แชร์

บทที่ 32 ไม่สุขสบาย

ผู้เขียน: BigM00N
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2025-05-22 22:41:19

เช้าวันรุ่งขึ้นเมื่อรู้ว่าเฉินเจียวเจียวและเฉินเจียวเหม่ยจะออกไปพบสหายเฉินเจียวมี่ก็ขอติดตามไปด้วยอย่างกระตือรือร้น เมื่อทั้งเฉินเจียวเจียวและเฉินเจียวเหม่ยรับปากว่าจะช่วยกันดูแลน้องสาวอย่างดี หวงซื่อจึงไม่ได้เหนี่ยวรั้งบุตรสาวเอาไว้ นอกจากจะกำชับว่าให้เชื่อฟังพี่สาวและห้ามซุกซนแล้วนางก็ไม่คิดจะเอ่ยวาจาเหนี่ยวรั้งอันใดอีก ด้วยรู้ดีว่าทั้งเฉินเจียวเจียวและเฉินเจียวเหม่ยเป็นเด็กรู้ความย่อมดูแลน้องเล็กอย่างเฉินเจียวมี่ได้อย่างแน่นอน

เมื่อไปถึงหอหลิงฟางคนขององค์หญิงเก้าหลี่ถังหรูก็มารอพวกนางอยู่ก่อนแล้ว สามสาวสกุลเฉินถูกพาไปที่ห้องรับรองพิเศษที่องค์หญิงเก้าจองเอาไว้ซึ่งในห้องรับรองพิเศษแห่งนั้นมีองค์หญิงเก้าและหวังฮุ่ยหลิงนั่งรออยู่ก่อนหน้านี้แล้ว

“ไม่รู้เป็นเพราะเหตุใด ทุกครั้งที่นัดกันทั้งเจียวเจียวและเจียวเหม่ยมักจะมาถึงสถานที่นัดหมายเป็นคนสุดท้ายเสมอ” องค์หญิงเก้าเอ่ยออกมาด้วยสีหน้าเบื่อหน่ายแต่หวังฮุ่ยหลิงกลับเอ่ยวาจาแก้ตัวให้สหายด้วยสีหน้าเปื้อนยิ้ม

“จวนของพวกนางอยู่ไกลจากที่นี่ย่อมต้องมาถึงช้ากว่าเป็นธรรมดา”

“แน่นอนว่านอกจากจากจวนจะอยู่ไกลแล้ว ย่อมต้องเป็นเพราะวันนี้พวกข้าพาน้องเล็กที่ใช้เวลาแต่งกายนานมากไปสักหน่อยอย่างเฉินเจียวมี่มาด้วย ย่อมไม่อาจจะมาถึงก่อนได้อยู่แล้ว” เฉินเจียวเจียวเอ่ยแทรกขึ้นทันทีเมื่อเดินเข้ามาในห้องและทันได้ยินประโยคก่อนหน้านี้ของหวังฮุ่ยหลิง

“เป็นข้าที่ช้าเองเจ้าค่ะ” เฉินเจียวมี่ที่เดินติดตามมาด้วยเอ่ยด้วยสีหน้าเปื้อนยิ้มแล้วก็หันไปย่อกายคารวะองค์หญิงเก้าและหวังฮุ่ยหลิงด้วยท่วงท่านักเอ็นดู

“เฉินเจียวมี่ถวายพระพรองค์หญิงเก้าเพคะ” เมื่อเห็นองค์หญิงเก้าโบกมือนางก็หันไปกายคารวะหวังฮุ่ยหลิง “คารวะพี่ฮุ่ยหลิงเจ้าค่ะ” เมื่อหวังฮุ่ยหลิงพยักหน้านางก็รีบเดินไปนั่งลงข้างกายหวังฮุ่ยหลิงด้วยสีหน้าออดอ้อน

“พี่ฮุ่ยหลิงนานๆ ครั้งข้าจะได้ออกจากเรือนวันนี้ท่านจะต้องเดินหมากเป็นเพื่อนข้านะเจ้าคะ”

“เจ้าเด็กคนนี้มาถึงก็ออดอ้อนเลย เอ๋ ช่วงนี้เจ้ากินน้อยลงแล้วใช่หรือไม่เหตุใดแก้มกลมยุ้ยของเจ้าจึงได้หดหายไปเช่นนี้เล่า” หวังฮุ่ยหลิงเอ่ยถามพลางยื่นมือออกไปจะจับแก้มของเฉินเจียวมี่ ซึ่งนางก็รีบหลบหลีกอย่างคล่องแคล่ว

