Home / รักโบราณ / ข้ามภพมาเป็นมารดาเลี้ยงแสนร้ายกาจ / เจ้าอยากเป็นลูกรักถึงเพียงนี้

Share

เจ้าอยากเป็นลูกรักถึงเพียงนี้

last update Last Updated: 2025-06-27 17:03:46

เฉินมู่หยางเข็นรถเข็นตามจ้าวเฟยเฟยกลับบ้าน  นางยังถือว่าพอรู้ความไม่ด่าเขาเสียหายต่อหน้าคนอื่น  อีกอย่างนางพูดถูกเขาพยายามเลี้ยงเด็กสองคนให้เติบใหญ่  ตั้งแต่ท่านแม่และท่านพ่อจากไปเพราะป่วยและไม่มีเงินรักษาเด็กทั้งสองก็ขาดคนเหลียวแล

 เพื่อให้ท่านปู่และท่านย่าเมตตาต่อเด็กทั้งสองเขาจำต้องให้เงินแก่บ้านใหญ่  มิใช่ว่าเขาโง่เขลาอย่างที่นางเข้าใจ  เขาเองก็มีเงินที่เก็ยเอาไว้เพียงแต่เด้กทั้งสองยังเล้กนักไม่อาจดูแลเงินเหล่านี้ได้จึงได้แต่ฝากไว้ที่ร้านฝากเงินในอำเภอ

จ้าวเฟยเฟยเดินออกหน้านางเห็นมีผักตีนเป็ดขึ้นตามข้างทางก็ยิ้มด้วยความยินดี  นางรีบไปเก็บเอามาเฉินมู่หยางไม่เข้าใจนางจะเก็บหญ้าเหล่านี้ไปทำอะไร  ไม่นานทั้งคู่ก็มาถึงบ้าน  เฉินโม่หวายรีบวิ่งมาก่อนจะร้องไห้

"ฮือๆท่านพ่อน้องเล็กนางฮือๆนาง"

"โม่หวายเกิดอะไรขึ้น"

"ท่านพ่อน้องปวดท้องร้องจนสลบไปแล้วขอรับ"

จ้าวเฟยเฟยรีบวิ่งไปดูก่อนจะเขย่าร่างเล็ก  นางรับรู้แล้วว่าเด็กคนนี้ห้าขวบแต่ตัวเล็กราวกับเด็กสามขวบก็ไม่ปาน  ดูแล้วนางคงจะหิวจนเป็นลม  จ้าวเฟยเฟยจำได้ลางๆว่าร่างเดิมแอบซ่อนหมั่นโถวเอาไว้หนึ่งก้อนก่อนจะหันไปบอกเฉินมู่หยาง

"ตาเฒ่าท่านไปต้มน้ำร้อนที  นางคงหิวมากเกินไปจนเป็นลมเร็วๆเข้า  ท่านมีน้ำตาลทรายกับเกลือหรือไม่"

"ไม่มี  บ้านท่านปู่หลี้เจิงน่าจะมีขาย"

"งั้นท่านไปซื้อข้าก่อไฟเอง    ท่านบอกเขาว่าท่านไปขายสัตว์ป่าและจะมาจ่ายทีหลัง   เงินที่ขายจะไม่ให้บ้านใหญ่แล้ว"

เฉินมู่หยางมีเงินเก็บ  ที่นางพูดเช่นนี้คงกลัวว่าท่านปู่หลี่เจิ้งจะไม่นอมขายเพราะว่าเขาไม่มีเงิน    ร่างสูงรีบสาวเท้าไปที่บ้านเฉินกั่วต้งเพื่อซื้อน้ำตาลและเกลือ  ทางด้านจ้าวเฟยเฟยติดเตาต้มน้ำร้อนแต่เนื่อจากฝนตกจนทำให้พืนชื้นจึงจุดติดยาก  เมื่อติดแล้วควันก็คลุ้งเต็มครัว  นางเอาหม้อมาจากรถเข็นจากนั้นก็เดินไปลำธารเพื่อตักน้ำ  ก่อนจะเอามาต้มจนเดือด

