共有

ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด
ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด
作者: อักษรามณี

บทที่ 1

last update 公開日: 2025-04-07 10:47:29

 ฟื้นในร่างฮองเฮา

ความหนาวเย็นแทรกซึมเข้ากระดูกจนคล้ายมีเข็มนับพันเล่มค่อย ๆ ทิ่มแทงอยู่ใต้ผิวหนัง กลิ่นธูปเก่า กลิ่นยาเหม็นขม และกลิ่นอับชื้นของผ้าม่านหนาหนักลอยวนอยู่ในอากาศราวกับม่านหมอกที่กดทับลมหายใจ ลิลลี่ ชุง ได้ยินเสียงบางอย่างดังอยู่ไกล ๆ เป็นเสียงสะอื้นเบา ๆ สลับกับเสียงลมพัดลอดช่องหน้าต่างไม้เก่า ครู่หนึ่งนางคิดว่าตนคงยังนอนอยู่บนพื้นห้องทำงานหลังจากเสียงปืนนัดนั้นดังขึ้น ภาพสุดท้ายก่อนทุกอย่างมืดดับยังชัดเจนจนเจ็บปวด แจ๊คกี้ เฉิน ยืนหน้าซีดอยู่ตรงหน้า ดวงตาเต็มไปด้วยความตกใจ มือของเขายังถือปืนกระบอกนั้นไว้ ขณะที่เลือดอุ่น ๆ ไหลซึมจากอกของเธอ เขาพูดบางอย่าง แต่เสียงของเขาแตกพร่าและห่างไกลเกินกว่าจะฟังออก จากนั้นโลกทั้งใบก็กลายเป็นสีดำ

แต่ความตายไม่ควรหนาวเช่นนี้ ไม่ควรมีความเจ็บปวด ไม่ควรมีกลิ่นยาขมติดปลายลิ้นเช่นนี้ ลิลลี่พยายามขยับนิ้ว ทว่าร่างกายหนักอึ้งเหมือนถูกหินก้อนใหญ่ทับไว้ เปลือกตาของเธอสั่นไหวอยู่หลายครั้ง ก่อนจะค่อย ๆ เปิดขึ้นอย่างยากลำบาก แสงสลัวจากโคมไฟน้ำมันทำให้เพดานเหนือศีรษะปรากฏขึ้นในสายตา เพดานนั้นไม่ใช่เพดานห้องพักสมัยใหม่ ไม่ใช่ฝ้าขาวเรียบที่เธอคุ้นเคย แต่เป็นคานไม้แกะสลักลวดลายเมฆมงคลเก่าแก่ มีผ้าม่านสีหม่นห้อยลงมารอบเตียง กลิ่นอายโบราณชัดเจนเสียจนหัวใจของเธอกระตุกวูบ

“นี่ที่ไหน...” เสียงที่หลุดออกจากลำคอแหบแห้งเบาจนแทบไม่ใช่เสียงของเธอเอง

ทันใดนั้นเสียงสะอื้นก็หยุดลง ชายผู้หนึ่งในชุดขันทีสีเทาหม่นถลาเข้ามาข้างเตียง ใบหน้าซูบซีดเปื้อนคราบน้ำตา ดวงตาแดงก่ำราวกับร้องไห้มานานหลายชั่วยาม เขาคุกเข่าลงกับพื้นดังตุบ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “ฮองเฮาเหนียงเหนียง! สวรรค์เมตตาแล้วพ่ะย่ะค่ะ พระองค์ฟื้นแล้ว พระองค์ฟื้นจริง ๆ!”

