공유

บทที่ 36

last update 게시일: 2026-01-12 07:35:59

นางบอกว่า...นางมาจากโลกอนาคต โลกที่อยู่หลังจากวันนี้ ตอนนี้ ผ่านไปเป็นพันๆ หมื่นๆ ปี

นางบอกว่า...นา
이 작품을 무료로 읽으실 수 있습니다
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요
잠긴 챕터

최신 챕터

  • ข้าเป็นใคร?...อย่ารู้เลยจะดีกว่า   บทที่ 71 จบ

    “เจ้าเล่า”นางพยักหน้า “ข้าอยากมา”“เช่นนั้นข้าพาเจ้ามาดีหรือไม่”“ตกลงตามนี้”“ได้”นางยิ้มจากนั้นคีบบะหมี่เข้าปาก ตอนที่กำลังสูดบะหมี่ก็เอียงหน้ามามองเขา เมื่อเห็นว่าเขามองนางอยู่ก็อมยิ้ม ...นางชอบบรรยากาศที่มีเขาอยู่ข้างๆ หัวใจของนางเต้นเร็วมากทั้งยังรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้สนทนากับเขา กระทั่งตอนผละจากยังรู้สึกอาลัยอาวรณ์อยู่หน่อยๆเทศกาลหยวนเซียว...หน้าจวนตระกูลหยางก็ยังคงเป็นสถานที่เริ่มต้นของร้านรวงและการประดับโคมไฟ อวิ๋นซูเหยานั่งรถม้าอ้อมมาจอดที่หน้าจวนตระกูลหยาง สามพี่น้องตระกูลหยางยืนรอนางอยู่ด้วยรอยยิ้ม “พี่ซูเหยา” หยางหว่านฉิงปักปิ่นแล้ว...“มาเถิด พวกเราไปเดินเล่นกัน” หยางสวินเคอเดินเข้ามาช่วยประคองนางลงจากรถม้า ใบหน้าหล่อเหลาประดับยิ้มอ่อนโยนอยู่เสมอ วันนี้เขาสวมชุดสีดำปักลายปักษากุ๊นขอบสีแดง ดูทั้งเคร่งขรึมและสูงส่งสง่างาม นางสวมชุดสีขาวปักลายบุปผาสีม่วงยิ่งเดินเข้าไปอยู่ข้างเขาก็ยิ่งดูราวกับแสงสว่างที่อยู่เคียงข้างความลึกลับ ถึงอย่างนั้นในยามก้าวเดินชายชุดด้านหน้าที่เสียดสีกัน กลับทำให้ลายปักของคนทั้งสองดูกลมกลืน มองราวกับปักษาที่กำลังบินล้อลมกับมวลบุปผาสีม่วงผู้คนมากม

  • ข้าเป็นใคร?...อย่ารู้เลยจะดีกว่า   บทที่ 70

    แรกลืมตา...นางรู้สึกว่าในหัวว่างเปล่า สาวใช้ตรงหน้าเบิกตามองนางราวกับมองเห็นผี อีกฝ่ายวิ่งออกไปปากก็ตะโกนเสียงดังลั่น “นายท่านคุณหนูฟื้นแล้วเจ้าค่ะ! นายท่าน!” นางกลืนน้ำลายเหนียวลงคอรู้สึกกระหายเหลือเกิน ตอนพยายามประคองตัวเองให้ลุกขึ้นนั่ง ร่างกายนี้กลับอ่อนแรงราวกับไม่อยากจะเชื่อฟังนางเลยสักนิด ตอนหลับตาเพื่อสูดหายใจเข้าดึงสติ ไหล่กลับถูกประคองให้ลุกขึ้น อวิ๋นซูเหยาลืมตาก็พลันสบตาคมดุคู่หนึ่ง เขามองนางจากนั้นช่วยนางให้ลุกพิงหัวเตียง “จิบน้ำหน่อยดีหรือไม่”นางพยักหน้าจากนั้นจ้องมองเขา “ท่าน...เป็นใคร”เขาชะงักไปอย่างเห็นได้ชัด “ข้าแซ่หยาง นามรองเสียงเฟิง หยางสวินเคอ”“แล้วข้า...เป็นใคร?” นางมองไปรอบๆ ดวงตาบ่งบอกถึงความงุนงงสับสน “เกิดอะไรขึ้นกับข้า เหตุใดข้าจึง...”“ดื่มน้ำก่อน” เขาส่งน้ำอุ่นมาจ่อที่ริมฝีปาก นางยอมดื่มโดยดีจากนั้นยังคงจ้องมองเขา“เจ้าแซ่อวิ๋น นามรองเมิ่งเมิ่ง อวิ๋นซูเหยา”“อวิ๋นซูเหยา??”“รู้สึกคุ้นหูบ้างหรือไม่” นางส่ายหน้า “เช่นนั้นแซ่หลินเล่า หลินมู่เซิน คุ้นหูบ้างหรือไม่” นางยังคงส่ายหน้าเขากลับยิ้ม “ไม่เป็นไร เจ้าเพิ่งได้สติอาจใช้เวลาในการฟื้นฟู” เขาลุกขึ้นเมื่อไ

