مشاركة

ตอนที่1

last update تاريخ النشر: 2026-01-28 14:25:23

ตอนที่ 1

จากเดือนจรัสมาเป็นเผยหว่านอี

ภายในห้องครัวนั้นดูเหมือนจะไม่มีอะไรที่พอจะให้กินได้เลย เผยหว่านอีเปิดดูจนทั่วก็พบว่ามีเพียงข้าวสารอยู่สามกำมือเท่านั้น คงจะพอนำมาหุงเป็นข้าวต้มได้ นอกจากนั้นก็มีผักดองที่ดูแล้วยังพอจะกินได้ แต่ทางที่ดีนางควรนำมันมาลวกด้วยน้ำเดือด ๆ ก่อนจะดีกว่า

เอาละ วันนี้นางสมควรจะต้องออกไปยังตลาดเพื่อจับจ่ายกับข้าวและข้าวสารมาเตรียมเอาไว้กินในวันต่อ ๆ ไปเสียแล้ว อีกสิ่งหนึ่งให้นางปลูกผักไว้กินในครอบครัวนั้นพอไหว หากแต่ให้นางปลูกขายด้วยแล้ว นางก็คิดว่าด้วยกำลังของตนเองแล้วนั้นคงไม่อาจถึกทนได้ถึงเพียงนั้น อีกทั้งคงจะยากเกินที่นางจะทำได้ไหว

ไปท่องเที่ยวตลาดอาจจะพอได้ลู่ทางทำมาหากินเอาชีวิตรอดได้บ้าง เพราะข้ามภพมาทั้งทีไม่ใช่จะมาเป็นนางเอกสวยครบสูตรเช่นในซีรีส์ ทว่านางต้องกลายเป็นหญิงหม้ายไม่พอ ยังมีลูกติดและมารดาตาบอดพ่วงมายิ่งกว่ารถพ่วงยี่สิบแปดล้อเสียอีก หากมีชีวิตเพียงคนเดียวอาจจะง่ายกว่านี้ แต่นี่…

“หว่าหวาพาท่านยายมากินข้าวกัน วันนี้มีเพียงข้าวต้มกับแตงกวาดองเท่านั้น”

ถ้วยข้าวต้มแลเห็นควันลอยกรุ่นทั้งสามถ้วยก็ถูกนำมาวางลงบนโต๊ะอาหารกลางห้องโถว พร้อมกับถ้วยแตงกวาดอง และหัวไชเท้าดองเค็มวางเป็นกับข้าวเพียงหนึ่งถ้วยเท่านั้น หึ!…นี่คืออาหารมื้อแรกของนางกับชีวิตใหม่ แต่คิดย้อนกลับไปสามเดือนบนเตียงคนพิการติดเตียงมันทรมานกว่ามาก ดังนั้นมื้อนี้ได้กินข้าวต้มร้อน ๆ กับผักดอง ก็ไม่ได้แย่เลย อาจนับว่าเป็นอาหารที่ดีที่สุดในรอบสามเดือนของนางแล้ว

“ท่านแม่เจ้าคะ ประเดี๋ยวข้ากินข้าวเสร็จแล้วจะไปตลาดกับหว่าหวา ท่านแม่จะไปกับข้าหรือสะดวกใจจะรออยู่ที่บ้านเจ้าคะ”

เผยหว่านอีในวันนี้สอบถามคนเป็นมารดาอย่างระมัดระวัง เพราะนางเองก็เคยตกอยู่ในสภาพคนพิการป่วยหนักติดเตียงมาก่อนย่อมเข้าใจมารดาที่อยู่ในโลกมืดดี

“เจ้าไปกับหว่าหวาเถิด ข้าจะอยู่ที่เรือนเอง อยากอยู่คอยเก็บกวาดและจัดห้องนอนให้สะดวกขึ้นอีกหน่อย”

หญิงชราต้องการอยู่จัดห้องให้กับตนเองมากกว่า เพราะถึงนางนั้นจะตามืดบอดแต่ก็ไม่ได้สนิท ยังพอแลเห็นภาพเลือนราง แลเห็นได้เป็นรูปร่างได้ เพียงแต่หากเป็นคนนั้นนางไม่อาจบอกได้ว่าเป็นสตรีหรือบุรุษ บอกได้เพียงว่าเป็นเด็กหรือคนโตเท่านั้น แลเห็นแสงได้พอประมาณ ซึ่งหากได้พบท่านหมอที่เก่งนางอาจกลับมาหายดี แต่บัดนี้ชีวิตตกต่ำถึงเพียงนี้ เงินทองที่มีต้องเก็บเอาไว้ต่อลมหายใจ และเลี้ยงปากท้องทั้งสามชีวิตให้ได้กินอิ่มต่อไป เรื่องรักษาจึงต้องยกเลิกไปเลย

“แต่ช่วยซื้อเมล็ดพันธุ์ผักพวกผักบุ้ง ผักกวางตุ้ง และแตงกวามาให้ข้าด้วยก็ดีนะหว่านอี เราจะได้นำมาปลูกเอาไว้กินเอง พวกเป็ดและไก่เราซื้อเขาเอา”

เฉียวอิ๋น สตรีวัยห้าสิบนี้แท้จริงนางมิใช่มารดาอันแท้จริงของเผยหว่านอี แต่นางคือพี่สาวฝาแฝดของเฉียวอิงซึ่งเป็นมารดาแท้จริงของเผยหว่านอีและเผยหว่านหนิง ด้วยคลอดลูกแฝดนางที่เป็นเพียงอนุขาดการเอาใจใส่ สุดท้ายเฉียวอิงก็ตกเลือดตายเพียงคลอดเผยหว่านอีได้เพียงหนึ่งชั่วยาม

