Masukตอนที่ 36 นั่นคือน้องสาวข้า
ฟุบ
"เจ้าจะมาแบบดี ๆ สักคราได้หรือไม่?" ผู้เป็นฮ่องเต้เอ่ยขึ้นโดยไม่หันไปมองผู้มาใหม่
"ทุกการมาของข้าต้องไม่เหมือนใครสิ ข้าประหลาดใจยิ่งนัก ท่านเป็นบุรุษอยู่หรือไม่? ฮองเฮาทั้งงดงามราวเทพเซียนเช่นนี้ แต่ดูท่านสิเหตุใดจึงทำตัวราวนักบวชเลยเล่า?"อ้ายเสิน บุรุษผู้มาใหม่เอ่ยขึ้นก่อนจะทำท่าทางวาดมือเป็นรูปร่างเพื่อให้ฮ่องเต้หนุ่มเห็นภาพ
"นางไม่เหมาะสมกับตำแหน่งนี้เลย และข้าก็เบื่อนางแต่ไม่รู้จะทำเช่นไรเท่านั้น " ผู้เป็นฮ่องเต้เอ่ยขึ้น...ก่อนจะวางตำราบางอย่างในมือลง
"ท่านเบื่อนาง!?" อ้ายเสิน เอ่ยถามขึ้นก่อนจะเบิกตากว้าง เขาไม่เข้าใจถึงสาเหตุที่อีกฝ่ายเบื่อหลิวซีจิน สตรีผู้นั้นแม้จะนิสัยเสียไปบ้างแต่ทว่าเขาปฏิเสธไม่ได้เลยว่าอีกฝ่ายงดงามมากจริง ๆ
"ข้าเบื่อเจ้าด้วย" ชุนหลุนซีเอ่ยขึ้นก่อนจะกลอกตาใส่เล็กน้อยกับอ้ายเสินที่เขาคบหาเป็นสหายมานานตั้งแต่สมัยฝึกวรยุทธ์
"เอ้! ท่านเบื่อข้าไม่ได้นะฝ่าบาท... หากท่านขาดอ้ายเสินผู้เก่งกาจเคียงข้างไปกับท่าน...จะต้องเสียใจมากเป็นแน่" อ้ายเสินเอ่ยขึ้นก่อนจะนั่งลงเก้าอี้นั่งที่ฮองเฮาเพิ่งจากไปเมื่อครู่
"เรื่องนั้น เจ้าได้ความว่าอย่างไร?" ชุนหลุนซีเปลี่ยนเรื่องสนทนาทันทีก่อนจะวางตำราในมือลง
"ข้าว่าซ่งเอวี่ยเป็นแพะรับบาปอย่างที่ท่านคิด คนภายในเป็นแน่.... ข้าว่าท่านคงเดาได้ไม่ยาก ว่าจะเป็นผู้ใด เพียงแค่ต้องหาหลักฐานเท่านั้น ข้าพบสิ่งนี้ข้างศพกองกำลังที่ไปตามจับ ซ่งเอวี่ย ข้าไม่เชื่อหรอกว่าคนผู้นี้จะลงมือทำคนเดียว " อ้ายเสินเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังก่อนจะยื่นกระดาษม้วนหนึ่งให้เขา
ชุนหลุนซีรับม้วนกระดาษนั้นมา ก็พบลายมือที่ไม่คุ้นเคยแต่ทว่า...เนื้อกระดาษและสีของหมึกที่ไม่เหมือนผู้ใดนี้...เดาได้ไม่ยาก...แต่ต้องมีหลักฐานมากพอ
"การดึงผู้มีอำนาจในแคว้นหนิงหลงไปเป็นพวกทีละคน...เป็นวิธีหมาลอบกัดอย่างเห็นได้ชัด" อ้ายเสินสรุปขึ้น ชุนหลุนซี
กำหมัดแน่นเพื่อระงับโทสะ...."ตอนนี้ข้ากังวลเรื่องการระบาดที่ไม่จบสิ้น น่าเสียดายที่เรื่องการแพทย์ของเราด้อยนักไม่อาจรับมือกับโรคระบาดได้แน่" ชุนหลุนซีเอ่ยขึ้นก่อนจะลุกจากที่นั่งพลางเดินวนไปมาภายในศาลาริมน้ำนั้น