  • ข้าเป็นใคร?...อย่ารู้เลยจะดีกว่า   บทที่ 69

    หลินมู่เซินสวมชุดสีฟ้าปักลายปักษา เรือนผมยาวเกล้ามวยปักปิ่นหยกขาวเรียบๆ ไม่มีกำไล ไม่มีเครื่องประดับอื่น นางเดินเคียงข้างหยางสวินเคอเข้าไปในวังหลวง ตรงไปยังตำหนักเฟิ่งหวงเพื่อเข้าเฝ้าฮองเฮา หลินซีหลินด้วยการสนับสนุนของตระกูลหลินได้ก้าวขึ้นครองบัลลังก์หงส์เคียงข้างมังกรผู้สง่างาม ทั้งความรู้ ความสามารถ ความเฉลียวฉลาด และความดีงาม นางมองศิษย์ของตนที่เติบโตเป็นผู้ใหญ่ ราวกับมองบุตรสาวที่เพิ่งออกเรือนและดูแลผู้คน จากนั้นยิ้มพร้อมลูบหลังมืออีกฝ่าย “อาจารย์...จะกลับหลิงซานแล้ว พวกเจ้าเป็นเช่นนี้ดีมากๆ แล้ว อาจารย์ไม่มีห่วงเรื่องใดทั้งสิ้น” นางมองหลินโม่หลินที่เอาแต่ก้มหน้า “โม่หลิน”“อาจารย์”“หลังจากอาจารย์ขึ้นหลิงซาน เจ้าก็...ออกเดินทางเถิด” เขาเบิกตามองนางอย่างไม่ยินยอม “อาจารย์พานพบกับความเศร้าและการพลัดพรากมามากเกินไป ดังนั้นครั้งนี้อยากเห็นแก่ตัวสักครั้ง ให้อาจารย์ได้อยู่อย่างสงบไม่ต้องทนมองพวกเจ้าโศกเศร้าและร้องไห้ ทำให้อาจารย์ได้หรือไม่”“แต่...”“หลังอาจารย์จากไปสักหนึ่งเดือน อาจารย์จะให้ปราชญ์หยางส่งข่าวมาให้พวกเจ้ารับรู้”เงียบ...นางถอนหายใจ “ไม่โศกเศร้า...ทำไม่ได้หรอก แต่หากรู

  • ข้าเป็นใคร?...อย่ารู้เลยจะดีกว่า   บทที่ 68

    ตอนนี้นางกำลังจะตายแต่อวิ๋นซูเหยากลับยังคงอยู่ นางไม่รู้เลยว่าอีกฝ่ายจะยังอยู่ได้นานเท่าไหร่หากนางจากไป หรือนางจะกลับเข้าไปอยู่ในร่างของอวิ๋นซูเหยา ไม่ก็ทุกอย่างจะจบสิ้นลงไปพร้อมกับตัวนางที่สิ้นใจในร่างของตัวเอง ไม่มีใครบอกได้ ไม่มีใครให้ความมั่นใจหลินมู่เซินคว้ามือของอวิ๋นซูเหยาขึ้นมาลูบเบาๆ ‘อวิ๋นซูเหยา...เจ้าอยู่ที่ใด อยากกลับมาหรือไม่’มองสภาพความเป็นอยู่ของอีกฝ่าย นางตระหนักดีว่าหยางสวินเคอให้ความดูแลดีมาก แม้แต่กลิ่นอันไม่พึงประสงค์ก็ไม่มีสักนิด สาวใช้สามคนอยู่เฝ้าตลอด ในเรือนมีทุกอย่างครบครัน มองออกไปด้านนอกหลินโม่หลินกำลังสนทนาอยู่กับอวิ๋นหยวนที่เพิ่งมาถึง หยางสวินเคอเองก็เดินเข้าไปหาบุรุษทั้งสอง นางกุมมือของอวิ๋นซูเหยาหลับตาถ่ายทอดกำลังภายในของตนให้อีกฝ่าย ‘อวิ๋นซูเหยา เจ้าอยากกลับมาหรือไม่ หากรักษาร่างของเจ้าเอาไว้ เจ้าอยากกลับมาหรือไม่ หากเจ้ากลับมา ตื่นขึ้นมา ข้าจะยินดีเป็นอย่างยิ่ง ให้เจ้าอยู่ต่อไปดีหรือไม่ อยู่เป็นเพื่อนพวกเขา...แทนข้า’นางค่อยๆ ผ่านลมปราณเข้าไปในร่างของอีกฝ่าย ส่งกำลังภายในที่นางฝึกฝนมานับร้อยๆ ปี ส่งทุกอย่างให้เด็กสาวที่นอนแน่นิ่งไม่ได้สติ เพราะจะอย่า

