Share

ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด
ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด
Author: อักษรามณี

บทที่ 1

last update publish date: 2025-04-07 10:47:29

 ฟื้นในร่างฮองเฮา

ความหนาวเย็นแทรกซึมเข้ากระดูกจนคล้ายมีเข็มนับพันเล่มค่อย ๆ ทิ่มแทงอยู่ใต้ผิวหนัง กลิ่นธูปเก่า กลิ่นยาเหม็นขม และกลิ่นอับชื้นของผ้าม่านหนาหนักลอยวนอยู่ในอากาศราวกับม่านหมอกที่กดทับลมหายใจ ลิลลี่ ชุง ได้ยินเสียงบางอย่างดังอยู่ไกล ๆ เป็นเสียงสะอื้นเบา ๆ สลับกับเสียงลมพัดลอดช่องหน้าต่างไม้เก่า ครู่หนึ่งนางคิดว่าตนคงยังนอนอยู่บนพื้นห้องทำงานหลังจากเสียงปืนนัดนั้นดังขึ้น ภาพสุดท้ายก่อนทุกอย่างมืดดับยังชัดเจนจนเจ็บปวด แจ๊คกี้ เฉิน ยืนหน้าซีดอยู่ตรงหน้า ดวงตาเต็มไปด้วยความตกใจ มือของเขายังถือปืนกระบอกนั้นไว้ ขณะที่เลือดอุ่น ๆ ไหลซึมจากอกของเธอ เขาพูดบางอย่าง แต่เสียงของเขาแตกพร่าและห่างไกลเกินกว่าจะฟังออก จากนั้นโลกทั้งใบก็กลายเป็นสีดำ

แต่ความตายไม่ควรหนาวเช่นนี้ ไม่ควรมีความเจ็บปวด ไม่ควรมีกลิ่นยาขมติดปลายลิ้นเช่นนี้ ลิลลี่พยายามขยับนิ้ว ทว่าร่างกายหนักอึ้งเหมือนถูกหินก้อนใหญ่ทับไว้ เปลือกตาของเธอสั่นไหวอยู่หลายครั้ง ก่อนจะค่อย ๆ เปิดขึ้นอย่างยากลำบาก แสงสลัวจากโคมไฟน้ำมันทำให้เพดานเหนือศีรษะปรากฏขึ้นในสายตา เพดานนั้นไม่ใช่เพดานห้องพักสมัยใหม่ ไม่ใช่ฝ้าขาวเรียบที่เธอคุ้นเคย แต่เป็นคานไม้แกะสลักลวดลายเมฆมงคลเก่าแก่ มีผ้าม่านสีหม่นห้อยลงมารอบเตียง กลิ่นอายโบราณชัดเจนเสียจนหัวใจของเธอกระตุกวูบ

“นี่ที่ไหน...” เสียงที่หลุดออกจากลำคอแหบแห้งเบาจนแทบไม่ใช่เสียงของเธอเอง

ทันใดนั้นเสียงสะอื้นก็หยุดลง ชายผู้หนึ่งในชุดขันทีสีเทาหม่นถลาเข้ามาข้างเตียง ใบหน้าซูบซีดเปื้อนคราบน้ำตา ดวงตาแดงก่ำราวกับร้องไห้มานานหลายชั่วยาม เขาคุกเข่าลงกับพื้นดังตุบ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “ฮองเฮาเหนียงเหนียง! สวรรค์เมตตาแล้วพ่ะย่ะค่ะ พระองค์ฟื้นแล้ว พระองค์ฟื้นจริง ๆ!”

