LOGINหลังจากที่นั่งดูจนกระทั่งถึงเวลาพักครึ่งของการแข่งขัน อยู่ ๆ เฟยฉีก็ลุกขึ้นก่อนจะเอ่ยกับสหายอีกสองคน
"ครึ่งหลังเปิ่นหวางจะเป็นผู้ลงเล่นด้วยตนเอง"
"หา" หลิวหยางและเสิ่นหนาน เกิดอาการงุนงงอีกครั้ง เพราะโดยปกติแล้วชายหนุ่มจะไม่ลงเล่นในการแข่งขันจริงเช่นนี้ จะทำเพียงนั่งดูเท่านั้น หรือว่า...
หลิวหยางและเสิ่นหนานหันมาสบตากันก่อนจะมองไปที่หนิงอัน พร้อมกับพยักหน้าพร้อมกันเบาๆ บรรดาคุณหนูสูงศักดิ์ทั้งหลายเมื่อได้ยินว่าการแข่งขันในครึ่งหลังนั้น ฉีอ๋องจะเป็นผู้ลงเล่นด้วยตนเอง ทุกคนก็ต่างส่งเสียงฮือฮา กรีดร้องกันใหญ่โต
หนิงอันที่นั่งอยู่ข้างชายหนุ่มเองก็รู้สึกตกใจไม่น้อย ก่อนที่หนิงอันจะคิดในใจ สตรีเหล่านี้คลั่งไคล้พระเอกขนาดนี้เลยหรือนี่!
ชุดการแข่งขันเป็นองครักษ์คนสนิทของเขานำมาให้ก่อนที่อีกฝ่ายจะหายเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าภายในกระโจมและเมื่อออกมาหลังจากเปลี่ยนเสร็จ หนิงอันก็รับรู้ได้ทันที เพราะเหล่าสตรีทั้งงานต่างกรีดร้องคร่ำครวญปานนั้น
หนิงอันเองก็แอบเป็นหนึ่งในสตรีเหล่านั้นที่ลอบแอบมองสามีตนเองด้วยสายตาชื่นชม หากแต่ก็ได้แค่ชื่นชมเพียงอย่างเดียว เพราะพ่อพระเอกของนางนั้นย่อมมีแต่นางเอกในดวงใจเพียงหนึ่งเดียว เมื่อนึกถึงเรื่องนี้หนิงอันก็รู้สึกว่าใจนางนั้นอยู่ไม่เป็นสุขเลยแม้แต่น้อย
เพราะแท้ที่จริงแล้วในวันนี้จะเป็นวันที่พระเอกและนางเอกของเรื่องจะได้พบกันเป็นครั้งแรก ก่อนที่ทั้งสองจะตกหลุมรักกันในทันที ระหว่างที่กำลังคิดอะไรอยู่เรื่อยเปื่อย ม้าพยศตัวหนึ่งก็วิ่งควบเข้ามาภายในสนามอย่างบ้าคลั่ง บนหลังของมันมีร่างของสตรีผู้หนึ่งอยู่บนนั้น
ฮี้!
"ทุกคนหลีกไป ทุกคนหลีกไป!"
กรี๊ดดด
เสียงร้องของม้าคลั่งทำเอาชาวเมืองต่างแตกตื่นก่อนจะหาที่หลบกันเป็นพัลวันอย่างรู้สึกตื่นกลัว ขณะเดียวกัน เหล่าองครักษ์และทหารทั้งหลายก็พยายามหยุดยั้งม้าคลั่งตนนั้น หากแต่ยังไม่มีผู้ใดหยุดมันได้ หนิงอันรู้สึกไม่วางใจจึงได้คิดจะลุกขึ้นไปสังเกตเหตุการณ์หากแต่ถูกสาวใช้ของนางรั้งตัวเอาไว้เสียก่อน
"พระยาชาอย่าลงไปเลยเพคะ อันตรายยิ่งนัก"
"แต่..."
