LOGINสำนักงานว่าการแคว้นเหยียนเป่ย
ข่าวลือว่าหวางเฟยคิดวางยาพิษฆ่าคุณหนูรองได้แพร่สะพัดไปทั่วแคว้น แม้ว่าท่านอ๋องรองพยายามปิดบังซ่อนเร้นไว้รัดกุมเพียงใด ทว่ากลับไม่อาจหนีพ้นเงาศัตรูที่หมายคิดร้ายต่อหวางเฟยไว้ได้
เมื่อเหล่าขุนนางทราบข่าวจึงร้องเรียนเพื่อคืนความเป็นธรรมให้คุณหนูรองหวังปลดตำแหน่งหวางเฟยของเหมยเซียนให้เป็นเพียงอนุภรรยาเท่านั้นหรือไม่เช่นนั้นก็ขับไล่ออกจากจวนท่านอ๋องรองไปเสีย เเกียรติหาวซวนย่อมรู้ดีอยู่แล้วว่าท่านอ๋องรองไม่อาจทำการเช่นนั้นได้ จึงคิดแผนยืนข้อเสนอให้เขาแก้ไขสถานการณ์ตรงหน้าไว้ แล้วค่อยปรึกษาหารือเพื่อหาวิธีแก้ปัญหากันต่อไป
"ท่านอ๋องรอง ข้าว่าท่านควรรับคุณหนูหลินฮวาเป็นอนุภรรยาเพื่อลดความขัดแย้งภายในจวนและราชสำนักลง ไม่มีผู้ใดเห็นดีเห็นงามที่ท่านอ๋องรองปล่อยหวางเฟยไปเช่นนี้"ซื่อจือเสินหาวซวนพูดขึ้น
"ข้าไม่ต้องการรับอนุภรรยาเข้าจวน เจ้าก็รู้ดี" น้ำเสียงอันหนักแน่นเอ่ยตอบ
"ข้าน้อยรู้ดี แต่เพื่อสยบข่าวลือที่ว่าท่านไร้คุณธรรมไม่อาจลงโทษหวางเฟยได้ เพราะลุ่มหลงสตรีผู้นี้จนโงหัวไม่ขึ้นย่อมไม่เป็นผลดีต่อตัวท่านอ๋องรอง ข้าน้อยคิดวิธีแก้ต่างไว้เอ่อ..."เขาอ้ำอึ้งไปชั่วขณะหนึ่ง
"ว่ามาเถอะ!"แววตาเข้มจ้องเขม็งอย่างไม่อาจละสายตาได้
"ท่านอ๋องรองได้โปรดรับคุณหนุหลินฮวาตบแต่งเป็นอนุภรรยาเถิด เพื่อเป็นการลงโทษหวางเฟยที่เห็นว่าสมควรแล้ว" เขานิ่งไปชั่วขณะหนึ่ง
"ข้าน้อยก็เห็นว่าสมควรตามที่ท่านซื่อจือ ท่านอ๋องรองโปรดพิจารณาด้วยเถิด" จินเสียงขุนนางชั้นสองฝ่ายขวาเอ่ยขึ้น
"พวกเจ้า!"