เฉินมู่หยางกลับมาแล้วได้ของที่นางต้องการมาด้วย  เมื่อน้ำเดือดนางใส่น้ำตาลลงไปคนจนละลายก่อนจะยกลงมาเติมเกลือนิดหน่อย  จ้าวเฟยเฟยเห็นว่าเด็กสองคนขาดน้ำและหิวจึงทำเกลือแร่แบบง่ายๆให้ดื่ม

"ท่านเอาให้บุตรชายท่านเถอะ  ผิงผิงข้าป้อนเอง"

จ้าวเฟยเฟยเอาแป้งหมั่นโถวที่แข็งเป็นหินมาอังปากหม้อต้มน้ำ  ไม่นานไอน้ำก็ทำให้มันนิ่มลง  ผิงผิงที่ได้น้ำเกลือแร่เข้าไปก็ค่อยๆลืมตาเอ่ยเรียกนางด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง

"ท่านแม่  ท่านกลับมาแล้ว"

"เด็กดี  กินหมั่นโถวก่อนนะ  เดี๋ยวแม่จะไปจับปลาในแม่น้ำให้กินดีไหม"

"ไม่เป็นไรเจ้าคะ  น้ำเย็นเกินไปท่านจะป่วยแล้วจากไปเหมือนกับท่านแม่ของพวกเราอีก"

จ้าวเฟยเฟยน้ำตาซึมเด็กคนนี้ช่างจิตใจอ่อนโยนเหลือเกิน  จากนั้นนางก็แบ่งบิหมั่นโถวเป็นสองก้อน   ส่งให้เฉินมู่หยางครึ่งหนึ่งส่วนอีกครึ่งนางค่อยๆบิป้อนเฉินผิงผิงคำเล็กๆกระทั่งนางกินไปได้สิบกว่าคำจ้าวเฟยเฟยจึงหยุดก่อนจะเอ่ย

"ท้องของลูกไม่มีอะไร  น้ำย่อยอกมาย่อยกระเพาะจึงทำให้ปวดท้อง  หากกินอิ่มทีเดียวจะปวดท้องอีก  แม่จะไปดูว่าที่ลำธารมีอะไรบ้าง   ส่วนท่านตาเฒ่าไก่กับกระต่ายเก็บเอาไว้  หมูป่าเอาไปขายในเมือง  ชาวบ้านที่นี่เอาเปรียบเกินไปอยากซื้อของถูกพวกเขาเห็นท่านใจดีชอบกดราคา"

"แต่ว่า"

"ไม่มีแต่เฉินมู่หยาง  ลูกๆเจ้าห้าขวบแล้วแต่ดูสิตัวแคระแกรนราวกับเด็กสามขวบ  ข้าจะจดของที่ต้องซื้อด้วยเอาเท่าที่พอมีก่อน  นี่ปิ่นกับกำไลเอาไปขายซื้อเสบียงมา   ในเมื่อแยกบ้านกันแล้วเงินที่ขายได้ควรเลี้ยงครอบครัวตนเอง  ข้าหมายถึงลูกๆของเจ้า  ตาเฒ่ายายเฒ่านั่นเป็นหน้าที่ลุงใหญ่ท่านซึ่งเป็นลูกคนโต  ไม่ใช่หน้าที่หลานชายเช่นเจ้า  ลูกชายเจ้าต่างหากคือคนที่ต้องเลี้ยงดูเจ้าในอนาคต"

เฉินมูหยางไม่รับปิ่นเงินกับกำไลของนาง  นั่นเป็นสิ่งที่นางมี  เขาเป็นหัวหน้าครอบครัวจะเอาของภรรยามาเลี้ยงดูตนเองได้อย่างไร  เมื่อเฉินผิงผิงดีขึ้นจ้าวเฟยเฟยก็หันมาหาเฉินโม่หวายก่อนจะเอ่ยเสียงเข้ม

