกคราใดเกลียดตัวเองยิ่งนักที่ปล่อยนางไป
"เหมยเซียน เจ้ามาที่นี่ได้อย่างไรกัน" เสียงทุ้มที่คุ้นเคยดังขึ้น ร่างสูงย่างกายเข้ามาใกล้ดวงตาเข้มเบิกกว้างอย่างประหลาดใจ
"ทำไม ข้าจะมาเที่ยวชมเทศกาลโคมไฟบ้างไม่ได้หรือ "
"อึก" คำตอบนั้นของนางทำให้เซินอู๋หลัวนิ่งไปชั่วขณะหนึ่ง
"อ๊ะ"ดวงตาสวยเหลือบมองเห็นลี่หมิงเดินมาแต่ไกล แผนร้ายเลยปรากฏขึ้นมาในสมองราวกับว่ารอคอยโอกาสเอาคืนมานานแสนนานบัดนี้ตนหมายจะแกล้งสะดุดล้มลงกับพื้นเพียงหวังเซินอู๋หลัวจะรับร่างนางไว้ แต่ทันใดนั้นกลับกลายเป็นหลงเยว่ฉานที่รับร่างตนไว้แทน เหมยเซียนตกอยู่ภายในอ้อมกอดเขาอย่างรวดเร็ว
"เหมยเซียน เจ้าบุ่มบ่ามเกินไปแล้ว" แม้การกระทำของท่านอ๋องรองจะดูเป็นห่วงเป็นใยนางจริง ๆ แต่แอบซ่อนความรู้ทันเล่ห์เหลี่ยมของนางไว้เช่นกันเพราะฉะนั้นเหตุใดตนจะปล่อยให้ภรรยาที่รักตกอยู่ในอ้อมแขนบุรุษเห็นแก่ตัวเช่นเซินอู๋หลัว ทุกการกระทำของท่านอ๋องรองที่มีต่อเหมยเซียนทำให้สตรีนางหนึ่งที่ยืนมองเหตุการณ์อย่างเงียบ ๆ ขุ่นเคืองใจไม่น้อย
"คุณหนูรองหลินฮวานั่นท่านอ๋องรองและฮูหยินเหมยเซียนไม่ใช่หรือ เข้าไปทักทายไหมเจ้าคะ" ข้ารับใช้คนสนิทเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอันสดใส นางรู้ดีว่าผู้เป็นนายหญิงหลงรักจวินอ๋องมานานแล้วเป็นจวินอ๋องที่เมินเฉยต่อนางแม้จะรู้ความในใจของหวินฮวาก็ตาม
"ไม่ ข้ามีงานจะให้เจ้าทำ"น้ำเสียงนั้นเรียบเฉยแต่ดวงตาสวยคู่นั้นแฝงไปด้วยแผนร้าย นางซุบซิบกับข้ารับใช้คนโปรดเพราะไม่เคยแม้จะขัดคำสั่งตนเลยสักครั้ง
"เจ้าคะคุณหนูรอง" หลินฮวายิ้มมุมปากเล็กน้อย
"หากข้าไม่ได้ท่านอ๋องรองอย่าหวังว่าเจ้าจะได้ใช้ชีวิตคู่อย่างสงบสุข เหมยเซียน" แววตาโกรธเคืองเพ่งมองไปยังทั้งคู่ นางเป็นถึงคุณหนูรองจวนจินเสียงไม่ว่านางต้องการสิ่งใดจินเสียงผู้เป็นบิดาของนางก็หามาให้ได้เสมอเว้นแต่การวิวาห์กับท่านอ๋องรองเท่านั้นที่ไม่เป็นผลสำเร็จดั่งใจปรารถนา การที่ซื่อจือเสินหาวซวนมาเจอกับหยูเหยียน และตบแต่งเข้าจวนก็เป็นหนึ่งในแผนการของนางเช่นกันเพื่อให้ได้ใกล้ชิดท่านอ๋องรองมากขึ้น นางยอมแลกทุกอย่างแม้กระทั่งวิงวอนต่อจินเสียงทำอย่างไรก็ได้ให้นางเป็นฮูหยินของหลงเยว่ฉาน แต่ทว่าหลงเยว่ฉานยืนกรานหนักแน่นไม่ว่าอย่างไรก็ไม่วิวาห์กับหลินฮวาแน่นอน สุดท้ายแล้วสตรีที่ครองใจหลงเยว่ฉานกลับเป็นหญิงม่าย สตรีมีตำหนิหาใช่นางอย่างที่หวังไม่
