ทางตระกูลจาง ทันทีที่กลับถึงจวน พวกเขาก็เรียกคนมาหารือกันทันที แม้จะตกปากรับคำไปแล้วว่าจะชดเชยให้กงเหม่ยหนาน แต่ก็ใช่ว่าของทุกอย่างจะมีครบตามรายการ
“ใต้เท้ากงเองก็เห็นด้วยงั้นหรือ” ผู้เฒ่าจางมีสีหน้าครุ่นคิด เขาเองก็ไม่ได้อยากเสียสมบัติที่พยายามสะสมมาตลอดหลายสิบปี แต่ก็ไม่อาจมองข้ามหรือหักหน้าตระกูลใหญ่ได้เช่นกัน แค่เรื่องที่หลานชายไปสร้างมาก็มากพอแล้ว
“เป็นเขาที่เอ่ยปากว่าให้ตระกูลจางชดเชยให้นางขอรับท่านพ่อ หากไม่ชดเชยให้พี่สาว เช่นนั้นก็ไม่ต้องแต่งกับน้องสาว ใต้เท้ากงเอ่ยออกมาเองเลยขอรับ” สีหน้าของแต่ละคนเคร่งเครียด ก็ไหนจงจื้อว่าคุณหนูใหญ่อะไรนั่นไม่ใช่คนสำคัญอันใดในตระกูลอย่างไรเล่า แล้วทีนี้จะเอาสมบัติที่ไหนไปชดเชยให้นางกัน
“ท่านพ่อ ไม่แน่ว่าเราอาจจะทุ่มหมดหน้าตักไปก่อน แล้วหลังแต่งงานเราจึงค่อยเริ่มเก็บใหม่ อย่างไรสินเดิมของเจ้าสาวก็น่าจะเยอะมากอยู่แล้ว อย่างไรเราก็น่าจะใช้ตั้งตัวได้ไปหลายปีนะขอรับ” จางจงจื้อเองก็ไม่คาดคิดเช่นกัน ปกติเหม่ยหนานไม่ใช่คนเช่นนี้ ไม่แน่ว่านางอาจจะเสียใจมากที่เขาเลือกน้องสาวของนาง แทนที่จะเลือกนาง
สุดท้ายตระกูลจางก็ไม่มีทางเลือก พวกเขาต้องยอมควักสมบัติทั้งหมดที่มีออกมาแล้วนำไปชดเชยให้แก่กงเหม่ยหนานในอีกสามวันต่อมา ทั้งยังต้องไปเจรจาขอลดสินสอดของกงเหม่ยหนิงลงในบางอย่างด้วย
เด็กสาวน้ำตาคลอเบ้าเมื่อรู้ว่าพี่สาวรังแกกันถึงเพียงนี้ เอาสินเดิมของนางไปก็ว่าไปเถอะ แต่นี่ยังไปขูดรีดเอากับตระกูลจาง ใครบ้างไม่รู้ว่าตระกูลจางเป็นแค่ขุนนางขั้นเล็ก ๆ เท่านั้น การขูดรีดเอาสมบัติของพวกเขาเช่นนี้ก็เท่ากับรังแกกันแล้ว ไม่คิดเลยจริง ๆ ว่าพี่สาวจะใจร้ายใจดำถึงเพียงนี้
“ฮึก เช่นนั้นข้าไม่เอาสินสอดก็ได้เจ้าค่ะ อึก ยกให้พี่สาวทั้งหมดไปเลยก็ได้ ขอเพียงท่านไม่ทำร้ายคนอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องอีก” กงเหม่ยหนิงก็เป็นเช่นนี้ นางมักจะถูกตามใจอยู่เสมอ เมื่อใดที่ไม่ถูกตามใจ นางก็จะออกลูกประชดประชันขึ้นมา และทุกครั้งบิดามารดาก็จะยอมอ่อนลงให้นางก่อนเสมอ
แต่ว่าครั้งนี้นางไม่ได้ประชดประชันกับท่านพ่อท่านแม่ของนางเหมือนเมื่อก่อน แต่เป็นกับพี่สาวที่ได้เผชิญหน้ากับความเลวทรามในใจของตัวนางเอง