“ข้าเริ่มเติบใหญ่แล้ว จะให้ยังคงมีแก้มอยู่เช่นเดิมได้อย่างไรเล่าเจ้าคะ ข้าก็ยังอยากจะเป็นสตรีที่มีรูปโฉมงดงามเฉกเช่นพวกท่านนะเจ้าคะ” เมื่อเฉินเจียวมี่เอ่ยเช่นนี้สตรีทุกคนภายในห้องก็ส่งเสียงหัวเราะออกมาอย่างพึงพอใจ เฉินเจียวเหม่ยที่นั่งลงจิบน้ำชาเพื่อดับกระหายถึงกับเหลือบตามองนางทีหนึ่งเอ่ยอดเอ่ยต่อว่าน้องสาวไม่ได้

“เจ้าคนช่างฉอเลาะ” เมื่อนางเอ่ยเช่นนี้สายตาของทุกคนก็ล้วนจับจ้องไปที่นางด้อยสีหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม

“แม้ว่านางจะช่างฉอเลาะออกมากเพียงใดก็เทียบกับเจ้าไม่ได้หรอก คราวที่แล้วที่พบกันเจ้ายังเคยพูดว่าไม่ได้แต่งงานก็ไม่เป็นไร ขอแค่ได้มีสหายที่รู้ใจอย่างเช่นพวกข้าก็นับว่าเพียงพอแล้วสำหรับเจ้า ยังไม่ทันจะข้ามวันเลยเจ้าก็คว้าคุณชายหยวนไปเป็นคู่หมายของตนเองได้เสียแล้ว” เมื่อองค์หญิงเก้าเอ่ยเช่นนี้เฉินเจียวเหม่ยก็ยิ้มออกมาด้วยความขัดเขิน

“สิ่งนี้เขาเรียกว่าบุพเพต่างหากเล่าเพคะ เอาไว้ยามที่องค์หญิงได้พบบุพเพของตนเองบ้างก็จะเข้าพระทัยเองเพคะ” เมื่อเฉินเจียวเหม่ยเอ่ยเช่นนี้องค์หญิงเก้าก็หันไปตวัดสายตาไปส่งค้อนให้นาง

“ชีวิตส่วนใหญ่ของข้าอยู่แต่ในวังหลวง จะออกมาข้างนอกก็ล้วนถูกประกบด้วยเหล่านางกำนัลและขันที มิตรสหายที่มีก็มีเพียงพวกเจ้า คงยากที่จะได้พบบุพเพเช่นเจ้า” เมื่อองค์หญิงเก้าเอ่ยเช่นนี้เฉินเจียวมี่ที่นั่งฟังอยู่ก็พลันเอ่ยขึ้นมา

“อย่าหาว่าหม่อมฉันปากมากเลยนะเพคะ ต่อให้พบจริงบรรดาองครักษ์ขององค์หญิงก็ไม่ปล่อยให้พระองค์พุ่งเข้าไปช่วยผู้อื่นเฉกเช่นพี่เจียวเหม่ยหรอกเพคะ ต่อให้พวกเขาไม่ห้ามท่านหม่อมฉันก็คิดว่าองค์หญิเองก็คงไม่คิดจะเลียนแบบวีรบุรุษที่ออกไปช่วยสาวงามอย่างเช่นท่านพี่เจียวเจียวหรอกเพคะ” เมื่อเฉินเจียวมี่เอ่ยเช่นนี้ทุกคนก็ต่างพยักหน้าออกมาอย่างเห็นด้วย

“วาสนาและบุพเพของแต่ละคนย่อมแตกต่างกัน เรื่องเช่นนี้ไม่อาจจะกะเกณฑ์ได้หรอก” เฉินเจียวเจียวเอ่ยออกมาพลางรินน้ำชาใส่ถ้วยชาด้วยตนเอง

“ผู้ใดว่ากะเกณฑ์ไม่ได้กันเล่า ดูอย่างจ้าวซีอินผู้นั้นสิพยายามที่จะลิขิตบุพเพของตนเองโดยไม่คิดจะสนใจสายตาของผู้อื่นเลยสักนิด” องค์หญิงเก้าเอ่ยออกมาด้วยสีหน้าดูแคลนเมื่อเห็นว่ายามนี้บรรดาสหายต่างให้ความสนใจในเรื่องนี้นางจึงได้ตัดสินใจเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในงานเลี้ยงเมื่อคืนนี้ให้สหายของตนฟัง