เหมยเซียนเหลือบมองหยูเหยียนที่กำลังกินต้มซุปบัวหิมะซี่โครงไก่ที่นางตั้งใจเข้าครัวทำตั้งแต่รุ่งสาง ด้วยท่าทางเอร็ดอร่อยราวกับเด็กน้อยแม้จะกินเลอะเปื้อนแก้มแดงระเรื่อก็ตาม จนเหมยเซียนอดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้
"พี่สะใภ้ เหตุใดท่านจึงมองข้าเช่นนั้นหรือ" นางวางถ้วยซุปลงก่อนจะใช้ผ้าขาวบางเช็ดริมฝีปากอย่างนุ่มนวล
"หยูเหยียนเจ้าต้องการซุปอีกหรือไม่ข้าทำไว้เพียงพอสำหรับทุกคน" เสียงใสเอ่ยถามด้วยแววตาที่อิ่มเอมใจ ใบหน้าที่ดูกังวลก่อนหน้านี้หายไปจนหมดสิ้น
"ไม่แล้ว ๆ ข้าเห็นเจ้าตั้งใจเข้าครัวเลยทานมันเพื่อรักษาน้ำใจอย่าได้คิดเป็นอื่นไป" แววตาไร้เดียงสาทำให้เหมยหลินยิ้มกว้างอย่างเอ็นดู
"เข้าใจแล้ว ๆ เจ้าเรียกข้าว่าพี่สะใภ้ได้หรือไม่?"
"ไม่ อึก!" ดวงตาสวยเบิกกว้างมองบน
"หยูเหยียน เจ้าเป็นอะไรไป ตามหมอหลวง"น้ำเสียงเข้มเอ่ยขึ้น
"เจ้าคะ"
ท่านอ๋องรองที่ตั้งใจแวะเวียนมาจวนหยูหยวนเพียงเพราะทราบเรื่องว่าเหมยเซียนได้ต้มซุปโปรดของเขาให้หยูหยวนทาน แขนข้างหนึ่งโอบกอดคุณหนูรองไว้ด้วยความหวาดกลัวว่าจะสูญสิ้นน้องสาวไป
"พี่ใหญ่ขะ...ข้าหายใจ มะ...ไม่...ออก!" สิ้นเสียงหยูเหยียนก็สลบไปในทันที
"หยูเหยียน ๆ เจ้าฟื้นสิ เจ้าเป็นอะไรไป" น้ำเสียงอันสั่นเครือของเหมยเซียนเอ่ยถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง
"ในต้มซุปมีพิษหรือไม่" ทันทีที่หลินฮวาย่างก้าวเข้ามานางเพ่งมองไปยังถ้วยต้มซุปที่หยูเหยียนทานด้วยความสงสัย
"เจ้าใส่ยาพิษลงไปหรือ" แววตาที่ดูผิดหวังของเขาทำให้เหมยเซียนถึงกับส่ายหน้าอย่างไม่น่าเชื่อว่าหลงเยว่ฉานจะเอ่ยถามเช่นนี้กับตน
"หมอหลวงมาแล้วเจ้าคะ" หลงเยว่ฉานอุ้มร่างบางของหยูเหยียนนอนลงบนเตียง ผ่านไปหนึ่งชั่วยามหมอหลวงได้ใช้เข็มจำนวนมาก ขับพิษออกจากร่างกายของหยูเหยียน
"นางเป็นไรบ้าง!" เสินหาวซวนวิ่งอย่างหน้าตาตื่นเมื่อรู้ภรรยาของตนถูกวางยาพิษ ดวงตาสีน้ำตาลจ้องมองภรรยาที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงรากกับผัก ผู้ใดกันช่างกล้าท้าทายตนเช่นนี้
