Share

ตอนที่ 5

last update publish date: 2026-08-18 11:39:12

เซียวสุ่นกลับมายังรถม้า หญิงสาวที่เห็นสีหน้าที่ไม่ค่อยดีของชายวัยกลางคนก็พอจะคาดการณ์ได้ว่าเกิดสิ่งใดขึ้น จึงมิได้เอ่ยถามสิ่งใดอีก ได้แต่คิดในใจว่าสิ่งที่นางได้กระทำลงไปนั้นร้ายกาจกับชายหนุ่มอยู่มากจะให้ทุก ๆ อย่างดีขึ้นภายในวันเดียวก็คงจะเป็นไปไม่ได้ อย่างไรก็ตามนางก็จะพยายามทำทุกอย่างให้ดีที่สุด ก่อนจะสั่งให้ออกรถม้ากลับไปยังจวนของตน

หลังจากที่เดินทางมาถึงจวนทั้งสามคนก็ช่วยกันจัดการกับข้าวของที่ซื้อมาในวันนี้ ก่อนที่เซี่ยเป่าเจินจะพบว่าเนื้อสัตว์ที่ซื้อมานั้นมากเกินความจำเป็นจนไม่สามารถใช้งานได้หมดในครั้งเดียว และจดจำได้ว่าที่จวนมีห้องเก็บความเย็นขนาดเล็ก ๆ อยู่ เพื่อเอาไว้ใช้เก็บสะสมอาหาร เนื้อสัตว์บางส่วนถูกนำไปเก็บไว้ในห้องทำความเย็น อีกส่วนถูกนำมาทำเนื้อตุ๋นสมุนไพรหม้อใหญ่ เพราะเซี่ยเป่าเจินจะนำไปฝากท่านตาท่านยายของนางในตอนเย็น อีกส่วนหญิงสาวจะนำไปส่งให้กับสามีในตอนกลางวันของทุกวัน แม้จะรู้ดีว่าอาหารเหล่านี้อาจจะถูกผู้เป็นสามีละเลย แต่อย่างน้อยนางก็ควรจะได้ทำอะไรดี ๆ ทดแทนสิ่งที่ไม่ดีที่ผ่านมาบ้าง

"อาซิ่ว เดี๋ยวรบกวนเจ้านำเนื้อตุ๋นทั้งสองชามนี้ไปส่งให้กับท่านป้าที่อยู่ข้างจวนของเราด้วยเล่า"

"เอ๋! จะ เจ้าค่ะ" หงซิ่วได้แต่มองหน้านายสาวด้วยความงุนงงแต่ก็ยินยอมทำตามแต่โดยดี นับวันนายหญิงของนางยิ่งทำให้หญิงสาวประหลาดใจขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นนิสัยที่ไม่โมโหร้ายแต่กลับใจเย็นมากขึ้น ทั้งยังดูแลคุณชายน้อยด้วยตนเอง

"เป่าเกอ เดี๋ยวเราจะไปเยี่ยมท่านตาทวดท่านยายทวดของเจ้ากัน เจ้ารีบไปเปลี่ยนชุดเถิด"

"ขอรับท่านแม่" เด็กน้อยหายเข้าไปภายในห้องก่อนจะกลับออกมาด้วยชุดเรียบง่ายที่ใช้สวมใส่เวลาที่อยู่เรือน พร้อมกับม้วนภาพวาดที่จะนำไปอวดกับผู้อาวุโสทั้งสอง

"ในมือของเจ้าคือสิ่งใดงั้นหรือ!"

"เป็นภาพวาดขอรับ ลูกอยากนำไปให้ท่านทวดทั้งสองขอรับ"

"หึหึ เช่นนั้น พวกเราไปกันเถิดเดี๋ยวจะมืดค่ำเสียก่อน"

เพราะจวนของท่านตาและท่านยายของหญิงสาวอยู่ห่างออกไปอีกฟากของหมู่บ้าน ทั้งเส้นทางที่นางเดินผ่านนั้นก็มีเรือนน้อยใหญ่ของผู้คนตลอดเส้นทาง หลายคนรู้สึกแปลกใจไม่น้อยที่เห็นเซี่ยเป่าเจินกำลังเดินผ่านเรือน บางคนถึงขนาดมายืนเกาะขอบรั้วเพื่อสอดส่องนาง แต่ไม่มีเลยสักคนที่จะกล้าหาญเดินเข้ามาทักทายนาง เพราะรับรู้ถึงกิตติศัพท์ความร้ายกาจของนางเป็นอย่างดี เซี่ยเป่าเจินคนเดิมเกลียดที่สุดคือคนที่ชอบสอดรู้สอดเห็นเรื่องของผู้อื่น และไม่ยอมให้ผู้ใดเข้ามาวุ่นวายกับชีวิตนาง ในตอนแรกที่ย้ายมาอยู่ที่นี่จึงมีผู้คนไม่น้อยที่ถูกนางก่นด่าในยามที่ผู้คนเหล่านั้นพยายามที่จะเข้ามายุ่งวุ่นวายกับเรื่องของนาง

