Partager

บทที่ 9

last update Date de publication: 2026-03-01 19:04:42

ขันทีหนุ่มมองถ้วยทั้งสองอย่างไม่เข้าใจ “ละครหรือพ่ะย่ะค่ะ”

“ใช่ ละครที่มีผู้ชมเป็นหมอยาพิษ”

ซีฮันกระซิบแผนการให้ตงเปียนฟังอย่างละเอียด ทุกคำสั่งถูกกำหนดอย่างแม่นยำราวกับกำลังอธิบายแบบแปลนอาคาร ตั้งแต่ตำแหน่งการยืนของขันที การวางถ้วยชา ไปจนถึงจังหวะที่ต้องเปลี่ยนถ้วย ทุกอย่างต้องตรงเวลาแม้เพียงเสี้ยวอึดใจ ตงเปียนยิ่งฟังก็ยิ่งตื่นตะลึง ฮองเฮาคนใหม่ไม่ได้ต่อสู้ด้วยอารมณ์ แต่ต่อสู้ด้วยการวางหมากทีละก้าว

“จำได้หรือไม่”

“จำได้ทั้งหมดพ่ะย่ะค่ะ”

“ดี เพราะวันนี้ หากผิดเพียงนิดเดียว คนที่ดื่มพิษอาจเป็นข้าจริง ๆ”

ไม่นานหลังจากนั้น ตงเปียนก็ออกไปส่งสารเชิญยู่จินเชียงกุ้ยเฟยมายังตำหนักฮองเฮา โดยแจ้งว่าฮองเฮาประชวรไม่หาย อยากให้กุ้ยเฟยผู้เชี่ยวชาญด้านโอสถมาปรุงยาด้วยตนเอง ข่าวนี้แพร่ไปถึงตำหนักของยู่จินเชียงอย่างรวดเร็ว

ภายในตำหนักหมอยา ยู่จินเชียงกำลังจัดเรียงขวดสมุนไพรอยู่บนชั้นไม้ เมื่อได้ฟังคำเชิญ นางยกยิ้มมุมปาก “ฮองเฮายังไว้ใจข้าอยู่หรือ”

นางกำนัลคนสนิทรีบกล่าว “บางทีพระนางอาจไม่สงสัยเพคะ”

“ไม่...” ยู่จินเชียงส่ายหน้าเบา ๆ “หลังพิธีถวายพระพร ข้ารู้สึกว่านางเปลี่ยนไป แต่ต่อให้นางสงสัย ก็ไม่มีหลักฐานใดมัดตัวข้า”

นางเปิดหีบไม้ใบเล็ก หยิบห่อยาสมุนไพรออกมาจัดใส่กล่องหยก ก่อนกล่าวเสียงเรียบ “ในเมื่อฮองเฮาอยากดื่มโอสถจากมือข้า ข้าก็จะปรุงให้ดีที่สุด”

ครึ่งชั่วยามต่อมา ยู่จินเชียงเดินเข้าสู่ตำหนักฮองเฮาพร้อมนางกำนัลคนสนิทและกล่องยาไม้หอมสีดำ ซีฮันนั่งอยู่หน้าโต๊ะเตี้ย มีสีหน้าอ่อนล้าแต่ยังสง่างาม เมื่อเห็นอีกฝ่าย นางยิ้มอย่างสุภาพ “กุ้ยเฟยมาถึงแล้ว”

ยู่จินเชียงถวายบังคม “หม่อมฉันได้ยินว่าพระวรกายของฮองเฮายังไม่ฟื้นเต็มที่ จึงรีบมาเพคะ”

“ลำบากเจ้าแล้ว”

“เป็นหน้าที่ของหม่อมฉัน”

ซีฮันผายมือไปยังเตาไฟด้านข้าง “วันนี้ข้าอยากเห็นเจ้าปรุงยาด้วยตนเอง จะได้สบายใจ”

ยู่จินเชียงนิ่งไปเพียงชั่วขณะ ก่อนยิ้มอ่อน “ย่อมได้เพคะ”