เสียงกรีดร้องดังขึ้นอีกครั้งเมื่อม้าคลั่งตัวนั้นมุ่งหน้ามาทางที่พวกนางกำลังนั่งอยู่ ภายในใจของหนิงอันรู้สึกตื่นกลัวจนกระทั่งขยับข้าไม่ออก หากแต่ผู้คนรอบข้างกลับพากันแตกตื่นวิ่งหนีกันไปคนละทิศคนละทาง เสียงร้องเรียกของสาวใช้คนสนิทของนางที่ถูก กองทัพชาวบ้านที่กำลังแตกตื่นผลักกระเด็นออกไปคนละทิศคนละทาง แต่พวกนางก็ยังไม่ละความพยายามที่จะมองหาร่างบางของผู้เป็นนาย
"พระชายา! พระชายาเพคะ"
จังหวะแห่งความระทึก ร่างสูงของเฟยฉีก็กระโดดขึ้นเพื่อบังคับม้าคลั่งตนนั้นด้วยตนเอง พร้อมกับร่างหญิงงามอันดับหนึ่งในอ้อมแขน หนิงอันที่ในตอนแรกก็ตกใจกลัวม้าตนนั้น หากแต่ยามเห็นฉากที่คู่พระนางได้พบกันครั้งแรกก็พลันทำให้จิตใจของนางเจ็บปวดจนลืมความกลัวไปชั่วขณะ
ก่อนจะมีมือหนาของใครบางคนเข้ามาฉุดมือของนางออกจากเส้นทางของม้าคลั่งตัวนั้น ร่างบางของกระเด็นเข้าปะทะหน้าอกแกร่งของใครบางคน วงแขนของเขารัดร่างของนางจนแน่นราวกับต้องการปกป้อง ก่อนจะใช้วิชาตัวเบาพานางเหาะเหินออกจากบริเวณนั้นทันที
หนิงอันเงยหน้าขึ้นก่อนจะพบใบหน้าหล่อเหลาของอีกฝ่าย ผิวขาว ใบหน้าที่เกลี้ยงเกลาไร้จำตำหนิทำเอาหนิงอันถึงกับกลืนน้ำลาย เมื่อเท้าของทั้งคู่แตะพื้น หนิงอันก็เบี่ยงตัวหลบออกจากร่างของชายหนุ่มในทันที ก่อนจะยอบกายขอบคุณอีกฝ่ายที่ช่วยเหลือนาง
"ขอบคุณ คุณชายที่ช่วยเหลือเจ้าค่ะ"
"ไม่เป็นไร ข้าเพียงเห็นว่าท่านไม่มีใครคอยปกป้อง ก็เลยนึกอยากจะเสนอตัว" หนิงอันเลิกคิ้ว ทำเป็นไม่เข้าใจในวาจาของอีกฝ่าย
"ก็ท่านอ๋องมิใช่ว่ากำลังช่วยสาวงามบนหลังม้าอยู่หรอกหรือ" เมื่อชายหนุ่มกล่าวจบหนิงอันก็หันไปมองตามสายของอีกฝ่าย ก่อนจะพบว่าม้าตนนั้นถูกจัดการเรียบร้อยแล้ว ภายในอ้อมแขนของเฟยฉีก็มีสาวงามนางหนึ่งเกาะเกี่ยวอยู่ เฟยฉีค่อยๆวางหญิงสาวลงบนพื้นอย่างแผ่วเบาราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้รับบาดเจ็บ
หนิงอันที่ยืนมองจากอีกที่หนึ่งได้แต่เม้มริมฝีปากจนเลือดห่อ ก่อนจะหันไปทางอื่น ระหว่างนั้นก็ได้ยินเสียงเรียกของสาวใช้ทั้งสองในขณะที่กำลังวิ่งมาทางด้านที่นางยืนอยู่อย่างกระหืดกระหอบ
"พระชายาเพคะ พระชายา"
"ข้าอยู่นี่!"