จึงทำให้ชาวบ้านเหล่านั้นได้แต่จับกลุ่มสุมหัวกันนินทานาง 

"นั่นใช่ซ่งฮูหยินหรือไม่" สตรีวัยกลางคนผู้หนึ่งเอ่ยขึ้น

"เซี่ยเป่าเจินน่ะหรือ! จะเป็นไปได้อย่างไร" ก่อนอีกคนจะเอ่ยสมทบ

"เป็นไปแล้ว เจ้าจำนางมิได้หรือ!" 

"เหตุใดข้าจึงรู้สึกว่าเป็นนางแต่เหมือนไม่ใช่นางกันเล่า" หญิงวัยกลางคนผู้หนึ่งเอ่ยขึ้นเมื่อมองเห็นท่าทีที่นิ่งเฉยของเซี่ยเป่าเจิน ทั้งยังท่าทีไม่ทุกข์ร้อนและไม่แยแสต่อสิ่งใดเหล่านั้นคืออันใดกัน

"ป้าหลิว ท่านกล่าวสิ่งใดกันข้ามิเห็นจะเข้าใจ เป็นนางที่ไม่เหมือนนางอันใดกัน เซี่ยเป่าเจินก็ย่อมเป็นเซี่ยเป่าเจิน หาเป็นใครอื่นได้ไม่" หญิงสาวผู้หนึ่งเดินเข้ามาร่วมวงสนทนาและเมื่อได้ยินวาจาแปลกแปร่งของหญิงวัยกลางคนผู้นั้นก็ทำให้นางถึงกับขมวดคิ้วแน่น 

"ช่างข้าเถิด!" หญิงวัยกลางคนผู้นั้นเอ่ยตอบ 

"แล้วนั่นนางจะไปที่ใดกัน"

"ก็คงจะไปจวนของนายท่านผู้เฒ่าจูกระมัง ในเมื่อนางเป็นหลานสาวของเขามิใช่หรือ"

หญิงสาวที่มาทีหลังเอ่ยตอบไปอย่างหงุดหงิด หลายวันก่อนได้ยินว่าเซี่ยเป่าเจินทะเลาะกับสามีใหญ่โตก่อนจะสลบไปนานถึงสามวัน ในใจยังหวังให้หญิงสาวรีบตายตกไปเสีย ท่านอาจารย์ซ่งนั้นเป็นบุรุษที่ดีเกินกว่าจะมาอดทนอยู่กับสตรีร้ายกาจเช่นนี้

"คงจะเป็นเช่นนั้นกระมัง" เสียงนินทาเริ่มเบาลงเรื่อย ๆ หลังจากที่หญิงสาวเดินห่างออกมาไกล ซ่งรุ่ยเป่าเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าด้านข้างของมารดาที่ยังคงเรียบเฉยไม่ปรากฏร่องรอยของความหงุดหงิดหรือไม่พอใจแต่อย่างใดในยามที่ชาวบ้านเหล่านั้นเอ่ยนินทานางให้ได้ยิน มือของหญิงสาวยังคงกุมที่มือเล็กของบุตรชายแน่น ก่อนจะเดินมาหยุดยังบริเวณประตูจวนของตระกูลจู หงซิ่วเป็นผู้ยกมือขึ้นเคาะประตู รอเพียงไม่นานก็มีบ่าวรับใช้เดินมาเปิดประตู เมื่ออีกฝ่ายเห็นใบหน้าของหญิงสาวก็เกิดอาการเลิ่กลั่กมีพิรุธ ก่อนจะเอ่ยทักทายนางและบุตรชาย

"คุณหนูสาม คุณชายน้อย เชิญด้านในขอรับ นายท่านผู้เฒ่าและฮูหยินผู้เฒ่ากำลังรออยู่ด้านในขอรับ"

"ขอบใจเจ้ามาก ไปกันเถิดเป่าเกอ"