ร่างสูงยื่นตัวตรงอย่างขุ่นเคืองใจมือนั้นกำกระบี่คู่กายไว้แน่นอย่างคับแค้นหมายจะฆ่าพวกเหล่าขุนนางให้สิ้นซากไปเสียให้ได้ คิดจะดูหมิ่นเกียรติตนเองยังพอรับได้ ทว่าหมิ่นเกียรติหวางเฟยอันเป็นที่รักของตกมันน่าหนัก ทว่ากลับไม่อาจทำการสิ่งใดได้ดั่งใจหวังมันน่ารังเกียจมากกว่าเสียอีก
"ท่านอ๋องรองโปรดพิจารณาด้วยเถิด" เสียงดังก้องไปทั่วท้องพระโรงในสำนักงานว่าการ
"ข้าเห็นด้วย!!" ร่างบางระหงเดินอย่างสง่างามด้วยชุดสีแดงทรงพลังราวกับพญาอินทรี แววตาว่างเปล่าทว่าอ่านเกมออกเผยยิ้มมุมปาก ในโลกใบนี้ยังผู้ใดร้ายกาจไปกว่านาง ในเมื่อบีบคั้นให้นางต้องร้ายอย่างมีชั้นเชิงมีหรือจะพลาดโอกาสทองเพื่อเอาคืนให้สาสม
"เหมยเซียน" คนตัวสูงยืนนิ่งแววตาเปล่งประกายขึ้น
"คำนับหวางเฟย" เหล่าขุนนางทำความเคารพหวางเฟย
"ไม่ต้องมากพิธี" นางเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงและแววตาดุดัน
แม้ว่าทุกคนทำความเคารพเสมือนว่าจงรักภักดีต่อตน แต่แท้จริงหมายจะลอบกัดทำร้ายนางหลับหลังทั้งสิ้น เพราะล้วนต้องการให้บุตรสาวของตนเองเข้าวิวาห์กับท่านอ๋องรองเพื่อสนองอำนาจของตนเองทั้งสิ้น มีหรือที่ผู้มากประสบการณ์รู้กลยุทธ์ในสนามรบเช่นนางจะมองเกมการเมืองเช่นนี้ไม่ได้
'สตรีนางหนึ่งอยากครอบครองสามีข้า บุรุษกลุ่มหนึ่งหมายปองอำนาจของสามีข้า หึ น่าขันสิ้นดี'
"หวางเฟย..." น้ำเสียงสั่นๆ ของเสนาบดีจินเสียงเอ่ยขึ้น
"ข้ายินดีรับโทษตามที่พวกท่านเสนอมา มันย่อมดีกว่าการกรอกยาพิษเข้าปากให้สิ้นชีพ พวกท่านว่าจริงหรือไม่" ดวงตาคู่สวยอันว่างเปล่าเหลือบมองท่านอ๋องรองเล็กน้อย
"หวางเฟย!" เขาเอ่ยขึ้นด้วยความโกรธเคืองในความดื้อรั้นของนางไม่น้อย
"ท่านอ๋องรองไม่ต้องพูดสิ่งใดอีก ข้าทำความพิษอันใหญ่หลวงนัก ทว่ากลับได้รับความเมตตาจากพวกเหล่าขุนนางให้รับโทษสถานเบาเช่นนี้ นับว่าต่อโชคชะตาให้ข้าอีกไม่น้อย เช่นนั้นแล้วท่านอ๋องรองโปรดเข้าวิวาห์ รับตัวคุณหนูตระกูลเสินเป็นอนุภรรยาเถิด" น้ำเสียงอันนุ่มนวลแฝงไปด้วยความหนักแน่นทางใจราวกับพญาหงส์ที่ชูคอในเพลิงร้อนระอุทว่ามิอาจเผาผลาญตัวนางได้เลย
"เห็นด้วยๆ" เสียงดังฮือฮาลั่นในสำนักงานว่าการพร้อมรอยยิ้มอย่างปีติยินดี
"ถึงกระนั้นข้ามีข้อเสนอหนึ่งข้อ"
"เชิญหวางเฟยว่ามา" เสนาบดีจินเสียเอ่ยยิ้มแก้มปริ
" ณ เพลานี้แคว้นประสบความเดือดร้อน พืชผลล้วนแห้งแล้ง เหล่าราษฎรล้วนอดอยากปากแห้ง เมื่อไม่นานฮ่องเต้มีราชโองการให้ขุนนางทั้งหลายใช้ชีวิตอย่างพอเพียงเพื่อเห็นแก่เหล่าราษฎรที่กำลังทุกข์ได้ยาก ท่านทั้งหลายทราบดีหรือไม่?"
"ใช่ๆ" เหล่าขุนนางพยักหน้ารับพร้อมกัน
"เช่นนั้นแล้ว...เพื่อไม่ให้ขัดกับราชโองการของฮ่องเต้ การรับคุณหนูหลินฮวาเข้าจวนจึงไม่ต้องมาพิธีการใด ท่านอ๋องรองว่าเช่นไร?" นางเอ่ยถามขึ้น
"เจ้า!! ย่อมได้!"