"ฮือ ๆ พระชายาท่านเป็นเช่นไรบ้างเพคะ บาดเจ็บตรงที่ใดหรือไม่" หนิงอันส่ายหน้า
"สาวใช้ของท่านมาแล้วเช่นนั้นข้าขอตัวก่อน"
"ขอบคุณ คุณชายอีกครั้งที่ช่วยเหลือ" ชายหนุ่มเพียงยกยิ้มที่มุมปาก ก่อนจะหันหลังเดินจากไป หนิงอันลอบสังเกตเห็นว่าเขามีองครักษ์คอยติดตามอยู่ไม่น้อย ทั้งยังท่าทางที่ดุดันเช่นนั้นอีก นางนึกไม่ออกว่าในนิยายของนางนั้นมีตัวละครตัวนี้อยู่ แล้วเขาเป็นผู้ใดกัน ก่อนที่นึกสิ่งใดได้แล้วหันกลับไปมองร่างสูงนั้นอีกครั้ง
ที่แท้เขาก็คือ หยางชิน แม่ทัพแดนเหนือ ที่เคยถูกวางตัวให้เป็นว่าที่คู่หมั้นของหนิงอัน หากไม่มีราชโองการสมรสของฉีอ๋อง ป่านนี้นางก็คงจะเป็นฮูหยินของเขาอย่างแน่แท้ หากแต่... ในเรื่องนี้ชายหนุ่มได้ถูกวางตัวให้เป็นตัวร้าย เพราะดันหลงรักสตรีคนเดียวกันกับพระเอก หากว่านางแต่งให้เขาไปชีวิตในเรือนหลัง ก็คงไม่ได้แตกต่างจากที่เป็นอยู่ในตอนนี้ ก็ใครใช้ให้นางเป็นเพียงแค่ตัวประกอบเล่า ตัวประกอบก็ต้องอยู่อย่างรันทดเช่นนี้แหละ!
"พวกเรากลับจวนกันเถิด ข้าเหนื่อยมากแล้ว"
"เพคะ เช่นนั้นบ่าวจะรีบไปเตรียมรถม้าเพคะ" อาเป่าเอ่ยขึ้น พร้อมกับเร่งฝีเท้าเดินไปในทันที ในขณะที่อาโปเดินเข้ามาพยุงร่างของนาง
หนิงอันไม่อยากจะรับรู้เรื่องราวต่อจากนี้ของพระนางในเรื่อง ก่อนจะทำใจแล้วปล่อยให้เรื่องราวเป็นไปตามในเนื้อเรื่องของนิยาย ส่วนนางก็คงจะทำได้เพียงกลับไปอยู่ในมุมของตัวประกอบเช่นเดิม ก่อนที่จะถึงตอนจบ เมื่อถึงตอนนั้นนางก็จะได้กลับโลกปัจจุบันเสียที!
ความน้อยใจตีตื้นขึ้นมา ในใจก็รู้สึกอยากจะตีอกชกหน้าตัวเองเพื่อเรียกคืนสติเสียบ้าง เหตุใดจึงได้เอาตนเองเป็นต้นแบบของตัวละครในนิยายเช่นนี้ ทั้งยังเขียนให้ตนเองมีชีวิตที่น่าเวทนาเหลือเกิน โง่งมนัก
คอยดูเถอะ เรื่องหน้าเขียนให้ตนเองเป็นนางเอกไปเลยจะได้จบๆ
รถม้าเคลื่อนตัวออกจากสนามเตะลูกหนัง ภายในใจของหนิงอันก็ยังคงพะวงอยู่กับคู่ของพระนาง ป่านนี้ไม่รู้ว่าคนทั้งคู่จะกำลังทำสิ่งใดอยู่หรือว่าจะพลอดรักกันไปถึงไหนต่อไหนกันแล้ว หญิงสาวรู้สึกกระวนกระวายจนไม่อาจเป็นสุข ก่อนที่อยู่ ๆ รถม้าจะโยกไปมา พร้อมกับเสียงของคนบังคับม้าที่กล่าวขออภัย
"ขออภัยพระชายาพ่ะย่ะค่ะ พอดีว่ารถม้ามีปัญหา"
"หา" สวรรค์ช่าง... ทำร้ายนางไม่เลิกจริงๆ วันนี้เกือบจะตายเพราะม้าคลั่งไม่พอ รถม้าก็ยังมาเสียเช่นนี้อีก หญิงสาวมองไปบนท้องฟ้าที่มืดครึ้มดูเหมือนว่าอีกไม่กี่ชั่วยามฝนก็คงจะเทกระหน่ำลงมาเป็นแน่!