ดังนั้นไม่ใช่มารดาก็เป็นดังมารดา ซึ่งเผยหว่านอีและเผยหว่านหนิงเองก็มีโชคชะตาไม่แตกต่างจากมารดากับท่านป้าที่นางไม่เคยเรียกอีกฝ่ายว่า ‘ท่านป้า’ แต่เรียกท่านแม่มาตลอด เพียงแต่พอแต่งงานออกมากับแม่ทัพแซ่เจียงนามว่าซู่ คนที่มีครรภ์กลับเป็นเผยหว่านหนิง จากนั้นนางก็มีครรภ์แฝดไม่ต่างจากมารดา แต่ที่ต่างก็คือนางคลอดออกมาได้เพียงเจียงหว่าหวา พอเผยหว่านอีหย่าขาดจากสามีแซ่เจียง นางก็ให้หว่าหวาเปลี่ยนมาให้แซ่เผยเช่นเดียวกับตนเอง ไม่ยอมให้บุตรสาวไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับบุรุษชั่วช้าที่ทิ้งแม้นแต่บุตรสาววัยเพียงสี่ขวบปีได้ลงคอ

ซึ่งสำหรับเผยหว่าหวาจวบจนทุกวันนี้นางก็ทราบเพียงเผยหว่านอีคือมารดาผู้ให้กำเนิด ส่วนเฉียวอิ๋นก็คือท่านยาย มิเคยทราบว่าแท้จริงทั้งมารดาและท่านยายแท้จริง รวมไปถึงผู้เป็นฝาแฝดคนน้องล้วนตายจากไปจนสิ้นแล้วซึ่งในอดีตเผยหว่านอีไม่เปิดเผย ในวันนี้นางที่มาอยู่ในร่างนี้แทนอดีตของเผยหว่านอีก็จะไม่เอ่ยความจริงชวนเจ็บปวดเหล่านั้นเด็ดขาด เด็กหญิงแก้มใสผู้นี้ถูกบิดาขับไล่ก็นับว่าอาภัพแล้ว หากทราบว่าเผยหว่านอีเป็นเพียง ‘ท่านน้า’ นางคงเจ็บปวดเพิ่มขึ้นอีกหลายส่วน

แคว้นชายแดนของหนานฉู่เช่น ‘สุ่ยโจว’ ด้วยมีอาณาเขตใกล้ชิดติดกับอาณาจักรยิ่งใหญ่เช่นต้าซ่งจึงนับว่าเป็นแคว้นที่เจริญไม่น้อย คนข้ามชายแดนไปมาเยอะอาจมากกว่าเมืองหลวงของหนานฉู่เสียอีก เด็กสาวเดือนจรัสในอดีตหรือบัดนี้คือเผยหว่านอีมารดาลูกหนึ่งไร้สามีนั้นเดินท่องไปตามท้องถนนด้วยสายตาที่สนใจอย่างยิ่ง

นางไม่เก่งด้านปลูกผักทำฟาร์มเช่นนางเอกในนวนิยายจีนแปลที่เคยซื้อมาอ่าน แต่ในอดีตนางคิดว่าตนเองมีหัวทางด้านการค้ามากกว่า จำได้ว่าในวัยเด็กเมื่อครั้งที่คุณยายของเดือนจรัสยังมีชีวิตอยู่ท่านทำขนมเก่งมาก ตัวนางเองยังเคยช่วยนำขนมที่ท่านทำไปขายในโรงเรียนแล้วก็ได้ส่วนแบ่งเป็นกำไร ถึงไม่มากแต่เด็กหญิงในวัยแปดถึงเก้าขวบก็ดีใจมากแล้ว

พอเดือนจรัสขึ้นมัธยมศึกษาปีที่หนึ่งท่านก็จากไป แต่วิชาขนมหลายอย่างก็อยู่ในความทรงจำของเดือนจรัส ดังนั้นเมื่อได้มาอยู่ในร่างของเผยหว่านอีสิ่งเหล่านั้นก็ยังคงอยู่ เรียกว่านอกจากร่างกายที่เป็นของเผยหว่านอีแล้วทุกสิ่งในความทรงจำล้วนเป็นของเดือนจรัสทั้งหมด

ดังนั้นนอกจากความทรงจำ เหตุการณ์สำคัญ รายละเอียดยิบย่อยเหมือนนางจะจดจำไม่ค่อยได้เท่าใด แต่ไม่กระทบกับชีวิตของนาง เดือนจรัสคิดว่าช่างมันเถอะ

“ท่านแม่ หว่าหวากินน้ำตาลปั้นได้ไหมเจ้าคะ”

เด็กน้อยกับลูกอมขนมหวานมันของคู่กันอยู่แล้ว ดังนั้นไม่แปลกที่เผยหว่าหวาจะอยากกินน้ำตาลปั้นร้านข้างทางที่เพิ่งเพิ่งเดินผ่านมา

“ย่อมได้ แต่ต้องสัญญากับแม่ก่อนว่าจะกินเพียงหนึ่งอัน แล้วกลับไปถึงบ้านเจ้าต้องไปใช้ไม้ขัดถูฟันทันที”

สถานที่แห่งนี้ยังไม่มีแปรงสีฟันเช่นในยุคปัจจุบัน ทว่าที่นางเคยอ่านเจอมามีเพียงนำไม้ขนาดพอดีมือจับมาทุบแล้วเอาไว้ขัดถูฟันพร้อมกับเกลือเท่านั้นซึ่งก็ยังนับว่าดีอยู่นั่นเอง ดังนั้นหากสวรรค์อยากให้นางเป็น ‘ท่านแม่’ นางก็จะเป็นท่านแม่ดังเช่นอดีตมารดาของเดือนจรัสเลี้ยงดูตนเองมา ไหนจะยังมีคุณยายและคุณตาอีกที่สั่งสอนแต่สิ่งดี ๆ ให้กับเธอเพราะอดีตมารดาของเธอเป็นลูกสาวคนเดียวของพวกท่าน เดือนจรัสก็เลยเป็นหลานสาวแท้ ๆ เพียงคนเดียวอีกเช่นกัน