"เฉินโม่หวาย...เจ้าอยากเป็นลูกรักของบิดาเจ้าคนเดียวถึงขนาดวางแผนฆ่าน้องสาวเชียวหรือ"

"ฮือๆๆๆๆ  ข้าเปล่านะเจ้าๆๆ  สตรีแพศยาเจ้า..เจ้าใส่ร้ายข้าฮือออๆๆๆ"

แม้คำพูดของนางจะรุนแรงแต่ไอ้เด็กนี่ต้องใช้วิธีนี้แหละถึงจะได้ผล  เฉินโม่หวายร้อยไห้เสียงดังจนเฉินโม่หยางที่กำลังขนของลงมาเพื่อจะเอารถเข็นใส่สัตว์ไปขายถึงกับวิ่งมาดู  เห็นบุตรชายนั่งร้องไห้ปาดน้ำตาจึงเอ่ยต่อว่าจ้าวเฟยเฟย

"จ้าวเฟยเฟยเจ้าทำอะไรบุตรชายข้า  โม่หวายมาหาพ่อ"

จ้าวเฟยเฟยลุกขึ้นเท้าเอวมองหน้าพ่อลูกสลับกันก่อนจะเอ่ยออกมา

"บุตรชายเจ้าอยากได้ความรักจากเจ้าจนถึงขั้นคิดฆ่าน้องสาวตนเอง"

"ท่านพ่อข้าเปล่า  ข้าไม่ได้ทำขอรับ"

"จ้าวเฟยเฟย   โม่หวายเพิ่งจะห้าขวบเด็กอายุเพียงนี้จะไปมีจิตใจเช่นนั้นได้อย่างไรกัน"

"เฉินผิงผิงลุกขึ้นและจับมือท่านแม่ก่อนจะเอ่ย

"ท่านแม่  พี่ชายเป็นคนดีเขาไม่ฆ่าผิงผิงหรอกเจ้าค่ะ"

จ้าวเฟยเฟยมองหน้าเด็กน้อยที่เอาแต่ร้องไห้ก็ถอนหายใจก่อนจะเอ่ย

"ตาเฒ่า...เมื่อวานข้ากำลังจะเชือดไก่  ไหนๆก็แยกบ้านมาแล้วข้าคิดว่าคงไม่มีใครมาแย่งเรากินอีก  แต่ใครจะรู้ว่าบุตรชายเจ้ากลับวิ่งแจ้นไปฟ้องป้าสะใภ้ใหญ่เจ้าว่าที่บ้านมีเนื้อ  เขากลัวว่าข้าจะกินเองจนหมดหวังจะให้ยายแก่นั่นมาทุบตีข้า  สุดท้ายเนื้อก็ไม่ได้กินแถมยังถูกพวกเขาทุบตี  ข้าถูกยายแก่สองคนนั่นรุมทุบจนสลบก็เพราะบุตรชายเจ้า  ลูกสาวเจ้าตั้งแต่เมื่อวานยังไม่ได้กินอะไรเลยถึงได้ปวดท้องจนสลบไป"

เฉินโม่หวายร้องไห้หนักกว่าเดิมก่อนจะเอ่ยกับบิดา

"ฮือๆๆๆ    ท่านพ่อข้าไม่ได้อยากทำร้ายน้องสาว  ข้าแค่กลัวว่านางจะเอาไว้กินคนเดียว  หากท่านย่าใหญ่รู้และมาแย่งนางไปอย่างน้อยก็อาจจะแบ่งเนื้อให้ข้ากับน้องบ้างขอรับ"

เฉินมู่หยางมองหน้าบุตรชายก่อนจะถอนหายใจ  จ้าวเฟยเฟยหวงของกินเพียงใด  นางเอาแต่ใจและร้ายกาจเพียงใดทำไมเขาจะไม่รู้  บุตรชายเขาจะระแวงก็ไม่แปลกหรอกก่อนจะเอ่ย

