Se connecterตอนที่ 2 : อยากให้มีเมีย
หลังจากไถฟีตอินสตาแกรม เปิดเช็กเฟสบุ๊คจนหนำใจก็กินเวลาไปเกือบชั่วโมง ความหิวก็เข้ามาทักทายจนทำให้ฟีนิกซ์เดินออกจากห้องและลงมายังชั้นล่างของบ้าน ซึ่งบ้านของเขาเปิดร้านทอง ทำให้บริเวณหน้าบ้านกับตรงที่เขายืนถูกปิดกั้นไว้อย่างมิดชิดทำให้คนที่มาซื้อทองที่ร้านจะไม่เห็นคนที่ยืนอยู่ด้านในตัวบ้าน ซึ่งสภาพของเขาตอนนี้ก็ไม่เหมาะกับการเจอผู้คนสักเท่าไหร่ เพราะตอนนี้เขาสวมเพียงแค่กางเกงบ็อกเซอร์ตัวเดียวเท่านั้น แม้แต่กางเกงในยังไม่ได้ใส่ เป็นเรื่องปกติสำหรับเขาที่ไม่ชอบใส่เสื้อผ้าอยู่บ้าน
"ม๊าครับผมหิว" เสียงแหบพร่าเอ่ยบอกผู้เป็นแม่ที่ยืนมองเขาอยู่ก่อนแล้ว
"ตื่นมาก็หิว เมื่อคืนม๊านึกว่ากินเหล้าจนอิ่ม" เดือนฉายบ่นลูกชายตัวแสบแต่เธอก็ทำอาหารไว้ตั้งแต่เช้าอยู่แล้ว รู้ดีว่าลูกชายฟื้นจากอาการมึนเมาก็จะร้องหิวข้าวเหมือนเด็กร้องหิวนม "กับข้าวอยู่บนโต๊ะกินข้าว ตักข้าวเอาเอง"
ฟีนิกซ์ยกยิ้มมุมปากชอบใจและเดินไปหาแม่สุดที่รักพร้อมกับโอบกอดจากด้านหลังและหอมแก้มฟอดใหญ่ อีกทั้งยังใช้คางเกยไหล่ของแม่อย่างออดอ้อน
ฟอด
ต้องอ้อนไว้ก่อนเพราะรู้ดีว่าแม่ต้องบ่น อย่างน้อยเอาน้ำเย็นเข้าลูบแรงบ่นจะได้เบาลง(มั้ง)
"ไม่มีใครรู้ใจผมเท่าม๊า"
"หาเมียสักทีเถอะจะได้มีเมียเข้าใจอีกคน จะได้แบ่งเบาภาระม๊าบ้าง"
"ผมเป็นภาระม๊าขนาดนั้นเลยเหรอครับ" ฟีนิกซ์ตีหน้าเศร้า แสร้งทำเสียงน้อยใจแต่ความจริงแล้วเขาไม่ได้น้อยใจแม่ของตัวเองเลย พยายามเรียกลูกอ้อนเข้าไว้
"เออสิ อยากจะติดป้ายประกาศหน้าร้านหาเมียให้ลูกชายแถมข้าวสารสิบกระสอบกับทองสิบบาท"
"ม๊า...ผมลูกม๊านะ จะไปยกให้คนอื่นง่าย ๆ ได้ไง กว่าม๊าจะเลี้ยงดูผมจนโตขนาดนี้หมดเงินไปเท่าไหร่ยังจะแถมของให้เขาอีก"
"เผื่อแกจะโตขึ้นบ้าง ปีสี่แล้วนิสัยเหมือนกับสี่ขวบ" เดือนฉายยังคงบ่นไม่หยุดพลางส่ายหัวกับนิสัยของลูกชายที่เหมือนเด็กไม่รู้จักโต แต่ถึงปากจะพูดประชดประชันแต่ความจริงรักลูกชายหัวแก้วหัวแหวนเพียงคนเดียวคนนี้มาก
"บ่นไปเรื่อย บ่นทุกวัน แล้วผมโตขึ้นหรือเปล่าล่ะ...ก็ไม่ใช่ไหม ถ้าอย่างนั้นผมจะเกาะม๊ากับป๊าไปอีกนาน"
