Share

บทที่ 9

last update Tanggal publikasi: 2026-03-01 19:04:42

ขันทีหนุ่มมองถ้วยทั้งสองอย่างไม่เข้าใจ “ละครหรือพ่ะย่ะค่ะ”

“ใช่ ละครที่มีผู้ชมเป็นหมอยาพิษ”

ซีฮันกระซิบแผนการให้ตงเปียนฟังอย่างละเอียด ทุกคำสั่งถูกกำหนดอย่างแม่นยำราวกับกำลังอธิบายแบบแปลนอาคาร ตั้งแต่ตำแหน่งการยืนของขันที การวางถ้วยชา ไปจนถึงจังหวะที่ต้องเปลี่ยนถ้วย ทุกอย่างต้องตรงเวลาแม้เพียงเสี้ยวอึดใจ ตงเปียนยิ่งฟังก็ยิ่งตื่นตะลึง ฮองเฮาคนใหม่ไม่ได้ต่อสู้ด้วยอารมณ์ แต่ต่อสู้ด้วยการวางหมากทีละก้าว

“จำได้หรือไม่”

“จำได้ทั้งหมดพ่ะย่ะค่ะ”

“ดี เพราะวันนี้ หากผิดเพียงนิดเดียว คนที่ดื่มพิษอาจเป็นข้าจริง ๆ”

ไม่นานหลังจากนั้น ตงเปียนก็ออกไปส่งสารเชิญยู่จินเชียงกุ้ยเฟยมายังตำหนักฮองเฮา โดยแจ้งว่าฮองเฮาประชวรไม่หาย อยากให้กุ้ยเฟยผู้เชี่ยวชาญด้านโอสถมาปรุงยาด้วยตนเอง ข่าวนี้แพร่ไปถึงตำหนักของยู่จินเชียงอย่างรวดเร็ว

ภายในตำหนักหมอยา ยู่จินเชียงกำลังจัดเรียงขวดสมุนไพรอยู่บนชั้นไม้ เมื่อได้ฟังคำเชิญ นางยกยิ้มมุมปาก “ฮองเฮายังไว้ใจข้าอยู่หรือ”

นางกำนัลคนสนิทรีบกล่าว “บางทีพระนางอาจไม่สงสัยเพคะ”

“ไม่...” ยู่จินเชียงส่ายหน้าเบา ๆ “หลังพิธีถวายพระพร ข้ารู้สึกว่านางเปลี่ยนไป แต่ต่อให้นางสงสัย ก็ไม่มีหลักฐานใดมัดตัวข้า”

นางเปิดหีบไม้ใบเล็ก หยิบห่อยาสมุนไพรออกมาจัดใส่กล่องหยก ก่อนกล่าวเสียงเรียบ “ในเมื่อฮองเฮาอยากดื่มโอสถจากมือข้า ข้าก็จะปรุงให้ดีที่สุด”

ครึ่งชั่วยามต่อมา ยู่จินเชียงเดินเข้าสู่ตำหนักฮองเฮาพร้อมนางกำนัลคนสนิทและกล่องยาไม้หอมสีดำ ซีฮันนั่งอยู่หน้าโต๊ะเตี้ย มีสีหน้าอ่อนล้าแต่ยังสง่างาม เมื่อเห็นอีกฝ่าย นางยิ้มอย่างสุภาพ “กุ้ยเฟยมาถึงแล้ว”

ยู่จินเชียงถวายบังคม “หม่อมฉันได้ยินว่าพระวรกายของฮองเฮายังไม่ฟื้นเต็มที่ จึงรีบมาเพคะ”

“ลำบากเจ้าแล้ว”

“เป็นหน้าที่ของหม่อมฉัน”

ซีฮันผายมือไปยังเตาไฟด้านข้าง “วันนี้ข้าอยากเห็นเจ้าปรุงยาด้วยตนเอง จะได้สบายใจ”

ยู่จินเชียงนิ่งไปเพียงชั่วขณะ ก่อนยิ้มอ่อน “ย่อมได้เพคะ”