"ที่ผ่านมาเจ้าทำเกินไปหลายครั้ง  โม่หวายจะระแวงเจ้าก็ไม่ผิด"

เจ้าเฟยเฟยพ่นลมออกปากก่อนจะพยักหน้าสามที  นางชี้นิ้วไปยังเด็กน้อยก่อนจะเอ่ย

"ได้ๆๆ  เฉินมู่หยางจากนี้ไปบุตรชายของเจ้าข้าไม่ยุ่งอีก  อย่างสั่งสอนกันเช่นไรก็เชิญ  เจ้าไม่อยู่ข้าบอกก่อนนะนอกจากให้ข้าวให้น้ำให้มีชีวิตอยู่รอเจ้ากลับมาเท่านั้น  เรื่องอื่นข้าจะไม่ยุ่ง  ในเมื่อเขาไม่เคารพข้าๆก็ไม่จำเป็นต้องเมตตา   หากไม่พอใจเจ้าก็เขียนใบหย่ามา"

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ข้ามภพมาเป็นมารดาเลี้ยงแสนร้ายกาจ   สัญญารักตลอดกาล (จบบริบูรณ์)

    หลังจากนั้นรถม้าก็เคลื่อนออกจากเมืองหลวง สกุลมู่มีคนตามไปกว่าห้าสิบคนเพราะนายท่านรองไปกับคุณหนูด้วย จวนมู่เงียบเหงาลงทันทีเมื่อคุณหนูจากไป เมืองหลวงกลับมาปกติดังเดิม หลังจากที่ซ่งมู่หยางไปไม่นานรัชทายาทก็พาเฉินเหว่ยออกเดินทางไปดูความเป็นอยู่ราษฎรและส่งข้อมูลกลับมาให้ฮ่องเต้วินิจฉัยเพื่อมีพระดำริต่อไป จางซือเหยียนออกเดินทางไปด้วยเพื่อคุ้มครองรัชทายาทและสอนวรยุทธทั้งคู่ไปพลางๆด้วยสิบสามปีผ่านไปจวนอ๋องยามนี้เต็มไปด้วยพี่เลี้ยงเนื่องจากพระชายาและท่านอ๋องทรงมีบุตรธิดาถึงแปดคนและพระชายาทรงพระครรภ์ที่เก้าได้ห้าเดือนแล้ว ร่างอุ้ยอ้ายกำลังทำบัญชี เด้กหนุ่มคนหนึ่งเดินมาหานาง เมื่อเงยหน้าก็เห็นยเป็นเวี่ยหยุนที่ไปทำงานดูและพื้นที่กลับมารายงาน ยามนี้เจ้าตัวน้อยที่เคยมาของานทำและขอเสื้อผ้าไปให้มารดาเขาได้สวมหมวกจอหงวนแล้ว"พระชายากระหม่อมไปดูมณฑลหมางหยวนและนำตัวอย่างดินมาให้ทอดพระเนตรแล้วพ่ะย่ะค่ะ""อืม เอามาดูสิ"มู่เฟยเฟยพิจารณาดินที่เซี่ยหยุนนำมาอย่างละเอียดมือเรียวหยิบดินขึ้นมาหนึ่งกำมือ ดินนั้นไม่มีความชุ่มชื้นพอจะจับตัวเป็นก้อน แต่มันกลับมีลักษณะพิเศษที่ทำให้ดวงตาของนางเป็นประกาย"ดินนี่คื