ฟีนิกซ์ไหวไหล่ไม่ได้สะทกสะท้านในคำพูดของแม่เพราะเป็นเรื่องปกติสำหรับเขา และหลังจากพูดจบฟีนิกซ์ก็หอมแก้มแม่ฟอดใหญ่อีกครั้งก่อนจะคลายอ้อมกอดและเดินไปกินข้าวในครัว ไม่ได้สนใจเสียงเหน็บแนมจากแม่ที่ดังไล่หลังมา
"ให้มันได้อย่างนี้เถอะ เสร็จแล้วก็ออกไปช่วยขายทองหน้าร้าน ป๊าแกจะได้เข้ามาพักสายตาบ้าง นั่นก็นิ่งเป็นหลับขยับเป็นแดก"
"ป๊าอยู่หน้าร้านสะดุ้งแล้วมั้งครับ" ฟีนิกซ์ยกยิ้มมุมปากและพูดเบา ๆ เป็นเรื่องปกติที่แม่ของเขาจะเหน็บแนมพ่อเหมือนที่เหน็บแนมเขา แต่ทุกคนรู้ดีว่าแม่ไม่มีอะไรขอให้ได้บ่นเท่านั้น พอบ่นเสร็จก็ใจดีเหมือนเดิม ดูอย่างกับข้าวตรงหน้าที่วางอยู่บนโต๊ะกินข้าวโดยมีฝาชีครอบไว้กันแมลง มียาต้มสมุนไพรที่แก้แฮงค์สูตรของที่บ้าน ที่ใครแฮงก์จากการดื่มพอดื่มยาต้มสมุนไพรตัวนี้จะหาย อีกทั้งยังมีกับข้าวของโปรดเขาอยู่ด้วย
"ปากบ่นไปอย่างนั้น สุดท้ายก็ทำไว้ให้กินเยอะแยะไปหมด ผมมีเมียขึ้นมาแล้วจะมีคนน้อยใจเพราะหาคนอ้อนแบบนี้ไม่ได้แล้ว"
ครอบครัวของเขามีกันแค่สามคน พ่อแม่และลูก และเขาก็เป็นลูกชายคนเดียว ไม่แปลกที่พ่อกับแม่จะต้องการลูกสะใภ้มาดูแลเขา คงอยากหาผู้หญิงเข้ามาในบ้านเพิ่มแม่จะได้มีเพื่อนคุย แต่ก็อย่างว่าผู้หญิงที่จะเข้ากับแม่ผัวได้นั้นคงไม่ใช่เรื่องง่าย
ลูกชายย่อมรู้สเปคของแม่ดี แม่ไม่ชอบผู้หญิงเที่ยวกลางคืน ซึ่งผู้หญิงส่วนใหญ่ที่เขาคุยจะมาจากผับทั้งนั้น แน่นอนว่าก็ต้องเป็นผู้หญิงที่ก้านโลกอยู่ประมาณหนึ่งที่จะสานต่อกับผู้ชายที่เจอกันที่ผับได้
ฟีนิกซ์ตักข้าวเข้าปากพร้อมกับก้มหน้าดูโทรศัพท์ไปด้วย
"ตาดูปากเคี้ยวเดี๋ยวม๊าแกก็เดินเข้ามาด่า" ศักดิ์ชัยเดินเข้ามาและเห็นลูกชายกินข้าวไปด้วยดูโทรศัพท์ไปด้วยจึงเอ่ยเตือน เพราะเดือนฉายไม่ชอบให้ลูกทำแบบนี้ แต่เจ้าแสบก็มักจะทำประจำไม่มีใครห้ามได้
"โดนบ่นมาตลอดอยู่แล้วครับ จะโดนบ่นตลอดไปก็ไม่ติดอะไร" ฟีนิกซ์ไหวไหล่อย่างไม่สะทกสะท้านและมองพ่อที่เดินไปตักข้าวใส่จานก่อนจะมานั่งฝั่งตรงข้ามกับเขา "ไหนแม่บอกว่ารอผมกินข้าวเสร็จค่อยไปเปลี่ยนป๊าไง"
"แม่แกพูดอะไรแล้วเป็นอย่างที่พูดบ้างไหมล่ะ"
"ก็ไม่" ฟีนิกซ์ตอบกลับทันควันและยิ้มกว้างชอบใจ แม่มักเป็นแบบนี้เสมอ พูดอย่างทำอีกอย่าง
