LOGINมีใครไม่รู้บ้างว่าในโลกยุคนี้ความงามของสตรีนั้นเป็นภัย ถึงนางจะผอมแห้งแรงน้อยเช่นนี้ แต่ก็ดูออกว่าในอนาคตต้องกลายเป็นหญิงงาม จะไม่งามได้อย่างไรก็ในเมื่อทั้งมารดาและบิดาล้วนเป็นเอกในแผ่นดินนี้
สำรวจใบหน้าของตนเองผ่านเงาในอ่างน้ำเรียบร้อยแล้วตะกร้าหวายขนาดพอดีตัวก็ถูกนางแบกขึ้นหลัง นางจำตำรับยาชนิดหนึ่งได้จากการไปค้นหาในไป๋ตู้โดยบังเอิญ เรียกว่าซุปสมุนไพรสี่สุภาพบุรุษ มีตัวยาง่าย ๆ สี่ชนิด มีวิธีการทำที่ไม่ยุ่งยากแค่เพียงไม่กี่ขั้นตอนเท่านั้น แต่กลับได้ผลดียิ่งนัก ถ้ามารดาของนางได้ดื่มเป็นประจำร่างกายจะต้องกลับมาแข็งแรงเช่นเดิมเป็นแน่
อันที่จริงตัวยาพวกนั้นหาซื้อได้ง่าย ๆ ด้วยเงินจำนวนหนึ่งแต่เป็นเพราะเงินที่มีอยู่ต้องเจียดเป็นค่าข้าวสารและเนื้อสัตว์สำหรับฤดูหนาวที่ใกล้เข้ามานี้ หากนางไม่เร่งรีบบำรุงร่างกายของมารดาเสียตั้งแต่ตอนนี้ เกรงว่าท่านแม่จะอยู่ไม่พ้นสิ้นปี ยิ่งคิดเช่นนั้นหัวใจของเด็กหญิงก็ยิ่งสั่นไหว
เพราะตัวบ้านอยู่ไม่ไกลจากป่าเท่าไหร่นักจึงใช้เวลาไม่นานในการออกเดินทาง เด็กหญิงก้าวขาเล็ก ๆ ของตนเองเดินเข้าไปในป่า โชคดีที่เมื่อเช้ามารดาของนางลุกออกมาทำอาหารเช้าให้นาง ว่านฉีเส้าหนิงจึงมีแรงเหลือเฟือ อาหารที่มารดาทำนั้นล้วนแล้วแต่อร่อย ก็เพราะเหตุนี้นั่นแหละที่ทำให้บิดาของนางหลงรักมารดาจนหัวปักหัวปำอยู่ในช่วงเวลาหนึ่ง
เส้าหนิงอยากให้เป็นเช่นนี้ตลอดไป นางอยากชิมอาหารรสมือของมารดาในทุก ๆ วัน เท่าที่มารดาของนางจะทำไหว เมื่อคิดว่าจะต้องให้นางเอกของเรื่องมีชีวิตอยู่กับนางไปเนิ่นนาน เด็กหญิงก็มีแรงฮึดเดินต่อไม่หวั่นว่าจะเกิดอะไรขึ้นหรือมีอุปสรรคใดก็ตาม
โชคดีที่ท่านลุงท่านตาในหมู่บ้านนี้ล้วนแล้วแต่เอ็นดูนางกันทั้งนั้น ทนคำขอร้องให้สอนวิธีการเดินป่าไม่ไหว ยินยอมทำตาม ตั้งแต่นั้นมาเด็กหญิงก็จดจำทุกรายละเอียดเอาไว้ให้มั่น เมื่อถึงเวลาก็ออกเดินทางตามหาสมุนไพรล้ำค่า
เด็กหญิงใช้เวลาเดินวนอยู่ในป่านานสองนาน สมุนไพรได้มาเต็มตะกร้าขาดแต่สมุนไพรหลักอย่างโสม ขอแค่นางเจอโสมที่อายุมากเสียหน่อยได้ไปสักหลาย ๆ หัว ส่วนหนึ่งไปทำยาให้มารดาดื่ม อีกส่วนหนึ่งนำไปขายที่ร้าน ขายยา ตอนนั้นนางก็จะมีเงิน
เมื่อคิดถึงจำนวนเงินที่จะเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ เด็กหญิงก็มีความหวัง หากนางได้เงินมากหน่อย จะได้ซื้อเนื้อซื้อหมูบำรุงร่างกายของมารดาที่อ่อนแอให้แข็งแรง จากนี้ไปจะได้ใช้ชีวิตสองคนแม่ลูกกันอย่างมีความสุข