ลิลลี่นิ่งงัน คำว่าฮองเฮากระแทกเข้าหัวเหมือนเสียงระฆัง นางพยายามลุกขึ้น แต่ร่างกายเจ็บร้าวทุกส่วนจนต้องนิ่วหน้า ขันทีผู้นั้นรีบเข้ามาประคองอย่างระมัดระวัง ดวงตาเต็มไปด้วยความยินดีและหวาดกลัวปะปนกัน “เหนียงเหนียงอย่าเพิ่งขยับแรงพ่ะย่ะค่ะ ร่างกายของพระองค์ยังอ่อนแอมาก หมอหลวงบอกว่าชีพจรของพระองค์แทบไม่เหลือแล้ว กระหม่อมคิดว่า...คิดว่า...” เขาพูดต่อไม่ออก น้ำตาหยดลงบนหลังมือ

ลิลลี่ก้มมองมือตนเอง มือคู่นั้นเรียวยาว ขาวซีด และอ่อนแรง แต่ไม่ใช่มือของเธอ มือของลิลลี่มีรอยปากกาจากการร่างแบบ มีรอยกดจากเครื่องมือ มีเล็บสั้นสะอาดแบบคนทำงานตลอดเวลา แต่มือคู่นี้บอบบางเกินไป เล็บยาวแต่งทรงอย่างประณีต แม้ซีดไร้เลือดฝาดก็ยังงดงามเหมือนมือของสตรีสูงศักดิ์ นางยกมือขึ้นแตะใบหน้าตนเองอย่างช้า ๆ ปลายนิ้วสัมผัสผิวเย็นจัด แก้มตอบเล็กน้อย ริมฝีปากแห้งผาก เส้นผมยาวสลวยแผ่เต็มหมอน ไม่ใช่ผมสั้นประบ่าของเธอ

ความทรงจำแปลกประหลาดพลันทะลักเข้ามาเหมือนน้ำหลาก ภาพตำหนักสูงใหญ่ ภาพสตรีเจ็ดนางในอาภรณ์งดงาม ภาพเสียงหัวเราะเยาะ ภาพถ้วยยาที่ถูกยื่นมาตรงหน้า ภาพฮ่องเต้ผู้มีสายตาเย็นชา ภาพหญิงคนหนึ่งคุกเข่าอยู่ท่ามกลางหิมะพร้อมความเจ็บปวดที่ฝังแน่นในหัวใจ ชื่อหนึ่งปรากฏขึ้นในความทรงจำอย่างชัดเจน ซีฮัน ฮองเฮาแห่งราชสำนักเฉียนหลง ธิดาจากตระกูลนักรบผู้ถูกส่งเข้าวังเพราะการเมือง เป็นสตรีที่มีตำแหน่งสูงสุดในวังหลัง แต่กลับอ่อนแอและโดดเดี่ยวเสียยิ่งกว่านางกำนัลต่ำต้อย

ลิลลี่หลับตาแน่น หายใจหอบอย่างเจ็บปวด ความทรงจำของร่างเดิมบีบรัดหัวใจราวกับไม่ใช่ภาพของคนอื่น แต่เป็นบาดแผลที่เคยเกิดกับตัวนางจริง ๆ ฮองเฮาซีฮันถูกนางสนมเอกทั้งเจ็ดกดดัน บ้างเยาะเย้ย บ้างแสร้งภักดี บ้างถวายยา บ้างส่งข่าวลือ บ้างวางแผนให้ฮ่องเต้รังเกียจ จนร่างกายและจิตใจทรุดโทรมลงทุกวัน ไม่มีใครเชื่อว่านางถูกทำร้าย ทุกคนเห็นเพียงฮองเฮาผู้อ่อนแอ อ่อนไหว และไร้ความสามารถ

“ข้าตายแล้วใช่หรือไม่” นางถามเสียงเบา

ขันทีตรงหน้าสะดุ้ง รีบก้มศีรษะจนหน้าผากแทบแตะพื้น “เหนียงเหนียงอย่าตรัสเช่นนั้นพ่ะย่ะค่ะ พระองค์เพียงหมดสติไปนาน ชีพจรขาดหายจนหมอหลวงตกใจ แต่พระองค์ยังมีบุญบารมี สวรรค์จึงส่งพระองค์กลับมา”

ลิลลี่มองเขาอย่างพิจารณา ความทรงจำบอกนางว่าขันทีผู้นี้ชื่อ ตงเปียน เป็นคนรับใช้เก่าแก่ที่ติดตามซีฮันตั้งแต่ยังอยู่จวนตระกูลซี เขาซื่อสัตย์ โง่เขลาในบางครั้ง แต่ภักดีชนิดยอมตายแทนนางได้ ในวังหลังที่เต็มไปด้วยคนสวมหน้ากาก ตงเปียนเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่ไม่เคยคิดทรยศร่างเดิม