ลิลลี่นิ่งงัน คำว่าฮองเฮากระแทกเข้าหัวเหมือนเสียงระฆัง นางพยายามลุกขึ้น แต่ร่างกายเจ็บร้าวทุกส่วนจนต้องนิ่วหน้า ขันทีผู้นั้นรีบเข้ามาประคองอย่างระมัดระวัง ดวงตาเต็มไปด้วยความยินดีและหวาดกลัวปะปนกัน “เหนียงเหนียงอย่าเพิ่งขยับแรงพ่ะย่ะค่ะ ร่างกายของพระองค์ยังอ่อนแอมาก หมอหลวงบอกว่าชีพจรของพระองค์แทบไม่เหลือแล้ว กระหม่อมคิดว่า...คิดว่า...” เขาพูดต่อไม่ออก น้ำตาหยดลงบนหลังมือ

ลิลลี่ก้มมองมือตนเอง มือคู่นั้นเรียวยาว ขาวซีด และอ่อนแรง แต่ไม่ใช่มือของเธอ มือของลิลลี่มีรอยปากกาจากการร่างแบบ มีรอยกดจากเครื่องมือ มีเล็บสั้นสะอาดแบบคนทำงานตลอดเวลา แต่มือคู่นี้บอบบางเกินไป เล็บยาวแต่งทรงอย่างประณีต แม้ซีดไร้เลือดฝาดก็ยังงดงามเหมือนมือของสตรีสูงศักดิ์ นางยกมือขึ้นแตะใบหน้าตนเองอย่างช้า ๆ ปลายนิ้วสัมผัสผิวเย็นจัด แก้มตอบเล็กน้อย ริมฝีปากแห้งผาก เส้นผมยาวสลวยแผ่เต็มหมอน ไม่ใช่ผมสั้นประบ่าของเธอ

ความทรงจำแปลกประหลาดพลันทะลักเข้ามาเหมือนน้ำหลาก ภาพตำหนักสูงใหญ่ ภาพสตรีเจ็ดนางในอาภรณ์งดงาม ภาพเสียงหัวเราะเยาะ ภาพถ้วยยาที่ถูกยื่นมาตรงหน้า ภาพฮ่องเต้ผู้มีสายตาเย็นชา ภาพหญิงคนหนึ่งคุกเข่าอยู่ท่ามกลางหิมะพร้อมความเจ็บปวดที่ฝังแน่นในหัวใจ ชื่อหนึ่งปรากฏขึ้นในความทรงจำอย่างชัดเจน ซีฮัน ฮองเฮาแห่งราชสำนักเฉียนหลง ธิดาจากตระกูลนักรบผู้ถูกส่งเข้าวังเพราะการเมือง เป็นสตรีที่มีตำแหน่งสูงสุดในวังหลัง แต่กลับอ่อนแอและโดดเดี่ยวเสียยิ่งกว่านางกำนัลต่ำต้อย

ลิลลี่หลับตาแน่น หายใจหอบอย่างเจ็บปวด ความทรงจำของร่างเดิมบีบรัดหัวใจราวกับไม่ใช่ภาพของคนอื่น แต่เป็นบาดแผลที่เคยเกิดกับตัวนางจริง ๆ ฮองเฮาซีฮันถูกนางสนมเอกทั้งเจ็ดกดดัน บ้างเยาะเย้ย บ้างแสร้งภักดี บ้างถวายยา บ้างส่งข่าวลือ บ้างวางแผนให้ฮ่องเต้รังเกียจ จนร่างกายและจิตใจทรุดโทรมลงทุกวัน ไม่มีใครเชื่อว่านางถูกทำร้าย ทุกคนเห็นเพียงฮองเฮาผู้อ่อนแอ อ่อนไหว และไร้ความสามารถ

“ข้าตายแล้วใช่หรือไม่” นางถามเสียงเบา

ขันทีตรงหน้าสะดุ้ง รีบก้มศีรษะจนหน้าผากแทบแตะพื้น “เหนียงเหนียงอย่าตรัสเช่นนั้นพ่ะย่ะค่ะ พระองค์เพียงหมดสติไปนาน ชีพจรขาดหายจนหมอหลวงตกใจ แต่พระองค์ยังมีบุญบารมี สวรรค์จึงส่งพระองค์กลับมา”