นางเปิดกล่องยา หยิบสมุนไพรออกมาทีละชนิด ทุกการเคลื่อนไหวดูชำนาญและงดงามราวกับศิลปินกำลังสร้างผลงาน ตงเปียนยืนมองเงียบ ๆ ส่วนซีฮันจดจำทุกขั้นตอนอย่างละเอียด ยู่จินเชียงต้มยาอยู่เกือบครึ่งชั่วยาม กลิ่นสมุนไพรหอมอบอวลไปทั่วตำหนัก เมื่อยาพร้อม นางรินลงในถ้วยกระเบื้องสีขาวแล้วยกมาถวายด้วยสองมือ

“เชิญฮองเฮาเสวยเพคะ”

ซีฮันรับถ้วยมาอย่างสงบนิ่ง นางยกขึ้นช้า ๆ เป่าลมเบา ๆ แล้วหันไปถาม “กุ้ยเฟย เจ้าปรุงโอสถมานานกี่ปีแล้ว”

“ตั้งแต่ยังอยู่จวนบิดาเพคะ”

“เช่นนั้น เจ้าคงมั่นใจในฝีมือตัวเองมาก”

“หม่อมฉันไม่กล้าชมตนเอง แต่ไม่เคยทำให้ผู้ใดผิดหวัง”

“ดี”

ซีฮันยกถ้วยขึ้นแตะริมฝีปาก ทุกสายตาจับจ้องอยู่ที่นาง ยู่จินเชียงเองก็เฝ้ามองอย่างไม่กะพริบ ในจังหวะนั้น ตงเปียนแสร้งสะดุดชายพรมจนถาดผลไม้หล่นลงพื้น เสียงกระเบื้องแตกดังลั่น นางกำนัลหลายคนตกใจรีบวิ่งเข้าไปช่วยเก็บ

ซีฮันวางถ้วยลงบนโต๊ะทันทีเหมือนถูกเสียงรบกวน ขณะเดียวกันตงเปียนรีบเข้ามาคุกเข่าขออภัย พร้อมยื่นผ้าเช็ดมือถวายฮองเฮา ในชั่วอึดใจที่ทุกคนหันไปมองเศษผลไม้บนพื้น ตงเปียนใช้แขนเสื้อบังสายตาแล้วสับเปลี่ยนถ้วยทั้งสองใบอย่างแนบเนียน

ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วจนไม่มีผู้ใดสังเกต แม้แต่ยู่จินเชียง

ซีฮันรับถ้วยใบใหม่ขึ้นมา ดื่มเพียงปลายริมฝีปากแล้ววางลง ก่อนกล่าวยิ้ม ๆ “รสชาติไม่เลว สมกับเป็นฝีมือกุ้ยเฟย”

ยู่จินเชียงแอบถอนหายใจ นางคิดว่าทุกอย่างผ่านไปแล้ว

ซีฮันหันไปยังนางกำนัลคนสนิทของยู่จินเชียง “เมื่อครู่เจ้าช่วยกุ้ยเฟยต้มยาด้วยใช่หรือไม่”

นางกำนัลรีบคุกเข่า “เพคะ”

“เจ้าคงเหนื่อย”

ซีฮันยิ้มอ่อน “ตงเปียน ยกโอสถที่เหลือให้นางดื่มบำรุงเสีย อย่าให้เสียของ”

ทันทีที่ได้ยินคำสั่ง สีหน้าของยู่จินเชียงเปลี่ยนไปเพียงเสี้ยววินาที “เหนียงเหนียง...โอสถนี้ปรุงตามพระธาตุของพระองค์ เกรงว่าจะไม่เหมาะกับผู้อื่นเพคะ”

ซีฮันหันไปมองอย่างสงสัย “อ้าว เมื่อครู่เจ้าบอกว่าเป็นโอสถบำรุงมิใช่หรือ หากเป็นยาบำรุง เหตุใดคนอื่นจึงดื่มไม่ได้”

“คือ...”

ยู่จินเชียงชะงัก นางไม่อาจหาคำอธิบายที่สมเหตุสมผลได้

ซีฮันหัวเราะเบา ๆ “ไม่เป็นไร ดื่มเพียงน้อยก็พอ”

ตงเปียนรับถ้วยที่เหลืออยู่แล้วเดินไปส่งให้นางกำนัลของยู่จินเชียง หญิงสาวไม่กล้าปฏิเสธ เพราะฮองเฮาเป็นผู้ประทาน นางจึงยกถ้วยขึ้นดื่มจนหมด บรรยากาศเงียบลงอย่างประหลาด

ผ่านไปเพียงไม่กี่อึดใจ นางกำนัลผู้นั้นเริ่มมีสีหน้าซีดเผือด มือสั่นจนถ้วยตกแตกกับพื้น ร่างทั้งร่างโงนเงน ก่อนใช้มือกุมหน้าอกแน่น

“อึก...”