"กิน ๆ เข้าไป แม่แกทำตั้งแต่เช้า รู้ว่าแกกลับมาตอนตีห้าก็ทั้งต้มยาสมุนไพร ทำกับข้าวให้แก ป๊าไม่ได้ไปกับแกยังโดนบ่นหูชา"
"ไม่ชินเหรอครับ"
"เหอะ ชินแล้วแต่ก็ขอบ่นหน่อย" ศักดิ์ชัยยื่นหน้าไปใกล้ลูกชายและพูดเบา ๆ กลัวว่าเดือนฉายจะเข้ามาได้ยิน "วัยทองแล้วมันหงุดหงิดง่าย อะไรนิดหน่อยก็บ่น"
"หึหึ" ฟีนิกซ์หัวเราะกับคำนินทาของพ่อ ทันทีที่เคี้ยวข้าวหมดปากทำให้เขาตะโกนออกมาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย "ม๊าครับ ป๊านินทา ป๊าบอกว่าม๊าเข้าสู่ช่วงวัยทอง"
"ไอ้เวรนี่" ศักดิ์ชัยยกซ้อมขึ้นมาหวังจะทิ่มไปที่หน้าลูกชายแต่ฟีนิกซ์รีบลุกหนีทันทีทำให้ศักดิ์ชัยไม่สบอารมณ์ และสบถออกมาเบา ๆ พลางมองลูกชายตาเขม็ง
"ม๊า ป๊าจะฆ่าผม" ฟีนิกซ์เดินเอาจานไปวางในอ่างล้างจานและกำลังจะเดินผ่านพ่อ ไม่ลืมที่จะตะโกนแกล้งพ่ออีกครั้งก่อนจะรีบวิ่งออกจากห้องครัว
ศักดิ์ชัยส่ายหัวไปมาเบา ๆ กับความดื้อและกวนประสาทของลูกชาย นิสัยยังเหมือนเด็กไม่เปลี่ยน ไม่แปลกที่เดือนฉายอยากให้ลูกมีเมียเผื่อจะได้โตขึ้นเป็นผู้ใหญ่บ้าง
.....
ครึ่งชั่วโมงต่อมา
ฟีนิกซ์สวมเสื้อยืดสีดำคู่กับกางเกงขาสั้นธรรมดา เซตผมนิดหน่อยก่อนจะเดินออกมายังหน้าร้านทองที่มีแม่คอยเฝ้าร้านอยู่
"มาได้สักที ได้ยินเสียงแกโวยวายอะไรตอนนั้นแม่กำลังรับลูกค้าพอดี"
"ไม่มีอะไรครับ แค่แกล้งป๊าเฉยๆ" ฟีนิกซ์ตอบกลับแม่ และเห็นว่าแม่กำลังจะเดินเข้าไปในบ้านทำให้เขาร้องห้ามไว้ก่อนเพราะตั้งแต่ตื่นมายังไม่ได้อัดบุหรี่เข้าปอดเลย "ผมขอไปสูบบุหรี่หน้าร้านแปบหนึ่งครับ เดี๋ยวเข้ามาเฝ้าร้านให้"
เดือนฉายมองด้วยสายตาไม่พอใจก่อนจะเอ่ยปากบ่น
"เรื่องมากจริง ๆ แล้วบุหรี่ก็เบาลงบ้าง จะตายก่อนป๊ากับม๊าเพราะบุหรี่เนี่ยแหละ"
จังหวะที่แม่ของเขาบ่นฟีนิกซ์รีบเดินเปิดประตูกระจกหน้าร้านทองออกมาทันที อย่างที่พ่อบอกก่อนหน้านี้ก็คงจริงพอเข้าสู่วัยทองอะไรก็หงุดหงิดไปซะหมด
ฟีนิกซ์หยิบบุหรี่ออกจากกระเป๋ากางเกงและดึงออกมาหนึ่งมวนจากซอง ปากหนางับบุหรี่ไว้และใช้มือป้องปากเพื่อจุดไฟที่ปลายมวนเพื่อให้ติดไฟ ทันทีที่ไฟติดก็อัดความเย็นเข้าปากและปล่อยควันขาวคลุ้งออกมา
สายตาคมทอดมองผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาหน้าร้านระหว่างที่สูบบุหรี่ ตอนนี้ก็บ่ายกว่าแล้วนักศึกษาบางคนก็เลิกเรียน นักเรียนบางคนก็เดินมาเลือกซื้อของกิน ด้วยที่บริเวณนี้เป็นจุดศูนย์รวมมีทั้งของกินของใช้ รวมถึงธนาคารและร้านทองผู้คนก็เลยพลุกพล่าน
สายตาที่สาดส่องมองผู้คนอยู่นั้นกลับสะดุดกับหญิงสาวคนหนึ่ง แต่งตัวด้วยชุดนักศึกษาและเป็นรุ่นน้องของเขาที่กำลังจะเดินผ่านหน้าร้านเขาพอดี
รุ่นน้องคนนี้ที่เคยจับคู่กิจกรรมรับน้องด้วยกัน
ระรินเจอรุ่นพี่คณะเดียวกันยืนอยู่หน้าร้านทองทำให้เธอชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะตัดสินใจเดินต่อไป ก่อนจะเงยหน้าสบสายตาคมคู่นั้น
พอเดินเข้ามาใกล้มือเรียวเล็กยกมือไหว้อย่างสุภาพตามมารยาท
"สวัสดีค่ะพี่ฟีนิกซ์"
"อืม เพิ่งเลิกเรียน?" ฟีนิกซ์ถามสั้นพลางพ่นควันบุหรี่ออกมา
"ค่ะ" ระรินตอบกลับพร้อมกับพยักหน้าเล็กน้อย สายตาเผลอจับจ้องใบหน้าคมคายของรุ่นพี่ปีสี่ ไม่ว่าจะเจอเขาอยู่ในสภาพไหนก็ยังหล่อบาดใจเหมือนเดิม สมฉายาเทพบุตรยกแก๊ง
"มองนานอยากได้พี่?" คิ้วหนาเลิกขึ้นข้างหนึ่ง น้ำเสียงยียวนกวนประสาทชวนให้คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าทำตัวไม่ถูก
ระรินชะงักไปชั่วขณะก่อนจะดึงสติกลับมา
"ขอตัวนะคะ รถใกล้ออกพอดี" ระรินบอกลาและรีบเดินผ่านหน้ารุ่นพี่หนุ่มไปทันที
ถ้าให้โลกนี้มีเขาแค่คนเดียวเธอยอมโสดจนตายดีกว่า พวกเธอสนิทกับแก๊งนี้เพราะชิลินมีพี่ดีเซลเป็นแฟนเลยเจอกันบ่อย แต่เธอก็ยังไม่คุ้นชินในคำพูดสองแง่สองง่ามของรุ่นพี่ เธอไม่ใช่คนใสซื่อแต่ก็อยากได้ผู้ชายหล่อทั้งภายนอกและภายใน แบบพระเอกนิยายที่แสนอ่อนโยน
ฟีนิกซ์ยืนมองแผ่นหลังของรุ่นน้องที่เดินผ่านไปพลางยกยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย ภาพความทรงจำที่เห็นเธอตอนไปเที่ยวผับผุดขึ้นมาในหัว
เด็กสาวที่ภายนอกดูเรียบร้อยใสซื่อ พออยู่ในแสงสีกลับมีเสน่ห์ชวนให้มองจนไม่อยากจะละสายตา
"สาวน้อยซ่อนรูป" เขาพึมพำออกมาเบา ๆ
