Share

บทที่ 9

last update Tanggal publikasi: 2026-03-01 19:04:42

ขันทีหนุ่มมองถ้วยทั้งสองอย่างไม่เข้าใจ “ละครหรือพ่ะย่ะค่ะ”

“ใช่ ละครที่มีผู้ชมเป็นหมอยาพิษ”

ซีฮันกระซิบแผนการให้ตงเปียนฟังอย่างละเอียด ทุกคำสั่งถูกกำหนดอย่างแม่นยำราวกับกำลังอธิบายแบบแปลนอาคาร ตั้งแต่ตำแหน่งการยืนของขันที การวางถ้วยชา ไปจนถึงจังหวะที่ต้องเปลี่ยนถ้วย ทุกอย่างต้องตรงเวลาแม้เพียงเสี้ยวอึดใจ ตงเปียนยิ่งฟังก็ยิ่งตื่นตะลึง ฮองเฮาคนใหม่ไม่ได้ต่อสู้ด้วยอารมณ์ แต่ต่อสู้ด้วยการวางหมากทีละก้าว

“จำได้หรือไม่”

“จำได้ทั้งหมดพ่ะย่ะค่ะ”

“ดี เพราะวันนี้ หากผิดเพียงนิดเดียว คนที่ดื่มพิษอาจเป็นข้าจริง ๆ”

ไม่นานหลังจากนั้น ตงเปียนก็ออกไปส่งสารเชิญยู่จินเชียงกุ้ยเฟยมายังตำหนักฮองเฮา โดยแจ้งว่าฮองเฮาประชวรไม่หาย อยากให้กุ้ยเฟยผู้เชี่ยวชาญด้านโอสถมาปรุงยาด้วยตนเอง ข่าวนี้แพร่ไปถึงตำหนักของยู่จินเชียงอย่างรวดเร็ว

ภายในตำหนักหมอยา ยู่จินเชียงกำลังจัดเรียงขวดสมุนไพรอยู่บนชั้นไม้ เมื่อได้ฟังคำเชิญ นางยกยิ้มมุมปาก “ฮองเฮายังไว้ใจข้าอยู่หรือ”

นางกำนัลคนสนิทรีบกล่าว “บางทีพระนางอาจไม่สงสัยเพคะ”

“ไม่...” ยู่จินเชียงส่ายหน้าเบา ๆ “หลังพิธีถวายพระพร ข้ารู้สึกว่านางเปลี่ยนไป แต่ต่อให้นางสงสัย ก็ไม่มีหลักฐานใดมัดตัวข้า”

นางเปิดหีบไม้ใบเล็ก หยิบห่อยาสมุนไพรออกมาจัดใส่กล่องหยก ก่อนกล่าวเสียงเรียบ “ในเมื่อฮองเฮาอยากดื่มโอสถจากมือข้า ข้าก็จะปรุงให้ดีที่สุด”

ครึ่งชั่วยามต่อมา ยู่จินเชียงเดินเข้าสู่ตำหนักฮองเฮาพร้อมนางกำนัลคนสนิทและกล่องยาไม้หอมสีดำ ซีฮันนั่งอยู่หน้าโต๊ะเตี้ย มีสีหน้าอ่อนล้าแต่ยังสง่างาม เมื่อเห็นอีกฝ่าย นางยิ้มอย่างสุภาพ “กุ้ยเฟยมาถึงแล้ว”

ยู่จินเชียงถวายบังคม “หม่อมฉันได้ยินว่าพระวรกายของฮองเฮายังไม่ฟื้นเต็มที่ จึงรีบมาเพคะ”

“ลำบากเจ้าแล้ว”

“เป็นหน้าที่ของหม่อมฉัน”

ซีฮันผายมือไปยังเตาไฟด้านข้าง “วันนี้ข้าอยากเห็นเจ้าปรุงยาด้วยตนเอง จะได้สบายใจ”

ยู่จินเชียงนิ่งไปเพียงชั่วขณะ ก่อนยิ้มอ่อน “ย่อมได้เพคะ”