"พระชายาทรงเสด็จลงจากรถม้าก่อนเถิดเพคะ" สาวใช้คนสนิทกล่าวกับนางพร้อมกับเข้ามาช่วยพยุงร่างบาง
"อื้ม"
หนิงอันลงจากรถม้าโดยที่มีสาวใช้ทั้งสองคอยช่วยพยุง หญิงสาวพึ่งรู้ตัวว่าตนเองนั้นเกิดอาการเจ็บที่ข้อเท้า คงจะเป็นตอนที่พยายามหลบม้าคลั่งตัวนั้น โชคดีที่หยางชินเข้ามาช่วยได้ทันเวลามิเช่นนั้นไม่รู้ว่าปานนี้นางจะเป็นเช่นไรบ้าง ว่าแต่หากว่านางตายไปตอนนี้จะได้กลับไปโลกปัจจุบันเลยหรือไม่
หนิงอันครุ่นคิดก่อนจะเกิดความคิดบางอย่างขึ้น ร่างบางยกยิ้มเจ้าเล่ห์กับตนเอง อย่างไรนางก็เป็นเพียงแค่ตัวประกอบไร้ความสำคัญ เป็นตัวละครที่คนเขียนใช้แล้วทิ้ง ภารกิจเดียวที่นางได้รับคือเสียสละชีวิตตนเองเพื่อทำให้พระนางรักกันแล้ว เช่นนั้นแล้ว... นางจะทำใจทนเห็นคนทั้งคู่รักกันได้หรือไม่
"พระชายา อีกเดี๋ยวรถม้าจากจวนก็จะมารับท่านแล้ว พระชายาท่านนั่งพักที่โขดหินตรงด้านนี้สักครู่เถิดเพคะ"
"อื้ม ขอบใจเจ้าทั้งสองมาก"
"เพคะ"
"เหตุใด ฟ้าจึงได้มืดครึ้มน่ากลัวยิ่งนัก" อาเป่ากล่าวขึ้นในขณะที่มองเห็นลมเริ่มแรงมากขึ้น
"นั่นนะสิ เมื่อกลางวันยังแดดแรงอยู่เลย"
"พระชายาเพคะ ท่านทรงรออีกหน่อย บ่าวจะไปลองสอบถามท่านองครักษ์ดูว่ารถม้าจะมาถึงเมื่อใด"
"อื้มเจ้าไปเถิด"
"อาโป เจ้าอยู่กับพระชายา"
"ได้ เจ้ารีบไปเถิด"
"พระชายารอบ่าว สักครู่นะเพคะ" หนิงอันพยักหน้ารับทราบ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองดูท้องฟ้าที่ตอนนี้มืดครึ้มไปหมด น่ากลัวว่าฝนกำลังจะตกลงมาในเร็วๆนี้
หนิงอันเดินเข้ามาในห้องก่อนจะค่อยๆทรุดตัวลงนั่งกับโซฟากลางห้อง ดวงตาของเธอยังคงเหม่อลอยสับสน ไม่รู้ว่าที่แท้แล้วสำหรับเขาเธอเป็นแค่ของเล่นคั่นเวลาสนุกๆชิ้นหนึ่งเพียงเท่านั้นใช่มั้ย? ยิ่งได้มากยากเท่าไหร่ก็ยิ่งต้องลงทุนสูงมากเท่านั้นหลังจากวันนั้นชายหนุ่มก็หายหน้าไป หนิงอันพยายามคิดว่าตัวเองจะยังพอมีความหวังบ้าง ทุกครั้งที่เปิดประตูออกมาก็พบเพียงแต่ความว่างเปล่าเธอไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วชายหนุ่มคิดอย่างไรกันแน่ หรือว่าเธอผิดพลาดที่ตรงไหน หรืออาจจะเป็นวันนั้นที่อยู่ ๆเธอก็ออกมาจากห้องโดยที่ไม่บอกเขาเพราะเธอไม่เคยมีแฟน ไม่เคยมีคนรัก ไม่เคยมีครอบครัว เธอไม่รู้ว่าการเริ่มต้นที่จะอยู่กับใครสักคนต้องทำอย่างไร แต่พอเธอพยายามรวบรวมความกล้าที่จะเปิดใจเขากลับหายไปแล้ว เขาเดินหายไปจากชีวิตเธอแล้วหนิงอันรู้ตัวอีกทีตัวเองก็มาโผล่ที่บาร์แห่งหนึ่งซึ่งไม่ไกลจากคอนโดของเธอมากนัก หญิงสาวสั่งค็อกเทลแล้วยกดื่มราวกับน้ำเปล่า แก้วแล้วแก้วเล่า ใบหน้าของหญิงสาวแดงเรื่อ พูดเสียงอ้อแอ้เป็นสัญญาณว่าเริ่มเมามากแล้ว เวลาที่มีเรื่องไม่สบายใจที่นี่ก็เป็นอีกแห่งที่เธอมักจะมานั่งปลดปล่อยความเศร้า แต่พอเริ่มเมามากขึ้นก
"หัวหน้าค่ะ โลกเสมือนจริงจบลงแล้วค่ะ ทั้งคู่น่าจะกลับมาในอีกสิบนาทีค่ะ""ดีมาก นับว่าสมบูรณ์แบบ""แบบนี้ก็แปลว่า โครงการนี้จะถูกอนุมัติใช่มั้ยคะ""ถูกต้อง สักครึ่งชั่วโมงค่อยติดต่อแจ้งข่าวนี้แก่ท่านประธาน""ได้ค่ะหัวหน้า"รายงานผลการทดลองเป็นผลสำเร็จและสมบูรณ์แบบเป็นอย่างมาก ชายหนุ่มเดินออกไปหน้าประตูก่อนจะแง้มเพื่อมองดูห้องที่อยู่ฝั่งตรงข้าม ก่อนจะยกยิ้มอย่างใจเย็นพลางคิดในใจ(เสี่ยวอันเธอหนีฉันไม่พ้นหรอก)เฟยฉีพยายามนำตัวเองให้เข้าไปอยู่ในสายตาของหญิงสาวมาตลอด เด็กสาวที่สวมแว่นตาหนาเตอะคนนั้นคือคนที่ทำให้เขาตกหลุมรักโดยที่ชายหนุ่มเองก็ไม่รู้ตัวว่าเขาเริ่มรู้สึกเช่นนั้นกับเธอตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้ตัวอีกทีก็มักจะเอาตัวเองเข้าไปใกล้กับหญิงสาวอยู่เสมอ แต่เพราะความหล่อเหลาของเฟยฉีทำให้ทุกคนไม่คิดว่าชายหนุ่มจะมีความคิดเช่นนั้นกับหญิงสาว ทำให้การที่เขาไปวอแวกับอีกฝ่ายไม่ได้กลายเป็นเป้าสายตามากนัก อาจเพราะหนิงอันเรียนเก่งเขาเองก็เรียนเก่งจึงทำให้ทั้งคู่ค่อยๆสนิทกัน แต่หลังจากที่เรียนจบหญิงสาวก็ไม่เคยติดต่อเขาอีกเลย ชายหนุ่มจึงทำได้เพียงติดตามข่าวคราวของเธออยู่เงียบๆจนกระทั่งหนิงอันมีผลงานนิย