ลิลลี่มองเขาอย่างพิจารณา ความทรงจำบอกนางว่าขันทีผู้นี้ชื่อ ตงเปียน เป็นคนรับใช้เก่าแก่ที่ติดตามซีฮันตั้งแต่ยังอยู่จวนตระกูลซี เขาซื่อสัตย์ โง่เขลาในบางครั้ง แต่ภักดีชนิดยอมตายแทนนางได้ ในวังหลังที่เต็มไปด้วยคนสวมหน้ากาก ตงเปียนเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่ไม่เคยคิดทรยศร่างเดิม

“ตงเปียน” นางเอ่ยชื่อเขาอย่างช้า ๆ

ขันทีเงยหน้าขึ้นทันที แววตาเปล่งประกายด้วยความดีใจ “พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมอยู่ตรงนี้ เหนียงเหนียงยังจำกระหม่อมได้ กระหม่อมดีใจเหลือเกินพ่ะย่ะค่ะ”

ซีฮันในร่างใหม่สูดลมหายใจลึก นางยังไม่เข้าใจทั้งหมด แต่สัญชาตญาณบอกชัดว่าสถานการณ์นี้อันตรายกว่าความตายเสียอีก เธอเคยเป็นสถาปนิก เคยวางแผนโครงสร้างอาคารสูง เคยอ่านแบบซับซ้อน เคยคำนวณน้ำหนักและช่องโหว่ในระบบใหญ่ ๆ โลกธุรกิจสอนให้เธอรู้ว่าความผิดพลาดเพียงจุดเดียวอาจทำให้อาคารทั้งหลังถล่ม วังหลังแห่งนี้ก็ไม่ต่างกัน เพียงแต่เสาค้ำยันที่นี่ไม่ใช่เหล็กหรือปูน แต่เป็นอำนาจ ความโปรดปราน ความริษยา และชีวิตคน

“เกิดอะไรขึ้นก่อนข้าหมดสติ” นางถาม

ตงเปียนเม้มปากคล้ายไม่กล้าพูด แต่เมื่อเห็นสายตาของนาง เขาก็รีบตอบ

 “หลายวันก่อนเข่อชิงหวงกุ้ยเฟยพาสนมเอกทั้งหลายมาเยี่ยมพระองค์พ่ะย่ะค่ะ พวกนางกล่าวว่าห่วงใยสุขภาพของพระองค์ ยู่จินเชียงกุ้ยเฟยถวายโอสถทิพย์ บอกว่าเป็นยาบำรุงหายากจากหมอยาพเนจร เซียนรื่อหงกุ้ยเฟยก็ช่วยพูดสนับสนุน บอกว่าหากพระองค์ไม่รับไว้คงเป็นการไม่ไว้หน้าไมตรีของเหล่าสนม พระองค์ในตอนนั้น...พระองค์ทรงอ่อนแรงและไม่อยากมีเรื่อง จึงรับสั่งให้ต้มยา”

ตงเปียนพูดถึงตรงนี้แล้วน้ำเสียงสั่นด้วยความโกรธ

 “หลังดื่มได้ไม่นาน พระองค์ก็ทรงเจ็บหน้าอก หายใจไม่ออก หมอหลวงกลับบอกว่าเป็นโรคเก่ากำเริบ พวกนางสนมต่างทำทีร้องไห้ แต่กระหม่อมเห็นกับตาว่าบางคนแอบยิ้มพ่ะย่ะค่ะ!”

