Share

8

last update Tanggal publikasi: 2026-07-09 16:40:08

เดาว่าการที่นางหายไปทั้งคืนคงมีเด็กชายที่ตัวร้อนเป็นไฟเป็นต้นเหตุแน่ ๆ จึงไม่ได้บ่นอะไรให้มากความ แค่นางกลับมาอย่างปลอดภัยซูหยุนหนิงก็คลายกังวล

“ท่านพาเขาเข้าไปก่อน ข้าจะไปเอาตะกร้าสมุนไพรที่วางทิ้งเอาไว้” ทันทีที่พูดจบนางก็วิ่งกลับออกไป ปล่อยให้มารดาแบกเด็กชายเข้าไปในบ้านตามลำพัง

ใบหน้าของเด็กชายที่หมดสติถึงจะมอมแมมแต่ก็เกลี้ยงเกลา ดูก็รู้ว่าเป็นคุณชายตระกูลผู้ดี เสื้อผ้าถึงแม้จะสกปรกไปบ้าง แต่คนที่คลุกคลีอยู่ในสังคมชนชั้นสูงมานานเช่นนาง มีหรือจะมองไม่ออกว่าเป็นของดีมีราคา ซูหยุนหนิงที่เพิ่งจะต้มน้ำตั้งใจให้บุตรสาวล้างหน้า เปลี่ยนเป็นช่วยเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้กับเด็กชายที่บุตรสาวของนางเก็บได้

เสื้อผ้าของเด็กชายถูกผลัดเปลี่ยน แม้จะเหนื่อยไปบ้างแต่ก็ดีกว่าให้บุตรสาวของนางเป็นคนทำ ครู่หนึ่งเสียงฝีเท้าเล็ก ๆ ของเด็กหญิงก็วกกลับเข้ามาในตัวบ้าน

“ท่านแม่ พี่ชายเป็นอย่างไรบ้าง”

“หนิงเอ๋อ อย่าเพิ่งเข้ามา แม่เปลี่ยนเสื้อผ้าให้เขาอยู่”

“เอ๊ะ!!” เมื่อได้ยินเช่นนั้นนางจึงค่อย ๆ ถอยกรูดออกไปนอกห้อง “ท่านแม่ งั้นข้าจะไปล้างหน้าล้างตา ต้มสมุนไพรให้ท่านกับพี่ชายดื่ม”

ซูหยุนหนิงไม่ได้กล่าวตอบอะไรไป ครู่หนึ่งทุกอย่างก็กลับมาเงียบสงบอีกครั้ง มีแค่เพียงเสียงของเด็กหญิงที่กำลังทำอะไรสักอย่างเท่านั้น

เด็กหญิงมองเนื้อและไข่ไก่ที่อยู่ในตู้อย่างไม่เชื่อสายตาของตัวเอง ซ้ำยังมีโหลดินเผาอีกหลายใบรวมถึงผักสด ข้าวสารในถังก็เต็มจนเกือบล้น

น้ำตาของว่านฉีเส้าหนิงร่วงอีกรอบ เด็กหญิงวิ่งหน้าตาตื่นกลับเข้าไปในบ้าน

“ท่านแม่!!”

ซูหยุนหนิงที่เช็ดตัวผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าให้กับเด็กชายเสร็จเรียบร้อยแล้ว ออกมาเพราะเสียงเรียกของบุตรสาว

“หนิงเอ๋อ เป็นอะไรไยจึงร้องไห้เช่นนี้”

“ท่านแม่ ข้าวสารเต็มถัง ไหนจะผักสด ไข่ไก่และเนื้อสัตว์ ท่านแม่ ท่านเอาปิ่นไปขายแล้วใช่หรือไม่” เด็กหญิงเงยหน้ามองมารดา