ตอนที่ 47 : เติมเต็มกันและกัน (ตอนจบ)เลี้ยงฉลองปิดเทอม ณ ผับชื่อดังที่คุ้นเคยเสียงเพลงดังกระหึ่มไปทั่วผับในยามราตรี แสงไฟหลากสีสาดส่องตามจังหวะเพลง ผู้คนต่างออกมาดื่มสังสรรค์และเคลื่อนไหวร่างกายตามท่วงทำนองอย่างอิสระ เช่นเดียวกันกับแก๊งสี่หนุ่มและแก๊งสี่สาวที่มาผับแห่งนี้เพื่อปลดปล่อยและเลี้ยงฉลองหลังจากสอบวันสุดท้ายผ่านพ้นไปได้ด้วยดีบรรยากาศความตึงเครียดจากช่วงสอบที่ผ่านมาถูกสลัดทิ้งไปจนหมด ใบหน้าของแต่ละคนเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มอย่างผ่อนคลายฟีนิกซ์นั่งเคียงข้างระรินแทบจะเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ดีเซลนั่งโอบกอดชิลินไว้ในอ้อมแขน ต่างจากโอโซนและพอร์ชที่นั่งบนโซฟาเพียงลำพังไร้เงาสาวข้างกาย เช่นเดียวกับพราวและต้นหลิวที่นั่งอยู่ไม่ไกลนักโดยไม่มีหนุ่มข้างกาย"ดื่ม ๆ วันนี้ไอ้ดีเซลมันบอกเลี้ยงไม่อั้น" พอร์ชยกแก้วเหล้าขึ้นเหนือโต๊ะตรงกลางวงส่งสัญญาณให้ทุกคนทำตามแก้วเหล้าหลายใบถูกยกขึ้นตามกัน ก่อนจะเคลื่อนเข้ามากระทบกันตรงกลางเปล้ง..."cheers""สอบเสร็จสักทีโว้ย สถานีต่อไปวัยทำงาน" โอโซนพูดเสียงดังพลางกระดกเหล้าเข้าปากรวดเดียวจนหมดราวกับปลดปล่อยความอัดอั้นที่สะสมมานานระรินโน้มใบหน้าไปใกล้ใบ
ตอนที่ 46 : สุขสมหวังณ โรงอาหารของมหา'ลัยโอโซน ดีเซล และพอร์ชยืนหลบมุมที่พอพ้นสายตาผู้คนเคียงข้างด้วยสามสาว ต้นหลิว ชิลิน และพราว สายตาของทุกคนจ้องมองไปยังฟีนิกซ์กับระรินที่นั่งอยู่ที่โต๊ะประจำ รอยยิ้มบาง ๆ ผุดขึ้นพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมายเมื่อเห็นภาพเพื่อนกำลังมีความสุขระรินนั่งก้มหน้าเล่นโทรศัพท์ไปพลาง ๆ ทว่าปากยังเคี้ยวตุ้ย ๆ ขณะฟีนิกซ์คอยป้อนข้าวเหนียวหมูปิ้งให้ถึงปากเพื่อไม่ให้มือของระรินเปื้อน ทั้งสองคนผลัดกันกินอย่างไม่สนใจสายตาใครราวกับทั้งโรงอาหารมีกันเพียงสองคน"จะเข้าไปตอนนี้ก็กลัวขัดจังหวะ" พอร์ชยกยิ้มมุมปากสายตาคมจ้องมองคู่รักที่กำลังสวีทหวานไม่แคร์สื่อทุกคนชะงักฝีเท้าตั้งแต่เดินเข้ามาบริเวณโรงอาหารของมหา'ลัยและยืนดูเหตุการณ์นี้กันมาสักพักใหญ่ แต่ละคนไม่กล้าที่จะเดินเข้าไปขัดจังหวะความสุขของเพื่อนพราวชำเลืองมองพอร์ชเพียงนิดก่อนจะหันกลับมามองเพื่อนสาวที่กำลังอิ่มเอมกับความรัก"ยัยเด็กที่ชอบอ่านนิยายเพ้อฝัน ตอนนี้โตเป็นสาวแล้วสินะ" ต้นหลิวพูดพลางอมยิ้ม ทุกคนรู้ดีว่าระรินชอบอ่านนิยายมาก และวาดฝันอยากมีแฟนหนุ่มที่แสนอ่อนโยนดั่งพระเอกนิยาย ตอนนี้ระรินได้ผู้ชายแบบที่ต้องการ