ยู่จินเชียงเบิกตากว้าง “เสี่ยวอิง!”

หญิงสาวทรุดลงกับพื้น เลือดสีคล้ำไหลออกจากมุมปาก ร่างกายชักกระตุกอย่างรุนแรง เสียงร้องตกใจดังขึ้นทั่วตำหนัก ตงเปียนรีบถอยมายืนข้างฮองเฮา ขณะที่เหล่านางกำนัลแตกตื่นวิ่งเข้ามาดูอาการ

ซีฮันลุกขึ้นช้า ๆ มองภาพตรงหน้าอย่างสงบนิ่ง ดวงตาหงส์ฉายแววเย็นเยียบ นางไม่ได้พูดแม้แต่คำเดียว แต่สายตาที่ทอดลงบนยู่จินเชียงทำให้หญิงหมอยารู้สึกเหมือนถูกมือที่มองไม่เห็นบีบคอไว้แน่น

ยู่จินเชียงหน้าซีด ดวงตาเต็มไปด้วยความตกใจ เพราะโอสถที่นางนำมาวันนี้ควรเป็นเพียงยาบำรุงธรรมดา แต่เหตุใดคนของตนจึงล้มลงด้วยอาการคล้ายได้รับพิษ

ซีฮันก้มมองนางกำนัลที่นอนแน่นิ่ง ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“กุ้ยเฟย...ดูเหมือนโอสถของเจ้าจะมีปัญหาเสียแล้ว”

บททดสอบพิษ

เสียงกรีดร้องของนางกำนัลดังสะท้อนอยู่ทั่วตำหนักฮองเฮา ร่างของเสี่ยวอิง นางกำนัลคนสนิทของยู่จินเชียงกุ้ยเฟย นอนชักกระตุกอยู่บนพื้นหินอ่อน เลือดสีคล้ำไหลออกจากมุมปากอย่างต่อเนื่อง ขันทีและนางกำนัลต่างแตกตื่น บางคนรีบวิ่งไปตามหมอหลวง บางคนยืนตัวแข็งด้วยความหวาดกลัว ไม่มีผู้ใดคาดคิดว่าโอสถที่ยู่จินเชียงเป็นผู้ปรุงต่อหน้าทุกคนจะทำให้คนดื่มล้มลงเช่นนี้

ยู่จินเชียงรีบคุกเข่าลงข้างนางกำนัลของตน มือสั่นขณะจับชีพจร สีหน้าซีดเผือดจนแทบไร้เลือด “เป็นไปไม่ได้...เป็นไปไม่ได้...โอสถนี้ไม่มีพิษ”

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 99

    พระองค์ทรงรีบวิ่งฝ่าเปลวไฟเข้าไป หลังคาที่พังลงมาปิดกั้นพื้นที่ครึ่งห้องไว้ ใต้คานไม้ขนาดใหญ่ หญิงสาวผู้หนึ่งนอนอยู่กับพื้น แขนทั้งสองยังกอดม้วนเอกสารเอาไว้แน่น ซีฮันยังมีสติเล็กน้อย แต่ใบหน้าเต็มไปด้วยเขม่าควัน ริมฝีปากซีดจนแทบไม่มีสีเลือด ฮ่องเต้ทรุดพระองค์ลงทันที“ซีฮัน”นางค่อย ๆ ลืมตาขึ้นอย่างยากลำบาก เมื่อเห็นพระพักตร์ของพระองค์ นางตกใจจนพยายามดันตัวลุก“ฝ่าบาท...เหตุใด...”“เรามารับเจ้า”ซีฮันส่ายหน้า“ไม่ได้...รีบออกไป...อาคารจะถล่ม”“เราจะออกไปพร้อมกัน”พระองค์พยายามยกคานไม้ แต่เศษหลังคาที่ตกลงมาทับอยู่ด้านบนทำให้น้ำหนักมหาศาลเกินกว่าจะขยับด้วยพระองค์เดียว องครักษ์สองนายรีบเข้ามาช่วย ทั้งสามออกแรงพร้อมกัน ในที่สุดคานก็ขยับพอให้ดึงขาของซีฮันออกมาได้ นางร้องเบา ๆ ด้วยความเจ็บปวด ข้อเท้าขวาบวมแดงทันที“เดินไหวหรือไม่”ซีฮันส่ายหน้า ฮ่องเต้ไม่ลังเลแม้แต่น้อย พระองค์ทรงอุ้มนางขึ้นในอ้อมพระกร ซีฮันตกใจ“ฝ่าบาท วางหม่อมฉันลง...&