"ท่านอ๋องรอง ท่านซื่อจือ คุณหนูหยูเหยียนพ้นขีดอันตรายแล้ว นางได้รับยาพิษที่ว่าเอ่อ..." ท่านหมอหลวงอ้ำอึ่งไปชั่วขณะหนึ่ง
"ว่ามา!" เสียงแข็งกร้าวของหลงเยว่ฉานทำให้หมอหลวงสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนเหลือบมองเหมยเซียนอย่างหวาดหวั่น
"ในต้มซุปที่คุณหนูทานมียาพิษอยู่จริง" สิ้นประโยคหลงเยว่ฉานกระชากแขนเหมยเซียนสุดแรงต่อหน้าทุกคน ดวงตาที่เอ่อล้นไปด้วยน้ำใสสบตาคู่นั้นจากแววตาที่เคยมองนางด้วยความรักกลับกลายเป็นแววตารุ่มร้อนดั่งไฟ
"ท่านอ๋องรองข้าน้อยผิดไปแล้ว" คนรับใช้ข้างกายหยูเหยีนยคุกเข่าลงด้วยท่าทางสำนึกผิด
"เจ้าหมายความเช่นไร?" หลงเยว่ฉานเอ่ยถามขึ้นด้วยความสงสัย มองข้ารับใช้ที่ตัวสั่นเทาไปด้วยความหวาดกลัว
"ข้าน้อยได้รับคำสั่งจากฮูหยิน ให้ใส่ยาพิษลงไปในต้มซุปเจ้าคะ"
"เจ้าโกหก!" เหมยเซียนสุดจะทนอีกต่อไป นางหมายจะเข้าไปหาข้ารับใช้ผู้นั้นเพื่อเอ่ยถามอีกครั้ง ทว่าหลงเยว่ฉานรั้งกายนางไว้ทัน
"ดูสิ!นางคิดจะปิดปากข้ารับใช้ ชั่วร้ายเหลือเกิน"หลินฮวาเอ่ยขึ้นด้วยแววตาเจ้าเล่ห์ เหมยเซียนรับรู้ได้ทันทีว่าแผนชั่วเช่นนี้แท้จริงแล้วหลินฮวาได้อยู่เบื้องหลังแน่นอน
"เจ้ากล้าทำเช่นนี้ได้อย่างไร" หลงเยว่ฉานขบกรามแน่น สีหน้าของเขาบูดบึ้งด้วยความไม่พอใจ
"ท่านเชื่อว่าข้ากล้าทำร้ายหยูเหยียนได้ลงคอหรือ?" ริมฝีปากของนางสั่นระริกด้วยความเสียใจ
"เช่นนั้นแล้วผู้ใดกันที่กล้าทำร้ายนางได้ หากไม่ใช่เจ้า!" สีหน้าของเขาบ่งบอกถึงความผิดหวังอันสุดซึ้ง ภาพที่เหมยเซียนยืนคุยกับเซินอู๋หลัวได้สร้างความไม่พอใจให้ตนมากมายนักยิ่งการที่นางคิดแผนการหวังจะให้เซินอู๋หลัวพยุงตัวไว้ ตนก็พยายามอดทนอดกลั้นมาตลอดเพราะไม่รู้ว่าสตรีผู้นี้ในใจนั้นคิดเช่นไรกันแน่หรือคิดว่าเขาเป็นหมากตัวหนึ่งในแผนการแก้แค้นนี้มาตลอด มาบัดนี้ยังกล้าวางยาน้องสาวเพียงหนึ่งเดียวของเขา ความอดทนที่เก็บซ่อนไว้ได้สิ้นสุดลงแล้วในเมื่อนางอยากเล่นเกมแก้แค้นนี้หนักหนา เขาเองจะลงเล่นเกมนี้ด้วยตามที่นางต้องการ ไม่คิดว่าสตรีที่ตนรักหมดใจจะโหดร้ายถึงเพียงนี้ ตลอดเวลาที่เขาทุ่มเททั้งกายและใจที่แท้กลับไร้ค่า หากนางจงใจกระทำเช่นนี้เพียงเพื่อให้เขายื่นใบหย่าให้เซ็นอีกครั้งเช่นนั้นแล้วมันย่อมไม่มีวันเกิดขึ้นแน่นอน