นางเปิดกล่องยา หยิบสมุนไพรออกมาทีละชนิด ทุกการเคลื่อนไหวดูชำนาญและงดงามราวกับศิลปินกำลังสร้างผลงาน ตงเปียนยืนมองเงียบ ๆ ส่วนซีฮันจดจำทุกขั้นตอนอย่างละเอียด ยู่จินเชียงต้มยาอยู่เกือบครึ่งชั่วยาม กลิ่นสมุนไพรหอมอบอวลไปทั่วตำหนัก เมื่อยาพร้อม นางรินลงในถ้วยกระเบื้องสีขาวแล้วยกมาถวายด้วยสองมือ

“เชิญฮองเฮาเสวยเพคะ”

ซีฮันรับถ้วยมาอย่างสงบนิ่ง นางยกขึ้นช้า ๆ เป่าลมเบา ๆ แล้วหันไปถาม “กุ้ยเฟย เจ้าปรุงโอสถมานานกี่ปีแล้ว”

“ตั้งแต่ยังอยู่จวนบิดาเพคะ”

“เช่นนั้น เจ้าคงมั่นใจในฝีมือตัวเองมาก”

“หม่อมฉันไม่กล้าชมตนเอง แต่ไม่เคยทำให้ผู้ใดผิดหวัง”

“ดี”

ซีฮันยกถ้วยขึ้นแตะริมฝีปาก ทุกสายตาจับจ้องอยู่ที่นาง ยู่จินเชียงเองก็เฝ้ามองอย่างไม่กะพริบ ในจังหวะนั้น ตงเปียนแสร้งสะดุดชายพรมจนถาดผลไม้หล่นลงพื้น เสียงกระเบื้องแตกดังลั่น นางกำนัลหลายคนตกใจรีบวิ่งเข้าไปช่วยเก็บ

ซีฮันวางถ้วยลงบนโต๊ะทันทีเหมือนถูกเสียงรบกวน ขณะเดียวกันตงเปียนรีบเข้ามาคุกเข่าขออภัย พร้อมยื่นผ้าเช็ดมือถวายฮองเฮา ในชั่วอึดใจที่ทุกคนหันไปมองเศษผลไม้บนพื้น ตงเปียนใช้แขนเสื้อบังสายตาแล้วสับเปลี่ยนถ้วยทั้งสองใบอย่างแนบเนียน

ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วจนไม่มีผู้ใดสังเกต แม้แต่ยู่จินเชียง

ซีฮันรับถ้วยใบใหม่ขึ้นมา ดื่มเพียงปลายริมฝีปากแล้ววางลง ก่อนกล่าวยิ้ม ๆ “รสชาติไม่เลว สมกับเป็นฝีมือกุ้ยเฟย”

ยู่จินเชียงแอบถอนหายใจ นางคิดว่าทุกอย่างผ่านไปแล้ว

ซีฮันหันไปยังนางกำนัลคนสนิทของยู่จินเชียง “เมื่อครู่เจ้าช่วยกุ้ยเฟยต้มยาด้วยใช่หรือไม่”

นางกำนัลรีบคุกเข่า “เพคะ”

“เจ้าคงเหนื่อย”

ซีฮันยิ้มอ่อน “ตงเปียน ยกโอสถที่เหลือให้นางดื่มบำรุงเสีย อย่าให้เสียของ”

ทันทีที่ได้ยินคำสั่ง สีหน้าของยู่จินเชียงเปลี่ยนไปเพียงเสี้ยววินาที “เหนียงเหนียง...โอสถนี้ปรุงตามพระธาตุของพระองค์ เกรงว่าจะไม่เหมาะกับผู้อื่นเพคะ”

ซีฮันหันไปมองอย่างสงสัย “อ้าว เมื่อครู่เจ้าบอกว่าเป็นโอสถบำรุงมิใช่หรือ หากเป็นยาบำรุง เหตุใดคนอื่นจึงดื่มไม่ได้”

“คือ...”