น้ำเสียงเข้มเอ่ยขึ้นด้วยความรู้สึกร้อนดั่งเพลิงลุกโชนลุกเดินจากไปโดยไม่พินหลังแม้แต่จะกลับมามองนางสักนิด ทว่าการยอมรับข้อเสนอครั้งนี้ของนางมักมาพร้อมแผนร้ายเสมอ ในเมื่อหลินฮวาอยากเล่นเกมสงครามรักกับนางมากนัก เช่นนั้นแล้วก็ควรแสดงให้นางรู้ว่าตัวนางมาถึงจุดนี้ได้ไม่ใช่เพราะโชคชะตาฟ้าลิขิตเท่านั้น!
ทางด้านจวนเสนาบดีจินเสียงข้ารับใช้เดินกันอย่างขวักไขว่เพื่อจัดเตรียมสินสมรสไปพร้อมกับการส่งตัวคุณหนูหลินฮวาเข้าห้องหอในคืนนี้ นางนั่งยิ้มกรุ้มกริ่มหน้ากระจกบานใหญ่อย่างผู้ชนะ ถึงแม้ว่าจะแอบเสียดายอยู่ไม่น้อยที่ไม่มีการจัดพิธีวิวาห์ต้อนรับอันใหญ่โตอย่างที่เคยวาดหวังไว้ แต่อย่างน้อยตนก็ตกเป็นชายาท่านอ๋องรองทั้งกายและใจในอีกไม่กี่ชั่วยาม เพียงเท่านี้ก็สุขอุรายิ่งแล้ว
"ยินดีกับคุณหนูด้วยเจ้าค่ะ" นางรับใช้คนโปรดเอ่ยขึ้น
"หึ! ล้วนเป็นความดีความชอบของเจ้าทั้งสิ้น" นางยื่นถุงกำมะหยี่สีแดงให้นางรับใช้คนโปรดในนั้นมีเงินจำนวนมากพอที่จะซื้อที่ดินสักแปลงได้
"ขอบพระคุณเจ้าค่ะ คุณหนู เอ๊ะ!ไม่สิ ชายาท่านอ๋องรอง" น้ำเสียงหวานประจบเอ่ยอย่างเอาอกเอาใจ
"อิอิ เจ้าก็...หวางเฟยช่างโง่เขลายิ่งนัก ปล่อยเจ้ามาเท่ากับฆ่าตัวตายเพราะข้ายังมีงานให้เจ้าทำอีกมากมาย เพราะตำแหน่งหวางเฟยต้องเป็นของข้าหลินฮวาผู้นี้เท่านั้น! อิอิ ข้างดงามงามหรือไม่?" นางยืนขึ้นเผยให้เห็นชุดวิวาห์สีแดงสดประดับทองไปทั่วดั่งเทพธิดา
"งดงามที่สุดเจ้าค่ะ!"นางตอบเอาใจผู้เป็นนายอย่างสุขล้นไม่แพ้กัน
นางรับใช้รอดจากลงโทษมาได้เพราะหวางเฟยข้อร้องท่านอ๋องรองไว้ ทว่านางมิได้สำนึกในบุญคุณแต่อย่างใด เพราะในใจล้วนมีให้คุณหนูหลินฮวาแต่เพียงผู้เดียว โดยไม่รู้ตัวเลยว่าทั้งคู่กำลังหลงเข้าไปในกับดักของเหมยหลินที่รอเชือดพวกนางอย่างช้าๆ ให้ตายทั้งเป็น เพื่อให้สาสมในการคิดจะเข้ามาหมายจะเป็นศัตรูกับท่านแม่ทัพหญิงผู้องอาจกล้าหาญยิ่งกว่าบุรุษเช่นนาง
สำนักงานว่าการแคว้นเหยียนเป่ย ข่าวลือว่าหวางเฟยคิดวางยาพิษฆ่าคุณหนูรองได้แพร่สะพัดไปทั่วแคว้น แม้ว่าท่านอ๋องรองพยายามปิดบังซ่อนเร้นไว้รัดกุมเพียงใด ทว่ากลับไม่อาจหนีพ้นเงาศัตรูที่หมายคิดร้ายต่อหวางเฟยไว้ได้ เมื่อเหล่าขุนนางทราบข่าวจึงร้องเรียนเพื่อคืนความเป็นธรรมให้คุณหนูรองหวังปลดตำแหน่งหวางเฟยของเหมยเซียนให้เป็นเพียงอนุภรรยาเท่านั้นหรือไม่เช่นนั้นก็ขับไล่ออกจากจวนท่านอ๋องรองไปเสีย เเกียรติหาวซวนย่อมรู้ดีอยู่แล้วว่าท่านอ๋องรองไม่อาจทำการเช่นนั้นได้ จึงคิดแผนยืนข้อเสนอให้เขาแก้ไขสถานการณ์ตรงหน้าไว้ แล้วค่อยปรึกษาหารือเพื่อหาวิธีแก้ปัญหากันต่อไป "ท่านอ๋องรอง ข้าว่าท่านควรรับคุณหนูหลินฮวาเป็นอนุภรรยาเพื่อลดความขัดแย้งภายในจวนและราชสำนักลง ไม่มีผู้ใดเห็นดีเห็นงามที่ท่านอ๋องรองปล่อยหวางเฟยไปเช่นนี้"ซื่อจือเสินหาวซวนพูดขึ้น "ข้าไม่ต้องการรับอนุภรรยาเข้าจวน เจ้าก็รู้ดี" น้ำเสียงอันหนักแน่นเอ่ยตอบ "ข้าน้อยรู้ดี แต่เพื่อสยบข่าวลือที่ว่าท่านไร้คุณธรรมไม่อาจลงโทษหวางเฟยได้ เพราะลุ่มหลงสตรีผู
เทศกาลโคมไฟฉินหวยเกิดขึ้นได้เพราะราชวงศ์หมิงมีความเจริญถึงจุดสูงสุดของยุค ชาวบ้านต่างแห่กันมาชื่นชมบรรยากาศริมแม่น้ำฉินหวยเพราะมีการประดับประดาตกแต่งโคมไฟหลากหลายรูปแบบหลากหลายสีสันชวนให้น่าหลงใหลไปทั่วริมแม่น้ำ ส่วนกลางของแม่น้ำนั้นได้ปรากฏเรือไฟส่องแสงระยิบระยับสร้างความตื่นตาตื่นใจให้ชาวบ้านไม่เว้นแม้แต่เหมยเซียน แม้มือข้างหนึ่งของนางจะถือโคมไฟรูปทรงกระต่ายไว้แต่ทว่าดวงตาที่ทอประกายนั้นไม่อาจละสายตาจากความงดงามในยามราตรีนี้ได้ ยามนี้นางเผยยิ้มกว้างอย่างลืมตัว นานเพียงใดแล้วที่ไม่เคยได้สัมผัสความสุขสมเช่นนี้ "เหมยเซียนเจ้ารออยู่ที่นี่ ข้าจะไปนำขนมกุ้ยฮวาของโปรดเจ้ามาให้เจ้ากิน" ท่านอ๋องรองเอ่ยขึ้นเมื่อดวงตาสะดุดเข้ากับร้านขนมกุ้ยฮวาที่หวางเฟยชื่นชอบมากเพราะทุกครั้งที่เขามาเยี่ยมท่านแม่ทัพหยางเฟยหลงก็มักนำขนมกุ้ยฮวาติดไม้ติดมือมาด้วยเสมอ"อืมเช่นนั้นข้าจะรอท่านพี่อยู่ตรงนี้จนกว่าท่านจะกลับมาดีหรือไม่?" "ดี เดี๋ยวข้ามา" ท่านอ๋องรองเผยยิ้มละมุนให้ผู้เป็นภรรยาก่อนจะเดินจากไป นานเท่าไหร่แล้วที่ภรรยาของตนไม่ได้ผ่อนคลายเช่นนี้ เมื่อครั้นแต่งเข้าจวนเซินอู๋หลัวก็เป็นเพียงนกน้อยในกรงขังไร้ซึ