“ท่านเจ้าป่าเจ้าเขา ช่วยเด็กกตัญญูที่น่าสงสารเช่นข้าด้วยเถิด” ไม่รู้ว่าธรรมเนียมของโลกนี้เป็นเช่นไร นางจึงได้แต่ทำตามธรรมเนียมของโลกที่นางเคยใช้ชีวิตอยู่ ยกมือขึ้นพนม พร้อมกับอธิษฐานขอพร
“ขอให้พี่ โสมทั้งหลายปรากฏตัวให้ข้าเห็นด้วยเถิด”
ในระหว่างที่กำลังคิดอธิษฐานสายตาก็หันไปเห็นเส้นทางที่ไม่ได้ถูกทำสัญลักษณ์เอาไว้ จำได้ว่าท่านลุงท่านอานายพรานสั่งห้ามเด็ดขาด ห้ามเข้าไปในพื้นที่ที่ยังไม่ได้รับการสำรวจ เด็กหญิงหรี่ตาทำท่าทางครุ่นคิด ให้เดาจากทิศทางเส้นทางนั้นน่าจะเป็นส่วนของสุสาน นั่นคงเป็นสาเหตุที่ท่านลุงท่านอาทั้งหลายไม่ยอมไปสำรวจมันเสียที แสดงว่าเส้นทางนั้นจะต้องมีของดีหายากที่ไม่เคยถูกสำรวจมาก่อนแน่ ๆ
เมื่อคิดได้เช่นนั้น ก็เงยหน้ามองท้องฟ้าและพบว่าน่าจะยังเป็นเวลาเที่ยง น่าเสียดายที่ในโลกนี้ไม่มีสิ่งบอกเวลาที่เรียกว่านาฬิกา เด็กหญิงจึงจำเป็นต้องกะเวลาเอาไว้ให้ชัดเจน ในมือกำเสียมเอาไว้ให้มั่น สองขาเล็ก ๆ ก้าวไปยังเส้นทางนั้นโดยไม่ลังเล
ผ่านไปหลายเดือนแล้ว เส้าหนิงคิดไม่ผิดจริง ๆ ที่หยุดพักอยู่ที่นี่ ไม่น่าจะมีใครคาดคิดว่าพวกนางจะมาอยู่ที่นี่ ผู้คนในหมู่บ้านเปลี่ยนหน้าเปลี่ยนตาไปหมดแล้วไม่เหลือผู้คนที่นางเคยรู้จักอีกต่อไป เล่ออี้จิน เมื่อได้พักเหนื่อยจากการเดินทางรอนแรม ช่วงหลังก็กลับมาแข็งแรง ซ้ำยังมีแรงช่วยนางทำนั่น ทำนี่ไม่หยุด เมื่อได้รู้ว่าที่นี่คือบ้านของอดีตสหายความเครียดของนางก็น้อยลง อย่างน้อยก็ให้ความรู้สึกเหมือนได้อยู่ใกล้ชิดกับเพื่อนที่จากไปเช้าวันนี้ก็เหมือนเช่นทุกวันนางเข้าครัวต้มยาสมุนไพรทำการค้า รอเก็บเงินและทรัพย์สินให้ได้อีกสักหน่อยจึงจะพาเล่อฮูหยินกลับเมืองหลวง จากประสบการณ์ของนางที่ผ่านมาทำให้เส้าหนิงไม่สามารถไว้ใจใครได้อีก ผู้คนที่นางเคยคิดว่าเป็นห่วงเป็นใยนางที่สุดและใกล้ชิดนางที่สุดอย่างต้วนเต๋อชิงยังลงมือทรยศนางได้ลงคอเส้าหนิงอยู่ที่นี่แทบไม่รู้ข่าวสารบ้านเมืองหรือเรื่องราวใด ๆ เลย ทั้งเมืองคล้ายกับถูกตัดขาดออกจากโลกภายนอก เมืองที่นางอยู่ในตอนนี้ ไม่ใช่ทางผ่านสำหรับไปที่ไหน ไม่ใช่เมืองการค้าที่สำคัญ ผลกระทบของสงครามจึงไม่ค่อยส่งผลอะไรต่อความเป็นอยู่ของชาวบ้านที่นี่มากนัก
เมืองที่ถูกเอ่ยถึงคือเมืองที่เล่อฮวาหยวนเพิ่งจะผ่านไปเมื่อราวสองเดือนก่อน ทันทีที่อ่านทุกอย่างจนจบ แม่ทัพหนุ่มก็ละทิ้งทุกอย่างสวมเสื้อคลุม กระโดดขึ้นอาชาสีขาวคู่ใจ“ท่านแม่ทัพจะไปไหน” จงอี้เหิงเอาตัวเข้าไปขวางไว้“รองแม่ทัพจงอี้เหิงฟังคำสั่ง ในระหว่างที่ข้าไม่อยู่ที่นี่ทุกอย่างให้ท่านบัญชาการจนกว่าข้าจะกลับมา” เล่อฮวาหยวนประกาศก้องเสียงดังก้อง ทหารนายกองทุกคนมองหน้ากันเลิ่กลั่กครู่หนึ่งจงอี้หยางกุนซือที่เพิ่งจะรับรู้เรื่องราว