"เมื่อท่านต้องการให้ข้าเป็นหวางเฟยที่ชั่วร้ายนัก ใช่ข้าจงใจวางยาพิษหยูเหยียนเอง" ดวงตาฉายแววเกรี้ยวกราดขึ้น ท่านอ๋องรองผู้เป็นทั้งผู้ช่วยชีวิตนางและสามีในครั้งเดียวกัน ในเมื่อเขาต้องการให้นางเป็นเช่นไรนางก็จะเป็นเช่นนั้นดั่งที่เขาปรารถนา
"เหมยเซียน เจ้า!" นางเก่งนักเรื่องยั่วโมโหให้เขาร้อนรนใจเช่นนี้
"เมื่อข้าได้เป็นหวางเฟยตัวร้ายในสายตาจวินอ๋องแล้ว ข้ายิ่งไม่หยุดคิดบัญชีกับผู้ที่ป้องร้ายข้า ตั้งตารอไว้เถอะว่าข้าจะกระทำเช่นไรต่อไป" สีหน้าของนางเย็นชาราวกับก้อนน้ำแข็งก่อนจะเผยยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย ดวงตาคู่สวยคู่นั้นสบตาดวงตาคมสีดำสนิททำให้หลงเยว่ฉานหวาดหวั่นเล็กน้อยเกรงว่าจะรับมือภรรยาตนเองไม่ง่ายอย่างที่คิดไว้เสียแล้ว
เทศกาลโคมไฟฉินหวยเกิดขึ้นได้เพราะราชวงศ์หมิงมีความเจริญถึงจุดสูงสุดของยุค ชาวบ้านต่างแห่กันมาชื่นชมบรรยากาศริมแม่น้ำฉินหวยเพราะมีการแขวนโคมไฟหลากหลายรูปแบบไปทั่วริมแม่น้ำอย่างอลังการ ส่วนกลางแม่น้ำจะปรากฏเรือไฟส่องแสงระยิบระยับสร้างความตื่นตาตื่นใจให้ผู้พบเห็นไม่เว้นแม้แต่เหมยเซียน แม้มือข้างหนึ่งจะถือโคมไฟกระต่ายไว้แน่นแต่ดวงตาเปล่งประกายไม่อาจละสายตาไปได้ ริมฝีปากแดงเผยยิ้มกว้างอย่างลืมตัว "ข้าจะไปซื้อขนมกุ้ยฮวา ที่เจ้าชื่นชอบมาให้""อืม ข้าจะรอท่านพี่อยู่ที่นี่" ท่านอ๋องรองเผยยิ้มละมุนให้ผู้เป็นภรรยาก่อนจะเดินจากไป นานเท่าไหร่แล้วที่ภรรยาของตนไม่ได้ผ่อนคลายเช่นนี้ เมื่อครั้นแต่งเข้าจวนเซินอู่หลัวก็เป็นเพียงนกน้อยในกรงขังไร้ซึ่งอิสรเสรี แม้แต่ช่วงเทศกาลโคมไฟยังไม่เคยได้เชยชมความงดงามเช่นนี้ทว่านางกลับยอมจำนนแต่โดยดีเพียงเพราะรักที่บังตาเมื่อย้อนนึกคราใดเกลียดตัวเองยิ่งนักที่ปล่อยนางไป"เหมยเซียน เจ้ามาที่นี่ได้อย่างไรกัน" เสียงทุ้มที่คุ้นเคยดังขึ้น ร่างสูงย่างกายเข้ามาใกล้ดวงตาเข้มเบิกกว้างอย่างประหลาดใจ"ทำไม ข้าจะมาเที่ยวชมเทศกาลโคมไฟบ้างไม่ได้หรือ " "อึก" คำตอบนั้นของนางทำใ
