LOGIN“เจ้ามั่นใจหรือว่าคนของตระกูลเข่อจะไม่แทรกแซง”
“ไม่มั่นใจเพคะ”
หานจิ้งอันคือญาติฝ่ายมารดาของร่างเดิม เป็นแม่ทัพจากตระกูลหาน ตระกูลนักรบเก่าแก่ซึ่งเคยค้ำจุนราชวงศ์มาตั้งแต่สมัยฮ่องเต้องค์ก่อน เขาถูกลดตำแหน่งเมื่อสามปีก่อน หลังถวายฎีการ้องเรียนว่าเสบียงชายแดนหายไปเกือบสามส่วน เหตุผลในราชโองการระบุว่าเขาบริหารกองทัพบกพร่อง สร้างความวุ่นวาย และกล่าวหาขุนนางโดยไร้หลักฐาน“เหตุใดเรื่องนี้ไม่เคยมีผู้ใดกล่าวกับข้า”ซีฮันถามเสียงต่ำ ตงเปียนมีสีหน้าลำบากใจ“เวลานั้นเหนียงเหนียงยังประชวรบ่อย และแทบไม่ได้พบคนจากตระกูลเดิมพ่ะย่ะค่ะ หลังแม่ทัพหานถูกลดตำแหน่ง ตระกูลหานก็ถูกกีดกันจากราชสำนักมากขึ้น”“แล้วตอนนี้เขาอยู่ที่ใด”“ประจำอยู่ด่านเล็กทางตะวันตกเฉียงเหนือพ่ะย่ะค่ะ มีกำลังทหารในมือไม่ถึงหนึ่งพัน”โถวฝ่าเฟยถอนหายใจ“จากแม่ทัพใหญ่ กลายเป็นผู้ดูแลด่านชายแดนเล็ก ๆ”ซีฮันมองชื่อหานจิ้งอันบนกระดาษ จากนั้นจึงค้นรายชื่ออื่นต่อ แม่ทัพหานเหวินคัง ผู้เป็นลุงของซีฮัน เคยถูกกล่าวหาว่าทำอาวุธสูญหาย ทั้งที่เอกสารส่งมอบจากคลังหลวงไม่ตรงกับจำนวนจริง
“คนของตระกูลเข่ออยู่ในกรมพิธีการ กรมอาญา กรมคลัง และสำนักม้า แต่ดูเหมือนจะไม่มีผู้ใดอยู่ในกรมทหารโดยตรง”ซีฮันหยุดมือคำพูดนั้นทำให้นางมองแผนผังใหม่อีกครั้ง จริงอย่างที่โถวฝ่าเฟยกล่าว หากเข่อหยวนฉิงต้องการรักษาอำนาจในราชสำนัก การไม่มีคนในกรมทหารย่อมผิดปกติชายผู้นั้นอาจไม่กล้าวางคนของตนในตำแหน่งเด่นชัดเกินไป แต่ไม่มีทางปล่อยกองทัพซึ่งเป็นกำลังสำคัญของแผ่นดินให้พ้นมือโดยสิ้นเชิง“ตงเปียน”“พ่ะย่ะค่ะ”“นำบัญชีรายชื่อผู้รับผิดชอบเสบียงทหารในห้าปีย้อนหลังมา”ตงเปียนชะงักเล็กน้อย “เหตุใดจึงเป็นเสบียงทหารพ่ะย่ะค่ะ”ซีฮันมองชื่อขุนนางสำนักม้าและผู้ตรวจการคลังบนกระดาษ“เพราะหากควบคุมแม่ทัพไม่ได้ ก็ต้องควบคุมสิ่งที่ทำให้กองทัพเคลื่อนไหวได้”ไม่นานนัก สมุดบัญชีหลายเล่มก็ถูกนำมาวางบนโต๊ะซีฮันเริ่มไล่ตรวจชื่อผู้เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อข้าวสาร เนื้อแห้ง หญ้าม้า เสื้อผ้าฤดูหนาว และอาวุธที่ส่งไปยังชายแดนนางขีดชื่อบุคคลที่ปรากฏซ้ำลงบนกระดาษ ผู้
“หากนางผิด นางจะรับโทษตามกฎหมาย”จากนั้นจึงหันกลับไปยังเหล่าขุนนาง“แต่หากพิสูจน์ได้ว่านางกระทำเพื่อปกป้องคดีซึ่งพวกเจ้าช่วยกันฝัง ผู้ที่สมควรถูกลงโทษจะไม่ใช่นาง”ไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยคำคัดค้านอีกเข่อหยวนฉิงก้มศีรษะลงต่ำ มือที่วางอยู่บนพื้นกำแน่นจนเส้นเลือดปูดขึ้นแผนที่เขาคิดว่าจะบังคับฮ่องเต้ให้เลือกระหว่างฮองเฮากับขุนนาง