LOGINไม่นานหลังรุ่งสาง ซีฮันปลอมเป็นการเสด็จตรวจตำหนักตามธรรมเนียม มีเพียงตงเปียนและขันทีคนสนิทไม่กี่คนติดตาม จินเช่อเฟยรีบออกมาต้อนรับด้วยรอยยิ้มอ่อนหวานเช่นเคย“ฮองเฮาเสด็จถึงตำหนักหม่อมฉัน นับเป็นเกียรติยิ่งเพคะ”ซีฮันยิ้มตอบ “ข้าได้ยินว่าตำหนักเจ้าตกแต่งงดงาม จึงอยากชมด้วยตนเอง”จินเช่อเฟยก้มศีรษะ “เชิญพระองค์ทอดพระเนตรได้ทุกแห่งเพคะ”แม้จะตอบเช่นนั้น แต่สายตาของนางกลับจับจ้องทุกฝีก้าวของฮองเฮาอย่างไม่ละเลยซีฮันเดินชมตำหนักอย่างสงบ เริ่มจากเรือนรับรอง ห้องเก็บผ้าแพร ห้องน้ำชา และลานฝึก ทุกอย่างดูเรียบร้อยไม่มีพิรุธ นางเดินช้ากว่าปกติ ใช้ปลายนิ้วเคาะเสาไม้เป็นระยะ สายตากวาดมองความกว้างของทางเดิน เทียบกับพื้นที่ภายนอกตำหนักในใจเมื่อเดินมาถึงห้องปักผ้า ซีฮันหยุดทันทีห้องนี้กว้างประมาณหกช่วงเสา แต่เมื่อเทียบกับแนวกำแพงด้านนอกแล้ว พื้นที่ด้านในกลับสั้นกว่าที่ควรจะเป็นเกือบสองช่วงคนจินเช่อเฟยสังเกตเห็นฮองเฮาหยุดมอง จึงยิ้มพลางกล่าว “หม่อมฉันไม่ถนัดงานปักเหมือนโถวฝ่าเฟย ห้องนี้จึงใช้เพียงเก
นางเงยหน้าขึ้นยิ้ม ดวงตาอ่อนโยนจนแม้แต่นางกำนัลรอบข้างยังอดชื่นชมไม่ได้ ฮ่องเต้ตรัสเพียงไม่กี่ประโยคก่อนเสด็จต่อไปยังสวนอีกด้าน จินเช่อเฟยยืนส่งเสด็จด้วยรอยยิ้มอ่อนหวานไม่เปลี่ยนแปลงทันทีที่ขบวนเสด็จลับสายตา รอยยิ้มนั้นก็ค่อย ๆ จางหาย ดวงตาที่เคยอ่อนโยนกลับเย็นเฉียบ นางหันไปมองนางกำนัลคนสนิทแล้วกล่าวเสียงเรียบ “โถวฝ่าเฟยอยู่ที่ใด”“เพคะ นางกำลังเลือกไหมอยู่ที่เรือนปักผ้า”“เชิญนางมาหาข้า”“เพคะ”ไม่นาน โถวฝ่าเฟยก็เดินเข้ามาในศาลาริมสระด้วยสีหน้างุนงง นางยังไม่รู้เลยว่าตนถูกเรียกมาด้วยเหตุใด เมื่อเห็นจินเช่อเฟยก็รีบย่อตัวถวายพระพร“ถวายพระพรจินเช่อเฟยเพคะ”จินเช่อเฟยยิ้มบาง “นั่งเถิด”โถวฝ่าเฟยนั่งลงอย่างระมัดระวัง จินเช่อเฟยรินชาให้นางด้วยตนเอง “ข้าได้ยินว่าฮองเฮาชื่นชมฝีมือปักของเจ้ามาก”โถวฝ่าเฟยยิ้มเขิน “เป็นพระเมตตาของฮองเฮาเพคะ”“จริงหรือ”น้ำเสียงของจินเช่อเฟยยังคงนุ่มนวล แต่แววตากลับเย็นลง “แล้วฮองเฮาไม่ได้ถามอะไรเกี่ยวกับเสื้อคลุมหรือ”โถวฝ่าเฟยสะดุ้งเพียงเล็กน้อย ก่อนรีบตอบ “ก็...ทรงถามเรื่องการปักตามปกติเพคะ”“ตามปกติเท่านั้นหรือ”โถวฝ่าเฟยเม้มริมฝีปาก ไม่กล้าสบตาจินเช่อเฟ
