Mag-log in"ร้ายกาจนัก!! เหมยเซียน!!!" นางในชุดวิวาห์สีแดงกัดฟันกรอดด้วยความขุ่นเคืองใจดั่งไฟที่พร้อมเผาผลาญทุกสิ่งที่ตนเกลียดชังให้มลายหายไป จนหมดสิ้น นางกำมือจนเล็บจิก ดวงตากลมโตอันแดงก่ำเพ่งมองเบื้องหน้าอย่างไร้สติ ก่อนทำลายข้าวของจนกระจัดกระจายเต็มพื้นอย่างสตรีบ้าคลั่ง ในเมื่ออยากดีกลับนางนักบัดนี้นางควรลงเล่นเกมกับเหมยเซียนดูสักครั้ง
"ใจเย็นๆ เถิดคุณหนู" นางกำนัลคนสนิทพยายามห้ามปรามแต่ไร้ประโยชน์เสมือนว่าตอนนี้นางไม่ใช่หลินฮวาผู้เดิมแล้ว
"ข้าอยากจะฆ่านางให้ตายนัก!"
"หากคุณหนูทำเช่นนั้น ท่านอ๋องรอง คงไม่พอใจเป็นแน่"
"แล้วเจ้าจะให้ข้าอยู่ใต้เท้าเหมยหลินไปชั่วชีวิตหรือไร!!" นางพูดขึ้นก่อนจะลงจิบชาอุ่นๆ อย่างใจเย็นพลันก็คิดหาแผนการที่จะมัดใจท่านอ๋องรองให้ได้ ในที่สุดนางก็ยิ้มมุมปากเล็กน้อยก่อนจะลุกขึ้นไปนอนบนเตียงตามเดิม
"วันนี้เข้าป่วยคงไปรินน้ำชาให้ผู้ใดไม่ได้แฮ่รกๆๆ"
"เจ้าค่ะ" นางข้ารับใช้เผยยิ้มออกมาอย่างแสนรู้
หลินฮวาเป็นบุตรสาวของท่านเสนาบดีฝ่ายขวานามว่า จิภักดีเสียง มีอำนาจไม่น้อยในราชสำนักทั้งยังมีบุตรชายคนโตเป็นถึงซื่อจือ ผดุงความยุติธรรม ไร้มลทิน ทำหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์และจงรักภักดีต่อฮ่องเต้จึงสร้างผลงานความดีในราชสำนักไม่น้อย ต่างจากผู้เป็นพ่อที่ซ่อนการกระทำชั่วไว้มากมายจนหลงเย่วฉานตามสืบเรื่องและรวบรวมกำลังพลมือดีเพื่อวางแผนรวบรวมหลักฐานเอาผิดท่านเสนาบดีจินเสียงเพื่อความยุติธรรมให้เหล่าประชาชนแม้ว่าจะเป็นบิดาของสหายตนก็ตาม
"หลินฮวาได้สายเลือดจากเสนาบดีจินเสียงมาไม่น้อย ทั้งความคิดและการกระทำคล้ายผู้เป็นบิดา แม้ว่าต่อหน้าผู้คนคนนางจะแสร้งเป็นสตรีผู้อ่อนแอและอ่อนโยนแต่กลับซ่อนยาพิษไว้กับตัวไม่น้อย" เหมยเซียนเอ่ยขึ้นเมื่อหลินฮวาปฏิเสธการรินน้ำชาให้นางในเช้านี้ แม้จะอ้างว่าป่วยผู้เรียกร้องความใส่ใจจากหลงเย่วฉาน
"นางป่วยในวันสำคัญเช่นนี้..."ซีซวนเอ่ยขึ้นพลางมองหน้าผู้เป็นนายหญิงของตนเอง
"ลูกไม้ตื้นๆ เช่นนี้ปล่อยนางไปเถิด เพราะศึกนี้ยังอีกนาน" นางเอ่ยพลางเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดบุรุษเพราะวันนี้นางตั้งใจออกไปด้านนอกตำหนักเพื่อสืบเรื่องราวบางอย่างที่สำคัญกว่า สตรีที่ผ่านการทำสงครามมาแล้วเช่นนางไม่เคยเกรงกลัวต่อสิ่งใดแม้ว่าจะเจ็บช้ำมาจากรักแรกก็ตาม