“พวกเจ้าคงจะไม่รู้ว่าในงานเลี้ยงฉลองคืนส่งท้ายปีเมื่อคืนนี้ ขุนนางที่อยู่ใต้อาณัติของบิดาของจ้าวซีอินแกล้งทำเป็นเมามายแล้วเอ่ยถามถึงเรื่องที่ตำหนักบูรพาไร้ซึ่งพระชายา องค์รัชทายาทครบกำหนดไว้ทุกข์ให้คุณหนูใหญ่สกุลจ้าวแล้วสมควรแก่เวลาที่จะกำหนดเรื่องการแต่งตั้งพระชายาองค์รัชทายาทเสียที คำพูดของเขาทำให้เสด็จพ่อของข้าและเสด็จพี่องค์รัชทายาทถึงกับลุกออกจากงานเลี้ยงด้วยความไม่พอพระทัยในทันที เรื่องนี้เป็นที่โจษจันไปจนทั้งแถมยังพาดพิงไปถึงจ้าวซีอินด้วย ว่านางทนรอองค์รัชทายาทไม่ไหวจนถึงกับต้องให้ลูกน้องของบิดาตนเองแสร้งทำเป็นเมามายแล้วเอ่ยวาจากดดันองค์รัชทายาท”

“ข้ายิ่งคิดก็ยิ่งไม่เข้าใจ ไม่ว่าอย่างไรองค์รัชทายาทก็เคยหมั้นหมายกับพี่สาวของนาง ถึงแม้ว่ายามนี้พี่สาวของนางจะจากไปแล้วแต่นางไม่รู้สึกตะขิดตะขวงใจบ้างหรือที่อยากได้อดีตคู่หมั้นของพี่สาว” เฉินเจียวเหม่ยเอ่ยถามออกมาด้วยความสงสัยแต่หวังฮุ่ยหลิงกลับแค่เพียงยิ้มออกมาแล้วเอ่ยเสียงเบา

“คำว่าอำนาจย่อมไม่เข้าใครออกใคร หากคิดจะแก่งแย่งชิงดีแล้วแม้แต่คำว่าพี่น้องก็สิ้นความสำคัญ อีกทั้งเท่าที่ข้ารู้สาเหตุที่องค์รัชทายาทอ้างเรื่องไว้ทุกข์ให้คุณหนูใหญ่สกุลจ้าวที่จริงแล้วก็ไม่ใช่เพราะรู้สึกติดค้างอันใดต่อนางแต่เป็นเพราะเพื่อหลีกเลี่ยงการบีบบังคับจากสกุลจ้าวที่พยายามจะยัดเยียดจ้าวซีอินให้มาแทนที่พี่สาวของนาง องค์รัชทายาทก็เลยใช้การไว้ทุกข์มาเป็นข้ออ้างเพื่อบอกปัดจ้าวซีอิน” เมื่อหวังฮุ่ยหลิงเอ่ยเช่นนี้ทุกคนก็ต่างอดถอนใจออกมา

“หากเป็นข้าเมื่อรู้ว่าคนเขาไม่ชอบ ข้าก็จะไม่ขอยัดเยียดตนเองเข้าไปในชีวิตของเขา” เฉินเจียวมี่เอ่ยออกมาโดยไม่ได้คิดอันใดแต่ทุกคนภายในห้องกลับไม่มีผู้ใดกล้าส่งเสียง มีเพียงเฉินเจียวเจียวที่วางถ้วยชาลงโดยไร้ซึ่งความทุกข์ร้อน

“เจ้าพูดได้ถูกต้องแล้ว หากคนเขาไม่ต้องการแล้วต่อให้พยายามยัดเยียดตนเองเข้าไปอยู่ในชีวิตของเขาอย่างไรก็คงจะเป็นได้แค่ส่วนเกินในชีวิตของเขาเท่านั้น” เมื่อเฉินเจียวเจียวเอ่ยเช่นนี้รวมทั้งสายตาดุดันที่เฉินเจียวเหม่ยส่งมาให้ทำให้เฉินเจียวมี่พึ่งจะคิดได้ว่าคำพูดของนางน่าจะไปสะกิดโดนความรู้สึกของพี่สาวก่อนที่จะถอนหมั้นกับโซ่วอ๋อง

“พี่เจียวเจียว ข้า..”