หนิงอันและเฟยฉีเดินทางกลับจิงโจวในเช้าวันต่อมา เรื่องราวหลังจากนี้ไม่ได้อยู่ในนิยายที่นางเขียนขึ้นหากแต่มันเป็นเรื่องราวต่อจากนั้นที่แม้แต่คนเขียนนิยายเช่นนางก็ไม่สามารถคาดเดาเหตุการณ์ได้ หนิงอันคิดว่าตนเองคงจะต้องใช้ชีวิตต่อไปเรื่อยๆจนกระทั่งหมดอายุขัยเลยหรือไม่จึงจะสามารถกลับไปยังโลกปัจจุบันที่นางจากมาได้คงไม่มีใครสามารถตอบได้รถม้าค่อยเคลื่อนตัวออกจากเมืองหลวงก่อนจะค่อยๆแล่นไปตามเส้นทางมุ่งหน้าสู่งจิงโจวเมืองที่เป็นเอกเทศไม่ขึ้นตรงต่อผู้ใด ในขณะที่มุมหนึ่งบนกำแพงเมือง พบชายหนุ่มที่สวมชุดมังกรที่เหลืองอร่ามกำลังเพ่งมองไปยังรถม้าที่ค่อยๆวิ่งไกลออกไปจนกระทั่งสุดลูกหูลูกตา"ฝ่าบาท จะทรงปล่อยให้นางจากไปเช่นนี้จริงๆหรือพ่ะย่ะค่ะ" กงกงคนสนิทเอ่ยขึ้น แววตาของเขาฉายชัดความห่วงใยในตัวฮ่องเต้พระองค์ใหม่ผู้นี้ไม่น้อย"นางพบคนที่นางรักจริงๆเสียที เช่นนั้นก็หมดหน้าที่ของเราแล้ว""แล้วฝ่าบาทเล่าพ่ะย่ะค่ะ""เรากับนางคงมิได้มีวาสนาต่อกัน เอาละกลับกันเถิด""พ่ะย่ะค่ะ หลายปีต่อมา"อันอัน หยุดเดี๋ยวนี้นะ! แม่บอกให้หยุด เจ้าเอาหมินหมินไปนอนบนเตียงกับเจ้าอีกแล้วใช่หรือไม่ เหตุใดจึงไม่อาบน้ำให้มันก่อน"
หนิงอันลืมตาตื่นขึ้นมา ก่อนจะพยายามมองไปรอบๆก็ต้องแปลกใจที่หญิงสาวยังคงอยู่ในนิยาย ก่อนจะคิดในใจว่าเหตุใดนางจึงยังไม่ตายกันนะ!(นี่ข้ายังไม่ตายหรอกหรือ)"เจ้าฟื้นแล้วหรือ" หนิงอันหันไปตามเสียงก็พบกับสตรีผู้หนึ่งที่กำลังถือถ้วยชาเข้ามา"เอ่อ... ไม่ทราบว่าที่นี่คือที่ใดหรือเจ้าคะ""สำนักจี๋หลินเจ้าค่ะ" หนิงอันมองไปรอบๆนางพยายามมองหาร่างของสามี"สามีของท่านอีกเดี๋ยวก็คงกลับมา ท่านดื่มยาก่อนเถิด""อืม ขอบคุณแม่นาง" หนิงอันรับถ้วยยามาก่อนจะฝืนใจดื่มมันจนหมดแล้วยื่นถ้วยเปล่าส่งคืนไปให้อีกฝ่าย"ข้าหลับไปนานเท่าใดงั้นหรือ""ท่านหลับไปเจ็ดวันแล้ว สามีของท่านเขานั่งเฝ้าท่านที่ข้างเตียงตลอด หากแต่วันนี้มีธุระด่วนจึงได้ฝากให้ข้ามาอยู่เป็นเพื่อนท่านแทน""เช่นนั้นก็ต้องรบกวนแม่นางแล้ว""ท่านอย่าได้เกรงใจเลย