ช่วงเวลาสุขสงบได้สิ้นสุดลง เมื่อการมาเยือนของหยูเหยียนน้องสาวหลงเยว่ฉานที่ได้ตบแต่งกับเสิ่นหาวซวนเป็นฮูหยินของจวนสกุลเสิ่น นางมีหน้าตางดงามราวกับเพชรน้ำหนึ่งทว่านิสัยนั้นช่างดื้อรั้น เอาแต่ใจมาแต่เด็ก หากไม่พอใจผู้ใดแล้วจะตามกลั่นแกล้งคนผู้นั้นแทบไม่มีที่ให้ยืน ท่านอ๋องรองแสนจะหวงแหนหยูเยียนราวกับไข่ในหิน ครั้นเมื่อบิดามารดาสิ้นใจลงหยูเหยียนมักเก็บตัวร้องไห้ ไม่กล้าเผชิญโลกภายนอก มีเพียงหลงเยว่ฉานเป็นพี่ชายคนเดียวที่คอยโอบกอดนางไว้ในยามสิ้นหวังบัดนี้ดันมีสตรีม่ายไม่รู้ว่าใช้เล่ห์กลอุบายใดถึงแต่งเข้าจวนได้อย่างง่ายดาย แม้นางจะคัดค้านเพียงใดทว่าหลงเยว่ฉายก็ไม่สนใจ เป็นครั้งแรกที่เขาสู้หัวชนฝากับนางเช่นนี้ "นานเท่าไหร่แล้ว ที่ข้าไม่ได้ยืนมองดอกเหมยฮวาต้นนี้" ร่างเล็กเด่นสง่างามใต้ต้นดอกเหมยฮวาสีชมพู หวนคิดถึงวันวานที่นางและหลงเยว่ฉานเล่นกันอย่างสนุกสนานจนลืมเดือนลืมตะวัน "หากไม่เทศกาลโคมไฟ เกรงว่าฮูหยินคงไม่อาจยืนอยู่ที่นี่ได้" นางข้ารับใช้คนสนิทแหงนมองต้นเหมยฮวา ตามผู้เป็นนายหญิงของตน"แม้จะงดงามเพียงใด หากถูกกักขังไว้แต่ในจวนก็ไร้ประโยชน์ เจ้าว่าหรือไม่!" หยูเหยียนพินหลังไปมองที่มาข
คิมหันตฤดูเข้ามาเยือนพืชผลขาดน้ำ ประชากรอดอยากถึงกระนั้นงานเลี้ยงฉลองในจวนได้เริ่มขึ้นท่ามกลางความทุกข์ระทมของชาวบ้าน ทว่าจักรพรรดิไป่เซ่อได้มีการสร้างอุโมงค์ใต้ดินสำหรับเก็บแผ่นน้ำแข็งเพื่อถนอมอาหารในคิมหันตฤดูนี้ ข้าปลีกตัวออกมาหลังจวนซึ่งเป็นศาลาริมสระบัวสถานที่โปรดในยามผ่อนคลายลมพัดโชยอ่อนๆ ดวงตากลมโตเพ่งมองเงาสะท้อนของตนเองพลางหวนย้อนนึกคำพูดของจวินอ๋อง สายตาคมกริบจับจ้องข้าไม่เคยละไปทางอื่น และคําที่เขาพูดอันหนักแน่นชัดเจนทุกถ้อยคํา เมื่อสิ้นสุดราชโองการสมรสพระราชทานจากฮ่องเต้ “ต่อจากนี้จะไม่มีใครทําร้ายเจ้าได้อีกเป็นหวางเฟยของข้าเถอะ ตําแหน่งนี้ข้ารักษาไว้ให้เจ้าเพียงคนเดียว” แววตาจริงจังของเขาทำให้ข้าหวั่นไหวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ห้าปีที่ผ่านมานี้ข้าเอาแต่ปิดกั้นตนเองยังคงหวนนึกถึงเซินอู๋หล้วผู้เลวทราม เป็นสตรีที่เก่งในการสู้รบ แต่กลับตกม้าตายเพียงเพราะบุรุษเพียงผู้เดียว ทว่าแววตาเขาวันนี้กลับเปลี่ยนไปทันทีที่ท่านอ๋องรองเอ่ยวาจานั้นออกมา แววตาสิ้นหวังที่ข้าเฝ้ารอมาเนิ่นนานว่าจะได้เห็นมันจากเขา และบัดนี้ก็สมใจแล้ว "เจ้าอยู่ที่นี่เอง"เสียงนุ่มนวลของเขาทำให้นางตื่นจากภวังค์"ท่