“ตงเปียน” นางเอ่ยชื่อเขาอย่างช้า ๆ

ขันทีเงยหน้าขึ้นทันที แววตาเปล่งประกายด้วยความดีใจ “พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมอยู่ตรงนี้ เหนียงเหนียงยังจำกระหม่อมได้ กระหม่อมดีใจเหลือเกินพ่ะย่ะค่ะ”

ซีฮันในร่างใหม่สูดลมหายใจลึก นางยังไม่เข้าใจทั้งหมด แต่สัญชาตญาณบอกชัดว่าสถานการณ์นี้อันตรายกว่าความตายเสียอีก เธอเคยเป็นสถาปนิก เคยวางแผนโครงสร้างอาคารสูง เคยอ่านแบบซับซ้อน เคยคำนวณน้ำหนักและช่องโหว่ในระบบใหญ่ ๆ โลกธุรกิจสอนให้เธอรู้ว่าความผิดพลาดเพียงจุดเดียวอาจทำให้อาคารทั้งหลังถล่ม วังหลังแห่งนี้ก็ไม่ต่างกัน เพียงแต่เสาค้ำยันที่นี่ไม่ใช่เหล็กหรือปูน แต่เป็นอำนาจ ความโปรดปราน ความริษยา และชีวิตคน

“เกิดอะไรขึ้นก่อนข้าหมดสติ” นางถาม

ตงเปียนเม้มปากคล้ายไม่กล้าพูด แต่เมื่อเห็นสายตาของนาง เขาก็รีบตอบ

 “หลายวันก่อนเข่อชิงหวงกุ้ยเฟยพาสนมเอกทั้งหลายมาเยี่ยมพระองค์พ่ะย่ะค่ะ พวกนางกล่าวว่าห่วงใยสุขภาพของพระองค์ ยู่จินเชียงกุ้ยเฟยถวายโอสถทิพย์ บอกว่าเป็นยาบำรุงหายากจากหมอยาพเนจร เซียนรื่อหงกุ้ยเฟยก็ช่วยพูดสนับสนุน บอกว่าหากพระองค์ไม่รับไว้คงเป็นการไม่ไว้หน้าไมตรีของเหล่าสนม พระองค์ในตอนนั้น...พระองค์ทรงอ่อนแรงและไม่อยากมีเรื่อง จึงรับสั่งให้ต้มยา”

ตงเปียนพูดถึงตรงนี้แล้วน้ำเสียงสั่นด้วยความโกรธ

 “หลังดื่มได้ไม่นาน พระองค์ก็ทรงเจ็บหน้าอก หายใจไม่ออก หมอหลวงกลับบอกว่าเป็นโรคเก่ากำเริบ พวกนางสนมต่างทำทีร้องไห้ แต่กระหม่อมเห็นกับตาว่าบางคนแอบยิ้มพ่ะย่ะค่ะ!”

ซีฮันเงียบไป ดวงตาค่อย ๆ เย็นลง ยู่จินเชียงกุ้ยเฟย หมอยาผู้ชอบสะสมพิษจากสัตว์ร้าย นางจำชื่อนี้ได้จากความทรงจำที่กระจัดกระจาย สนมผู้นั้นงดงาม สุภาพ และมักพูดเรื่องยาอย่างถ่อมตัว แต่เบื้องหลังกลับเก็บพิษงู พิษแมงป่อง และพิษคางคกไว้ในตำหนักอย่างลับ ๆ หากโอสถทิพย์มาจากนาง ย่อมไม่มีทางเป็นเพียงยาบำรุงธรรมดา