“ไม่ต้องรู้สึกผิดหรอก ยามนี้ข้าปล่อยวางได้แล้ว” เฉินเจียวเจียวพูดตัดบทถ้อยคำขอโทษของน้องสาวพลางยิ้มออกมาอย่างไม่ถือสา องค์หญิงเก้ารีบเลื่อนจานขนมไปให้เฉินเจียวมี่ในทันที

“เจ้าดูขนมนี่สิ นี่เป็นขนมที่มีแค่เพียงในเฉพาะตำหนักของเสด็จแม่ของข้าเชียวนะ หลายวันก่อนพระนางบอกว่าหลินชิงเหมยทำขนมนี้ได้ดี ข้าก็เลยสั่งให้นางทำจำนวนมากเพื่อจะได้นำมามอบเป็นของขวัญปีใหม่ให้แก่สหายและญาติสนิท ข้าได้ยินว่านางทำทั้งวันทั้งคืนกว่าจะได้ขนมตามจำนวนที่ข้าและเสด็จแม่ทรงต้องการ แทบจะไม่ได้หลับไม่ได้นอนเลยทีเดียว” เมื่อองค์หญิงเก้าเอ่ยเช่นนี้เฉินเจียวมี่ก็หยิบขนมขึ้นมาพินิจ

“ทรงแน่พระทัยนะเพคะ ว่านางจะไม่ใส่ยาพิษมาให้” เมื่อเฉินเจียวมี่เอ่ยเช่นนี้องค์หญิงเก้าก็หัวเราะออกมา

“หากนางกล้าต่อให้มีกี่สิบหัวก็ไม่พอให้เสด็จแม่ของข้าตัด ที่ข้านำขนมนี้มาให้พวกเจ้าไม่ใช่เพื่อให้พวกเจ้ากินขนมฝีมือของนาง แต่จุดประสงค์สำคัญก็แค่จะบอกพวกเจ้าว่าวางใจเถิด นางไม่ได้สุขสบายอย่างที่ผู้อื่นเข้าใจหรอก” เมื่อองค์หญิงเก้าเอ่ยเช่นนี้ทุกคนภายในห้องรับรองก็พากันยิ้มออกมา

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ข้ามาทวงแค้นแม่ดอกบัวขาว   บทที่ 32 ไม่สุขสบาย

    เช้าวันรุ่งขึ้นเมื่อรู้ว่าเฉินเจียวเจียวและเฉินเจียวเหม่ยจะออกไปพบสหายเฉินเจียวมี่ก็ขอติดตามไปด้วยอย่างกระตือรือร้น เมื่อทั้งเฉินเจียวเจียวและเฉินเจียวเหม่ยรับปากว่าจะช่วยกันดูแลน้องสาวอย่างดี หวงซื่อจึงไม่ได้เหนี่ยวรั้งบุตรสาวเอาไว้ นอกจากจะกำชับว่าให้เชื่อฟังพี่สาวและห้ามซุกซนแล้วนางก็ไม่คิดจะเอ่ยวาจาเหนี่ยวรั้งอันใดอีก ด้วยรู้ดีว่าทั้งเฉินเจียวเจียวและเฉินเจียวเหม่ยเป็นเด็กรู้ความย่อมดูแลน้องเล็กอย่างเฉินเจียวมี่ได้อย่างแน่นอนเมื่อไปถึงหอหลิงฟางคนขององค์หญิงเก้าหลี่ถังหรูก็มารอพวกนางอยู่ก่อนแล้ว สามสาวสกุลเฉินถูกพาไปที่ห้องรับรองพิเศษที่องค์หญิงเก้าจองเอาไว้ซึ่งในห้องรับรองพิเศษแห่งนั้นมีองค์หญิงเก้าและหวังฮุ่ยหลิงนั่งรออยู่ก่อนหน้านี้แล้ว“ไม่รู้เป็นเพราะเหตุใด ทุกครั้งที่นัดกันทั้งเจียวเจียวและเจียวเหม่ยมักจะมาถึงสถานที่นัดหมายเป็นคนสุดท้ายเสมอ” องค์หญิงเก้าเอ่ยออกมาด้วยสีหน้าเบื่อหน่ายแต่หวังฮุ่ยหลิงกลับเอ่ยวาจาแก้ตัวให้สหายด้วยสีหน้าเปื้อนยิ้ม“จวนของพวกนางอยู่ไกลจากที่นี่ย่อมต้องมาถึงช้ากว่าเป็นธรรมดา”“แน่นอนว่านอกจากจากจวนจะอยู่ไกลแล้ว ย่อมต้องเป็นเพราะวันนี้พวกข้าพาน้องเล็