“ย่อมได้ หวังว่าท่านพ่อท่านแม่จะไม่ขัดขวาง ในเมื่อเหม่ยหนิงเป็นคนเอ่ยเสนอให้ข้าเอง ข้าก็ยินดีที่จะรับสินสอดทั้งหมดของนาง ท่านพ่อคงขัดขวางใช่หรือไม่เจ้าคะ” เรื่องอันใดนางจะปฏิเสธ นางรู้ว่ากงเหม่ยหนิงทำไปด้วยความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจและไม่ยุติธรรม แต่แล้วอย่างไรเล่า ก็ตนเองเป็นคนออกปาก จะกลับคำก็ไม่ทันแล้วล่ะ
“...” ใต้เท้ากงทำได้แต่เงียบมองหน้าบุตรสาวอย่างล้ำลึก เขาไม่เข้าใจว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้นกับบุตรสาวคนนี้กันแน่ เหตุใดอยู่ ๆ นางก็เป็นพวกโลภมากบ้าสมบัติขึ้นมาเสียได้ หนิงเออร์ก็ชอบเอ่ยประชดเช่นนี้ เหตุใดนางจะต้องไปเอาจริงเอาจังด้วย
เหม่ยหนิงเห็นพี่สาวไม่ตามใจและยอมลงให้ตนเองก็ยิ่งฟึดฟัด นางไม่สนพิธีหรือมารยาทใด ๆ อีกแล้ว ทันทีที่ลุกขึ้นได้ก็เดินกระทืบเท้าปึงปังออกไปต่อหน้าแขกทันที
ตระกูลจางพอเห็นเรื่องที่เกิดขึ้นก็ยิ่งหน้าเสีย ใต้เท้ากงไหนว่ารักและตามใจบุตรสาวคนเล็กมากที่สุด แต่ตั้งแต่นั่งมา พวกเขายังไม่เห็นว่าใต้เท้ากงจะเถียงบุตรสาวคนโตได้เลยแม้แต่คำเดียว นางเอ่ยสิ่งใดออกมาล้วนไม่มีใครกล้าขัดที่นางว่าแม้ประโยคเดียว ไม่ใช่ว่าการคาดเดาของพวกเขาจะผิดพลาดแล้วหรอกหรือนี่
เย็นวันนั้นกงเหม่ยหนิงประท้วงโดยการไม่กินข้าวและปิดเรือนนอนเงียบ ไม่อนุญาตให้ใครเข้าไปพบแม้แต่กับบ่าวไพร่เองก็ห้าม ซึ่งนั่นคือเรื่องที่ทุกคนในจวนคุ้นชินกับนางแล้ว ทุกครั้งที่โกรธให้นายท่านกับฮูหยิน คุณหนูก็จะอดข้าวอดน้ำเช่นนี้
เหม่ยหนานนั่งฟังรายงานจากเสี่ยวหรูหลังกินขนมหวานล้างปากนิ่ง ๆ นางไม่ได้เอ่ยสิ่งใดหรือแสดงอาการใด ๆ ออกไปทั้งสิ้น ครั้งนี้ไม่ว่าเหม่ยหนิงจะเรียกร้องความสนใจเพียงใดก็ไม่มีผู้ใดขัดนางได้ เพราะถ้าแม้แต่ท่านพ่อก็ยังไม่สามารถจัดการนางได้ ก็ไม่มีใครขัดนางได้แล้ว
เช้าวันรุ่งขึ้นข่าวว่าคุณหนูรองร้องไห้จนล้มป่วย ต้องเรียกท่านหมอมาดูอาการถึงห้องนอนก็ดังไปทั่วทั้งจวน บ่าวไพร่ต่างก็มองคุณหนูใหญ่เช่นนางด้วยสายตาไม่พอใจ แต่มีหรือที่นางจะสนใจ วันนี้นางต้องออกไปทำธุระสำคัญข้างนอก ไม่มีเวลามาสั่งสอนบ่าวไพร่ที่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงเช่นนี้ให้เสียเวลาหรอก