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 30

    นางพูดได้เพียงสองพยางค์ก็สะอื้นจนพูดต่อไม่ได้ ซีฮันไม่ได้เร่งรัด นางเพียงยื่นผ้าเช็ดหน้าให้อย่างเงียบ ๆ ผ่านไปครู่ใหญ่ โถวฝ่าเฟยจึงเอ่ยเสียงสั่น“หม่อมฉันกลัว...”“กลัวสิ่งใด”หญิงสาวตัวสั่นจนผ้าห่มขยับ “นางบอกว่า...ต่อให้หม่อมฉันพูด ก็ไม่มีผู้ใดเชื่อ แล้วคนที่หม่อมฉันรัก...จะตายหมด”ซีฮันนิ่งไปเล็กน้อย“คนที่เจ้ารัก”โถวฝ่าเฟยพยักหน้าเบา ๆ“ครอบครัวของหม่อมฉันยังอยู่บ้านเดิมเพคะ”เพียงประโยคเดียว ซีฮันก็เข้าใจทุกอย่าง จินเช่อเฟยมิได้ข่มขู่เพียงชีวิตของโถวฝ่าเฟย แต่นางใช้ครอบครัวของอีกฝ่ายเป็นโซ่ตรวน ซีฮันยกมือแตะไหล่โถวฝ่าเฟยเบา ๆ“ข้าจะไม่บังคับเจ้า”หญิงสาวเงยหน้าขึ้นอย่างประหลาดใจ“แต่ข้าจะไม่ปล่อยให้คนชั่วใช้ความกลัวเป็นอาวุธต่อไป”เมื่อออกจากห้องพัก ตงเปียนก็รีบถาม “เหนียงเหนียง นางยอมพูดหรือยัง”“ไม่”“เช่นนั้น...”“ไม่จำเป็นแล้ว”ซีฮัน

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 29

    ไม่นานหลังรุ่งสาง ซีฮันปลอมเป็นการเสด็จตรวจตำหนักตามธรรมเนียม มีเพียงตงเปียนและขันทีคนสนิทไม่กี่คนติดตาม จินเช่อเฟยรีบออกมาต้อนรับด้วยรอยยิ้มอ่อนหวานเช่นเคย“ฮองเฮาเสด็จถึงตำหนักหม่อมฉัน นับเป็นเกียรติยิ่งเพคะ”ซีฮันยิ้มตอบ “ข้าได้ยินว่าตำหนักเจ้าตกแต่งงดงาม จึงอยากชมด้วยตนเอง”จินเช่อเฟยก้มศีรษะ “เชิญพระองค์ทอดพระเนตรได้ทุกแห่งเพคะ”แม้จะตอบเช่นนั้น แต่สายตาของนางกลับจับจ้องทุกฝีก้าวของฮองเฮาอย่างไม่ละเลยซีฮันเดินชมตำหนักอย่างสงบ เริ่มจากเรือนรับรอง ห้องเก็บผ้าแพร ห้องน้ำชา และลานฝึก ทุกอย่างดูเรียบร้อยไม่มีพิรุธ นางเดินช้ากว่าปกติ ใช้ปลายนิ้วเคาะเสาไม้เป็นระยะ สายตากวาดมองความกว้างของทางเดิน เทียบกับพื้นที่ภายนอกตำหนักในใจเมื่อเดินมาถึงห้องปักผ้า ซีฮันหยุดทันทีห้องนี้กว้างประมาณหกช่วงเสา แต่เมื่อเทียบกับแนวกำแพงด้านนอกแล้ว พื้นที่ด้านในกลับสั้นกว่าที่ควรจะเป็นเกือบสองช่วงคนจินเช่อเฟยสังเกตเห็นฮองเฮาหยุดมอง จึงยิ้มพลางกล่าว “หม่อมฉันไม่ถนัดงานปักเหมือนโถวฝ่าเฟย ห้องนี้จึงใช้เพียงเก