ผู้เป็นมารดาพยักหน้าให้กับบุตรสาว “ใช่แล้ว แม่ฝากท่านลุงจางที่เอาฟืนมาส่งให้เป็นประจำ ไปช่วยขายที่ร้านในเมือง” แม้จะเป็นของล้ำค่าดูต่างหน้ามูลค่าหลายตำลึง แต่ถ้ามันช่วยให้นางกับบุตรสาวได้มีกินมีใช้ นางก็สามารถตัดใจได้ง่าย ๆ ของชิ้นนั้นมันไม่สำคัญอีกต่อไปแล้ว อีกหลายชิ้นก็เช่นกัน

“ตอนที่ข้าเห็นท่านนำไปปักอีกครั้งก็คิดว่าท่านตัดใจไม่ได้เสียอีก” เด็กหญิงฟุบลงกับอกของมารดา

“หนิงเอ๋อ จากนี้ไปแม่จะทำของอร่อยให้เจ้ากินทุกวัน แม่จะสอนเจ้าขี่ม้า แม่จะสอนเจ้าปักผ้า แม่จะสอนเจ้าอ่านหนังสือ หนิงเอ๋อ จากนี้ไปอย่าได้ร้องไห้อีกเลย” อ้อมแขนผอมแห้งแต่เต็มไปด้วยไออุ่นของมารดาทำให้เส้าหนิงร้องไห้หนักยิ่งกว่าเดิม

อย่างน้อย ๆ ในเวลานี้มารดาของนางก็มีสติได้ทันเวลา ใช่แล้ว เพราะนางคือนางเอกของโลกใบนี้ ถึงพระเอกจะไม่สนใจไยดีนางอีกต่อไป แต่อย่างไรนางก็คือนางเอกของเรื่องนี้ ร่างกายไม่แข็งแรงแล้วอย่างไร ท่านแม่ของนางเป็นนางเอกที่สุดแสนจะฉลาดเฉลียว

“ท่านแม่ ข้ารักท่านที่สุด”

“เด็กดีแม่ก็รักเจ้า” ซูหยุนหนิงปลอบประโลมบุตรสาวอย่างรักใคร่ นางจะมัวคะนึงหารักที่สลายไปแล้วเพื่อสิ่งใด อ้อมแขนของนางในเวลานี้คือรักที่ไร้ข้อแม้ นางจะสู้ต่อไปเพื่อให้ตนเองนั้นมีชีวิตอยู่นานให้เท่าที่จะนานได้ เพื่อเด็กดีคนนี้ เพื่อเด็กดีคนนี้เท่านั้น

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ข้าเป็นบุตรสาวของนางเอกที่ถูกทอดทิ้ง   104

    มือข้างหนึ่งของเล่อฮวาหยวนจับต้นคอของนางเอาไว้ อีกข้างรั้งเอวนางให้นางมานั่งทาบทับอยู่บนตัวเขา ร่างกายของนางสั่นเทา ดูคล้ายกับกระต่ายน้อยตัวเล็ก ๆ ที่กำลังอยู่ในอาการตื่นตกใจเมื่อเจอสัตว์นักล่า ชายหนุ่มโน้มใบหน้าของนางลงมาจุมพิต ริมฝีปากหยักบดจูบ ช่วงชิงความหอมหวานอย่างหื่นกระหาย เล่อฮวาหยวนขบเม้มริมฝีปากสอดลิ้นเข้าไปละเลียดชิมนางไม่รู้สึกว่าอยากจะขัดขืน นางโตพอและรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อจากนี้ เส้าหนิงยอมให้เขาสัมผัสทุกส่วนของร่างกาย แต่กระนั้นก็อดตื่นเต้นไปกับการเล้าโลมของเขาไม่ได้ วงแขนเรียวเล็กโอบล้อมรอบต้นคอของผู้เป็นสามี สะโพกอิ่มขยับขึ้นไปนั่งทาบทับอยู่บนตักที่มีอวัยวะบางอย่างที่มีขนาดใหญ่โตรออยู่“อืม...” นางส่งเสียงร้องครางออกมาเบา ๆน้ำเสียงหวานใสที่นางส่งเสียงออกมานั้นกระตุ้นความรู้สึกของเล่อฮวาหยวนได้เป็นอย่างดี ริมฝีปากหยักผละออกจากริมฝีปากนุ่มของนาง ลากลิ้นไล่เรื่อยไปที่ใบหูของเส้าหนิงที่เวลานี้เป็นสีแดงระเรื่อ ก่อนจะขยับลงมาที่ต้นคอขบเม้มตีตราสร้างร่องรอยสีกุหลาบทุกการสัมผัส“อาห์...” เสียงรัญจวนของเส้าหนิงดังขึ้นเรื