"ข้ามีวิธี " อ้ายเสินออกความเห็น
"วิธีอย่างไร" ฮ่องเต้หนุ่มถามขึ้นก่อนจะขมวดคิ้วเล็กน้อย
"ท่านรู้จักสำนักวรยุทธ์ที่ติดกับสำนักแพทย์ อยู่ระหว่างเขตแดนรอยต่อแคว้นหนิงหลงกับแคว้นเฉิงหรือไม่? ข้ารู้จักหมอผู้หนึ่ง.... มิสู้ท่านส่งคนไปเรียนที่นั่น" อ้ายเสินออกความเห็น
"โรคระบาดเกิดขึ้นแล้ว ส่งไปเรียนตอนนี้จะทันได้อย่างไร?" ชุนหลุนซีเอ่ยขึ้น
" แต่ก็ดีกว่าไม่เริ่มเลยมิใช่หรือ?" อ้ายเสินเอ่ย
ในขณะที่ทั้งคู่กำลังสนทนากันยังไม่จบนั่นเอง....เสียงหนึ่งก็ตะโกนขึ้น
"เสด็จพี่! ข้าคัดจบแล้วเพคะ" ชุนหมี่เยว่ วิ่งมาพร้อมกับกางม้วนกระดาษออกผู้เป็นฮ่องเต้เมื่อได้ฟังเช่นนั้นก็ประหลาดใจ
"ข้าให้คัด 'หลักสี่คุณธรรม สามคล้อยตาม' เหตุใดจึงเร็วนักเล่า? " ชุนหลุนซีเอ่ยขึ้นก่อนจะรับม้วนกระดาษนั้นมาดูในขณะมุ่นคิ้วอย่างสงสัย
‘สี่คุณธรรม สามคล้อยตาม
สี่คุณธรรม สามคล้อยตาม
สี่คุณธรรม สามคล้อยตาม
สี่คุณธรรม สามคล้อยตาม
.
.
สี่คุณธรรม สามคล้อยตาม
ชุนหลุนซีที่มองดูประโยคที่เขาสั่งให้อีกฝ่ายคัดหนึ่งร้อยจบ อ้ายเสินที่มองดูกระดาษแผ่นนั้นก็ต้องกลั้นขำ
“ท่านขำอะไร?!” ชุนหมี่เยว่หันขวับมามองอ้ายเสินทันที นางเกลียดบุรุษผู้นี้ยิ่งนักชอบหัวเราะเยาะนางในแทบ
ทุกเรื่อง“ท่านหญิง…. หากฝ่าบาทไม่บอกว่าให้คัดอะไรข้าคงดูไม่ออกว่าอักษรนี้ อ่านว่าอะไร” อ้ายเสินเอ่ยขึ้นในขณะมองดูกระดาษแผ่นนั้นที่เต็มไปด้วยตัวหนังสือที่แทบมองไม่ออกว่าคืออะไรจริง ๆ
“ท่าน!” ชุนหมี่เยว่ร้องขึ้นก่อนจะใช้สายตาฟาดฟัน
อีกฝ่าย“หมี่เยว่ ท่องให้ข้าฟังว่าสี่คุณธรรมสามคล้อยตามมีอะไรบ้าง” ชุนหลุนซีเอ่ยตัดบทก่อนจะวางม้วนกระดาษลง
"สี่คุณธรรม ข้อหนึ่ง ต้องมีคุณธรรมดี ข้อสองมีมธุรสวาจา พูดจาอ่อนน้อม ข้อสาม รูปร่างหน้าตาสะอาดสะอ้าน
ข้อสี่ การบ้านการเรือนไม่ขาด ส่วน สามคล้อยตาม ข้อหนึ่ง หญิงสาวที่ยังไม่ออกเรือนต้องเชื่อฟังบิดา ข้อสอง หญิงสาวที่ออกเรือนแล้วต้องเชื่อฟังสามี ข้อสาม หญิงสาวที่สามีตายต้องเชื่อฟังบุตร" ชุนหมี่เยว่ ท่องยาวออกมาจนจบภายในคราวเดียว"ท่องได้ แต่เหตุใดจึงคัดแค่หัวข้อ" ชุนหลุนซีเอ่ยขึ้นเสียงลอดไรฟัน ก่อนจะหรี่ตาลงเล็กน้อยแล้วจึงมองที่แผ่นกระดาษนั้นอย่างใจเย็น