ยู่จินเชียงชะงัก นางไม่อาจหาคำอธิบายที่สมเหตุสมผลได้

ซีฮันหัวเราะเบา ๆ “ไม่เป็นไร ดื่มเพียงน้อยก็พอ”

ตงเปียนรับถ้วยที่เหลืออยู่แล้วเดินไปส่งให้นางกำนัลของยู่จินเชียง หญิงสาวไม่กล้าปฏิเสธ เพราะฮองเฮาเป็นผู้ประทาน นางจึงยกถ้วยขึ้นดื่มจนหมด บรรยากาศเงียบลงอย่างประหลาด

ผ่านไปเพียงไม่กี่อึดใจ นางกำนัลผู้นั้นเริ่มมีสีหน้าซีดเผือด มือสั่นจนถ้วยตกแตกกับพื้น ร่างทั้งร่างโงนเงน ก่อนใช้มือกุมหน้าอกแน่น

“อึก...”

ยู่จินเชียงเบิกตากว้าง “เสี่ยวอิง!”

หญิงสาวทรุดลงกับพื้น เลือดสีคล้ำไหลออกจากมุมปาก ร่างกายชักกระตุกอย่างรุนแรง เสียงร้องตกใจดังขึ้นทั่วตำหนัก ตงเปียนรีบถอยมายืนข้างฮองเฮา ขณะที่เหล่านางกำนัลแตกตื่นวิ่งเข้ามาดูอาการ

ซีฮันลุกขึ้นช้า ๆ มองภาพตรงหน้าอย่างสงบนิ่ง ดวงตาหงส์ฉายแววเย็นเยียบ นางไม่ได้พูดแม้แต่คำเดียว แต่สายตาที่ทอดลงบนยู่จินเชียงทำให้หญิงหมอยารู้สึกเหมือนถูกมือที่มองไม่เห็นบีบคอไว้แน่น

ยู่จินเชียงหน้าซีด ดวงตาเต็มไปด้วยความตกใจ เพราะโอสถที่นางนำมาวันนี้ควรเป็นเพียงยาบำรุงธรรมดา แต่เหตุใดคนของตนจึงล้มลงด้วยอาการคล้ายได้รับพิษ

ซีฮันก้มมองนางกำนัลที่นอนแน่นิ่ง ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“กุ้ยเฟย...ดูเหมือนโอสถของเจ้าจะมีปัญหาเสียแล้ว”

บททดสอบพิษ

เสียงกรีดร้องของนางกำนัลดังสะท้อนอยู่ทั่วตำหนักฮองเฮา ร่างของเสี่ยวอิง นางกำนัลคนสนิทของยู่จินเชียงกุ้ยเฟย นอนชักกระตุกอยู่บนพื้นหินอ่อน เลือดสีคล้ำไหลออกจากมุมปากอย่างต่อเนื่อง ขันทีและนางกำนัลต่างแตกตื่น บางคนรีบวิ่งไปตามหมอหลวง บางคนยืนตัวแข็งด้วยความหวาดกลัว ไม่มีผู้ใดคาดคิดว่าโอสถที่ยู่จินเชียงเป็นผู้ปรุงต่อหน้าทุกคนจะทำให้คนดื่มล้มลงเช่นนี้

ยู่จินเชียงรีบคุกเข่าลงข้างนางกำนัลของตน มือสั่นขณะจับชีพจร สีหน้าซีดเผือดจนแทบไร้เลือด “เป็นไปไม่ได้...เป็นไปไม่ได้...โอสถนี้ไม่มีพิษ”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 120