  • ข้ามาทวงแค้นแม่ดอกบัวขาว   บทที่ 31 ไม่ชอบ

    กว่าจะถึงเทศกาลหยวนเซียวยังต้องผ่านเทศกาลฉลองปีใหม่ไปเสียก่อน เฉียวซื่อจึงยังไม่ได้เอ่ยเรื่องนี้กับเฉินเจียวเจียว แม้ว่าจวนผิงกั๋วกงจะต้องฉลองเทศกาลกันอย่างเงียบเหงาอยู่บ้างเพราะปีนี้บุรุษภายในจวนล้วนยังอยู่ที่หัวเมืองชายแดนแต่ก็ยังคงมีบรรยากาศของความเป็นมงคลเฉินเจียวเจียว เฉินเจียวเหม่ยและเฉินเจียวมีช่วยกันปักผ้าเพื่อมอบเป็นของขวัญให้แก่ผู้อาวุโสภายในจวน ส่วนบ่าวไพร่ก็ล้วนได้รับเงินทองและเครื่องประดับจากเจ้านายเพื่อเป็นของขวัญในวันขึ้นปีใหม่กันอย่างถ้วนหน้า สิ่งที่ทำให้ผู้คนภายในจวนมีความสุขมากที่สุดก็คือจดหมายที่มาจากชายแดนทางเหนือ ฮูหยินผู้เฒ่ายิ้มออกมาอย่างปลาบปลื้มใจเมื่อรู้ว่าบุตรชายและหลานชายของนางยังคงปลอดภัยและมีความเป็นอยู่ที่ดีเฉินเจียวเจียวมองบรรยากาศที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มของคนทั้งจวนด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มเช่นเดียวกัน คืนส่งท้ายปีพวกนางล้วนแล้วแต่แต่งกายกันอย่างดงามมากเป็นพิเศษเพื่อกินอาหารร่วมกันและนั่งพูดคุยกันเพื่อรอส่งท้ายปี เสียงประทัดและดอกไม้ไฟดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งตรอกสุ่ยอัน เฉินเจียวเจียวออกไปยืนมองท้องฟ้าที่ประดับประดาไปด้วยดอกไม้ไฟด้วยสีหน้าสงบนิ่ง

  • ข้ามาทวงแค้นแม่ดอกบัวขาว   บทที่ 30 เฉียวซื่อเข้าวัง

    มารดาเลี้ยงคิดเช่นไรเฉินเจียวเจียวไม่อาจจะรู้ได้ แต่สิ่งที่รู้ก็คือชีวิตในช่วงนี้ของนางนับว่ามีความสุขมากทีเดียว ได้ย้อนกลับมาเกิดใหม่ในร่างของตนเอง ได้แก้ไขความผิดพลาดที่เคยเกิดในชีวิตของชาติก่อนและที่สำคัญได้กลับมาปรนนิบัติฮูหยินผู้เฒ่าอีกครั้ง แม้จะรู้ว่าไม่ว่านางจะทำอย่างไรก็ไม่อาจจะทำให้ฮูหยินผู้เฒ่ารอดพ้นจากความแก่ชราและความตาย แต่สิ่งที่นางทำได้ก็คือคอยปรนนิบัติพัดวีและทำให้ผู้อาวุโสของนางมีความสุขมากที่สุดเท่าที่นางจะสามารถทำได้“เหตุใดช่วงนี้มารดาเลี้ยงของเจ้าจึงได้เข้าวังบ่อยครั้งขึ้น” เมื่อฮูหยินผู้เฒ่าเอ่ยถามเช่นนี้เฉินเจียวเจียวก็ส่ายหน้า“ข้าเองก็ไม่รู้เช่นกันเจ้าค่ะ” เฉินเจียวเจียวเอ่ยตอบอย่างไม่ได้ใส่ใจเท่าใดนัก ไม่ว่าอย่างไรนางก็เคยเตือนเฉียวซื่อไปแล้วว่าแต่ละตำหนักของบรรดาพระสนมน่าจะมีคนของฝ่าบาทซุกซ่อนอยู่ มารดาเลี้ยงของนางไม่ใช่คนโง่ย่อมจะสามารถหลีกเลี่ยงการทำให้ฝ่าบาทไม่พึงพอพระทัยได้ทั้งคำพูดและการกระทำอยู่แล้วแน่นอนว่าทางด้านเฉียวซื่อที่เข้าออกวังบ่อยครั้งขึ้นย่อมจะต้องระมัดระวังทุกคำพูดและการกระทำของตนเองเป็นอย่างดี ช่วงนี้นางเข้าวังบ่อยขึ้นก็แค่เพียงอยากสานสั