  • ข้ามภพมาเป็นมารดาเลี้ยงแสนร้ายกาจ   กลับอวี๋หยาง

    มู่เฟยเฟยยามนี้นางคลอดคู่แฝดได้หกเดือนแล้ว แฝดสามได้หนึ่งขวบแปดเดือนซ่งมู่หยางกำลังเดินทางมารับนางและลูกกลับอวี๋หยาง ท่านตาทวดร้องไห้ไม่อยากให้นางไปจนฝ่าบาททราบเรื่องจึงอนุญาตให้เขาไปอยู่กับนาง แต่หากราชสำนักมีเรื่องจะใช้เขาก็ต้องกลับมา ซึ่งมู่หย่งเหอรีบรับปากเพราะกลัวไม่ได้อยู่กับเหลนและลูกๆ ของนางหลังปีใหม่ที่ผ่านมาฝ่าบาทสถาปนาหลินกุ้ยเฟยขึ้นเป็นฮองเอาและแต่งตั้งองค์ชายแปดขึ้นเป็นรัชทายาท เฉินเหว่ยได้เป็นเพื่อนเรียนของรัชทายาท ซ่งโม่หวายกลับซ่งผิงผิงใส่ใจมารดามากขึ้นเพาะพระชายาเสิ่นกำลังตั้งครรภ์มู่เฟยเฟยมองดูเด็กที่เดินเตาะแตะๆ อยู่กลางลานก็ยิ้ม เสียงฝีเท้าม้าดังมาแต่ไกล นางจำได้ดี เสียงควบม้าอย่างองอาจดุดันนี้เป็นซ่งมู่หยางสามีของตน"ชิงหลิงดูเหมือนท่านอ๋องจะมาถึงแล้ว เจ้าให้พี่เลี้ยงอุ้มซื่อจื่อกับท่านชายและท่านหญิงไปล้างหน้าล้างตาสักหน่อย เดี๋ยวเจอเสด็จพ่อจะได้ไม่มอมแมม""เพคะพระชายา ซื่อจื่อ ท่านชาย ท่านหญิงไปล้างหน้ากันเถอะเจ้าค่ะเสด็จพ่อกำลังมาแล้ว"เด็กทั้งสามรู้ความต่างกางแขนให้พี่เลี้ยงอุ้ม ไม่นานคนที่ถูกกล่าวถึงก็ปรากฏตัว ซ่งมู่หยางลงจากหลังม้าได้ก็ตรงมาหามู่เฟยเฟยทันที

  • ข้ามภพมาเป็นมารดาเลี้ยงแสนร้ายกาจ   เริ่มต้นชีวิตคู่อย่างจริงจัง

    เมื่อทุกคนกลับหมดแล้วร่างสูงก็เปิดประตูเข้ามา ยามซวีแล้วงานเลี้ยงจึงได้เลิกรา คู่บ่าวสาวจึงมีเวลาอยู่ด้วยกัน ซ่งมู่หยางเดินมาหาคนท้องที่เอนหลังอยู่ เขานั่งลงขอบเตียง มือจับปอยผมทัดหูให้อย่างแผ่วเบา เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงห่วงใย"เหนื่อยหรือไม่น้องหญิง ขอโทษนะที่ทิ้งให้เจ้าอยู่คนเดียวเหงาหรือเปล่า""ไม่เพคะ พอดีไป๋ฮูหยินกับหลินฮูหยินมาหา ผิงผิงกับเสี่ยวฮวาและคู่แฝดมาหาช่วยกันบีบนวดและพูดคุยเป็นเพื่อน"ซ่งมู่หยางพาเมียเข้ามิติ มู่เฟยเฟยรู้เลยว่าคืนนี้เขาเอาแต่ใจแน่ๆ แล้วคนตัวโตก็เอ่ยออกมาจริงๆ"อืม..ดึกแล้วเดี๋ยวจะเลยฤกษ์นะ เราสองคนเข้าหอกันเถอะ"มู่เฟยเฟยมองหน้าเขา ซ่งมู่หยางเลื่อนมือลงมาที่สายผูกเอวเขาคลายปมออก มู่เฟยเฟยจับมือหนาเอาไว้จ้องตาสามีเป็นเชิงห้ามปราม คนตัวโตจ้องตอบเอ่ยด้วยน้ำเสียงกระเส่า"น้องหญิง ตั้งแต่งานเลี้ยงวันนั้นพี่ยังไม่ได้รักเจ้าอีกเลยนะ""ท่านอ๋อง...ทรงหิวเก่งเหลือเกินนะเพคะ ทรงรับอนุสักคนไหม อื้อ"ซ่งมู่หยางไม่ยอมให้เมียพูดต่อ เขาจูบนางอย่างเรียกร้อง กระทั่งมู่เฟยเฟยทุบหลังเขาเพราะนางหายใจไม่ออก บึ๊ก ๆ ๆๆ ร่างสูงยอมปล่อยอย่างเสียดาย ปากจิ้มลิ้มบวมเจ่อ นางเอ่ยทันทีที