    เสียงฆ้องดังสนั่น ขุนนางทั้งหมดคุกเข่าลง ฮ่องเต้เสด็จขึ้นแท่นพิธี พร้อมซีฮันที่ยืนเคียงข้าง เครื่องหอมถูกจุดขึ้นทีละกระถาง ควันสีขาวลอยคลุ้งทั่วลาน ท่ามกลางกลุ่มคนจำนวนมหาศาล ชายผู้หนึ่งในชุดนักดนตรีเหลือบมองไปยังอีกฟากของลาน ชายในชุดคนแบกเครื่องบวงสรวงพยักหน้าเพียงครั้งเดียว อีกมุมหนึ่ง ขันทีที่ถือพานผลไม้ขยับแขนเสื้อเบา ๆ สัญญาณเริ่มส่งต่อกันอย่างเงียบเชียบ เข่อชิงซึ่งแฝงตัวอยู่ท้ายขบวนยกยิ้ม“อีกไม่นาน...” นางพึมพำ “เลือดจะนองทั่วลานแห่งนี้”บนแท่นพิธี ฮ่องเต้รับธูปสามดอกจากหัวหน้าพิธี พระองค์ทรงจุดธูปดอกแรก ทุกอย่างยังปกติ ดอกที่สอง นักดนตรีคนหนึ่งค่อย ๆ ขยับมือเข้าใกล้มีดสั้นที่ซ่อนอยู่ในพิณ คนแบกเครื่องบวงสรวงเริ่มปลดสลักหีบไม้ ดอกที่สามกำลังจะถูกจุด ทันใดนั้น...ซีฮันกลับก้าวออกจากตำแหน่งอย่างกะทันหัน นางเดินลงจากแท่นพิธีไปยังกลางลาน ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของผู้คนทั้งราชสำนัก หัวหน้าพิธีร้องเรียก“เหนียงเหนียง พระองค์...”แต่ซีฮันไม่หยุด นางยืนอยู่กลางลานพิธี มองผู้คนหลายพันคนอย่างสงบนิ่ง เข่อชิงชะงัก“นางจะทำอะไร”เข่อหมิงซานซึ่งซ่อนตัวอยู่ในหมู่ทหารเริ่มรู้สึกผิดปกติ ซีฮันกวาดสา

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 119

    ฮ่องเต้มองใบหน้าของซีฮันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน“เช่นนั้น” พระองค์ตรัสเสียงหนักแน่น “เราก็จะเดินหมากกับเจ้าจนถึงตาสุดท้าย”คืนนั้น ภายในรังลับนอกเมือง เข่อชิงยืนมองพระราชวังที่อยู่ไกลลิบจากยอดเนิน นางยกถ้วยสุราขึ้นช้า ๆ“ซีฮัน” รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏบนริมฝีปาก “เจ้าคิดว่าตนชนะมาตลอด แต่วันบวงสรวงจะเป็นวันสุดท้ายของเจ้า”เข่อชิงยกถ้วยขึ้นดื่มจนหมด โดยไม่รู้เลยว่าทุกถ้อยคำที่นางกล่าว ทุกคำสั่งที่นางออก ทุกคนที่นางเรียกระดม ล้วนถูกรายงานถึงตำหนักหงส์ทั้งหมดแล้วสงครามครั้งสุดท้ายกำลังใกล้เข้ามา ฝ่ายหนึ่งเชื่อว่าตนกำลังวางกับดักให้ศัตรู ขณะที่อีกฝ่ายกลับยินดีเดินเข้าไปในกับดักนั้นด้วยตนเอง เพราะซีฮันตัดสินใจแล้ว นางจะปล่อยให้เข่อชิงเดินหมากต่อไปจนกระทั่งผู้บงการตัวจริงเปิดเผยตัวออกมาจากเงามืดวันบวงสรวงเลือดรุ่งอรุณของวันบวงสรวงบรรพชนมาถึงพร้อมเสียงกลองหลวงที่ดังกึกก้องไปทั่วพระราชวังธงมังกรสีทองโบกสะบัดเหนือกำแพงวัง ลานพิธีด้านหน้าศาลบรรพชนถูกประดับด้วยผ้าแพรสีแดงเข้มและธงประจำราชวงศ์ ขุนนางทุกกรมแต่งกายเต็มยศ เชื้อพระวงศ์ พระสนม และข้าราชบริพารต่างทยอยเข้าสู่ลานพิธีตา