ตอนที่ 45 : ไร้เรี่ยวแรงคาเตียงสองวันต่อมาดวงตากลมโตมองเจ้าของร่างกายกำยำที่เพิ่งเดินออกจากห้องน้ำ เขาดูกระปรี้กระเปร่าเหมือนกับดื่มน้ำวันละสองลิตร ทว่าต่างกับเธออย่างสิ้นเชิง ร่างกายเธอไร้ซึ่งเรี่ยวแรงแม้แต่แรงจะลุกจากที่นอนยังไม่มี สองวันสองคืนเต็มที่เธอโดนเขาลงโทษอย่างหนัก จนตอนนี้เธอต้องนอนเป็นผักอยู่บนเตียง ขยับตัวแทบไม่ได้เพราะปวดร้าวไปทั่วร่างกายอาการของคนป่วยหยอดน้ำข้าวต้มมันเป็นอย่างนี้นี่เองฟีนิกซ์เดินมายืนอยู่ข้างเตียง ใช้สายตาคมสำรวจร่างอรชรพลางยกยิ้มมุมปากถูกใจในผลงานตัวเอง ร่างอรชรนอนเปลือยอยู่ภายใต้ผ้าห่มผืนหนา แต่ยังพอเห็นลำคอระหงที่เต็มไปด้วยรอยช้ำสีแดงรอบลำคอเป็นผลงานที่เขาสร้างไว้เอง"ยิ้มอะไรคะ ภูมิใจในสิ่งที่ตัวเองทำมากเหรอคะ" ระรินมองเขาตาขวางพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงกระแทกแดกดันฟุบฟีนิกซ์ล้มตัวลงนั่งลงข้างเตียงเคียงข้างคนตัวเล็กที่กำลังขู่ฟ่อ มือหนาเอื้อมไปเกลี่ยไรผมที่บดบังใบหน้าหวานออกอย่างแผ่วเบา"ภูมิใจที่สุดเลย จะมาโทษพี่คนเดียวไม่ได้นะต้องโทษตัวเองที่ปิดบังพี่มาสองเดือนเต็ม ๆ""หนูไม่ได้ปิดบัง แค่จะบอกตอนเกรดออก""โดนขนาดนี้ยังจะกล้าเถียงอีกนะ เถียงเก่
ตอนที่ 44 : จัดการเด็กโกหกสองเดือนผ่านไประรินเลื่อนโทรศัพท์เล่นไปพลาง ๆ กดเข้าอินสตาแกรมระหว่างที่ว่าง ทว่าสตอรี่ของฟีนิกซ์โชว์ขึ้นอยู่คนแรก ก่อนหน้านี้เขาและเธอกดติดตามกันแล้ว และถ้าใครคนใดคนหนึ่งลงสตอรี่หรือลงรูปก็จะเห็นริมฝีปากบางคลี่ยิ้มเมื่อสตอรี่ของเขาเป็นภาพที่เธอนอนหลับ ผ้าห่มปิดเกือบทั้งหน้า เห็นเพียงแค่ตาและแนบชิดกับแผงอกแกร่งที่ไร้เสื้อผ้าปกปิด น่าจะเป็นสภาพตอนเช้าที่เธอยังไม่ตื่นแต่เขาตื่นก่อน เพราะเมื่อคืนเธอมานอนกับเขาที่บ้านในช่วงวันหยุด"ลงแบบนี้สาวไม่หายหมดเหรอคะ" ระรินแซวเล่นและยกโทรศัพท์ให้เขาเห็นว่าเธอพูดถึงเรื่องสตอรี่ที่เป็นรูปของเธอ"ไม่แคร์อยู่แล้ว เพราะคนที่พี่แคร์นั่งอยู่ตรงนี้" สายตาคมจ้องมองระรินบ่งบอกว่าเขาไม่เคยกังวลเรื่องที่เธอพูดเลยสักนิด