  • ข้าเป็นใคร?...อย่ารู้เลยจะดีกว่า   บทที่ 67

    “รู้แล้วๆ อาจารย์ไปแน่นอน พวกเจ้าออกไปให้หมด” นางมองส่งทุกคนทยอยเดินออกไปจากห้อง กระทั่งนานมากกว่าที่นางจะส่งเสียง “ท่านปราชญ์หยางมีเรื่องสนทนากับข้าหรือ”หยางสวินเคอก้าวออกมายืนที่ขอบประตู เขาไม่ได้ก้าวเข้ามาเพียงยืนมองนางจากจุดนั้น “ข้ามีเรื่องอยากถาม ไม่ทราบว่าแม่นางหลินจะสะดวกหรือไม่”นางขยับตัวก้าวลงจากเตียง ชุดตัวในสีขาวทำให้ชายหนุ่มหันไปมองด้านอื่น เขาส่งเสียงเรียกสาวใช้ให้เข้าไปช่วยหญิงสาวแต่งตัว “ไม่ต้อง ข้าทำเองได้ ท่านไปรอข้าที่โต๊ะในสวนก็แล้วกัน”“ได้” นางมองตามแผ่นหลังของอีกฝ่าย ในใจได้แต่ครุ่นคิดว่าจะทำอย่างไรกับหยางสวินเคอดี การพบกันของนางกับเขาเป็นความผิดพลาด ตั้งแต่แรกนางก็ไม่ควรมีสายสัมพันธ์อันใดกับบุรุษ ไม่ควรมีเรื่องราวของความรักและความรู้สึกเข้ามาเกี่ยวข้อง ความรู้สึกผูกพันรังแต่จะทำให้เจ็บปวดทั้งกับนางและกับเขา หากเป็นเมื่อก่อนนางอาจลังเลเพราะมีเวลาให้ต้องสูญเปล่า รั้งอยู่ข้างกายเขาไม่กี่ปีเขาจากไปนางก็จะโดดเดี่ยวและทุกข์ทน ทว่าตอนนี้ต่างออกไปนางกำลังจะจากไปเป็นเขาเองที่จะต้องเศร้าโศกจากการสูญเสียและพลัดพราก หากเป็นนางที่เคยผ่านเรื่องเหล่านั้นมานับครั้งไม่ถ้วน นา

