Share

บทที่ 36

last update Last Updated: 2026-01-12 07:35:59

นางบอกว่า...นางมาจากโลกอนาคต โลกที่อยู่หลังจากวันนี้ ตอนนี้ ผ่านไปเป็นพันๆ หมื่นๆ ปี

นางบอกว่า...นางไม่แก่ชรา ไม่รู้สาเหตุ

นางบอกว่า...นางคล้ายต้องคำสาป ผู้คนปรารถนาที่จะอยู่ แต่นางไม่ได้เลือกกลับจำต้องอยู่อย่างยาวนาน มันนานมากจนตัวนางจำต้องทนกับการมองเห็นผู้เป็นที่รักค่อยๆ จากไปทีละคนจนสิ้น กระทั่งท้ายที่สุดแล้วไม่แน่ว่าอาจจะหลงเหลือเพียงนางที่เดียวดายบนโลกใบนี้

นางกล่าวว่าหากนางเป็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ เช่นนั้นนางก็เป็นต้นไม้ที่ไม่อาจหยั่งรากลึกลงที่ใดอย่างแท้จริง ด้วยหากนางรั้งอยู่คนรอบข้างจะมีภัย

อาจารย์...ข้าเองหลินซัวเถา ศิษย์ของท่าน เด็กกำพร้าสกปรกมอมแมมที่ท่านเคยเก็บมาเลี้ยง ดูแล สั่งสอน กระทั่งมอบสิ่งที่เรียกว่าครอบครัวให้ ข้าจะปกป้องท่าน ปกป้องแคว้นต้าเยวี่ย จะไม่ทำให้ท่านต้องผิดหวัง หากท่านเห็นบันทึกเล่มนี้ข้าวาดภาพของท่านเอาไว้ อยากมอบให้ท่านเพื่อรำลึกถึงวันวานที่ท่านเคยร่ายรำกระบี่พร้อมกับสวมชุดสีแดงที่ท่านเคยชอบ

ศิษย์คนแรกของท่าน...

...

บางอย่างหยดแหมะลงบนกระดาษ อวิ๋นซูเหยายกมือขึ้นลูบแก้มพบว่านางกำลัง...ร้องไห้!!

หญิงสาวรีบเช็ดน้ำตาจากนั้นปิดบันทึกแล้วสูดจมูก ความผูกพัน ค
Continue to read this book for free
Scan code to download App
Locked Chapter

Latest chapter

  • ข้าเป็นใคร?...อย่ารู้เลยจะดีกว่า   บทที่ 38

    ค่ำคืนนั้นฮั่วหลานจิงออกมาสนทนากับอวิ๋นซูเหยาที่ศาลารับลม เมื่อฮั่วหลานจิงมั่นใจแล้วว่าสหายแตกต่างไปจากคนเดิมเมื่อก่อน นางดีใจมากคว้ามือของหญิงสาวมากุมเอาไว้“เจ้าตอนนี้ดีมากจริงๆ ไม่เป็นคนคิดมาก ไม่ต้องหวาดระแวงว่าตัวเองไม่คู่ควร ไม่เหมาะสม ไม่ต้องคำนึงถึงชื่อเสียงตลอดเวลา ข้าหวังว่าเจ้าจะเป็นเช่นนี้ ทำเพื่อตัวเอง คิดเพื่อตัวเอง ชีวิตของเจ้ามีมากกว่าเพียงแค่อยู่เพื่อจวนของผู้อื่น ลองคิดดูสิหากหลังจากนี้เจ้ามีชีวิตที่สงบสุขราบรื่น หากยังไม่อยากแต่งงานก็อยู่เป็นเพื่อนท่านลุงให้นานอีกนิด หากอยากแต่งงานก็แต่งให้บุรุษที่นิสัยดี เข้าใจเจ้า ปกป้องเจ้า เข้ากับเจ้าและท่านลุงได้...”ไม่รอให้อีกฝ่ายพูดจนจบอวิ๋นซูเหยาก็ถอนหายใจ “พูดอย่างไรก็จะวกกลับมาที่หยางสวินเคอให้ได้เลยหรือ”ฮั่วหลานจิงหัวเราะ “เจ้าลองเอาไปคิดดู บุรุษอย่างท่านปราชญ์หยางมิใช่หาได้ง่ายๆ แม้ข้ากังวลเรื่องบิดาของเขา แต่ดูแล้วคนอย่างท่านปราชญ์หยางน่าจะรับมือบิดาได้ หาไม่เขาจะพาน้องสาวน้องชาย ยังมีอี๋เหนียงอีกสองคนออกมาได้หรือ แถมเจ้าดูตอนนี้สิเขายังใช้แซ่เดิมทั้งที่แยกจวนออกมาแล้วเลย”“เจ้า...ไม่คิดหรือว่าการที่เขาพาอี๋เหนียงสองค