ทางด้านตำหนักของอนุภรรยาอย่างหลินฮวาที่กำลังออดอ้อนท่านอ๋องรองแม้ว่าจะใช้มารยาร้อยล้มเกวียนเพียงใด แต่บุรุษที่ใจแข็งดั่งหินผามิเคยหวั่นไหวให้สตรีอื่นใดนอกจากหลินฮวาบุสัตว์เลี้ยงผาที่คงทนทุกฤดูกาล
"อาการเป็นเช่นไรบ้างหมอหลวง" เขาเอ่ยถาม
"ท่านอ๋องรอง เป็นเพราะชายารองพักผ่อนน้อยเกินไปเลือดลมจึงติดขัดดื่มยาที่ข้าให้ไว้ไม่กี่ชั่วยามอาการดีขึ้น" ชายสูงวัยกล่าวตอบ
"อืม ขอบใจท่านมาก" เขาเอ่ย
"ข้าน้อยขอตัว" ชายสูงวัยเดินจากไปเมื่อหน้าที่ของตนจบลง
"เจ้าพักผ่อนเถอะ เสร็จกิจแล้วข้าจะมาเยี่ยม" เขาเอ่ยขึ้นพลางลุกขึ้นยืนหมายจะเดินออกไปทว่าแขนนั้นกลับถูกนางคว้าไว้อย่างรวดเร็ว
"ท่านอ๋องรองจะมาเยี่ยมข้าจริงๆ ใช่ไหม?" นางเอ่ยถามขึ้นพลางแสร้งทำเป็นอ่อนแอ
"อืม เจ้าวางใจเถอะ" เขาตอบรับอย่างนุ่มนวล ในสายตาตนแล้วหลินฮวาคือน้องสาวคนหนึ่งเท่านั้น การทำหน้าที่อื่นแตกต่างออกไปสร้างความอึดอัดใจให้ตนไม่น้อยทว่าเพื่อรักษาชีวิตเหมยเซียนไว้ต่อให้ฝืนใจมากกว่านี้ตนก็ยอม
ในตลาดผู้คนต่างเดินพลุกพล่านไปมาทั่วท้องถนน เสียงควบอาชาดั่งขึ้นร่างบุรุษที่องอาจอย่างสง่าผ่าเผย แท้จริงแล้วเหมยเซียนการที่นางปลอมตัวเช่นเพื่อง่ายต่อการสืบสาวหาข้อเท็จจริงกับเรื่องเลวร้ายที่เกิดขึ้นกับตระกูลของตน ในใจนางเชื่อมั่นเสมอว่าการตายของท่านพ่อท่านแม่ของนั้นเป็นการวางเพลิงเพื่อปิดปาก เพราะเขาเคยพูดกับนางไว้ว่ามีสิ่งหนึ่งที่เอาผิดคนผู้หนึ่งไว้ได้เกี่ยวกับการหายตัวไปเหล่าสตรีในแคว้น ในช่วงเทศกาลโคมไฟมักพบว่ามีสตรีหายไปอย่างไร้ร่องรอยเสมือนว่าผู้อยู่เบื้องหลังเป็นผู้อำนาจพอๆ กับฮ่องเต้ในแคว้นต้าหมิงเท่ากับว่านางกำลังเล่นกับไฟเหมือนรนหาที่ตาย
"เหมยเซียนอยู่ที่ใด?" เสียงทุ้มเอ่ยขึ้น
"เรียนท่านอ๋องรอง หวางเฟยต้องการพักผ่อนจึงไปเที่ยวตลาดในตัวเมืองเจ้าค่ะ" ซีซวนตอบ
"ใยเจ้าจึงไม่ตามนางไป" ดวงตาเข้มมองนางกำนัลอย่างสงสัย
"หวางเฟยแจ้งว่าต้องการออกไปเพียงลำพัง ข้าน้อยมิกล้า" นางตอบ
"หากนางกลับมาแล้ว แจ้งนางด้วยว่าข้ามีกิจไปต่างถิ่นฝากนางดูแลหลินฮวาด้วย" เขาพูดแม้จะไม่พอใจที่ไม่ได้เห็นหน้าหวางเฟยแสนรักก่อนไปก็ตาม