ซีฮันเงียบไป ดวงตาค่อย ๆ เย็นลง ยู่จินเชียงกุ้ยเฟย หมอยาผู้ชอบสะสมพิษจากสัตว์ร้าย นางจำชื่อนี้ได้จากความทรงจำที่กระจัดกระจาย สนมผู้นั้นงดงาม สุภาพ และมักพูดเรื่องยาอย่างถ่อมตัว แต่เบื้องหลังกลับเก็บพิษงู พิษแมงป่อง และพิษคางคกไว้ในตำหนักอย่างลับ ๆ หากโอสถทิพย์มาจากนาง ย่อมไม่มีทางเป็นเพียงยาบำรุงธรรมดา

この本を無料で読み続ける
コードをスキャンしてアプリをダウンロード

最新チャプター

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 37

    เซียวจื่อเฟยหันกลับมา เมื่อเห็นฮ่องเต้ยืนอยู่ตรงประตู นางก็ทรุดลงกับพื้นทันที “ฝ่าบาท...”ฮ่องเต้ก้าวเข้ามาช้า ๆ พระพักตร์เย็นชาจนน่ากลัว “เจ้ากำลังทำสิ่งใด”เซียวจื่อเฟยรีบส่ายหน้า “หม่อมฉัน...หม่อมฉันเพียงทำพิธีขอพรเพคะ”ซีฮันซึ่งเดินตามเข้ามาภายหลังมองไปยังผ้าแดงบนโต๊ะ ก่อนกล่าวเสียงเรียบ “พิธีขอพรที่ต้องเขียนชื่อข้าแล้วใช้มีดกรีดหรือ”เซียวจื่อเฟยสะดุ้ง นางมองซีฮันด้วยสายตาทั้งหวาดกลัวและโกรธแค้น “ฮองเฮา...ท่านวางแผนเล่นงานข้า”ซีฮันไม่โต้เถียง เพียงหันไปพยักหน้าให้ตงเปียน “ตรวจทุกอย่าง”ตงเปียนและองครักษ์รีบค้นห้องทันที ภายในหีบไม้เล็กด้านหลังโต๊ะบูชาพบตำราไสยศาสตร์ต้องห้ามหลายเล่ม ขวดผงสมุนไพรที่หมอหลวงเคยตรวจพบในธูปประหลาด ตุ๊กตาผ้าหลายตัวที่เขียนชื่อคนในวัง และถุงผ้าเล็กซึ่งบรรจุเส้นผมกับเศษผ้าปักตรามังกรอย่างแนบเนียน เมื่อหลี่กงกงเห็นเศษผ้าปักตรามังกรก็หน้าซีด รีบคุกเข่าถวายต่อฮ่องเต้ “ฝ่าบาท เศษผ้านี้คล้ายมาจากฉลองพระองค์เก่าที่เคยส่งไปซ่อมในสำนักผ้าไหมพ่

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 36

    ซีฮันค่อย ๆ วางกระดาษลง ดวงตาฉายประกายเย็นเฉียบ“เช่นนั้นแสดงว่า...ผู้ที่เขียนชื่อข้าบนตุ๊กตา มิใช่ภูตผีหรือหมอไสยศาสตร์ แต่เป็นคนในตำหนักเซียวจื่อเฟย”ตงเปียนกำหมัดแน่น “จะจับตัวหรูอิงมาสอบสวนทันทีหรือพ่ะย่ะค่ะ”ซีฮันส่ายหน้าอีกครั้ง “ยังไม่”“เหตุใดหรือพ่ะย่ะค่ะ”“เพราะหรูอิงเป็นเพียงมือ” นางมองตุ๊กตาผ้าที่มีเข็มปักเต็มตัว “ส่วนคนที่สั่งให้ถือเข็ม...ยังนั่งอยู่บนกระดาน”นางพับผ้าห่อตุ๊กตากลับอย่างระมัดระวังก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น“คราวนี้ถึงเวลาที่เซียวจื่อเฟยจะเริ่มเดินหมากผิดด้วยตัวเองแล้ว”พิธีกรรมคืนจันทร์ดับคืนเดือนดับมาเยือนเร็วกว่าที่ผู้คนในวังหลังคาดคิด ท้องฟ้ามืดสนิทไร้แสงจันทร์ แม้แต่หมู่ดาวก็ถูกเมฆหนาทึบปกคลุมจนแทบมองไม่เห็น ลมเย็นพัดผ่านชายคาตำหนักเกิดเสียงหวีดหวิวราวกับกำลังเตือนถึงลางร้าย ซีฮันยืนอยู่หน้าบานหน้าต่าง มองความมืดที่ปกคลุมพระราชวังด้วยแววตาสงบนิ่ง ตลอดหลายวันที่ผ่านมา นางปล่อยให้ข