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 118

    ปลายพู่กันหยุดลง “คือผู้บงการที่อยู่เหนือเข่อชิง”ภายในห้องเงียบกริบ ตงเปียนถามด้วยความตกใจ“เหนียงเหนียงยังทรงคิดว่ามีคนอยู่เบื้องหลังอีกหรือพ่ะย่ะค่ะ”ซีฮันพยักหน้า “คนที่นำป้ายทองของตำหนักไทเฮาออกมาได้ คนที่รู้เส้นทางลับ คนที่สามารถปิดบังร่องรอยได้จนถึงวันนี้ ไม่มีทางเป็นเพียงขันทีหรือนางกำนัล”ฮ่องเต้ทอดพระเนตรนางนิ่ง“เช่นนั้น เจ้าต้องการใช้เข่อชิงเป็นเหยื่อล่ออีกครั้ง”“เพคะ”พระองค์ยิ้มบางอย่างจนพระองค์เองก็ไม่รู้ตัว“บางครั้งเราก็สงสารศัตรูของเจ้า”ซีฮันหัวเราะเบา ๆ “หม่อมฉันก็สงสารพวกเขาเช่นกัน”สองวันต่อมา ภายในรังลับนอกเมือง ผู้คนเริ่มเดินเข้าออกไม่ขาดสาย เข่อหมิงซานนำรายชื่อขุนนางและทหารที่ยังภักดีมาวางบนโต๊ะ เข่อชิงเปิดอ่านทีละแผ่น“คนในวังหลัง พร้อมแล้วหนึ่งร้อยยี่สิบเจ็ดคน ขันที ห้าสิบสามคน ทหารที่ซื้อไว้ เก้าสิบแปดนาย”เข่อชิงพยักหน้า“ยังไม่พอ”เข่อหมิงซานถาม “พระนางต้องการอีกเท่าใด”“คนไม่สำคัญ” เข่อชิงตอบเรียบ ๆ “ข้าต้องการคนที่อยู่ใกล้ฮ่องเต้”นางใช้ปลายพู่กันแตะลงบนแผนผังพระราชวัง“โดยเฉพาะวันบวงสรวงบรรพชน”ชายผู้หนึ่งถาม “เหตุใดต้องเป็นวันนั้น”เข่อชิงยิ้มเย็น “เ

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 117

    “ลงไปหรือ”ซีฮันส่ายหน้า “ยังไม่ใช่”นางหันไปหาองครักษ์ “มีช่องระบายอากาศหรือไม่”ไม่นานนัก ทหารนายหนึ่งพาไปยังเนินดินด้านหลัง ใต้กอหญ้ามีช่องระบายอากาศขนาดเล็กพอดูเหตุการณ์ด้านล่าง ซีฮันค่อย ๆ ก้มลง ภาพที่เห็นทำให้ดวงตานางเย็นเฉียบ ห้องใต้ดินกว้างกว่าที่คาดหลายเท่า มีอาวุธกองเต็มกำแพง เสบียงจำนวนมาก ทหารติดอาวุธกว่าสองร้อยนายกำลังฝึกซ้อม ส่วนกลางห้องมีโต๊ะขนาดใหญ่ซึ่งปูแผนที่พระราชวังเอาไว้ และหญิงผู้ยืนอยู่ตรงหัวโต๊ะคือ...เข่อชิงแม้จะเปลี่ยนเป็นชุดสามัญชน แต่ความเย่อหยิ่งในแววตาไม่มีวันเปลี่ยน ข้างกายนางคือเข่อหมิงซานและชายอีกหลายคน ชิงหลานไม่ได้ลงมาที่นี่ นางเพียงส่งข่าวแล้วกลับวัง เข่อชิงคลี่แผนที่ออก“ข่าวล่าสุดจากในวัง”ชายคนหนึ่งรับห่อผ้ามาเปิด ภายในมีเพียงรายการสิ่งของที่ชิงหลานคัดลอกออกมาจากคลังหลวง แต่เมื่อวางกระดาษบนแสงไฟ กลับมีตัวอักษรอีกชุดหนึ่งค่อย ๆ ปรากฏขึ้น ซีฮันหรี่ตา“น้ำหมึกล่องหน” เข่อชิงอ่านเงียบ ๆ ก่อนหัวเราะ“ซีฮันยังคิดว่าปล่อยชิงหลานแล้วจะควบคุมทุกอย่างได้”เข่อหมิงซานถาม “ข่าวเชื่อถือได้หรือ”“แน่นอน” เข่อชิงยกกระดาษขึ้น “ฮ่องเต้ย้ายองครักษ์ฝั่งเหนือไปเสริม