"เอย.... เสด็จพี่ท่านอย่าใจร้ายกับข้าเลย สัญญาแล้วต่อจากนี้ข้าจะไม่หาเรื่องจับคู่และยุ่งกับเรื่องฮองเฮาอีก" ชุนหมี่เยว่เอ่ยก่อนจะคุกเข่าขอร้อง
ชุนหลุนซีที่ได้ฟังการรับปากเช่นนั้นจึงถอนหายใจออกมาครั้งหนึ่ง
“เช่นนั้นก็ไปนั่งสมาธิหนึ่งชั่วยามที่ห้องฝึกกำลังภายใน...” ผู้เป็นฮ่องเต้เอ่ยขึ้น ด้านชุนหมี่เยว่ที่ได้ฟังเช่นนั้นก็เบิกตากว้าง...ไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่งจริง ๆ... แต่ทว่าการนั่งสมาธิย่อมดีกว่าการคัดอักษรเป็นแน่นางจึงตอบตกลงอย่างว่าง่าย
“เพคะ!” ชุนหมี่เยว่เอ่ยขึ้นก่อนจะทำความเคารพผู้เป็นพี่ชาย นางไม่ลืมที่จะหันมามองค้อนใส่อ้ายเสินเล็กน้อยอย่างชิงชังก่อนจะวิ่งจากไป
“ท่านเห็นสายตานั่นไหม? นี่นางเป็นสตรีอยู่หรือไม่?” อ้ายเสินเอ่ยขึ้น...
"ที่เจ้าพูดถึงนั่นน่ะคือน้องสาวข้านะ" ชุนหลุนซีเอ่ยขึ้นก่อนจะหรี่ตาลงเล็กน้อย
"เฮ้ ท่านอย่าจริงจังนักสิ...ฝ่าบาท ข้าล้อเล่นน่า" อ้ายเสินเอ่ยขึ้นก่อนจะหัวเราะกลบเกลื่อน
"แล้วท่านจะทำอย่างไรต่อไป?" อ้ายเสินเปลี่ยนหัวข้อสนทนา
"ข้ากับพี่ใหญ่คุยกันแล้วว่าจะไปซุ่มดูการทำงานของผู้ปกครองตอนเหนือของแคว้นหนิงหลง ทางใต้ข้าสืบแล้วไม่มี
สิ่งผิดปกติ" ชุนหลุนซีเอ่ยขึ้นคิ้วขมวดเล็กน้อย"เช่นนั้น ข้าจะไปกับท่าน" อ้ายเสินเอ่ยอย่างจริงจัง
"ไม่ได้...ข้าอยากให้เจ้าตรวจดูความเรียบร้อยที่นี่มากกว่า หากคนในที่นี่เป็นไส้ศึก ไม่แน่ว่ามันอาจจะลงมือตอนที่ข้ากับพี่ใหญ่ไม่อยู่ หากเป็นเช่นนั้นจริงเจ้ารีบส่งข่าวบอกข้า"ชุนหลุนซีเอ่ยขึ้น
"ท่านจะใช้แผนล่อเหยื่อให้ติดกับ..." อ้ายเสินเอ่ยขึ้นอย่างรู้ทัน
อ้ายเสินอยู่ปรึกษาวางแผนกับชุนหลุนซีจนถึงยามอุ้ย(13:00-14:59)แล้วจึงขอตัวกลับไป
ตอนที่ 42 ข้าคือฮองเฮายามอิ๋น(03:00-04:59)...หลิวซีจินลืมตาขึ้นก็พบเพดานห้องที่หรูหรา นางยกแขนและมือขึ้น อาภรณ์ที่นางสวม ล้วนไม่ใช่อาภรณ์ของนางเหตุการณ์ก่อนหน้ามิใช่ความฝัน...นางมาอยู่ในร่างหลิวซีจินฮองเฮาจริงๆ หญิงสาวคิดก่อนลุกเดิน สำรวจรอบห้อง....นางเดินเข้าไปใกล้คันฉ่องอย่างช้าๆ หญิงสาวมองดูคันฉ่องที่ปรากฏใบหน้างามหยดย้อยของฮองเฮาหลิวซีจิน...เวลานี้นางไม่ใช่หลิวซีจินหมอหญิงคนเดิม.....นี่นาง...เกิดใหม่ในร่างคนตายเช่นนั้นหรือ?หรือสวรรค์จะให้โอกาสนางได้ทำสิ่งที่ตั้งใจไว้...