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 35

    ด้านตำหนักเซียวจื่อเฟย บรรยากาศกลับไม่ผ่อนคลายเช่นเดียวกัน เซียวจื่อเฟยนั่งอยู่หน้าอ่างทองเหลือง ดวงตาเต็มไปด้วยความไม่เข้าใจนางกำนัลรีบเข้ามารายงาน “เฟยเหนียงเหนียง เมื่อคืนฝ่าบาทเกือบเสด็จมาถึงแล้วเพคะ แต่จู่ ๆ ก็เสด็จกลับ”เซียวจื่อเฟยกำหมัดแน่น “เป็นไปไม่ได้”หญิงชราที่เป็นผู้สอนพิธีกรรมกล่าวเสียงต่ำ “หากทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน ย่อมไม่มีทางผิดพลาด”“แต่ฝ่าบาทไม่มา”หญิงชราครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนถาม “เมื่อคืนมีผู้ใดรู้เรื่องพิธี”“ไม่มี”“แล้วเศษธูป”เซียวจื่อเฟยชะงัก นางนึกถึงคืนก่อนที่นางกำนัลรายงานว่ามีเงาคนผ่านหลังตำหนัก แต่เมื่อออกไปตรวจกลับไม่พบผู้ใด หัวใจของนางเริ่มเต้นแรง“หรือว่าจะ...”หญิงชราหรี่ตา “มีคนเก็บธูปของเราไป”เซียวจื่อเฟยลุกขึ้นยืนทันที สีหน้าที่เคยสงบเริ่มมีรอยแตกร้าว“คนในวังไม่มีผู้ใดรู้เรื่องนี้ นอกจาก...”นางหยุดพูด ในหัวมีภาพของสตรีผู้หนึ่งป

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 34

    หญิงชราผู้สวมชุดดำซึ่งนั่งอยู่มุมห้องกล่าวเสียงต่ำ “จำไว้ อย่าใช้เกินสามคืนติดต่อกัน มิฉะนั้นจะมีคนจับพิรุธได้”เซียวจื่อเฟยพยักหน้า “เพียงให้ฝ่าบาทเสด็จมาหาข้าสักครั้งก็พอ”หญิงชราหัวเราะเบา ๆ “ชายทุกคนล้วนมีจิตใจอ่อนแอ หากใช้วิธีถูกต้อง ย่อมหลงใหลโดยไม่รู้ตัว”ขณะเดียวกัน ฮ่องเต้กำลังประทับอยู่ในตำหนักทรงพระอักษร พระองค์ทรงอ่านฎีกาอยู่เพียงลำพัง แต่ผ่านไปไม่นานก็เริ่มรู้สึกแปลกประหลาด พระองค์วางพู่กันลงไม่ทรงทราบเหตุใด จู่ ๆ ภาพของเซียวจื่อเฟยกลับผุดขึ้นมาในพระทัย ทั้งที่ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา พระองค์แทบไม่เคยเสด็จไปตำหนักของนางเลยหลี่กงกงสังเกตเห็นฮ่องเต้ทรงเหม่อจึงถามอย่างเป็นห่วง “ฝ่าบาท จะทรงพักก่อนหรือพ่ะย่ะค่ะ”ฮ่องเต้ส่ายพระเศียรเบา ๆ “ไม่รู้เหตุใด...”พระองค์ลุกขึ้นยืนโดยไม่รู้ตัว“เรารู้สึกเหมือนควรไปที่ใดสักแห่ง”หลี่กงกงรีบถาม “จะเสด็จไปตำหนักฮองเฮาหรือพ่ะย่ะค่ะ”ฮ่องเต้นิ่งไปชั่วครู่ ก่อนตอบช้า ๆ“ไม่ใช