ช่วงเวลาสุขสงบได้สิ้นสุดลง เมื่อการมาเยือนของหยูเหยียนน้องสาวหลงเยว่ฉานที่ได้ตบแต่งกับเสิ่นหาวซวนเป็นฮูหยินของจวนสกุลเสิ่น นางมีหน้าตางดงามราวกับเพชรน้ำหนึ่งทว่านิสัยนั้นช่างดื้อรั้น เอาแต่ใจมาแต่เด็ก หากไม่พอใจผู้ใดแล้วจะตามกลั่นแกล้งคนผู้นั้นแทบไม่มีที่ให้ยืน ท่านอ๋องรองแสนจะหวงแหนหยูเยียนราวกับไข่ในหิน ครั้นเมื่อบิดามารดาสิ้นใจลงหยูเหยียนมักเก็บตัวร้องไห้ ไม่กล้าเผชิญโลกภายนอก มีเพียงหลงเยว่ฉานเป็นพี่ชายคนเดียวที่คอยโอบกอดนางไว้ในยามสิ้นหวังบัดนี้ดันมีสตรีม่ายไม่รู้ว่าใช้เล่ห์กลอุบายใดถึงแต่งเข้าจวนได้อย่างง่ายดาย แม้นางจะคัดค้านเพียงใดทว่าหลงเยว่ฉายก็ไม่สนใจ เป็นครั้งแรกที่เขาสู้หัวชนฝากับนางเช่นนี้ "นานเท่าไหร่แล้ว ที่ข้าไม่ได้ยืนมองดอกเหมยฮวาต้นนี้" ร่างเล็กเด่นสง่างามใต้ต้นดอกเหมยฮวาสีชมพู หวนคิดถึงวันวานที่นางและหลงเยว่ฉานเล่นกันอย่างสนุกสนานจนลืมเดือนลืมตะวัน "หากไม่เทศกาลโคมไฟ เกรงว่าฮูหยินคงไม่อาจยืนอยู่ที่นี่ได้" นางข้ารับใช้คนสนิทแหงนมองต้นเหมยฮวา ตามผู้เป็นนายหญิงของตน"แม้จะงดงามเพียงใด หากถูกกักขังไว้แต่ในจวนก็ไร้ประโยชน์ เจ้าว่าหรือไม่!" หยูเหยียนพินหลังไปมองที่มาข
คิมหันตฤดูเข้ามาเยือนพืชผลขาดน้ำ ประชากรอดอยากถึงกระนั้นงานเลี้ยงฉลองในจวนได้เริ่มขึ้นท่ามกลางความทุกข์ระทมของชาวบ้าน ทว่าจักรพรรดิไป่เซ่อได้มีการสร้างอุโมงค์ใต้ดินสำหรับเก็บแผ่นน้ำแข็งเพื่อถนอมอาหารในคิมหันตฤดูนี้ ข้าปลีกตัวออกมาหลังจวนซึ่งเป็นศาลาริมสระบัวสถานที่โปรดในยามผ่อนคลายลมพัดโชยอ่อนๆ ดวงตากลมโตเพ่งมองเงาสะท้อนของตนเองพลางหวนย้อนนึกคำพูดของจวินอ๋อง สายตาคมกริบจับจ้องข้าไม่เคยละไปทางอื่น และคําที่เขาพูดอันหนักแน่นชัดเจนทุกถ้อยคํา เมื่อสิ้นสุดราชโองการสมรสพระราชทานจากฮ่องเต้ “ต่อจากนี้จะไม่มีใครทําร้ายเจ้าได้อีกเป็นหวางเฟยของข้าเถอะ ตําแหน่งนี้ข้ารักษาไว้ให้เจ้าเพียงคนเดียว” แววตาจริงจังของเขาทำให้ข้าหวั่นไหวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ห้าปีที่ผ่านมานี้ข้าเอาแต่ปิดกั้นตนเองยังคงหวนนึกถึงเซินอู๋หล้วผู้เลวทราม เป็นสตรีที่เก่งในการสู้รบ แต่กลับตกม้าตายเพียงเพราะบุรุษเพียงผู้เดียว ทว่าแววตาเขาวันนี้กลับเปลี่ยนไปทันทีที่ท่านอ๋องรองเอ่ยวาจานั้นออกมา แววตาสิ้นหวังที่ข้าเฝ้ารอมาเนิ่นนานว่าจะได้เห็นมันจากเขา และบัดนี้ก็สมใจแล้ว "เจ้าอยู่ที่นี่เอง"เสียงนุ่มนวลของเขาทำให้นางตื่นจากภวังค์"ท่