ยามเหม่าของเช้าวันใหม่ได้มาเยือนอีกครั้งหลังพายุอันร้อนรุ่มที่ถาโถมเข้ามาตลอดทั้งคืนดับสลายลงในที่สุด ร่างสูงสง่านั่งมองใบหน้าอันงดงามดั่งดอกเหมยที่ผลิบาน ริมฝีปากยกสูงขึ้นอย่างพึงพอใจไม่น้อย ไม่คิดว่าสตรีผู้งดงามทั้งกายและใจเช่นนาง สตรีที่บุรุษทั่วหล้าต่างหลงใหลและหมายปองนาง ดันกลับกลายเป็นฮูหยินของตนราวกับห่วงความฝันที่ไม่อยากตื่นขึ้นมาเลยแม้สักเสี้ยววินาทีหนึ่ง เขาห่มผ้าผืนหนาให้นางด้วยความเอ็นดูไม่น้อย"แม้ใจเจ้าจะยังมิใช่ข้าในตอนนี้ แต่สักวันข้าจะเป็นเพียงบุรุษผู้เดียวที่เจ้าถวิลหา...เหมยเซียน" เขาพูดขึ้นเบาๆเขาก้มจุมพิษลงบนหน้าผากขาวอย่างนุ่มนวล สำหรับหลงเยว่ฉานแล้วนางคือโลกทั้งใบของตน ไม่ว่าจะเป็นอดีต ตอนนี้และอนาคต สตรีผู้เดียวที่ครอบครองดวงใจของเขาคือ นาง หลงเยว่ฉานสวมชุดคลุมสีดำสลับแดงปักลวดลายมังกรอย่างน่าเกรงขาม ก้าวเท้าออกจากจวนโดยที่หลี่เจิ่นและหลี่ซานรออยู่เพื่อออกไปว่าราชกิจพร้อมกัน"วันนี้ดูจวิ๋นอ๋องจะรื่นรมย์กว่าทุกวัน ว่าไหมหลี่เจิ่น?" ทหารคนสนิทมือขวาเอ่ยถามขึ้น"จะไม่ให้รื่นรมย์ได้อย่างไรกัน มีท่านแม่ทัพหญิงคอยปรนนิบัติรับใช้ข้างกายไม่ขาดสายตลอดทั้งคืน" ทหารคนสนิท
แสงสีทองลับขอบฟ้า วิหคน้อยใหญ่บินว่อนเพื่อกลับรัง ร่างบางก็เช่นกันผูกม้ากลับคืนคอกของมันพร้อมส่งสายตาคู่สวยกวาดมองไปรอบตัว ภาวนาว่าอย่าให้ผู้ใดพบเจอนางในสภาพเช่นนี้ หากเป็นเช่นนั้นนางนึกไม่ออกเลยว่า ตนจะเจอจุดจบเช่นไรโดยเฉพาะจากเขาผู้นั้น"วันนี้เหนื่อยเจ้าแล้ว" นางพูดขึ้นพลางลูบหน้าม้าตัวโปรดอย่างเอ็นดู ก่อนจะนำถุงผ้าที่ซ่อนไว้ในพรงหญ้าออกมาสวมใส่เป็นชุดสตรีเช่นเดิม พร้อมยิ้มมุมปากเล็กน้อย นางหยุดก้าวลงเมื่อถึงกำแพงของจวนอย่างไม่รอช้าปีนขึ้นไปอย่างว่องไวเพื่อมิให้ผู้ใดผ่านมาพบเจอนางเข้าตุ๊บ! "เอ๊ะ!" นางอุทานออกมาอยากตกใจดวงตาคู่สวยเบิกกว้างมองลงไปยังบุรุษผู้เบื้องล่างที่ปีนข้ามกำแพงจวนลงมาก่อนนางตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ เขาแหงนหน้ามองนางพลางยิ้มกว้างถึงตา วินาทีนั้นหัวใจแทบจะหยุดเต้นอย่างกับโดนวิญญาณหลอกหลอน อีกทั้งยังกลัวว่าความลับจะถูกเปิดเผย ทันใดนั้นร่างบางดันพลาดท่าเสียจนได้พลัดตกลงไปยังแผ่นอกกว้างของเขา"โชคดีเหลือเกิน..." น้ำเสียงนุ่มนวลทำเอาสตรีเช่นนางรีบลุกขึ้นนั่งในทันที"ท่านพี่!" นางมองค้อนอย่างเขินอาย"คืนนี้ข้าจะนอนกับเจ้าด้วยดีหรือไม่?" เขายิ้มมุมปากอย่างมีเลขนัย"เอ๊ะ