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 98

    ซีฮันโยนสมุดสองเล่มข้ามกองไฟ ตงเปียนรับไว้ได้ แต่เมื่อจะโยนม้วนสุดท้าย เพดานด้านข้างก็พังลงมาอีกส่วน นางต้องกระโดดหลบ เศษไม้ร่วงขวางทางจนมองไม่เห็นคนฝั่งตรงข้าม ควันดำหนาทึบทำให้หายใจลำบาก ซีฮันก้มต่ำ คลานไปยังผนังด้านเหนือ หวังหาช่องระบายอากาศตามที่ผู้ดูแลบอก แต่ไฟได้ลามถึงโครงไม้รอบห้องแล้ว เสียงตะโกนจากภายนอกดังขึ้นไกล ๆ นางจำพระสุรเสียงนั้นได้ทันที“ซีฮัน!”ฮ่องเต้มาถึงแล้ว นางพยายามตอบ แต่ควันทำให้ไอจนไม่มีเสียง ด้านนอก ฮ่องเต้เฉียนหลงเสด็จมาถึงพร้อมทหารรักษาพระองค์ เมื่อเห็นหอเอกสารถูกไฟกลืน พระพักตร์ก็เปลี่ยนทันที“ฮองเฮาอยู่ที่ใด”หัวหน้าองครักษ์คุกเข่าลง “ยังอยู่ชั้นสามพ่ะย่ะค่ะ ทางขึ้นถูกไฟตัดขาด”พระองค์คว้าผ้าชุบน้ำจากทหาร “เปิดทาง”หัวหน้าองครักษ์รีบขวาง “ฝ่าบาทเสด็จเข้าไปมิได้ อาคารกำลังจะถล่มพ่ะย่ะค่ะ”“นางยังอยู่ข้างใน!”ฮ่องเต้ผลักเขาออกและก้าวไปทางประตู แต่เสียงแตกสนั่นดังขึ้นจากชั้นบนเสียก่อน หลังคาด้านหนึ่งทรุดตัว ทหารทั้งหมดร้องเตือนและ

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 97

    นางหันไปยังเจ้าหน้าที่ “มีบัญชีสำเนาหรือไม่”“น่าจะอยู่ชั้นสามพ่ะย่ะค่ะ เป็นทะเบียนกลางของเอกสารลับทั้งหมด”ซีฮันตัดสินใจขึ้นไปทันที ตงเปียนตามหลังอย่างกังวล“เหนียงเหนียง ฝ่าบาทมีรับสั่งว่าหากพบสิ่งผิดปกติให้เสด็จออกทันทีนะพ่ะย่ะค่ะ”“เราพบเอกสารหาย ไม่ใช่คนร้าย”“แต่นี่อาจเป็นสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการให้พระองค์พบ”ซีฮันหยุดชั่วครู่ คำเตือนนั้นมีเหตุผล ทว่าในเวลาเดียวกัน เสียงโลหะกระทบพื้นก็ดังมาจากชั้นล่าง ตามด้วยเสียงคนตะโกน“จับเขาไว้!”เสียงฝีเท้าวิ่งวุ่นวายขึ้นทันที หัวหน้าองครักษ์หันไปสั่ง“คุ้มครองฮองเฮา!”องครักษ์สองนายยืนปิดทางบันได ขณะที่อีกกลุ่มวิ่งลงไปด้านล่าง ซีฮันก้าวไปชะโงกมองผ่านราวไม้ เห็นชายในชุดคนส่งน้ำผลักทหารออกแล้ววิ่งไปทางประตูหลัง เขาถือไหดินเผาใบหนึ่งไว้ในมือก่อนจะถูกจับ ชายผู้นั้นขว้างไหเข้าใส่กองเอกสารข้างผนัง ไหแตกกระจาย ของเหลวที่มีกลิ่นฉุนไหลกระจายไปทั่วพื้น ตงเปียนร้องขึ้น“น้ำมัน!”