  • ข้าเป็นใคร?...อย่ารู้เลยจะดีกว่า   บทที่ 37

    บะหมี่ข้างทางไม่ได้ทำให้สีหน้าของฮั่วหลานจิงเปลี่ยนสี นางนั่งลงจากนั้นมองไปรอบๆ “หอมดีนี่เจ้าทักทายกับท่านลุงเสียสนิทสนมมาบ่อยหรือ”“อืม หากมีเวลาก็แวะมานั่งเล่น มากับอวี๋เอ๋อร์นั่งรอนางซื้อของก็กลับ เจ้าต้องลองบะหมี่เผ็ดข้าชอบมาน้ำแกงเข้มข้น”ฮั่วหลานจิงเบิกตาเมื่อท่านลุงนำบะหมี่มาวาง “น่ากินดีนี่ ขอบคุณเจ้าค่ะท่านลุง” น้ำแกงเผ็ดเข้าปากก็โล่งคอเผ็ดร้อนไปละลายในปาก ฮั่วหลานจิงตาโตคีบบะหมี่เข้าปากเคี้ยว“เป็นอย่างไร”“อร่อยมาก! เหตุใดเมื่อก่อนข้าไม่เคยรู้ว่าในเมืองหลวงมีร้านบะหมี่เผ็ดที่อร่อยเช่นนี้!”อวิ๋นซูเหยาหัวเราะ “ข้าบอกแล้วเจ้าต้องชอบแน่นอน”“เมืองหลวงเปลี่ยนไปมากจริงๆ ข้าจากไปเพียงสองปีกลับมาอีกครั้งร้านรวงบางร้านก็หายไปแล้ว แต่ความคึกคักก็ยังเหมือนเดิมโดยเฉพาะหอสูงนั่น ข้าจำได้ว่าอยากลองไปดูสักคราแต่ที่นั่นราคาแพงมาก”ทั้งสองมองไปยังหอสุราที่สูงสี่ชั้น บนชั้นสี่มีองครักษ์มากมายดูแล เห็นชัดว่ามีผู้สูงศักดิ์กำลังนั่งอยู่ “ก่อนผ่านกำแพงเมืองหลวงได้ยินข่าวลือเรื่องหนึ่งด้วย”“ข่าวลือ?”ฮั่วหลานจิงหรี่ตามองนางอย่างแฝงนัย “ไม่เอาน่า เมื่อไหร่เจ้าจะพูดถึงเรื่องท่านปราชญ์ผู้นั้นให้ข้