นางเปิดกล่องยา หยิบสมุนไพรออกมาทีละชนิด ทุกการเคลื่อนไหวดูชำนาญและงดงามราวกับศิลปินกำลังสร้างผลงาน ตงเปียนยืนมองเงียบ ๆ ส่วนซีฮันจดจำทุกขั้นตอนอย่างละเอียด ยู่จินเชียงต้มยาอยู่เกือบครึ่งชั่วยาม กลิ่นสมุนไพรหอมอบอวลไปทั่วตำหนัก เมื่อยาพร้อม นางรินลงในถ้วยกระเบื้องสีขาวแล้วยกมาถวายด้วยสองมือ

“เชิญฮองเฮาเสวยเพคะ”

ซีฮันรับถ้วยมาอย่างสงบนิ่ง นางยกขึ้นช้า ๆ เป่าลมเบา ๆ แล้วหันไปถาม “กุ้ยเฟย เจ้าปรุงโอสถมานานกี่ปีแล้ว”

“ตั้งแต่ยังอยู่จวนบิดาเพคะ”

“เช่นนั้น เจ้าคงมั่นใจในฝีมือตัวเองมาก”

“หม่อมฉันไม่กล้าชมตนเอง แต่ไม่เคยทำให้ผู้ใดผิดหวัง”

“ดี”

ซีฮันยกถ้วยขึ้นแตะริมฝีปาก ทุกสายตาจับจ้องอยู่ที่นาง ยู่จินเชียงเองก็เฝ้ามองอย่างไม่กะพริบ ในจังหวะนั้น ตงเปียนแสร้งสะดุดชายพรมจนถาดผลไม้หล่นลงพื้น เสียงกระเบื้องแตกดังลั่น นางกำนัลหลายคนตกใจรีบวิ่งเข้าไปช่วยเก็บ

ซีฮันวางถ้วยลงบนโต๊ะทันทีเหมือนถูกเสียงรบกวน ขณะเดียวกันตงเปียนรีบเข้ามาคุกเข่าขออภัย พร้อมยื่นผ้าเช็ดมือถวายฮองเฮา ในชั่วอึดใจที่ทุกคนหันไปมองเศษผลไม้บนพื้น ตงเปียนใช้แขนเสื้อบังสายตาแล้วสับเปลี่ยนถ้วยทั้งสองใบอย่างแนบเนียน

ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วจนไม่มีผู้ใดสังเกต แม้แต่ยู่จินเชียง

ซีฮันรับถ้วยใบใหม่ขึ้นมา ดื่มเพียงปลายริมฝีปากแล้ววางลง ก่อนกล่าวยิ้ม ๆ “รสชาติไม่เลว สมกับเป็นฝีมือกุ้ยเฟย”

ยู่จินเชียงแอบถอนหายใจ นางคิดว่าทุกอย่างผ่านไปแล้ว

ซีฮันหันไปยังนางกำนัลคนสนิทของยู่จินเชียง “เมื่อครู่เจ้าช่วยกุ้ยเฟยต้มยาด้วยใช่หรือไม่”

นางกำนัลรีบคุกเข่า “เพคะ”

“เจ้าคงเหนื่อย”

ซีฮันยิ้มอ่อน “ตงเปียน ยกโอสถที่เหลือให้นางดื่มบำรุงเสีย อย่าให้เสียของ”

ทันทีที่ได้ยินคำสั่ง สีหน้าของยู่จินเชียงเปลี่ยนไปเพียงเสี้ยววินาที “เหนียงเหนียง...โอสถนี้ปรุงตามพระธาตุของพระองค์ เกรงว่าจะไม่เหมาะกับผู้อื่นเพคะ”

ซีฮันหันไปมองอย่างสงสัย “อ้าว เมื่อครู่เจ้าบอกว่าเป็นโอสถบำรุงมิใช่หรือ หากเป็นยาบำรุง เหตุใดคนอื่นจึงดื่มไม่ได้”

“คือ...”

ยู่จินเชียงชะงัก นางไม่อาจหาคำอธิบายที่สมเหตุสมผลได้

ซีฮันหัวเราะเบา ๆ “ไม่เป็นไร ดื่มเพียงน้อยก็พอ”

ตงเปียนรับถ้วยที่เหลืออยู่แล้วเดินไปส่งให้นางกำนัลของยู่จินเชียง หญิงสาวไม่กล้าปฏิเสธ เพราะฮองเฮาเป็นผู้ประทาน นางจึงยกถ้วยขึ้นดื่มจนหมด บรรยากาศเงียบลงอย่างประหลาด

ผ่านไปเพียงไม่กี่อึดใจ นางกำนัลผู้นั้นเริ่มมีสีหน้าซีดเผือด มือสั่นจนถ้วยตกแตกกับพื้น ร่างทั้งร่างโงนเงน ก่อนใช้มือกุมหน้าอกแน่น

“อึก...”