ภายในห้องนั้นกลิ่นกำยานจาง ๆ ปะปนกับกลิ่นผ้าไหมใหม่ ผ้าแพรหลากสีพับเรียงเป็นชั้นอย่างงดงาม หีบไม้ทุกใบลงลายทองประณีต ดูเผิน ๆ ไม่มีสิ่งใดผิดปกติ ตงเปียนใช้ไฟจากตะเกียงเล็กส่องดูตามขอบหีบทีละใบ พบว่าหีบด้านหน้าเก็บเพียงผ้าแพรจริง ๆแต่เมื่อแตะหีบใบหนึ่งที่ตั้งลึกสุดด้านหลัง เขากลับรู้สึกว่าน้ำหนักผิดธรรมชาติ หีบนั้นหนักเกินกว่าจะใส่เพียงผ้าไหม เขาจึงค่อย ๆ เปิดฝาออกอย่างระวัง ภายในชั้นบนยังมีผ้าแพรพับวางปิดไว้ แต่เมื่อยกผ้าออก ด้านล่างกลับปรากฏช่องซ่อนอีกชั้นหนึ่งตงเปียนกลั้นลมหายใจแล้วเปิดแผ่นไม้ชั้นล่างขึ้น ภายในเรียงรายด้วยมีดสั้นหลายเล่ม ปลอกมีดหุ้มหนังสีดำ ปลายด้ามประดับหยกเล็ก ๆ อย่างประณีต มีบางเล่มบางเฉียบเหมาะแก่การซ่อนในแขนเสื้อ และบางเล่มปลายโค้งคล้ายใช้เพื่อกรีดมากกว่าแทงใกล้กันนั้นยังมีม้วนผ้าสีเทาห่อเข็มเงินขนาดเล็กนับสิบเล่ม ปลายเข็มมีสีคล้ำผิดปกติ ตงเปียนรู้สึกขนลุกทันที เขาไม่แตะปลายเข็ม เพียงใช้ผ้าเช็ดหน้าหยิบขึ้นมาดูจากระยะห่าง ก่อนรีบวางกลับที่เดิมและจดตำแหน่งลงบนกระดาษเล็กขณะเดียวกัน ขันทีอีกคนที่ถูกส่งไปทางเรือนด้านเหนือก็พบสิ่งน่าตกใจยิ่งกว่า หลังฉากไม้แกะสลัก
ซีฮันไม่ได้เปิดทุกเล่ม นางเลือกเฉพาะบัญชีของโถวฝ่าเฟยในช่วงเดือนที่ผ่านมา“ครั้งล่าสุดที่โถวฝ่าเฟยรับด้ายไหมสำหรับปักเสื้อคลุม เป็นวันใด”เจ้ากรมรีบพลิกสมุด “วันที่สิบสามของเดือนก่อนพ่ะย่ะค่ะ”“ผู้ใดเป็นผู้ส่ง”“ตามธรรมเนียม สำนักทอผ้าจะบรรจุหีบ แล้วให้ขันทีเวรนำไปส่งโดยตรง”ซีฮันมองตงเปียน “ตรวจหีบ”ตงเปียนและขันทีในตำหนักฮองเฮารีบตรวจหีบไม้ที่ใช้ส่งของทันที พบว่าด้านข้างของหีบทุกใบมีตราประทับของสำนักทอผ้า แต่หีบที่ส่งให้โถวฝ่าเฟยกลับมีรอยงัดเล็ก ๆ บริเวณสลักไม้ รอยนั้นถูกแต้มสีทับไว้อย่างแนบเนียนจนแทบมองไม่ออก“เหนียงเหนียง”ตงเปียนยื่นหีบให้ดูซีฮันใช้นิ้วลูบรอยงัดเบา ๆ ก่อนถามเจ้ากรม “หีบทุกใบเป็นเช่นนี้หรือไม่”เจ้ากรมรีบส่ายหน้า “ไม่ใช่พ่ะย่ะค่ะ”“เช่นนั้นหีบนี้เคยถูกเปิด”เจ้ากรมเริ่มเหงื่อตก “กระหม่อม...