อดีตนางเคยอยากมีน้องชายหรือน้องสาว แต่หลังจากคลอดเดือนจรัสออกมาแล้ว ฝาแฝดของเดือนจรัสเกิดตายจึงทำให้มารดาของเด็กสาวจำเป็นต้องตัดมดลูกทิ้งเพื่อรักษาชีวิตของตนเองเอาไว้ นั่นจึงทำให้ตลอดชีวิตของเดือนจรัสก็เป็นลูกและหลานสาวเพียงคนเดียวมิอาจแปรผัน แล้ววันนี้ที่ได้เดินชมตลาดจนทั่วถึงจะปวดขาปวดเท้าอยู่มาก แต่นางก็พอจะทราบแล้วว่าตนเองจะทำมาหาเลี้ยงชีพทั้งตนเองมารดาตาบอดกับลูกสาววัยเพียงสี่ขวบปีอย่างไร

ปลายยามเว่ยสองแม่ลูกก็เดินกลับมายัง ‘บ้าน’ ที่อยู่เกือบท้ายหมู่บ้าน เด็กสาวที่ตื่นมาอีกครั้งก็กลายเป็น ‘หญิงสาว’ มองสำรวจไปโดยรอบหมู่บ้านที่ตนมาอาศัยด้วยเพราะที่นี่ผู้คนส่วนใหญ่ล้วนจะเป็นชาวนาหรือไม่ก็ชาวสวนผักทั้งสิ้น นางเริ่มคิดว่าหากจะทำขนมหรืออาหารขายนับว่าที่แห่งนี้มีวัตถุดิบให้นางเลือกซื้อหาในราคา ‘กันเอง’ ได้ไม่น้อย

“ท่านแม่/ท่านยาย”

เฉียวอิ๋นที่กำลังเช็ดโต๊ะตัวเดียวกลางห้องโถงของบ้านขนาดเล็กแห่งนี้ก็หันไปตามเสียงเรียกของทั้งบุตรสาวและหลานสาวก็ยิ้มออกมาให้ อย่างน้อยพวกนางก็มีกันและกันเป็นแรงใจให้กัน

“ได้เมล็ดผักตามที่ท่านยายสั่งมาครบเลยเจ้าค่ะ”

เผยหว่าหวาวิ่งไปกอดขาของผู้เป็น ‘ท่านยาย’ พร้อมรายงานความดีความชอบของตนเองที่ได้ข้าวของตามที่ผู้เป็นท่านยายสั่งความไป ทางด้านเผยหว่านอีนั้นเดินเอาทุกสิ่งที่ตนเองซื้อมาวางลงบนโต๊ะกลางห้องเพื่อจะคัดแยกว่าจะมีส่วนใดนำไปเก็บในห้องครัวและสิ่งใดควรแยกไว้ในห้องนอนหรือห้องเก็บของบ้าง

“มื้อนี้เรากินตุ๋นไก่กันนะเจ้าคะ มีผักหวานอีกหนึ่งอย่าง”

เมื่อเย็นนี้ได้ไก่ตัวอ้วนมาหนึ่งตัวจึงยอมควักเงินที่เหลือเพียงพันแปดร้อยตำลึงเงินเท่านั้น เพราะเสียไปกับการจ้างรถม้าเดินทางมาไกล กับไหนจะค่าจ้างช่างมาซ่อมแซมจนบ้านนี้สามารถกลับมาพักอาศัยได้อีกครั้งจึงหมดไปไม่น้อย ไหนจะเป็นค่าหมอและค่ายาสมุนไพรในช่วงที่ร่างกายนี้ป่วยหนักอีก

นางเป็นผู้นำครอบครัวจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่หนึ่งจะต้องรู้จักแบ่งสัดส่วนของเงินเก็บ เงินใช้จ่าย แล้วจะต้องมี ‘เงินฉุกเฉิน’ ในวันที่ครอบครัวเกิดเหตุไม่คาดฝันอีก ดังนั้นในมื้อค่ำนี้นางจึงเอ่ยปรึกษามารดาหรือแท้จริงคือ ‘ท่านป้า’ เรื่องการที่นางคิดจะทำการค้าโดยริเริ่มจากการทำเหล่าพวกขนมหรืออาหาร เพราะคนเราหนึ่งวันอย่างน้อยมันต้องกินอาหารกันทุกคนอยู่แล้ว

“อืม...ความคิดดี...ความคิดดีจริง ๆ ...” เฉียวอิ๋นได้ฟังความคิดของบุตรสาวก็ชื่นชม เพราะนางคิดตามนั้นก็เห็นด้วยอย่างยิ่ง คนเรามีผู้ใดบ้างไม่กินอาหารและน้ำพอเผยหว่านอีมาปรึกษาก็จึงเห็นดีด้วย

“ข้ามีสูตรติ่มซำ ซาลาเปาและหมั่นโถวของสกุลเฉียว เจ้าสนใจจะศึกษาแล้วลองทำไปวางขายบ้างดีหรือไม่?”