ยู่จินเชียงเบิกตากว้าง “เสี่ยวอิง!”

หญิงสาวทรุดลงกับพื้น เลือดสีคล้ำไหลออกจากมุมปาก ร่างกายชักกระตุกอย่างรุนแรง เสียงร้องตกใจดังขึ้นทั่วตำหนัก ตงเปียนรีบถอยมายืนข้างฮองเฮา ขณะที่เหล่านางกำนัลแตกตื่นวิ่งเข้ามาดูอาการ

ซีฮันลุกขึ้นช้า ๆ มองภาพตรงหน้าอย่างสงบนิ่ง ดวงตาหงส์ฉายแววเย็นเยียบ นางไม่ได้พูดแม้แต่คำเดียว แต่สายตาที่ทอดลงบนยู่จินเชียงทำให้หญิงหมอยารู้สึกเหมือนถูกมือที่มองไม่เห็นบีบคอไว้แน่น

ยู่จินเชียงหน้าซีด ดวงตาเต็มไปด้วยความตกใจ เพราะโอสถที่นางนำมาวันนี้ควรเป็นเพียงยาบำรุงธรรมดา แต่เหตุใดคนของตนจึงล้มลงด้วยอาการคล้ายได้รับพิษ

ซีฮันก้มมองนางกำนัลที่นอนแน่นิ่ง ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“กุ้ยเฟย...ดูเหมือนโอสถของเจ้าจะมีปัญหาเสียแล้ว”

บททดสอบพิษ

เสียงกรีดร้องของนางกำนัลดังสะท้อนอยู่ทั่วตำหนักฮองเฮา ร่างของเสี่ยวอิง นางกำนัลคนสนิทของยู่จินเชียงกุ้ยเฟย นอนชักกระตุกอยู่บนพื้นหินอ่อน เลือดสีคล้ำไหลออกจากมุมปากอย่างต่อเนื่อง ขันทีและนางกำนัลต่างแตกตื่น บางคนรีบวิ่งไปตามหมอหลวง บางคนยืนตัวแข็งด้วยความหวาดกลัว ไม่มีผู้ใดคาดคิดว่าโอสถที่ยู่จินเชียงเป็นผู้ปรุงต่อหน้าทุกคนจะทำให้คนดื่มล้มลงเช่นนี้

ยู่จินเชียงรีบคุกเข่าลงข้างนางกำนัลของตน มือสั่นขณะจับชีพจร สีหน้าซีดเผือดจนแทบไร้เลือด “เป็นไปไม่ได้...เป็นไปไม่ได้...โอสถนี้ไม่มีพิษ”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 98

    ซีฮันโยนสมุดสองเล่มข้ามกองไฟ ตงเปียนรับไว้ได้ แต่เมื่อจะโยนม้วนสุดท้าย เพดานด้านข้างก็พังลงมาอีกส่วน นางต้องกระโดดหลบ เศษไม้ร่วงขวางทางจนมองไม่เห็นคนฝั่งตรงข้าม ควันดำหนาทึบทำให้หายใจลำบาก ซีฮันก้มต่ำ คลานไปยังผนังด้านเหนือ หวังหาช่องระบายอากาศตามที่ผู้ดูแลบอก แต่ไฟได้ลามถึงโครงไม้รอบห้องแล้ว เสียงตะโกนจากภายนอกดังขึ้นไกล ๆ นางจำพระสุรเสียงนั้นได้ทันที“ซีฮัน!”ฮ่องเต้มาถึงแล้ว นางพยายามตอบ แต่ควันทำให้ไอจนไม่มีเสียง ด้านนอก ฮ่องเต้เฉียนหลงเสด็จมาถึงพร้อมทหารรักษาพระองค์ เมื่อเห็นหอเอกสารถูกไฟกลืน พระพักตร์ก็เปลี่ยนทันที“ฮองเฮาอยู่ที่ใด”หัวหน้าองครักษ์คุกเข่าลง “ยังอยู่ชั้นสามพ่ะย่ะค่ะ ทางขึ้นถูกไฟตัดขาด”พระองค์คว้าผ้าชุบน้ำจากทหาร “เปิดทาง”หัวหน้าองครักษ์รีบขวาง “ฝ่าบาทเสด็จเข้าไปมิได้ อาคารกำลังจะถล่มพ่ะย่ะค่ะ”“นางยังอยู่ข้างใน!”ฮ่องเต้ผลักเขาออกและก้าวไปทางประตู แต่เสียงแตกสนั่นดังขึ้นจากชั้นบนเสียก่อน หลังคาด้านหนึ่งทรุดตัว ทหารทั้งหมดร้องเตือนและ

