Masukหลังจากที่หนิงอันตั้งสติได้แล้วนั้น ในใจของนางก็เกิดความคาดหวังบางอย่าง เพื่อความแน่ใจนางจำเป็นต้องพบเขาตัวเป็นๆจึงจะสามารถแน่ใจได้อย่างชัดเจนว่าตนเองควรจะทำสิ่งใดต่อไป ก่อนจะหันไปเอ่ยกับสาวใช้ทั้งสองคน
"ในตอนนี้ฉีอ๋องอยู่ที่ใด!"
"เอ๋!" สาวใช้ทั้งสองต่างมองกันด้วยความประหลาดใจ หลังจากที่พระชายาแต่งเข้าจวนอ๋องมา ทั้งสองก็แทบไม่เคยเกี่ยวพันกันเลยแม้เพียงครั้ง ต่างฝ่ายต่างอยู่ราวกับคนแปลกหน้าที่มาอยู่ในจวนเดียวกันเท่านั้น ซึ่งก็เป็นเช่นนี้มากว่าหนึ่งปีเต็มแล้วหลังจากงานสมรสของทั้งคู่ ก่อนที่อาโปจะเป็นผู้ที่เอ่ยปากขึ้นมา
"ท่านอ๋อง อยู่ที่สนามเตะลูกหนังเจ้าคะ"
"สนามเตะลูกหนังงั้นหรือ" หญิงสาวพยายามทบทวนเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องราวของอีกฝ่ายหญิงสาวจดจำได้ว่าในเนื้อเรื่องของนิยาย ไม่ได้มีเนื้อหาเกี่ยวกับฉีหวางเฟยผู้นี้มากนัก ทั้งนางยังจำได้ว่าไม่เคยเขียนให้หนิงอันผู้นี้ถูกลูกหนังลอยเข้าใส่ใบหน้าจนกระทั่งหมดสติเช่นนี้เลย แล้วเหตุใดอยู่ ๆเนื้อเรื่องจึงได้เปลี่ยนได้เล่า หรืออาจจะเป็นอีกมุมที่นักเขียนเช่นนางไม่เคยเอ่ยถึงแต่ก็ไม่ได้แปลว่าตัวประกอบแต่ละตัวจะไม่ได้มีชีวิตเป็นของตนเองมิใช่หรือ หนิงอันพยักหน้ากับตัวเอง ก่อนจะคิดในใจว่า ใช่! มันจะต้องเป็นเช่นนั้นแน่ ๆ
ในมุมของตัวประกอบที่นางไม่ได้เอ่ยถึง ทุกตัวละครล้วนมีมุมประบทบาทของตัวเองทั้งยังสามารถดำเนินชีวิตไปได้อย่างอิสระโดยที่ไม่ขัดต่อบทของตัวละครหลักของพระนาง มันจะต้องเป็นเช่นนั้นอย่างแน่นอน
หญิงสาวผุดลุกขึ้นยืน ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงดังฟังชัด ที่ทำเอาสาวใช้ทั้งสองถึงกับงงเป็นไก่ตาแตก
"ข้าจะไปพบท่านอ๋อง!"