พอได้ฟังคำกล่าวของเฉียวอิ๋น หญิงสาวก็คิดได้ทันทีว่าน่าสนใจอย่างยิ่ง พวกหมั่นโถว ซาลาเปา ขนมจีบแม้นจะเป็นของกินทั่วไป แต่กินง่ายขายคล่องมิใช่น้อย นางคิดว่าหากจะลองฝึกฝนทำก็ไม่น่าจะเสียหาย อีกทั้งขนมกับอาหารที่นางทราบและทำเป็นส่วนใหญ่ก็เป็นขนมกับอาหารไทยซึ่งในดินแดนแห่งนี้คงไม่น่าจะมีเครื่องปรุง หรือผู้คนจะกินกันเป็น

“หว่านอีสนใจอย่างยิ่งเจ้าค่ะ เช่นนั้นพรุ่งนี้ท่านแม่ลองบอกถึงเครื่องปรุงต่าง ๆ มาให้ข้าด้วยจะได้ไปซื้อมาฝึกฝนกัน”

“เจ้าจะเร่งทำพรุ่งนี้เลยหรือ?

“เจ้าค่ะ เราต้องกินต้องใช้ทุกวัน ช้าไปเงินที่มีก็ยิ่งหมดไป แล้วนี่ยังเหลือหลังคาที่จะต้องซ่อมแซมอีกคงหมดเงินไม่น้อยเจ้าค่ะจึงต้องเร่งลงมือแล้ว”

สองแม่ลูกคุยกันไปต่างก็ยิ้มแย้มกันไป สุดท้ายพออิ่มก็หันไปมองทางด้านเด็กน้อยหว่าหวาที่พอท้องอิ่มแล้วหนังตาจึงหย่อนยานพลางหาวปากกว้างเห็นแล้วเผยหว่านอีก็หัวเราะ แล้วบอกแก่มารดาว่าจะพาเด็กหญิงเข้านอนก่อน แต่ด้วยนางเป็นคนมาจากยุค 2022 เรื่องช่องปากสำหรับเด็กหญิงจึงสำคัญมาก

“ไปขัดถูฟันบ้วนปากก่อนจึงนอนได้รู้หรือไม่?”

“แต่ทุกวันไม่เห็นต้องทำเลยเจ้าค่ะท่านแม่”

“แต่นับจากนี้เราจะทำด้วยกันทุกวัน” กล่าวแล้วเผยหว่านอีนั้นก็เป็นฝ่ายลงมือทำให้บุตรสาวดูก่อนเป็นตัวอย่างหว่าหวาน้อยนั้นนิสัยเดิมไม่ดื้อด้านกับมารดาอยู่แล้ว เด็กหญิงนั้นจึงทำตามด้วยดี จากนั้นนางจึงหันไปอุ้มเด็กน้อยพาดหัวไหล่ไปส่งยังเตียงนอนตบก้นไม่นานเผยหว่าวาก็หลับสนิทไปเรียบร้อย

“ท่านแม่มาเถอะ หว่านอีไปส่งท่านเข้านอนเอง” พอมืดค่ำคนสายตาเช่นเฉียวอิ๋นก็มองอันใดไม่เห็นทั้งสิ้นจึงต้องเป็นหน้าที่ของเผยหว่านอีพามารดาเข้าห้องนอนและกางม่านมุ้งลงคลุมเตียงให้มารดาอย่างดี

“กระโถนขับถ่ายอยู่ตรงนี้นะเจ้าคะท่านแม่”

เผยหว่านอีนำมือของหญิงชราตาบอดมาจับยังที่วางกระโถนขับถ่ายในยามค่ำคืนจากนั้นนางจึงดับเทียนไขจนหมดเพราะบ้านนี้เก่ามาก อีกสิ่งคนตาบอดย่อมไม่จำเป็นต้องจุดเทียนไขเอาไว้นอกจากไม่ให้ประโยชน์อาจเกิดโทษมหันต์เอาได้ พอส่งทุกคนเข้านอน นางก็มาสำรวจดูประตูหน้าต่างเพราะบ้านนี้มีเพียงสตรีกับเด็ก ต้องระวังภัยเอาไว้ย่อมดีที่สุด

“คงต้องเริ่มทำบัญชีครัวเรือนก่อนเป็นอันดับแรก”

พอดูทุกสิ่งจนเรียบร้อยหญิงสาวก็คิดถึงการวางแผนทำ ‘บัญชีครัวเรือน’ เงินมีจำกัด ญาติพี่น้องไม่มี ครั้นจะหาคนช่วยจึงอย่าได้หวังบิดาตายจากนางก็แต่งงานออกมาแล้วแถมยังถูกหย่าขาดขับออกจากจวนสามีเพราะบังเอิญองค์หญิงใหญ่ที่ฮ่องเต้แสนจะรักนั้นต้องการสามีของนาง อนาคตจึงอย่าได้หวังพึ่งพาผู้อื่นได้อีกนอกจากพึ่งพาตนเองเท่านั้นผู้ใดจะอยาก ‘ช่วยเหลือ’ หญิงหม้ายที่องค์หญิงใหญ่ชิงชังดีเท่าใดนางกับลูกไม่ถูกสังหาร เพียงแต่ถูกเนรเทศมาอยู่ไกลหลายพันลี้จากเมืองหลวงของหนานฉู่เท่านั้น

แถมยังมี ‘บ้าน’ กับ ‘ที่ดิน’ ให้พอได้อาศัยอยู่อาศัยทำมาหากิน เผยหว่านอีค้นได้แท่นหมึกเก่ากับพู่กันพร้อมทั้งสมุดพับเก่าที่แม้นจะมีสีเหลืองแทบกรอบ แต่มันยังพอจะใช้ได้นำมาเขียนเป็น ‘สมุดบันทึก’ ว่าบัดนี้นางมีทรัพย์สินเท่าใด แล้ววางแผนว่าต่อไปจะต้องทำสิ่งใดบ้าง เริ่มจากพรุ่งนี้นางต้องเตรียมตัวออกไปซื้อเครื่องปรุงมาฝึกฝนทำซาลาเปากับหมั่นโถวและขนมจีบไส้ต่าง ๆ