  • ข้าเป็นบุตรสาวของนางเอกที่ถูกทอดทิ้ง   103

    “ท่านแม่” เล่อฮวาหยวนโอบกอดมารดาใช้เครายาว ๆ ของตนเองถูไถฝ่ามือของนาง“กรี๊ดดด ขนลุก” เล่ออี้จินโวยวาย ส่วนเส้าหนิงได้แต่ยืนอมยิ้ม ดูเหมือนว่าเล่อฮวาหยวนน่าจะนิสัยเหมือนกับแม่ทัพเล่อผู้ล่วงลับเสียมากกว่า ไม่ว่านางจะมองเช่นไรทั้งคู่ก็ไม่คล้ายกับเป็นแม่ลูกกันเลยสักนิด“ท่านมีแรงโวยวายเสียงดังเช่นนี้แสดงว่า ยังแข็งแรงดีสินะ”“ชิ เหม็น!! หนิงเอ๋อลูกสาวข้า พาเขาไปอาบน้ำก่อนเถอะ ส่วนข้าจะไปพูดคุยเล่นไพ่กับพวกป้า ๆ สักหน่อย”“ท่านแม่!! ไม่เคยเห็นท่านเล่นไพ่พวกนั้นมาก่อน” ว่านฉีเส้าหนิงไม่เข้าใจ“นี่ลูกเต่า” เล่ออี้จิน แบมือพร้อมกระชากคอเสื้อของบุตรชายลงมากระซิบกระซาบ ‘ได้เยอะอยู่นาน ได้น้อยกลับเร็ว’ สิ้นเสียงของมารดาเล่อฮวาหยวนก็หยิบเงินให้นางทั้งถุงจนหมดตัว“พรุ่งนี้ค่อยกลับก็ได้นะท่านแม่”เล่ออี้จินหายไปทันทีที่ได้รับถุงเงินของเล่อฮวาหยวน นางออกจากบ้านพร้อมปิดประตูลงกลอนให้เรียบร้อย คราวนี้ดูเหมือนว่าในเร็ว ๆ นี้นางจะได้หลานแล้วกระ