ไม่ทราบจริง ๆ”ซีฮันไม่ได้ต่อว่า เพียงกล่าวเรียบ ๆ “เรียกขันทีผู้ส่งของวันนั้นมา”ไม่นาน ขันทีวัยกลางคนผู้หนึ่งก็ถูกพาตัวเข้ามา เขาคุกเข่าจนตัวสั่นเมื่อเห็นฮองเฮา“เจ้าส่งหีบนี้หรือ”“พ่ะ...พ่ะย่ะค่ะ”“ระหว่างทางเกิดสิ่งใด”ขันทีนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบอย่างลังเล “หีบถูกเรียกตรวจ
ซีฮันจึงค่อย ๆ เปิดกล่องไม้เล็ก ๆ ที่วางอยู่ข้างตัว ภายในบรรจุเศษด้ายสีแดงและผงสีขาวหม่นซึ่งหมอหลวงขูดออกมาจากเสื้อคลุม นางเลื่อนกล่องไปตรงหน้าโถวฝ่าเฟย“เจ้ารู้จักสิ่งนี้หรือไม่”โถวฝ่าเฟยก้มลงมองอย่างสงสัย “เป็นเศษด้ายของเสื้อคลุมเพคะ”“แล้วผงสีขาวนี้เล่า”นางเพ่งมองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนส่ายหน้า “หม่อมฉันไม่เคยเห็น”ซีฮันกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบ “หมอหลวงตรวจพบว่าผงชนิดนี้เคลือบอยู่บนด้ายไหมบางส่วน หากข้าสวมเสื้อคลุมนี้ติดต่อกัน อาจล้มป่วยโดยไม่มีผู้ใดสงสัย”สิ้นประโยคนั้น สีหน้าของโถวฝ่าเฟยก็ซีดเผือดทันที ดวงตาเบิกกว้างราวกับไม่เชื่อสิ่งที่ได้ยิน“เป็นไปไม่ได้!”นางเผลอร้องออกมา ก่อนรีบคุกเข่าลงอย่างแรง “ฮองเฮาเพคะ หม่อมฉันสาบานด้วยชีวิต หม่อมฉันไม่เคยใส่สิ่งใดลงไปเลย”น้ำตาเริ่มเอ่อคลอเบ้า“หม่อมฉันรักการปักผ้ามาตั้งแต่เด็ก ทุกฝีเข็มที่ปักลงไป หม่อมฉันตั้งใจเพียงให้งดงามที่สุด หม่อมฉันไม่มีวันทำให้ผลงานของตัวเองกลายเป็นอาวุธ”ซีฮันยังคงนั่งนิ่ง ไม่ได้กล่าวหาหรือปลอบโยนโถวฝ่าเฟยรีบก้มหน้าลงกับพื้น “หากฮองเฮาไม่เชื่อ จะลงโทษหม่อมฉันก็ได้ แต่หม่อมฉันไม่ได้ทำจริง ๆ เพคะ”ตงเปียนมองภาพตรงหน้
ซีฮันไม่ได้ตอบทันที นางยังคงมองเสื้อคลุมอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนกล่าวเรียบ ๆ“เจ้าคิดเช่นนั้นหรือ”ตงเปียนชะงัก“นางใช้เวลาปักเสื้อคลุมด้วยตนเองหลายคืน”“เพราะเหตุนี้ต่างหาก”ซีฮันหันมามองเขา “คนที่ใช้เวลาหลายคืนกับสิ่งของชิ้นหนึ่ง ย่อมมีโอกาสใส่อะไรลงไปได้มากกว่าคนอื่น”ตงเปียนสีหน้าจริงจังขึ้นทันที“เหนียงเหนียงสงสัยเสื้อคลุมนี้หรือพ่ะย่ะค่ะ”“ข้าไม่สงสัย”นางหยิบเสื้อคลุมขึ้นมาอย่างระมัดระวัง“ข้าตรวจสอบ”นางยื่นเสื้อคลุมให้ตงเปียน “ห้ามให้ผู้ใดแตะต้องโดยตรง นำไปตรวจทุกส่วน ตั้งแต่ผ้าไหม ด้ายปัก สีที่ใช้ย้อม รวมถึงเข็มและเศษด้ายที่เหลือ หากโถวฝ่าเฟยบริสุทธิ์ ข้าจะคืนความยุติธรรมให้นาง แต่หากไม่...”