"พะ พบท่านอ๋องหรือเจ้าคะ พระชายาจะไปพบท่านอ๋องด้วยเรื่องอันใดเจ้าคะ" อาเป่าเอ่ยถามนายสาวด้วยความร้อนใจ นางจดจำได้ดีว่าในวันแรกหลังจากพิธีสมรส นายหญิงของนางที่พยายามจะเอาใจใส่อีกฝ่ายด้วยการตื่นมาตั้งแต่เช้าเพื่อตุ๋นน้ำแกงปลาให้อีกฝ่าย หากแต่เมื่อไปขอพบอีกฝ่ายกลับบ่ายเบี่ยงพร้อมทั้งยังอ้างว่าติดธุระไม่ยินยอมให้นายหญิงของตนเข้าเฝ้า ก่อนที่หนิงอันจะยืนรออยู่ด้านนอกนับชั่วยามท่ามกลางอากาศอันหนาวเย็น และเมื่อหมดหวังที่จะเข้าพบอีกฝ่ายจึงได้ล่าถอยออกมา
ในขณะที่กำลังจะกลับเรือนของตนเอง อีกฝ่ายก็ได้สั่งให้องครักษ์คนสนิทของเขามาแจ้งแก่หนิงอันว่าต่อไปนี้หากไม่มีธุระสำคัญอันใดก็ขอให้ต่างฝ่ายต่างอยู่ไม่จำเป็นต้องข้องแวะกัน
หลังจากคำกล่าวนั้นนายหญิงของพวกนางก็เอาแต่ซึมเศร้าอยู่นานหลายวัน ก่อนจะค่อยๆดีขึ้น
พระชายาและท่านอ๋องไม่เคยออกงานร่วมกันเลยแม้แต่ครั้งเดียว ด้วยเหตุผลที่ชายหนุ่มอ้างว่าหญิงสาวนั้นไม่สบาย และนั่นก็เป็นต้นเหตุของข่าวลือที่ว่าฉีอ๋องทรงไม่โปรดปรานพระชายาของตนเองมากนัก
หนิงอันเป็นบุตรสาวของท่านแม่ทัพหนิงเทียน ที่มีบุญคุณต่อฉีอ๋องเพราะบิดาของนางได้เอาชีวิตเข้าแลกเพื่อช่วยชีวิตไม่ให้อีกฝ่ายถูกสังหารในสงคราม โดยที่ก่อนที่อีกฝ่ายจะสิ้นใจได้ขอคำขอบางอย่างให้กับเฟยฉีหรือฉีอ๋อง การตอบแทนบุญคุณครั้งนี้แลกกับการแต่งหนิงอันบุตรสาวของเขาเข้าจวนอ๋อง ซึ่งฉีอ๋องแม้จะฝืนใจอยู่มากแต่ก็ยินดีรับปาก
และในเวลาต่อมาหลังจากที่ผ่านไปหนึ่งปีพิธีไว้อาลัยจบสิ้น ฉีอ๋องก็ได้มีบัญชารับหนิงอันแต่งเข้าจวนอ๋องในฐานะพระชายาเอกของเขา แม้จะไม่ได้เต็มใจนัก แต่บุรุษกล่าวแล้วไม่คืนคำและเขาเองก็เป็นคนที่รักษาคำพูดของตนเองยิ่งนัก ซึ่งตัวเขาเองในตอนนั้นก็หาได้มีผู้ใดในใจเป็นพิเศษไม่ การรับหญิงสาวหนึ่งคนเข้าจวนก็คงไม่หนักหนาเท่าใดนัก
"พระชายาจะเสด็จไปพบท่านอ๋องจริงๆหรือเจ้าคะ"
"อื้ม ทำไมงั้นหรือ"
"แต่ท่านอ๋อง..." อาโปพยายามจะเตือนความทรงจำของหญิงสาวว่าอีกฝ่ายสั่งห้ามไม่ให้นางเข้าหาเขา และนางเองก็จดจำได้ดี ก่อนจะนึกโทษตนเองว่าเหตุใดต้องเขียนให้เฟยฉีใจร้ายกับนางถึงเพียงนี้ด้วยนะ หรือว่าตัวนางเองอาจจะเป็นพวกมาโซคิสชอบความเจ็บปวดอะไรเทือกนั้น บางทีก็ไม่ค่อยเข้าใจตัวเองเลยจริงๆให้ตายเถอะ!
"ข้าย่อมจำได้ เช่นนั้นแค่แอบมองไกลก็คงจะได้กระมัง"
"เช่นนั้น ย่อมได้แน่นอนเจ้าค่ะ" สาวใช้ทั้งสองต่างพยักหน้าเห็นด้วย เพราะการแอบมองคือการกระทำอันเป็นปกติของนายหญิงของพวกนาง กิจวัตรประจำวันของหนิงอันคือการแอบมายืนส่งท่านอ๋องในตอนเช้าตรู่ในยามที่อีกฝ่ายต้องเข้าประชุมเช้า โดยการแอบมองจากที่ไกลๆ รวมถึงในตอนเย็นที่หญิงสาวแอบยืนรออีกฝ่ายกลับจากค่ายทหารหรือไม่ก็อีกฝ่ายกลับจากข้างนอก และเมื่ออีกฝ่ายกลับมาแล้วหนิงอันจึงจะปลีกตัวกลับเข้าเรือนตนเอง ซึ่งก็เป็นเช่นนี้มาโดยตลอด
สาวใช้ทั้งสองแม้ว่าจะเห็นใจนายหญิงของตนเองอยู่มาก หากแต่จะให้ทำเช่นไรได้ในเมื่อท่านอ๋องสั่งห้ามเอาไว้ว่าไม่ต้องการพบหน้านายหญิงของพวกนางเช่นนี้ ก่อนจะได้แต่ก่นด่าโชคชะตาอยู่ในใจ ว่าเหตุใดจึงได้ใจร้ายกับนายหญิงของพวกนางถึงเพียงนี้!