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 116

    ตงเปียนรับคำทันที หลังทุกคนออกจากห้อง ชิงหลานก็ถูกปล่อยตัวกลับไปทำงานตามปกติ ราวกับไม่เคยมีการสอบสวนเกิดขึ้น เมื่อประตูปิดลง ฮ่องเต้จึงทอดพระเนตรซีฮัน“เจ้าคิดว่านางจะกลับไปส่งข่าวอีกหรือ”ซีฮันมองสายฝนด้านนอก “ต้องกลับไป”“เหตุใดจึงมั่นใจ”“เพราะคนของเข่อชิงยังถือครอบครัวของนางไว้”นางเว้นครู่หนึ่ง “และเพราะพวกมันเชื่อว่า ความเมตตาของข้ายังเหมือนเดิม”รอยยิ้มบางปรากฏบนใบหน้าของซีฮัน“แต่ครั้งนี้ ความเมตตาจะเป็นกับดักของข้า”ขณะเดียวกัน ชิงหลานเดินออกจากตำหนักหงส์ด้วยหัวใจที่สับสน นางไม่รู้เลยว่า ตั้งแต่วินาทีที่ก้าวพ้นประตูตำหนัก ก็มีองครักษ์ฝีมือดีที่สุดสี่นายผลัดเปลี่ยนกันติดตามอยู่ห่าง ๆหญิงสาวคิดว่าตนได้รับอิสรภาพ แต่แท้จริงแล้ว นางได้กลายเป็นเหยื่อล่อชิ้นสำคัญที่สุดในการล่าตัวเข่อชิงและเครือข่ายที่ซ่อนอยู่ทั้งหมดรังลับนอกวังสามวันหลังจากชิงหลานถูกปล่อยตัว ตำหนักหงส์กลับคืนสู่ความสงบเสมือนไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นชิงหลานยังคงทำหน้าที่ถวายชา จัดตำรา และดูแลห้องทรงอักษรเช่นเดิม ซีฮันไม่เคยแสดงท่าทีสงสัยหรือกล่าวถึงการสอบสวนในวันนั้นอีกแม้แต่คำเดียวสำหรับคนภายนอก ทุกอย่างดูเหมือนจบลง

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 115

    ฮ่องเต้ตรัสเสียงเย็น “หลักฐานอยู่ตรงหน้า ยังจะปฏิเสธอีกหรือ”ร่างของชิงหลานสั่นเทา ซีฮันผลักกำไลหยกไปตรงหน้าอีกฝ่าย“เงินเดือนของนางกำนัลซื้อของสิ่งนี้ไม่ได้”จากนั้นนางหยิบซองเครื่องหอมขึ้นมา“ร้านชิงหลันเป็นจุดติดต่อของตระกูลเข่อ”สุดท้าย นางวางรายงานการหายตัวลงบนโต๊ะ“และเจ้าหายไปในเวลาที่ตรงกับการส่งข่าวพอดี”ชิงหลานหลับตาลง น้ำตาหยดแรกไหลลงบนพื้นไม้“หม่อมฉัน...ผิดเพคะ”ทั้งห้องเงียบลงทันที หัวหน้าองครักษ์ก้าวออกมา“ฝ่าบาท โปรดมีพระบัญชาให้นำตัวไปสอบสวน”แต่ซีฮันยกมือห้าม “ข้าอยากฟังเหตุผลก่อน”ชิงหลานร้องไห้จนไหล่สั่น“หม่อมฉันไม่เคยคิดทรยศฮองเฮา”“แต่เจ้าก็ทำ”“เพราะหม่อมฉันไม่มีทางเลือก”นางเงยหน้าขึ้น ใบหน้าเต็มไปด้วยคราบน้ำตา“หลังฮองเฮาช่วยชีวิตหม่อมฉันได้ไม่นาน คนของตระกูลเข่อก็มาหา”ซีฮันไม่พูดแทรก“พวกมันรู้ว่าหม่อมฉันมีมารดา น้องชาย และหลานสาวอยู่บ้านเกิด”เสียงของชิงหลานเริ่มแตกพร่า “พวกมันจับทุกคนไป”ตงเปียนขมวดคิ้ว “เมื่อใด”“ห้าปีก่อนเพคะ”“เหตุใดไม่กราบทูลฮองเฮา”ชิงหลานหัวเราะทั้งน้ำตา“ตอนนั้นฮองเฮาเองก็ถูกกดดันจากหวงกุ้ยเฟยทุกวัน พระองค์แทบปกป้องพระองค์เองไม่ได้