"ขอรับท่านแม่"

เมื่อก้าวเข้าไปภายในเรือนก็มิได้พบผู้ใดนอกจากท่านตาและท่านยาย เพียงแต่หญิงสาวสังเกตว่ามีถ้วยน้ำชาวางอยู่ถึงสามที่แปลว่าก่อนหน้าที่นางจะมาถึงคงจะมีใครบางคนอยู่ที่นี่ด้วยกระมัง ก่อนจะเลิกใส่ใจแล้วหันมาทำความเคารพผู้เฒ่าทั้งสอง โดยที่หญิงสาวหารู้ไม่ว่าก่อนหน้านี้มีใครคนหนึ่งอยู่ร่วมวงสนทนากับผู้อาวุโสทั้งสองจนกระทั่งการมาถึงของนาง ทำให้เขาต้องหลบออกไปเสียก่อน 

"หลานคารวะท่านตา ท่านยายเจ้าค่ะ"

"รุ่ยเป่า คารวะท่านทวดทั้งสองขอรับ"

"เป่าเกอ มาหายายเร็วเข้าเด็กดี" เด็กน้อยฉีกยิ้มจนถึงดวงตาก่อนจะเดินเข้าไปหาฮูหยินผู้เฒ่าอย่างอ่อนน้อม เซี่ยเป่าเจินเห็นว่าผู้อาวุโสทั้งสองเอ็นดูบุตรชายของนางก็รู้สึกเบาใจ ก่อนจะคิดว่าหากวันหน้าเกิดเรื่องราวเลวร้ายขึ้น นางจะยินยอมใช้ชีวิตทั้งชีวิตของนางเพื่อปกป้องคนที่นางรักให้มีชีวิตรอดต่อไป อย่างน้อยเมื่อถึงยามนั้นเป่าเกอของนางก็ยังมีผู้อาวุโสทั้งสองให้ได้พึ่งพา

"วันนี้หลานทำเนื้อตุ๋นยาจีนของโปรดท่านตามาด้วยเจ้าค่ะ เดี๋ยวให้จ้านมาหม่าจัดสำรับให้ท่าน"

"เจินเจิน เจ้าเองก็อยู่ทานมื้อค่ำกับตาและยายเถิด พวกเรามิได้ทานข้าวด้วยกันมานานแล้ว"

"เจ้าค่ะท่านยาย" เซี่ยเป่าเจินสังเกตเห็นท่าทีของผู้เป็นตาที่ตั้งแต่นางมาถึง ชายชราก็ยังมิได้เอ่ยสิ่งใดกับนางเลยแม้เพียงครึ่งคำ หญิงสาวเองก็รู้สึกหวั่นกลัวชายชราเกินกว่าจะเอ่ยสิ่งใด เพราะรับรู้ดีว่าที่ผ่านมานั้นตนได้สร้างเรื่องวุ่นวายชวนปวดหัวให้ผู้เป็นตาต้องคอยตามเช็ดตามล้างให้มากมายเพียงใด

อาหารมื้อนี้จึงเป็นไปด้วยความเงียบ ไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อหลายวันก่อน และเมื่อทานมื้อค่ำเสร็จชายชราก็ขอปลีกตัวออกไปยังห้องตำราก่อนโดยมิได้หันกลับมาสนใจผู้เป็นหลานเช่นนางอีกเลย 

"เจินเจิน เจ้าอย่าได้คิดมากเลย ท่านตาของเจ้ามีเรื่องมากมายให้ต้องขบคิด"

"ข้าทราบเจ้าค่ะ เป็นข้าเองที่ทำตัวไม่ดี ทำให้ท่านตาท่านยายต้องผิดหวัง" ฮูหยินผู้เฒ่าที่เห็นความทุกข์ในแววตาของหลานสาวก็รู้สึกสงสาร ก่อนจะเอื้อมมือเข้าไปกุมมือเล็กของนางแล้วตบเบา ๆ ที่หลังมือเป็นเชิงปลอบใจ

"ในเมื่อเจ้ารู้ตัวว่าตนเองผิดก็ดีแล้ว ต่อไปก็จงตั้งใจเปลี่ยนแปลงตนเอง เข้าใจหรือไม่"

"เจ้าค่ะท่านยาย"

ทางด้านห้องตำราของจูกังเหิง

หลังจากชายชราเดินเข้ามาภายในห้องก่อนจะปิดประตูจนสนิทแล้วหันกลับมา ร่างสูงของใครคนหนึ่งก็เดินออกมาจากเงามืดมุมห้อง แล้วทำความเคารพชายชราอย่างนอบน้อม