ร่างสูงพร้อมใบพัดคู่ใจนั่งลงจิบสุราเล็กน้อย เพื่อไม่ให้เสียงานเสียการเพราะฤทธิ์สุรา แม้ว่ากลิ่นและความหอมหวานจะล้ำเลิศกว่าสุรามากมายที่ตนเคยสัมผัส ภายในห้องที่ตกแต่งอย่างหรูหราเพื่อดึงดูดใจเขาไม่น้อย สมแล้วที่เป็นห้องรับรองแขกพิเศษของสตรีผู้งดงามอันดับหนึ่งของหอนางโลมแห่งนี้ "หรือจะเป็นนาง!" แววตาเรียบเฉยมองเงาสะท้อนผ่านโคมไฟ เป็นสตรีผู้นั้นที่ตนเฝ้ารอคอยก่อนที่ประตูถูกเปิดออกอย่างใจเย็น ร่างสูงโปร่งในชุดสีแดงสลับขาวย่างก้าวเข้ามาใบหน้าของนางปกปิดด้วยผ้าขาวบาง เหลือเพียงดวงตาเรียวดั่งอินทรีย์ที่จ้องมองมายังตน แม้ว่านางจะปกปิดริมฝีปากไว้ทว่าเจียวเจี้ยกับรู้สึกได้ทันทีว่านางพยายามซ่อนความลับบางอย่างเอาไว้ อีกทั้งยังซ่อนความงดงามอันแท้จริงเช่นเดียวกัน"ข้าน้อยซูเซียว น้อมรับท่านเจียวเจี้ย" นางก้มศีรษะเล็กน้อยอย่างถ่อมตน "..." ไม่มีการตอบรับจากเขาทว่าร่างสูงกลับเดินวนรอบกายนาง ดวงตาคมเพ่งพินิจตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง"ร่างบอบบางดั่งสตรีแต่สูงโปร่งไหล่กว้างดั่งบุรุษ ความสูงเทียบเท่าข้า มิน่า..." เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง"มิน่าอะไรหรือเจ้าค่ะ!" นางพูดขึ้นน้ำเสียงสงบดั่
กุบกับ! กุบกับ!"ย๊ะ! ย๊ะ!" เสียงเข้มดังขึ้นตลอดเส้นทาง ร่างสูงควบอาชาขาวดั่งไข่มุกแต่เพียงลำพังเพื่อเข้าไปดั่งจุดหมายที่ต้องโดยใช้เส้นทางที่น้อยนักจะมีผู้ใดกล้าย่างกายเข้าไป แววตาดุดันดั่งมัจจุราชบ่งบอกว่าสิ่งที่ตนกำลังเผชิญเป็นสิ่งน่าขุ่นเคืองใจยิ่งนักสำหรับเขา เสียงควบอาชาหยุดลงเมื่อเผชิญกับสิ่งที่สมควรแก่การดั้นด้นเดินทางมาด้วยตัวเอง"มีเพียงนี้หรือ!" เสียงเข้มเอ่ยขึ้น"ขอรับจวินอ๋อง" หนึ่งในกลุ่มชายชุดดำตอบกลับไปดูท่าทางแล้วคงเป็นหัวหน้าของกลุ่ม"พวกเจ้าไร้ความสามารถลงเช่นนี้ข้าไม่ต้องการ!"