  • ข้าเป็นบุตรสาวของนางเอกที่ถูกทอดทิ้ง   102

    ผ่านไปหลายเดือนแล้ว เส้าหนิงคิดไม่ผิดจริง ๆ ที่หยุดพักอยู่ที่นี่ ไม่น่าจะมีใครคาดคิดว่าพวกนางจะมาอยู่ที่นี่ ผู้คนในหมู่บ้านเปลี่ยนหน้าเปลี่ยนตาไปหมดแล้วไม่เหลือผู้คนที่นางเคยรู้จักอีกต่อไป เล่ออี้จิน เมื่อได้พักเหนื่อยจากการเดินทางรอนแรม ช่วงหลังก็กลับมาแข็งแรง ซ้ำยังมีแรงช่วยนางทำนั่น ทำนี่ไม่หยุด เมื่อได้รู้ว่าที่นี่คือบ้านของอดีตสหายความเครียดของนางก็น้อยลง อย่างน้อยก็ให้ความรู้สึกเหมือนได้อยู่ใกล้ชิดกับเพื่อนที่จากไปเช้าวันนี้ก็เหมือนเช่นทุกวันนางเข้าครัวต้มยาสมุนไพรทำการค้า รอเก็บเงินและทรัพย์สินให้ได้อีกสักหน่อยจึงจะพาเล่อฮูหยินกลับเมืองหลวง จากประสบการณ์ของนางที่ผ่านมาทำให้เส้าหนิงไม่สามารถไว้ใจใครได้อีก ผู้คนที่นางเคยคิดว่าเป็นห่วงเป็นใยนางที่สุดและใกล้ชิดนางที่สุดอย่างต้วนเต๋อชิงยังลงมือทรยศนางได้ลงคอเส้าหนิงอยู่ที่นี่แทบไม่รู้ข่าวสารบ้านเมืองหรือเรื่องราวใด ๆ เลย ทั้งเมืองคล้ายกับถูกตัดขาดออกจากโลกภายนอก เมืองที่นางอยู่ในตอนนี้ ไม่ใช่ทางผ่านสำหรับไปที่ไหน ไม่ใช่เมืองการค้าที่สำคัญ ผลกระทบของสงครามจึงไม่ค่อยส่งผลอะไรต่อความเป็นอยู่ของชาวบ้านที่นี่มากนัก

  • ข้าเป็นบุตรสาวของนางเอกที่ถูกทอดทิ้ง   101

    เมืองที่ถูกเอ่ยถึงคือเมืองที่เล่อฮวาหยวนเพิ่งจะผ่านไปเมื่อราวสองเดือนก่อน ทันทีที่อ่านทุกอย่างจนจบ แม่ทัพหนุ่มก็ละทิ้งทุกอย่างสวมเสื้อคลุม กระโดดขึ้นอาชาสีขาวคู่ใจ“ท่านแม่ทัพจะไปไหน” จงอี้เหิงเอาตัวเข้าไปขวางไว้“รองแม่ทัพจงอี้เหิงฟังคำสั่ง ในระหว่างที่ข้าไม่อยู่ที่นี่ทุกอย่างให้ท่านบัญชาการจนกว่าข้าจะกลับมา” เล่อฮวาหยวนประกาศก้องเสียงดังก้อง ทหารนายกองทุกคนมองหน้ากันเลิ่กลั่กครู่หนึ่งจงอี้หยางกุนซือที่เพิ่งจะรับรู้เรื่องราว ก็วิ่งออกมาหารองแม่ทัพผู้เป็นน้องชาย“เกิดอะไรขึ้น”“จะมีอะไรได้ล่ะ ได้รับจดหมายของชินอ๋อง ที่ส่งมาเมื่อสองเดือนที่แล้ว ว่าพบเบาะแสของฮูหยิน ท่านแม่ทัพเลยรีบออกไปตามหา”“ฮูหยิน!!! ว่านฉีเส้าหนิงน่ะเหรอ” หลางหลินเหยาที่ตั้งใจต้มน้ำแกงบำรุงกำลังให้กับท่านแม่ทัพถึงกับหน้าถอดสี“คุณหนูหลิน” ทั้งสองคนทักทาย“ไม่ใช่ว่านางตายไปแล้วเหรอ” หลางหลินเหยาไม่คิดว่าสุดท้ายทุกคนจะเจอเบาะแสของสตรีผู้นั้น นางเป็นบุตรสาวเจ้าเมืองหลินโจว ที่ถ