หลิวซีจินคิดในขณะที่ใช้มือจับที่ใบหน้างามที่ไม่ใช่ของตนเองก่อนจะมองในคันฉ่องหรูหราก่อนสลบไป...นางได้เห็นความทรงจำของหลิวซีจินฮองเฮาที่ผุดขึ้นมาหลิวซีจินฮองเฮาผู้นี้เป็นบุตรสาวคนเดียวของเสนาบดีฝ่ายขวาที่มีนามว่าหลิวโซว่ เพราะหลิวโซว่เคยรับคมดาบให้ชุนหลุนซีผู้เป็นฮ่องเต้ในเวลานี้ เพื่อตอบแทนความดีของเสนาบดีหลิวโซว่ ประจวบกับความดีเรื่องการช่วยฮ่องเต้องค์ก่อนทำงานเพื่อบ้านเมืองมาโดยตลอดหลิวซีจินซึ่งเป็นบุตรสาวจึงถูกยกให้แต่งกับชุนหลุนซีในเวลาต่อมา....ในตอนนั้นหลิวซีจินอายุเพียงสิบหกหนาวเท่านั้นก็ถูกแต่งเข้าตำ
ตอนที่ 41 การฟื้นคืนชีพ"สวรรค์! เหตุใดท่านไม่ให้ข้าช่วยพวกเขาก่อน! ไยต้องให้ข้าตายก่อนจะมาช่วยคนพวกนี้ด้วย! ใจร้ายเกินไปแล้ว!"สิ้นเสียงของนาง...ทันใดนั้นเอง... ก็มีเสียงฟ้าผ่าตรงหน้าหลิวซีจินครั้งหนึ่ง เปรี้ยง!พรึ่บ!หลิวซีจินมองสายฟ้านั้นนางรู้สึกราวกับร่างโปร่งแสงนี้ถูกบางอย่างดึงดูดไปอีกครั้ง....ก่อนสติทุกอย่างจะดับวูบไป....ณ ตำหนักฮองเฮาแคว้นหนิงหลง....หลังจากที่หลิวซีจินฮองเฮาหมดลมหายใจวันนี้นับเป็นวันที่สามแล้ว..... แต่ทว่า...ร่างกายฮองเฮานั้นยังคงอุ่นคล้ายคนมีชีวิตอยู่ สร้างความประหลาดใจให้หมอหลวงและทุกคนเป็นอย่างมาก“วันนี้ฮองเฮาหมดลมครบสามวันแล้ว ฝ่าบาทบอกไว้ว่าหากนางไม่ฟื้นภายในสามวันให้จัดการนางตามพิธีขอรับ” หมอหลวงและผู้ที่รับหน้าที่ประกอบพิธีศพเอ่ยขึ้นกับเสนาบดีหลิวโซว่ผู้เป็นบิดาด้านเสนาบดีหลิวโซว่ที่ได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกทำใจไม่ได้ที่ต้องเห็นบุตรสาวมาตายจากไปโดยไร้สาเหตุเช่นนี้..เขาไม่เชื่อว่านางจะเป็นลมหมดสติและตายไปเสียดื้อ ๆ....แม้นางจะร้ายกาจแต่นางก็คือบุตรสาวคนเดียวของเขา......หลิวซีจิน…'เจ้าจะต้องไม่ตายเปล่า พ่อจะหาความยุติธรรมให้เจ้า....' เสนาบดีหลิวโซ
ตอนที่ 40 ไร้ผลพรึ่บ!ผลั่ก!"ฝ่าบาท! เหตุใด! เหตุใดมนต์ของข้าถึงทำอะไรท่านไม่ได้!" หลิวซีจินเอ่ยขึ้นทั้งน้ำตาเมื่อเห็นว่านอกจากสิ่งที่นางทำจะไม่ได้ผลแล้วอีกฝ่ายยังชักกระบี่ใส่ตนอีก"เพราะเจ้ามันโง่เขลาอย่างไรเล่า น่าเสียดายยิ่งนักเสนาบดีหลิวโซว่ไม่ควรมีบุตรีเช่นเจ้า" ชุนหลุนซีเอ่ยขึ้นในขณะที่สาวเท้าเข้ามาหาหลิวซีจินฮองเฮาที่ก้าวถอยหลังทันใดนั้นเองจู่ ๆ ก็มีแสงสีเขียวประหลาดออกมาจากป้ายแคว้นหนิงหลงที่ผู้เป็นฮ่องเต้แขวนอยู่ก่อนจะพุ่งไปยังร่างของผู้เป็นฮองเฮาในเวลานี้"เจ้าตายเสียเถิดหลิวซีจิน!" ชุนหลุนซีเอ่ยขึ้นก่อนจะจ้วงกระบี่ใส่ผู้เป็นฮองเฮาแต่ทว่า...ปลายคมกระบี่ยังไม่ถึงตัวนาง จู่ ๆ ร่างบางของผู้เป็นฮองเฮาก็ล้มลงไปกองกับพื้นเสียอย่างนั้น...กรี๊ด!ตุบ!ด้านหลิวซีจินที่เป็นร่างโปร่งแสงที่ยืนมองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างงุนงง....ด้านชุนหลุนซีที่บัดนี้เพิ่งสังเกตว่าคล้ายกับว่าป้ายหนิงหลงที่เขาแขวนอยู่เป็นประจำนั้น มีแสงสีเขียวกระจายพุ่งไปยังร่างของฮองเฮาที่หมดสติอยู่....นี่มันเรื่องใดกัน?เขาสะบัดศีรษะเล็กน้อยเพื่อเรียกสติก่อนจะหันไปตะโกนไปยังทิศทางประตู"ใครอยู่ด้านนอก! มาดูแลฮองเฮา
ตอนที่ 39จิตสุดท้าย...พรึ่บ! คล้ายกับความฝันหลิวซีจินหมอหญิงลืมตาขึ้นในสถานที่แห่งหนึ่งที่ไม่คุ้นตา นางตายแล้วใช่หรือไม่? หลิวซีจินหมอหญิงสังเกตร่างของตนก็พบว่าโปร่งแสง...เวลานี้นางคงจะเป็นวิญญาณอย่างไม่ต้องสงสัย...หญิงสาวคิดก่อนสังเกตไปรอบห้องที่แห่งนี้คือที่ใด?และเหตุใดนางจึงมาอยู่ที่นี่?ที่แห่งนี้ดูแล้ว เป็นห้องของคนชั้นสูงมองจากความกว้างของห้องและเครื่องของใช้นั้นดูมีราคามากทีเดียว ในขณะที่ร่างบางโปร่งแสงของหลิวซีจินหมอหญิงกำลังมองดูโดยรอบ ทันใดนั้นนางก็เห็นสตรีผู้หนึ่งเดินเข้ามาภายในห้อง...อารมณ์ของผู้มาใหม่นั้นคล้ายว่ากำลังโกรธเคืองบางอย่าง ดูจากการแต่งกายของอีกฝ่ายอาภรณ์สีแดงหรูหราและเครื่องประดับบนศีรษะ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าอีกฝ่ายคงมีตำแหน่งไม่ธรรมดา และดูเหมือนทั้งคู่คงจะมองไม่เห็นนาง...เพล้ง!สตรีอาภรณ์สีแดงหรูหราคว้าแจกันมาปาลงพื้นจนแตกกระจายราวกับต้องการระบายโทสะ พอดีกันกับที่สตรีอีกคนก็วิ่งเข้ามาตามหลังผู้เป็นนาย"เหตุใดฝ่าบาทไม่เคยคิดแลข้า! ไม่ว่าข้าจะทำเช่นไร ฝ่าบาทกลับไม่คิดสนใจข้าเลย!" หลิวซีจินผู้เป็นฮองเฮาเอ่ยขึ้น น้ำตาไหลอาบใบหน้างาม"ฮองเฮา โปรดระงับโท