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 96

    ซีฮันกล่าวเสริม“ตรวจคนส่งน้ำ คนครัว และช่างซ่อมทั้งหมดด้วย คนของตระกูลเข่ออาจมิได้สวมชุดขุนนางหรือองครักษ์”ตงเปียนรับคำแล้วรีบออกไป ฮ่องเต้มองนางอยู่ครู่หนึ่ง“คืนนี้เจ้าไม่ต้องไปหอเอกสาร”ซีฮันเลิกคิ้ว“เหตุใดเพคะ”“เพราะอาจเป็นกับดัก”“ยิ่งเป็นกับดัก หม่อมฉันยิ่งควรเห็นด้วยตนเองว่าอีกฝ่ายต้องการทำลายสิ่งใด”“เราไม่ได้ขาดเจ้าหน้าที่”“แต่พวกเขาไม่รู้ว่ากำลังค้นหาอะไร”ฮ่องเต้ขมวดพระขนง“แล้วเจ้ารู้หรือ”“ยังไม่รู้ทั้งหมดเพคะ แต่หม่อมฉันรู้เส้นทางของคดีนี้ตั้งแต่เสบียงหายไปจนถึงการวางยาร่างเดิม บางครั้งเอกสารที่ดูไม่เกี่ยวข้องอาจเป็นชิ้นส่วนสำคัญที่สุด”พระองค์เงียบไปซีฮันจึงกล่าวต่อ“ฝ่าบาททรงบอกว่าจะเริ่มมองหม่อมฉันให้ดีตั้งแต่วันนี้ เช่นนั้นก็ควรทรงเห็นว่าหม่อมฉันไม่ใช่สตรีที่จะยอมนั่งรออยู่ในตำหนัก ขณะที่หลักฐานกำลังตกอยู่ในอันตราย”ฮ่องเต้ถอนพระทั

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 95

    ฮ่องเต้ไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ เขาจึงกล่าวต่อ“ฝ่าบาททรงเชื่อว่าจับกระหม่อมแล้ว ทุกอย่างจะสิ้นสุดหรือพ่ะย่ะค่ะ”ซีฮันหรี่ตาลง “เจ้าหมายความว่าอย่างไร”เข่อหยวนฉิงยิ้ม “บางเรื่องใหญ่เกินกว่าจะอยู่ในมือคนคนเดียว บางเอกสาร ต่อให้ค้นทั้งจวนก็ไม่มีวันพบ”หัวหน้าองครักษ์เข้าจับแขนเขา ชายชราไม่ขัดขืน เพียงหันมามองซีฮันเป็นครั้งสุดท้าย“เหนียงเหนียงทรงชนะในท้องพระโรงวันนี้ แต่หากเอกสารชิ้นนั้นถูกเปิดเผย ผู้ที่พังทลายอาจไม่ใช่ตระกูลเข่อเพียงฝ่ายเดียว”ซีฮันก้าวเข้ามา “เอกสารอะไร”เข่อหยวนฉิงหัวเราะโดยไม่ตอบ องครักษ์จึงลากตัวเขาออกจากท้องพระโรง ท่ามกลางสายตาของขุนนางทั้งราชสำนักเมื่อประตูใหญ่ปิดลง ฮ่องเต้ก็มีรับสั่งให้จับผู้เกี่ยวข้องตามรายชื่อทั้งหมด บางคนถูกควบคุมตัวในทันที บางคนถูกถอดตราประจำตำแหน่ง และบางคนถูกสั่งห้ามออกจากจวนจนกว่าการสอบสวนจะสิ้นสุด การประชุมใหญ่จบลงด้วยความโกลาหล แต่ซีฮันกลับไม่ได้รู้สึกโล่งใจ นางยืนมองเอกสารบนโต๊ะ ความคิดวนเวียนอยู่กับคำพูดสุดท้ายของเข่อหยวน