เขาเอ่ยขึ้นอย่างไม่พอใจ"ที่เหลือข้าน้อยจะนำมาให้ได้ขอรับ"เขาตอบพลางแสดงความเคารพต่อบุรุษเบื้องหน้าด้วยความภักดีไม่น้อย"ดี! อย่าให้ข้าต้องลงมือเอง" เขาตอบด้วยแววตาดุดันราวกับสัตว์ร้าย"ขอรับจวินอ๋อง" กลุ่มคนชุดดำรับคำด้วยความหวาดกลัวไม่น้อยเสมือนว่าหากเขาออกโรงเองคงไม่ดีกลับตนเองเป็นแน่"นำพวกนางไปซะ!" เขาเอ่ยขึ้นดวงตาคมเพ่งมองไปยังเหล่านับสิบที่เสื้อผ้าหน้าผมมอมแมม และสกปรกไปด้วยกลิ่นโคลนและคราบเลือด นั่นเพราะร่างกายของพวกนางเต็มไปด้วยบาดแผลจากการถูกทำร้ายเยี่ยงสัตว์ไม่ใช่มนุษย์ มือทั้งสองถ
ร่างบางลงจากอาชาสีน้ำตาล ดวงตาเรียวกวาดมองไปรอบๆ เพื่อสังเกตว่ามีผู้ใดติดตามตนเองหรือมีสิ่งใดผิดแปลกไปจากเดิมบ้างหรือไม่เพราะการพบปะใครผู้หนึ่งในครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก นางเดินเข้าไปในโรงเตี้ยมเล็กๆ แต่งแข็งแรงพอสร้างเป็นฐานลับ ที่หลบซ่อนหลังร้านน้ำชาขนาดใหญ่ของแคว้น มีการส่งสัญญาณลับ ที่นางเป็นกำหนดขึ้นให้ผู้เฝ้าประตูซึ่งมีเฉพาะพวกของนางเท่านั้นที่รู้กัน ประตูถูกเปิดออกร่างสูงใหญ่กำยำทว่าดวงตาบอดสนิทไปข้างหนึ่งก้มหัวให้นางอย่างเคารพ"เชิญท่านแม่ทัพ พวกเขาพร้อมแล้ว" เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นดวงแข็งกร้าวอย่างรู้ใจผู้เป็นนายหญิงของตน "ดี!!" นางเอ่ยขึ้นพร้อมจะก้าวเท้าไปยังห้องเบื้องหน้าที่ว่า บัดนี้เต็มไปด้วยชนกลุ่มหนึ่งนั่งล้อมโต๊ะใหญ่ซึ่งมีแผนที่ของแคว้นและสัญลักษณ์มากมายอยู่บนนั้นราวกับว่ากำลังวางแผนการใหญ่ในการเตรียมพร้อมเพื่อทำสงครามอีกครั้ง โดยมีสตรีผู้นี้เป็นผู้นำ"คารวะท่านแม่ทัพใหญ่" พวกเขาทั้งหกลุกขึ้นทำความเคารพด้วยความภักดี ทุกคนที่นี่ล้วนเป็นมือซ้ายมือขวาและทหารร่วมสงครามเคียงบ่าเคียงไหล่ของนาง พวกเขาเป็นยิ่งกว่าสหายเสียอีกของในสายตานางพวกเขาเป็นมากว่าพี่น้องร่วมสาบานเพราะฉะนั้นแล้
"ร้ายกาจนัก!! เหมยเซียน!!!" นางในชุดวิวาห์สีแดงกัดฟันกรอดด้วยความขุ่นเคืองใจดั่งไฟที่พร้อมเผาผลาญทุกสิ่งที่ตนเกลียดชังให้มลายหายไป จนหมดสิ้น นางกำมือจนเล็บจิก ดวงตากลมโตอันแดงก่ำเพ่งมองเบื้องหน้าอย่างไร้สติ ก่อนทำลายข้าวของจนกระจัดกระจายเต็มพื้นอย่างสตรีบ้าคลั่ง ในเมื่ออยากดีกลับนางนักบัดนี้นางควรลงเล่นเกมกับเหมยเซียนดูสักครั้ง "ใจเย็นๆ เถิดคุณหนู" นางกำนัลคนสนิทพยายามห้ามปรามแต่ไร้ประโยชน์เสมือนว่าตอนนี้นางไม่ใช่หลินฮวาผู้เดิมแล้ว"ข้าอยากจะฆ่านางให้ตายนัก!""