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 33

    โถวฝ่าเฟยกล่าวต่อ “หม่อมฉันรู้ว่าเสื้อคลุมนั้นเกือบทำร้ายฮองเฮา แต่หม่อมฉันยังอยากขอให้พระองค์เก็บไว้ เพราะทุกฝีเข็มในนั้น หม่อมฉันปักด้วยใจจริง หากพระองค์ทรงทำลายมัน หม่อมฉันคงเสียใจไปทั้งชีวิต”ซีฮันพยักหน้า “ข้าไม่เคยคิดจะเผาทิ้ง”นางหันไปสั่งตงเปียน “นำเสื้อคลุมมา”ไม่นาน เสื้อคลุมดอกเหมยก็ถูกนำมาวางบนโต๊ะอีกครั้ง โถวฝ่าเฟยมองผลงานของตนด้วยแววตาปนเศร้า ซีฮันคลี่เสื้อออกอย่างช้า ๆ ตั้งใจจะตรวจดูอีกครั้ง เพราะนางเชื่อว่าคนร้ายอาจทิ้งร่องรอยบางอย่างไว้โดยไม่รู้ตัวโถวฝ่าเฟยใช้นิ้วลูบลายดอกเหมยเบา ๆ แล้วกล่าว “ลายนี้หม่อมฉันออกแบบเองทั้งหมด ยกเว้น...”นางหยุดพูดกะทันหัน ซีฮันเงยหน้ามอง “ยกเว้นอะไร”“แปลกจัง...”โถวฝ่าเฟยขมวดคิ้ว ก่อนดึงชายเสื้อด้านในขึ้นมา “ตรงนี้ไม่ใช่ฝีมือของหม่อมฉัน”ซีฮันรีบรับเสื้อคลุมมาพิจารณา บริเวณด้านในของชายเสื้อ ใต้ลายดอกเหมยที่แทบไม่มีผู้ใดเปิดดู มีลายปักเล็กมากซ่อนอยู่ หากไม่สังเกตอย่างละเอียดก็จะคิดว่าเป็นเพียงด้าย

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 32

    แต่โถวฝ่าเฟยกลับพูดต่อราวกับกลัวว่าหากหยุดแล้วจะไม่มีความกล้าอีก “นางข่มขู่หม่อมฉันว่า หากบอกเรื่องเสื้อคลุมหรือผงพิษ ครอบครัวของหม่อมฉันจะไม่มีชีวิตรอด นางมัดหม่อมฉันไว้ในห้องลับ ไม่ให้อาหาร ไม่ให้น้ำ และบอกว่าจะปล่อยให้หม่อมฉันตายอย่างไม่มีผู้ใดพบศพ”ทั่วศาลาเงียบกริบ จินเช่อเฟยพยายามตั้งสติ“ฝ่าบาทเพคะ นางไม่มีหลักฐาน”ซีฮันจึงหยิบผ้าผืนเล็กออกมาจากแขนเสื้อ “หม่อมฉันมี”นางคลี่ผ้าสีขาวออก ภายในคือกระดุมหยกเม็ดหนึ่ง“กระดุมเม็ดนี้หลุดอยู่ภายในห้องลับ”ตงเปียนรับไปถวายฮ่องเต้ ฮ่องเต้ทอดพระเนตรเพียงครู่เดียวก็จำได้ เพราะกระดุมลายดอกโบตั๋นสีม่วงเช่นนี้ เป็นแบบพิเศษที่พระองค์พระราชทานแก่จินเช่อเฟยเมื่อสองปีก่อน มีเพียงชุดของนางเท่านั้นที่ใช้กระดุมชนิดนี้ จินเช่อเฟยเริ่มหน้าซีด แต่ซีฮันยังไม่หยุด“ยังมีอีกหนึ่งสิ่ง”นางพยักหน้าให้ตงเปียน ขันทีหนุ่มนำผ้าผืนหนึ่งออกมา ภายในห่อเข็มพิษที่พบในห้องลับ หมอหลวงก้าวออกมากราบทูล“ฝ่าบาท เข็มเหล่านี้เคลือบพิษชนิดเดียวกั