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 28

    นางเงยหน้าขึ้นยิ้ม ดวงตาอ่อนโยนจนแม้แต่นางกำนัลรอบข้างยังอดชื่นชมไม่ได้ ฮ่องเต้ตรัสเพียงไม่กี่ประโยคก่อนเสด็จต่อไปยังสวนอีกด้าน จินเช่อเฟยยืนส่งเสด็จด้วยรอยยิ้มอ่อนหวานไม่เปลี่ยนแปลงทันทีที่ขบวนเสด็จลับสายตา รอยยิ้มนั้นก็ค่อย ๆ จางหาย ดวงตาที่เคยอ่อนโยนกลับเย็นเฉียบ นางหันไปมองนางกำนัลคนสนิทแล้วกล่าวเสียงเรียบ “โถวฝ่าเฟยอยู่ที่ใด”“เพคะ นางกำลังเลือกไหมอยู่ที่เรือนปักผ้า”“เชิญนางมาหาข้า”“เพคะ”ไม่นาน โถวฝ่าเฟยก็เดินเข้ามาในศาลาริมสระด้วยสีหน้างุนงง นางยังไม่รู้เลยว่าตนถูกเรียกมาด้วยเหตุใด เมื่อเห็นจินเช่อเฟยก็รีบย่อตัวถวายพระพร“ถวายพระพรจินเช่อเฟยเพคะ”จินเช่อเฟยยิ้มบาง “นั่งเถิด”โถวฝ่าเฟยนั่งลงอย่างระมัดระวัง จินเช่อเฟยรินชาให้นางด้วยตนเอง “ข้าได้ยินว่าฮองเฮาชื่นชมฝีมือปักของเจ้ามาก”โถวฝ่าเฟยยิ้มเขิน “เป็นพระเมตตาของฮองเฮาเพคะ”“จริงหรือ”น้ำเสียงของจินเช่อเฟยยังคงนุ่มนวล แต่แววตากลับเย็นลง “แล้วฮองเฮาไม่ได้ถามอะไรเกี่ยวกับเสื้อคลุมหรือ”โถวฝ่าเฟยสะดุ้งเพียงเล็กน้อย ก่อนรีบตอบ “ก็...ทรงถามเรื่องการปักตามปกติเพคะ”“ตามปกติเท่านั้นหรือ”โถวฝ่าเฟยเม้มริมฝีปาก ไม่กล้าสบตาจินเช่อเฟ

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 27

    ภายในห้องนั้นกลิ่นกำยานจาง ๆ ปะปนกับกลิ่นผ้าไหมใหม่ ผ้าแพรหลากสีพับเรียงเป็นชั้นอย่างงดงาม หีบไม้ทุกใบลงลายทองประณีต ดูเผิน ๆ ไม่มีสิ่งใดผิดปกติ ตงเปียนใช้ไฟจากตะเกียงเล็กส่องดูตามขอบหีบทีละใบ พบว่าหีบด้านหน้าเก็บเพียงผ้าแพรจริง ๆแต่เมื่อแตะหีบใบหนึ่งที่ตั้งลึกสุดด้านหลัง เขากลับรู้สึกว่าน้ำหนักผิดธรรมชาติ หีบนั้นหนักเกินกว่าจะใส่เพียงผ้าไหม เขาจึงค่อย ๆ เปิดฝาออกอย่างระวัง ภายในชั้นบนยังมีผ้าแพรพับวางปิดไว้ แต่เมื่อยกผ้าออก ด้านล่างกลับปรากฏช่องซ่อนอีกชั้นหนึ่งตงเปียนกลั้นลมหายใจแล้วเปิดแผ่นไม้ชั้นล่างขึ้น ภายในเรียงรายด้วยมีดสั้นหลายเล่ม ปลอกมีดหุ้มหนังสีดำ ปลายด้ามประดับหยกเล็ก ๆ อย่างประณีต มีบางเล่มบางเฉียบเหมาะแก่การซ่อนในแขนเสื้อ และบางเล่มปลายโค้งคล้ายใช้เพื่อกรีดมากกว่าแทงใกล้กันนั้นยังมีม้วนผ้าสีเทาห่อเข็มเงินขนาดเล็กนับสิบเล่ม ปลายเข็มมีสีคล้ำผิดปกติ ตงเปียนรู้สึกขนลุกทันที เขาไม่แตะปลายเข็ม เพียงใช้ผ้าเช็ดหน้าหยิบขึ้นมาดูจากระยะห่าง ก่อนรีบวางกลับที่เดิมและจดตำแหน่งลงบนกระดาษเล็กขณะเดียวกัน ขันทีอีกคนที่ถูกส่งไปทางเรือนด้านเหนือก็พบสิ่งน่าตกใจยิ่งกว่า หลังฉากไม้แกะสลัก