  • ข้าเป็นบุตรสาวของนางเอกที่ถูกทอดทิ้ง   100

    ผ่านมาแปดเดือนแล้วนับตั้งแต่ที่เขาแยกจากเส้าหนิง ทุกอย่างในราชสำนักกำลังกลับเข้าสู่สภาวะสงบสุข ราชบัลลังก์ได้ว่านฉีปาเป็นผู้ปกครองโดยองค์หญิงใหญ่ถูกแต่งตั้งให้เป็นอัครมหาเสนาบดีหญิงคนแรกของแผ่นดิน คอยเคียงข้างน้องชายให้คำปรึกษาทุกสิ่งทุกอย่างที่นางรู้หลังจากจัดการทุกอย่างเสร็จสิ้นแล้ว ทั้งเขาและว่านฉีชินอ๋องก็เร่งรีบไปพบนางที่เป่ยโจวในทันที แต่หาได้พบตัวของเล่ออี้จินและว่านฉีเส้าหนิงไม่ แต่กลับพบศีรษะและร่างขององครักษ์ประจำตัวเล่ออี้จินถูกแยกออกเป็นส่วน ๆ ทั้งเขาและบิดาของนางใช้อำนาจทั้งหมดที่มีประกาศตามหานางแต่ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่พบ เจ้าเมืองเป่ยโจวเองก็ช่วยตามหาอยู่เนือง ๆ เช่นกันแต่กระนั้นเพราะทุกอย่าง เพิ่งผ่านภาวะสงครามมาหมาด ๆ ทำให้ไม่ว่าจะเรื่องใดก็ยากลำบากไปเสียหมดเล่อฮวาหยวนจนปัญญาแล้ว แต่ก็ไม่มีวันไหนที่เขาจะหยุดตามหานาง นอกจากนั้นแล้วการขึ้นครองราชย์ใหม่ ๆ ของว่านฉีปา ยังส่งผลกระทบต่อชนกลุ่มน้อยที่อยู่ตามแนวชายแดน ทั้งเขาและว่านฉีอี้แบ่งหน้าที่กันไปคนละทิศหลังจากที่ไม่ได้ดื่มยาลืมเลือนที่หลางซีเยว่เคยให้กินแล้ว ความทรงจำบางอย่าง

  • ข้าเป็นบุตรสาวของนางเอกที่ถูกทอดทิ้ง   99

    ท้ายที่สุดฉีมู่เหยาก็อยากให้เรื่องเช่นนี้จบสิ้นเสียที จึงลงมือสังหารบ่าวไพร่และบุตรชายของนาง รวมถึงลูกอนุภรรยาคนอื่น ๆ ด้วยตัวเอง นางไม่ต้องการให้เมล็ดพันธุ์แห่งความโกรธแค้นชิงชังเติบโตไปมากกว่านี้ ถือเป็นการชดใช้ให้กับเสด็จพ่อผู้ล่วงลับ ฉีหลานเซี่ยหลานรักของนาง รวมถึงซูหยุนหนิงและสรรพชีวิตที่ต้องตายเพราะเขา เมื่อมั่นใจว่าทุกคนไร้ลมหายใจนางจึงจัดการเผาทุกอย่างทิ้ง เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่ให้มีผู้ใดรอดชีวิต“...” ว่านฉีจิ้งกระอักเลือดออกมาอีกกองโต ร่างกายร่วงหล่นจากพระราชบัลลังก์“ไม่ต้องห่วงเพคะฝ่าบาท” พูดจบนางก็ดื่มยาพิษที่เตรียมเอาไว้ “เราสองสามีภรรยาจะไปอยู่ด้วยกัน...ในนรก...นะเพคะ....”ทั้งสองร่างค่อย ๆ หมดลมหายใจอย่างทรมาน ว่านฉีอี้หยางเฟิงฝ่ากองทหารองครักษ์เข้ามาถึงท้องพระโรงได้ ก็พบว่าทั้งคู่สิ้นชีพไปแล้ว ทหารที่เหลืออยู่จึงทิ้งอาวุธและคุกเข่า“เรียนท่านอ๋อง ทั้งสองพระองค์...สิ้นพระชนม์แล้ว” หยางเฟิงจับชีพจรทั้งสองคนว่านฉีอี้เดินเข้าไปที่ศพของพวกเขาทั้งสองคนทีละก้าว และใช้มือปิดตาให

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status