ตงเปียนรับเสื้อคลุมด้วยความระมัดระวัง “กระหม่อมเข้าใจแล้วพ่ะย่ะค่ะ”ช่วงบ่าย ตงเปียนเดินทางไปยังสำนักหมอหลวงที่ไว้ใจได้ เขาไม่ได้แจ้งว่าของสิ่งนี้มาจากผู้ใด เพียงอ้างว่าเป็นของใช้ที่จะถวายฮ่องเต้ จึงต้องตรวจสอบอย่างละเอียด หมอหลวงซ่งเหวินและหมอหลวงอาวุโสอีกสองคนช่วยกันตรวจเนื้อผ้า ดมกลิ่น ต้มเศษด้ายบางส่วนในน้ำร้อน และใช้แผ่นเงินทดสอบพิษ แต่ผลกลับไม่พบสิ่งผิดปกติตงเปียนยังไม่ยอมแพ้ เขานึกถึงคำ
เหล่าสนมมองหน้ากันอย่างเลิ่กลั่ก ยู่จินเชียงกุ้ยเฟย แสร้งทำเป็นเป็นห่วง "ฮองเฮาทรงตรัสเรื่องใดเพคะ? หรือว่าพิษที่... เอ้อ อาการประชวรครั้งก่อนจะกระทบกระเทือนถึงพระเศียร?"ลิลลี่หัวเราะเบาๆ ในลำคอ "กระทบกระเทือนน่ะใช่ แต่มันทำให้ข้าเห็น พิมพ์เขียว ของวังนี้ชัดขึ้นเยอะเลยล่ะ ยู่จินเชียง... ยาที่เจ้าส
เธอยืนนิ่งอยู่กลางอุทยาน สูดลมหายใจลึกๆ "ตงเปียน ข้าขอบใจเจ้ามากที่คอยเตือน ข้าเริ่มเข้าใจแล้ว วังหลวงนี่มันก็เหมือนโปรเจกต์งานสร้างที่ซับซ้อนที่สุด ถ้าข้าไม่เรียนรู้กฎเกณฑ์ของวัสดุ ข้าก็ไม่มีทางสร้างโครงสร้างที่แข็งแรงได้"ตงเปียนมองเจ้านายด้วยความซาบซึ้ง "พระนางทรงเป็นศิษย์ที่ยอดเยี่ยมที่สุดพ่ะย่
“แล้วเจ้าว่าพวกนางเป็นเช่นไรเล่าตงเปียน”“พวกนางไม่น่าไว้วางใจ พระองค์ไว้วางพระทัยพวกนางมิได้เลยแม้แต่คนเดียว เหล่านางเหมือนงูพิษคอยฉกกัดพระองค์”“ตงเปียน...เจ้ารู้หรือเปล่าว่าพวกงูกลัวอะไรมากที่สุด”“กลัวอะไรหรือเพคะ?”“มันก็เหมือนสัตว์ทั่วไป กลัวการถูกทำร้าย งูน่ะพิษแรงและมันก็มีวิธีการเอาตัวรอด
ปัดเป่าภัยร้าย “มินานดอก หากเจ้าอดทนเพื่อปัดเป่าให้คำทำนายของโหรหลวงที่บอกว่าจะเกิดเหตุร้ายแรงนั้นผ่อนเบาลงได้”กษัตริย์ยุคโบราณเชื่อการทำนายทายทักถึงขนาดนี้เลยเชียวหรือ? ลิลลี่นึกในใจ เธอเรียนรู้เกี่ยวกับศาสตร์ฮวงจุ้ยในการออกแบบและแม้ว่ามันจะมีความสำคัญสำหรับการก่อสร้างในยุคสมัยใหม