หิมะตกหนักจนทุกอย่างปกคลุมด้วยสีขาวโพลน แม้อากาศจะหนาวเหน็บเพียงใดก็ไม่เท่าใจดวงนี้ที่หนาวสะท้านจนเกินความเจ็บปวด อยากเห็นใบหน้านางผู้นั้นเหลือเกินว่างดงามขนาดทำให้เขาผู้นั้นกล้ายื่นใบหย่าให้นางเช่นนี้ แม้ในใจลึกๆ ยังคงหวังว่าเขาจะสำนึกได้ กลับมาขออภัยเพียงเท่านี้ตนก็พร้อมจะยกโทษให้เขา ทว่าผ่านมาสองชั่วยามก็ไร้แม้เงา เหมยเซียนรู้ตัวดีว่าความคิดเช่นนี้มันโง่เขลาสิ้นดี แต่เพียงหวังว่าจะขอรักบุรุษผู้นี้ให้สุดใจ ย่อมรู้ตัวดีว่าเมื่อถูกทำร้ายใจจนเกินขอบเขตของความรัก นางจะจากลาแต่โดยดี"ฮูหยินเข้าจวนเถอะเจ้าคะ รอท่านอ๋องรองมาสองชั่วยาม หากเป็นเช่นนี้ต่อไปเกรงว่า"ปิ่งปิ่ง ข้ารับใช้คนสนิทดูจะหวาดหวั่นใจกลัวนายที่ตนรักจะล้มป่วย"เจ้าไม่ต้องกังวลใจไป ข้าเป็นถึงบุตรสาวท่านแม่ทัพ ไม่ล้มป่วยง่ายๆ หรอก จริงสิ! หากข้าล้มป่วยไปจริงๆ เจ้าว่าสามีข้าเป็นกังวลเช่นเจ้าไหม?" น้ำเสียงแผ่วเบาเอ่ยขึ้นเหมือนจะรู้คำตอบ ดวงตาคู่สวยที่เคยเปล่งประกายบัดนี้กับว่างเปล่าเหม่อเลยมองออกไปนอกกำแพงจวน "ฮูหยิน" ปิ่งปิ่งอยากจะปลอบใจนางทว่ากลับนิ่งไป"เวลานี้ท่านพ่อท่านแม่จะเป็นเช่นไรบ้าง" เหมยเซียนรู้สึกใจคอไม่ดีมาหล
จวนโหวจื้อหยวน งานมงคลสมรสอันรื่นเริงได้ก่อเกิดขึ้นโดยพันธสัญญาของมิตรสหายที่นำทัพจับศึกสู้รบกับชาวมองโกลอย่างเคียงบ่าเคียงไหล่มาด้วยกันยาวนานนับปี แม้สงครามระหว่างต้าหมิงและมองโกลยังไม่มีท่าทีว่าจะหยุดติลง เพราะต้าหมิงไม่อาจเป็นเมืองขึ้นของมองโกลอีกต่อไป จึงเปิดศึกนำเอกราชมาสู่แผ่นดินอีกครั้งหยางเหมยเซียนบุตรสาวคนเล็กของท่านแม่ทัพหยางเฟยหลงและฮูหยินเมิ่งเหยา สตรีผู้งดงามดั่งนางฟ้าดอกเหมยสมชื่อ ทว่านางกับชอบการต่อสู้ ยิงธนู และควบม้า กล้าหาญราวกับบุรุษ ในสายตานางจึงไม่มีบุรุษใดคู่ควรวิวาห์กับนาง เว้นเพียงเซินอู๋หลัวบุตรชายคนเดียวของท่านจื้อหยวน ผู้ที่นางตกหลุมรักตั้งแต่แรกเจอเพียงเพราะเขาได้ช่วยชีวิตสุนัขตัวน้อย แววตาอันอ่อนโยน และใบหน้าขาวดุจดั่งดวงอาทิตย์ที่ทอแสงสว่างไปทั่วหล้า ตกใจนางเข้าเต็มๆ งานวิวาห์ครั้งนี้แม้จะรู้ว่าเขาไม่ได้เต็มใจ ถึงกระนั้นนางเชื่อมั่นในตนเองว่าเปลี่ยนเขาให้หันมาหลงรักนางเข้าสักวัน งานวิวาห์จัดขึ้นไม่หวือหวาแต่มีสีสัน เสียงหัวเราะคึกคักในงานทำให้เจ้าสาวผู้สวมเครื่องประดับศีรษะและเสื้อคลุมสีแดงปักลายสวยงามนั่งรอบนเตียงในห้องหอ ใบหน้านวลภายใต้ผ้าคลุมที่แดงเผ