ต้องไปหาทำเลเช่าเอาไว้เป็นหน้าร้านซึ่งจะได้เอาไว้ขาย หญิงสาวจดสิ่งต่าง ๆ จนดึกเพราะในสมองมีแต่ความคิดว่าตนเองในฐานะ ‘หัวหน้าครอบครัว’ จะต้องคิดทุกสิ่งให้รอบคอบที่สุด แต่อายุจริงของนางเพียงสิบหกปี ประสบการณ์ในชีวิตแทบไม่มี ยังดีนะที่ว่าบิดากับมารดาในอดีตชาติของนางนั้นเลี้ยงดูและสั่งสอนมาอย่างดี

แล้วไหนนับจากจำความได้แล้วนางจะยังถูกคุณตาและคุณยายเลี้ยงดูสั่งสอนมาด้วยตัวเองทั้งคู่นอกจากบิดาและมารดาดังนั้นถึงสิบหกปีที่ได้มีชีวิตอยู่นั้นจึงมิใช่กินเที่ยวและเล่นเหมือนเด็กในวัยเดียวกันอย่างเดียว นางยังได้ความรู้และคำสั่งสอนเพื่อนำมาเป็นประโยชน์ในภพชาติใหม่นี้ใช่น้อย

“ท่าน...แม่...” เผยหว่าหวารู้สึกตัวตื่นมาแล้วไม่พบมารดาจึงร้องเรียก ทำให้คนที่กำลังคิดนั่นวางแผนนี่ต้องวางทุกสิ่งลงแล้วปีนขึ้นเตียงไปหาคนตัวน้อย นางถามหนูน้อยว่าปวดท้องปัสสาวะหรือไม่เด็กน้อยแม้นจะงัวเงียแต่ก็พยักหน้า นางจึงอุ้มอีกฝ่ายไปขับถ่ายเสียให้เรียบร้อย

“ท่านแม่...”

“หือ? ...”

“ท่านแม่ไม่เหมือนก่อนหน้านี้เลยนะเจ้าค่ะ อดีตท่านแม่ชอบดุด่าหว่าหวาในยามที่หว่าหวาฉี่รดที่นอนแต่คืนนี้ท่านแม่กลับปลุกหว่าหวาขึ้นมาฉี่โดยไม่ดุดันหรือตีเลย”

เผยหว่านอีในวันนี้ดึงศีรษะน้อยมาจุมพิต แล้วลูบไล้ศีรษะอย่างนึกสงสารเด็กน้อยเพราะในอดีตในยามที่เผยหว่านอีอารมณ์ดีนางย่อมเป็นมารดาที่ดีทว่าในยามใดที่นางอารมณ์เสียก็เอาทุกสิ่งมาลงกับเด็กน้อยไม่รู้ความนั้นเสียก็บ่อยครั้ง

“สัญญากันว่านับจากนี้ท่านแม่จะปลุกเจ้ามาฉี่ทุกคืนดีหรือไม่หากมีสิ่งใดผิดท่านแม่จะบอกให้เจ้าแจ้งใจต่อความผิดก่อนจึงจะดุด่าหรือตีดีหรือไม่?”

เด็กน้อยหว่าหวานั้นจึงหันไปกอดลำคอของมารดาแนบแน่นแล้วจึงพยักหน้าพร้อมยื่นนิ้วก้อยมาตรงหน้าเผยหว่านอี หญิงสาวก็ส่งนิ้วก้อยของตนเองไปเกี่ยวกระหวัดร้อยรัดกับปลายนิ้วน้อยแล้วจุมพิตกระหม่อมซึ่งมีเส้นผมนุ่มหอมกรุ่น

“หว่าหวารักท่านแม่ที่สุดเลยเจ้าค่ะ” เด็กหญิงกล่าวความในใจออกมาให้มารดาทราบเผยหว่านอีจึงแย้มยิ้มด้วยความสุขอย่างแท้จริงนับจากนางกลายเป็นนางกลายเป็นคนพิการเมื่อสามเดือนก่อนเลยก็กล่าวได้

“ท่านแม่ก็รักหว่าหวา รักท่านยายมากเลยจุ๊บ” ไม่มีสามีนางก็คิดว่าตนเองย่อมอยู่ได้ สามีและบิดาเช่นเจียงซู่ไม่มีย่อมดีกว่า ให้นางเลี้ยงดูเด็กหญิงผู้นี้เพียงผู้เดียว ไม่แน่อนาคตของเผยหว่าหวาคงรุ่งเรืองกว่าอยู่เป็นคุณหนูใหญ่เจียงอย่างแน่นอน

...บุรุษที่หวังเกาะชายกระโปรงของสตรีให้อนาคตตนเองยิ่งใหญ่ กับสตรีใดเขาก็ไม่คู่ควรทั้งสิ้น!...