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 97

    นางหันไปยังเจ้าหน้าที่ “มีบัญชีสำเนาหรือไม่”“น่าจะอยู่ชั้นสามพ่ะย่ะค่ะ เป็นทะเบียนกลางของเอกสารลับทั้งหมด”ซีฮันตัดสินใจขึ้นไปทันที ตงเปียนตามหลังอย่างกังวล“เหนียงเหนียง ฝ่าบาทมีรับสั่งว่าหากพบสิ่งผิดปกติให้เสด็จออกทันทีนะพ่ะย่ะค่ะ”“เราพบเอกสารหาย ไม่ใช่คนร้าย”“แต่นี่อาจเป็นสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการให้พระองค์พบ”ซีฮันหยุดชั่วครู่ คำเตือนนั้นมีเหตุผล ทว่าในเวลาเดียวกัน เสียงโลหะกระทบพื้นก็ดังมาจากชั้นล่าง ตามด้วยเสียงคนตะโกน“จับเขาไว้!”เสียงฝีเท้าวิ่งวุ่นวายขึ้นทันที หัวหน้าองครักษ์หันไปสั่ง“คุ้มครองฮองเฮา!”องครักษ์สองนายยืนปิดทางบันได ขณะที่อีกกลุ่มวิ่งลงไปด้านล่าง ซีฮันก้าวไปชะโงกมองผ่านราวไม้ เห็นชายในชุดคนส่งน้ำผลักทหารออกแล้ววิ่งไปทางประตูหลัง เขาถือไหดินเผาใบหนึ่งไว้ในมือก่อนจะถูกจับ ชายผู้นั้นขว้างไหเข้าใส่กองเอกสารข้างผนัง ไหแตกกระจาย ของเหลวที่มีกลิ่นฉุนไหลกระจายไปทั่วพื้น ตงเปียนร้องขึ้น“น้ำมัน!”

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 96

    ซีฮันกล่าวเสริม“ตรวจคนส่งน้ำ คนครัว และช่างซ่อมทั้งหมดด้วย คนของตระกูลเข่ออาจมิได้สวมชุดขุนนางหรือองครักษ์”ตงเปียนรับคำแล้วรีบออกไป ฮ่องเต้มองนางอยู่ครู่หนึ่ง“คืนนี้เจ้าไม่ต้องไปหอเอกสาร”ซีฮันเลิกคิ้ว“เหตุใดเพคะ”“เพราะอาจเป็นกับดัก”“ยิ่งเป็นกับดัก หม่อมฉันยิ่งควรเห็นด้วยตนเองว่าอีกฝ่ายต้องการทำลายสิ่งใด”“เราไม่ได้ขาดเจ้าหน้าที่”“แต่พวกเขาไม่รู้ว่ากำลังค้นหาอะไร”ฮ่องเต้ขมวดพระขนง“แล้วเจ้ารู้หรือ”“ยังไม่รู้ทั้งหมดเพคะ แต่หม่อมฉันรู้เส้นทางของคดีนี้ตั้งแต่เสบียงหายไปจนถึงการวางยาร่างเดิม บางครั้งเอกสารที่ดูไม่เกี่ยวข้องอาจเป็นชิ้นส่วนสำคัญที่สุด”พระองค์เงียบไปซีฮันจึงกล่าวต่อ“ฝ่าบาททรงบอกว่าจะเริ่มมองหม่อมฉันให้ดีตั้งแต่วันนี้ เช่นนั้นก็ควรทรงเห็นว่าหม่อมฉันไม่ใช่สตรีที่จะยอมนั่งรออยู่ในตำหนัก ขณะที่หลักฐานกำลังตกอยู่ในอันตราย”ฮ่องเต้ถอนพระทั