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 26 แผนการใหม่ใต้เงาความระแวง

    ความผิดพลาดของแม่มดโอสถท่ามกลางความวุ่นวาย ยู่จินเชียงกุ้ยเฟย นั่งนิ่งสนิท ใบหน้าของนางซีดเผือดราวกระดาษ มือที่เคยนิ่งมั่นคงในการปรุงยาพิษบัดนี้สั่นเทาจนต้องซ่อนไว้ใต้แขนเสื้อกว้าง นางยังคงตกใจกับคำพูดของฮองเฮาที่เอ่ยถึง 'ดอกโถวเข่า' และสัดส่วนทางเคมีที่นางมั่นใจว่าคนในยุคนี้ไม่มีทางเข้าใจ"ยู่จิน

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 24 สงครามประสาท เมื่อฮองเฮากลับมาคุมเกมร้าย

    หมากรุกในสวนบุปผา และการชำแหละธาตุแท้เมื่อฮ่องเต้เสด็จกลับไป ลิลลี่ถอนหายใจยาวพลางทิ้งตัวลงนั่ง ตงเปียนรีบวิ่งเข้ามาปรนนิบัติถวายน้ำชา"ฮองเฮา! เมื่อครู่นี้กระหม่อมหัวใจจะวายพ่ะย่ะค่ะ ทรงกล้าล้อเล่นเรื่องเปลี่ยนเจ้าของบ้านต่อหน้าฝ่าบาท!"ลิลลี่จิบชาพลางยิ้มเย็น "ตงเปียน... ผู้ชายประเภทนี้ชอบความท้

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 22 คำกล่าวท้าทายอำนาจ

    เหล่าสนมมองหน้ากันอย่างเลิ่กลั่ก ยู่จินเชียงกุ้ยเฟย แสร้งทำเป็นเป็นห่วง "ฮองเฮาทรงตรัสเรื่องใดเพคะ? หรือว่าพิษที่... เอ้อ อาการประชวรครั้งก่อนจะกระทบกระเทือนถึงพระเศียร?"ลิลลี่หัวเราะเบาๆ ในลำคอ "กระทบกระเทือนน่ะใช่ แต่มันทำให้ข้าเห็น พิมพ์เขียว ของวังนี้ชัดขึ้นเยอะเลยล่ะ ยู่จินเชียง... ยาที่เจ้าส

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 21 สถาปนิกวิพากย์วังหลัง

    เธอยืนนิ่งอยู่กลางอุทยาน สูดลมหายใจลึกๆ "ตงเปียน ข้าขอบใจเจ้ามากที่คอยเตือน ข้าเริ่มเข้าใจแล้ว วังหลวงนี่มันก็เหมือนโปรเจกต์งานสร้างที่ซับซ้อนที่สุด ถ้าข้าไม่เรียนรู้กฎเกณฑ์ของวัสดุ ข้าก็ไม่มีทางสร้างโครงสร้างที่แข็งแรงได้"ตงเปียนมองเจ้านายด้วยความซาบซึ้ง "พระนางทรงเป็นศิษย์ที่ยอดเยี่ยมที่สุดพ่ะย่

続きを読む
無料で面白い小説を探して読んでみましょう
GoodNovel アプリで人気小説に無料で!お好きな本をダウンロードして、いつでもどこでも読みましょう!
アプリで無料で本を読む
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status