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • ข้ามภพมาเป็นแม่ค้าลูกติด   ตอนที่41 (อวสาน) 2/2

    ใจความที่คนสองข้างถนนที่รถม้าของจวงฉีเยว่เคลื่อนผ่านล้วนเป็นเช่นนี้คำอวยพรเซ็งแซ่ จนสองฝาแฝด หานฉางเซิน และหานเฉินเซียวต่างก็ไม่ยอมนั่งลุกขึ้นไปเกาะหน้าต่างรถม้ามองดูต้นเสียงดังเอ็ดอึงเพราะเห็นเป็นเรื่องสนุกนั่นเอง จวงฉีเยว่ไม่คิดว่าตนเองจะมาถึงขั้นนี้เวลาสองปีไม่นานนักแต่ถามว่านางเหน็ดเหนื่อยหรือไม่มันก็ไม่ขนาดนั้นเพราะทุกสิ่งนางเต็มใจทำและด้วยนิสัยไม่ชอบหยุดนิ่งเพราะในใจยังคิดถึงวันที่เคยทุกยากอยู่ในร่างกายที่พิการขยับเคลื่อนไหวไม่ได้มันทรมานมากเพียงใดรสชาติความขมขื่นนั้นนางจดจำไม่เคยลืมเลือนและจนตายนางก็มั่นใจยิ่งนักว่าตนเองจะลืมไม่ได้ในชาตินี้เสียงอวยพรนี้ยังดังกึกก้องส่งนางและลูกๆ ทั้งสามออกไปจนไกลจากกำแพงเมืองถึงหกลี้ก็ยังได้ยินแต่อาจเพราะนางเคยทุกสาหัสมาก่อนหรือไม่ก็เกินจะทราบแทนที่จะยินดีกับความสำเร็จนี้ของตนเองจวงฉีเยว่กลับดีใจและสุขใจได้ไม่ถึงที่สุดคล้ายกับว่าในซอกหลืบลึกลับภายในหัวใจของนางมันคอยเตือนว่าทุกสิ่งไม่เที่ยงแท้มีทุกข์เสื่อมทุกข์มีสุขวันใดก็เสื่อมสุขได้ในวันหนึ่งชีวิตมนุษย์เราเป็นเช่นนี้มาช้านานแล้วไม่ว่าจะยุคใดสมัยใด ดังนั้นพอวันนี้มีเรื่องน่ายินดีเช่นนี้นางจึง

  • ข้ามภพมาเป็นแม่ค้าลูกติด   ตอนที่41 (อวสาน) 1/2

    ตอนที่41 (อวสาน)หลังจากพิชิตหนานฉู่ได้แล้วอีกหนึ่งเดือนต่อมาขบวนรถม้ายิ่งใหญ่ก็ถูกส่งมารับชินหวางเฟยแห่งต้าซ่งจนถึงแคว้นเว่ยเป็นที่กล่าวขวัญไปทั่วแต่ตลอดร่วมสองปีที่จวงฉีเยว่มาอยู่แคว้นเว่ยในฐานะ ‘นายหญิง’ ของค่ายซ่างหานนางก็ทำเพื่อประชาชน สร้างคุณประโยชน์มากมายจนคนในแคว้นเว่ยถึงไม่เคยเห็นรูปโฉมของ ‘นายหญิง’ กลับเยินยอเสียโฉมงามหยดย้อยเกินเทพเซียนไปมากเพราะนางเป็นดังเทพธิดาแห่งธัญพืชเพาะปลูกพืชผัก ข้าวและผลไม้บำรุงกองทัพไม่พอยังเผื่อแผ่ไปถึงชาวบ้านชาวเมืองจนสองปีผ่านพ้นบนท้องถนนแคว้นเว่ยไร้ขอทานและผู้ยากไร้ไปจนสิ้น ก็ล้วนเป็นนางคอยให้คำปรึกษากับท่านเจ้าเมืองของแคว้นเว่ยมิได้ขาดชาวบ้านจึงมีอาชีพไม่อดอยากยากไร้อีกต่อให้ไร้ที่ดินทำกินก็จะมีที่ดินของค่ายซ่างหานให้ได้ทำกินดังนั้นพอทุกคนทราบว่า ‘นายหญิง’ กำลังจะจากไปบางคนนั้นยินดีที่คนดีคนเก่งกำลังจะไปได้ดิบได้ดี หากแต่บางคนกลับไม่อยากสูญเสีย ‘เทพธิดา’ ของพวกเขาไป แต่พระราชโองการของฮ่องเต้ผู้ใดจะกล้าไปขัดขวางจึงทำได้เพียงออกมายืนส่งขบวนเสด็จของ ‘ชินหวางเฟยเฉียว’ ซึ่งเป็นจวงฉีเยว่ที่เลือกจะยืนหยัดใช้แซ่นี้ของฝ่ายมารดาเพื่อจะลำลึกถึงนางเฉี

  • ข้ามภพมาเป็นแม่ค้าลูกติด   ตอนที่40 2/2

    “ฉีเยว่เอ๋ย นับจากนี้ต่อไปภาระอันหนักอึ้งตกลงมาใส่บ่าบอบบางของเจ้าแล้ว แต่ท่านแม่ผู้นี้ก็เป็นเช่นกับฮ่องเต้ ท่านแม่วางใจและเชื่อใจเจ้าว่าฉีเยว่ของเราจะเป็นท่านแม่ที่ดี เป็นท่านอาสะใภ้ที่มั่นคง และยิ่งว่ามั่นใจว่าเจ้าจะเป็นมารดาของแผ่นดิน เป็นภรรยาที่ดียิ่งให้แก่สามีได้ ท่านแม่ผู้นี้เชื่อใจเจ้าจริงๆ ดังนั้นเจ้าก็ต้องเชื่อใจตนเองด้วยเช่นกัน” นางเฉียวซื่อวางมือเหี่ยวย่นอันแสนจะสั่นเท่าลงบนบ่าบอบบางของบุตรสาวที่ต่อให้นางไม่ได้เป็นผู้คลอดหญิงสาวตรงหน้าออกมาจากครรภ์ของตนเองแต่นางกลับทั้งรักและวางใจเพราะบุตรสาวที่นางใช้สองมือกับหนึ่งหัวใจดวงแกร่งเลี้ยงดูจวงฉีเยว่มาเป็นอย่างดีนางทั้งมั่นใจและวางใจสตรีตรงหน้าเป็นที่สุดแล้วในชีวิต“ต่อไปไม่ว่าจะมีท่านแม่หรือไม่มีข้าอยู่ข้างกายของเจ้าต่อไปอีกก็จงมั่นใจในตนเองเถิดว่าเจ้านั้นจะแน่วแน่และมั่นคงเป็นหลักที่ดีเป็นหลังบ้านที่ดีของอาฉีและต้องเป็นท่านแม่ที่กล้าแกร่งคอยเป็นเบาะอันหนาคอยรองรับไม่ให้ลูกและหลานเมื่อล้มลงต้องบาดเจ็บมากนัก เป็นบ้านที่อบอุ่นรอคอยให้เด็กๆ เหล่านั้นได้กลับมาพักพิงยามพวกเขาสับสน ฉีเยว่เกือบสามปีมานี้เจ้าเติบโตขึ้นมากจริงๆ มากจนหา