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 94

    พระองค์พยักหน้าให้หัวหน้าองครักษ์ ชายผู้นั้นก้าวออกมาและถวายรายงาน“หน่วยลาดตระเวนพบค่ายจริงพ่ะย่ะค่ะ มีทหารประมาณสองพันสามร้อยนาย อาวุธครบมือ และมีเสบียงประทับตราคลังหลวงอยู่ภายใน”เสียงแตกตื่นดังขึ้นทั่วท้องพระโรง“ผู้บัญชาการค่ายคือใคร” ฮ่องเต้ถาม“ชายชื่อเข่ออวี้ เป็นญาติห่าง ๆ ของท่านเสนาบดีใหญ่ และเคยถูกแจ้งว่าเสียชีวิตในสงครามเมื่อห้าปีก่อนพ่ะย่ะค่ะ”ซีฮันหันไปมองเข่อหยวนฉิง“คนตายกลับมีชีวิตและคุมทหารสองพันคน เจ้ายังจะบอกว่าไม่รู้หรือ”เข่อหยวนฉิงกำแผ่นป้ายงาช้างแน่น“ตระกูลเข่อมีสมาชิกมากมาย กระหม่อมไม่อาจรับผิดชอบการกระทำของทุกคน”“แต่เงินที่ใช้เลี้ยงค่ายมาจากบัญชีของคนดูแลทรัพย์สินจวนเจ้า”“คนผู้นั้นอาจทรยศ”“ตราผ่านทางเป็นตราส่วนตัวของเจ้า”“อาจถูกปลอม”“คำสั่งขนเสบียงเขียนด้วยรหัสที่ใช้ในจวนเจ้า”“ผู้ใดในจวนก็รู้รหัสได้”เขายังคงปฏิเสธทุ

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 3 สิ้นฮองเฮา

    “ว่ายังไงนะท่านองครักษ์ ฟ้าผ่าที่ตำหนักของฮองเฮาเช่นนั้นรึ”“ใช่...ข้าให้ทหารตามไปดูแล้ว ข้าเห็นกับตา เมื่อครู่นี้สายฟ้าฟาดลงมาที่ตำหนักของฮองเฮาน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก”“นี่มันเกิดอาเภทอะไรกัน ฮองเฮาทรงประชวรหนักแล้วยังจะมีเรื่องร้าย ๆ เช่นนี้อีกรึ”“ข้าว่าเรารีบไปที่ตำหนักของฮองเฮากันเถิด”“เดี๋ยวท่า

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 2 เหตุอาเพศ

    “พระนางอาจต้องการกำลังใจ นี่อาจเป็นอาการของผู้กำลังเรียกร้องหากำลังใจก็เป็นได้”พอได้ยินหมอหลวงกล่าวเช่นนั้นขันทีตงเปียนก็ทำสีหน้าครุ่นคิดก่อนดวงตาฉายประกายนึกได้“เช่นนั้นแล้วข้าต้องรีบไปเข้าเฝ้าฮ่องเต้”“ด้วยเหตุผลอันใด ในเมื่อท่านก็รู้นี่ว่า...”“พระองค์อาจทรงเบื่อหน่ายและไม่สนพระทัยฮองเฮา แต่ในเ

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 4 ฟื้นจากความตาย

    ว่าแล้วก็ผละเดินไปอีกทาง ขณะนั้นเซียวจื่อเฟยเข้ามายืนข้างยู่จินเซียงกุ้ยเฟยและถามว่า“ท่านพี่เข่อชิงว่าเช่นไรบ้างคะ”ยู่จินเซียงเหยียดปากออกก่อนตอบ “จะว่าเช่นไร นางก็คิดว่าตัวเองฉลาดหลักแหลมที่สุดนั่นอย่างไร...หึ! ถือว่าตัวเองเป็นอัครมเหสีรองทีมีเพียงตำแหน่งเดียว แต่คงลืมไปแล้วว่าฮ่องเต้ยังมีมเหสีรอ

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 1 ฮองเฮาผู้อ่อนแอ

    ราชวงศ์ชิง รัชสมัยองค์จักรพรรดิเฉียนหลง เสียงร้องโหยหวนสลับกับกรีดแหลมดังมาจากตำหนักใหญ่อันเป็นที่ประทับของฮองเฮาซีฮัน พระอัครมเหสีเอกแห่งเฉียนหลงฮ่องเต้ในยามวิกาลที่รอบ ๆ มีนางสนมนั่งคอยเฝ้าและเหล่าทหารยามยืนนิ่งราวรูปปั้น ห่างจากตำหนักใหญ่ของฮองเฮาเป็นรั้วตำหนักเล็กลดหลั่นกันไปของม

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status