  • ข้าเป็นใคร?...อย่ารู้เลยจะดีกว่า   บทที่ 36

    นางบอกว่า...นางมาจากโลกอนาคต โลกที่อยู่หลังจากวันนี้ ตอนนี้ ผ่านไปเป็นพันๆ หมื่นๆ ปีนางบอกว่า...นางไม่แก่ชรา ไม่รู้สาเหตุนางบอกว่า...นางคล้ายต้องคำสาป ผู้คนปรารถนาที่จะอยู่ แต่นางไม่ได้เลือกกลับจำต้องอยู่อย่างยาวนาน มันนานมากจนตัวนางจำต้องทนกับการมองเห็นผู้เป็นที่รักค่อยๆ จากไปทีละคนจนสิ้น กระทั่งท้ายที่สุดแล้วไม่แน่ว่าอาจจะหลงเหลือเพียงนางที่เดียวดายบนโลกใบนี้นางกล่าวว่าหากนางเป็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ เช่นนั้นนางก็เป็นต้นไม้ที่ไม่อาจหยั่งรากลึกลงที่ใดอย่างแท้จริง ด้วยหากนางรั้งอยู่คนรอบข้างจะมีภัยอาจารย์...ข้าเองหลินซัวเถา ศิษย์ของท่าน เด็กกำพร้าสกปรกมอมแมมที่ท่านเคยเก็บมาเลี้ยง ดูแล สั่งสอน กระทั่งมอบสิ่งที่เรียกว่าครอบครัวให้ ข้าจะปกป้องท่าน ปกป้องแคว้นต้าเยวี่ย จะไม่ทำให้ท่านต้องผิดหวัง หากท่านเห็นบันทึกเล่มนี้ข้าวาดภาพของท่านเอาไว้ อยากมอบให้ท่านเพื่อรำลึกถึงวันวานที่ท่านเคยร่ายรำกระบี่พร้อมกับสวมชุดสีแดงที่ท่านเคยชอบศิษย์คนแรกของท่าน......บางอย่างหยดแหมะลงบนกระดาษ อวิ๋นซูเหยายกมือขึ้นลูบแก้มพบว่านางกำลัง...ร้องไห้!!หญิงสาวรีบเช็ดน้ำตาจากนั้นปิดบันทึกแล้วสูดจมูก ความผูกพัน ค

  • ข้าเป็นใคร?...อย่ารู้เลยจะดีกว่า   บทที่ 35

    เช้าวันนี้บิดาลืมตำราคัดลายมือเอาไว้ที่จวนหลายเล่ม อวิ๋นซูเหยาพอรู้เรื่องจึงรีบขึ้นรถม้านำไปให้บิดาถึงสำนักศึกษาหลวง ตอนที่ส่งมอบให้บาดเรียบร้อยก็ถือโอกาสเดินเล่นในสำนักศึกษาหลวงรอบหนึ่ง อย่างน้อยนางก็เคยอยู่ที่นี่ชั่วระยะดังนั้นย้ายออกไปแล้วในใจรู้สึกอาลัยอาวรณ์อยู่หลายส่วน ตอนกำลังเดินผ่านหอสูงที่เชื่อมกับหอโอสถสำนักศึกษาหลวง หญิงสาวบังเอิญพบหลินฝานที่เดินออกมา ใบหน้าท่าทางของเขาเคร่งเครียดจนสังเกตได้ เขาเพิ่งเดินผ่านบันไดหอสูงก็พบกับหยางสวินเคอ“ไม่พบใช่หรือไม่”หลินฝานส่ายหน้าถอนหายใจออกมา “ไม่พบ แท้ที่จริงภาพวาดที่ว่าซ่อนอยู่ที่ใดของหอโอสถกัน ข้าหาจนทั่วแล้วกลับไม่พบอีกทั้งภาพวาดมีมากมายแต่เหตุใดไม่มีภาพวาดของอิสตรีเลย”อยู่ๆ ในหัวของนางก็ปรากฏภาพวาดหนึ่ง เบื้องหลังเป็นต้นดอกสาลี่ ลานกว้างบนพื้นมีดอกหงเยี่ย กลางลานมีสตรีนางหนึ่งสวมชุดสีแดงร่ายรำกระบี่คู่ด้วยท่วงท่างดงามและแข็งแกร่ง อวิ๋นซูเหยาหน้ามืดลงวูบหนึ่งใบหน้าของบุรุษวัยกลางคนแวบเข้ามา เขาคุกเข่าตรงหน้านาง ‘ท่านไม่ไปไม่ได้หรือ ขอเพียงท่านอยู่เมืองหลวงต่อ ข้าจะให้คนคุ้มกันท่าน ซ่อนท่านเอาไว้ อาจารย์...’นางค่อยๆ หย่อนตัวลงนั