  • ข้ามาทวงแค้นแม่ดอกบัวขาว   บทที่ 29 ความในใจของเฉียวซื่อ

    เมื่อสาวน้อยสกุลเฉินทั้งสามไปถึงโถงกลางก็พบว่าแขกที่มาไม่ได้มีแค่เพียงคนสกุลหยวนแต่กลับมีองค์รัชทายาทนั่งดื่มนำ้ชาด้วยท่าทีสงบนิ่งอีกฝั่งหนึ่งด้วย เฉินเจียวเจียวนิ่งงันไปครู่หนึ่งแต่เฉินเจียวเหม่ยกลับรีบรั้งนางให้ก้าวเท้าเข้าไปในห้องโถงพร้อมกัน“ถวายพระพรองค์รัชทายาทเพคะ” ทั้งสามคารวะพร้อมกันอย่างงดงาม องค์รัชทายาทเงยหน้าขึ้นแล้วยิ้มออกมา“พวกเจ้าไม่ต้องมากพิธี” เมื่อเขาเอ่ยเช่นนี้พวกนางก็ก้มหน้าลงแล้วหันไปคารวะฮูหยินผู้เฒ่าสกุลหยวนและหยวนอี้ด้วยสีหน้าสงบนิ่ง ภาพสตรีรุ่นเยาว์ทั้งสามที่รู้มารยาทและงดงามสมวัยทำให้ฮูหยินผู้เฒ่าสกุลหยวนอดยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจไม่ได้ ส่วนหยวนอี้นั้นเขาไม่กล้ามองสตรีทั้งสามเท่าใดนักไม่ว่าอย่างไรการเข้ามาในเรือนชั้นในของผู้อื่นเช่นนี้ก็ออกจะเป็นเรื่องที่ขัดต่อธรรมเนียมมากเกินพอแล้ว เพียงแต่เมื่อเด็กสาวทั้งสาวเดินไปนั่งลงข้างกายของผู้อาวุโสของตนเองแล้ว เขาก็อดจ้องมองไปทางข้างกายของฮูหยินสามของสกุลเฉินครู่หนึ่งไม่ได้สีหน้าที่ทั้งขัดเขินและพึงพอใจของหยวนอี้ไม่ได้รอดพ้นไปจากการสังเกตของฮูหยินผู้เฒ่าสกุลหยวนและองค์รัชทายาทหลี่ไท่หลง สองยายหลานหันไปสบตากันครู่หนึ่

  • ข้ามาทวงแค้นแม่ดอกบัวขาว   บทที่ 28 สำรวม

    หลังจากนั้นเพียงหนึ่งสัปดาห์ฮูหยินผู้เฒ่าสกุลหยวนก็พาหยวนอี้ที่ยังไม่หายดีมาเป็นแขกของจวนผิงกั๋วกง เนื่องจากบุรุษภายในจวนล้วนอยู่ในกองทัพทั้งหมดอีกทั้งยังรู้ถึงเจตนาของทางฝั่งสกุลหยวนแล้ว ฮูหยินผู้เฒ่าจึงรับแขกจากสกุลหยวนที่โถงกลางของเรือนชั้นใน โดยมีฮูหยินและลูกสะใภ้ทั้งสามคอยช่วยนางต้อนรับแขก“เจียวเหม่ย ควบคุมสติอารมณ์แล้วออกมาจากหลังพุ่มไม้เดี๋ยวนี้เลย” เฉินเจียวเจียวเอ่ยกับญาติผู้น้องของตนด้วยน้ำเสียงเย็นชา“จะทำอย่างไรดี เขาจะต้องเข้าใจว่าข้าคือสตรีอัปลักษณ์ที่อยู่ในรูปผู้นั้นเป็นแน่” เฉินเจียวเหม่ยเอ่ยออกมาอย่างไม่สบายใจโดยไม่คิดจะสนใจถ้อยคำตักเตือนของเฉินเจียวเจียวเลยสักนิด“ก่อนหน้านี้ท่านก็เคยเล่าให้ข้าฟังว่าเขาเห็นใบหน้าของท่านแล้วมิใช่หรือ ท่านบอกกับข้าเองว่าเขาถูกท่านลากตัวออกจากรถม้าแล้วโยนให้ผู้คุ้มกันของจวนเรา” เมื่อเฉินเจียวมี่เอ่ยเช่นนี้เฉินเจียวเหม่ยก็หันไปขึงตาใส่เฉินเจียวมี่ด้วยสายตาไม่พอใจอย่าเต็มที่“เจ้าอย่าได้เอ่ยถึงเรื่องนั้นอีก ข้ายังคิดเสียดายอยู่เลยว่าในยามนั้นข้าน่าจะอ่อนโยนอีกสักนิด เอ่ยวาจาดีๆ กับเขาสักประโยคสองประโยค” เมื่อเฉินเจียวเหม่ยเอ่ยเช่นนี้ทั้ง