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 26

    ซีฮันไม่ได้เปิดทุกเล่ม นางเลือกเฉพาะบัญชีของโถวฝ่าเฟยในช่วงเดือนที่ผ่านมา“ครั้งล่าสุดที่โถวฝ่าเฟยรับด้ายไหมสำหรับปักเสื้อคลุม เป็นวันใด”เจ้ากรมรีบพลิกสมุด “วันที่สิบสามของเดือนก่อนพ่ะย่ะค่ะ”“ผู้ใดเป็นผู้ส่ง”“ตามธรรมเนียม สำนักทอผ้าจะบรรจุหีบ แล้วให้ขันทีเวรนำไปส่งโดยตรง”ซีฮันมองตงเปียน “ตรวจหีบ”ตงเปียนและขันทีในตำหนักฮองเฮารีบตรวจหีบไม้ที่ใช้ส่งของทันที พบว่าด้านข้างของหีบทุกใบมีตราประทับของสำนักทอผ้า แต่หีบที่ส่งให้โถวฝ่าเฟยกลับมีรอยงัดเล็ก ๆ บริเวณสลักไม้ รอยนั้นถูกแต้มสีทับไว้อย่างแนบเนียนจนแทบมองไม่ออก“เหนียงเหนียง”ตงเปียนยื่นหีบให้ดูซีฮันใช้นิ้วลูบรอยงัดเบา ๆ ก่อนถามเจ้ากรม “หีบทุกใบเป็นเช่นนี้หรือไม่”เจ้ากรมรีบส่ายหน้า “ไม่ใช่พ่ะย่ะค่ะ”“เช่นนั้นหีบนี้เคยถูกเปิด”เจ้ากรมเริ่มเหงื่อตก “กระหม่อม...ไม่ทราบจริง ๆ”ซีฮันไม่ได้ต่อว่า เพียงกล่าวเรียบ ๆ “เรียกขันทีผู้ส่งของวันนั้นมา”ไม่นาน ขันทีวัยกลางคนผู้หนึ่งก็ถูกพาตัวเข้ามา เขาคุกเข่าจนตัวสั่นเมื่อเห็นฮองเฮา“เจ้าส่งหีบนี้หรือ”“พ่ะ...พ่ะย่ะค่ะ”“ระหว่างทางเกิดสิ่งใด”ขันทีนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบอย่างลังเล “หีบถูกเรียกตรวจ

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 25

    ซีฮันจึงค่อย ๆ เปิดกล่องไม้เล็ก ๆ ที่วางอยู่ข้างตัว ภายในบรรจุเศษด้ายสีแดงและผงสีขาวหม่นซึ่งหมอหลวงขูดออกมาจากเสื้อคลุม นางเลื่อนกล่องไปตรงหน้าโถวฝ่าเฟย“เจ้ารู้จักสิ่งนี้หรือไม่”โถวฝ่าเฟยก้มลงมองอย่างสงสัย “เป็นเศษด้ายของเสื้อคลุมเพคะ”“แล้วผงสีขาวนี้เล่า”นางเพ่งมองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนส่ายหน้า “หม่อมฉันไม่เคยเห็น”ซีฮันกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบ “หมอหลวงตรวจพบว่าผงชนิดนี้เคลือบอยู่บนด้ายไหมบางส่วน หากข้าสวมเสื้อคลุมนี้ติดต่อกัน อาจล้มป่วยโดยไม่มีผู้ใดสงสัย”สิ้นประโยคนั้น สีหน้าของโถวฝ่าเฟยก็ซีดเผือดทันที ดวงตาเบิกกว้างราวกับไม่เชื่อสิ่งที่ได้ยิน“เป็นไปไม่ได้!”นางเผลอร้องออกมา ก่อนรีบคุกเข่าลงอย่างแรง “ฮองเฮาเพคะ หม่อมฉันสาบานด้วยชีวิต หม่อมฉันไม่เคยใส่สิ่งใดลงไปเลย”น้ำตาเริ่มเอ่อคลอเบ้า“หม่อมฉันรักการปักผ้ามาตั้งแต่เด็ก ทุกฝีเข็มที่ปักลงไป หม่อมฉันตั้งใจเพียงให้งดงามที่สุด หม่อมฉันไม่มีวันทำให้ผลงานของตัวเองกลายเป็นอาวุธ”ซีฮันยังคงนั่งนิ่ง ไม่ได้กล่าวหาหรือปลอบโยนโถวฝ่าเฟยรีบก้มหน้าลงกับพื้น “หากฮองเฮาไม่เชื่อ จะลงโทษหม่อมฉันก็ได้ แต่หม่อมฉันไม่ได้ทำจริง ๆ เพคะ”ตงเปียนมองภาพตรงหน้