"ท่านอาจารย์"

"อาหยาง เจ้าเห็นท่าทีของนางแล้วใช่หรือไม่"

"ขอรับท่านอาจารย์"

"เจ้าจะไม่เปลี่ยนใจแน่หรือ!" เมื่อชายชราเอ่ยถามถึงเจตจำนงของชายหนุ่มด้วยหวังว่าอีกฝ่ายจะเปลี่ยนใจ แต่เมื่อเห็นท่าทีเงียบขรึมของอีกฝ่ายก็ทำเอาชายชรารู้สึกใจหาย ก่อนจะนึกในใจ นี่หลานสาวของเขาจะถูกสามีหย่าขาดจริง ๆ งั้นหรือ หากนางรับรู้เข้าจะต้องเสียใจมากเป็นแน่! เช่นนั้นตาแก่เช่นเขาจะต้องทำอันใดสักอย่าง

"เอาละ! ข้าเองก็มิอยากจะยื่นมือเข้าไปยุ่งวุ่นวายเรื่องราวระหว่างเจ้าและนาง เพียงแต่อยากให้เจ้าไตร่ตรองให้ดีเท่านั้น อย่างน้อยก็ให้นึกถึงซ่งรุ่ยเป่า เจ้าเด็กคนนั้นรักมารดาของเขามากนัก หากเจ้าหย่าขาดจากเจินเอ๋อร์แล้วเป่าเกอเล่า" ชายหนุ่มที่ในตอนแรกยืนยันหนักแน่นแต่เมื่อได้ยินชายชราเอ่ยถึงบุตรชายในใจก็พลันลังเลไม่น้อย ซ่งรุ่ยเป่าเป็นเหตุผลเดียวที่ทำให้เขาอดทนต่อความร้ายกาจของหญิงสาวมาจนถึงทุกวันนี้ เพราะเขาเองก็รักบุตรชายเป็นอย่างมาก

เมื่อชายชราเห็นว่าคำพูดของตนได้สั่นคลอนความรู้สึกของอีกฝ่ายเข้าให้แล้ว จึงได้กล่าวต่อ ยามตีเหล็กเมื่อร้อน ย่อมให้ผลที่ดีกว่า

"เช่นนั้น เจ้าก็กลับไปคิดให้ถี่ถ้วนเสียก่อนเถิด หากคิดดีแล้วยามนั้นเจ้ายังยืนยันคำเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ตาแก่เช่นข้าก็จะไม่ฉุดรั้งเจ้าอีก"

"ขอรับท่านอาจารย์ เช่นนั้นศิษย์ขอตัวก่อนขอรับ"

"เจ้าไปเถิด"

หลังจากพ้นร่างของชายหนุ่มแล้ว ฮูหยินผู้เฒ่าผู้เป็นภรรยาจึงได้ก้าวเข้ามาสมทบกับสามี ก่อนจะเอ่ยขึ้นเบา ๆ

"เป็นเช่นไรบ้างเจ้าคะ อาหยางยินยอมหรือไม่" ชายชราได้แต่ส่ายหน้าเบา ๆ ทำให้หญิงชราถึงกับเข่าอ่อนพร้อมกับเอ่ยออกมาอย่างหมดหวัง

"เช่นนี้หลานสาวของข้า คงถึงคราวเป็นหม้ายแล้วกระมัง เหตุใดจึงโชคร้ายนัก!"

"หากว่านางเปลี่ยนไปแล้วจริง ๆ ทุกอย่างก็อาจจะไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิด" ชายชรานึกไปถึงแววตาของหลานสาวที่เปลี่ยนไปไม่เหมือนเซี่ยเป่าเจินคนเดิม หรือว่าบางทีหลานสาวของเขาผู้นี้อาจจะเปลี่ยนไปแล้วจริง ๆ หากเป็นเช่นนั้นก็คงจะดีไม่น้อย 

หลังจากที่กลับมาจากจวนของท่านตาท่านยาย เซี่ยเป่าเจินก็ส่งบุตรชายเข้านอน ก่อนจะนึกไปถึงถ้วยน้ำชาถ้วยนั้นพลางนึกไปถึงว่า ผู้อาวุโสทั้งสองคงจะลงมือกระทำการบางอย่างเป็นแน่ แต่ก็ต้องเลิกใส่ใจเพราะถึงอย่างไรสุดท้ายแล้วคนที่หวังดีที่สุดกับนางก็ยังคงเป็นผู้เฒ่าทั้งสอง นางจะถือเสียว่าไม่รับรู้อันใดก็แล้วกัน 