"เช่นนั้นพวกเราก็ไปแอบดูกันเถิด!"
ในขณะที่ร่างบางกำลังจะก้าวออกจากห้อง ประตูห้องของนางก็พลันเปิดออก หนิงอันตกใจจนเกือบหงายหลังหากแต่ไม่มีวงแขนแข็งแรงของใครบางคนเกาะเกี่ยวเอวบางของนางเอาไว้เสียก่อน ร่างบางถลาเข้าไปในอ้อมแขนของเขาคนนั้นก่อนที่ใบหน้าของนางจะกระแทกกับหน้าอกแข็งแรงของอีกฝ่ายไม่เบานักและนั่นก็ทำให้นางเจ็บจนต้องยกมือเรียวขึ้นมาลูบที่สันจมูก
และเมื่อเงยหน้าขึ้นมอง ทุกๆอย่างก็ราวกับหยุดนิ่งอยู่กับที่ หนิงอันรู้สึกราวกับหูดับนางไม่ได้ยินสิ่งใดเลย นอกจากเสียงหัวใจของตนเองที่เต้นแรงแทบจะระเบิดออกมา
เฟยฉีหรือฉีอ๋องในนิยายเรื่อง พระชายาที่รักนั้น หนิงอันใช้เฟยฉีที่นางแอบรักเป็นต้นแบบของตัวละครตัวนี้ ซึ่งนางก็ไม่แปลกใจเลยหากฉีอ๋องจะมีใบหน้า บุคลิกท่าทาง รวมถึงนิสัยที่เหมือนกับเฟยฉีอย่างไม่มีผิดเพี้ยน และสิ่งนั้นก็ได้ตอกย้ำกับตัวนางอย่างชัดเจนแล้ว ไม่ว่าอย่างไรชายผู้นี้ก็ทำให้นางหลงได้ทุกเมื่อเชื่อวันจริงๆ ในโลกปัจจุบันคนๆนี้ทำให้นางหลงใหลคลั่งไคล้เพียงใด ตัวประกอบเช่นหนิงอันก็ยังคงเป็นเช่นนั้นกับฉีอ๋องผู้นี้เช่นกัน ไม่แปลกเลยที่ในตอนสุดท้ายพระชายาหนิงอันจะยินยอมแลกชีวิตของนางเพื่อให้พระนางได้เคียงคู่กัน
มาในตอนนี้หนิงอันคนใหม่เช่นนางยังคงมีความคิดเช่นในตัวละครหรือไม่ เหตุใดมาในยามนี้นางจึงมีความรู้สึกที่อยากจะครอบครองอีกฝ่าย แม้ว่าความเป็นไปได้นั้นจะมีเพียงน้อยนิด แต่หากว่านางลองพยายามดูสักครั้ง! ความกล้าที่ในโลกปัจจุบันนางไม่เคยมีเพราะอีกฝ่ายนั้นแตกต่างจากนางมากเกินไป
มาในตอนนี้หนิงอันเป็นพระชายาของฉีอ๋อง นางเป็นภรรยาที่ถูกต้องของเขา แม้ไม่รักแต่ก็ไม่ถึงกับเกลียดชัง หากนางลองพยายามดูสักครั้งเล่า! คำถามนี้เกิดขึ้นอยู่ภายในใจของหญิงสาวครั้งแล้วครั้งเล่า!