  • ข้ามภพมาเป็นมารดาเลี้ยงแสนร้ายกาจ   แต่งงาน

    ขณะที่ผู้อาวุโสในตระกูลมู่กำลังถกเถียงกันเรื่องธรรมเนียมการจูงเจ้าสาวออกไปส่งที่เกี้ยว เพราะเกรงว่าครรภ์ของมู่เฟยเฟยจะทำให้การก้าวเดินลำบากจนเกินไป ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นและมั่นคงก็ดังรุกล้ำเข้ามาถึงหน้าห้องหอโดยไม่รอการเชิญ"ไม่ต้องลำบากพวกท่านหรอก ข้าจะอุ้มนางไปขึ้นเกี้ยวเอง""แต่ว่า นางครรภ์ใหญ่มากนักเกรงว่าท่านอ๋องจะอุ้มลำบาก""ข้าอุ้มได้ นางตัวเบาราวกับลูกนก"ไม่ทันที่ทุกคนจะเอ่ยอันใดมู่เฟยเฟยก็ถูกประคองออกมา นางเอ่ยกับเขาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน"ท่านอ๋อง...เชื่อท่านตาเถอะเจ้าค่ะ หม่อมฉันขึ้นเกี้ยวไปจะดีกว่า ชาวบ้านมากมายต่างเฝ้าดู ภาพที่เจ้าบ่าวอุ้มเจ้าสาวท้องแก่คงทุลักทุเลไม่น่ามอง ทรงเชื่อหม่อมฉันนะเพคะ"ซ่งมู่หยางคิดตามก่อนจะพยักหน้า นางพูดถูกภาพที่เขาอุ้มเจ้าสาวท้องโตอาจดูไม่น่ามองนัก เขาเป็นเชื้อพระวงศ์ต้องสำรวมให้มาก จากนั้นจึงหันไปทางมู่หย่งอันและมู่หย่งเหอเอ่ยกับทั้งสองคน"ท่านตาทวดของเสี่ยวเฟยเช่นนั้นก็เอาตามความตั้งใจเดิมพวกท่านเถอะ น้องหญิงพี่จะรอเจ้าที่เกี้ยวเจ้าสาว""เพคะ...พูดง่ายๆแบบนี้ค่อยน่ารักหน่อย""เชื่อเมียแล้วจะเจริญพี่ยังจำได้ น้องหญิงทุกอย่างล้วนฟังเจ้