ก็วิ่งออกมาหารองแม่ทัพผู้เป็นน้องชาย“เกิดอะไรขึ้น”“จะมีอะไรได้ล่ะ ได้รับจดหมายของชินอ๋อง ที่ส่งมาเมื่อสองเดือนที่แล้ว ว่าพบเบาะแสของฮูหยิน ท่านแม่ทัพเลยรีบออกไปตามหา”“ฮูหยิน!!! ว่านฉีเส้าหนิงน่ะเหรอ” หลางหลินเหยาที่ตั้งใจต้มน้ำแกงบำรุงกำลังให้กับท่านแม่ทัพถึงกับหน้าถอดสี“คุณหนูหลิน” ทั้งสองคนทักทาย“ไม่ใช่ว่านางตายไปแล้วเหรอ” หลางหลินเหยาไม่คิดว่าสุดท้ายทุกคนจะเจอเบาะแสของสตรีผู้นั้น นางเป็นบุตรสาวเจ้าเมืองหลินโจว ที่ถ
ผ่านมาแปดเดือนแล้วนับตั้งแต่ที่เขาแยกจากเส้าหนิง ทุกอย่างในราชสำนักกำลังกลับเข้าสู่สภาวะสงบสุข ราชบัลลังก์ได้ว่านฉีปาเป็นผู้ปกครองโดยองค์หญิงใหญ่ถูกแต่งตั้งให้เป็นอัครมหาเสนาบดีหญิงคนแรกของแผ่นดิน คอยเคียงข้างน้องชายให้คำปรึกษาทุกสิ่งทุกอย่างที่นางรู้หลังจากจัดการทุกอย่างเสร็จสิ้นแล้ว ทั้งเขาและว่านฉีชินอ๋องก็เร่งรีบไปพบนางที่เป่ยโจวในทันที แต่หาได้พบตัวของเล่ออี้จินและว่านฉีเส้าหนิงไม่ แต่กลับพบศีรษะและร่างขององครักษ์ประจำตัวเล่ออี้จินถูกแยกออกเป็นส่วน ๆ ทั้งเขาและบิดาของนางใช้อำนาจทั้งหมดที่มีประกาศตามหานางแต่ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่พบ เจ้าเมืองเป่ยโจวเองก็ช่วยตามหาอยู่เนือง ๆ เช่นกันแต่กระนั้นเพราะทุกอย่าง เพิ่งผ่านภาวะสงครามมาหมาด ๆ ทำให้ไม่ว่าจะเรื่องใดก็ยากลำบากไปเสียหมดเล่อฮวาหยวนจนปัญญาแล้ว แต่ก็ไม่มีวันไหนที่เขาจะหยุดตามหานาง นอกจากนั้นแล้วการขึ้นครองราชย์ใหม่ ๆ ของว่านฉีปา ยังส่งผลกระทบต่อชนกลุ่มน้อยที่อยู่ตามแนวชายแดน ทั้งเขาและว่านฉีอี้แบ่งหน้าที่กันไปคนละทิศหลังจากที่ไม่ได้ดื่มยาลืมเลือนที่หลางซีเยว่เคยให้กินแล้ว ความทรงจำบางอย่าง
ท้ายที่สุดฉีมู่เหยาก็อยากให้เรื่องเช่นนี้จบสิ้นเสียที จึงลงมือสังหารบ่าวไพร่และบุตรชายของนาง รวมถึงลูกอนุภรรยาคนอื่น ๆ ด้วยตัวเอง นางไม่ต้องการให้เมล็ดพันธุ์แห่งความโกรธแค้นชิงชังเติบโตไปมากกว่านี้ ถือเป็นการชดใช้ให้กับเสด็จพ่อผู้ล่วงลับ ฉีหลานเซี่ยหลานรักของนาง รวมถึงซูหยุนหนิงและสรรพชีวิตที่ต้องตายเพราะเขา เมื่อมั่นใจว่าทุกคนไร้ลมหายใจนางจึงจัดการเผาทุกอย่างทิ้ง เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่ให้มีผู้ใดรอดชีวิต“...” ว่านฉีจิ้งกระอักเลือดออกมาอีกกองโต ร่างกายร่วงหล่นจากพระราชบัลลังก์“ไม่ต้องห่วงเพคะฝ่าบาท” พูดจบนางก็ดื่มยาพิษที่เตรียมเอาไว้ “เราสองสามีภรรยาจะไปอยู่ด้วยกัน...ในนรก...นะเพคะ....”ทั้งสองร่างค่อย ๆ หมดลมหายใจอย่างทรมาน ว่านฉีอี้หยางเฟิงฝ่ากองทหารองครักษ์เข้ามาถึงท้องพระโรงได้ ก็พบว่าทั้งคู่สิ้นชีพไปแล้ว ทหารที่เหลืออยู่จึงทิ้งอาวุธและคุกเข่า“เรียนท่านอ๋อง ทั้งสองพระองค์...สิ้นพระชนม์แล้ว” หยางเฟิงจับชีพจรทั้งสองคนว่านฉีอี้เดินเข้าไปที่ศพของพวกเขาทั้งสองคนทีละก้าว และใช้มือปิดตาให