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 95

    ฮ่องเต้ไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ เขาจึงกล่าวต่อ“ฝ่าบาททรงเชื่อว่าจับกระหม่อมแล้ว ทุกอย่างจะสิ้นสุดหรือพ่ะย่ะค่ะ”ซีฮันหรี่ตาลง “เจ้าหมายความว่าอย่างไร”เข่อหยวนฉิงยิ้ม “บางเรื่องใหญ่เกินกว่าจะอยู่ในมือคนคนเดียว บางเอกสาร ต่อให้ค้นทั้งจวนก็ไม่มีวันพบ”หัวหน้าองครักษ์เข้าจับแขนเขา ชายชราไม่ขัดขืน เพียงหันมามองซีฮันเป็นครั้งสุดท้าย“เหนียงเหนียงทรงชนะในท้องพระโรงวันนี้ แต่หากเอกสารชิ้นนั้นถูกเปิดเผย ผู้ที่พังทลายอาจไม่ใช่ตระกูลเข่อเพียงฝ่ายเดียว”ซีฮันก้าวเข้ามา “เอกสารอะไร”เข่อหยวนฉิงหัวเราะโดยไม่ตอบ องครักษ์จึงลากตัวเขาออกจากท้องพระโรง ท่ามกลางสายตาของขุนนางทั้งราชสำนักเมื่อประตูใหญ่ปิดลง ฮ่องเต้ก็มีรับสั่งให้จับผู้เกี่ยวข้องตามรายชื่อทั้งหมด บางคนถูกควบคุมตัวในทันที บางคนถูกถอดตราประจำตำแหน่ง และบางคนถูกสั่งห้ามออกจากจวนจนกว่าการสอบสวนจะสิ้นสุด การประชุมใหญ่จบลงด้วยความโกลาหล แต่ซีฮันกลับไม่ได้รู้สึกโล่งใจ นางยืนมองเอกสารบนโต๊ะ ความคิดวนเวียนอยู่กับคำพูดสุดท้ายของเข่อหยวน

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 94

    พระองค์พยักหน้าให้หัวหน้าองครักษ์ ชายผู้นั้นก้าวออกมาและถวายรายงาน“หน่วยลาดตระเวนพบค่ายจริงพ่ะย่ะค่ะ มีทหารประมาณสองพันสามร้อยนาย อาวุธครบมือ และมีเสบียงประทับตราคลังหลวงอยู่ภายใน”เสียงแตกตื่นดังขึ้นทั่วท้องพระโรง“ผู้บัญชาการค่ายคือใคร” ฮ่องเต้ถาม“ชายชื่อเข่ออวี้ เป็นญาติห่าง ๆ ของท่านเสนาบดีใหญ่ และเคยถูกแจ้งว่าเสียชีวิตในสงครามเมื่อห้าปีก่อนพ่ะย่ะค่ะ”ซีฮันหันไปมองเข่อหยวนฉิง“คนตายกลับมีชีวิตและคุมทหารสองพันคน เจ้ายังจะบอกว่าไม่รู้หรือ”เข่อหยวนฉิงกำแผ่นป้ายงาช้างแน่น“ตระกูลเข่อมีสมาชิกมากมาย กระหม่อมไม่อาจรับผิดชอบการกระทำของทุกคน”“แต่เงินที่ใช้เลี้ยงค่ายมาจากบัญชีของคนดูแลทรัพย์สินจวนเจ้า”“คนผู้นั้นอาจทรยศ”“ตราผ่านทางเป็นตราส่วนตัวของเจ้า”“อาจถูกปลอม”“คำสั่งขนเสบียงเขียนด้วยรหัสที่ใช้ในจวนเจ้า”“ผู้ใดในจวนก็รู้รหัสได้”เขายังคงปฏิเสธทุ