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 24 สงครามประสาท เมื่อฮองเฮากลับมาคุมเกมร้าย

    หมากรุกในสวนบุปผา และการชำแหละธาตุแท้เมื่อฮ่องเต้เสด็จกลับไป ลิลลี่ถอนหายใจยาวพลางทิ้งตัวลงนั่ง ตงเปียนรีบวิ่งเข้ามาปรนนิบัติถวายน้ำชา"ฮองเฮา! เมื่อครู่นี้กระหม่อมหัวใจจะวายพ่ะย่ะค่ะ ทรงกล้าล้อเล่นเรื่องเปลี่ยนเจ้าของบ้านต่อหน้าฝ่าบาท!"ลิลลี่จิบชาพลางยิ้มเย็น "ตงเปียน... ผู้ชายประเภทนี้ชอบความท้

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 22 คำกล่าวท้าทายอำนาจ

    เหล่าสนมมองหน้ากันอย่างเลิ่กลั่ก ยู่จินเชียงกุ้ยเฟย แสร้งทำเป็นเป็นห่วง "ฮองเฮาทรงตรัสเรื่องใดเพคะ? หรือว่าพิษที่... เอ้อ อาการประชวรครั้งก่อนจะกระทบกระเทือนถึงพระเศียร?"ลิลลี่หัวเราะเบาๆ ในลำคอ "กระทบกระเทือนน่ะใช่ แต่มันทำให้ข้าเห็น พิมพ์เขียว ของวังนี้ชัดขึ้นเยอะเลยล่ะ ยู่จินเชียง... ยาที่เจ้าส

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 21 สถาปนิกวิพากย์วังหลัง

    เธอยืนนิ่งอยู่กลางอุทยาน สูดลมหายใจลึกๆ "ตงเปียน ข้าขอบใจเจ้ามากที่คอยเตือน ข้าเริ่มเข้าใจแล้ว วังหลวงนี่มันก็เหมือนโปรเจกต์งานสร้างที่ซับซ้อนที่สุด ถ้าข้าไม่เรียนรู้กฎเกณฑ์ของวัสดุ ข้าก็ไม่มีทางสร้างโครงสร้างที่แข็งแรงได้"ตงเปียนมองเจ้านายด้วยความซาบซึ้ง "พระนางทรงเป็นศิษย์ที่ยอดเยี่ยมที่สุดพ่ะย่

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 19 กฎแห่งจารีต และการปฏิวัติกิจวัตรของสถาปนิกสาว

    “แล้วเจ้าว่าพวกนางเป็นเช่นไรเล่าตงเปียน”“พวกนางไม่น่าไว้วางใจ พระองค์ไว้วางพระทัยพวกนางมิได้เลยแม้แต่คนเดียว เหล่านางเหมือนงูพิษคอยฉกกัดพระองค์”“ตงเปียน...เจ้ารู้หรือเปล่าว่าพวกงูกลัวอะไรมากที่สุด”“กลัวอะไรหรือเพคะ?”“มันก็เหมือนสัตว์ทั่วไป กลัวการถูกทำร้าย งูน่ะพิษแรงและมันก็มีวิธีการเอาตัวรอด

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status