เพราะเขามั่นใจว่าเธอคือคนรักคนสำคัญเลยอยากป่าวประกาศให้ทุกคนรู้นอกจากเขามีเจ้าของแล้ว เธอก็มีเจ้าของแล้วเหมือนกัน"ป่านนี้แก๊งพี่อ้วกกันเป็นแถว ๆ แล้วค่ะ"ฟีนิกซ์ไม่ได้ตอบแต่ยื่นโทรศัพท์ให้เธออ่านในกลุ่มไลน์ 'สี่ตัวร้อย รอคอย(ห)' ที่มีการพูดคุยกันอย่างดุเดือดไปก่อนหน้านี้โอโซน : (รูปสตอรี่ของฟีนิกซ์)โอโซน : อยากจ
ตอนที่ 43 : ลองใช้ชีวิตแบบเธอรถมอเตอร์ไซต์คันเก่าขับมาจอดในที่ประจำเพื่อขึ้นรถสองแถวเข้าตัวเมือง ทว่าคราวนี้กลับไม่ใช่เธอที่เป็นคนขับมาด้วยที่รถยนต์ของเขาสายไฟขาดทำให้ต้องเรียกรถมายกตั้งแต่เช้าตรู่ วันนี้เลยลองใช้ชีวิตที่เธอเป็นในทุกวัน เป็นอะไรที่แปลกใหม่และไม่ได้รู้สึกขัดต่อความรู้สึกดวงตากลมโตจ้องมองชายหนุ่มร่างกายกำยำกำลังล็อกมอเตอร์ไซต์คันเก่าเพื่อป้องกันโดนขโมยพานทำให้ริมฝีปากบางระบายยิ้มชอบใจ ไม่คิดว่าคนที่เคยซ่อมรถคันนี้และมาส่งเธอตรงนี้ในเมื่อก่อนจะเป็น 'แฟน' ในวันนี้ไม่เคยคิดว่าลูกชายร้านทองจะยอมนอนกับเธอในห้องเล็กที่ไร้เครื่องปรับอากาศได้ทั้งคืน ไม่คิดว่าเขาจะนั่งกินข้าวที่พื้นได้อย่างสบายใจ และไม่เคยคิดว่าเขาจะเข้ากับครอบครัวที่แสนธรรมดาได้คนที่จิกกัดกันตลอดเวลาในเมื่อก่อนกลายเป็นคนที่ทำให้หัวใจของเธอกระชุ่มกระชวย และมีเป้าหมายในชีวิตมากขึ้น"พี่นั่งได้ไหม" เธอเอ่ยถามเมื่อเขาเดินเข้ามาหา พลางส่งสายตาไปที่รถสองแถวที่จอดอยู่ไม่ไกลฟีนิกซ์มองตามสายตาของเธอพลางไหวไหล่เล็กน้อยอย่างไม่สะทกสะท้าน ก่อนจะพูดให้เธอสบายใจและหลงตัวเองนิดหน่อยเพื่อให้เธอหมั่นไส้"ทำไมจะนั่งไม่ได้
ตอนที่ 42 : ตื่นมาไม่เจอตกดึกดวงตากลมโตชำเลืองมองเจ้าของร่างกายกำยำที่นอนตะแคงกอดเธอไว้แน่น ทำให้ใบหน้าหวานซุกเข้าหาแผงอกแกร่งที่เปลือยเปล่าอย่างเลี่ยงไม่ได้ ท่อนแขนแกร่งเกี่ยวรั้งตัวเธอไว้ราวกับกลัวเธอจะหายไปทั้งที่ในนี้คือห้องนอนของเธอ"ไหนใครบอกว่าชอบนอนพื้นแข็ง ๆ คะ""ปวดหลัง" ฟีนิกซ์เอ่ยเสียงเรียบไม่รู้สึกสะทกสะท้านกับสายตาที่เธอมองมา"พี่นี่ไว้ใจไม่ได้จริง ๆ เจ้าเล่ห์ไม่เว้นวัน โกหกพ่อแม่หนูอีก""พี่ไม่ได้โกหกแต่พี่พูดให้เกียรติเธอต่างหาก""ลับหลังไม่ใช่เลยสักนิด" ระรินเหน็บแนมพลางใช้สายตาไม่พอใจที่เขานอนกอดเธอบนเตียงนอนขนาดสามฟุต