หากคุณหนูทำเช่นนั้น ท่านอ๋องรอง คงไม่พอใจเป็นแน่""แล้วเจ้าจะให้ข้าอยู่ใต้เท้าเหมยหลินไปชั่วชีวิตหรือไร!!" นางพูดขึ้นก่อนจะลงจิบชาอุ่นๆ อย่างใจเย็นพลันก็คิดหาแผนการที่จะมัดใจท่านอ๋องรองให้ได้ ในที่สุดนางก็ยิ้มมุมปากเล็กน้อยก่อนจะลุกขึ้นไปนอนบนเตียงตามเดิม "วันนี้เข้าป่วยคงไปรินน้ำชาให้ผู้ใดไม่ได้แฮ่รกๆๆ" "เจ้าค่ะ" นางข้ารับใช้เผยยิ้มออกมาอย่างแสนรู้หลินฮวาเป็นบุตรสาวของท่านเสนาบดีฝ่ายขวานามว่า จิภักดีเสียง มีอำนาจไม่น้อยในราชสำนักทั้งยังมีบุตรชายคนโตเป็นถึงซื่อจือ ผดุงความยุติธรรม ไร้มลทิน ทำหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์และจงรักภ
หลินฮวานั่งเกี้ยวเจ้าสาวซึ่งทำด้วยไม้เก่าๆ ดูเรียบง่ายไร้ความหรูหราดั่งที่เคยวาดฝันเอาไว้ ช่างไม่สมเกียรตินางสักเท่าไหร่ ทว่าพยายามฝืนใจยอมรับในโชคชะตาเช่นนี้เพื่อความรักที่มีต่อหลงเยว่ฉาน ดวงใจนางนั้นประดุจกระบี่พร้อมทิ่มแทงทุกอย่างที่ขวางทางรักแม้ว่าจะเป็นสิ่งผิดก็ตาม เส้นทางมุ่งหน้าไปยังจวนท่านอ
สำนักงานว่าการแคว้นเหยียนเป่ย ข่าวลือว่าหวางเฟยคิดวางยาพิษฆ่าคุณหนูรองได้แพร่สะพัดไปทั่วแคว้น แม้ว่าท่านอ๋องรองพยายามปิดบังซ่อนเร้นไว้รัดกุมเพียงใด ทว่ากลับไม่อาจหนีพ้นเงาศัตรูที่หมายคิดร้ายต่อหวางเฟยไว้ได้
เทศกาลโคมไฟฉินหวยเกิดขึ้นได้เพราะราชวงศ์หมิงมีความเจริญถึงจุดสูงสุดของยุค ชาวบ้านต่างแห่กันมาชื่นชมบรรยากาศริมแม่น้ำฉินหวยเพราะมีการประดับประดาตกแต่งโคมไฟหลากหลายรูปแบบหลากหลายสีสันชวนให้น่าหลงใหลไปทั่วริมแม่น้ำ ส่วนกลางของแม่น้ำนั้นได้ปรากฏเรือไฟส่องแสงระยิบระยับสร้างความตื่นตาตื่นใจให้ชาวบ้านไม่เว
ช่วงเวลาสุขสงบได้สิ้นสุดลง เมื่อการมาเยือนของหยูเหยียนน้องสาวหลงเยว่ฉานที่ได้ตบแต่งกับเสิ่นหาวซวนเป็นฮูหยินของจวนสกุลเสิ่น นางมีหน้าตางดงามราวกับเพชรน้ำหนึ่งทว่านิสัยนั้นช่างดื้อรั้น เอาแต่ใจมาแต่เด็ก หากไม่พอใจผู้ใดแล้วจะตามกลั่นแกล้งคนผู้นั้นแทบไม่มีที่ให้ยืน ท่านอ๋องรองแสนจะหวงแหนหยูเยียนราวกับไ