ตอนที่ 38 ด่านเคราะห์ที่ต้องเจอหลังจากหลิวซีจินอ่านจดหมายนั้น ภาพที่ตามหลอกหลอนในความฝันก็ปรากฎขึ้น"ช่วยพวกเราด้วย…” เสียงหนึ่งดังขึ้นก่อนจะไอเป็นระยะ สร้างความหดหู่เหลือเกิน“ทรมานเหลือเกิน …ข้าหายใจไม่ออกแล้ว…” เสียงอีกคนหนึ่งดังขึ้นก่อนจะอาเจียนออกมาอย่างน่าสงสารนางอดนึกถึงความฝันวันนั้นไม่ได้หากนางปฏิเสธ การเดินทางไปช่วยแคว้นหนิงหลง คนอีกจำนวนมากอาจจะติดโรคแล้วล้มตายไป…อาจจะเพราะนี่คือครั้งแรกที่แคว้นหนิงหลงพบเจอกับโรคระบาดเช่นนี้ จึงยังไม่สามารถรับมือกับโรคระบาดได้แน่นอนว่ากว่าหลิวซีจินจะค้นพบการรักษาและป้องกันโรคระบาดนี้นางต้องสูญเสียมารดาและน้องสาวอันเป็นที่รัก...และเห็นคนตายไปหลายร้อยชีวิตในเมื่อนางตั้งใจจะอุทิศชีวิตให้กับการเป็นหมอแล้ว ไยต้องลังเลสิ่งใดอีก...ความรู้ที่นางมีจะต้องเป็นประโยชน์ให้กับคนในใต้หล้า...หลิวซีจินตัดสินใจกับตนเองแล้วจึงเอ่ยกับองครักษ์ที่ยืนรอคำตอบอยู่"ท่านรอข้าเก็บของสักครู่" หลิวซีจินเอ่ยก่อนจะเข้าห้องไปทันทีหลิวซีจินเก็บของที่จำเป็น หลักฐานกบฏที่ได้จากซ่งเอวี่ย และสมุนไพรรวมถึงอุปกรณ์ฝังเข็มตลอดจนตำราใส่ห่อผ้าของตน นางไม่ลืมที่จะหยิบป้ายที่มี
ตอนที่ 37 ขอความช่วยเหลือณ ห้องตำราส่วนพระองค์“ถวายบังคมฝ่าบาท” ชุนเป่ยหยางเอ่ยขึ้นเมื่อเดินทางมาจากการตามล่ากบฏ“พี่ใหญ่ อยู่กันสองคน ท่านไม่ต้องมากพิธี ได้เรื่องว่าอย่างไรบ้าง” ชุนหลุนซีเอ่ยขึ้นกับผู้เป็นพี่ชาย“ข้าคิดว่า ซ่งเอวี่ย หนีหายเข้าไปในแคว้นเฉิง ข้าส่งเรื่องนี้เข้าทูลฮ่องเต้แคว้นเฉิงแล้ว ทางนั้นจะช่วยตามหาอีกแรง” ชุนเป่ยหยางเอ่ยขึ้นก่อนจะนั่งลงฝั่งตรงข้าม กับผู้เป็นฮ่องเต้“ข้าไปค้นหาตามแถบชายแดนในแคว้นเฉิงและโรงหมอที่หนึ่ง ไม่พบเช่นกัน ช่างเถิด ...เวลานี้ข้าเป็นห่วงประชากรที่ติดโรคระบาด.... ข้าต้องการหมอฝีมือดีที่สามารถถ่ายทอดให้คนในแคว้นเรา” ผู้เป็นฮ่องเต้เอ่ยขึ้น“ท่านไม่ไว้ใจสำนักหมอหลวงของเราหรือ?” ชุนเป่ยหยางเอ่ยขึ้นก่อนจะขมวดคิ้วด้วยความประหลาดใจ“มิใช่มิไว้ใจ แต่การแพทย์เราต้องยอมรับว่าไม่สามารถรับมือโรคระบาดนี้ได้ พวกเขาต่างก็กลัวตายล่าสุดมีผู้ติดโรคระบาดตายไปไม่น้อย หมอของเราก็เอาไม่อยู่อีกทั้ง ชุนชวนหยูเองก็สงสัยเช่นกัน...ว่าคนในสำนักหมอหลวงมีความผิดปกติ” ชุนหลุนซีเอ่ยด้วยสีหน้าเคร่งเครียด"ข้าว่าลองขอสูตรยาจากโรงหมอต่างแคว้นที่เคยประสบโรคระบาดนี