  • ข้ามาทวงแค้นแม่ดอกบัวขาว   บทที่ 27 ผลกระทบ

    ทางฝังองค์รัชทายาทหลี่ไท่หลง หลังจากที่รู้ว่าญาติผู้พี่ต่างสกุลพ้นขีดอันตรายแล้วเขาพลันวางใจลง ส่วนฮูหยินผู้เฒ่าสกุลหยวนนั้นเมื่อเห็นว่าหลานชายคนโตของนางอยู่ในมือของหมอหลวงแล้วนางก็วางใจลงได้ อันที่จริงนางวางใจตั้งแต่ตอนที่เห็นเฉินเจียวเจียวโรยยาห้ามเลือดลงไปบนบาดแผลแผลแล้ว ท่าทีสงบเยือกเย็นและการอธิบายด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความเชื่อมั่นของเด็กสาวผู้นั้นทำให้จิตใจอันเคร่งเครียดของนางพลอยผ่อนคลายไปด้วย ยิ่งเมื่อได้เห็นว่าองค์รัชทายาทติดตามมาเพื่อปกป้องคุ้มครองนางและหลานชาย ความเชื่อมั่นในความปลอดภัยก็ยิ่งมีมากขึ้นไปอีกฮูหยินผู้เฒ่าสำรวจห้องโถงของเรือนหลังใหญ่ที่ตั้งอยู่ใกล้กับอุทยานหลวงด้วยความสนใจ เรือนแห่งนี้แม้ว่าจะตกแต่งอย่างเรียบง่ายแต่กลับใช้แต่ของดีและมีราคา นางหันไปจ้องมองหลานชายผู้สูงศักดิ์ของตนเองอีกครั้งแล้วจึงได้แต่ทอดถอนใจออกมา“องค์รัชทายาท พระองค์ทรงปลูกเรือนเอาไว้ข้างนอกเช่นนี้ไม่รู้ว่าฝ่าบาททรงรู้เรื่องนี้หรือไม่” เมื่อฮูหยินผู้เฒ่าเอ่ยเช่นนี้เขาก็หันไปส่งยิ้มให้แก่นางแล้วเอ่ยออกมาด้วยสีหน้าเปื้อนยิ้ม“ย่อมไม่รู้อยู่แล้ว แต่ท่านยายไม่ต้องกังวลต่อให้ทรงรู้เรื่องนี้ก็แ

  • ข้ามาทวงแค้นแม่ดอกบัวขาว   บทที่ 26 ถูกกักบริเวณ

    เมื่อเฉินเจียวเจียวและเฉินเจียวเหม่ยนั่งรถม้าย้อนกลับมาทางเดิมก็พบว่าในยามนี้ชายชุดดำถูกจัดการจนหมดแล้ว บรรดาผู้คุ้มกันของพวกนางต่างก็ได้รับบาดเจ็บกันไม่น้อยเลย โชคดีที่ได้คนของเซียวอวิ๋นหยวนช่วยเหลือเอาไว้จึงยังไม่มีผู้ใดสูญเสียชีวิต“ขอบคุณคุณชายเซียวมากเจ้าค่ะ” ทั้งเฉินเจียวเจียวและเฉินเจียวเหม่ยต่างเอ่ยออกมาพร้อมกัน“เป็นหน้าที่ของข้าอยู่แล้ว” เซียวอวิ๋นหยวนเอ่ยเพียงเท่านี้แล้วก็ไม่ได้เอ่ยอันใดออกมาอีก“...” เฉินเจียวเจียวกับเฉินเจียวเหม่ยจ้องมองเขาครู่หนึ่งเมื่อเขาเอ่ยออกมาเช่นนี้พวกนางก็หาถ้อยคำที่จะเอ่ยต่อไม่ถูก พวกนางหันสบตากันแล้วจึงได้เอ่ยอำลาเขาด้วยสีหน้านอบน้อม แล้วจึงส่งคนไปนำรถม้ามารับผู้คุ้มกันที่ได้รับบาดเจ็บเพื่อพาพวกเขาไปหาหมอ หลังจากจัดการเรียบร้อยแล้วพวกนางจึงได้พากันกลับจวนโดยมีองครักษ์ขององค์รัชทายาทติดตามไปส่งจนถึงจวน“เกิดเรื่องใดขึ้น” ทั้งฮูหยินผู้เฒ่า เฉียวซื่อ หวงซื่อ โม่ซื่อและเฉินเจียวมี่ต่างมารอพวกนางที่หน้าประตูจวน เมื่อเฉียวซื่อเห็นว่าบนชุดกระโปรงของเฉินเจียวเจียวมีเลือดติดอยู่นางก็รีบเดินเข้าไปสำรวจเนื้อตัวของเฉินเจียวเจียวด้วยสีหน้าร้อนใจในทันที“ข้าไ