แม้จะเป็นเพียงฝันหนึ่งตื่น ก็ขอให้นางได้มีโอกาสที่จะได้รักเขาสักครั้งได้หรือไม่!
"เจ้าเป็นอันใดหรือไม่"
"มะ ไม่เป็นอันใดค่ะ เอ่อ เพคะ"
"ไม่เป็นอันใดมากก็ดี เปิ่นหวางได้ยินว่าเจ้าถูกลูกหนังลอยมาโดนจนสลบไปจึงได้แวะมาเยี่ยม หากเจ้าไม่เป็นอันใดมากก็ดีแล้ว เช่นนั้นเปิ่นหวางขอตัวก่อน" เมื่อได้ยินอีกฝ่ายกล่าวเช่นนั้น หนิงอันก็ถึงกับซวนเซ ก่อนจะเกือบล้มลงไปกองกับพื้น หากไม่ได้วงแขนของอีกฝ่ายรับไว้เสียก่อน นางใชเมือกุมที่ศีรษะของตนเองก่อนจะเอนตัวไปพิงที่หน้าอกของชายหนุ่ม แล้วค่อยๆผละออกอย่างเชื่องช้า เป็นเหตุให้ใบหน้าของทั้งคู่ใกล้กันเพียงแค่ลมหายใจ
เฟยฉีได้แต่ขมวดคิ้วเป็นปม ในตอนแรกเขาคิดว่าหญิงสาวคงจะเสแสร้งเพื่อเรียกร้องความสนใจจากเขาเป็นแน่! หากแต่ในเวลาต่อมาก็เปลี่ยนความคิด เมื่ออยู่ ๆเลือดกำเดาของหญิงสาวก็ไหลลงมาทั้งสองข้าง
เฟยฉียกชายเสื้อของเขาขึ้นมาก่อนจะแนบไปที่จมูกของหญิงสาวอย่างรวดเร็ว แล้วหันไปเอ่ยกับองครักษ์ของตนเอง
"ตามหมอหลวงเร็วเข้า!" อาเหวินองครักษ์คนสนิทของชายหนุ่มที่เห็นอาการร้อนรนของท่านอ๋องที่เขาไม่ค่อยได้พบเห็นบ่อยนัก ก็เกิดความแปลกใจก่อนจะเร่งออกไปตามหมอหลวงตามคำสั่งของท่านอ๋องเป็นการด่วน
หมอหลวงถูกตามตัวมาอย่างเร่งด่วนในเวลาต่อมาเพื่อมาดูอาการของฉีหวางเฟยโดยเฉพาะ หากแต่เมื่อตรวจสอบดูแล้ว หญิงสาวก็มิได้เป็นอันใดมากเพียงแต่พักผ่อนน้อยไปเท่านั้น เทียบยาบำรุงมากมายถูกส่งให้กับกงกงประจำตำหนักฉีอ๋องเพื่อไปจัดการ พร้อมกับคำสั่งกำชับอย่างเคร่งครัดของท่านอ๋องว่าในนำสมุนไพรที่ดีที่สุดออกมาต้มเป็นยาบำรุงให้พระชายา
คำสั่งนี้ทำเอากงกงและองครักษ์คนสนิทของเขาถึงกับงุนงงทำอันใดไม่ถูก ก่อนหน้านี้แม้ว่าท่านอ๋องจะสั่งให้พวกเขาดูแลหญิงสาวเป็นอย่างดี หากแต่ชายหนุ่มเองก็หาได้ลงมาใส่ใจหญิงสาวด้วยตนเองเช่นวันนี้ไม่
การกระทำในวันนี้ทำให้จวนอ๋องกลายเป็นที่จับตามองของคนทั่วทั้งเมืองหลวง หรือว่าท่านอ๋องจะหันมาโปรดปรานพระชายาผู้นี้แล้ว
มีเพียงหนิงอันเท่านั้น! ที่รู้ดีว่าที่เขาทำเช่นนี้หาได้โปรดปรานนางไม่ เพียงแต่เขาต้องการชดเชยความรู้สึกผิดของตนเองเท่านั้น ที่สมาชิกในทีมลูกหนังของเขาเป็นฝ่ายทำให้นางบาดเจ็บ เมื่อนึกได้เช่นนั้นหนิงอันก็ได้แต่เก็บงำความเจ็บปวดของตนเองเอาไว้ภายในใจลึกๆ ก่อนจะกล่าวกับตนเองว่า