“ฮูหยินไม่อนุญาตให้ออกไปข้างนอกขอรับคุณหนู ฮูหยินกล่าวว่า น้องสาวล้มป่วยจนต้องเรียกหมอมาดูอาการ นอกจากจะไม่ไปดูอาการน้องแล้วยังจะออกไปเที่ยวเล่นด้านนอกอีก สั่งให้คุณหนูกักบริเวณตนเองเจ็ดวันอยู่ที่เรือนขอรับ”
คนเฝ้าประตูเองก็ลำบากใจที่จะต้องมาสั่งกักบริเวณคุณหนูใหญ่เช่นนี้ ได้ข่าวว่านายท่านยังไม่อาจเถียงกับคุณหนูใหญ่ได้ แล้วพวกเขาเป็นเพียงบ่าวไพร่ที่ไม่รู้จะโดนโทสะของเจ้านายวันไหนตอนไหนมีหรือจะกล้า แต่ถ้าไม่ทำตามที่ฮูหยินสั่ง พวกเขาก็อาจจะต้องตกงาน หรือถ้าแย่ที่สุดก็คงถูกขายออกไปให้พ่อค้าทาสเอาไปขายต่อ
“ข้าจะไปไหนไม่เคยต้องเอ่ยปากขอความเห็นจากท่านแม่ หลีกทาง หากมีเรื่องอันใดก็ให้ท่านแม่ไปคุยกับท่านพ่อเอาเอง” เรื่องอันใดนางจะสน ไม่ใช่ว่านางจะรักใคร่บิดา นางเกลียดคนคนนี้ยิ่งกว่าสิ่งใด เพียงแต่...บางครั้งการกลั้นใจหลอกใช้ประโยชน์จากพวกเขาก็เป็นสิ่งที่นางจำเป็นต้องทำเช่นเดียวกัน
คนเฝ้าประตูไม่อาจทำอันใดได้ สุดท้ายก็ต้องยอมเปิดประตูจวนให้รถม้าของคุณหนูออกไป ในใจได้แต่คิดถึงอนาคตของตนเองที่จะมาถึงในอีกไม่ช้า ไม่รู้จะถูกลงโทษอันใดหรือไม่
ส่วนเหม่ยหนานที่นั่งรถม้าเข้าไปในตลาดก็หาได้สนใจไม่ นางตรงไปยังกรมที่ดินทันที ที่นั่นจะมีประกาศขายทั้งบ้านทั้งที่ดินรวมกันอยู่ มีนายหน้าคอยให้คำแนะนำและเสนอที่ดินที่ตรงตามความต้องการมาให้
“ช่วงนี้ข้าได้ยินว่าทางฝั่งทางใต้ของเมืองเริ่มมีขอทานที่ย้ายเข้ามาอยู่ค่อนข้างมาก เจ้าของที่แถมนั้นจึงมาฝากขายกันค่อนข้างมาก ไม่ทราบว่ามีที่ดินตรงไหนน่าสนใจบ้างหรือไม่”
เจ้าหน้าที่เห็นเสื้อผ้าหน้าผม ทั้งยังบ่าวรับใช้ที่ตามมาด้วยกันแต่งตัวดีก็รีบเข้ามาบริการ แม้ว่าตอนนี้ที่ดินแถบนั้นจะราคาตกเพราะการย้ายเข้ามาอยู่ของคนจากต่างเมือง จะว่าพวกเขาเป็นขอทานก็ไม่ผิด แม้บางคนจะไม่ได้เป็นขอทานอย่างที่ว่า แต่ที่ดินและที่พักในเมืองหลวงแห่งนี้นั้นมีราคาแพงยิ่งนัก
คนจากต่างเมืองที่ไม่ได้เป็นระดับขั้นขุนนางใหญ่ไม่มีทางมีเงินซื้อ หรือหากมีเงินพอเช่าได้ก็เป็นการผลาญเงินมากจนอาจจะไม่มีเงินซื้อแม้กระทั่งข้าวกินในภายหลัง สุดท้ายพวกเขาจึงเลือกอยู่อย่างขอทานในเขตพื้นที่ที่จวิ้นอ๋องจัดไว้ให้