หิมะตกหนักจนทุกอย่างปกคลุมด้วยสีขาวโพลน แม้อากาศจะหนาวเหน็บเพียงใดก็ไม่เท่าใจดวงนี้ที่หนาวสะท้านจนเกินความเจ็บปวด อยากเห็นใบหน้านางผู้นั้นเหลือเกินว่างดงามขนาดทำให้เขาผู้นั้นกล้ายื่นใบหย่าให้นางเช่นนี้ แม้ในใจลึกๆ ยังคงหวังว่าเขาจะสำนึกได้ กลับมาขออภัยเพียงเท่านี้ตนก็พร้อมจะยกโทษให้เขา ทว่าผ่านมาสองชั่วยามก็ไร้แม้เงา เหมยเซียนรู้ตัวดีว่าความคิดเช่นนี้มันโง่เขลาสิ้นดี แต่เพียงหวังว่าจะขอรักบุรุษผู้นี้ให้สุดใจ ย่อมรู้ตัวดีว่าเมื่อถูกทำร้ายใจจนเกินขอบเขตของความรัก นางจะจากลาแต่โดยดี"ฮูหยินเข้าจวนเถอะเจ้าคะ รอท่านอ๋องรองมาสองชั่วยาม หากเป็นเช่นนี้ต่อไปเกรงว่า"ปิ่งปิ่ง ข้ารับใช้คนสนิทดูจะหวาดหวั่นใจกลัวนายที่ตนรักจะล้มป่วย"เจ้าไม่ต้องกังวลใจไป ข้าเป็นถึงบุตรสาวท่านแม่ทัพ ไม่ล้มป่วยง่ายๆ หรอก จริงสิ! หากข้าล้มป่วยไปจริงๆ เจ้าว่าสามีข้าเป็นกังวลเช่นเจ้าไหม?" น้ำเสียงแผ่วเบาเอ่ยขึ้นเหมือนจะรู้คำตอบ ดวงตาคู่สวยที่เคยเปล่งประกายบัดนี้กับว่างเปล่าเหม่อเลยมองออกไปนอกกำแพงจวน "ฮูหยิน" ปิ่งปิ่งอยากจะปลอบใจนางทว่ากลับนิ่งไป"เวลานี้ท่านพ่อท่านแม่จะเป็นเช่นไรบ้าง" เหมยเซียนรู้สึกใจคอไม่ดีมาหล
จวนโหวจื้อหยวน งานมงคลสมรสอันรื่นเริงได้ก่อเกิดขึ้นโดยพันธสัญญาของมิตรสหายที่นำทัพจับศึกสู้รบกับชาวมองโกลอย่างเคียงบ่าเคียงไหล่มาด้วยกันยาวนานนับปี แม้สงครามระหว่างต้าหมิงและมองโกลยังไม่มีท่าทีว่าจะหยุดติลง เพราะต้าหมิงไม่อาจเป็นเมืองขึ้นของมองโกลอีกต่อไป จึงเปิดศึกนำเอกราชมาสู่แผ่นดินอีกครั้งหยางเหมยเซียนบุตรสาวคนเล็กของท่านแม่ทัพหยางเฟยหลงและฮูหยินเมิ่งเหยา สตรีผู้งดงามดั่งนางฟ้าดอกเหมยสมชื่อ ทว่านางกับชอบการต่อสู้ ยิงธนู และควบม้า กล้าหาญราวกับบุรุษ ในสายตานางจึงไม่มีบุรุษใดคู่ควรวิวาห์กับนาง เว้นเพียงเซินอู๋หลัวบุตรชายคนเดียวของท่านจื้อหยวน ผู้ที่นางตกหลุมรักตั้งแต่แรกเจอเพียงเพราะเขาได้ช่วยชีวิตสุนัขตัวน้อย แววตาอันอ่อนโยน และใบหน้าขาวดุจดั่งดวงอาทิตย์ที่ทอแสงสว่างไปทั่วหล้า ตกใจนางเข้าเต็มๆ งานวิวาห์ครั้งนี้แม้จะรู้ว่าเขาไม่ได้เต็มใจ ถึงกระนั้นนางเชื่อมั่นในตนเองว่าเปลี่ยนเขาให้หันมาหลงรักนางเข้าสักวัน งานวิวาห์จัดขึ้นไม่หวือหวาแต่มีสีสัน เสียงหัวเราะคึกคักในงานทำให้เจ้าสาวผู้สวมเครื่องประดับศีรษะและเสื้อคลุมสีแดงปักลายสวยงามนั่งรอบนเตียงในห้องหอ ใบหน้านวลภายใต้ผ้าคลุมที่แดงเผ