  • ข้าเป็นใคร?...อย่ารู้เลยจะดีกว่า   บทที่ 34

    หยางสวินเคอเก็บสีหน้าหันกลับไปเลิกคิ้วมองนางเป็นเชิงถาม “คือ...ข้าเองก็จะกลับเข้าไปในงานเลี้ยงเช่นกัน” เขามองไปยังชายหนุ่มสามคนที่ยืนรออยู่ห่างๆ เดาว่าหากเขาจากไปและนางเดินวกกลับไปทางเดิม ไม่แน่ว่านางจะถูกรั้งเอาไว้โดยชายหนุ่มสามคนนั้น “อ้อเช่นนั้นจะไปพร้อมข้าหรือไม่” เขาผายมือให้นางออกเดินนำจากนั้นก้าวตามไป รอยยิ้มโค้งขึ้นแวบหนึ่งจากนั้นสีหน้าของเขาก็กลับมาเป็นปกติทันทีที่กลับเข้าไปนั่งในงานเลี้ยง สมรสพระราชทานก็เริ่มต้นขึ้น สองคู่ผ่านไปอวิ๋นซูเหยานั่งก้มหน้าหรุบตามองมือของตัวเองนิ่ง กระทั่ง...ปราชญ์สือเดินไปคุกเข่าเพื่อขอสมรสพระราชทานให้กับบุตรชายของตนที่อายุครบยี่สิบเอ็ดปีแล้วแต่ยังหาคู่ครองที่เหมาะสมไม่ได้ เขาเหลือบมองอวิ๋นหยวนจากนั้นยกความดีของอีกฝ่าย หยางสวินเคอเหลือบมองจ้าวเหยียนมือที่กุมจอกสุราสั่นเล็กน้อยฮ่องเต้มองไปยังอวิ๋นหยวน... “คุณหนูอวิ๋นเพิ่งปักปิ่นได้ไม่กี่เดือน อีกทั้งท่านปราชญ์อวิ๋นเองก็เพิ่งย้ายเข้าจวนใหม่ หลายๆ อย่างคงจะยังไม่ลงตัวอีกทั้งเพิ่งได้มีโอกาสดูแลบุตรสาวอย่างจริงจัง เราเชื่อว่าเขาคงทำใจลำบากที่จะปล่อยบุตรสาวให้ออกเรือนเร็วเกินไป”อวิ๋นหยวนลุกขึ้นจากนั้

  • ข้าเป็นใคร?...อย่ารู้เลยจะดีกว่า   บทที่ 33

    ในช่วงที่งานเลี้ยงเริ่มผ่อนคลายขึ้นชายารัชทายาทกลับเดินเข้ามาหาอวิ๋นซูเหยา “ท่านปราชญ์อวิ๋น ข้านั่งนานรู้สึกไม่สบายตัวอยู่บ้าง ข้าพาคุณหนูอวิ๋นออกไปเดินเล่นผ่อนคลายดีหรือไม่ ข้ามีเรื่องอยากสนทนากับนางสักครู่จะดูแลนางให้ดีข้ารับรองจะพานางกลับมาส่งโดยไม่มีที่ใดบุบสลาย”อวิ๋นหยวนหัวเราะ “พระชายากล่าวเกินไปแล้ว นับเป็นวาสนาของบุตรสาวกระหม่อมที่ทรงเอ็นดูนาง เมิ่งเมิ่งเจ้าก็ไปเดินเล่นเป็นเพื่อนพระชายาเถิด”“เจ้าค่ะท่านพ่อ”ชายหนุ่มเหลือบไปสบตากับจ้าวเหยียน เขาเองก็ลุกขึ้นจากนั้นหยางสวินเคอจึงลุกตาม ทั้งสองเดินตามพระชายาและอวิ๋นซูเหยาไปห่างๆ กระทั่งพบว่าทันทีที่อวิ๋นซูเหยาลุกเดินออกไปจากงาน บุรุษหลายคนก็ลุกตามทั้งยังเดินไปในทิศทางเดียวกัน“ดูเหมือน...คุณหนูอวิ๋นตกเป็นที่สนใจของคุณชายจวนต่างๆ ที่ยังไม่แต่งฮูหยิน ทั้งชื่อเสียง ความโดดเด่น ความเป็นปราชญ์ อีกทั้งนางยังเพิ่งปักปิ่น ทำให้นางตกเป็นเป้าหมายของบุรุษในเมืองหลวงแล้วอย่างแน่นอน”“ก็มิใช่เป็นจุดประสงค์ของงานเลี้ยงครั้งนี้หรือพ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาทยังไม่ทรงมอบสมรสพระราชทานให้จวนใดเลย”“คงไม่ช้าแล้วกระมัง” จ้าวเหยียนถอนหายใจ “แต่คงไม่ใช่จวนท่านป

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status