หากเป็นคนที่รักเขาข้างเดียว ก็ต้องยอมรับที่จะเจ็บปวดเช่นนี้
หนิงอันเดินเข้ามาในห้องก่อนจะค่อยๆทรุดตัวลงนั่งกับโซฟากลางห้อง ดวงตาของเธอยังคงเหม่อลอยสับสน ไม่รู้ว่าที่แท้แล้วสำหรับเขาเธอเป็นแค่ของเล่นคั่นเวลาสนุกๆชิ้นหนึ่งเพียงเท่านั้นใช่มั้ย? ยิ่งได้มากยากเท่าไหร่ก็ยิ่งต้องลงทุนสูงมากเท่านั้นหลังจากวันนั้นชายหนุ่มก็หายหน้าไป หนิงอันพยายามคิดว่าตัวเองจะยังพอมีความหวังบ้าง ทุกครั้งที่เปิดประตูออกมาก็พบเพียงแต่ความว่างเปล่าเธอไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วชายหนุ่มคิดอย่างไรกันแน่ หรือว่าเธอผิดพลาดที่ตรงไหน หรืออาจจะเป็นวันนั้นที่อยู่ ๆเธอก็ออกมาจากห้องโดยที่ไม่บอกเขาเพราะเธอไม่เคยมีแฟน ไม่เคยมีคนรัก ไม่เคยมีครอบครัว เธอไม่รู้ว่าการเริ่มต้นที่จะอยู่กับใครสักคนต้องทำอย่างไร แต่พอเธอพยายามรวบรวมความกล้าที่จะเปิดใจเขากลับหายไปแล้ว เขาเดินหายไปจากชีวิตเธอแล้วหนิงอันรู้ตัวอีกทีตัวเองก็มาโผล่ที่บาร์แห่งหนึ่งซึ่งไม่ไกลจากคอนโดของเธอมากนัก หญิงสาวสั่งค็อกเทลแล้วยกดื่มราวกับน้ำเปล่า แก้วแล้วแก้วเล่า ใบหน้าของหญิงสาวแดงเรื่อ พูดเสียงอ้อแอ้เป็นสัญญาณว่าเริ่มเมามากแล้ว เวลาที่มีเรื่องไม่สบายใจที่นี่ก็เป็นอีกแห่งที่เธอมักจะมานั่งปลดปล่อยความเศร้า แต่พอเริ่มเมามากขึ้นก
"หัวหน้าค่ะ โลกเสมือนจริงจบลงแล้วค่ะ ทั้งคู่น่าจะกลับมาในอีกสิบนาทีค่ะ""ดีมาก นับว่าสมบูรณ์แบบ""แบบนี้ก็แปลว่า โครงการนี้จะถูกอนุมัติใช่มั้ยคะ""ถูกต้อง สักครึ่งชั่วโมงค่อยติดต่อแจ้งข่าวนี้แก่ท่านประธาน""ได้ค่ะหัวหน้า"รายงานผลการทดลองเป็นผลสำเร็จและสมบูรณ์แบบเป็นอย่างมาก ชายหนุ่มเดินออกไปหน้าประตูก่อนจะแง้มเพื่อมองดูห้องที่อยู่ฝั่งตรงข้าม ก่อนจะยกยิ้มอย่างใจเย็นพลางคิดในใจ(เสี่ยวอันเธอหนีฉันไม่พ้นหรอก)เฟยฉีพยายามนำตัวเองให้เข้าไปอยู่ในสายตาของหญิงสาวมาตลอด เด็กสาวที่สวมแว่นตาหนาเตอะคนนั้นคือคนที่ทำให้เขาตกหลุมรักโดยที่ชายหนุ่มเองก็ไม่รู้ตัวว่าเขาเริ่มรู้สึกเช่นนั้นกับเธอตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้ตัวอีกทีก็มักจะเอาตัวเองเข้าไปใกล้กับหญิงสาวอยู่เสมอ แต่เพราะความหล่อเหลาของเฟยฉีทำให้ทุกคนไม่คิดว่าชายหนุ่มจะมีความคิดเช่นนั้นกับหญิงสาว ทำให้การที่เขาไปวอแวกับอีกฝ่ายไม่ได้กลายเป็นเป้าสายตามากนัก อาจเพราะหนิงอันเรียนเก่งเขาเองก็เรียนเก่งจึงทำให้ทั้งคู่ค่อยๆสนิทกัน แต่หลังจากที่เรียนจบหญิงสาวก็ไม่เคยติดต่อเขาอีกเลย ชายหนุ่มจึงทำได้เพียงติดตามข่าวคราวของเธออยู่เงียบๆจนกระทั่งหนิงอันมีผลงานนิย
หนิงอันและเฟยฉีเดินทางกลับจิงโจวในเช้าวันต่อมา เรื่องราวหลังจากนี้ไม่ได้อยู่ในนิยายที่นางเขียนขึ้นหากแต่มันเป็นเรื่องราวต่อจากนั้นที่แม้แต่คนเขียนนิยายเช่นนางก็ไม่สามารถคาดเดาเหตุการณ์ได้ หนิงอันคิดว่าตนเองคงจะต้องใช้ชีวิตต่อไปเรื่อยๆจนกระทั่งหมดอายุขัยเลยหรือไม่จึงจะสามารถกลับไปยังโลกปัจจุบันที่นางจากมาได้คงไม่มีใครสามารถตอบได้รถม้าค่อยเคลื่อนตัวออกจากเมืองหลวงก่อนจะค่อยๆแล่นไปตามเส้นทางมุ่งหน้าสู่งจิงโจวเมืองที่เป็นเอกเทศไม่ขึ้นตรงต่อผู้ใด ในขณะที่มุมหนึ่งบนกำแพงเมือง พบชายหนุ่มที่สวมชุดมังกรที่เหลืองอร่ามกำลังเพ่งมองไปยังรถม้าที่ค่อยๆวิ่งไกลออกไปจนกระทั่งสุดลูกหูลูกตา"ฝ่าบาท จะทรงปล่อยให้นางจากไปเช่นนี้จริงๆหรือพ่ะย่ะค่ะ" กงกงคนสนิทเอ่ยขึ้น แววตาของเขาฉายชัดความห่วงใยในตัวฮ่องเต้พระองค์ใหม่ผู้นี้ไม่น้อย"นางพบคนที่นางรักจริงๆเสียที เช่นนั้นก็หมดหน้าที่ของเราแล้ว""แล้วฝ่าบาทเล่าพ่ะย่ะค่ะ""เรากับนางคงมิได้มีวาสนาต่อกัน เอาละกลับกันเถิด""พ่ะย่ะค่ะ หลายปีต่อมา"อันอัน หยุดเดี๋ยวนี้นะ! แม่บอกให้หยุด เจ้าเอาหมินหมินไปนอนบนเตียงกับเจ้าอีกแล้วใช่หรือไม่ เหตุใดจึงไม่อาบน้ำให้มันก่อน"
หนิงอันลืมตาตื่นขึ้นมา ก่อนจะพยายามมองไปรอบๆก็ต้องแปลกใจที่หญิงสาวยังคงอยู่ในนิยาย ก่อนจะคิดในใจว่าเหตุใดนางจึงยังไม่ตายกันนะ!(นี่ข้ายังไม่ตายหรอกหรือ)"เจ้าฟื้นแล้วหรือ" หนิงอันหันไปตามเสียงก็พบกับสตรีผู้หนึ่งที่กำลังถือถ้วยชาเข้ามา"เอ่อ... ไม่ทราบว่าที่นี่คือที่ใดหรือเจ้าคะ""สำนักจี๋หลินเจ้าค่ะ" หนิงอันมองไปรอบๆนางพยายามมองหาร่างของสามี"สามีของท่านอีกเดี๋ยวก็คงกลับมา ท่านดื่มยาก่อนเถิด""อืม