ราชบัลลังก์สีทองที่เขาใฝ่ฝันถึงมานานนับสิบปี ในที่สุดว่านฉีจิ้งก็ได้ครอบครองมันเสียที เขานั่งอยู่บนบัลลังก์ที่ใช้เลือดเนื้อของพี่น้องและครอบครัวแลกมันเพื่อให้ได้มา ผู้คนที่ตายไปแล้วพวกนั้นจะต้องภาคภูมิใจในตัวเขาอย่างแน่นอน“ฝ่าบาท ต้องหนีแล้วพ่ะย่ะค่ะ” ซุนกงกงคิดไม่ถึงว่าช่วงเวลาแห่งความสุขจะน้อยถึงเพียงนี้ ผ่านไปไม่กี่เดือนเท่านั้น ทหารกบฏก็สามารถรวบรวมกำลังพลได้อย่างรวดเร็วถึงเพียงนี้“ข้าไม่ไป ข้าเป็นเจ้าของบัลลังก์นี้ มีสิทธิ์โดยชอบธรรม” ว่านฉีจิ้งไม่คิดจะหนีไปไหนอย่างแน่นอนทุกอย่างมันเป็นของเขามาตั้งแต่ต้น เขาแค่ร่นระยะเวลาทุกอย่างให้เร็วขึ้นก็แค่นั้น“ถ้าพระองค์ไม่ไปงั้นกระหม่อมจะไปเอง” พูดไม่ทันขาดคำซุนกงกงก็วิ่งหนีหางจุกตูดหายไปในทันทีเสียงนอกท้องพระโรงดังโหวกเหวกโวยวาย ฉีมู่เหยาเดินเข้ามาโดยที่นางสวมชุดฮองเฮาเต็มยศ ถึงเวลาที่นางจะต้องจัดการคนคนนี้เสียที แม้จะช้าไปสักหน่อยก็ตาม“ฮองเฮา เจ้างดงามมาก” ว่านฉีจิ้งยอมรับว่าทั้งรักทั้งเกลียดนาง แต่ความรู้สึกที่มากที่สุดคือความรัก เขาร
ส่วนหลางซีเยว่นั้นภายหลังได้ไปเปิดเผยความจริงเรื่องที่ให้เล่อฮวาหยวนดื่มยาลืมเลือน เล่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นในชนบทให้กับเขาฟังทั้งหมด จากนั้นก็ตัดสินใจปลิดชีพตัวเองไปแล้ว โชคดีที่เขาทำเช่นนั้นไปเสียก่อนโดยที่ต้วนเต๋อชิงไม่ต้องเหนื่อยออกแรงกำจัดเขาด้วยตัวเอง คนที่ทรยศต่อพ่อบุญธรรมต้องถูกสังหารจนหมด ไม่เช่นนั้นจะเป็นภัยต่อฝ่าบาทหน้าที่ต่อไปของต้วนเต๋อชิงคือการตามหาท่านหญิงน้อยของตน ผู้เป็นอดีตองครักษ์ไม่เชื่อว่าศพที่พบในจวนแม่ทัพจะเป็นนาง เขาเลี้ยงดูนางมาย่อมรู้นิสัยของนางดี มั่นใจว่าหลังจากนี้อีกไม่นานเขาจะต้องหานางเจอ สายข่าวของเขาคาดเดาว่าพวกนางน่าจะหลบหนีไปอยู่ที่เป่ยโจว อดีตองครักษ์จึงตามไปดักรอนางก่อนที่นางจะไปถึงเป่ยโจวร่างกายสูงใหญ่ของอดีตองครักษ์ประทับนั่งอยู่บนหลังม้า สายตาสอดส่องไปยังผู้คนที่อยู่ในขบวนชาวบ้าน เขามั่นใจว่าอย่างไร พวกนางไม่ใครก็ใครต้องหลบอยู่ที่นี่อย่างแน่นอน ก่อนหน้าเขาตามเบาะแสลวงไปจนเจอองครักษ์ประจำตัวของเล่ออี้จิน เมื่อพบว่าไม่ใช่ก็ลงมือสังหารสองคนนั้นไปแล้ว พร้อมกับตัดศีรษะเสียบประจานอยู่ที่ประตูเมือง ไม่เพียงเท่