  • ข้าเป็นใคร?...อย่ารู้เลยจะดีกว่า   บทที่ 66

    หลินมู่เซินกอดปลอบอีกฝ่ายน้ำตาของนางหลั่งริน หญิงสาวเอนศีรษะลงแนบแก้มกับหน้าผากของศิษย์รัก “กรรมใดใครก่อผู้นั้นย่อมต้องรับกรรม แต่ในเมื่อเจ้าอภัยให้เขาแล้วดังนั้นโทษอาจจะลดลงบ้างกระมัง ไม่รู้สิข้าเองก็ยังไม่เคยตาย ไม่รู้ว่าหลังจากตายไป สวรรค์หรือนรกจะรับฟังเสียงของการให้อภัยหรือไม่ แต่อย่างน้อยตอนนี้เจ้าเองก็มิใช่หลุดพ้นแล้วหรอกหรือ เขาเองก็ด้วย”“อาจารย์”“หืม”“จำได้ว่าวันแรกที่ท่านช่วยข้าเอาไว้ ท่านแบกข้าขึ้นเขามา วันนี้ท่านเองก็แบกข้าขึ้นหลังเหมือนวันนั้นเลย ข้าดีใจมาก สุดท้ายแล้วข้าก็ยังได้ขี่หลังท่าน”“ไว้วันหลังข้าแบกเจ้าอีกดีหรือไม่”“ไม่ได้แล้ว อาจารย์ข้าขอโทษ”“ขอโทษเรื่องใดหรือ”“ขอโทษที่ทำเช่นนั้นไม่ได้แล้ว ขอโทษที่ท่านต้องพานพบกับการพลัดพรากอีกแล้ว ข้าพยายามแล้ว อยากอยู่ให้นานอีกหน่อย อยู่เป็นเพื่อนท่าน แม้ไม่ได้อยู่เคียงข้างท่านแต่ตลอดมาก็อยู่แผ่นดินเดียวกัน มีสายสัมพันธ์ที่ท่านหลงเหลืออยู่เอาไว้ให้ท่าน แต่ตอนนี้แม้แต่ข้าก็กำลังจะจากไปทิ้งให้ท่านโศกเศร้าเดียวดายเพียงลำพัง ข้าขอโทษท่านด้วยที่อาจารย์ต้องมาฝังศพของศิษย์อีกคนแล้ว”หลินมู่เซินหลับตาน้ำตาหลั่งริน “ไม่เป็นไร ใค

  • ข้าเป็นใคร?...อย่ารู้เลยจะดีกว่า   บทที่ 17

    หลินอวี้ คุณชายหกจวนแม่ทัพหลิน ปีนี้อายุย่างเข้าเพียงสิบขวบปีทว่ากลับสูงเท่ากับตัวนาง เขาเป็นฝ่ายบอกให้นางจู่โจมก่อนดังนั้น...หลินอีกอดอกมองการเคลื่อนไหวของหญิงสาว หลินฝานยืนเงียบไม่เอ่ยคำ หลินตงกลับกำลังอ้าปากค้าง “นี่มันอะไรกัน พี่ใหญ่ พี่รอง...”หลินเซียวสบถ “เหตุใดนางจึง...”เสียงร้องดังขึ้นเม

  • ข้าเป็นใคร?...อย่ารู้เลยจะดีกว่า   บทที่ 16

    หยางสวินเคอประสานมือคารวะหลินฝานทั้งสองทักทายกัน จากนั้นชายหนุ่มจึงผายมือให้คนทั้งสองออกเดิน “ข้าต้องขออภัยที่ทำให้ทั้งสองคนยุ่งยาก เกรงว่าพวกเขามาด้วยเรื่องเมื่อคืน”“ความจริงข้าเดาได้อยู่ก่อนแล้วว่าตระกูลหยางอาจจะส่งคนมาเพื่ออธิบาย ทว่าข้ากลับไม่คิดว่าพวกเขาจะส่งคนมาหาคุณหนูอวิ๋นก่อน แต่ข้ามาที่น

  • ข้าเป็นใคร?...อย่ารู้เลยจะดีกว่า   บทที่ 15

    “เขาไม่เคยเอ่ยถึง ไม่มีใครเอ่ยถึง”“อ้อ...เช่นนั้นก็น่าเสียดาย บางทีหากข้ารู้ว่าเขาเป็นใคร หากได้พบเขา ความทรงจำของข้าก่อนหน้านี้อาจฟื้นฟู” นางให้รู้สึกเสียดายนัก“เช่นนี้เป็นอย่างไร” หลินฝานเอ่ยขึ้น “บางทีหากคุณหนูอวิ๋นลองประมือกับข้า ข้าหมายถึง...ไม่ได้จริงจัง เป็นการ...แลกเปลี่ยนกระบวนท่า ข้าเพี

  • ข้าเป็นใคร?...อย่ารู้เลยจะดีกว่า   บทที่ 14

    การลักพาตัว...อยู่ๆ ก็จบลงที่เป็นเรื่องเข้าใจผิด อวิ๋นซูเหยาสบตากับหยางสวินเคอเงียบๆ บนรถม้าน้องชายและน้องสาวของเขายังคงขวัญเสีย หยางชวีกอดพี่ชายแน่น ส่วนหยางหว่านฉิงกอดนางพร้อมกับผล็อยหลับไปแล้ว หลินฝานผู้นั้นแท้ที่จริงเป็นถึงแม่ทัพน้อยจวนตระกูลหลิน เขาอาสาเป็นพยานหากหยางสวินเคอต้องการทว่าชายหนุ่ม

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status