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 5 ฉันไม่ใช่...คนเดิม

    เสียงนั้นลั่นเสียดทะลุเข้าไปในโสตประสาทของเฉียนหลงขณะหมอหลวงรีบเข้าไปนั่งคุกเข่าแทบพระบาท ฮ่องเต้ทรงถามขึ้นทั้งที่ไม่ได้หันมองหน้าเพราะมัวแต่จ้องภาพเบื้องหลังฮองเฮาที่กรีดร้องลั่นอยู่กับสระน้ำไม่ต่างอะไรจากคราแรกก่อนนางสิ้นชีพจร“นี่มันเกิดอะไรขึ้น...นางเป็นอะไร...ข้าถามว่าฮองเฮาเป็นอะไร!”“หม่อมฉัน

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 4 ฟื้นจากความตาย

    ว่าแล้วก็ผละเดินไปอีกทาง ขณะนั้นเซียวจื่อเฟยเข้ามายืนข้างยู่จินเซียงกุ้ยเฟยและถามว่า“ท่านพี่เข่อชิงว่าเช่นไรบ้างคะ”ยู่จินเซียงเหยียดปากออกก่อนตอบ “จะว่าเช่นไร นางก็คิดว่าตัวเองฉลาดหลักแหลมที่สุดนั่นอย่างไร...หึ! ถือว่าตัวเองเป็นอัครมเหสีรองทีมีเพียงตำแหน่งเดียว แต่คงลืมไปแล้วว่าฮ่องเต้ยังมีมเหสีรอ

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 3 สิ้นฮองเฮา

    “ว่ายังไงนะท่านองครักษ์ ฟ้าผ่าที่ตำหนักของฮองเฮาเช่นนั้นรึ”“ใช่...ข้าให้ทหารตามไปดูแล้ว ข้าเห็นกับตา เมื่อครู่นี้สายฟ้าฟาดลงมาที่ตำหนักของฮองเฮาน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก”“นี่มันเกิดอาเภทอะไรกัน ฮองเฮาทรงประชวรหนักแล้วยังจะมีเรื่องร้าย ๆ เช่นนี้อีกรึ”“ข้าว่าเรารีบไปที่ตำหนักของฮองเฮากันเถิด”“เดี๋ยวท่า

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 2 เหตุอาเพศ

    “พระนางอาจต้องการกำลังใจ นี่อาจเป็นอาการของผู้กำลังเรียกร้องหากำลังใจก็เป็นได้”พอได้ยินหมอหลวงกล่าวเช่นนั้นขันทีตงเปียนก็ทำสีหน้าครุ่นคิดก่อนดวงตาฉายประกายนึกได้“เช่นนั้นแล้วข้าต้องรีบไปเข้าเฝ้าฮ่องเต้”“ด้วยเหตุผลอันใด ในเมื่อท่านก็รู้นี่ว่า...”“พระองค์อาจทรงเบื่อหน่ายและไม่สนพระทัยฮองเฮา แต่ในเ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status