  • ข้ามภพมาเป็นแม่ค้าลูกติด   ตอนที่40 1/2

    ตอนที่40และแล้ววันเคลื่อนทัพหน้าของต้าซ่งก็มาถึงแล้วในวันนี้ หานเฟยฉีเป็นแม่ทัพใหญ่สวมเกราะสีดำดูดุดัน ยืนอยู่ข้างอาชาพ่วงพีสีดำสนิทเช่นกัน โดยในอ้อมแขนแกร่งทั้งสองข้างที่อุ้มร่างของเด็กชายฝาแฝดสองพี่น้อง ฉางเซินและเฉินเซียววัยเกือบสี่เดือนแต่ตัวอวบอ้วนน้ำหนักไม่น้อยเรียกว่าจวงฉีเยว่อุ้มไม่นานแขนยังปวดร้าวไปหมด“ได้ฤกษ์แล้วเจ้าค่ะท่านพี่อย่าได้กังวลอันใดหว่านหว่านจะดูแลลูกๆ และตนเองให้ดีจะไม่ทำให้ท่านพี่ว้าวุ่นในเมื่อต้องออกไปอยู่แนวหน้าแน่นอนเจ้าค่ะวางใจได้” เสียงลั่นกลองบอกถึงฤกษ์ยามที่ดีที่สุดในการเคลื่อนทัพแล้ว จวงฉีเยว่จึงก้าวเข้าไปรับเอาหานฉางเซินมาส่งให้กับจิ่วฉีช่วยอุ้มจากนั้นจึงรับเอาหานเฉินเซียวมาอุ้มเอาไว้ในอ้อมแขนของตนเองแทนส่งสามีขึ้นหลังม้าโดยมีเด็กๆ ทั้งสามกับหานเฟยหลงและนางเฉียวซื่อมายืนอวยพรส่งทหารกว่าสองแสนเคลื่อนขบวนตรงไปพิชิตศึกแรกที่สุ่ยโจว“ท่านพ่อ ท่านแม่และพี่ใหญ่ พี่สะใภ้และหลานๆ จะคุ้มครองเจ้า นะอาฉี ข้าขออวยพรให้ศึกแรกนี้เจ้าเอาชนะได้โดยง่ายและว่องไว” หานเฟยหลงตรงเข้าไปตบหัวไหล่แกร่งของน้องชายสามครั้ง ทั้งน้ำเสียงและดวงตานั้นมั่นคงยิ่งนัก ลำดับถัดไปก็เป็น

  • ข้ามภพมาเป็นแม่ค้าลูกติด   ตอนที่39 2/2

    “เอาละๆ เจ้าไปตามสองคนทางนั้นแล้วพาพวกเขากลับไปนอนเถอะปล่อยเสด็จพ่อของเจ้าเอาไว้กับเสด็จอานี่แหละ” หานเฟยฉีจำเป็นต้องห้ามทัพระหว่างพ่อลูกคู่เหมือนนี้เสียก่อนที่พี่ชายจะเอ่ยวาจาไม่ชวนฟังไม่ถนอมน้ำใจคนฟังออกมาให้หลานชายคนโตนั้นต้องคิดมากเพิ่มขึ้นไปอีกจากแต่เดิมหานเว่ยเหยานั้นก็สงบปากสงบคำแต่กลับเก็บทุกคำพูดของบิดาไปคิดมากอยู่เสมอ“เจ้าเด็กคนนี้นี่จริงๆ เลยเชียวมันคิดว่าตัวเองเป็นผู้ใหญ่ขนาดไหนกันถึงมาทำทีท่าทางแบบนั้นใส่คนเป็นพ่อแบบข้าเช่นนี้หึ!” หานเฟยหลงเอ่ยวาจาใส่อารมณ์เต็มที่ยังดีที่เสียงร้องรำทำเพลงภายในงานเลี้ยงนั้นดังมากทหารทั้งหลายจึงไม่ทันได้ยินคำพูดและน้ำเสียงไร้สาระเช่นนี้ออกจากปากของนายเหนือหัวของพวกเขาหาไม่ทุกคนคงแปลกใจกันแย่เท่านั้นว่าที่แท้ฮ่องเต้ของพวกตนก็ยังมีมุมเช่นนี้กับเขาเหมือนกัน“พี่รองปกติการเป็นองค์ชายก็ไม่ง่ายอยู่แล้วเพียงแต่พวกเราทั้งสามคนนั้นโชคดีเกิดมามีเสด็จแม่คนเดียวกันและยิ่งโชคดีอีกชั้นเพราะเสด็จพ่อรักเสด็จแม่แต่ขนาดนั้นชีวิตของพวกเราก็ใช่ว่าจะง่ายดายแล้วท่านคิดว่า อาเหยาที่เกิดมามารดาของเขาก็ตายจากไปทันทีนั้นเติบโตมาได้ง่ายดายเช่นนั้นหรือ” “……” เป็น