กลับถูกซีฮันเปลี่ยนให้กลายเป็นการตรวจสอบทุกฝ่ายอย่างเท่าเทียม หลังขุนนางทั้งหมดถอยออกไป ฮ่องเต้ยังคงประทับยืนอยู่กลางลาน ซีฮันถอนมือออกจากพระหัตถ์ของพระองค์อย่างสุภาพ“ขอบพระทัยฝ่าบาทที่ทรงยอมรับข้อเสนอเพคะ”ฮ่องเต้มองนาง “เจ้าไม่กลัวหรือว่าเราจะเลือกขุนนางจริง ๆ”ซีฮันนิ่งไปเล็กน้อย “กลัวเพคะ”“แล้วเหตุใดจึงยังไม่ขอให้เราปกป้อง”“เพราะหากฝ่าบาทปกป้องหม่อมฉันโดยไม่สนหลักฐาน ต่อให้วันนี้หม่อมฉันชนะ วันหน้าผู้คนก็ยังกล่าวว่าหม่อมฉันรอดเพราะความโปรดปราน”นางสบพระเนตรพระองค์“หม่อมฉันไม่ต้องการยืนข
“ถูกต้อง”ซีฮันตอบทันที“เพราะข้าเป็นฮองเฮา ข้าจึงยิ่งไม่อาจนิ่งดูดายเมื่อคนในวังถูกฆ่า เมื่อสนมถูกใช้เป็นหมาก เมื่อหมอหลวงรับสินบน และเมื่อคดีที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของมารดาแห่งแผ่นดินถูกฝังเพราะอำนาจของคนบางตระกูล”เข่อหยวนฉิงเม้มริมฝีปากแน่นซีฮันหันกลับมาหาฮ่องเต้“อย่างไรก็ตาม หม่อมฉันไม่ต้องการให้ฝ่าบาททรงตัดสินเรื่องนี้เพราะความรักหรือความผูกพันที่มีต่อหม่อมฉัน”พระเนตรของฮ่องเต้ไหววูบ นางกล่าวต่อโดยไม่หลบสายตา“หม่อมฉันไม่ขอให้พระองค์ปกป้องเพราะหม่อมฉันเป็นฮองเฮา ไม่ขอให้พระองค์เชื่อเพราะหม่อมฉันเป็นภรรยา และไม่ขอให้พระองค์ปฏิเสธขุนนางเพียงเพราะทรงเกรงว่าหม่อมฉันจะเสียใจ”ทั่วทั้งลานเงียบสนิท แม้แต่เสียงลมพัดผ่านชายคาก็ยังได้ยินชัดเจน ฮ่องเต้มองใบหน้าของนางอย่างนิ่งงัน พระองค์เคยพบสตรีมากมายที่ร้องไห้ อ้อนวอน หรือพยายามใช้ความโปรดปรานเรียกร้องสิ่งที่ต้องการ แต่ซีฮันกลับกำลังปฏิเสธสิ่งที่สตรีในวังหลังทุกคนใฝ่หา การปกป้องจากฮ่องเต้ ซีฮันประสานมือเหนือศีรษะ“ขอฝ่าบ
“เจ้ามั่นใจหรือว่าคนของตระกูลเข่อจะไม่แทรกแซง”“ไม่มั่นใจเพคะ”นางตอบตามตรง“แต่หากฝ่าบาททรงแต่งตั้งคนจากสามฝ่ายที่ไม่ขึ้นต่อกัน และประกาศว่าผู้ทำลายหลักฐานจะรับโทษกบฏ พวกเขาจะเคลื่อนไหวยากขึ้น”ฮ่องเต้ทรงครุ่นคิด วิธีนี้อาจช่วยลดแรงกดดันจากขุนนาง และยังรักษาคดีไว้ได้ แต่ก่อนพระองค์จะตรัสตอบ ขันทีด้านนอกก็เข้ามารายงาน“ฝ่าบาท ขุนนางจากหกกรมคุกเข่าอยู่หน้าตำหนักพ่ะย่ะค่ะ”พระพักตร์ของฮ่องเต้เคร่งลง“พวกเขาต้องการสิ่งใด”“ขอให้ฝ่าบาทมีพระราชโองการภายในวันนี้ กำหนดให้ฮองเฮายุติการแทรกแซงราชการ และส่งมอบอำนาจสอบสวนทั้งหมดพ่ะย่ะค่ะ”ซีฮันกับฮ่องเต้สบตากัน แรงกดดันมาเร็วกว่าที่คาด พระองค์เสด็จออกไปยังหน้าตำหนัก ซีฮันเดินตามไปห่าง ๆ เบื้องล่างบันได ขุนนางหลายสิบคนคุกเข่าอยู่กลางลาน แม้แสงแดดจะร้อนจัด แต่ไม่มีผู้ใดยอมลุกเข่อหยวนฉิงอยู่ด้านหน้า ทันทีที่เห็นฮ่องเต้ ทุกคนต่างก้มศีรษะลงพร้อมกัน“ขอฝ่าบาททรงรักษากฎแห่งราชสำนัก&r