  • ข้ามาทวงแค้นแม่ดอกบัวขาว   บทที่ 25 ติดค้างน้ำใจ

    องค์รัชทายาทหลี่ไท่หลงจ้องมองหญิงชราด้วยสายตาอ่อนโยน เขาเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่แสดงออกถึงความอ่อนโยนและพยายามปลอบประโลมอย่างเต็มที่“ท่านยายไม่ต้องกังวล อีกสักครู่รถม้าของข้าก็จะตามมาถึงแล้ว พวกเราพาเขากลับไปที่จวนของท่านยายก่อนแล้วข้าจะให้คนไปพาตัวหมอหลงไปสมทบกับพวกเราที่นั่น” เมื่อองค์รัชทายาทเอ่ยเช่นนี้เฉินเจียวเหม่ยก็ลงจากที่นั่งบังคับรถม้าแล้วเปิดผ้าม่านเพื่ออำนวยความสะดวกให้องค์รัชทายาทในทันที เขารีบเข้าไปประคองหญิงชราลงจากรถม้าพลางสำรวจร่างกายของหญิงชราด้วยความเป็นห่วง เมื่อเห็นว่าหญิงชราปลอดภัยดีแล้วจึงได้หันไปมองด้านในรถม้าที่มีบุรุษที่ได้รับบาดเจ็บนอนคว่ำหน้าอยู่และมีเฉินเจียวเจียวนั่งอยู่ข้างกายของบุรุษผู้นั้น“เขาเป็นอย่างไรบ้าง” องค์รัชทายาทกระแอมพลางถามออกมาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนมากกว่าปกติ“เลือดหยุดไหลแล้วเพคะ เพียงแต่บาดแผลสาหัสเอาการคงต้องให้ท่านหมอตรวจสอบดูอีกทีเพคะ” เฉินเจียวเจียวเอ่ยตอบด้วยสีหน้าอึดอัด เมื่อดูจากสถานการณ์แล้วหากเมื่อครู่นี้เฉินเจียวเหม่ยไม่เข้าไปช่วย สองย่าหลานคู่นี้ก็น่าจะยังคงปลอดภัยอยู่ในรถม้าจนกว่าองค์รัชทายาทจะไปถึง เพราะฟังจากที่องค์รัชทายา

  • ข้ามาทวงแค้นแม่ดอกบัวขาว   บทที่ 24 สองย่าหลานสกุลหยวน

    ทางฝ่ายของเฉินเจียวเหม่ยนั้นเมื่อได้ประมือกับชายชุดดำเพียงไม่กี่กระบวนท่าก็พอจะรับรู้แล้วว่าคนกลุ่มนี้ไม่ใช่โจรป่าธรรมดาอย่างที่ตนเองเข้าใจ เมื่อรู้ว่าสู้ไม่ได้นางก็คอยมองหาช่องทางที่จะถอนตัว เพียงแต่คนที่นั่งในรถม้ายังมีผู้โดยสารนั่งอยู่ด้านใน หากนางทอดทิ้งแล้วหนีไปพวกเขาก็ย่อมจะต้องตายและนางก็คงจะรู้สึกผิดไปตลอดชีวิตเป็นแน่‘ในเมื่อคิดจะช่วยแล้วก็ต้องช่วยให้ถึงที่สุด นางเปิดผ้าม่านของรถม้าขึ้นดึงชายหนุ่มผู้หนึ่งออกมาแล้วผลักเขาไปให้ผู้คุ้มกันที่ติดตามอารักขานางมาโดยตลอด สั่งให้ผู้ติดตามคนนั้นรีบพาชายหนุ่มผู้นั้นหนี ส่วนตนเองนั้นก็ประคองหญิงชราออกจากรถม้าด้วยท่าทางคล่องแคล่ว’“อี้เอ๋อ” หญิงชราผู้นั้นเอ่ยเรียกชายหนุ่มรูปร่างผอมบางด้วยสีหน้าเป็นห่วง แต่เมื่อเห็นว่าเขาปลอดภัยดีแล้วมีเพียงนางและสาวน้อยที่มาช่วยกับสาวใช้อีกหลายคนของตนที่ยังคงติดอยู่ท่ามกลางวงล้อมของชายชุดดำกลุ่มนี้“ท่านย่า!” บุรุษหนุ่มที่ถูกช่วยเอาไว้ส่งเสียงเรียกหญิงชราด้วยความเป็นห่วง ทำให้กลุ่มชายชุดดำหลายคนพุ่งความสนใจไปทางเขา ทั้งที่ก่อนหน้านี้เขาเกือบจะหนีพ้นและไปจนเกือบถึงรถม้าที่เฉินเจียวเจียวนั่งอยู่แล้ว กลุ่มชา

สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status