  • ข้ามภพมาเป็นมารดาเลี้ยงแสนร้ายกาจ   รับเจ้าสาว

    เสียงมโหรีบรรเลงดังกังวานทั่วทั้งเมืองหลวง วันนี้เฉินอ๋องจะแต่งงานกับคุณหนูสกุลมู่เป็นสมรสพระราชทาน ทั่วท้องถนนมีแต่ผู้คนยินดี บางคนก็มารับของโปรยทานได้ยินว่าเฉินอ๋องทุ่มเงินกว่าห้าพันตำลึงเพื่อโปรยหว่านตามทางตอบที่ขบวนรับเจ้าสาวเคลื่อนผ่านมโหรีดังมาจากทางทิศตะวันออกของเมืองซึ่งเป็นที่ตั้งจวนหลันฮวาขอเฉินอ๋อง เพื่อที่จะไปทิศเหนือของเมืองซึ่งเป็นที่ตั้งของสกุลมู่ ขนมและลูกกวาดรวมถึงเหรียญอีแปะถูกโปรยมาต่อเนื่อง ขบวนเจ้าบ่าวนั้นยิ่งใหญ่มากนัก เฉินหยางอ๋องในฉลองพระองค์สีแดงสดปักลวดลายมงคลด้วยด้ายสีทอง ผมรวบมวยตรึงกลางศีรษะ สวมกว๊านหยกสีขาวปักด้วยปิ่นที่แกะสลักรูปนกอินทรี ดูแล้วองอาจยิ่งนักร่างสูงนั่งตัวตรงบนหลังอาชาตัวสูงใหญ่ ชุดอาภรณ์สีแดงที่สวมใส่นั้นตัดกับขนสีขาวราวหิมะ ขนของมันเงางามราวกับหยกมันแพะที่ราคาแพงและหายาก เขามองตรงไปข้างหน้า ใบหน้าหล่อเหลาราวกับหยกสลักยิ้มเล็กน้อย คุณหนูที่มาดูขบวนรับเจ้าสาววันนี้ต่างก็แอบเสียดาย ชายงามเพียงนี้เหตุใดก่อนหน้าพวกนางถึงไม่เคยเจอกันนะ เจิ้นเป่ยอ๋องที่มากับน้องชายยิ่งทำให้ขบวนวันนี้ยิ่งใหญ่กว่าเดิม แม่ทัพไร้พ่ายขี่อาชาเคียงคู่แม่ทัพบูรพาพยัคฆ

  • ข้ามภพมาเป็นมารดาเลี้ยงแสนร้ายกาจ   แต่งตั้งรัชทายาท

    ซ่งมู่หยางลูบศีรษะเด็กหนุ่ม เสด็จพี่มีพระดำริจะแต่งตั้งเขาเป็นรัชทายาท และสถาปนาหลินกุ้ยเฟยเป็นฮองเฮา ส่วนสตรีที่ตำหนักเย็นคนนั้นมีส่วนในการจากไปของเสด็จปู่และเสด็จย่าของเขา แต่เรื่องนั้นเกิดตอนที่เขายังไม่เกิด จะไปหาความนางก็จะดูไม่สมเหตุสมผล ซ่งมู่หยางเอ่ยถามหลานชายเกี่ยวกับบทลงโทษสนมหลี่"ฝ่าบาททรงกักขังสนมหลี่ไว้ตำหนักเย็น พระองค์ทรงอยากให้มารดาเจ้าลงโทษนางด้วยตนเอง หลินกุ้ยเฟยได้พบนางหรือยัง"ซ่งเทียนนอวี้ถอนหายใจเบาๆก่อนจะตอบกลับ"เสด็จแม่ทรงพระทัยดีเกินไป พระองค์ไม่อยากให้เป็นเวรกรรมต่อกัน แต่ตอนที่สกุลหลี่ทำกับพวกเรานั้นพวกเขาไม่ได้นึกถึงเวรกรรมสักนิดพ่ะย่ะค่ะเสด็จอา""อืม..นางเป็นคนจิตใจดี อวี้เอ๋อร์ไม่ว่าเจ้าจะเป็นองค์ชาย หรืออนาคตจะเป็นอ๋องหรือว่าฮ่องเต้จำไว้ว่าคนที่เจ้าควรให้ความสำคัญที่สุดคือมารดาของเจ้า สตรีที่ไม่เคยลำบากกลับยอมปักผ้าขาย ยอมกินรากไม้ยอมให้คนดูถูกต่างๆนาๆเพื่อแลกกับการที่ให้เจ้ามีชีวิตรอด ไม่มีใครรักเจ้าได้เท่านางอีกแล้ว""พ่ะย่ะค่ะหลานจะจำไว้ เสด็จอาจะอยู่ที่จวนหลันฮวาใช่หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ""อืม..อีกสามวันจะถึงงานแต่ง ตามประเพณีมิอาจเจอหน้ากัน ข้าคิดถึงนาง

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status