ขอบคุณแม่นาง" หนิงอันรับถ้วยยามาก่อนจะฝืนใจดื่มมันจนหมดแล้วยื่นถ้วยเปล่าส่งคืนไปให้อีกฝ่าย"ข้าหลับไปนานเท่าใดงั้นหรือ""ท่านหลับไปเจ็ดวันแล้ว สามีของท่านเขานั่งเฝ้าท่านที่ข้างเตียงตลอด หากแต่วันนี้มีธุระด่วนจึงได้ฝากให้ข้ามาอยู่เป็นเพื่อนท่านแทน""เช่นนั้นก็ต้องรบกวนแม่นางแล้ว""ท่านอย่าได้เกรงใจเลย ท่านอ๋องมีบุญคุณต่อข้าเรื่องเล็กน้อยเพียงเท่านี้นับว่าเป็นอันใดได้"เพียงครู่เสียงฝีเท้าของชายหนุ่มก็ใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ หนิงอันมองเห็นใบหน้าคุ้นเคยที่ตอนนี้แลดูซูบผอมลงไปมาก ใต้ตาของเขาดำคล้ำราวกับอดหลับอดนอนมาหลายวัน เมื่อเห็นชายหนุ่มที่เป็นเช่นนั้นหัวใจของหนิงอันก็รู้สึกเจ็บปวดยิ่งนักทางด้านเ
วันต่อมาอยู่ ๆ จื่อเว่ยก็วีแชทมาบอกเธอว่างานเลี้ยงถูกยกเลิกเพราะที่เมืองข้างๆ เกิดเหตุดินถล่ม มีเพื่อนหลายคนประสบภัยทั้งยังมีปัญหาเดินทางมาไม่สะดวกทำให้ต้องยกเลิกไปก่อนทำให้คนเหงาๆ อย่างหนิงอันถึงกับซึมเพราะต้องติดอยู่ที่คอนโดไม่รู้จะออกไปไหนติ๊งต่อง! ติ๊งต่อง!หนิงอันขมวดคิ้วเป็นปมใครกันมาแต่เช้า ก่อนจะเดินไปเปิดประตูแล้วพบว่าไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นเพื่อนบ้านจอมวุ่นวายของเธอเอง“นายมีอะไรงั้นหรือ”“ขอเข้าไปก่อนได้มั้ย ข้างนอกหนาวมากเลย”“ดะ เดี๋ยว” หนิงอันไม่ทันได้เอ่ยปฏิเสธชายหนุ่มก็แทรกตัวเข้ามาในห้องแล้ว ก่อนจะตรงไปที่โซฟาแล้วจับเจ้าโป๊ยก่ายแมวตัวอ้วนสีเทาขึ้นมาทั้งกอดทั้งหอมอย่างมันเขี้ยว“นายมีอะไร”“ฉันมาฟังคำตอบของเธอ”“คำตอบอะไร”“เธอคือเสี่ยวอันคนนั้นใช่มั้ย”“ใช่แล้วยังไง ไม่ใช่แล้วยังไง มันสำคัญกับนายมากหรือไง”“สำคัญมาก” หึ ห
เฟยฉีก้าวเข้ามาภายในห้องเขาถอดรองเท้าออกพร้อมกับสวมรองเท้าแตะที่ใส่เดินในบ้านของแขกแล้วก้าวเข้าไป ร่างสูงสอดส่ายสายตามองไปรอบ ๆ ห้อง ทั้งห้องถูกตกแต่งเป็นโทนสีขาวทำให้ดูสบายตา ข้าวของเครื่องใช้ทุกอย่างถูกจัดไว้อย่างเป็นระเบียบ โซฟาสีขาวที่มีแมวตัวอ้วนสีเทาและสีส้มนอนหลับอยู่ เขาจึงไม่กล้ารบกวนมันจึงได้ย้ายตัวเองไปนั่งโซฟาอีกตัวหนิงอันยกน้ำชามาให้ชายหนุ่มแทนน้ำเปล่า เพราะจำได้ว่าเขาชอบมากกว่าการดื่มน้ำเปล่าเฟยฉีมองดูน้ำชาอุ่นๆ ในมือของหนิงอันก็ถึงกับยกยิ้มที่มุมปากทันที“ขอบคุณน