ท่านอ๋องมีบุญคุณต่อข้าเรื่องเล็กน้อยเพียงเท่านี้นับว่าเป็นอันใดได้"เพียงครู่เสียงฝีเท้าของชายหนุ่มก็ใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ หนิงอันมองเห็นใบหน้าคุ้นเคยที่ตอนนี้แลดูซูบผอมลงไปมาก ใต้ตาของเขาดำคล้ำราวกับอดหลับอดนอนมาหลายวัน เมื่อเห็นชายหนุ่มที่เป็นเช่นนั้นหัวใจของหนิงอันก็รู้สึกเจ็บปวดยิ่งนักทางด้านเ
วันต่อมาอยู่ ๆ จื่อเว่ยก็วีแชทมาบอกเธอว่างานเลี้ยงถูกยกเลิกเพราะที่เมืองข้างๆ เกิดเหตุดินถล่ม มีเพื่อนหลายคนประสบภัยทั้งยังมีปัญหาเดินทางมาไม่สะดวกทำให้ต้องยกเลิกไปก่อนทำให้คนเหงาๆ อย่างหนิงอันถึงกับซึมเพราะต้องติดอยู่ที่คอนโดไม่รู้จะออกไปไหนติ๊งต่อง! ติ๊งต่อง!หนิงอันขมวดคิ้วเป็นปมใครกันมาแต่เช้า ก่อนจะเดินไปเปิดประตูแล้วพบว่าไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นเพื่อนบ้านจอมวุ่นวายของเธอเอง“นายมีอะไรงั้นหรือ”“ขอเข้าไปก่อนได้มั้ย ข้างนอกหนาวมากเลย”“ดะ เดี๋ยว” หนิงอันไม่ทันได้เอ่ยปฏิเสธชายหนุ่มก็แทรกตัวเข้ามาในห้องแล้ว ก่อนจะตรงไปที่โซฟาแล้วจับเจ้าโป๊ยก่ายแมวตัวอ้วนสีเทาขึ้นมาทั้งกอดทั้งหอมอย่างมันเขี้ยว“นายมีอะไร”“ฉันมาฟังคำตอบของเธอ”“คำตอบอะไร”“เธอคือเสี่ยวอันคนนั้นใช่มั้ย”“ใช่แล้วยังไง ไม่ใช่แล้วยังไง มันสำคัญกับนายมากหรือไง”“สำคัญมาก” หึ ห
เฟยฉีก้าวเข้ามาภายในห้องเขาถอดรองเท้าออกพร้อมกับสวมรองเท้าแตะที่ใส่เดินในบ้านของแขกแล้วก้าวเข้าไป ร่างสูงสอดส่ายสายตามองไปรอบ ๆ ห้อง ทั้งห้องถูกตกแต่งเป็นโทนสีขาวทำให้ดูสบายตา ข้าวของเครื่องใช้ทุกอย่างถูกจัดไว้อย่างเป็นระเบียบ โซฟาสีขาวที่มีแมวตัวอ้วนสีเทาและสีส้มนอนหลับอยู่ เขาจึงไม่กล้ารบกวนมันจึงได้ย้ายตัวเองไปนั่งโซฟาอีกตัวหนิงอันยกน้ำชามาให้ชายหนุ่มแทนน้ำเปล่า เพราะจำได้ว่าเขาชอบมากกว่าการดื่มน้ำเปล่าเฟยฉีมองดูน้ำชาอุ่นๆ ในมือของหนิงอันก็ถึงกับยกยิ้มที่มุมปากทันที“ขอบคุณน