ซึ่งทำให้ตัวเธอกับตัวเขาแนบชิดจนแทบจะเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันอยู่แล้วฟีนิกซ์ระบายยิ้มชอบใจในคำพูดของเธอ ก่อนจะโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้หน้าผากมนและใช้ริมฝีปากหนากดจูบหน้าผากมนอย่างแผ่วเบา"พอเถียงไม่ได้ก็หอมตลอด ทำให้หนูใจอ่อนทุกที""พี่รู้จักความรักก็จริงเคยมีความรักมาก่อน แต่พี่ไม่เคยมีความรู้สึกรักใครขนาดนี้มาก่อนเลยรู้ไหม พี่พึ่งจะเข้าใจก็วันนี้ถ้าพี่ขาดเธอไปพี่คงอยู่ไม่ได้""....." ระรินนิ่งเงียบเมื่อจู่ ๆ เขาก็พูดความในใจที่ทำให้เธอรู้สึกดี ใบหน้าหว
ตอนที่ 10 : อดใจไม่ไหว(เด็กมันยั่ว)เวลาล่วงเลยมาจนถึงเที่ยงคืนบรรยากาศในผับยิ่งดึกยิ่งสนุกและเป็นการทิ้งท้ายสุดมันก่อนที่จะถึงเวลาผับปิด ผู้คนต่างปล่อยตัวไปกับจังหวะดนตรีและแอลกอฮอล์ที่สั่งมา แสงไฟในผับก็ยิ่งปลุกเร้าให้ดูน่าตื่นเต้นและเร้าใจจนอดใจไม่ไหวต้องลุกขึ้นมาโยกย้ายร่างกายอวดท่วงท่าและลีลา
ตอนที่ 1 : คุณชายตื่นเที่ยงรถสองแถวสีแดงจอดเทียบท่าเมื่อเข้ามาในตัวเมืองของจังหวัดเชียงใหม่ ผู้คนทยอยกันลงจากรถรวมถึงระรินที่เก็บหนังสือนิยายตั้งแต่รู้ว่ารถใกล้จะถึงปลายทาง ทุกคนเดินไปยังบริเวณหน้ารถและจ่ายเงินให้คนขับ หลังจากนั้นก็แยกย้ายกันไปตามทาง โดยที่ระรินเดินไปทางรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างที่จอดร
บทนำบรื้นนนเสียงเครื่องยนต์ของรถมอเตอร์ไซค์คันเก่าขณะแล่นไปตามถนนที่ตัดผ่านชุมชนเล็ก ๆ ในเช้าตรู่ของวันใหม่หญิงสาวร่างเล็กในชุดนักศึกษามหา'ลัยเป็นเจ้าของรถมอเตอร์ไซค์คันนี้ มือเรียวเล็กกำแฮนด์แน่น สายตามองตรงไปข้างหน้า แต่บางจังหวะมีเหลือบมองสองข้างทางด้วยความคุ้นเคยแสงแดดอ่อนยามเช้าค่อย ๆ ทอปร
ข้ามเส้นความรู้สึกฟีนิกซ์ - ระริน💚พระเอกธงเขียว💚❌ไม่มีนอกกาย ❌ไม่มีนอกใจ ฟีนิกซ์ อายุ 22 เรียนคณะวิศวกรรมศาสตร์ ปี 4ลูกเจ้าของร้านทอง มาดนิ่งดูสุขุม แต่ถ้าได้รู้จักได้พูดคุยจะรู้ว่า 'ปากหมา'เรื่องเล่นเด่น เรื่องเรียนเป็นลอง เช้าไม่ค่อยตื่น บ่ายไม่ค่อยเรียนชอบสังสรรค์ ใช้ชีวิตเสเพลไปวัน ๆ