ราชบัณฑิตก้มศีรษะลง“วันนี้ฮองเฮาทรงใช้พระปรีชาเพื่อเปิดโปงคนผิด แต่วันหน้า หากมีฮองเฮาผู้ไร้คุณธรรมใช้ข้ออ้างเดียวกันแทรกแซงราชการ จะไม่มีผู้ใดยับยั้งได้พ่ะย่ะค่ะ”ข้อโต้แย้งนี้ทำให้บรรยากาศเปลี่ยนไปทันทีเพราะมิใช่เพียงการปกป้องตระกูลเข่ออีกต่อไป แต่กลายเป็นคำถามเรื่องขอบเขตอำนาจของราชวงศ์ขุนนางที่เดิมไม่คิดเข้าข้างเข่อหยวนฉิงเริ่มลังเล บางคนก้มหน้าครุ่นคิด บางคนกระซิบกันเบา ๆฮ่องเต้ทอดพระเนตรทุกคนอย่างไม่พอพระทัย“เช่นนั้นพวกเจ้าต้องการสิ่งใด”เข่อหยวนฉิงก้มศีรษะต่ำลง“กระหม่อมขอให้ฝ่าบาทมีพระราชโองการกำหนดขอบเขตอย่างชัดเจน ให้ฮองเฮายุติการเข้าร่วมสอบสวนคดีราชสำนัก ส่งมอบพยานและหลักฐานทั้งหมดแก่กรมอาญา และงดการออกคำสั่งแก่ขุนนางฝ่ายหน้า”“รวมถึงคดีของเข่อชิงด้วยหรือ”“รวมถึงทุกคดีพ่ะย่ะค่ะ”พระเนตรของฮ่องเต้เย็นเยียบลง“เจ้าช่างกล่าวได้ตรงกับผลประโยชน์ของตนเอง”เข่อหยวนฉิงหมอบลง“กระหม่อมยอมรับว่าบุตรสาวเ
ปัดเป่าภัยร้าย “มินานดอก หากเจ้าอดทนเพื่อปัดเป่าให้คำทำนายของโหรหลวงที่บอกว่าจะเกิดเหตุร้ายแรงนั้นผ่อนเบาลงได้”กษัตริย์ยุคโบราณเชื่อการทำนายทายทักถึงขนาดนี้เลยเชียวหรือ? ลิลลี่นึกในใจ เธอเรียนรู้เกี่ยวกับศาสตร์ฮวงจุ้ยในการออกแบบและแม้ว่ามันจะมีความสำคัญสำหรับการก่อสร้างในยุคสมัยใหม
พระสุรเสียงของเฉียนหลงราวติดขัดเพราะพระองค์ก็ทรงเคอะเขินต่อการได้พบพระชายาเอกซึ่งตอนนี้นางช่างแตกต่างไปจากวันวาน น้ำเสียงของนางมั่นคงกว่าเดิม ไม่ฟูมฟายพร่ำเพ้อและพระพักตร์นั้นอมชมพูงามจับพระทัยยิ่งนัก และขณะเดียวกัน ลิลลี่ในร่างของซีฮันฮองเฮาก็มีโอกาสได้เห็นใบหน้าของกษัตริย์ผู้เลื่องชื่อเรื่องการเป
“พระนางอาจต้องการกำลังใจ นี่อาจเป็นอาการของผู้กำลังเรียกร้องหากำลังใจก็เป็นได้”พอได้ยินหมอหลวงกล่าวเช่นนั้นขันทีตงเปียนก็ทำสีหน้าครุ่นคิดก่อนดวงตาฉายประกายนึกได้“เช่นนั้นแล้วข้าต้องรีบไปเข้าเฝ้าฮ่องเต้”“ด้วยเหตุผลอันใด ในเมื่อท่านก็รู้นี่ว่า...”“พระองค์อาจทรงเบื่อหน่ายและไม่สนพระทัยฮองเฮา แต่ในเ
ราชวงศ์ชิง รัชสมัยองค์จักรพรรดิเฉียนหลง เสียงร้องโหยหวนสลับกับกรีดแหลมดังมาจากตำหนักใหญ่อันเป็นที่ประทับของฮองเฮาซีฮัน พระอัครมเหสีเอกแห่งเฉียนหลงฮ่องเต้ในยามวิกาลที่รอบ ๆ มีนางสนมนั่งคอยเฝ้าและเหล่าทหารยามยืนนิ่งราวรูปปั้น ห่างจากตำหนักใหญ่ของฮองเฮาเป็นรั้วตำหนักเล็กลดหลั่นกันไปของม