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 93

    ฮ่องเต้ถาม “แล้วเหตุใดบัญชีทางการจึงระบุว่าของถึงครบ”เจ้าหน้าที่กรมคลังมองตราประทับบนเอกสาร“เพราะมีการใช้ตราของหน่วยทหารปลายทางประทับรับแทนพ่ะย่ะค่ะ”ตงเปียนนำตราปลอมหลายชิ้นออกจากหีบ วางลงบนถาดทอง เจ้าหน้าที่กรมพิธีการตรวจดูอย่างละเอียด“ตราเหล่านี้เลียนแบบตราทหารหลายกองได้เกือบสมบูรณ์ แม้รายละเอียดตรงขอบจะแตกต่างเล็กน้อย แต่หากไม่ตรวจเทียบกับตราจริงย่อมดูไม่ออกพ่ะย่ะค่ะ”ซีฮันกล่าว“ช่างผู้แกะตราสารภาพว่าได้รับคำสั่งผ่านรองเสนาบดีกรมพิธีการ”สายตาทุกคู่หันไปยังรองเสนาบดีผู้นั้น ชายวัยกลางคนหน้าซีดลง เขารีบคุกเข่า“กระหม่อมถูกใส่ร้ายพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมไม่เคยสั่งให้ผู้ใดแกะตราทหาร”“นำพยานเข้ามา”สิ้นรับสั่งของฮ่องเต้ องครักษ์ก็นำชายชราคนหนึ่งเข้าท้องพระโรง เขาคือช่างแกะตราที่ถูกจับก่อนหลบหนี ชายชราคุกเข่าลง ตัวสั่นเทา“กระหม่อมถวายพระพรฝ่าบาท”ฮ่องเต้ตรัส “ผู้ใดสั่งเจ้าแกะตรา”ช่างแกะตราชี้ไปยังรอ

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 5 ฉันไม่ใช่...คนเดิม

    เสียงนั้นลั่นเสียดทะลุเข้าไปในโสตประสาทของเฉียนหลงขณะหมอหลวงรีบเข้าไปนั่งคุกเข่าแทบพระบาท ฮ่องเต้ทรงถามขึ้นทั้งที่ไม่ได้หันมองหน้าเพราะมัวแต่จ้องภาพเบื้องหลังฮองเฮาที่กรีดร้องลั่นอยู่กับสระน้ำไม่ต่างอะไรจากคราแรกก่อนนางสิ้นชีพจร“นี่มันเกิดอะไรขึ้น...นางเป็นอะไร...ข้าถามว่าฮองเฮาเป็นอะไร!”“หม่อมฉัน

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 4 ฟื้นจากความตาย

    ว่าแล้วก็ผละเดินไปอีกทาง ขณะนั้นเซียวจื่อเฟยเข้ามายืนข้างยู่จินเซียงกุ้ยเฟยและถามว่า“ท่านพี่เข่อชิงว่าเช่นไรบ้างคะ”ยู่จินเซียงเหยียดปากออกก่อนตอบ “จะว่าเช่นไร นางก็คิดว่าตัวเองฉลาดหลักแหลมที่สุดนั่นอย่างไร...หึ! ถือว่าตัวเองเป็นอัครมเหสีรองทีมีเพียงตำแหน่งเดียว แต่คงลืมไปแล้วว่าฮ่องเต้ยังมีมเหสีรอ

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 3 สิ้นฮองเฮา

    “ว่ายังไงนะท่านองครักษ์ ฟ้าผ่าที่ตำหนักของฮองเฮาเช่นนั้นรึ”“ใช่...ข้าให้ทหารตามไปดูแล้ว ข้าเห็นกับตา เมื่อครู่นี้สายฟ้าฟาดลงมาที่ตำหนักของฮองเฮาน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก”“นี่มันเกิดอาเภทอะไรกัน ฮองเฮาทรงประชวรหนักแล้วยังจะมีเรื่องร้าย ๆ เช่นนี้อีกรึ”“ข้าว่าเรารีบไปที่ตำหนักของฮองเฮากันเถิด”“เดี๋ยวท่า

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 2 เหตุอาเพศ

    “พระนางอาจต้องการกำลังใจ นี่อาจเป็นอาการของผู้กำลังเรียกร้องหากำลังใจก็เป็นได้”พอได้ยินหมอหลวงกล่าวเช่นนั้นขันทีตงเปียนก็ทำสีหน้าครุ่นคิดก่อนดวงตาฉายประกายนึกได้“เช่นนั้นแล้วข้าต้องรีบไปเข้าเฝ้าฮ่องเต้”“ด้วยเหตุผลอันใด ในเมื่อท่านก็รู้นี่ว่า...”“พระองค์อาจทรงเบื่อหน่ายและไม่สนพระทัยฮองเฮา แต่ในเ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status