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ข้ามมาเป็นภรรยาผู้ไม่เอาไหนแห่งซัวเถา   ตอนพิเศษ 4

    ทางด้านโจวฮุ่ยหลานนั้นรู้สึกรำคาญและขยะแขยงชายหนุ่มตรงหน้ายิ่งนักอีกฝ่ายเป็นคุณชายเสเพลผู้หนึ่งที่ส่งแม่สื่อมาทาบทามนางได้ทุก ๆ เจ็ดวัน หากแต่บิดาและมารดาก็ปฏิเสธไปทุกครั้ง ล่าสุดก็เมื่อเช้านี้ทั้ง ๆ ที่ถูกปฏิเสธซ้ำแล้วซ้ำเล่าก็ยังไม่เลิกวุ่นวายกับนางอีก ช่างน่ารำคาญเหลือเกิน ในขณะที่นางกำลังจะเดินหนีก็ยังเดินตามทั้งยังพยายามจะลวนลามนางจังหวะที่มือของอีกฝ่ายกำลังจะเอื้อมมาเพื่อสัมผัสกับร่างกายของหญิงสาวก็ถูกใครคนหนึ่งตีมือของเขาด้วยพัดอย่างแรง ร่างบางของโจวฮุ่ยหลานถูกรั้งเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดของซ่งรุ่ยเป่า ในขณะที่เจ้าของอ้อมกอดมองไปที่ชายหนุ่มอีกคนด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยเพลิงโทสะอย่างเห็นได้ชัด

  • ข้ามมาเป็นภรรยาผู้ไม่เอาไหนแห่งซัวเถา   ตอนพิเศษ 3

    ห้าปีผ่านไปซ่งรุ่ยเป่าที่สอบได้ตำแหน่งจอหงวนเมื่อสามปีก่อน เขาเข้าทำงานในราชสำนักอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะขอตัวย้ายถิ่นฐานเพื่อที่จะได้ใช้ความสามารถพัฒนาพื้นที่บ้านเกิด ฝ่าบาทหลงรักและเอ็นดูหลานชายผู้นี้ไม่น้อย นอกจากมีความสามารถแล้วยังขยันขันแข็งอย่างมาก เดิมทีอยากจะรั้งตัวเอาไว้ใช้งานหากแต่ดูเหมือนว่าเจ้าตัวจะไม่ยินยอมจึงได้มอบตำแหน่งผู้ตรวจการผู้แทนพระองค์พร้อมกับให้ไปประจำการ ณ มณฑลทางใต้ทั้งหมด ทำให้ซ่งรุ่ยเป่าได้กลับบ้านสมใจหวังเสียทีนอกจากนี้ไท่เฟยที่เริ่มแก่ชรามากแล้ว จึงได้ทูลขอพระราชทานอนุญาตเดินทางไปยังซัวเถาเพื่ออยู่กับหลานชายที่เหลืออยู่เพียงคนเดียวของนาง พร้อมกับอยู่กับเหลน ๆ ในช่วงบั้นปลายชีวิต ก่อนที่ฮ่องเ

  • ข้ามมาเป็นภรรยาผู้ไม่เอาไหนแห่งซัวเถา   ตอนพิเศษ 2

    แม่ลูกพบหน้าพูดคุยกัน ทานอาหารเที่ยงร่วมกัน ก่อนที่เซี่ยเป่าเจินและสามีจะขอตัวกลับก่อน ในยามที่มารดามาส่งนางที่รถม้าหญิงสาวก็ยังไม่วายเลิกม่านขึ้นโบกมือลาก่อนจะทำสายตาละห้อยอย่างรู้สึกอาลัย ในยามที่มีบุตรแล้วถึงสองคนจึงได้เข้าใจหัวอกมารดาถึงเพียงนี้ทำให้นางยิ่งรู้สึกรักมารดาของนางมากขึ้นไปอีก"เหตุใดจึงได้ทำหน้าเศร้านักเล่า""ข้าคิดถึงท่านแม่เจ้าค่ะ""เอาไว้วันหลังเจ้าก็มาเยี่ยมท่านแม่ยายได้อีก เรายังคงรั้งอยู่ที่นี่อีกนาน"