  • ข้ามภพมาเป็นแม่ค้าลูกติด   ตอนที่39 1/2

    ตอนที่39งานเลี้ยงฉลองปีใหม่มาถึงแล้วเจ้าสองแฝดนั้นเลิกงอแงเอะอะลืมตาขึ้นมาก็แผดเสียงกรีดร้องจ้าดังก้องไปทั่วจวนอีกแล้วฉางเซินและเฉินเซียวไม่ติดมารดาและติดเต้านมของจวงฉีเยว่มากมายเหมือนช่วงแรกคลอดอีกแล้วดังนั้นแล้วงานเลี้ยงเฉลิมฉลองปีใหม่นี้นายหญิงของซ่างหานจึงลงไปควบคุมดูแลเรื่องอาหารการกินได้อย่างเต็มที่ทำให้ปีนี้เป็นงานเลี้ยงที่อบอุ่นและอิ่มหนำไม่ว่าจะเป็นทหารหรือครอบครัวของพวกเขา“ลำบากเจ้ามากจริงๆ นะฉีเยว่” หานเฟยหลงมองดูบรรยากาศโดยรอบก็อดจะกล่าววาจาชื่นชมและขอบอกขอบใจจวงฉีเยว่ไม่ขาดปากเสียมิได้เพราะผู้ใดจะทราบดีไปกว่าเขาและหานเฟยฉีบ้างว่าขวัญและกำลังใจของทหารก่อนออกรบนั้นสำคัญมากเพียงใดดังนั้นพอในวันนี้จวงฉีเยว่เข้าใจและทำทุกสิ่งโดยอ้างอิงคิดถึงครอบครัวทหารไม่ว่าจะยศต่ำเพียงใดหญิงสาวล้วนใส่ใจเท่าเทียมกันจึงทำให้ฮ่องเต้หนุ่มตื้นตันใจกับทุกสิ่งที่น้องสะใภ้ตั้งใจทำมาทั้งหมดทั้งสิ้นนี้จริงๆ“ฝ่าบาทกล่าวเกรงใจไปแล้วเพคะ ที่หม่อมฉันทำไปก็เพียงคิดว่านี่คือการฉลองปีใหม่ภายในครอบครัวเพียงแต่ครอบครัวของพวกเราออกจะใหญ่ไปสักหน่อยเท่านั้นเองเพคะ” ‘ครอบครัว’ คำนี้หากฟังจากผู้อื่นคงไม่รู้สึก

  • ข้ามภพมาเป็นแม่ค้าลูกติด   ตอนที่31 2/2

    ก่อนที่บุตรเขยและท่านแม่ยายจะกล่าวเกรงใจกันไปมาไม่หยุดจวงฉีเยว่จึงเรียกหาของว่างมาแล้วชวนทั้งมารดาและสามีกินด้วยกันเพื่อที่กินของว่างแล้วมารดาของตนเองจะได้พักผ่อนเช่นเดียวกับหานเฟยฉีที่นางทราบว่าอีกฝ่ายนั้นเร่งเดินทางแทบไม่ได้หยุดพักตรงกลับมายังซ่างหานเลยก็สมควรจะได้นอนพักผ่อนเช่นกัน“เมิ่งซวนให้คน

    last updateآخر تحديث : 2026-03-30
  • ข้ามภพมาเป็นแม่ค้าลูกติด   ตอนที่30 2/2

    แต่คนเช่นคุณหนูโจวซึ่งนิสัยก็หาได้ต่างจากมารดาตนเองคือเย่อหยิ่งและเอาแต่ใจตนเองเป็นใหญ่มีหรือจะยอมล่าถอยเพราะสำหรับนางแล้วยิ่งหานเฟยฉีเย่อหยิ่งเข้าถึงยากคงได้มาไม่ง่ายสาวงามยิ่ง ‘อยากได้’ เพิ่มขึ้นมาอีกหลายส่วน“เกิดอันใดกันขึ้น?” โจวเซินที่เพิ่งเจรจาปรึกษาหารือกับคนของตนเองทั้งสี่เสร็จจึงไม่ได้ออ

    last updateآخر تحديث : 2026-03-30
  • ข้ามภพมาเป็นแม่ค้าลูกติด   ตอนที่29 2/2

    ฟ่านเสิ่นคาดว่าเรื่องนี้อย่างไร ‘นายท่านหาน’ คงไม่นิ่งนอนใจเป็นแน่แต่งานทางนี้ก็ยังไม่เรียบร้อยและ ‘งาน’ ตรงนี้ก็จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเป็นนายท่านหานเท่านั้นที่จะเจรจาเป็นผู้อื่นคงยากจะสำเร็จแต่ชีวิตของนายหญิงและคนทางค่ายซ่างหานก็สำคัญไม่ต่างกันเช่นนี้คนซึ่งจะตัดสินใจเพียงเท่านั้นพวกตนคงมิอาจออกค

    last updateآخر تحديث : 2026-03-29
  • ข้ามภพมาเป็นแม่ค้าลูกติด   ตอนที่28 2/2

    แต่เช่นไรนางก็อยากสอบถามออกไปให้กระจ่างว่า ‘ธุระ’ เร่งร้อนของแม่ทัพหยุนไห่นั้นมีเพียงแค่ทางเมืองหลวงต้องลดจำนวนเสบียงของค่ายซ่างหานเพียงเท่านั้นใช่หรือไม่?“พ่ะย่ะค่ะนายหญิง ข้าน้อยร้อนใจยิ่งนักเพราะบัดนี้มีทหารอยู่ภายในค่ายของเรามากถึงสามแสนนายถึงยังมีเสบียงพอให้กินไปได้อีกสามถึงสี่เดือนก็จริงแต่ข

    last updateآخر تحديث : 2026-03-29
فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status