แถมเหตุผลที่คนเหล่านี้ต้องอพยพมาอยู่ที่เมืองหลวงก็เพราะเรื่องโรคระบาด คนเหล่านี้แม้จะรอดชีวิตมาได้ แถมก่อนจะได้รับอนุญาตให้เข้ามาอยู่ในเขตทางใต้ก็ถูกหมอกักตัวและดูอาการนานนับเดือน กว่าจะได้รับอนุญาตให้ย้ายเข้ามาตั้งตัวในเมืองได้ แน่นอนว่าพวกเขานั้นปลอดภัยอย่างแน่นอน
แต่มีหรือที่ชาวบ้านในตรอกแถวนั้นจะวางใจ ชาวบ้านที่มักจะมาจับจ่ายใช้สอยในตรอกนั้นก็ยอมเดินทางไกลออกไปอีกหน่อยเพื่อหลีกเลี่ยงการติดโรคระบาด พอไร้ลูกค้า ชาวบ้านดั้งเดิมก็ทนไม่ไหว สุดท้ายก็ตัดสินใจเอาบ้านเอาร้านค้าของตนเองออกมาฝากขายที่กรมที่ดิน หวังว่าอย่างน้อยก็จะได้เงินก้อนไปหาที่อยู่ใหม่
ชาติก่อนเหม่ยหนานจำได้ว่าตระกูลจางจะซื้อที่ดินแถบนี้ไปเกือบทั้งหมด บวกด้วยแรงสนับสนุนจากตระกูลกง ไม่นานพวกเขาก็ขึ้นเป็นขุนนางที่มีชื่อเสียงว่าร่ำรวยเป็นอันดับต้น ๆ ในเวลาอันสั้น
แถมคนที่อพยพมาเหล่านี้ต่างก็ไม่ได้เป็นบุคคลที่ติดโรคแต่อย่างใด กว่าที่คนจะเชื่อใจพวกเขาก็อีกนานหลายเดือน แถมคนเหล่านี้ยังกลายมาเป็นแรงงานสำคัญของตระกูลจางอีกต่างหาก แม้ว่านางจะไม่รู้ว่าเบื้องลึกเบื้องหลังนั้นเป็นอย่างไร นางรู้เพียงคร่าว ๆ เท่าที่เสี่ยวหรูเล่าให้ฟังบ้างก็เท่านั้น
ถึงจะไม่รู้ว่าคนแซ่จางเอาไปทำอะไรจนร่ำรวย ขอแค่นางรู้ว่าสิ่งใดที่จะทำให้คนพวกนั้นเจริญ นางก็พร้อมที่จะฉกชิงมาเป็นของของตนเองทันที อย่าลืมว่าตอนนี้นางแทบจะเป็นคุณหนูที่ร่ำรวยที่สุดในเมืองหลวงเชียวนะ หากไม่นับพวกเสือหมอบมังกรซ่อน นางก็ถือว่าไม่เป็นรองใครแล้วเรื่องความร่ำรวย
“ช่วงนี้มีคนจากทิศใต้เอาที่ทางมาฝากขายเป็นจำนวนมากขอรับคุณหนู มีทั้งร้านอาหาร ร้านเสื้อผ้า หรือแม้แต่จวนขนาดเล็กไปถึงใหญ่ คุณหนูอยากจะได้แบบไหนลองเลือกมาก่อนก็ได้ขอรับ เดี๋ยวข้าจะจัดการคัดที่ดี ๆ และน่าสนใจ ๆ มาให้คุณหนูเลือกเองอีกทีขอรับ” ที่ดินทางทิศใต้ในตอนนี้เยอะมาก เขาไม่สามารถหยิบทั้งหมดออกมาให้คุณหนูท่านนี้เลือกได้หมดจริง ๆ ไม่เช่นนั้นกว่าจะจัดเรียงให้เป็นระเบียบใหม่อีกก็คงจะยุ่งยากน่าดู
เหม่ยหนานเข้าใจทุกอย่าง ช่วงนี้คนยังเอามาขายไม่มากเท่าไหร่ แต่อีกแค่สักครึ่งเดือน คาดว่าแถบใต้ของเมืองคงจะร้างเต็มทีแล้ว
ถ้าถามว่านางรู้ได้อย่างไรน่ะหรือ ก็ทันทีที่นางได้สินเดิมของเหม่ยหนิงมาครึ่งหนึ่ง นางก็ส่งเสี่ยวหรูออกไปรวบรวมข่าวมาให้ทันที เพราะมันคือสิ่งเดียวที่นางพอจะหยิบเอามาทำประโยชน์ให้ตนเองได้หลังจากตายมาครั้งหนึ่ง