  • ข้ามมาเป็นภรรยาผู้ไม่เอาไหนแห่งซัวเถา   ตอนพิเศษ 1

    ในวันนี้จวนซ่งช่างคึกคักเสียจริง นอกจากจะฉลองเนื่องในวันครบรอบวันเกิดสิบห้าปีให้แก่คุณชายใหญ่ซ่งรุ่ยเป่าแล้ว ยังเป็นการฉลองความสำเร็จที่อีกฝ่ายสอบได้ลำดับที่หนึ่งของมณฑลอีกด้วย ก่อนที่อีกไม่กี่วันข้างหน้าสองสามีภรรยาจะต้องเดินทางไปส่งบุตรชายยังเมืองหลวงเพื่อเตรียมสอบในฤดูกาลหน้าในขณะที่ทุกคนกำลังสนุกสนานอยู่ โจวฮุ่ยหลานเองที่ต้องการมอบของขวัญให้กับเด็กหนุ่มกลับไม่กล้าเดินเข้าไป ในตอนนี้นางพึ่งจะสิบเอ็ดปีเท่านั้น ทั้ง ๆ ที่ชื่นชอบเขามานานหลายปีหากแต่อีกฝ่ายก็มักเย็นชากับนาง ทำให้โจวฮุ่ยหลานรู้สึกหวาดกลัวเขาอยู่บ้าง แต่เมื่อเห็นว่าบรรดาสาว ๆ ในเมืองซัวเถาและเหล่าศิษย์พี่ในสำนักต่างก็มาร่วมในงานนี้ ผู้คนมากมายต่างมอบของขวัญให้กับเขา นางก็ได้แต่ก้มลงมองของขวัญในมือของนางก่อนจะค่อย ๆ เก็บมันไว้ในแขนเสื้อตามเดิม

  • ข้ามมาเป็นภรรยาผู้ไม่เอาไหนแห่งซัวเถา   ตอนที่ 97

    งานแต่งงานของโจวหนิงจินมาถึง ทุกอย่างเป็นไปอย่างเรียบร้อยไร้อุปสรรค เจ้าบ่าวเจ้าสาวถูกส่งตัวเข้าห้องหอเป็นที่เรียบร้อย จนกระทั่งผ่านไปเจ็ดวัน สุ่ยจินเยว่จึงได้ถูกปล่อยตัวออกจากห้องหอ หญิงสาวไม่รู้ว่าจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแล้ว อายก็อาย คนใช้จวนตระกูลโจวต่างร่ำลือว่านายท่านโจวคลั่งรักฮูหยินมากเพียงใดในแต่ละวันก็แทบจะตัวติดกันตลอดเวลากระทั่งสุ่ยจินเยว่ออกไปตรวจร้านค้าของนาง อีกฝ่ายก็ยังจะดั้นด้นตามไปแม้ในวันที่ไม่ค่อยสบายก็ตาม สุ่ยจินเยว่ได้แต่คิดในใจว่านางไม่คิดเลยว่าชายหนุ่มจะเป็นหนักถึงเพียงนี้ ยามเกลียดก็เกลียดยามรักก็คลั่งรักถึงเพียงนี้ เขามีสิ่งใดพอดีบ้างหรือไม่!

  • ข้ามมาเป็นภรรยาผู้ไม่เอาไหนแห่งซัวเถา   ตอนที่ 96

    หากมีผู้มาพบเห็นเรื่องนี้คงจะกลายเป็นเรื่องราวน่าขบขันไม่น้อย เมื่อชายหนุ่มสามคนมานั่งล้อมวงกันอยู่ภายในศาลากลางสวนดอกไม้ในจวนตระกูลซ่ง โดยมีซ่งรุ่ยหยางที่กำลังอุ้มบุตรสาวอยู่ หูทั้งสองข้างก็คอยรับฟังปัญหาเรื่องราวความรักของสหายและญาติผู้พี่เช่นโจวหนิงจินและหลงเซียวจิ้งอ๋องเดือนหน้าจะเป็นงานแต่งงานของโจวหนิงจินแล้วส่วนเดือนถัดไปก็เป็นงานสมรสของจิ้งอ๋องเละเซ่าเลี่ยงซู เมื่อหลายวันก่อนก็พึ่งผ่านงานเลี้ยงเดือนของเจ้าก้อนแป้งน้อยซ่งฮวาหลันซ่งรุ่ยหยางได้แต่ถอนหายใจเหนื่อยหน่าย พักนี้ชายหนุ่มทั้งสองมาปรึกษาปัญหาความรักกับเขาไม่เว้นแต่ละ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status